Sunday, April 20, 2008

ก๊ะตังค์ที่ไม่น่าจะต้องเสีย

ทำไมมีแต่เรื่องเสียตังค์ฟะ ยิ่งรวยๆ อยู่ สงสารพี่ก๊อตด้วย ทำงานจนหลังอานก็ไม่รวยกะใครเค้าซะที วันนี้เป็นเสาร์ที่พี่ก๊อตหยุดงานเพื่ออยู่บ้านเอ็นจอยครอบครัวบ้าง นานๆ หยุดกะเค้าทีนึงก็เลยตัดหญ้าหน้าบ้านที่เราเคยนึกว่าเป็นป่าข้าวโพด คงรออีกไม่นานคงได้เก็บข้าวโพดมาทำกินกับลูกๆ 55555 พอแซวว่ามาตัดทุ่งข้าวโพดทิ้งทำไมฟะ พี่แกฟาดกับมาว่า “ใครบอกว่าข้าวโพด ทุ่งข้าวสาลีตะหาก” กั๊กๆๆๆ....ก๊ากกกก....... ขำกลิ้ง เถียงไม่เคยตกฟากเล้ยยยย ปั๋วของอิชั้น

กลับมาเรื่องที่ต้องเสียตังค์ทั้งๆ ที่ไม่น่าจะต้องเสีย เมื่อ 3 อาทิตย์ก่อนเพิ่งพบว่า ”ไอ้ก้อน-เอ๊กเทอน่อลฮาร์ดไดร้ฟ์-500 กิ๊ก” ของอิชั้นเกิดไม่ “เร็ดซะป๊อน” อะไรกะไอ้เครื่องคอมพ์ตัวไหนๆ เลย ทั้งตัวใหญ่ ใหม่และเก่า อีกทั้งอีแล่บท๊อป เซ็งดิ เศร้ามากด้วย เพราะรูปทั้งหมดเก็บไว้ในนั้น และดีลีทเกือบทั้งหมดออกจากคอมพ์ทุกตัว เหลือไว้อย่างละนิดละหน่อย ไอ้ก้อนบ้านั่นซื้อมาก็แพงแล้ว เพราะเป็น “แก๊ตเจ็ดควีน” มาตั้งแต่เกิด มีอะไรออกมา-ตรูก็อยากมีก่อนใครๆ แล้วก็มาเจ็บใจเวลามันลดราคาแหลกอีก 2 เดือนให้หลัง หรือมีรุ่นใหม่เจ๋งกว่าออกมาให้อิจฉา ไม่เคยเข็ดและไม่เคยจำ พอไอ้ก้อนบ้าเนี่ยไม่ทำงาน อยากเป็นลม พยายามหลายตลบ ติดต่อบริษัทผู้สร้าง 55555 เรียกเหมือนผู้สร้างหนังเลย 55555 ติดต่อหยอดคำถามทั้งเว๊บไทยเว๊บฝรั่งกราดเกลื่อนไปทั่วโลกไซเบ้อร์ สุดท้ายพี่ก๊อตเห็นเศร้าส้อยเงือกหงอยอยู่หน้าคอมพ์หลายวัน มาถามว่ามีคำตอบไหนน่าปฏิบัติตามที่สุด ที่น่าเชื่อถือที่สุดก็คือส่งไปให้ “เอ๊กซะเปิด” ระเบิดมันออกมา แล้วเมวล์ไอ้ซากก้อนบ้านั่นไปคือบริษัทจัดจำหน่ายแล้วมันจะส่งอันใหม่มาแทน คราวนี้ใครหล่ะที่เราเชื่อถือ เราเชื่อถือไอ้กี๊กเซอร์วิสที่ “เบสท์บาย” และก็รู้แน่อยู่แล้วว่ามันแพง พี่ก๊อตก็บอกแพงก็ต้องยอมเสีย อีอ้วนสุดที่รักจะได้นอนหลับสบายใจซะที

พอถึงเบสท์บาย ถามไถ่ ก็ได้ความว่าค่าบริการ 159 พลัสแท๊กส์ “โฮลี่ กว๊อกคาโมลี่” คิดไว้ที่ 4 ซ้า 50 เอ้งงงง...นะ พอปั๋วบอก โอเค ก็คุยกันต่อกะไอ้หนุ่มให้บริการคนนั้นต่อ 555555 (หล่อซะด้วยนา-แต่คราวลูกเลยแหละ) มันถามว่ามีไฟล์ต่างๆ ในก้อนนั้นเยอะป่าว เราก็ตอบ ร้อย ถึง ร้อยห้าสิบกิ๊ก ได้มั๊ง มันถามต่อ ถ้าเซฟใส่แผ่นดีวีดี ก็อักโขนะเจ๊ ลำบากทั้งผม ลำบากทั้งป้าเลยนะ หรือป้ามีไอ้ก้อนแบบเน๊ยะอีกก็เอามาให้ย้ายไฟล์ใส่ก็จะดีกว่านะ ก็มีอยู่ก้อนเดียวนี่แหละ เจ๊งโบ๊งแล้วด้วย มันก็แนะนำมาอีกว่า ซื้อก้อนใหม่ดิ แล้วค่อยมาคุยกันใหม่ เวงกำ แนะนำดีนะไอ้เวง

สรุปซื้อก็ได้วะ รูปลูกๆ มัน “ไพร๊ส์เลส” ใช่ป่าว เอาลูกๆ มาอ้างนะ สะดวกโยธินตลอดแหละ ตานี้ก็เดินวนๆ ไปเจอ ไอ้ก้อนๆ ลดราคาพอดี ของซีเกรท 500 กิ๊ก จาก 199 เหลือ 119 แต่เหลือก้อนสุดท้าย มีไอ้กันกะเมียก้มจดๆ จ้องๆ อยู่ เราก็คว้ามั๊บอย่างไร้มารยาท คว้าก่อนได้ก่อนเฟ้ย แล้วเอาไปแอบอ่านไกลๆ ถ้าไม่ชอบก็เอาไปแอบซุกตรงอื่นได้ ตอนคว้าไอ้บ้านั่นจ้องแบบอยากตื้บหรือไงนี่แหละ เราก็เดินเฉิ่บ...ไม่สน แล้วก็วิ่งหนีไปหาลูกกะผัวที่วนเวียนหาซื้อดีวีดีหนังอีกฝากนึง หลังจากพิจารณาอ่านแล้วคิดว่าน่าจะดีกว่าไอ้ก้อนเก่า ก็เลยรีบกลับไปคุยกับพ่อรูปหล่อ จ่ายตังค์ (สดจ้าสด – โดนปั๋วยึดเงินปั๊ดติกไปหมดแล้ว) มันบอก เสร็จเมื่อไหร่จะรีบโทรไปตามเจ๊ให้มารับเลยนะจ๊ะ ไม่น่าจะเกิน 2 วีคหรอกเจ๊ เราก็เออๆๆๆๆ

สรุป หมดไปเท่าไหร่ละเนี่ย คิดแล้วปวดเฮดมากๆ ก็ได้แต่จุ๊บขอบใจพ่อทูนหัวของมีย 555555 แตหลอจริงจริ๊งงงงงง......
จากนั้นก็พาลูกเมียไปคาสิโน ไปดินเน่อร์กัน พอเมนคอสหมด พี่ก๊อตให้ตังค์ 20 ไปคลายเครียด ปรากฏว่าเครียดหนักกว่าเดิม เจ๊งหมดภายใน 5 นาที บ้าจริงๆ คืนนี้คาสิโนบ้าเนี่ยมันงกมาก ไม่ผัดกันแพ้ผัดกันชนะให้เราเล่นนานๆ หน่อย เลยไม่สนุกเลย เดินหน้าตูมกลับโต๊ะ ลูกผัวหัวเราะแบบรู้แกว เจ๊งตามระเบียบ มิใช่ โดยละม่อม 5555 เสร็จแล้วบริกรหนุ่มดำล่ำสัน แบกขาโต๊ะพับมากางพร้อมวางถาดลง “เซอร์ไพร๊ส์” 55555 เค้ก ค่ะ เค้ก ช๊อคโกแล๊ตราสพ์เบอรี่ ตกแต่งจานสวยเก๋ เอาน้ำเชื่อมราสพ์เบอรี่โรยจานคดโค้งสวอนเลค 3 เส้น วิพครีมหยอดเล็กๆ กระจายพองาม 3-4 อัน ผลร๊าสพ์เบอรี่สด 5-6 อันเรียงเข้าแถวน่าเอ็นดู สวยเก๋น่าดู โมโหเสียตังค์เลยสวาปามซะ ลืมถ่ายรูปมาอวด พอเห็นเค้กก็ต้องทำ วิ๊วว๊าว วี๊ด บึ้ม ซะหน่อยให้พี่แกดีใจ จริงๆ รู้แล้วว่าเค้กที่นี่ไม่อร่อยเอาซะเลย ก็ทนๆ ฟาดเข้าไป ทำ อือ อา อร่อย ให้ผัวปลื้มใจหน่อย เพียงเพราะวันนี้บ่นอยากกินเค้กอร่อยๆ แต่ขี้เกียจทำจังเลย


