Friday, April 11, 2008

ติดค้างเป็นกระบุง

เงียบๆ ไป เพราะ ยุ่งๆ เรื่องไม่น่ายุ่ง ลูกเต้า เพื่อนฝูงและอินลอว์ ไม่พล่ามดีกว่า โพสต์รูปก่อน ไว้มาเล่ารายละเอียดเมื่อขยันละกัน ทั้งเรื่องและรูปที่อยากนำเสนอติดค้างเป็นกระบุง ทะยอยๆ เอาดีกว่าเน๊อะ



อันนี้ฝามีพาไปดู “บลู” คอนเสิร์ทวันเซ็นต์แพ็ทริก เซ็งระเบิด ไม่สนุก ไม่ชอบ หิวด้วย



งานวันเกิดฉลอง 80 ขวบ “ตาเฟ๊ด” พ่อเลี้ยงของพี่ก๊อต รวมญาติวันหยุด – อีกเบื่อนึงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้


พาลูกๆ ไปล่าไข่วันอีสเต้อร์


พาลูกไปกินไปเล่นที่แม๊คโดนัลส์ ร้านประจำของแม่บ้านหลังยาว


พ่อบ้านพาครอบครัวไปทะเล พิสโม่บีช ค้างคืนนึง เป็นสุขสนุกดีทั้งครอบครัว



เล่นบั๊บเบิ้ลที่สนามสวยหน้าบ้าน หญ้าไม่เคยตัด นานๆ เข้าเหมือนป่าข้าวโพด ถามปั๋วที่เลิ้บเมื่อไหร่ได้กินวะ ข้าวโพดเนี่ย 55555

ไอ้ตี้ไข้สูงไม่สบาย พาไปอีอาร์โรงบาลเด็ก 2 วันติด น่าสงสาร โดนเจาะโดนแทงซะพรุน ลูกร้องแม่ก็ร้อง

Wednesday, March 19, 2008

คอมพ์ใหม่ เน็ทแบบเก่า แหวะ

วันนี้ ไม่มีอะไรใหม่ ชีวิตแบบเดิมๆ แถม “เจือก” ลืมหมอนัดด้วย นัดข้ามปีก็แบบนี้แหละ แล้วยังเสือกโทรเลื่อนไปเลื่อนมา เลื่อนขึ้นเลื่อนลงอยู่ได้ เลยลืมซะเลย แต่ได้ ”รี-สะเก๊ตด้วน” ไปแล้วแหละ จริงๆ ก็แค่แอนน่วลเช๊คอัพแหละ แล้วก็ต้องเอา “จิ๋ม” ไปออกอากาศ ซึ่งไม่สนุกเท่าไหร่ แต่แก่แล้ว-ทำได้ก็ทำไปเถอะ อายก็ต้องทน สงสารหมอเน๊าะ 555555 คือมันไม่น่าเจริญหูเจริญตาเอาซะเลย คราวนี้ก็ลุ้นว่าหมอจะเจออะไรอีก แหวะ เซ็ง


เมื่อเดือนกุมภาฯ ที่ผ่านมา มีอะไรๆ เกิดขึ้นเยอะแยะ วันที่ 20 ก็คือมีการเกิด จันทรุปราคา (สะกดถูกหรือปล่าว หรือเรียก “จัน-ทะ-คาด” ดีวะ) ก็แบกลูกวิ่งเข้าออกไปดูที่ระเบียงหลังบ้าน พอดีอยู่บ้านนอก ฟ้ามืดดี เห็นได้ชัด แต่ถ่ายรูปไม่ชัด หาขาตั้งกล้องไม่เจอ คืนนั้นยังหนาวอยู่มากด้วย ก็งั้นๆ แหละ ไม่ตื่นเต้นอะไร แต่อีพ่อก็โทรมาจากโรงงานบอกไอ้ดีทุกๆ 5 นาทีให้ออกไปดู ก็เลยต้องวิ่งเข้าวิ่งออกกับลูก ไม่รู้สึกแบบ โหย.... หูย..... แค่ “งั้นๆ” จริงๆ นะ

แล้วก็ซื้อคอมพ์ใหม่ อันเก่ามันเน่าๆ หนอนๆ มาพักใหญ่ๆ แล้ว คราวนี้ก็เอาแบบ “ไฮ-เอนด์” (อีกแล้ว) จอแบน 22 นิ้ว ทั้งชุดของ ฮิวเล็ตต์-ผักกาด 5555 คอมพ์เจ๋งแจ๋วแค่ไหนก็ยังต้องใช้อินเตอร์เน็ท “ไดล์-อัพ” เช่นเดิม นี่ก็อีกเซ็งนึงที่ไม่สามารถกำจัดไปได้ เล่าเรื่องคอมพ์ต่อ พอซื้อมาปุ๊บ ตื่นเต้ลลลลล เห่อปี๊ดๆ เลย แกะออกมาติดตั้งเอง คือไม่จ้างเค้า มันแพงน่ะ ก็เคยทำมาแล้วตั้ง 3 เซ็ท ราบรื่นดีมาตลอด แต่คราวนี้ มันไม่ยอมมีเสียง โทรๆๆๆๆ คุยกะไอ้บัง (อีกแล้น) ทำโน่นนี่ตามมันบอก ก็โอเคและ แต่ไม่ค่อยเป็นที่พอใจ เลยเอาไปคืนที่เบสต์บาย โชคดีที่คิดคืนก่อน 15 วัน เลยไม่ต้องถูกหัก 15% เป็นค่า รีสต๊อกกิ้ง เป็นว่า 8 วันที่ผ่านมาเลยได้ใช้คอมพ์ใหม่เอี่ยมฟรีๆ พอคืนเค้าไปก็เหวอๆ เอ๋อๆ รออีก 2-3 วันก็ไปลากมาอีกชุดนึง เหมือนเดิมเป๊ะ แต่ถูกกว่าเดิมประมาณ 150 เหรียญ ดีใจ ดีใจ ดีใจ เอาไปกร่างกะปั๋วได้ ข้าเก่ง ข้ากู้ด 55555 เพราะอีตานั่นทำ “อ่า” ไรไม่เป็นเลย เป็น “ยู้ดเซ่อ” ตัวจริง เซ่อๆ ซ่าๆ ไปซะหมด อย่าหาว่า “นิน” เลย เครื่องใช้ไฟฟ้าบ้านนี้ อิชั้นเป็นคน “ฮุก” ติดตั้งต่อเติมแต่เพียงผู้เดียว พี่แกคอยช่วยจับช่วยยกอย่างเดียว อะไรๆ ก็จะจ้างเค้ามาทำไปซะหมด แพงนะโว้ย บางทีก็แบบว่า รอให้ “บัก-แล๊นซ์” น้องชายมาทำให้ รอไปเถอะ ไม่รู้ชาติไหนจะตามตัวเจอ อู๋เก่งกว่าเว้ยยยยย ทำดีก็ได้ ทำพังก็เก่ง 55555 พอติดตั้งชุดใหม่ก็แบบเดิมอีกไม่มีเสียออกมาทางลำโพงของจอแบนนั่น เบื่อเลย ทำอะไรผิดวะ ไม่เอาไปคืนแล้ว เก็บไว้ก่อน เผื่อไอ้แล๊นซ์มันมาปรากฏกายเมื่อไหร่ค่อยให้มันดู แต่ก็ไปลากเอาลำโพงกะซับวู้ฟเฟ่อชุดเก่า (ของ”ฮาแมนกาด้อน” เชียวนะ) ก็เลยเสียงดังใสปิ๊ง พอให้หายคับข้องใจไปได้เยอะเชียว

