Showing posts with label Cell Phone. Show all posts
Showing posts with label Cell Phone. Show all posts

Tuesday, March 1, 2011

ฤๅข้านี้..คือ..ขุนศึก

จึงต้องออกรบตลอดเวลา (วะ) ระยะเวลาตลอดเดือนเศษๆ ที่ผ่านมา… ต้องเรียกว่า ข้าศึกบุกประชิดประตูเมืองทุกด้านเลยเชียว ศึกเหนือ-เสือใต้รอบตัว ไม่รู้เป็นอะไร เรื่องไม่มาหา ก็ดิ้นรนไปหาเรื่องใส่ตัวเองอยู่ได้ไม่หยุดหย่อน เฮ้อออออออ…… มันต้องมีอะไรมาให้ประลองฝีมือ รบรา อยู่ไม่ขาด ไม่เคยได้อยู่สงบๆ กับใครเค้าเลย

เรื่องแรก คือ ปัญหาที่มีกับ Notebook อันใหม่ คือเมื่อปลายปีก่อน พ่อบ้านเค้าซื้อโน๊ตบุ๊คใหม่เอี่ยมให้อีก 1 เครื่อง เป็นยี่ห้อ Hewlett-Packard รุ่นเบบี้ ไม่ใช่ไฮเอนด์หรือท๊อปออฟเดอะไลน์ แต่อย่างใด ราคาย่อมเยาว์ ขนาด 15.6” ตอนนั้นไม่ได้อยากได้ ไม่ได้บ่น งอแง งี่เง่า ร้องจะเอา… คือ เพื่อนรักชาวลาวของอิชั้น ไปเข้าคิวลากซื้อมา 2 เครื่องเมื่อตอน Black Fridayโน่น พอซื้อมาแล้ว เกิดนึกขึ้นได้ ว่าน่าจะซื้อ desktop จะดีกว่า ก็เลยมาถามขายให้ราคาเท่าที่เค้าจ่ายไป พอมานั่งคิดค่าที่เค้าไปเข้าคิวค่อนคืน เพื่อแย่งซื้อของราคาถูกเป็นพิเศษ แล้วมาขายให้โดยไม่คิดกำรี๊-กำไร มันก็น่าสนเน๊าะ มาถามขายอิชั้นเป็นคนแรก (ว่างั้น) แต่เค้าร้อนเงิน ต้องจ่ายเดี๋ยวนี้ๆ เลย ไม่งั้นจะไปถามขายคนอื่น อิชั้นก็เล่าให้พ่อบ้านฟัง อิตานั่นก็บอกว่าให้โทรไปบอกเค้าว่าจะซื้อเอง อิชั้นก็บอกไม่เอาหรอก เครื่องเก่าก็ยังเอี่ยมอยู่ เพี่ยงแค่ไอ้ตี้แกะแป้นออกไม่กี่อัน เดี๋ยวมีตังค์จะเอาไปซ่อม ก็แจ่มแมวเหมือนเดิม อิพ่อบ้านก็เลยบอกว่า จริงๆ ตั้งใจจะซื้อ iPad ให้ แต่อันนี้ถูกกว่าตั้งเยอะ ($300) เอาไว้ใช้เล่นๆ ไปก่อนละกัน

อิชั้นก็เลยกลายเป็นยอดหญิงที่มีคอมพิวเตอร์ในครอบครองถึง 4 เครื่อง ไม่รวม Handheld อีกอัน 555 ใช้คนเดียวนะคะ 555555… ถ้าลูกหรือสามีจะใช้ต้องขออนุญาต…เพราะอิชั้นใส่พาสเวิร์ดไว้ทุกเครื่อง แต่พ๊าดเหวิดไม่สามารถป้องกันคนมือบอนมาแกะคีบอร์ดได้ค่ะ ที่ต้องทำแบบนั้น.. ไม่ใช่งกนะคะ (พ่อบ้านก็มีพาสเวิร์ดของเค้า ใช้คอมพ์ได้ anytime เมื่อเค้าต้องการ แต่อิตานั่นไม่ค่อยใช้หรอกค่ะ จะมีก็ตอนก่อนไปทำงาน นั่งดื่มกาแฟหน้าคอมพ์หน่อยนึง เลิกงาน นานๆ ครั้ง ที่จะมานั่งหน้าจอ เสียที ก็เลยบอกไปว่า คอมพิวเตอร์ทั้งหมดเป็นของอิชั้น) ต่อๆๆๆๆ พ๊าดเหวิดต้องมีไว้ เพื่อความปลอดภัยของลูกๆ ค่ะ ก็ล๊อคไว้ทุกอย่าง ถ้าจะใช้ก็จะล๊อคอินให้ใช้ account ของเค้าเอง ซึ่งอิชั้นตั้งข้อจำกัด ตั้งเวลา ฯลฯ ไว้เพียบค่ะ โลกไซเบอร์น่ากลัวค่ะ

เป็นว่าอิชั้นมีโน๊ตบุตเพิ่มมา อาทิตย์แรกๆ ก็เพลินเลยค่ะ นอนดูละครขโชว์จากเมืองไทยได้บนเตียง ใส่หูฟัง อิพ่อบ้านจะดูหนัง ดูโทรทัศน์อะไรโหวกเหวก ก็ดูไป ไม่เกี่ยวกัน สุขเป็นไหนๆ มีสุดที่รักอ้วนๆ นั่งอยู่ข้างๆ ไอ้แล่บท๊อปอันเก่า 17.3” หนักมากค่ะ ถ้าวางบนตักนานๆ เมื่อยมากกกก… พอเข้าอาทิตย์ที่ 3 คืนหนึ่งคืนนั้น อิชั้นนอนดูรายการทีวีไทยผ่านยูทู้ปอยู่ดีๆ ณ ทันใด..เครื่องก็ปิดตัวลง ไม่ชาร์จ ไม่หือ ไม่อือ ดับสนิท หน้ามืดไป มืดจริงๆ นะ ทำไง๊ ทำไง จะทำยังไงดีวะ โมโหจัง เครื่องใหม่เอี่ยมเลย ใหม่เอี่ยมแบบอิชั้นเอามาแกะกล่องเองเลยนะคะ คนที่เค้าขายต่อให้ยังไม่ได้แตะต้องแกะกล่องแต่อย่างใด

พอวันต่อมาอิชั้นก็โทรไปที่ฮิวเล็ตต์ แพ๊คการ์ด (เครื่องยังอยู่ใน warrantee 1 ปี จึงจะใข้บริการนี้ได้ฟรีค่ะ) อิชั้นก็คุยกับเทคนิเชี่ยนเค้า แล้วก็เปลี่ยนไปเป็นแชทกันเพราะต้องมีการส่งลิ้งค์ต่างๆ ไปมา อิชั้นก็ทำตามสารพัดที่เค้าบอก ใช้เวลาหมดไป เกือบ 1 ชั่วโมง อิตาเทคนิเชี่ยนนั่นคงถอดใจ ไอ้เครื่องบ้าก็ไม่ยอมฟื้นคืนชีพ เลยบอกว่าคงต้องให้ส่งเครื่องเข้าไปที่ HP เพื่อ repair ค่ะ