พี่ก๊อตเนี่ยเห็นถึกๆ อย่างนี้เถอะนะ โรแมนติคสุดๆ ขอบอก เซอร์ไพร๊ส์นิดเซอร์ไพร๊ส์หน่อย พอให้มีสีสันตลอดเวลา ไม่ต้องมีโอกาสพิเศษ (เซอร์ไพร๊ส์ตามเทศกาล...มันแพงงงงง....55555) บางทีพี่แกพูดอะไรออกมาเราก็แบบตะลึง ว่าสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ช่างสังเกตุเหมือนกันแฮะ อย่างวันนี้ อ้าว โกรกผมแล้วเรอะ ไม่หงอกแล้วนะ สีผมสีนี้สวยดี หรือบางที ลิปสติกใหม่เหรอ ที่จำได้ไม่ลืมเวลาเข้าครัวเห็นทีไรแล้วได้อมยิ้มชื่นใจทุกทีก็เพราะ มีอยู่ครั้งพี่ก๊อตบอกว่า ทิชชู่ม้วนใหญ่ในครัวน่ะ ลายน่ารักดี มามี๊เลือกซื้อได้สวยจัง ปลื้มเน๊าะ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็เอามาชื่นใจได้เรื่อยๆ วันนี้มาเล่าสู่กันฟังแนวหวานๆ อย่าอ้วกเลยนะ นานๆ ทีจะมีซะหน 55555 ส่วนฉากบู๊-คู่กัด น่ะ มีมาเล่าให้ฟังตลอดแหละ โปรดอย่าพลาด

ปล. วันนี้โพสต์แต่รูปเก่าๆ ที่พอหาได้ ดูกันไปเถอะนะ มีรูปแด้ดดี้กะไอ้ตี้แหละที่ถ่ายเมื่อวาน ตอนไปรับไอ้ดีที่โรงเรียน แล้วพาลูกๆ ไปกินเที่ยงที่ IHOP ร้านโปรดของ ไอแอมแซม ไง-จำกันได้ป่าว

Thursday, April 17, 2008

ลูกแม่น่ารักที่สุด

จริงๆ แล้ว ลูกใครก็ลูกใครแหละ ใครๆ ก็พูดเหมือนันไปหมดว่า “ลูกใครจะน่ารักกว่าลูกข้านั้นไม่มี” แต่ถ้ามีแข่งมีประกวดลูกกวน “ทีน” ที่สุด แม่อู๋เข้ารอบสุดท้ายแน่ๆ เผลอๆ ได้เข้าชิงที่ 1 เพราะลูกตัวใหญ่ของอิชั้นนั้น กวนทีนแบบสุดยอด กวนทั้งแบบฮากลิ้งน้ำตาหยด จนถึงอยากโดดเอา “ทีน” ให้มันเป็นรางวัลทีเดียวเชียว อย่าบอกเชียวว่า “ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” เพราะที่กวนโอ๊ยมาตลอดนั้น เฉพาะนอกบ้าน กับพ่อแม่ไม่ได้เชียว เพราะ พ่อแม่ดุมากกกกกกก..... ไม่ได้โตมาจากครอบครัวกุ๊กกิ๊กแบบในหนัง พ่อแม่ลูกคุยกันหนุงหนิง ที่บ้านเครียด-ซีเรียสมากจ้า เลยมาบ้าๆ บอๆ ลิงๆ ค่างๆ อยู่กับเพื่อนๆ ข้างนอกบ้าน เข้าบ้านปุ๊บก็เป็นอีกคนนึงเลย ว่าจะคุยเรื่องลูก ไหงกลายเป็นมาพล่ามถึงตัวเองเมื่อเยาว์วัย


กลับเข้าเรื่อง เรื่องที่จะเล่าค่อนข้าง “อี๊...ยี๊....” ก่อนอ่ายทำใจนิดนึงนะคะ วันนี้ตอนลูกๆ อาบน้ำในอ่างกัน แม่ก็ขออนุญาตเข้าไป “อุนจิ” หน่อย จริงๆ ไปอีกห้องนึงก็ได้ แต่อยากแกล้งอีหนูดีมัน 555555 คือแบ่งกันเหม็นแบบไม่เกรงใจไอ้ตี้กันเลย พอถามปุ๊บ มันบอก โอเค ปั๊บ พอเสร็จปุ๊บ ก็ขอน้ำล้างตรูดปั๊บ อีหนูดีก็เปิดน้ำให้ปุ๊บ แม่ก็ล้างปั๊บ จ๊ากกกกกกก..... มันรองเอาน้ำร้อนเกือบเดือดให้คุณแม่ของมันเลยค่ะ เกือบสุกแหละ แล้วก็เกือบฟาดมันไปด้วยกระบวยตักน้ำ ไอ้ดีมันขำแบบ ก๊ากกกกกกกกก..... แบบว่าสะใจมันสุดๆ อย่าหาว่าสะเหร่อเลย อยู่เมืองนอกเมืองนายังล้างตูดด้วยเหรอ ล้างค่ะ ทิชชู่ก็มีใช้ค่ะ แต่ไอ้เรื่องล้างเนี่ย ไม่ทำไม่ได้จริงๆ ค่ะ เกิดมาแบบนี้-คงต้องตายไปแบบนี้แหละค่ะ แก้ไขไม่ได้ ไปนอกบ้านก็พกเบบี้ไว้พ์ตลอดนะ-ขอบอก
นี่เป็นแต่ตัวอย่างที่เกิดวันนี้ เดี๋ยวนี้ จริงๆ แล้วมีทู้กกกกกก....วัน กวนนิด กวนหน่อย น่าหยิก น่าตื้บ น่ากอด น่าจูบจริงๆ นะคะ ลูกของอิชั้น จะยังไง ก็แล้วแต่ I love them to death! รักพวกมันจริงๆ สุดๆ ไม่รักใคร อะไร ในโลกนี้มากกว่าลูกทั้งสองคน ปั๋วก็เลิ้บแหละ แต่อันดับรองๆ ลงไปอีก ไม่อยากจะพูดว่า... เลิกกันไปก็เป็นคนอื่น แต่จริงๆ แล้ว อดคิดแบบนั้นไม่ได้จริงๆ

วัชพืชแสนสวย

ตอนนี้เป็นต้นๆ หน้าฤดูใบไม้ผลิ จากที่อึมครึมเงือกหงอยมาตั้งแต่หนาวๆ โน่น โลกก็มีสีสันแจ่มใสทันตา ดอกไม้พรึบไปหมด ต้นไม้ก็ใบดกดื่นเขียวขจี ไม่น่ากลัวแบบตอนหนาวๆ ต้นไม้ไม่มีใบ โกร๋นๆ แห้งๆ ไม่สวยเอาซะเลย ทุ่งหญ้าสุดลูกหูลูกตาที่เคยเป็นทุ่งสีทองของหญ้าแห้งๆ ก็กลายเป็นสีเขียวชอุ่มสวยงามอีกครั้ง แต่จะเขียวอยู่ไม่นานหรอก เพราะสปริงนั้นไม่กี่เดือน พอซัมเม่อร์มาถึงทุกอย่างก็แห้ง สีสันสวยงามก็หายไปเกือบหมด แถมร้อนๆๆๆๆ แบบแสบร้อน แห้ง ระอุ คุ ไหม้ เกรียม แบบเตาอบ หรือนรก ไม่แน่ชัด เพราะไม่เคยไป 5555



รูปที่โพสต์คราวนี้ ผู้ชมคงรู้ได้เองแหละ ว่าอันไหนถ่ายเอง อันไหนไปแอบฉกเค้ามาจากเว๊ปต่างๆ เพราะรูปส่วนใหญ่ที่ถ่ายเองน่ะ เสี่ยงชีวิตตั้งหลายชีวิตกว่าจะได้มา เพราะถ่ายขณะที่ขับรถอยู่....โปรดแซบบบบ......