สรุปว่าได้คอมพ์ชุดใหม่ เจ๋งดี แต่เน็ทอืดเหนื่อยเช่นเดิม ส่วนไอ้แล็บท๊อบที่พี่ก๊อตซื้อให้ใช้ส่วนตัว (ที่เจ๋งสุดๆ เมื่อ 2 ปีก่อน 5555) ต้องเอาไปหาหมอให้เช็คอัพเร็วๆ นี้ เพราะป่วยหลายอาการมากๆ ไม่ยอมเบิร์นแผ่นไหนๆ รูเสียบยูเอสบีแบบคู่ก็หักแหกระเบิดระเบ้อ เพราะไอ้ตัวเล็กกระชากสายเม๊าส์ แล้วก็เอาโน่นนี่แหย่ๆๆๆ แทงๆๆๆ ทิ่มๆๆๆ สารพัดมันจะทำแหละ เผลอเป็นไม่ได้ แถมเอาดินสอขีดเขียนฝาด้านบนซะลายพร้อยยยยย.... โอย...ยังมีอีกเยอะ หลายอาการ คาดว่าอีกประมาณ 150 แหละที่ต้องเสีย มีแต่เรื่องเสียเงินว่ะ

Tuesday, March 11, 2008

คุยกับครูใหญ่ของลูก

อันนี้เป็นเรื่องค้างสต๊อค (ตอนที่หายหัวไปนานๆ) แบบว่า “ต้องเล่า” คือไปคุยกะ “มิสเตอพร็นซิเปิ้ล” ตั้งแต่ วันที่ 21 กุมภาโน่น คือขอนัดเค้าแล้วก็เลื่อนกันเรื่อยมา สรุปวันวันนั้นทุกอย่างโอเค แต่ว่าต้องไปคุยคนเดียว (อีกแล้ว) เพราะพ่อมันถูกโทรตามไปทำงานด่วน เรื่องของเรื่องก็คือ หนูดีมันก็เล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ฟังเรื่อยๆ ว่า วันนี้ทำอะไรที่โรงเรียน เล่นอะไร ตีกะใครบ้าง บางทีก็สนุกดี ขำดี บางทีฟังแล้วก็มีโมโห หลายครั้งที่ข้อง ขัด เคืองใจ ก็แล่นไปถามอีครูประจำชั้น นังครูคนนี้เป็นครูใหม่ ถามไถ่เอาความทีไรก็ตอบแค่ว่า เด็กๆ ก็แบบนี้แหละ Kids’ things!!!! แล้วลูกเราเป็นไง ดื้อด้านหรือทำอะไรไม่ดีหรือปปล่าว มันก็จะบอกว่า She’s a sweet little girl, she’s a very good girl, thanks for having her in my class! พอได้คำตอบเดิมๆ หลายๆ ครั้งก็ชักไงๆ วุ๊ย เลยนัดคุยกะครูใหญ่


เปิดฉากก็เล่าๆๆๆๆๆ ถามๆๆๆๆ เรื่องใหญ่ก็คือเพื่อนบางคน บางกลุ่ม ไม่ชอบลูกเราเอามากๆ ลูกเราไปทำอะไรไม่ดีหรือปล่าว ทำไมพวกมันชอบมาว่าลูกให้เสียใจ ขี้เหร่เงี๊ยะ ที่หนักหนาสะดุดใจพ่อแม่มากที่สุดก็คือ หนูดีไปคุยอวดเพื่อนๆ ว่า ซัมเม่อร์นี้จะไปเมืองไทย เพื่อนมันคนนึงพูดว่า Good! People like you need to leave the country and ….. don’t come back! ขำไม่ออกว่ะ นี่เป็นแค่หนึ่งตัวอย่าง ลูกต้องซัฟเฟ่อร์แบบนี้ตลอดเวลา ก็เลยมานั่งถกกะผัว ย้ายลูกออกจากโรงเรียนแคธอลิคบ้านี่เถอะ แพงก็แพง เด็กเปรตพวกนี้ก็ “มีน” สุดๆ อีพ่อมันก็ไม่ยอมอยู่อย่างเดิม ตานี้พอเล่าให้ครูใหญ่ฟังแล้ว เค้าก็แบบตะลึง แล้วก็บอกว่า สรุป รอมมี่มี 2 ปัญหา หนึ่ง รอมมี่เคยเป็นเด็กเรียนดีมากๆ จาก “เอ-รวด” มาเป็น “เอไม่รวด” อีกปัญหานึคือเพื่อนๆ ชอบแกล้งพูดให้เสียใจ ครูใหญ่ก็จะไปลากคอไอ้พวกนั้นมาปามรายตัว แล้วก็รอมมี่เวลคั่มเสมอที่จะเข้ามาคุยกับครูใหญ่ตลอดเวลาและจะเก็บเป็นความลับ ส่วนเรื่องอีครูประจำชั้นห่วยๆ นั่น (เคยถามไง นี่ เออ แก ลูกชั้นบ่นว่าเลขบทนี้ย้าก... ยาก .... อีครูตอบว่า เออ ยากจริงๆ ด้วย ไอยังไม่เข้าใจ ทำไม่ได้เลยเหมือนกัลล์ ไม่รู้จะสอนนักเรียนให้เข้าใจได้ยังไง – ฟังแล้วก็จุกเลยแหละ ครูพูดแบบนี้ เรื่องนี้ก็ได้เล่าให้ครูใหญ่มันฟังด้วย) หลังๆ มา เวลาไปรับลูก ก็ไม่ได้เซย์ – เฮลโหล - กู้ดบาย - จี๋จ๋า ดังเดิม แถมมันส่งจดหมายถึงผู้ปกครองทั้งหมดว่า “มีอะไรคุยกันได้น้า..... มีเวลาให้พวกยูเสมอน้า....“ มันก็ไม่ได้เอ่ยชื่อออกนามว่าใครฟ้องครูใหญ่อะไรยังไง ก็คือตึงๆ กันแหละระหว่างแม่อีดีกะครูอีดีน่ะ เป็นว่าวันนั้น คุยกับมิสเตอร์สเปนเซ่อร์ คุณครูใหญ่ไป 1 ชั่วโมงเศษๆ พอตอนจบยังมาชมว่าเราเป็นแม่ที่ดีมากๆ นะ เอาใจใส่ลูก ยังหยอดทิ้งท้ายว่าน่าจะคอนเวิร์ทเป็นแคธอลิทนะ อ้าววว.....ท่าจะบ้า ผัวยังไม่กล้าพูดแบบนี้เลย 555555 เป็นพุทธ ยังเป็นได้ไม่ดี จะให้เป็นแคธอลิค 55555