HPService

อีก 2 วันถัดมาอิชั้นก็ได้กล่องจาก FedEx เป็นกล่องเปล่าๆ พร้อมโฟมสำหรับหีบห่อ เลเบ้ว และ instruction สำหรับส่งกลับไปที่ HP อิชั้นก็รีบหีบห่อตามที่เค้าบอก แล้วก็บึ่งเอาไปให้เค้าที่ร้านรับส่งของ FedEx ทั้งหมดเป็นบริการฟรีค่ะ พออีก 2 วันก็ได้อีเมล์จาก HP ว่าเค้าได้รับเครื่องแล้ว พออีก 5 วันก็ได้รับเครื่องคืนมาในสภาพเนี๊ยบ ห่อมาแบบของใหม่แกะกล่องเลยค่ะ สรุปว่า ใช้เวลา 7 วัน เครื่องก็กลับมาใช้งานได้ดีเหมือนเดิม แต่ก็มีปัญหาคาใจว่า ฤๅกรูจะได้ของมีตำหนิ defected item อีกแล้ว เกิดมาเพื่อของไม่สมประกอบตลอดเลยว่ะ แต่ผัวสมประกอบน๊าาา… ติงต๊องนิดหน่อย 555555

ไอ้โน๊ตบุ๊คเจ้าปัญหาก็ทำตัวดีรับใช้หม่ามี๊ด้วยดีมา ..จน….คืนหนึ่งเมื่อต้นเดือนกุมภาฯ ค่ะ อิชั้นนอนดูหนัง ดูละครอยู่ดีๆ ไอ้ internet connection ก็ disconnect ไปเฉยๆ แบบไม่บอกไม่กล่าว ฉลาดล้ำทำได้หมดอย่างอิชั้น ก็แจ้นออกไปดู router ทำการ ตรวจเช็ค เปิดคอมพ์ตัวอื่นๆ ก็ปรากฎว่าไอ้พวกนั้นก็คอนเน๊คตามปกติ อย่างทันใจ-ไร้ปัญหา อิชั้นก็จัดการ reset เร้าท์เต้อร์ เสียบเข้าถอดออกสารพัดสายทั้งหมด ทั้งต้นทาง-ปลายทาง ทำไปโม้ด….. ก็ไม่เวิ๊ก เลยสรุปได้เองว่าปัญหาต้องมาจากไอ้โน๊ตบุ๊คแน่ๆ เมื่อไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว ก็เลยพยายามข่มตาให้หลับ ตื่นแล้วค่อยว่ากันใหม่

พอตื่นมาจัดการเรื่องลูกเต้าเรียบร้อย อิชั้นก็ตั้งสถานีเลยค่ะ เปิดเครื่องเดสก์ท๊อป เปิดเครื่องไอ้โน๊ตบุ๊คบ้านี่ ติดต่อ customer services ของ HP ออนไลน์ แชทกับ technician คนแรก เชื่อหรือไม่เชื่อ เราแชทกัน 4 ชั่วโมงเศษ คือ เค้าบอกให้ทำโน่นนี่ ตรงโน้นตรงนี้ อิชั้นก็ทำตามเค้าไปเรื่อยๆ แล้วก็คอยบอกผลเค้าไปว่าเป็นไง บางอย่างก็ใช้เวลา รีบู้ทแล้ว รีบู้ทอีก restore หลายครั้ง ทำสารพัด ไปจนถึง ล้างเครื่องแบบกลวงโบ๋เหมือนตอนแกะกล่องเลยทีเดียว เครื่องก็ยังไม่ยอม connect กับ wireless เซ็งมากกกก… จากนั้นอิชั้นก็เปิดฉากแชทเซสชั่นที่ 2 กับเทคนิเชี่ยนคนใหม่ คราวนี้ก็ให้ทำโน่นทำนี่ไปเรื่อยๆ อีก เดี๋ยวๆ อิตานั่นก็ขอเวลากลับไปอ่านแชทของเซสชั่นแรกก่อน ว่าทำอะไรไปบ้างแล้ว สุดท้ายคงจนมุม บอกเดี๋ยวนะ ขอเอาปัญหาไปถามซูเป้อร์ไวเซ่อร์ เดี๋ยวกลับมาคุยกันใหม่ พออิชั้นล๊อคอินเข้าไปแชทใหม่ ก็เจอคนใหม่อีก ก็ทำไปทุกอย่างที่เค้าบอก ถึงขนาดเปิดหลังเครื่อง ลากไส้ฮาร์ดไดร้ฟ์ออกมาหมด จิกหัว wireless card ออกมาด้วย ถอดออกใส่กลับไปใหม่ ถอดใหม่ ใส่ใหม่ สรุปวันนั้นอิชั้นแชทรวมทั้งหมด 4 sessions กับ 3 technicians ใช้เวลาไป 7 ชั่วโมงกว่า เหนื่อยค่ะ ไอ้คนสุดท้ายคงหมดปัญญา เลยบอกว่าจะของเอาเครื่องเข้าไปซ่อม

ก็แบบเดิมอีก กล่องมา แพ๊คเสร็จ ส่งกลับไป อีกไม่กี่ัวันได้เครื่องคืนกลับมา หัวจิตหัวใจลิงโลดยิ่งนัก เมื่อตอนแกะกล่อง จบๆ ซะที พอเปิดเครื่อง เหมือนเดิมค่ะ ถึงเค้าได้เปลี่ยน wireless card ให้ใหม่ก็เหอะ มันก็ไม่ยอม “ฮุก” อินเตอร์เน็ตค่ะ จำได้ว่าวันที่ได้เครื่องคืนมาเป็นวันศุกร์ พอเครื่องไม่เวิ๊ก เลย เบื่อๆ ไม่แชท ไม่โทร ไม่คุย ทำถาม ไม่พยายามทำอะไรอีกแล้ว เอาเครื่องไปยัดไว้ใต้เตียง เก็บความเซ็งๆ ไว้ในใจคนเดียว มันเหมือนกลับเมฆดำแขวนคลุมหัวอยู่เลยค่ะ อิชั้นเป็นคนแบบนั้นจริงๆ ไม่สามารถเลิกคิด ไม่ปล่อยวาง ถึงไม่พูดหรือเล่าให้ใครฟังก็เถอะ จริงๆ มันมีอีกหลายๆ เรื่องรกใจอยู่ในขณะเดียวกันให้ต้องคิดด้วย ช่วงนั้นเซ็งเป็ด เซ็งห่าน อย่าบอกใครเชียว