วัชพืชพวกนี้ บางอันดูเหมือนจะกินได้ แต่ไม่เคยลอง ไอ้เหลืองอ่อนๆ ดูเหมือนดอกกวางตุ้ง บางอันดูเหมือนดอกโสน น่าเอามาทอดไข่จิ้มน้ำพริก ก็ได้แต่คิดแหละ แต่ไม่เคยลอง คนตะกละเห็นอะไรก็แบบนี้แหละ น่าจะกินได้ไปหมด



เวลาขับรถไปจะเห็นพรึบไปตลอดทิวเขา ที่เห็นบ่อยๆ ก็มี สีเหลืองอ่อน เหลืองแก่ๆ ส้มๆ และ ม่วงๆ เห็นมาหลายปี แต่ไม่มีโอกาสได้ภาพโคลสอัพ เพราะทุกที่ที่เห็นเป็นข้างทางฟรีเวย์ที่ไม่มีไหล่ทาง การจราจรน่ากลัว บางทิวเขาสวยงามเกินบรรยายพรึบไปทุกสีที่กล่าวข้างต้นเลย แต่คว้ากล้องไม่เคยทัน อยากไปดูใกล้ๆ แต่คงไปไม่ได้ ขี้กลากคงคุกคามเพราะป่าหญ้าดูน่าคัน

ส่วนที่เป็นนางเอกเลยก็คือ โกลเด้นป๊อปปี้ จะระบาดเต็มทุ่งท่วมขุนเขาไปทั่วแคลิฟอร์เนีย (เฉพาะหน้าสปริงเท่านั้นแหละ) เพราะเป็นดอกไม้ประจำรัฐ สวย น่ารัก ดอกไม่โตนักหรอก กลีบยาวประมาณ 1.5 – 3 นิ้วแหละ ส่วนตัวแล้วชอบดอกไม้ที่มีฟอร์มแบบป๊อปปี้ พวกนี้จะสวยงามบนต้น สีสันสะดุดตา แต่ไม่ใช่ดอกไม้ที่ตัดเอาไปปักแจกัน

Tuesday, April 15, 2008

จากโรงพยาบาลถึงฟรีเวย์


6-7 วันมานี้ ยุ่งอีกแบบ เข้าๆ ออกๆ อีอาร์ โรงบาลเด็ก ถึง 3 ครั้ง แต่ละครั้ง ก็ 5-6 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย เพราะ ไอ้ก๊อตตี้เป็นไข้สูง 104 แน่ะ หมอไม่อยากแอ๊ตมิต เพราะคนไข้แอ๊คทีฟสุดๆ ขนาดป่วยวิ่งให้พล่าน แต่เม็ดเลือดขาวต่ำน่าจะเป็นไวรัสแอ๊ทแท๊ค เลยต้องเอาไปเจาะเลือด 2 วันติดๆ น่าสงสารสุดๆ



พอวันที่ 3 ก็มาผื่นแดง ขึ้นเต็มตัว สันนิษฐานเองว่าเป็น “ส่าไข้” ไม่อยากพาไปโรงบาลแล้ว เดี๋ยวโนแทงพรุนอีก รอดูซัก 24-48 ชั่วโมง ถ้าหนักหนาขึ้นเรื่อยๆ ก็คงต้องพาไป พอรอดูอีก 2-3 วันต่อมา ผื่นก็จางลง โล่งอกไปตามๆ กัน แต่พอวันศุกร์ค่ำๆ ตอนถอดเสื้อผ้าจะเอาลูกไปอาบน้ำ กลับมีตุ่มกระจายทั่วตัว ไม่มากหนาแน่นเท่าไหร่ แต่น่าตกใจ ก็รอจนเที่ยงคืนให้พ่อเลิกงานมาก่อน เพราะเหนื่อยวิ่งตาม หาคนช่วยน่ะ (จริงๆ ก็ไม่ช่วยเท่าไหร่หรอก) ก็โห่ไปโรงบาลเด็กอีก (ไม่ต้องคิดเรื่องบิลค่ารักษพยาบาล เพราะน่ากลัวสุดๆ ยังไงก็ต้องยอมแหล่ะ เพราะไม่มีทางเลือก)

ก็เหมือนเดิม รอข้างนอก รอข้างใน รอหมอ รอพยาบาล รอเจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลประกัน รอๆๆๆๆๆ เฮ้ลท์แคร์ซิสเต้มที่นี่ก็เป็นที่รู้ๆ กันอยู่ คืนนั้นกว่าจะได้กลับออกมาก็ตี 5 พอดี หมอ 2 คนมาช่วยกันดูเพราะไม่แน่ใจ ก็ได้แต่บอก อย่าทาอะไร รอจนวันอังคาร ถ้าหนักหนาก็พากลับมาให้ดู (ฟรีเหรอจ๊ะ 55555 ฝันไปมั๊ง)


พอดีมีเพื่อนเก่าแต่ไม่ยอมแก่มาเยี่ยมหาจากเมืองไทย “พี่แม้ว” ลูกก็ป่วย บ้านก็ยุ่ง เพื่อนก็มา แต่โชคดี ได้พี่นาง-นางเอก 5555 มากู้สถานะการณ์ เชื้อเชิญให้เรายกฝูงไปพักที่บ้านแก ก็ไกลโขอยู่ ไปลากซื้ออาหารการกินติดมือไปด้วย แบก”ไอ้ตุ่มตี้” ไป ตุ่มก็ผุดขึ้นมาหนาแน่นให้กลุ้มใจยกใหญ่ กะว่าจะพาพี่แม้วไป “โยเซมิตี้” วนอุทยานชื่อกระฉ่อนโลก ก็โดนพี่นางทัดทานว่า ลูกผื่นๆ อย่าไปเลย เพราะพอลลีน ลมแรง และอื่นๆ อีกมากมาย เลยพาพี่แม๊วไป “ช้อป” จ้า ช้อปแหลกแหกระเบิด 55555 หาบยาสีฟัน ลิปมัน ฯลฯ ไปฝากเพื่อนๆ ซื้อเสื้อผ้าเด็ก เพราะอิจฉาหนูดีใส่เสื้อผ้ากิ๊ปเก๋สุดๆ ปรากฏว่า หนูดีใส่เสื้อผ้าใหญ่กว่าป้าแม้ว 1 ไซ้ส์ 5555 พอดีมีบัตรกำนัน 5555 กำนัล หรือผู้ใหญ่บ้านนี่แหละ ซื้อ 50 ลด 25 เลยแหละ มีอยู่ 2 ใบ หมดอายุในวันที่ไปด้วย เลยบอกพี่แม้วลุยเลย หนูดีโชคดี ป้าแม้วเลยให้เลือกของกุ๊กกิ๊กที่อยากได้ ป้าแม้วจะซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด แม่อู๋เลยโยนปากกาแม่เหล็กเอาไว้ติดตู้เย็นที่มันลดราคาอยู่ลงไปผสมโรงด้วย ฮิๆๆๆๆๆๆ



สรุปขับรถวนไปเวียนมา 3-4 เมืองนี่แหละ มาเดร่า เฟรสโน่ เมอเซด และ แอ๊ตวอเต้อ ไอ้ตี้คนดีของมัมมี่ก็ไม่กวน และดูไม่เหมือนป่วย ร่าเริงสุดๆ เลยไปกันเรื่อยๆ เมื่อยก็ไม่หยุดแบบไม่เกรงใจลูก อีหนูดีอาละวาดนิดหน่อย บ่นเมื่อย สวมบท “ดราม่าควีน” ตามปกติ


พอวันอาทิตย์ พาพี่แม้วแวะไปเซย์ ฮัลโหลกับพี่ก๊อตที่โรงงาน (แถมบ่น ไม่บอกล่วงหน้าว่าจะมา ไม่งั้นก็จะไม่ทำงานวีคเอนด์ จะได้พาเที่ยวทั่วๆ กว่านี้) แล้วพูดไม่เลิกว่า ไม่เชื่อที่พี่แม้วแก่.....กว่าเดี้ยน 2 ปี เจือกมาบอกว่าดูอ่อนกว่าตรูซัก 10 ปีได้ โถ.... ไอ้ตาถั่ว... ฮึ่ม



แล้วอีหนูดีก็ไปต่อรองกับพ่อว่าขอไม่ไปโรงเรียนวันจันทร์ ทีแรกดูท่าว่าจะไม่มีทางโอเค แต่พ่อบอกว่า ให้ตามทำงานสคูลเวิร์คและโฮมเวิร์คให้ทัน ซักไซ้อีกว่ามีเทสต์หรือไม่ ห้ามโกหก และครั้งนี้โอเคเพราะพี่แม้วไม่ได้มาเยี่ยมบ่อยๆ เย้ๆๆๆ 55555