Friday, March 7, 2008

ไอ้เตี้ยทำเลอะอีกแล้ว


วันนี้ก่อนไปรับลูกจากโรงเรียน แวะไปแบ๊งค์ พอมีเวลาเหลือเลยแวะไปหาอะไรเย็นๆ ดูดดด....ซะหน่อย ไปบั๊คส์ ลากแฟล๊ปปุชชิโน่ปั่นอย่างเดิม แล้วก็สั่งสตรอเบอรี่เลมอนเหนดให้ลูกๆ แบ่งกันดูด ขับรถไปก็เอื้อมไปเอาให้ไอ้ตัวเล็กดูด พอเห็นว่าถือแก้วดูโอเคก็เลย ปล่อยไปก่อน ไม่ต้องดึงกลับไปมา มันก็โอเคมาตลอดฟรีเวย์ พอถึงโรงเรียน ก็นั่งกินหนมกัน รอเวลาโรงเรียนปล่อยเด็กๆ ออกมา พอเหลือบเห็นลูกก็เลยผละจากไอ้ตัวเล็ก เดินไปรับไอ้ตัวใหญ่ โรงเรียนนี้ไม่ให้นักเรียนเดินออกมานอกรั้วโดยไม่มีผู้ปกครองรอรับ พอได้ตัวไอ้หนูดี พี่มันเก็บกระป๋งกระเป๋าใส่ท้ายรถเรียบร้อยก็ “กรี๊ดดดดดดดดด...” เลย ไอ้อ้วนได้เทน้ำปั่นราดตัวเองซะแล้ว ถุงไดเป้อก็ไม่ได้เอามา ก็เลยไม่มีผ้าผ่อนอะไรก็ให้ซับ เช็ด มีแต่ทิชชู่ เลยต้องฮ้อกลับบ้านด่วยจี๋ แผนที่ว่าจะไปเติมน้ำมัน แล้วพาลูกไปกินข้าวที่ “เพอโก้ส์” ตามที่พ่อมันสั่งและฝากตังค์ไว้ ก็เป็นอันล้มลง (น้ำมันวันนี้แพงขึ้นอีกแล้ว ตอนนี้น้ำมันขึ้นราคาเป็นรายนาทีเลย วันนี้ ไร้สารธรรมดา อยู่ที่แกลลอนละ $3.49….. เซ็งจัง)

พอถึงบ้านอีหนูดีก็เอาจักรยานออกไปร่อนเร่ที่หน้าบ้านนิดนึง แล้วให้มันเอาน้องไปล้างน้ำในอ่าง ส่วนตัวเองรีบไปอบไส้กรอกกับอุ่นข้าวเหนียวให้ลูก แล้วก็รีบเอาคาร์ซีทมาแกะออกแล้วเอาผ้าหุ้มมันไปซัก ก็วางแผนไว้แล้วนะว่าจะรื้อออกมาซักซะที มันเทโน่นนี่คว่ำใส่ประจำ แต่ไม่ได้คิดจะทำวันนี้ แถมวันนี้วันศุกร์ ต้องไปรับอาหารไปส่งฝาละมีที่โรงงานด้วย เป็นว่าต้องใช้รถ ใช้คาร์ซีทอีกรอบ ก็คาดว่ามันคงจะแห้งทัน จะอบแบบร้อนๆ เดี๋ยวจะหดเดี้ยงซะอีก จะเอาคาร์ซีทเบบี้ให้มันนั่ง-ก็คงไม่เวิ๊ร์ค มันจิ๋วไปนิด คิดไว้แล้วนา.... ว่าจะซื้อคาร์ซีทถูกๆ ไว้อีกอัน เผื่อฉุกเฉิน แต่ไม่ได้ซื้อซักที คราวนี้ก็เลยคิดว่า วีคเอนด์นี้ไปลากมาเลยดีกว่า ทุ่มสุดๆ 60 พอ อันที่ใช้อยู่ก็ราคากลางๆ ประมาณ 200 ขออย่าให้ไอ้ผ้าหุ้มมันหดเล้ยยยยยย สาธุ ลูกช้างไม่อยากเสียก๊ะตังอีก กะว่าใช้อันนี้ไปถึง 3-4 ขวบเลยน้า.....

ช้อปเสื้อผ้าให้ลูก


วันนี้ไปลากซื้อเสื้อผ้าให้ลูกทั้ง 2 ตัว ได้เสื้อผ้าใหม่คนละภูเขา ม้าม่าไม่ได้อะไรนอกจากยาแก้คันขี้เรื้อน 5555 ยังไม่ได้ถ่ายรูปเสื้อผ้า ดูใบเสร็จไปก่อน ของลูกชายได้ดิสเค้าท์สะใจ 10% + 15% ส่วนของหญิงดีเธออยากใส่เสื้อผ้ายี่ห้อนี้มานาน แม่เลยกลั้นใจพาไปลากมาให้ฝูงนึง และลูกไม่มีเสื้อผ้าสวยๆ รับสปริง-ซัมเม่อร์ หรือเวลาวันที่ลูกได้ใส่ฟรีเดรส ก็เป็นที่น่าสงสารดูไม่เริ่ดเปิ๊ดสะก๊าดเหมือนเพื่อนๆ แล้วก็โตเร๊วเร็ว แป๊บๆ เดี๋ยวคับ เดี๋ยวคับ แถมหาซื้อเสื้อผ้ายากมากด้วยตอนนี้ เพราะอยู่ตรง “บีทวีน” อีกแล้วคับท่าน บีทวีนเด็กหญิงกับทีนเอจ เสื้อผ้าเด็กหญิง ไซ้ส์ 16 ใหญ่ยักษ์สุดบางแบบก็พอใส่ได้อีกแป๊บนึง บางแบบก็ไม่สามารถเข้าไปอยู่อาศัยได้ แถมเสื้อผ้าแฟชั่นสไตล์ใหม่ๆ เค้านิยมใส่คับๆ ติ้วๆ จิ๋วๆ ซึ่งมันก็ไม่เหมาะกับอีหนูดีเอาซะเลย จริงๆ มันก็ไม่เหมาะและดูไม่น่ารักกับเด็กๆ ทั่วไปแหละ โดยเฉพาะเด็กอ้วนพีแบบหนูดี แต่พอเลือกซื้อเสื้อผ้าวัยรุ่น วัยสาว ก็คอกว้างขวางซะ นมที่เพิ่งจะแหลมๆ แทบจะโผล่ออกมาตรงคอเสื้อ เซ็งจิตจริงๆ เสื้อวัยรุ่นบางทีก็ผอมลีบซะน่าขำ สงสารอีหนูอ้วนของดิฉันจริงๆ