พอหลายวันต่อมา พ่อบ้านก็ถามว่าเครื่องได้กลับมาแล้วไม่เห็นเอาออกมาใช้ ก็เลยตอบว่า มันยังเฮงซวยเหมือนเดิม ทำไมถึงต้องเป็น goo ตานี้อิพ่อบ้านก็คิดแบบไอ้กันค่ะ เครื่องอายุยังไม่ถึง 90 วัน เอาไปคืนเลย อิชั้นก็เลยฮึดค่ะ ขอลองอีกตั้ง เพราะตอนนั้นเหมือนกับว่าอีกไม่กี่วันก็จะครบ 90 วันค่ะ แต่คราวนี้ไม่ขอคุยกับ HP แล้ว แต่จะขอคุยกัย AT&T ซึ่งเป็น Internet Provider ที่เราใช้บริการอยู่ คราวนี้อิชั้นคุยกับเจ้าหน้าที่ของเอทีแอนด์ทีทางโทรศัพท์ค่ะ เริ่มต้้นอิชั้นก็บอกกับเค้าเลยนะคะ นี่ๆๆๆๆ ฟังชั้นก่อนนะ เรื่องมันยาว ปัญหาคือนี่ๆๆๆๆ ชั้นติดต่อกับ HP ทำนี่ๆๆๆ ส่งเครื่องไป ส่งเครื่องมา บลาๆ ร่ายยาวไป จากนั้นก็เริ่มกันเลยค่ะ ซ่อมนู้น ทำนี่ เซ็ทนั่น แก้โน่น ทำกันสารพัด ไม่เวิ๊ก อิชั้นก็ถอนหายใจ เฮือกๆ อิตานั่นก็เสียงตามสาย ใจเย็นๆ แมม เราต้องช่วยกัน เดี๋ยวก็ได้ ไปๆ มาๆ อิตานั่นคงรู้สึกหมดหนทาง ขอเบรคแป๊บนึงไปถามเพื่อนก่อน พอกลับมา ก็ยังทำไม่ได้อีก ก็เลยบอกไปว่า หยุดก็ได้นะ ชั้นจะเอาเครื่องไปคืน อิตานั่นบอก โน่ๆๆๆๆ ต้องทำได้สิ ลองล้างบางทุกสิ่งทุกอย่าง ขุดลึกลงไปให้ถึงขั้วของทุก sub-menu ดิชั้นก็ เอ้า เอาไงเอากัน เอากะมันสิ 555 ทำไป ทำมา คลิกโน่น คลิกนี่ อยู่เครื่องมันฮุกอินเตอเน็ตเฉยเลย ดีใจ ดีใจ อิชั้น วี๊ด…บึ้ม… ขอบคุณอิตานั่นยกใหญ่ บอกไปว่า John….you’re the man! He was laughing like crezy…55555 คุยกัน 2 ชั่วโมงกว่า กลายเป็นว่า ไอ้เครื่องจริงๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่งไป-ส่งมา เปลี่ยนเครื่องในบางส่วน โดยหล่าวประโยชน์ แต่คำถามของอิชั้นคือ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร นอนดูละครอยู่เฉยๆ ไม่ได้หยิบจับเม้าส์ หรือแตะคีบอร์ด อะไรไป trigger ให้ connection โปรแกรมเปลี่ยนไป สุดท้ายเรื่องเซ็งๆ ก็จบไปเรื่องนึง ค่ะ เรื่องนึงเท่านั้นค่ะ ไม่ใช่ทั้งหมด

เพิ่งครึ่งทาง อย่าเพิ่งเบื่ออ่านกันซะก่อนนะคะ เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้มันหนักหนาเอาการอยู่ค่ะ การที่แอบทำอะไรลับหลังพ่อบ้าน..มันก็ทุกข์ใจระดับนึงแล้วนะคะ ถึงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตร้อยล้านก็เถอะ เพราะเราไม่มีความลับต้องปกปิดกันค่ะ คืออิชั้นเกลียดไอ้โทรศัพท์ที่ใช้อยู่ แต่ต้องรออีกนานกว่าจะมีสิทธิ์อัพเกรด ซึ่งจะได้ส่วนลดในการซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ในราคาลดเป็นพิเศษ พอไม่ชอบก็ดิ้นรนค่ะ 5-6 เดือนก่อน ก็ไปซื้อโทรศัพท์ใช้แล้วราคาถูก $50 กว่าๆ มาใช้ ซื้อจาก amazon.com คือก่อนซื้อก็อ่านรายละเอียดเงื่อนไขแล้ว ดูดี ไม่เอาเปรียบกัน ราคาพอทนได้ ที่ทำคัญ คือ ทราบดีว่าโทรศัพท์ที่กำลังจะตัดสินใจซื้อเป็น used phone เค้าไม่ได้โกหกอะไร ก็ซื้อมา พอได้รับเครื่อง โดยรวมๆ ก็โอเค ใช้กับ SIM ได้ โทรออก รับสายเข้า ได้ดีปกติ แต่ฝาหลังของเครื่องมันหลวมค่ะ เดี๋ยวหลุด เดี๋ยวร่วง เอาเทปแปะไว้ ก็ดูน่าเกลียดน่าชัง ติดต่อไปว่าจะขอคืนเครื่อง เค้าก็โอเค เพราะเค้ารับประกัน 1 ปี แต่ก็ลังเลใจค่ะ เพราะค่าส่งคืนก็ร่วมๆ $10 พ่อบ้านก็เลยบอกว่า ไม่ต้องส่งคืนหรอก มันพอใช้ได้ก็เก็บไว้เป็นเครื่องสำรอง รออีกหน่อยพอได้อัพเกรดก็ค่อยซื้อเครื่องใหม่

มันไม่ใช่อย่างนั้นสิคะ อิชั้นก็ได้แอบไปสั่งซื้อโทรศัพท์มือถือออนไลน์ เพราะฉลาดล้ำไงคะ คิดว่า “ต้องดี” แถมไม่ต้องจ่ายค่า data plan $39.99 ต่อเดือนให้กับ provider ที่เราใช้บริการอยู่ เลยสั่งจากไอ้เว๊บนี้ค่ะ Cell2Get.com (This company is a scam….. Do not buy any thing from this company! Be worn buy from somewhere else!) สั่งไปโดยไม่บอกไม่กล่าวให้พ่อบ้านรู้ อิชั้นสั่งซื้อโทรศัพท์เมื่อวันที่ 20 มกราคมค่ะ พอผ่านไปซัก 2 สัปดาห์ ก็ชักเอะใจ ทำไมมันนานนักวะ ก็โทรไปถาม มันบอกว่า ไม่ต้องวอรี่..แมม.. เป็นเพราะต้องสั่งเครื่องมาให้จากต่างประเทศเลย แต่ได้ส่งไปแล้วนะ รอรับได้เลย วันจันทร์หน้าก็คงได้รับแล้ว อิชั้นก็ อ๋อ.. เหรอ.. เออ.. โล่งอก พอวันจันทร์ที่มันบอกว่าของจะมา ก็ไม่มีอะไรมาถึง แต่ก็ใจเย็นรอไปจนวันศุกร์ ก็โทรถามอีก ได้คำตอบเหมือนเดิม แต่คราวนี้อิชั้นชักโมโห ก็หยอดไป ไม่โกหกกันนะ วันจันทร์ก็ไม่ได้รับอะไรอีก รู้สึกฉุนกึกฉุนกัก ปะทุ คุ อยู่ในหัวอก โดนต้มแน่ goo ตั้ง $185 โกรธ โมโห เอาไงดีวะ จนวันที่ 17 กุมภา ก็โทรไปถามมัน ว่านี่แก ชั้นยังไม่ได้รับของ ชั้นขอคืนเงิน ยกเลิกหมดทุกอย่าง มันก็บอกมาว่า แคนเซิ่ลได้ไง ของไปแล้ว ก็เล๊งกับมันไปอีกนิดหน่อย แบบอึกๆ อักๆ เพราะนึกไม่ออกว่าจะเอาไงดีฟระ แล้วก็วางหูไป พอนั่งโมโหไม่รู้จะทำอะไรดีได้ซักพัก เหลือเชื่อ…หรือไม่เชื่อ มีของมาส่งค่ะ อูย….. ดีใจค่ะ แต่พอเปิดกล่องออกมา โกรธแบบควันออกหู ไฟออกจมูกเลยค่ะ