พอวันจันทร์พี่นางยอดคุณแม่บ้านก็หุงหาอาหารเช้าพร้อมกาแฟหอมกรุ่นรอพวกอีอืดให้ตื่นมาแหล่กตามปกติ ตามด้วยอาหารกลางวัน ก็ทำพิธีล่ำลากัน เราก็เอาพี่แม้วไปโยนทิ้งที่สถานีแอมแทรค-เมอเซด เพื่อมุ่งหน้าไปพบน้าชายของเค้าที่ซานโฮเซ่ต่อ แล้วแม่อู๋กับลูกๆ ก็บึ่งกลับวังที่มาเดร่า พอเลยเมอเซดได้นิดนึง รถเหวี่ยงไปมา ตกใจสุดๆ เสียงดังหึ่งอื้ออึงไปหมด แต่ควบคุมได้ ขับเข้ามาจอดแอบๆ ข้างทาง หนูดีตื่นตะหนกไม่แพ้แม่ พบว่ายางหลังซ้ายแตกหรือรั่วไม่รู้ว่ะ แต่รูใหญ่เชียว แบนแต๋ กลับเข้ามานั่งงงๆ ในรถก่อน ไม่รู้ทำไงดี เวิ้งว้างกลางทุ่งริมฟรีเวย์ 99 แต่โชคเข้าข้าง พระคุ้มครอง นึกถึงริชชาร์ด-ฝาละมีของพี่นาง วันนี้ไม่ไปทำงาน เลยโทรให้เค้ามากู้ภัย นอกจากยางแบน น้ำมันหมดด้วยจ้า เพราะกะว่าถึงบ้านแน่ๆ ไง แล้วถึงค่อยเติม แต่ระหว่างที่รอๆๆๆ นั่นติดเครื่องเปิดแอร์ให้ลูก เพราะไม่อยากให้ไอ้ตุ่มตี้กระสับกระส่าย รอๆๆๆๆ ก็ยังไม่มา น้ำมันก็เกือบเกลี้ยงเลยแหละ ต้องดับเครื่อง เปิดหน้าต่าง (ไม่อยากเปิดจริงๆ เพราะเป็นทุ่งโล่ง กลัวฝุ่นสารพัดจากดอกหญ้า วัชพืช ต้นไม้ทั้งหลายจะมาทำให้ไอ้ตี้คัน มันไม่คันมาตลอดเลยไง สุดท้ายก็ต้องเปิด) พอเปิดปุ๊บไอ้ตี้ก็ตื่นจริงๆ เพราะเสียงรถบรรทุกและแรงสั่นสะเทือน ก็รอ รอ รอ สุดท้ายพ่อคุณทูนหัวริชชาร์ดก็มาถึง ตัวแกเองก็เดี้ยงๆ ปวดหลังอยู่ ลากอุปกรณ์สารพัดมาพร้อม แป๊บเดียวก็เอาไอ้แบนออก เอาโดนัทมาใส่ให้วิ่งกลับบ้านได้ และเติมน้ำมันให้อีก 1 กระป๋องแดงใหญ่ เห็นบอกว่า 2.5 แกลลอนมั๊ง (55555 มีน้ำมันแล้ว หรือไปช้อปต่อดี 55555 ไม่เจียมมมมม.....)


แล้วก็ค่อยๆ คืบคลานกลับบ้านด้วย 3 ล้อ กะ 1 โดนัท ทั้ง 3 ชีวิตปลอดภัยดี ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ต้องขอบพระคุณ ป๋าริชชาร์ดและพี่นางที่แสนดี (บางทีทำตัวเป็นแม่ (มด) ด้วย5555) ถ้าวันนั้นป๋าไปทำงาน คิดเอาละก๊านนนน.... โทรตามประกัน รอหนักหนากว่านั้นอีก จ่ายยุบยับทีหลังอีกเท่าไหร่ เป็นว่าจบเหตุสะเทือนขวัญประจำสัปดาห์ไปด้วยดี (คือต้องมีโน่นนี่นั่น สั่นประสาทไม่ได้หยุดเลยว่ะ)


Friday, April 11, 2008

เข้าครัวกันนิดนึง

ยามขยันคือขี้เกียจทำอย่างอื่น เลยโพสต์อย่างเมามัน

ไอ้แพร์สองลูกนี่เห็นแล้วก็ขำ เลยถ่ายรูปซะเลย จริงๆ พวกมันอยู่ในตะกร้าผลไม้แหละ นอนแอ้งแม๊งอยู่หลายวัน อีพ่อก็คอยบอก ปอกให้ลูกกินหน่อยนะ ลูกชอบทั้งสองตัว เราก็ เออๆๆ แล้วก็ลืม พอวันนั้นตื่นมา พ่อมันไปทำงานแล้ว แต่เอาไอ้แพร์สองลูกมาเกาะเค้าน์เต้อร์ครัวไว้ ให้มันเตะตาโครมๆ ไม่เอาให้ลูกกินไม่ได้แล้ว 55555 เห็นแล้วสงสาร เหมือนมันเกาะขอบไว้ กลัวว่าเดี๋ยวมันตกขอบนั่นตาย 55555


ดอกไม้จาก “ที่เลิ้บ” เคยเกริ่นไว้ก่อนแล้วว่า อย่าไปคาดหวัง “ดอกกุดาบ” วันวาเลนไทน์ จากฝามีของอิชั้น เพราะช่วงนั้นไม่ว่ากุหลาบหรือดอกไม้ไหนๆ ก็แพงระยับ แต่อีตาคนนี้ซื้อดอกไม้ให้ทั้งปี พอเลิกงานดึกๆ แล้วต้องแวะซื้อนม ซื้อไข่ ซื้ออาหาร และไปเห็นดอกไม้ลดราคาก็จะรีบลากมาฝากเสมอๆ ก็น่ารักน่าชังแบบนี้แหละ


อันนี้เป็นขนมครกสิงคโปร์ที่อยากกินมากๆ อาฆาตมานาน พอได้สูตร ไปลากซื้อใบเตยแช่แข็งมา เครื่องครบก็เริ่มลงมือ ผลออกมาเหมือน แพนเค้กรสใบเตย ผิดหวังสุด จากที่คอยหยอดใส่เบ้าหนมครกรัสเซีย (โด่งก็ไม่โด่ง โด่ก็ไม่โด่ อย่างที่หวังใจไว้) เสียเวลา เจ็บใจ เลยราดใส่พิมพ์ว๊าฟเฟิ่ลให้มันรู้แล้วรู้แร่ด จบๆ ไป คราวหน้าเอาใหม่ เพราะใบเตยเหลือเยอะ ใช้แป้งข้าวจ้าวแทนแป้งเค้ก จะได้เด้งๆ โด่ๆ หนึบๆ แล้วจะรายงานผล


Chapino แบบไทยๆ หรือแบบอู๋ๆ ดูกันเอาเอง ซีฟู้ดส์ซุปสไตล์อิตาเลี่ยน กลายเป็นซึฟู้ดส์อบวุ้นเส้น 5555 เริ่มด้วยเอาวุ้นเส้นแห้งๆ 1 ห่อ ปาลงไปในถ้วย แกะชาพิโน่โฟรสเซ่น ปาลงไป เติมน้ำ ครึ่งถ้วย โยนถ้วยใส่เตาไมโครเวฟ 3 นาที เอามาคนๆ หน่อยนึง โยนเข้าไปคืนอบต่อไปอีก 3-5 นาที ดูว่ากุ้งหอยปลาปูสุกดี เป็นว่าลากออกมารับทานได้ ไม่ต้องมีเฟร้นช์เบรดเพราะวุ้นเส้นนุ่มอร่อย อิ่มไปหนึ่งมื้อค่ะ