Tuesday, March 4, 2008

หายไปนาน กลับมาแล้ว


หายไปนาน หายไปเลย เลยมีเรื่องต้องเล่าให้โลกได้รู้ค้างสต๊อกอยู่เยอะ จะค่อยทะยอยๆ โพลต์แล้วกัน ชีวิตก็ยุ่งๆ บ้าๆ บอๆ ตามปกติ บางวันก็มีเรื่องงี่เง่าต้องแก้ บางวันก็เบื่อๆ เหงาๆ เซ็ง บางวันก็เหมือนยู้ง.... ยุ่ง... วิ่งหางชี้โน่นนี่นั่นทั้งวัน ไม่ได้อะไรขึ้นมา นั่นก็ไม่เสร็จ นี่ก็ไม่แล้ว กับข้าวกับปลาก็ทำกินบ้างตามกำลังความขยัน ส่วนวันนี้ทำจับฉ่ายให้ลูกๆ กิน จริงๆ แล้วตัวเองก็โปรดจับฉ่ายมาก วันนี้ใส่ขาหมู กระดูกหมู และ หมูกรอบที่ได้มาจากบ้านเจนนี่ตั้งแต่ตรุษจีน “ขังไว้นาน” จนลืมไปแล้ว เอามาสับๆ ใส่ลงไปก็อร่อยดี ส่วนผัก ไปลากมาจากร้านลาว หน้าตาคล้ายๆ กวางตุ้ง คล้ายๆ ผักกาด ผักคะน้า เป็นใช้ได้ ลากมาเยอะแยะ รวมทั้งหัวไชเท้าด้วย สับๆ หั่นๆ ล้างให้สะอาด โยนลงหม้อไป ลูกสาวแสนสวยชอยซุปนี้ด้วย โดยเรียกซุปของโปรดนี้ว่า “ไทย มินิสสะโตรเน่ ซูป not Italian Minestrone Soup” แล้วแต่มันจะเรียกเถอะเน๊าะ ขอให้มันกินผักบ้างเถ้อออออ...

กระจกรถแคร๊ก
แต่ละวันจะมีเรื่องให้ปวดหัว ให้ตื่นตะหนก อยู่เรื่อยๆ ไม่เคยขาด จะปวดกะบาลมากกว่าปกติถ้าเป็นเรื่องที่ต้องเสียตังค์ เพราะยิ่งรวยๆ อยู่ ฮึ...เช้าวันนึง 2 อาทิตย์ได้แล้ว ขับรถไปส่งอีอ้วนที่โรงเรียน หมอกก็หนา อากาศก็หนาว เลยออกไปติดเครื่องรถเปิดฮีทเต้อร์พอให้รถอุ่นๆ ซะหน่อยก่อนที่ลูกจะเข้าไปนั่งในรถ พอเริ่มออกจากบ้าน เห็นอะไร “แปล๊บๆ” ตรงหน้ากระจก พอมองไปดู อ้าว..กระจกร้าวนี่หว่า ตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย ทำไมเพิ่งเห็น รอยร้าวยาวประมาณ 4-5 นิ้วได้ พอขับไปอีกหน่อย รอยร้าววิ่งลิ่วๆ เลย จากนิ้วเป็นฟุต อีหนูดี “กัวน่ะแม่ กัวๆๆ” เลยปิดฮีทเต้อร์ซะหน่อย เพราะคิกว่า ความอุ่นภายในรถกับความเย็นนอกรถน่าจะเป็นสาเหตุอย่างนึง (อิฉันเป็นยอดนักวิทยาศาสตร์ค่ะ มิใช่ไสยาศาสตร์) ปิดฮีทเต้อร์ก็ไม่ใช่จะแก้ไขรอยร้าวอะไรได้หรอก เพียงแต่น่าจะทำให้รอยร้าวมันหยุดวิ่งแบบนั้นลงบ้าง พอขากลับบ้าน ก็แบบ “เปี๊ยะๆ” ต่อมาอีกซัก 2-3 นิ้ว สรุปว่า น่ากลัว เพราะไม่อยากให้มันลั่นโพล๊ะแหกแตกละเอียดเวลาขับรถไปกับลูกน้อยกลอยใจทั้งสองตัว

พอบ่ายไปรับลูก ขับรถออกไปร้านกระจกที่เคยเอาฮุนไดไปเปลี่ยนกระจกเมื่อ 2 ปีก่อน (เนื่องจากรถถูกทุบ เมื่อเกือบ 2 ปีก่อน) ปรากฏว่า หาไม่เจอ มันปิดกิจการไปแล้ว ทำไงดีวะ งงเต๊กเลย ตาหูเหลือกขับกลับเข้ามาในเมือง ชะแว๊บเห็บป้าย “ซ่อมกระจกร้าว เปลี่ยนกระจก” ก็ขับทิ่มเข้าไปในร้านมันเลย ไอ้เม๊กออกมาถามไถ่ เราก็ร่าย..นิดหน่อยแล้วก็แจ้งไปว่าอยากเปลี่ยนวินชิลด์ใหม่ ไอ้ดำเจ้าของร้านก็ออกมาจ๊ะจ๋า บอกว่าซ่อมได้นะ ยิงเจาะแล้วใช้กาวพิเศษ สะต๊อปมันไม่ให้รันไปอีก เลยถามไปว่าเท่าไหร่ คงทนอีกนานแค่ไหน มันบอกใช้ได้อีกปีนึง ไอ้บร้า... ปีเดียว ค่าซ่อม 75 เปลี่ยนใหม่ 130 บร้าป่าววะ เลยตกลงว่าจะเปลี่ยนใหม่ มันบอกวันนี้งานยุ่งให้มาพรุ่งนี้แต่เช้า ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง เออ แล้วเจอกันพรุ่งนี้

ตื่นเช้าเอาลูกไปส่งโรงเรียน แวะเอารถไปทิ้งให้ไอ้ดำ อีก๊อตขับรถไปรับกลับบ้าน วันนั้นเอารถอีก๊อตไว้ใช้ เลยต้องขับรถไปส่งปั๋วไปทำงาน พอเวลาลูกเลิกเรียน รับลูกแล้วเลยแวะไปรับรถ แล้วจะขับรถไงวะทีละ 2 คัน 55555 แผนแรก คือจะขับอีโตโยต้ากลับบ้าน เพราะคันนั้นมีเบบี้คาร์ซีท แล้วทิ้งอีฮุนได้ไว้ที่ร้านไอ้ดำ (โชคดีว่า “จิน” มันมาพักอยู่ด้วย เลยมีเบบี้ซิทเต้อร์ ไม่ต้องแบบลูกน้อยหอยสังข์ออกไปด้วย) พอถึงบ้านก็จะหอบลูกสองตัว เพื่อนหนึ่งตัว ใส่อีโตโยต้ากลับไปร้านไอ้ดำ แล้วให้ไอ้จินขับอีฮุนไดกลับบ้านให้ แต่ก็หวาดๆ เพราะจินมันไม่มี “ต้นขับขี่” 55555 แต่เอาเข้าจริงผิดแผน และไม่ยุ่งยากอย่างแผนที่วางไว้ ไอ้ดำมีลูกน้องว่างอยู่คน มันเลยให้ขับ “อีฮุน” มาส่งที่บ้าน ก็หวาดๆ อีแหละ ให้คนแปลกหน้ารู้ที่อยู่ เอาวะ ไม่มีทางเลือกมากนัก เอาให้มันเสร็จๆ ไปซะเรื่อง เลยได้ไอ้หนุ่มน้อยเม๊กขับอีฮุนมาส่งบ้าน เราก็เอาอีหนูดีไปโยนทิ้งให้น้าจินเลี้ยงอีกคน แล้วก็ขับ “อีโตต้า”ไปส่งไม้เม๊กคืนที่ร้านมัน จบข่าว อ้อสรุป ค่าเปลี่ยนกระจก ไม่ใช่ 130 ตามที่ตกลง ซ้อรี่แมม ค่านั่นด้วย ค่านี่ด้วย ฆ่าโน่นอีก รวมแล้ว 175 ย่ะ ไอ้ดำ ไอ้เวน พอเห็นล้วงเงินสดจ่าย เลยลดให้ 5 บาท