BlackberryFlip

ดูรูปกันเลยค่ะ โทรศัพท์ที่ส่งมาเน่ามากๆ ไม่มีเอกสารใดๆ มาด้วย ไม่ว่า invoice หรือ packing list ก็พอชี้ชัดได้เลยว่ามัน unprofessional กล่องและคู่มือดูปลอมๆ แล้วคู่มือก็เป็นของแบล๊คเบอรี่รุ่นอื่น ที่ไม่ใช่ flip คีบอร์ดหมายเลข 6 ไม่มี แต่แถมเบอร์ 9 มาตั้ง 2 อัน รอยขูดขีดเต็มไปหมด พอเอา “ซิม” ใส่… ก็ใช้ไม่ได้ เลยส่งอีเมล์ไปบอกมันว่า เครื่องมันที่ส่งมาน่ะ unacceptable condition & it’s not a new phone as advertised จะส่งคืนแล้วขอคืนเงินทั้งหมด จากนั้นก็โทรหามันอีกหลายครั้ง ก็ไม่มีคนรับสาย อิชั้นก็นั่งเป็นบ้าอยู่คนเดียว ก็เลยไปเจอเว๊บนี้เข้า http://www.resellerratings.com/store/Cell2Get แล้วก็ไปเขียนคอมเม้นท์ไว้ ไม่มีคำหยาบคายใดๆ เพียงเล่าไปตามจริง แล้วก็บอกว่าบริษัทนี้เป็น scam อย่าไปซื้ออะไรจากมัน คุณๆ คะ ลองไปอ่านดูเถอะค่ะ หลายๆ คนเจอปัญหาเดียวกัน หรือไม่ก็ใกล้เคียงกับปัญหาของอิชั้น ไอ้ที่ให้คะแนนตั้ง 5 ดาวทั้งหลาย มันคงเข้าไปเขียนเองทั้งสิ้น เพื่อจะได้หักล้างกับที่เค้าเขียนด่า แสดงว่าวันๆ มันไม่ทำอะไร ไปเว๊บโน้นเว๊บนี้-นั่งเขียนชมตัวเอง เหยื่อจะได้ติดกับดัก (อย่างอิชั้น) แหงะ ถ้าอิชั้นไอ้อ่านรีวิวนี้ก่อน ก็คงไม่ซื้ออะไรจากมันหรอกค่ะ มาเจอเข้าเมื่อสายไปแล้ว แหวะ

พอได้ดีก๊อปปี้และเซฟ comment อันแรก (ต้นฉบับ) ไว้ด้วย ลองอ่านดูค่ะ มิได้ตัดต่อ ดัดแปลงแก้ไขข้อความแต่อย่างไร อย่าไปใส่ใจแกรมม่า แกรมมี่ หรือความถูกต้องใดๆ ค่ะ เพราะตอนเขียนนั้น…อุดมไปด้วย โทสะ โมหะ แบบเต็มๆ เลยค่ะ และโปรดสังเกตุวันเวลาที่อิชั้นเขียนครั้งแรก กับวันเวลาที่แก้ไขด้วยค่ะ

BlackberryFlip-01

จากนั้นอิชั้นก็ไปไฟล์ complaint ที่ BBB - The Better Business Bureau of the United States ค่ะ ให้รายละเอียดไปหมดว่าเป็นอะไร ค่าเสียหายเท่าไหร่ ผลที่อิชั้นต้องการคือ refund in full ค่ะ ต่อจากนั้นก็โทรไปแจ้ง ขอไฟล์ dispute กับบริษัทบัตรเครดิตที่อิชั้นใช้จ่ายเป็นค่าไอ้โทรศัพท์เฮงซวยนี่ พอเสร็จธุระปุ๊บ สายโทรศัพท์ว่างลง ไอ้เชี่ยนั่นโทรมาเลยค่ะ กระโชกโฮกฮาก สำรากออกมา ว่าทำไมถึงไปโพสต์ negative comment (วันๆ มันคงนั่งเช็คเรทติ้งหน้าจอตลอดเวลา เพิ่งจะโพสต์เสร็จ ได้อ่านแระ เลว-เร็วจัง 555) ถ้าอยากได้เงินคืนก็ให้ไปลบอออกซะนะ อิชั้นก็บอกไปว่า สิ่งที่อิชั้นเขียนไป เป็นความจริง มันก็พูดซ้ำซาก แบบ ถ้าไม่ไปลบออก I have not thing to do with you and forget about your refund! อิชั้นก็แกล้งโง่ บ้า เซ่อ เพราะเห็นแก่เงินที่เสียไป-อยากได้คืนค่ะ แต่ก็คิดในใจว่า goo ได้เงินคืนเมื่อไหร่ goo จะเขียนให้แรงเชียวมึง แล้วก็บอกมันไปว่า เออ OK, I will delete my comment so, I will get my money back, right? มันก็บอกโอเคเลย แต่มันจะคืนเงินให้ก็ต่อเมื่ออิชั้นส่งโทรศัพท์กลับคืนไปให้มันก่อน เออวะ ส่งอยู่แล้วแหละ จะเก็บไว้ทำเกี๊ยะอะไร

พอดีเมื่อสุดสัปดาห์ก่อนเป็น long weekend ก็เลยต้องรอจนวันอังคาร (22) ถึงได้ไปส่งโทรศัพท์คืนให้มัน พอวันที่ 25 มันอีเมล์มาบอกว่าได้รับโทรศัพท์แล้ว ให้โทรหามันด้วย พอดีติดวีคเอนด์อีก ก็เลยโทรไปหามันเมื่อวันจันทร์ (28) พอโทรปุ๊บ…งานเข้าอีก ปะทะคารมกันหนักเลยค่ะ อิชั้นพยายามอดทนอดกลั้นไม่ใช้คำผรุสวาท เพราะอัดเทปไว้ค่ะ มันก็คงรู้ตัว ระวังคำไม่ curse ออกมาเหมือนกัน แต่ขอบอกว่า แร๊งงงงง……

ต้องบอกก่อนว่า เมื่อวันที่ 17 อิชั้นได้พยายามที่จะดีลีทข้อความที่เม้นต์ไว้ อย่างว่าง่าย แต่โปรเกรมของเว๊บนั่น ไม่ยอมให้ดีลีทค่ะ และ ไม่ยอมให้เว้นว่างไว้ ต้องเขียนอะไรลงไปอย่างน้อย 25 ตัวอักษร อิชั้นก็เลยแก้ไขทิ้งไว้แบบนี้ค่ะ (ดูรูปค่ะ ลองอ่านคอมเม้นต์อื่นๆ ก็พอจะเดาได้ค่ะ ว่ามันเขียนเอง ฮี่ม..) และยังคงเป็นดาวเดียวเหมือนเดิม เพราะดาวคะแนนไม่สามารถให้เป็น 0 อย่างน้อยหรือแย่ที่สุดต้องให้คะแนน 1 ดาวค่ะ ไม่งั้นรึ ฮึ มันไม่มีทางได้จากอิชั้นซักดาวหรอกค่ะ

ScreenShot120 copy

กลับมาที่บทสนทนาเถื่อนกับไอ้สถุลนั่นค่ะ พอรับสายมันก็เปิดฉากเลยค่ะ ว่า มันได้รับโทรศัพท์คืนแล้ว แต่มันไม่คืนเงินนะ เพราะอิชั้นไม่ยอมไปเขียนความจริงที่เว๊บนั่น อิชั้นก็งง ความจริงอะไร บอกให้goo ดีลีท goo ก็ลบที่เขียนไว้ออกหมดแล้ว มันบอกทำไมต้องทิ้งดาวเป็นแถวยาวเหยียดแบบนั้น ก็บอกว่าเค้าไม่ให้ทิ้งไว้ว่างๆ และไม่ยอมให้ดีลีทด้วย goo ก็พยายามทำดีที่สุดแล้ว เลยถามมันไปว่า I don’t understand…why those stars bother you so much?