เชสต์นัทก๊วนนี้ แช่แข็งมาปีกว่าๆ แล้ว นึกอยากก็เอาออกมาต้ม 20 นาที ก็พอกินขัดให้หายอยากเกาลัดไปได้บ้างนิ้ดดดดดด...นึง (แค่นั้น) เกาลัดต้องซื้อเป็นฤดู ปีนึงซื้อได้ไม่กี่เดือน พอหนาวๆ ตุลา พฤศจิกา ก็ต้องรีบสั่งจากฟาร์มทางอินเตอร์เน็ท สั่งทุกปีแหละ พอใกล้ๆ เวลา เค้าก็จะส่งโปสการ์ดมาเตือน ถ้าเลยไปถึงมกรา ก็อด หมดกัน มีแต่แบบแห้งแกะเปลือก เค้าเอาไว้ทำอาหาร ขนมนมเนยกัน น่าเอามาห่อบ๊ะจ่าง 55555 ตะละอยากกิน พูดเหมือนทำเป็นเลย ส่วนไอ้นัทพวนี้พอซื้อมา ลูกใหญ่ ลูกเล็ก ซึ่งราคาก็แตกต่างกันไปตามขนาด ชอบขนาดกลางๆ ซื้อทีก็ 5-6 ปอนด์ๆ ละ 4-5 เหรียญ ก็เอามาแบ่งๆ ใส่ถุงเล็กๆ ซีลสูญญากาศ แช่แข็งเก็บไว้ได้เป็นปี พออยากก็เอามาหุงหาทำกินตามแต่จะนึกออก ไอ้วิธีต้ม 20 นาที เพื่อนเกาหลีสอนมา เคยผ่ากากบาทแล้วอบในเตาอบ อบในเตาติ๊ง หรือผ่าแล้วปิ้งในเตาผิงไฟก็เคย ไม่เวิร์คว่ะ ต้มแล้วดีกว่าแต่ไม่เริ่ดเหมือนคั่วด้วยเม็ดกาแฟที่เมืองไทย แต่เอาเถอะวะ “ดีกว่าไม้ดีดปาก” 555555

มีดชุดใหม่ ราคาแพงระยับ สวามีซื้อให้ ไอ้ที่อยากได้ก็ดันไม่ซื้อให้ "เป๋าลุ๋ย" ใบที่เล็งไว้เงี๊ยะ ไอ้ที่ไม่อยากได้ดันซื้อให้ แถมหย่อนพันอยู่ไม่กี่สตางค์ คนขายก็คุยๆ คมแท้ๆ คมเหลือเกิน ดีเด่น พิเศษ เริ่ดกว่ายี่ห้อเลื่องชื่อ ตุ๊กตาคู่ของเยอรมัน ตอนมาสาธิตก็แบบ แหมดีจังวุ๊ย แต่ไม่คิดหรอกว่าจะซื้อเพราะมันแพงเกินไป อีก๊อตก็แบบ ....ยู โปรเฟสชั่นแนลเชฟ มีใบเซอร์รับประกัน ควรจะมีอาวุธคู่กายแบบสมเกียรติหน่อย ดันออเด้อร์ชุดใหญ่ไป พอของมาส่งเปิดกล่อง “เอ๋อ” เลย โมโหน่ะ ชอบน่ะชอบ แต่ไม่อยากได้ เพราะมันแพง เราก็นึกว่าแค่ยอมให้มันเข้าบ้านมาสาธิต ทนดูมัน เดี๋ยวมันก็ได้ตังค์นิดๆ หน่อยๆ จากบริษัทมีดนั่น ลืมบอกไป ไอ้เด็กที่ขายมีดน่ะ รู้จักันดี ไม่งั้นไม่ให้มันเข้าบ้านร๊อกกกก....

คาลบี้ จ้ะ คาลบี้ ของญี่ปุ่นต้นตำรับ ถุงละ 1.99 ลูกๆ ชอบกิน แต่ชอบแบบธรรมดานะ ส่วนวาซาบิสีเขียวนั่น เพิ่งลองซื้อมากินเป็นครั้งแรก ไม่หวจริงๆ เผ็ดๆๆๆๆๆ คุณแม่ยังรับไม่ไหว ไม่ซื้ออีกแล้วแบบวาซาบิ เข็ด เวลาไปซื้อหนูดีชอบบอก “ม๊าม่ะ” อยากกินซีฟู้ด 555555 คือรสกุ้งไง ถือว่ากินซีฟู้ดส์แบบประหยัดแล้วกันนะลูก 555555



พี่น้อง






โน้ต .... จากคุณอู๋ถึงคุณก๊อตซิล่า ดูมันตอบดิ

ติดค้างเป็นกระบุง

เงียบๆ ไป เพราะ ยุ่งๆ เรื่องไม่น่ายุ่ง ลูกเต้า เพื่อนฝูงและอินลอว์ ไม่พล่ามดีกว่า โพสต์รูปก่อน ไว้มาเล่ารายละเอียดเมื่อขยันละกัน ทั้งเรื่องและรูปที่อยากนำเสนอติดค้างเป็นกระบุง ทะยอยๆ เอาดีกว่าเน๊อะ



อันนี้ฝามีพาไปดู “บลู” คอนเสิร์ทวันเซ็นต์แพ็ทริก เซ็งระเบิด ไม่สนุก ไม่ชอบ หิวด้วย



งานวันเกิดฉลอง 80 ขวบ “ตาเฟ๊ด” พ่อเลี้ยงของพี่ก๊อต รวมญาติวันหยุด – อีกเบื่อนึงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้


พาลูกๆ ไปล่าไข่วันอีสเต้อร์


พาลูกไปกินไปเล่นที่แม๊คโดนัลส์ ร้านประจำของแม่บ้านหลังยาว


พ่อบ้านพาครอบครัวไปทะเล พิสโม่บีช ค้างคืนนึง เป็นสุขสนุกดีทั้งครอบครัว



เล่นบั๊บเบิ้ลที่สนามสวยหน้าบ้าน หญ้าไม่เคยตัด นานๆ เข้าเหมือนป่าข้าวโพด ถามปั๋วที่เลิ้บเมื่อไหร่ได้กินวะ ข้าวโพดเนี่ย 55555

ไอ้ตี้ไข้สูงไม่สบาย พาไปอีอาร์โรงบาลเด็ก 2 วันติด น่าสงสาร โดนเจาะโดนแทงซะพรุน ลูกร้องแม่ก็ร้อง

Wednesday, March 19, 2008

คอมพ์ใหม่ เน็ทแบบเก่า แหวะ

วันนี้ ไม่มีอะไรใหม่ ชีวิตแบบเดิมๆ แถม “เจือก” ลืมหมอนัดด้วย นัดข้ามปีก็แบบนี้แหละ แล้วยังเสือกโทรเลื่อนไปเลื่อนมา เลื่อนขึ้นเลื่อนลงอยู่ได้ เลยลืมซะเลย แต่ได้ ”รี-สะเก๊ตด้วน” ไปแล้วแหละ จริงๆ ก็แค่แอนน่วลเช๊คอัพแหละ แล้วก็ต้องเอา “จิ๋ม” ไปออกอากาศ ซึ่งไม่สนุกเท่าไหร่ แต่แก่แล้ว-ทำได้ก็ทำไปเถอะ อายก็ต้องทน สงสารหมอเน๊าะ 555555 คือมันไม่น่าเจริญหูเจริญตาเอาซะเลย คราวนี้ก็ลุ้นว่าหมอจะเจออะไรอีก แหวะ เซ็ง


เมื่อเดือนกุมภาฯ ที่ผ่านมา มีอะไรๆ เกิดขึ้นเยอะแยะ วันที่ 20 ก็คือมีการเกิด จันทรุปราคา (สะกดถูกหรือปล่าว หรือเรียก “จัน-ทะ-คาด” ดีวะ) ก็แบกลูกวิ่งเข้าออกไปดูที่ระเบียงหลังบ้าน พอดีอยู่บ้านนอก ฟ้ามืดดี เห็นได้ชัด แต่ถ่ายรูปไม่ชัด หาขาตั้งกล้องไม่เจอ คืนนั้นยังหนาวอยู่มากด้วย ก็งั้นๆ แหละ ไม่ตื่นเต้นอะไร แต่อีพ่อก็โทรมาจากโรงงานบอกไอ้ดีทุกๆ 5 นาทีให้ออกไปดู ก็เลยต้องวิ่งเข้าวิ่งออกกับลูก ไม่รู้สึกแบบ โหย.... หูย..... แค่ “งั้นๆ” จริงๆ นะ