ปรากฎเรื่องไม่จบแค่นั้น วันรุงขึ้นขับรถไปซื้อกับข้าวที่เฟรสโน่ รถทำไมมันดังอื้ออึงแปลกๆ วะ จึงได้พบว่า กระจกติดตั้งไม่ดี มี “แก๊ป” เลบมีเสียงลมแทรกเสียดสี ก่อความรำคาญเป็นอย่างมากๆ ก็เลยต้องมีการเอารถไปทิ้งให้มันแก้ไขอีก เซ็งโว้ยย..... แต่คราวนี้ไปรอ เพราะมันบอก แค่ชั่วโมงเดียว เลยพากลูกกะเพื่อนเดินไปนั่งกินไชนีสบั๊ฟเฟ่ต์ แถวๆ นั้น กินกินจนเหนื่อย ไม่เคยกินบัฟเฟ็ต นานขนาดนี้ กินจนอาย กินจนอืด ครบชั่วโมงก็เบย เดินไปเอารถคืน ปากฎรถเสร็จตั้งนานแล้ว ไอ้ดำเจือกไม่โทรตาม-ตามที่ตกลงกันไว้ เราก็ร้อ....รอ..... กินๆๆๆๆๆๆ อิ่มแทบอ้วก ความผิดของไอ้ดำ 55555 จบเรื่องกระจกรถแคร๊ก ปะการะชะนี้

Thursday, February 14, 2008

Happy Valentine's Day


วาเลนท้าย วาเลนไทน์ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ไม่ได้อะไรเป็นพิเศษ ไม่มีดินเน่อร์ใต้แสงเทียน เพราะกรรมกรต้องทำงาน 55555 แต่ได้ตังค์ไปช้อบเอาเอง 250 พอดีหนี้เยอะ เลยเอาไปจ่ายหนี้หน่อยนึง 55555 ดอกม๊งดอกไม่มี แต่เอาเถอะ ด.ม.ด. 55555 ตังค์ดีกว่าอยู่แล้ว ดอกไม้ได้อยู่เรื่อยๆ แล้วทั้งปี (เวลามันเฉาหน่อยๆ ลดราคา ปั๋วจะรีบลากมาฝาก 5555 ให้แม่มดอู๋มาปลุกชีวิตเอาที่บ้าน มันก็จะเบ่งบานสวยงามไปอีกหลายวัน)
ดอกกุดาบที่หนูดีหอบอยู่น่ะ ไม่ใช่ของหนูดีหรือของแม่หรอก เป็นของอีป้าจินเค้า ไอ้ลุงส่งมาให้ หนูดีมันเอามาหอบถ่ายรูปเฉยๆ

Wednesday, February 13, 2008

อุบัติภัยหมอก


หมอก หมอก หมอก แต่ไม่หงอยน้า......
มาอยู่ที่นี่เกือบ 8 ปีแล้ว ทุกๆ ปีพอประมาณ ตุลาคมถึงพฤศจิกายน หมอกก็จะมาคุกคาม ไปจนถึงกุมภาพันธ์หรือมีนาคมปีถัดไป หมอกที่นี่หนา เพราะเป็นแวลเล่ย์ เป็นอ่าง เป็นก้นกะทะ เป็นกันนรก แล้วแต่จะพูดกัน บางทีก็หนาตึ้บทั้งวัน บางทีก็สายๆ ก็โปร่งบางลงหน่อย หรือแดดแจ่มแม๊วเลยก็มี ปกติมันจะมาประมาณบ่ายแก่ๆ ไปตอนก่อนเที่ยงแหละ จริงๆ เอาแน่ไม่ได้หรอก แต่ที่แน่นอนที่สุด ขับรถต้องระวังขึ้นอีก 385 เท่า เพราะต้องใช้ฟรีเวย์ทุกวัน แล้วอุบัติเหตุแบบ Pile Up เกิดขึ้นแถวนี้บ่อยๆ บางทีก็เป็นร้อยคัน ตายเจ็บระนาว ส่วนใหญ่ก็ 50-60 คัน มีอยู่เรื่อยๆ แต่พอหมดหน้าหมอก ไม่เห็นไม่เจอมันนานๆ ก็คิดถึงมันเหมือนกันนะ
หลังๆ มานี้ขับรถรับส่งลูกฝ่าหมอกหนาทุกเช้า บางทีก็บ่ายด้วย เพราะบางวันก็ไม่เคลียร์อัพเลยทั้งวัน แต่พอสี่ห้าโมงเย็นหมอกก็โรลล์อินแล้วก็หนาขึ้นเรื่อยๆ จนเช้า พอซักเที่ยงบ่าย ก็บางลงนิดหน่อย พอบ่ายแก่ก็หนากลับขึ้นมาอีก เป็นอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ บางทีก็เป็นๆ หายๆ ไปตลอดฤดูหนาว ตอนมาอยู่ใหม่ๆ ก็ไม่กล้าขับรถ แต่กลางวันดีกว่ากลางคืน เพราะพอเห็นบ้านเรือนข้างถนนลางๆ กลางคืนมองไม่เห็นเลย แม้กระทั่งไฟในบ้านนอกบ้านผู้คน ไฟเขียวไฟแดงยังมองไม่เป็นเลย เวลาจะเลี้ยวเข้าออกซอยก็ใช้จำเส้นขาวเส้นเหลือง เส้นคู่เส้นประ อันที่เท่าไหร่ถึงจะเลี้ยวเข้าบ้าน คือออกจากฟรีเวย์เลี้ยวขวา จำไว้เลยดูเส้นคู่สีเหลืองกลางถนน (ในรูป) นับว่าถึงพ๊อกเก็ตกลางถนนอันที่ 3 ก็เลี้ยวซ้าย 555555 พอหมอกจัดๆ รถเลยชนกันแบบเป็นสิบเป็นร้อยกันอยู่เรื่อยๆ อู๋รอดตัวมาได้เรื่อยๆ บ่อยครั้งที่แบบเกือบไปร่วมวงกะเค้าเหมือนกัน ก็ช้าๆ เข้าไว้ ถ้าจะชนก็แค่เบาะๆ เพราะเกิดอะไรขึ้นตำรวจกะรถพยาบาลก็มาได้ไม่รวดเร็วทันทีเช่นกัน พวกมันโดนอัดซ้ำก็เคยมี เพราะมองไม่เห็นจริงๆ จะหมอกหนาหมอกบาง ไล๊ฟ์แฮฟทูโกออน 55555 ลูกยังต้องไปโรงเรียน บางทีหมอกจัดๆ โรงเรียนก็หยุด เค้ากลัวอุบัติเหตุ วันนี้ที่เมืองข้างๆ รถโรงเรียนเจออัดเละกับรถอีกหลายคัน ตายหนึ่ง เจ็บหลายคน อีรถเก๋งตาย เด็กๆ เจ็บกัน ส่วนโรงเรียนอีดีโรงเรียนแม่ชีมันไม่หยุด หมอกหนา พายุกระหน่ำ ไม่หยุด ไม่ถอยเวลาออกไป ไม่มีรถรับส่ง อีพ่อแม่มันก็ต้องดิ้นรนเอาลูกไปโรงเรียนกันแหละ อยู่มาหลายปี ก็ชินแล้วแหละ แค่อยากเล่าสู่กันฟัง ใครว่าอยู่เมืองนอกสบาย คิดถึงเมืองไทยมากกกกกก อยากแดกมะม่วง มะขามเทศ 5555 มังคุด ฯลฯ