มันก็บอก that kind of comment hurts my business. why don’t you tell the truth?

อิชั้นก็บอก If I write the truth, it will hurt your business for real.

มันยังหน้าด้านบอกว่าถ้าอิชั้นเขียนความจริงนะ ไม่ hurt หรอก แต่อิชั้น โกหก

โกหกไรวะ ภาษาพ่อมึงสิ *************************** อ่านได้ด้วยเหรอวะ แล้วแปลว่าอะไร ชักอยากรู้

เลยตอบไปว่า ถ้า goo เขียนความจริง ก็ขอเขียนสั้นๆ แค่ว่า This is a scam and what I got is Bad Service! มันโมโหใหญ่ เสือกสวนมาอีก ว่านั่นก็โกหกอีก ชิชะ มาว่า goo ตอแหล มันก็พูกซ้ำแล้วซ้ำอีก ว่าให้ tell the truth.. tell the truth.. วกไปวนมา เลยถามมันว่า ความจริงของมึงคืออะไร

เชื่อมั๊ยคะ มันบอกว่า ก็เขียนไปสิว่า ordered the phone, got the phone, it doesn’t work with my SIM, then I returned the phone and I got my refund. โห… หน้าด้าน กล้ามาตอแหลพูดแบบนี้กับอิชั้นอีก

เลยบอกมันไปว่า That’s a big lie! I didn’t get my refund yet. How dare you say such a thing like that?

มันยังมาบอกอีกว่า ถ้าไม่ไปเขียนตามที่มันบอกแทนไอ้ “แถวดาว-ดาวแถว” นั่น มันไม่คืนเงินให้หรอก ก็เลยสวนมันไปว่า มึงส่งรีฟันด์คืน goo ก่อนสิ เดี๋ยวจะไปเขียนโกหกให้ เชื่อมั๊ยค่ะ มันก็พูดเหมือนเดิม เขียนสิ คืนให้ อิชั้นก็สวนไปแบบเดิม คืนเงิน goo สิ goo เขียนให้ เหมือนปัญญาอ่อน ยอกย้อนซ้ำไปซ้ำมาเป็นสิบรอบ จนมันบอกว่า เดี๋ยวขอวางสายก่อน ซัก 5 นาทีจะโทรกลับมาใหม่

พอวางสายจากมัน อิชั้นก็โทรไปที่บริษัทบัตรเครดิต บอกไปว่า frustated มาก ไอ้นรกนั่น rude เกินรับ เค้าก็บอกว่าเค้าได้เครดิตคืนเงินให้อิชั้นตั้งแต่วันที่ 23 แล้ว ไม่ต้องไปพูดคุยอะไรกับมันอีก ทางเค้าจะจัดการกับมันเอง อิชั้นก็ขอบคุณเค้าไป พอวางสาย มันโทรมาแบบ ทุกๆ 30 วินาที อิชั้นไม่รับสาย พ่อบ้านก็ไม่ให้รับ ให้ answering machine รับ คืนนั้นมันโทรมา 18 ครั้ง วันรุ่งขึ้นมันก็โทรไม่หยุด เป็นระยะๆ ตลอดทั้งวัน พ่อบ้านบอกห้ามลบข้อความที่ฝากไว้ เพราะบันทึกเวลาที่มันโทรมาด้วยค่ะ การที่มันโทรแบบนี้แจ้งความได้ ถือว่าเป็นการ harassment สามารถแจ้งความดำเนินคดีข้ามรัฐได้ มันอยู่ Brooklyn, New York โน่นค่ะ

BlackberryFlip-03-s

จริงๆ มีเว๊บไซต์ที่ช่วยเหลือคนที่ถูกโกงอยู่เหมือนกัน อย่างอันนี้ http://www.ripoffreport.com/Search/Body/cell2get.aspx ลองเข้าไปดูกันค่ะ มีคนไฟล์รีพอร์ตเรื่องไอ้บริษัทนรกนี้ไว้ ทำไม๊ ทำไม่ อิชั้น ไม่อ่านเจอเสียก่อน จะได้ไม่ต้องมานั่งแค้นอยู่แบบนี้ เดี๋ยวจะเข้าไปฟ้องซะหน่อย 5555 ให้หายแค้นนิ

ถึงแม้อิชั้นจะได้เงินคืนแล้ว แต่ก็ยังนอนไม่หลับ นั่งคิดนอนคิด ว่า เค้าจะจัดการกับมันยังไง ที่อิชั้นร้องเรียนไปที่ BBB ถึง 2 ครั้ง เค้าจะทำอะไรกับมันมั๊ย หรือ แค่รับแจ้งความไปงั้น ทางบัตรเครดิตจะได้เงินคืนจากมันหรือปล่าว มันไม่ใช่ความผิดของแบ๊งค์เลย อิชั้นโง่เอง ซื้อเอง เค้ามารับผิดชอบแทนมัน คิดๆๆๆๆๆ ไม่สามารถหยุดคิดได้ ยังคิดอีกว่า อิชั้นทำดีที่สุดหรือยัง และยังสามารถจะทำอะไรได้อีกมั๊ย เพื่อไม่ให้คนชั่วอย่างมันลอยนวล ไปหลอกไปต้มคนอื่นอีก สารพัดคำถามที่อยู่ในเมฆดำบนหัวของอิชั้น มันไม่หนีไปไหนเลยค่ะ เผลอไปถามพ่อบ้านเข้า โดนดุเลยค่ะ เค้าบอกเรื่องตรงนี้จบแล้ว ให้แบ๊งค์แฮนเดิ้ลส่วนของเค้า ถ้ามันคุกคาม เราก็ดำเนินการส่วนที่เราทำได้ หยุดคิดมากได้แล้ว ยูแฮนเดิ้ลส่วนของยูดีที่สุดแล้ว แล้วก็ทิ้งท้ายว่า เดี๋ยวซื้อโทรศัพท์ให้ใหม่ ไม่ต้องไปดิ้นรนหาเรื่องอะไรอีก รอหน่อยเท่านั้นเอง แล้วก็ กอด จุ๊บๆ ปลอบใจ

จริงๆ มันยังมีเรื่องเล็กเรื่องน้อยที่ไม่น่าเอามาคิดวิตกอะไร แต่ทำไม๊ ทำไม หยุด โรควิตกกังวลไม่ได้ อูย… ลืมไปรับยา อูย… อีก 3 วัน ต้องพาลูกไปทำสะอาดฟัน (ก็เริ่มนอนไม่หลับมาตลอดอาทิตย์แล้วค่ะ กลัวลืม) อูย… ต้องเอารถไปทำ smog check อูย.. ทำอะไรให้ลูกกินดี อูย.. ไม่มีตังค์ อูย..หนาว อูย.. ร้อน อูย.. อูย.. อูย.. นั่นก็ต้องทำ อูย.. นี่ก็ต้องไป อูยๆๆๆๆๆๆๆ ถ้าจะบ้าแล้วค่ะ HELP!