แล้วก็ซื้อคอมพ์ใหม่ อันเก่ามันเน่าๆ หนอนๆ มาพักใหญ่ๆ แล้ว คราวนี้ก็เอาแบบ “ไฮ-เอนด์” (อีกแล้ว) จอแบน 22 นิ้ว ทั้งชุดของ ฮิวเล็ตต์-ผักกาด 5555 คอมพ์เจ๋งแจ๋วแค่ไหนก็ยังต้องใช้อินเตอร์เน็ท “ไดล์-อัพ” เช่นเดิม นี่ก็อีกเซ็งนึงที่ไม่สามารถกำจัดไปได้ เล่าเรื่องคอมพ์ต่อ พอซื้อมาปุ๊บ ตื่นเต้ลลลลล เห่อปี๊ดๆ เลย แกะออกมาติดตั้งเอง คือไม่จ้างเค้า มันแพงน่ะ ก็เคยทำมาแล้วตั้ง 3 เซ็ท ราบรื่นดีมาตลอด แต่คราวนี้ มันไม่ยอมมีเสียง โทรๆๆๆๆ คุยกะไอ้บัง (อีกแล้น) ทำโน่นนี่ตามมันบอก ก็โอเคและ แต่ไม่ค่อยเป็นที่พอใจ เลยเอาไปคืนที่เบสต์บาย โชคดีที่คิดคืนก่อน 15 วัน เลยไม่ต้องถูกหัก 15% เป็นค่า รีสต๊อกกิ้ง เป็นว่า 8 วันที่ผ่านมาเลยได้ใช้คอมพ์ใหม่เอี่ยมฟรีๆ พอคืนเค้าไปก็เหวอๆ เอ๋อๆ รออีก 2-3 วันก็ไปลากมาอีกชุดนึง เหมือนเดิมเป๊ะ แต่ถูกกว่าเดิมประมาณ 150 เหรียญ ดีใจ ดีใจ ดีใจ เอาไปกร่างกะปั๋วได้ ข้าเก่ง ข้ากู้ด 55555 เพราะอีตานั่นทำ “อ่า” ไรไม่เป็นเลย เป็น “ยู้ดเซ่อ” ตัวจริง เซ่อๆ ซ่าๆ ไปซะหมด อย่าหาว่า “นิน” เลย เครื่องใช้ไฟฟ้าบ้านนี้ อิชั้นเป็นคน “ฮุก” ติดตั้งต่อเติมแต่เพียงผู้เดียว พี่แกคอยช่วยจับช่วยยกอย่างเดียว อะไรๆ ก็จะจ้างเค้ามาทำไปซะหมด แพงนะโว้ย บางทีก็แบบว่า รอให้ “บัก-แล๊นซ์” น้องชายมาทำให้ รอไปเถอะ ไม่รู้ชาติไหนจะตามตัวเจอ อู๋เก่งกว่าเว้ยยยยย ทำดีก็ได้ ทำพังก็เก่ง 55555 พอติดตั้งชุดใหม่ก็แบบเดิมอีกไม่มีเสียออกมาทางลำโพงของจอแบนนั่น เบื่อเลย ทำอะไรผิดวะ ไม่เอาไปคืนแล้ว เก็บไว้ก่อน เผื่อไอ้แล๊นซ์มันมาปรากฏกายเมื่อไหร่ค่อยให้มันดู แต่ก็ไปลากเอาลำโพงกะซับวู้ฟเฟ่อชุดเก่า (ของ”ฮาแมนกาด้อน” เชียวนะ) ก็เลยเสียงดังใสปิ๊ง พอให้หายคับข้องใจไปได้เยอะเชียว

สรุปว่าได้คอมพ์ชุดใหม่ เจ๋งดี แต่เน็ทอืดเหนื่อยเช่นเดิม ส่วนไอ้แล็บท๊อบที่พี่ก๊อตซื้อให้ใช้ส่วนตัว (ที่เจ๋งสุดๆ เมื่อ 2 ปีก่อน 5555) ต้องเอาไปหาหมอให้เช็คอัพเร็วๆ นี้ เพราะป่วยหลายอาการมากๆ ไม่ยอมเบิร์นแผ่นไหนๆ รูเสียบยูเอสบีแบบคู่ก็หักแหกระเบิดระเบ้อ เพราะไอ้ตัวเล็กกระชากสายเม๊าส์ แล้วก็เอาโน่นนี่แหย่ๆๆๆ แทงๆๆๆ ทิ่มๆๆๆ สารพัดมันจะทำแหละ เผลอเป็นไม่ได้ แถมเอาดินสอขีดเขียนฝาด้านบนซะลายพร้อยยยยย.... โอย...ยังมีอีกเยอะ หลายอาการ คาดว่าอีกประมาณ 150 แหละที่ต้องเสีย มีแต่เรื่องเสียเงินว่ะ

Tuesday, March 11, 2008

คุยกับครูใหญ่ของลูก

อันนี้เป็นเรื่องค้างสต๊อค (ตอนที่หายหัวไปนานๆ) แบบว่า “ต้องเล่า” คือไปคุยกะ “มิสเตอพร็นซิเปิ้ล” ตั้งแต่ วันที่ 21 กุมภาโน่น คือขอนัดเค้าแล้วก็เลื่อนกันเรื่อยมา สรุปวันวันนั้นทุกอย่างโอเค แต่ว่าต้องไปคุยคนเดียว (อีกแล้ว) เพราะพ่อมันถูกโทรตามไปทำงานด่วน เรื่องของเรื่องก็คือ หนูดีมันก็เล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ฟังเรื่อยๆ ว่า วันนี้ทำอะไรที่โรงเรียน เล่นอะไร ตีกะใครบ้าง บางทีก็สนุกดี ขำดี บางทีฟังแล้วก็มีโมโห หลายครั้งที่ข้อง ขัด เคืองใจ ก็แล่นไปถามอีครูประจำชั้น นังครูคนนี้เป็นครูใหม่ ถามไถ่เอาความทีไรก็ตอบแค่ว่า เด็กๆ ก็แบบนี้แหละ Kids’ things!!!! แล้วลูกเราเป็นไง ดื้อด้านหรือทำอะไรไม่ดีหรือปปล่าว มันก็จะบอกว่า She’s a sweet little girl, she’s a very good girl, thanks for having her in my class! พอได้คำตอบเดิมๆ หลายๆ ครั้งก็ชักไงๆ วุ๊ย เลยนัดคุยกะครูใหญ่


เปิดฉากก็เล่าๆๆๆๆๆ ถามๆๆๆๆ เรื่องใหญ่ก็คือเพื่อนบางคน บางกลุ่ม ไม่ชอบลูกเราเอามากๆ ลูกเราไปทำอะไรไม่ดีหรือปล่าว ทำไมพวกมันชอบมาว่าลูกให้เสียใจ ขี้เหร่เงี๊ยะ ที่หนักหนาสะดุดใจพ่อแม่มากที่สุดก็คือ หนูดีไปคุยอวดเพื่อนๆ ว่า ซัมเม่อร์นี้จะไปเมืองไทย เพื่อนมันคนนึงพูดว่า Good! People like you need to leave the country and ….. don’t come back! ขำไม่ออกว่ะ นี่เป็นแค่หนึ่งตัวอย่าง ลูกต้องซัฟเฟ่อร์แบบนี้ตลอดเวลา ก็เลยมานั่งถกกะผัว ย้ายลูกออกจากโรงเรียนแคธอลิคบ้านี่เถอะ แพงก็แพง เด็กเปรตพวกนี้ก็ “มีน” สุดๆ อีพ่อมันก็ไม่ยอมอยู่อย่างเดิม ตานี้พอเล่าให้ครูใหญ่ฟังแล้ว เค้าก็แบบตะลึง แล้วก็บอกว่า สรุป รอมมี่มี 2 ปัญหา หนึ่ง รอมมี่เคยเป็นเด็กเรียนดีมากๆ จาก “เอ-รวด” มาเป็น “เอไม่รวด” อีกปัญหานึคือเพื่อนๆ ชอบแกล้งพูดให้เสียใจ ครูใหญ่ก็จะไปลากคอไอ้พวกนั้นมาปามรายตัว แล้วก็รอมมี่เวลคั่มเสมอที่จะเข้ามาคุยกับครูใหญ่ตลอดเวลาและจะเก็บเป็นความลับ ส่วนเรื่องอีครูประจำชั้นห่วยๆ นั่น (เคยถามไง นี่ เออ แก ลูกชั้นบ่นว่าเลขบทนี้ย้าก... ยาก .... อีครูตอบว่า เออ ยากจริงๆ ด้วย ไอยังไม่เข้าใจ ทำไม่ได้เลยเหมือนกัลล์ ไม่รู้จะสอนนักเรียนให้เข้าใจได้ยังไง – ฟังแล้วก็จุกเลยแหละ ครูพูดแบบนี้ เรื่องนี้ก็ได้เล่าให้ครูใหญ่มันฟังด้วย) หลังๆ มา เวลาไปรับลูก ก็ไม่ได้เซย์ – เฮลโหล - กู้ดบาย - จี๋จ๋า ดังเดิม แถมมันส่งจดหมายถึงผู้ปกครองทั้งหมดว่า “มีอะไรคุยกันได้น้า..... มีเวลาให้พวกยูเสมอน้า....“ มันก็ไม่ได้เอ่ยชื่อออกนามว่าใครฟ้องครูใหญ่อะไรยังไง ก็คือตึงๆ กันแหละระหว่างแม่อีดีกะครูอีดีน่ะ เป็นว่าวันนั้น คุยกับมิสเตอร์สเปนเซ่อร์ คุณครูใหญ่ไป 1 ชั่วโมงเศษๆ พอตอนจบยังมาชมว่าเราเป็นแม่ที่ดีมากๆ นะ เอาใจใส่ลูก ยังหยอดทิ้งท้ายว่าน่าจะคอนเวิร์ทเป็นแคธอลิทนะ อ้าววว.....ท่าจะบ้า ผัวยังไม่กล้าพูดแบบนี้เลย 555555 เป็นพุทธ ยังเป็นได้ไม่ดี จะให้เป็นแคธอลิค 55555