กิน นอน แล้วก็ กินอีก











Thursday, February 7, 2008

ข่าวไม่สด

ไม่ได้โพสต์เมื่อวาน ไม่ว่างแต่ไม่ได้ยุ่งอะไรมากหรอก เบื่อๆ อยากๆ ตามปกติ วันนี้ทำผัดไทย-อเมริกันสไตล์ หมูกุ้งเพียบบบบบบ…. ขี้เหร่ แต่อร่อยน้าาาาา… ไม่ได้ถ่ายรูป เพราะขี้เหร่ 55555 วันนี้ก็กัดกับอีหนูดี ตามปกติทุกวัน เบื่อมาก ทำไมลูกนิสัยแบบนี้ เรียนก็แย่ลงเรื่อยๆ กลุ้ม ไม่อยากคิดเรื่องมันมาก เซ็งๆๆๆ

วันนี้ ฝามี เหน็บหนังสือพิมพ์ไว้ให้ดูเสี้ยวนึงตามปกติ คือมักตะเสียบไว้แถวๆ คอมพิวเต้อร์ หรือหม้อหุงข้าวในครัว ตรงที่คิดว่าพันระยาสุดที่รักจะสะต๊อปเป็นที่แรกของวัน วันนี้เสี้ยวที่อยากให้อ่านเป็นรูป “ไอ้ก๊อต“-ก๊อตซิล่าน่ะ พออ่านแล้วก็งั้นๆ ไม่ขำ “ภาพเป็นข่าว“ ไม่มีสาระอะไร แค่เป็นภาพจากกรุงเทพฯ ไทยแลนด์ คนเมานอนหลับใต้รูปปั้นไอ้ก๊อต แค่เนี๊ยะ เป็นข่าว คนทำข่าว บ้า หรือ โง่ วะ เนี่ยะ ไม่ขำว่ะ

ส่วนอันนี้ ตั้งนานแล้ว พฤศจิกายนปีที่แล้ว สก๊อตต์ เห็นรูปนี้พากข่าวหน้าหนึ่งแล้ว “ก๊ากกกกก…..” เอามาให้ดูลูกก็ขำ ส่วนตัวเองเฉยๆ ไม่ขำ เพราะพวกมันสองตัวขำกิ๊กว่า “อีบร้านั่นหน้าตา และมีอาการคลุ้มคลั่งเหมือนแม่“ ตัวเองดูแล้วก็โยนๆ ไปให้พ้นสายตา วันนี้ไปรื้อหนังสือพิมพ์เก่าจะเอาไปทิ้ง ไปเจอเข้าเลยเอามาอวดจ้า

Tuesday, February 5, 2008

โฟโต้บู้ต

เมื่อวันจันทร์ ฝามีไม่ได้ไปทำงาน เพราะต้องไปงานศพญาติ-อาสะใภ้ ข้าง “ดิ อิงเกิ้ลส์“ เหลือกันอยู่ไม่กี่คน แถมพอ “คุณย่า“ คนนี้ตาย แกมีลูกชายคนเดียว (คัสซินของอีก๊อต) ซึ่งตายไปนานแล้วและมันมีลูกชายอยู่คนเดียว คือ ยายแก่เลี้ยงหลานชายน้อยมาคนเดียวโดยตลอด พอแกตายลง บักเคร๊กจูเนี่ย ตอนนี้อายุ 20 ต้นๆ มั๊ง ก็เป็นอิงเกิ้ลที่โด่เด่อยู่คนเดียว คาดว่าคงต้องขายบ้านช่องของย่าไปใช้หนี้สินค่ารักษาพยาบาล ค่างานศพ ฯลฯ สก๊อตต์มันก็ไปห่วงเค้า เพราะได้โทรดุด่า ดูแลไอ้เด็กคนนี้มาหลายปี เมื่อก่อนมันติดยา เลิกยา เข้าคุก ออกคุก เข้ารีแหบ ออกรีแหบ ก็มีลุงก๊อตคอยแนะนำ แต่มิได้ดูแลทางด้านการเงิน มันเพิ่งจะดูเป็นผู้เป็นคนเมื่อไม่นานมานี้ ย่าก็จากไปซะแล้ว งานศพก็เศร้าตามระเบียบ แอบเห็นไอ้เฒ่าของดิฉันน้ำตาคลออยู่หลายหน

จากนั้นก็ไปทานอาหารอิตาเลี่ยนกัน 3 คนพ่อแม่ลูก กลับบ้าน แม่กับเบบี้งีบกันยาว พ่อไปรับหนูดีจากโรงเรียน แล้วก็คงไปขุนกันตามระเบียบ เพราะแม่นอนขึ้นอืดอยู่บ้านไม่รู้เรื่อง


พอตื่นมาเกือบ 4 โมง โหวกหวากโวยวาย เร็วๆๆๆๆๆ รีบไปจ่ายหนี้ ร้าน ชิิลเด่นส์เพลส ที่มอลล์ ด่วนๆๆๆๆๆๆ แล้วก็ตูดแป้นกันทั้งฝูงไปมอลล์ แม่ไปจ่ายหนี้ ปิดบัญชีไปแล้ว $11.37 เพราะไม่ได้ไปลากซื้ออะไรมาอีก เสื้อผ้าลูกเยอะเหลือเกิน บ้านก็รกจนไม่มีที่จะเก็บ เลยต้องเพลาๆ ช้อปลงหน่อย เกรงใจปั๋วด้วยแหละ มันไม่ค่อยว่าด้วย จากนั้นก็ไป กินอาหารหรูที่ฟู้ดคอร์ด 55555 หรูสุดตามสภาพ ก็อร่อยดี มีความสุขตามฐานะ แค่ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าก็แฮ้ปปี้แล้ว ลูกก็ดีใจ ได้ไปไหนๆ ทำอะไรกับพ่อบ้าง ฟาดฟันกับแม่มาตลอด ชักไม่ค่อยหนุก แถมระยะหลังพ่อก็ไม่ได้ค่อยมีเวลาอยู่บ้านด้วย กินข้าว กินหนม กันเสร็จ ดันเหลือบไปเห็นตู้ถ่ายรูป พ่อลูกโดดใส่ตู้กันหมด อีแม่เดินหอบข้าวหอบของตามเข้าไปยัดในตู้ ก็ถ่ายรูป กัน 2 เซ็ท เซ็ทแรกทั้งครอบครัว เซ็ทที่สอง พ่อเค้าอยากถ่ายกับลูกชาย ดูกันเอาเถอะ รูปแบบนี้ คุณภาพก็สมราคา แต่ครอบครัวเราชอบ เจอตู้เป็นถ่าย สนุกดี ขำด้วย พอนานๆ ไปกลับไปดูก็ยิ่งขำ นึกออกว่าตอนที่ถ่ายน่ะผลักกันไปมา โวยวายเสียงดัง ออกมานอกตู้ ชาวบ้านตะลึงทุกที