There are only two ways to live your life.

One is as though nothing is a miracle.

The other is as though everything is a miracle.

DontMess-01

Wednesday, September 22, 2010

โจรกระจอก……จนมุม (ซะแล้ว)


BigNokiaCellPhone(1)

เรื่องของเรื่องเกิดเมื่ออิชั้นเกิดละโมบโลภมากแบบโง่ๆ เคยทำได้ เลยได้ใจ พอทำอีก ถูกจับได้จ้อยยยยย.... ตานี้จะทำยังไงดี พลีสสสสสส...แอ๊ดไว้ซ์......ตายห่าแน่กรูงานนี้

เล่าตั้งแต่ต้นเลยละกัน โบราณกาลนานมาแล้ว หลายปีมากกก..... อิชั้นทำโทรศัพท์มือถือหาย โทรไปแจ้งหายเค้าก็ถามกลับมาว่าทำประกันไว้หรือปล่าว ยิ๋งเอ๋อก็ตอบไปแบบเอ๋อๆ โง่ๆ ตามฟามเป็นจริง ...ไม่มีประกันจ้า... เสียงตอบกลับมาก็คือ ช.ม.ด....ช่วยไม่ได้ หายแล้วหายเลย ซื้อใหม่จ่ายตังค์เองเด้อค่ะเด้อ พอเล่าให้อีคุณซะมีฟัง ก็บ่นซ้ำเติม ทำไมไม่ซื้อประกันด้วยเล่าอีอ้วนนนน..... เอ..ตอนนั้นยังไม่อ้วนนี่หว่า แค่อึ๋มๆ 5555 ก็สวนไปไปอย่างชาญฉลาดตามปกติ โห.....จะให้ซื้อประกันทุกเดือน 4.99 เหรียญเนี่ยอะนะ คนโง่เท่านั้นแหละแก ยังไม่ทันจบ...มันยิงกลับมาเปรี้ยง...แล้วไงหละอีฉลาดล้ำ (ทำได้หมด) ต้องมาควักเกือบ 200 เหรียญเพื่อซื้อโทรศัพท์ใหม่ สรุปงานนั้นเสียตังค์ซื้อโทรศัพท์มือถืออันใหม่ จ่ายแบบเต็มราคาไปค่ะ เจ็บนี้อีกนาน เจ็บนี้ไม่ลืม เจ็บหนักก็ตรงโดนผัวด่า 5555 ....

page-567Sony Ericsson Cyber-shot C905a 8.1 MP Camera Phone VS Sumsung Impression

จากประสบการณ์คราวนั้น อิชั้นก็จำนนจ่ายค่าประกันโทรศัพท์มือถือทุกๆ เดือนๆ ละ 4.99 เหรียญ พอ 2 - 3 ปีต่อมาหลังจากอัพเกรดเปลี่ยนมือถือตามกำหนดเวลามาลงเอยที่มือถือถูกใจ Motorola Razr V3 ใช้อยู่นานกว่ารุ่นไหนๆ พับแบนๆ สะดวกพกพา ทำหาย ทำพัง เคลมประกันไป 2 รอบ ในระยะเวลา 2 - 3 ปีที่ว่า ทั้ง 2 เคลม เป็นเรื่องจริงๆ ไม่มีการแตหลอ....ใดๆ เลย

page-570เรเซ่อร์ วี3 ที่เคยครอบครองเปลี่ยนไปมาถึง 3 เครื่อง เป็นโมเดลที่ใช้ติดต่อกันนานที่สุด

พอมาเมื่อปลายปี 2009 ได้เวลาอัพเกรดโทรศัพท์มือถือในราคาพิเศษ อิชั้นก็เลือกจะเป็นเจ้าของ Sony Ericsson Cyber-shot C905a 8.1 MP Camera Phone ทั้งที่รุ่นนี้ไม่ได้ดังเปรี้ยงป้างโครมคราม เพราะออกมาพร้อมๆ ไอโฟนรุ่นที่ใหม่กว่าแต่ราคาลดลง เป็นเพราะชอบถ่ายรูปลูก ก็เลยคิกว่าใช้โทรศัพท์ที่มีกล้องคุณภาพดีๆ คงจะเหมาะกว่า เคยพล่ามไว้ที่นี่ http://oohsworld.blogspot.com/2009/10/blog-post_26.html ความฉลาดแกมโกงก็เริ่มเกิด พอมาคิดคำนวนค่าประกัน ที่เสียมาตลอดหลายปี รวมๆ กันแล้วหลายตังค์เหมือนกันเน๊าะ พอดีกับกำลังจะพาลูกๆ กลับเมืองไทย เลยอยากจะหาอะไรไปฝากคุณพี่สาวแบบไม่ลงทุน 555 เพราะคนโน้นโทสับพัง คนนี้โทสับหาย คุณพี่ยิ๋งใหญ่ก็เป็นฝ่ายจัดการจัดหาสนอง “นีด” ให้คนอื่นอยู่ร่ำไป สำหรับตัวเองยังไงก็ได้ อะไรก็ใช้ได้ ก็เลยคิดว่าไอ้โทสับที่ใช้อยู่น่าจะให้ความบันเทิงใจและไล่ทันเทคโนโลยีสำหรับพี่สาวบ้างไม่มากก็น้อย

พอไอเดียเกิด ก็รีบดำเนินการเลย โทรไป “ตอ”.....โทสับชั้นหายเมื่อกี้นี้ ก็ตอบคำถามนิดๆ หน่อยๆ พร้อมกับรับทราบเรื่อง deductable 50 เหรียญที่จะเพิ่มมาในบิลงวดหน้า ก็เยสๆๆๆๆ ไป รับทราบและเข้าใจเป็นอย่างดี เพราะเคลมมา 2 รอบแล้วนี่เค๊อะ 24 ชม.ต่อมาเจ้าโซนี่อีริคสันก็มานอนรอที่หน้าประตูโดยไม่ต้องจ่ายค่าชิปปิ้งแต่อย่างใด บริการเป็นเริ่ด..... เล่าแบบลัดตัดความมาถึงตอนที่ทำพิธีมอบโทสับเจ้าปัญหาให้คุณพี่ยิ๋งใหญ่ เจ้ก็อิดออด ที่มีก็ยังดีอยู่ อิชั้นก็แบบ...แหม ตั้งใจอย่างแรง คดโกงเค้าเอามาฝากเชียว 555 ไม่มีอาย สุดท้ายพี่สาวก็รับไว้ แต่ไม่เห็นเอาออกมาใช้ มาชื่นชมเลยวะ อีกไม่กี่วันก็จะกลับแล้ว พอทักถามไป พี่สาวก็บอกว่าเดี๋ยวจะเอาไปแก้อีมี่ (ไม่ใช่อีรอมมี่ หรือ “อีมี่” เวลาโดนแม่ด่า 555) ด้วยที่เป็นคนอยากได้ใคร่รู้ ปะ ปะ ไปกัน..เอาไปทำให้รู้ดำรู้แดงเลยว่าแก้อีมี่แล้วจะใช้ได้หรือปล่าว พอไปแก้เสร็จมันก็ใช้ได้นะคะคุณ แต่มันแปลกๆ แฮะ ติดๆ ขัดๆ โทรๆ อยู่ก็ปิดกิจการ-ปิดเครื่องหนีไปเฉยเลย เอยังไงวะเนี่ย เสียใจเหมือนกันนะ อยากให้พี่ได้ใช้อะไรๆ เหมือนๆ กัน ก็ไม่ได้อย่างใจเลย สุดท้ายพี่ยิ๋งใหญ่ก็คืนโทสับนั่นให้เอากลับมาใช้ที่บ้านดังเดิม

page-571นานมาแล้ว โนเกีย 2110 อดีตมายเลิฟ ใช้อยู่ 2-3 ปีก่อนที่จะบ๊าย บาย กันเมื่อปี 2000