Friday, March 7, 2008

ไอ้เตี้ยทำเลอะอีกแล้ว


วันนี้ก่อนไปรับลูกจากโรงเรียน แวะไปแบ๊งค์ พอมีเวลาเหลือเลยแวะไปหาอะไรเย็นๆ ดูดดด....ซะหน่อย ไปบั๊คส์ ลากแฟล๊ปปุชชิโน่ปั่นอย่างเดิม แล้วก็สั่งสตรอเบอรี่เลมอนเหนดให้ลูกๆ แบ่งกันดูด ขับรถไปก็เอื้อมไปเอาให้ไอ้ตัวเล็กดูด พอเห็นว่าถือแก้วดูโอเคก็เลย ปล่อยไปก่อน ไม่ต้องดึงกลับไปมา มันก็โอเคมาตลอดฟรีเวย์ พอถึงโรงเรียน ก็นั่งกินหนมกัน รอเวลาโรงเรียนปล่อยเด็กๆ ออกมา พอเหลือบเห็นลูกก็เลยผละจากไอ้ตัวเล็ก เดินไปรับไอ้ตัวใหญ่ โรงเรียนนี้ไม่ให้นักเรียนเดินออกมานอกรั้วโดยไม่มีผู้ปกครองรอรับ พอได้ตัวไอ้หนูดี พี่มันเก็บกระป๋งกระเป๋าใส่ท้ายรถเรียบร้อยก็ “กรี๊ดดดดดดดดด...” เลย ไอ้อ้วนได้เทน้ำปั่นราดตัวเองซะแล้ว ถุงไดเป้อก็ไม่ได้เอามา ก็เลยไม่มีผ้าผ่อนอะไรก็ให้ซับ เช็ด มีแต่ทิชชู่ เลยต้องฮ้อกลับบ้านด่วยจี๋ แผนที่ว่าจะไปเติมน้ำมัน แล้วพาลูกไปกินข้าวที่ “เพอโก้ส์” ตามที่พ่อมันสั่งและฝากตังค์ไว้ ก็เป็นอันล้มลง (น้ำมันวันนี้แพงขึ้นอีกแล้ว ตอนนี้น้ำมันขึ้นราคาเป็นรายนาทีเลย วันนี้ ไร้สารธรรมดา อยู่ที่แกลลอนละ $3.49….. เซ็งจัง)

พอถึงบ้านอีหนูดีก็เอาจักรยานออกไปร่อนเร่ที่หน้าบ้านนิดนึง แล้วให้มันเอาน้องไปล้างน้ำในอ่าง ส่วนตัวเองรีบไปอบไส้กรอกกับอุ่นข้าวเหนียวให้ลูก แล้วก็รีบเอาคาร์ซีทมาแกะออกแล้วเอาผ้าหุ้มมันไปซัก ก็วางแผนไว้แล้วนะว่าจะรื้อออกมาซักซะที มันเทโน่นนี่คว่ำใส่ประจำ แต่ไม่ได้คิดจะทำวันนี้ แถมวันนี้วันศุกร์ ต้องไปรับอาหารไปส่งฝาละมีที่โรงงานด้วย เป็นว่าต้องใช้รถ ใช้คาร์ซีทอีกรอบ ก็คาดว่ามันคงจะแห้งทัน จะอบแบบร้อนๆ เดี๋ยวจะหดเดี้ยงซะอีก จะเอาคาร์ซีทเบบี้ให้มันนั่ง-ก็คงไม่เวิ๊ร์ค มันจิ๋วไปนิด คิดไว้แล้วนา.... ว่าจะซื้อคาร์ซีทถูกๆ ไว้อีกอัน เผื่อฉุกเฉิน แต่ไม่ได้ซื้อซักที คราวนี้ก็เลยคิดว่า วีคเอนด์นี้ไปลากมาเลยดีกว่า ทุ่มสุดๆ 60 พอ อันที่ใช้อยู่ก็ราคากลางๆ ประมาณ 200 ขออย่าให้ไอ้ผ้าหุ้มมันหดเล้ยยยยยย สาธุ ลูกช้างไม่อยากเสียก๊ะตังอีก กะว่าใช้อันนี้ไปถึง 3-4 ขวบเลยน้า.....

ช้อปเสื้อผ้าให้ลูก


วันนี้ไปลากซื้อเสื้อผ้าให้ลูกทั้ง 2 ตัว ได้เสื้อผ้าใหม่คนละภูเขา ม้าม่าไม่ได้อะไรนอกจากยาแก้คันขี้เรื้อน 5555 ยังไม่ได้ถ่ายรูปเสื้อผ้า ดูใบเสร็จไปก่อน ของลูกชายได้ดิสเค้าท์สะใจ 10% + 15% ส่วนของหญิงดีเธออยากใส่เสื้อผ้ายี่ห้อนี้มานาน แม่เลยกลั้นใจพาไปลากมาให้ฝูงนึง และลูกไม่มีเสื้อผ้าสวยๆ รับสปริง-ซัมเม่อร์ หรือเวลาวันที่ลูกได้ใส่ฟรีเดรส ก็เป็นที่น่าสงสารดูไม่เริ่ดเปิ๊ดสะก๊าดเหมือนเพื่อนๆ แล้วก็โตเร๊วเร็ว แป๊บๆ เดี๋ยวคับ เดี๋ยวคับ แถมหาซื้อเสื้อผ้ายากมากด้วยตอนนี้ เพราะอยู่ตรง “บีทวีน” อีกแล้วคับท่าน บีทวีนเด็กหญิงกับทีนเอจ เสื้อผ้าเด็กหญิง ไซ้ส์ 16 ใหญ่ยักษ์สุดบางแบบก็พอใส่ได้อีกแป๊บนึง บางแบบก็ไม่สามารถเข้าไปอยู่อาศัยได้ แถมเสื้อผ้าแฟชั่นสไตล์ใหม่ๆ เค้านิยมใส่คับๆ ติ้วๆ จิ๋วๆ ซึ่งมันก็ไม่เหมาะกับอีหนูดีเอาซะเลย จริงๆ มันก็ไม่เหมาะและดูไม่น่ารักกับเด็กๆ ทั่วไปแหละ โดยเฉพาะเด็กอ้วนพีแบบหนูดี แต่พอเลือกซื้อเสื้อผ้าวัยรุ่น วัยสาว ก็คอกว้างขวางซะ นมที่เพิ่งจะแหลมๆ แทบจะโผล่ออกมาตรงคอเสื้อ เซ็งจิตจริงๆ เสื้อวัยรุ่นบางทีก็ผอมลีบซะน่าขำ สงสารอีหนูอ้วนของดิฉันจริงๆ

Tuesday, March 4, 2008

หายไปนาน กลับมาแล้ว


หายไปนาน หายไปเลย เลยมีเรื่องต้องเล่าให้โลกได้รู้ค้างสต๊อกอยู่เยอะ จะค่อยทะยอยๆ โพลต์แล้วกัน ชีวิตก็ยุ่งๆ บ้าๆ บอๆ ตามปกติ บางวันก็มีเรื่องงี่เง่าต้องแก้ บางวันก็เบื่อๆ เหงาๆ เซ็ง บางวันก็เหมือนยู้ง.... ยุ่ง... วิ่งหางชี้โน่นนี่นั่นทั้งวัน ไม่ได้อะไรขึ้นมา นั่นก็ไม่เสร็จ นี่ก็ไม่แล้ว กับข้าวกับปลาก็ทำกินบ้างตามกำลังความขยัน ส่วนวันนี้ทำจับฉ่ายให้ลูกๆ กิน จริงๆ แล้วตัวเองก็โปรดจับฉ่ายมาก วันนี้ใส่ขาหมู กระดูกหมู และ หมูกรอบที่ได้มาจากบ้านเจนนี่ตั้งแต่ตรุษจีน “ขังไว้นาน” จนลืมไปแล้ว เอามาสับๆ ใส่ลงไปก็อร่อยดี ส่วนผัก ไปลากมาจากร้านลาว หน้าตาคล้ายๆ กวางตุ้ง คล้ายๆ ผักกาด ผักคะน้า เป็นใช้ได้ ลากมาเยอะแยะ รวมทั้งหัวไชเท้าด้วย สับๆ หั่นๆ ล้างให้สะอาด โยนลงหม้อไป ลูกสาวแสนสวยชอยซุปนี้ด้วย โดยเรียกซุปของโปรดนี้ว่า “ไทย มินิสสะโตรเน่ ซูป not Italian Minestrone Soup” แล้วแต่มันจะเรียกเถอะเน๊าะ ขอให้มันกินผักบ้างเถ้อออออ...