ส่วนอันนี้ เซ็ทก่อนๆ ผลักกันไปมาตามแบบฉบับ ตลกดีเน๊าะ

Sunday, February 3, 2008

ผิดหวัง ผิดหวัง

ไม่ได้ผิดหวังว่าใครแพ้ใครชนะซูเป้อร์โบวล์หรอก ไม่โส้น ไม่สน สนแต่ ศึกของไอ้พวกพวกอินลอว์ วันนี้มันมีซูเป้อร์โบวล์ปาร์ตี้กัน ไม่มีใครโทรเชิญเรา 5555 เพราะ ใครๆ ก็รู้ว่าอู๋ไม่สน แต่ว่าไอ้สตีฟ พี่ชายใหญ่ของคุณสก๊อตต์ ได้โทรมาทาบทามขออนุญาตควงหนูดีไปด้วย (แก้เก้อไง เพราะ ครอบครัวนี้ได้กัดกันนุงนังไปหมด ไม่มีใครยินดีต้อนรับมันมานานแล้ว) แต่คราวนี้ “อีแวว“ หรือ นัง แวลเลอรี่ ออกปากให้มันไป เห็นมันบอกว่า คนโน้นคนนี้ต้องแบกนั่นนี่ไปตามสั่ง ส่วนเรา-เขาไม่เชิญ แต่ต้องไปรับลูก-นังหนูดี ก็เลยไปถึงประมาณทุ่มฝ่าๆ นึกว่าคงไปได้เวลา-หมากัดกัน 55555 อยากเห็นน่ะ พลาดมาหลายยกแล้ว ปรากฎว่าพอไปถึง ผิดคาดดดด…..อย่างแรง “อีหม้อแกง“ หรืออีเมแกน กะ บักจอนนี่ ไม่ไป ว้าาาาาา…. หมดหนุกเลย มวยคู่เอกของไอ้ตี๊ฟ ไม่มาซะเนี่ย

เมื่อวันก่อน ได้ข่าวมาอีกว่า อีหม้อแกง กัดกะอีแวว บักจอนนี่ทะเลาะกะ “ตาเฟ็ด“ หรือ แกรนพาเฟรดเดอริค 555555 คือว่ากัดกันนุงนังไปหมด คิดว่าอีแววหาพวกมั๊ง เลยชวนบักตี๊ฟไป ส่วนน้องอู๋กะพี่ก๊อต ขอห่างๆ ไว้ก่อน ไม่เกี่ยว ไม่มีความเห็น เพราะเผลอพูดอะไรไปเดี๋ยวโดนลากเข้าสู่วงรำ 55555 เข็ดแล้วจ้าาาาาา…ครอบครัวนี้ครอบครัวอันตราย จะว่าไป พี่ก๊อตของอู๋เนี่ย… ถึงแกจะพูดมากไปนิด กวนทีนไปหน่อย แกก็ดีกว่าไอ้พวกเวนที่กล่าวข้างต้นทั้งสิ้น

สรุปที่บ่นผิดหวังก็คือ อดดูมวย อีกแล้วววววววว อดมาหลายรอบแล้ว ได้ฟังแต่อีแวว กะ อีหม้อแกง ผัดกันมาแอบเล่าให้ฟัง กะได้ฟังจากปั๋ว เวลาไอ้ตี้ฟโทรมาเม้า พล่าม สารพัด เห็นท่าพี่ก๊อตคุยโทรศัพท์กะไอ้ตี๊ฟทีไร ก็เข้าใจเลยแหละ หน่ายมากๆ แล้วไอ้ตี๊ฟเธอ “ยิ๋ง“ มากๆ คาบไป คาบมา นินทาคนโน้น คนนี้ ฟังแล้ว “กึ๋ย“ มากๆ ลับหลังดั๊น-คงพรุน 555555 โธ่ไอ้แก่ น่ารังเกียจ ไม่อยากรูปโพต์หรอกวันนี้ เพราะไม่อยากให้มีรูปไอ้พวกนรกนี่ติดบนบล๊อก แหวะ แหวะ ดูแหวนแช้มป์ปีก่อนไปแล้วกันนะ

เสาร์ไม่สนุก

นอนเป็นภูเขากับเบบี้ไม่รู้เรื่อง พ่อมันออกไปแบ๊งค์ตั้งแต่ 11 โมง เห็นว่าต้องไปตั้ง 3 ที่ หนูดีก็ตื่นนานแล้วเสียงดูทีวี แต่ไม่ได้ลืมตาขึ้นมาดู พอลุกก็เห็นว่าหนูดีมันทอดไข่กินเอง และมีร่องรอยเกือบเผาบ้าน เพราะมีจานกระดาษที่อยู่ข้างๆ เตา เกรียมๆ อย่างชัดเจน คือ ยังไม่ทัน“พรึบ“ หนูดีก็เสร็จ-ปิดเตา ถือว่าโชคดีกันไปคราวนี้ แต่ก็ได้เรียกมาอธิบายให้ฟังว่า คราวหนังคราวหลังดูให้ดีๆ ดูให้ทั่วๆ ก่อนจุดเตา

แล้วก็มาเริมตั้งหลักดู “บลูแพลเน็ท“ กับลูกๆ เพิ่งได้รับดีวีดีที่สั่งกับ ดิสคัฟเวอรี่สโตร์ นังพ่อสั่งไปเยอะเชียว สารคดีดีๆ ทั้งนั้น เอาใจอีหนูดีสุดๆ รู้ว่าลูกมันชอบ แถมสารคดีแบบนี้หนูดีมันดูได้ดู ดูแล้วดูอีก ไม่มีเบื่อ สั่งตอนช่วงที่เค้าลดราคาก็เลยคุ้มหน่อย พอเริ่มดูกัน นังพ่อก็ล๊งเล๊งกลับเข้ามา แบกอะไรๆ มาอีกแล้ววววว….. ลากหนมปังปาเก็ตมาให้แข็งทิ้งอีก ลากโฟรซเซ่นพิซซ่ามาอีก 3 กล่อง แล้วก็พล่ามๆๆๆๆๆ 555555 ก็ได้แต่ฟัง เออๆๆๆๆ ไปเรื่อย คนมันชอบพูดน่ะนะ จากนั้นก็หุงข้าว ทอดไข่เจียวหมูสับ ให้ตัวเองกับลูกๆ กิน อบเค้กช๊อคโกแล๊ต ล้างจาน แล้วก็หั่นตับหมูที่เอาออกมาละลายตั้งแต่บ่ายๆ แล้วก็แบ่งเป็นถุงๆ แล้วเอากลับไปแช่แข็งไว้อีก ตามแบบฉบับ หมู ไก่ เนื้อ หมูสับ ก็ทำแบบเดียวกัน