พอกลับมาถึงบ้าน ก็เลยยกเจ้าโทสับที่แก้อีมี่มาจากเมืองไทยให้อีมี่ไปใช้ อีมี่ใช้ได้ 2 วันก็มาบอกว่าเครื่องรวนซะแล้ว ไฟกระพริบไปทุกปุ่มตุ่มตอเลยยังกะดิสโก้เทค อีมี่ก็เลยเอา “ซิม” ไปใช้กับเครื่องเก่าของอีมี่ที่ป้าแม้วยกให้ ส่วนไอ้เครื่องเจ้าปัญหา อิชั้นพยายามปลุกปล้ำให้มันกลับมาใช้งานได้อีก ถอดแบตเตอรี่ออกข้ามคืนก็แล้ว ทิ้งๆ ลืมๆ ไม่ยุ่งไม่เกี่ยวกับโทสับนั่น หลายวัน หลายสัปดาห์ จนหลายเดือน วนเวียนกลับไปดูบ้าง เผื่อว่ามันจะฟื้นคืนชีพขึ้นมา แต่มันก็ยังเป็นรุ่นไฟกระพริบอยู่นั่น แน่นิ่ง ไม่ไหว ไม่ติง ใช้งานไม่ได้ ก็คิดอยู่หลายครั้งว่าจะเคลมอีกซักทีดีมั๊ย เพราะคราวนี้เครื่องพังจริงๆ นะ จนเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วอิชั้นก็อดรนทนไม่ได้ ลองดูอีกซักที คราวนี้ไม่มีแตหลอแน่ๆ พอโทรไป อีก 24 ชม เครื่องใหม่ก็มาเช่นเดิม 50 เหรียญดีดั๊กเทเบิ้ลเหมือนทุกครั้ง แต่คราวนี้มีจดหมายรักแนบมาว่า แก แก แก.... ต้องส่งเครื่องที่พังคืนมานะ

ตายห่า ตายห้า ตายหก จะส่งไปได้ไง เพราะไอ้เครื่องที่พังและต้องส่งกลับไปเป็นเครื่องที่อิชั้นโกหกไปว่าหาย ได้เครื่องใหม่มาแทน แล้วยังเอาไปแก้อีมี่อีก แต่ละเครื่องก็มีหมายเลขอีมี่ (IMEI Number*) จะให้ส่งไอ้เครื่องที่ยังใช้ได้ดีกลับไปก็ดูโง่ๆ พิกล เพราะต้องเก็บเครื่องที่พังใช้งานไม่ได้ไว้ แล้วส่งเครื่องที่ดีๆ ให้เค้าไป การที่จะส่งเครื่องแรกที่พังและได้แจ้งว่าหาย...กลับไปให้เค้านั่น....เป็นไปไม่ได้เลย เดี๋ยวจะโดนฟ้องว่า fraud ได้ อีกทางเลือกที่อิชั้นอยากทำคือ ไม่ส่งอะไรกลับไปเลย แกล้งโง่ อยู่เฉยๆ ไม่รู้เรื่องอะไร ไม่ได้อ่านจดหมายนั่น ตอนคุยทางโทรศัพท์ไอ้เจ้าหน้าที่ไม่ได้พูดถึงเรื่องส่งเครื่องที่พังกลับไป แต่ในกล่องโทรศัพท์เครื่องใหม่ (ล่าสุด) ที่เค้าส่งมา ได้มีเลเบ้ว pre-paid สำหรับส่งเครื่องที่พังกลับไปด้วย อูยยยย....โจรปวดกบาลมากค่ะ กับของราคาไม่เท่าไหร่ จะต้องติดคุกมั๊ยวะเนี่ย ถ้าไม่ส่งกลับไปเค้าอาจจะชาร์จค่าเครื่องโทรศัพท์ได้ แงๆๆๆ เอาไงดีวะ ปรึกษาผัวก็โดนด่าซ้ำ แงๆๆๆๆ ไอ้คนนั้นเดินข้ามม้าลายเหยียบเส้นมันยังด่าเลย ถ้าเดินนอกเส้นมันโทรเรียกตำรวจจับเมียแน่ๆ

page-569ยังจำได้ไหม ใครที่เคยแบกไอ้พวกนี้ 5555 พี่เขยช้านนนนน…คนนึงแหละ 5555

เพราะความโลภแท้ๆ นอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว อ้อ...อีกอย่างนึง เค้ายกเลิกประกันโทรศัพท์ของอิชั้นไปเลยค่ะ เพราะเคลม 2 ครั้ง ภายในเวลา 12 เดือน จากนี้ไป พัง ตก แตก หัก ก็เหมาไปเต็มๆ ไม่รู้มาก่อนนะคะเรื่องนี้ บทเรียนนี้จะจำไปจนตายเลยทีเดียว หรือจะจำไปจนเอ๋อโน่นแหละ งานนี้โดนผัวด่าซ้ำแล้วซ้ำแก ตั้งแต่รอบแรกที่โทรไปโกหกเค้าว่าหายแล้วได้เครื่องให้เอาไปเมืองไทย เจอด่าๆๆๆ อยุ่เป็นระยะ เปลี่ยนชื่อให้อิชั้นว่า Thief พอโทรไปรอบสองว่าเครื่องพัง..ก็เลยไม่ได้เรียนให้คุณผัวทราบ แต่สุดท้าย...แงๆๆๆ โจรก็ต้องสารภาพ เพราะคิดไม่ออกว่าจะเอาไงดี เผื่อเป็นคดีความ..ผัวจะได้ลงเข่งจำเลยด้วยไง 55555

ส่วนโทรศัพท์เครื่องล่าสุดที่เค้าส่งมาแทนเครื่องที่พังนั่นก็ไม่ใช่รุ่นเดิม เพราะโซนี่อีริคสันรุ่นนั้นตกยุคไปแล้ว เลยได้ไอ้ซัมซุง Impression มาแทน ไม่ชอบเลย (อาจจะเป็นเพราะยังไม่คุ้นเคยมั๊ง) เป็นอะไรที่เคยไม่อยากได้ ไม่ชอบ กล้องแค่ 3 เมก ไม่มีแฟลช ฟูลคีบอร์ด ทัช-สกรีน ฯลฯ อาจจะต้องใช้ไอ้เครื่องนี้ต่อไปอีกนาน คิดทบทวนปมาก็เอนเอียงไปทางเลือกที่จะต้องส่งเครื่องที่ดีไปให้เค้า (เค้าคง..งง...พังตรงไหนวะ แงๆๆๆ) เก็บเครื่องที่พังไว้ เพื่อจบเรื่องโจรโง่ๆ เฮ้ออออออ.........