กระจกรถแคร๊ก
แต่ละวันจะมีเรื่องให้ปวดหัว ให้ตื่นตะหนก อยู่เรื่อยๆ ไม่เคยขาด จะปวดกะบาลมากกว่าปกติถ้าเป็นเรื่องที่ต้องเสียตังค์ เพราะยิ่งรวยๆ อยู่ ฮึ...เช้าวันนึง 2 อาทิตย์ได้แล้ว ขับรถไปส่งอีอ้วนที่โรงเรียน หมอกก็หนา อากาศก็หนาว เลยออกไปติดเครื่องรถเปิดฮีทเต้อร์พอให้รถอุ่นๆ ซะหน่อยก่อนที่ลูกจะเข้าไปนั่งในรถ พอเริ่มออกจากบ้าน เห็นอะไร “แปล๊บๆ” ตรงหน้ากระจก พอมองไปดู อ้าว..กระจกร้าวนี่หว่า ตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย ทำไมเพิ่งเห็น รอยร้าวยาวประมาณ 4-5 นิ้วได้ พอขับไปอีกหน่อย รอยร้าววิ่งลิ่วๆ เลย จากนิ้วเป็นฟุต อีหนูดี “กัวน่ะแม่ กัวๆๆ” เลยปิดฮีทเต้อร์ซะหน่อย เพราะคิกว่า ความอุ่นภายในรถกับความเย็นนอกรถน่าจะเป็นสาเหตุอย่างนึง (อิฉันเป็นยอดนักวิทยาศาสตร์ค่ะ มิใช่ไสยาศาสตร์) ปิดฮีทเต้อร์ก็ไม่ใช่จะแก้ไขรอยร้าวอะไรได้หรอก เพียงแต่น่าจะทำให้รอยร้าวมันหยุดวิ่งแบบนั้นลงบ้าง พอขากลับบ้าน ก็แบบ “เปี๊ยะๆ” ต่อมาอีกซัก 2-3 นิ้ว สรุปว่า น่ากลัว เพราะไม่อยากให้มันลั่นโพล๊ะแหกแตกละเอียดเวลาขับรถไปกับลูกน้อยกลอยใจทั้งสองตัว

พอบ่ายไปรับลูก ขับรถออกไปร้านกระจกที่เคยเอาฮุนไดไปเปลี่ยนกระจกเมื่อ 2 ปีก่อน (เนื่องจากรถถูกทุบ เมื่อเกือบ 2 ปีก่อน) ปรากฏว่า หาไม่เจอ มันปิดกิจการไปแล้ว ทำไงดีวะ งงเต๊กเลย ตาหูเหลือกขับกลับเข้ามาในเมือง ชะแว๊บเห็บป้าย “ซ่อมกระจกร้าว เปลี่ยนกระจก” ก็ขับทิ่มเข้าไปในร้านมันเลย ไอ้เม๊กออกมาถามไถ่ เราก็ร่าย..นิดหน่อยแล้วก็แจ้งไปว่าอยากเปลี่ยนวินชิลด์ใหม่ ไอ้ดำเจ้าของร้านก็ออกมาจ๊ะจ๋า บอกว่าซ่อมได้นะ ยิงเจาะแล้วใช้กาวพิเศษ สะต๊อปมันไม่ให้รันไปอีก เลยถามไปว่าเท่าไหร่ คงทนอีกนานแค่ไหน มันบอกใช้ได้อีกปีนึง ไอ้บร้า... ปีเดียว ค่าซ่อม 75 เปลี่ยนใหม่ 130 บร้าป่าววะ เลยตกลงว่าจะเปลี่ยนใหม่ มันบอกวันนี้งานยุ่งให้มาพรุ่งนี้แต่เช้า ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง เออ แล้วเจอกันพรุ่งนี้

ตื่นเช้าเอาลูกไปส่งโรงเรียน แวะเอารถไปทิ้งให้ไอ้ดำ อีก๊อตขับรถไปรับกลับบ้าน วันนั้นเอารถอีก๊อตไว้ใช้ เลยต้องขับรถไปส่งปั๋วไปทำงาน พอเวลาลูกเลิกเรียน รับลูกแล้วเลยแวะไปรับรถ แล้วจะขับรถไงวะทีละ 2 คัน 55555 แผนแรก คือจะขับอีโตโยต้ากลับบ้าน เพราะคันนั้นมีเบบี้คาร์ซีท แล้วทิ้งอีฮุนได้ไว้ที่ร้านไอ้ดำ (โชคดีว่า “จิน” มันมาพักอยู่ด้วย เลยมีเบบี้ซิทเต้อร์ ไม่ต้องแบบลูกน้อยหอยสังข์ออกไปด้วย) พอถึงบ้านก็จะหอบลูกสองตัว เพื่อนหนึ่งตัว ใส่อีโตโยต้ากลับไปร้านไอ้ดำ แล้วให้ไอ้จินขับอีฮุนไดกลับบ้านให้ แต่ก็หวาดๆ เพราะจินมันไม่มี “ต้นขับขี่” 55555 แต่เอาเข้าจริงผิดแผน และไม่ยุ่งยากอย่างแผนที่วางไว้ ไอ้ดำมีลูกน้องว่างอยู่คน มันเลยให้ขับ “อีฮุน” มาส่งที่บ้าน ก็หวาดๆ อีแหละ ให้คนแปลกหน้ารู้ที่อยู่ เอาวะ ไม่มีทางเลือกมากนัก เอาให้มันเสร็จๆ ไปซะเรื่อง เลยได้ไอ้หนุ่มน้อยเม๊กขับอีฮุนมาส่งบ้าน เราก็เอาอีหนูดีไปโยนทิ้งให้น้าจินเลี้ยงอีกคน แล้วก็ขับ “อีโตต้า”ไปส่งไม้เม๊กคืนที่ร้านมัน จบข่าว อ้อสรุป ค่าเปลี่ยนกระจก ไม่ใช่ 130 ตามที่ตกลง ซ้อรี่แมม ค่านั่นด้วย ค่านี่ด้วย ฆ่าโน่นอีก รวมแล้ว 175 ย่ะ ไอ้ดำ ไอ้เวน พอเห็นล้วงเงินสดจ่าย เลยลดให้ 5 บาท

ปรากฎเรื่องไม่จบแค่นั้น วันรุงขึ้นขับรถไปซื้อกับข้าวที่เฟรสโน่ รถทำไมมันดังอื้ออึงแปลกๆ วะ จึงได้พบว่า กระจกติดตั้งไม่ดี มี “แก๊ป” เลบมีเสียงลมแทรกเสียดสี ก่อความรำคาญเป็นอย่างมากๆ ก็เลยต้องมีการเอารถไปทิ้งให้มันแก้ไขอีก เซ็งโว้ยย..... แต่คราวนี้ไปรอ เพราะมันบอก แค่ชั่วโมงเดียว เลยพากลูกกะเพื่อนเดินไปนั่งกินไชนีสบั๊ฟเฟ่ต์ แถวๆ นั้น กินกินจนเหนื่อย ไม่เคยกินบัฟเฟ็ต นานขนาดนี้ กินจนอาย กินจนอืด ครบชั่วโมงก็เบย เดินไปเอารถคืน ปากฎรถเสร็จตั้งนานแล้ว ไอ้ดำเจือกไม่โทรตาม-ตามที่ตกลงกันไว้ เราก็ร้อ....รอ..... กินๆๆๆๆๆๆ อิ่มแทบอ้วก ความผิดของไอ้ดำ 55555 จบเรื่องกระจกรถแคร๊ก ปะการะชะนี้