IMG_0822-s[5]โทรศัพท์ เจ้าปัญหา ทั้ง 3 อัน the good, the bad, and the ugly!

แต่หลายวันมานี้ก็เจอไอ้ AT&T เอเจ้นโทรมาวันเว้นวันว่า นี่ๆๆๆ แกๆๆ ยังไม่ส่งเครื่องที่พังกลับมาเลยนะ (พวกเครื่องที่พัง ส่งคืนกลับไป เค้าก็จะส่งไปผ่านขั้นตอนตรวจเช็ค ถ้าพบว่ายังสามารถปลุกให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ ก็จะส่งกลับโรงงานออริจิ้น ทำการซ่อมแซม ขัดสีฉวีนวล นำกลับมาจำหน่ายใหม่ เป็นสินค้า refurbished** ราคาย่อมเยาว่าของใหม่เอี่ยมถอดด้ามนิดหน่อย แต่ประกันคุ้มครองแค่ 90 วันเท่านั้น) คือ โดนเค้าทวงโทรศัพท์เจ้ากรรมนายเวรคืนวันเว้นวัน ทางโทรศัพท์ ทางอีเมล์ สุดท้ายก็เลยทำการโทรศัพท์กลับไปแตหลออีกครั้ง ว่า นี่ๆๆๆ แก...ชั้นทำพรีเพดเลเบ้วที่ส่งมาพร้อมโทสับหายไป แกช่วยส่งมาให้ใหม่ได้ป่าว เสียงตามสายก็ตอบมาทันที...เยส...แมม... รออีก 5 วัน 7 วันนะเทอๆๆๆ....

refurbished_nokia

ระหว่างที่รอเลเบ้ว (จ่ายเองแพงอยู่นา...ค่าส่งของผ่าน FedEx) ก็ทำการประชุมกันกับลูกสาวใหญ่และสามี สรุปว่า เราจะส่งโทสับที่ดีๆ อยู่ กลับไป เก็บไอ้ที่พังๆ ไว้ดูเพื่อเตือนสติ ทีหน้าทีหลังก็จงแจ้งไปว่า “หาย” สถานเดียว คราวนี้จะทำยังไงกับโทสับที่ดีๆ ให้มันเป็นของเสีย ของพัง เริ่มด้วยวิธีแรก อิชั้นก็เอาไอ้โทสับเข้ากรรมนายเวรใส่เข้าไปในถุงเท้าหนา แล้วก็โยนพาดพื้นพรมแรงๆ ประมาณ 50 ครั้ง ปรากฏว่า...มันยังคงใช้งานได้ดีเยี่ยมเช่นเดิมทุกฟังชั่น ที่ต้องเอายัดใส่ไปในถุงเท้าเพราะไม่อยากให้มัน มี Ding หรือ Dent ให้เค้าดูออกว่าเราชำเรามันก่อนส่งกลับ

หลังจากใส่ถุงเท้าเป็นบัมเป้อร์ แล้วมันยังดีอยู่ ก็เอามันโยนฟาดพื้นพรมแบบปล่าวๆ เปลือยๆ อีกหลายสิบครั้งมาก น่าจะร่วมร้อยครั้ง เพราะแม่กับหนูดี “เขวี้ยง” กันจนเมื่อหัวไหล่ โยนจนแยกร่าง แบตเตอรี่ ฝา กระจายแยกร่างไม่รู้กี่สิบครั้ง สรุป... ยังทำงานเจ๋งแจ๋วเต็มร้อย กล้องก็ยังเวิ๊กดีเช่นเดิม คราวนี้เลยเอามาลองโยนที่พื้นครัวที่เป็น Linoleum Floor คือเหมือนกระเบื้องยางแต่หนานุ่มกว่าหน่อยๆ เริ่มด้วยเอาโทสับยัดใส่ถุงเท้าก่อน โยนๆๆ ฟาดๆๆ เฟี้ยงๆๆ ปาๆๆ หลายสิบครั้ง.... มันก็ยังโอเคอยู่ เลยเอามาโยนแบบเปลือย พอโยนๆๆๆ แยกร่าง กระจัดกระจายหลายหน ใส่ทุกอย่างกลับคืน....เปิดเครื่อง..คราวนี้...จอมืดตึ๊ดตื๋อ ไม่หือ ไม่อือ เป็นว่าเราสังหารโทรศัพท์แบบโคตรโหดเลย ตายโหงลงด้วยฝีมือฆาตรกรแม่ลูก แต่จริงๆ แล้วมันเป็นความจำเป็นนะคะ ไม่งั้น บิลค่าโทรศพท์งวดหน้าจะมียอดเพิ่มมาให้ช๊อคอีก 399.99 เหรียญค่ะ มันจะชาร์จเราเท่ากับราคาของโทรศัพท์ที่ไม่มี โปรโมชั่นใดๆ เอาแบบเต็มๆ ราคาหน้ากล่องเลย รวมภาษีไปอีก 8.975% อ๊ากกกกกกก........ โจรก็เลยต้องกลายเป็นฆาตรกรอำมหิตด้วย .... R.I.P. เน้อ....โทสับเอ้ยยยย....

*The IMEI (International Mobile Equipment Identity) number is on all GSM and UMTS mobile phones, commonly found in Europe, Asia, Africa and increasingly in America. Verizon Wireless & T-Mobile are the major US carriers but there are growing numbers of regional carriers who are switching to GSM like Centennial Wireless, Highland Cellular, Dobson Cellular to name a few. Mobile phone companies can use the number to identify valid subscribers and the type of equipment used. The carrier could thus use the number to remotely disable the phone in the event it is stolen or reported lost and customize data content to be compatible with the type of equipment used, among other things.

** Refurbished products cannot be sold as new products in the US, which is why they are relabeled as refurbished or refreshed units even if they are good-as-new (if, for example, the unit was returned for some reason unrelated to the product itself, such as the customer changing their mind about the color). Refurbished items may have scratches, dents or other forms of cosmetic damage which do not affect the performance of the unit.

Refurbished products could possibly be the products which are returned by the customer within the 90 day period Returns Policy of the company which sold the product, without any defect with the product. Studies show that 83% of "refurbished items" are, in fact, not broken or damaged in any way. Refurbished products are generally bench tested and certified by the authorized service centers of the company and then re-packaged, labeled as a Refurbished Product.

Refurbished electronics are products, which have most often been returned to the manufacturer because it was unwanted or had some minor defect. The items are simply returned because most major retail superstores offer a 30 day money back guarantee on their products and there are those consumers that just simply take advantage of this liberal return policy. However, there is also a very good chance that the unit you receive may never have been used as it may have been a unit whose box was damaged or simply an overstock model that many retailers return to the manufactures to make room for incoming models. When the electronic goods such as TVs, home theater systems, computers and other electronics have been returned in an undamaged and fully functional condition and although they are still in a brand new condition, due to legal reasons they cannot be marketed or sold as new. In such cases, where it is found to have a minor defect, the manufacturer rectifies this by replacing the defective component, or permanently repairing it.

Refurbished items are generally thought to be cheap and poorly fixed products because of their sometimes shorter warranties. However, most products have nothing wrong with them, they were simply exchanged over incompatibility or are cosmetically damaged. Most mechanical fixes are by trained technicians who work for the original company that distributed the product.

Learn from yesterday, live for today, hope for tomorrow.

OLL-02