เมื่อก่อนโง่ไง ซื้อหมู เนื้อ ไก่ กุ้ง มา ก็รีบยัดช่อฟรีซเลย พอจะทำกินก็เอาออกมาละลาย แล้วแล่ เถือ แถ เฉือน เอาเท่าที่ต้องการทำกิน เสร็จแล้วก็เอาภูเขาที่เหลือยัดกลับเข้าไปในช่องฟรีซ หลายๆ ครั้งเข้า เนื้อสัตว์ก็สภาพไม่ค่อยดี ไม่น่ากิน แล้วต้องรอให้มันตอว์ แค่คิดก็ไม่ค่อยอยากทำแล้ว แล้วเนื้อสัตว์เอาออกมาตอว์แล้วกลับเข้าไปฟรีซ วนไปวนมแบบนี้บ่อยๆ เขาว่าไม่ดี จำไม่ได้ว่าไม่ดียังไง ซึ่งก็ได้ทำอยู่เช่นนั้นเรื่อยมา หลายปี ตอนหลัง พอซื้อพวกเนื้อสัตว์มา ก็จะล้างๆ หั่นๆ เลย (กุ้งก็ซื้อกล่องใหญ่ แล้วแกะๆๆ ผ่าๆๆๆ ล้างๆๆ) แล้วเนื้อสัตว์ทุกอย่างก็ถูกแบ่งเป็นถุงๆ ขนาดพอจาน ถ้าทำเยอะๆ ก็ควักออกมา 2-3 ถุงเลย (รูปที่โพสต์เป็นฝูงหมูบด ก็แยกประเภทเป็นกล่องๆ จะได้สะดวกหยิบออกมาใช้) มีบางทีที่ซื้อมาพร้อมกันเยอะๆ นั่งหั่นเป็นกะมังๆ ไอ้ก๊อตนั่งเฝ้า มันก็หัวเราะไป 555 จะทำขายหรือว่าพรุ่งนี้มีปาร์ตี้ใหญ่ มีอยู่ครั้งไปซื้อมาซะมากมาย นั่งหั่นยันตี 4 เลย ผัวไม่ขำแล้ว มันด่าเลย 55555555 อีบร้าาาาาาาาาา

นอน นอน งีบ งีบ


เมื่อวันศุกร์ นอนไม่หลับทั้งคืนอีกแล้ว พอได้เวลาก็เอาลูกไปส่งโรงเรียน กลับมางีบหน่อยนึง ตื่นสิบเอ็ดโมง เตรียมตัวเจ้าตัวเล็กกับตัวเอง (นิดหน่อย กันทู่…เรศ) ไปรับหนูดีตอนเที่ยง วนไปลากแม๊คโดนัลส์ให้ลูกๆ กินก่อน เพราะยังไม่ได้ทำกับข้าวอะไรเลย แล้วก็แวะ “ตาบั๊คส์“ ขอซัก “โจ๊ลท์“ เพราะเหนื่อยๆ เพลียๆ โรคนอนไม่หลับคุกคามมาพักใหญ่ๆ แล้ว ไม่อยากใช้ยา-กลัวติด ที่มีอยู่ 3 ขนาน ก็นานๆ กินที เฉพาะวันที่ตาโบ๋มากๆ ต้องไปธุระ หรือแบบไม่นอนมาหลายวันหลายคืน หรือเป็นเพราะพักนี้เครียดๆ ถ้าเล่าให้หมอฟัง ก็ได้ยาคลายเครียด ยาๆๆๆๆ สารพัด แบบไอ้กันทั่วๆ ไปสวาปามกันอยู่ โง่เป็นเหยื่อของธุรกิจเฮ้ลธ์แคร์ ค่ายาก็แพง ค่าหมอก็แพง บ่นไปเรื่อย 55555

คือว่าพอไปรับลูก ไปลากอะไรให้ลูกกินในรถ ไปลากกาแฟปั่นให้ตัวเอง ก็กลับบ้านกัน พักนี้ไม่ค่อยไปไหน ช่วยกันประหยัดน่ะ มันชักฝืดๆ ถึงบ้านรู้สึกง่วงๆ บอกหนูดี ว่าแม่นอนนะ มันดีใจอยู่แล้ว ได้ดูตูนยาวเลย ไม่โดนดุ นอนเลยแม่ ส่วนเจ้าก๊อตตี้ไม่ค่อยยากเท่าไหร่ แม่นอนก็เอามันมางับนมไว้ ถ้าโชคดีมันก็หลับยาวกับแม่ ถ้าโชคไม่ดีก็ให้มันเล่นกะพี่ (พี่มันก็ไม่ค่อยอยากเล่นด้วยเท่าไหร่หรอก ก็แค่บอกให้ดูน้องให้ด้วย) คราวนี้โชคดี หลับคร่อกทั้งแม่ทั้งลูก ทีวีดังๆ ยังกลับกันสบาย ตื่นมาเกือบ 4 โมง ค่อยยังชั่วหน่อย

พอทุ่มนึงไปรับอาหารที่สก๊อตต์สั่งไว้เอาไปส่งที่โรงงาน ก็ทำอย่างนี้ทุกวันศุกร์ ไม่รู้ทำไปทำไม สงสารปั๋วน่ะ เพราะไอ้พวกที่คอยเอาเปรียบก็เยอะ จ่ายแต่ค่าอาหาร ไม่จ่ายค่าภาษี สารพัดมันจะคิดออกแหละ-ไอ้พวกที่มันชอบเอาเปรียบชาวบ้านเนี่ย ไอ้คนที่ดีๆ ก็ฝากทิปไว้ให้ แล้วก็คอยวันที่เราจะไปรับอาหารให้ บางทีก็สั่งพิซซ่า แซนวิช ทาโก้ โทรมาตามให้ไปรับให้ บางร้านเค้าไม่ส่งให้เพราะโรงงานอยู่นอกเมืองออกไป นอกเหนือสิ่งอื่นใด ต้องเช็คก่อนว่ามาดามอู๋อยู่บ้านไม่ไปแต๊ดแต๋แถวไหน และวิลลิ่งที่จะทำให้ด้วย ถ้าบูดๆ อยู่ก็ไม่ต้องมาทาบทามให้เสียเวลา เดี๋ยวมีฉ่าง

Friday, February 1, 2008

สคูลโปรเจ็คของลูก

จ๊ากกกก……. โปรเจ็คเวนนั่นต้องส่งวันพรุ่งนี้ ก็สั่งมาตั้งแต่ก่อนคริสต์มาส ตั้งเดือนฝ่าๆ หมูๆ เลยใจเย็น พอตั้งหลักจะทำ (เมื่อ 3-4 วันก่อน - ชอบอะไรจวนเจียน ไฟลนตูด ตื่นเต้นดี เพิ่มรสชาติให้กับชีวิต) ปรากฏว่า โหลดภาพประกอบจากเน็ทไม่ได้ คอมพ์ 2 เครื่องก็ป่วยออดๆ แอดๆ มาพักใหญ่ๆ แล้ว เจอเน็ทหนืดๆ ก็เลย เอวัง…

วันก่อนเลยลากแล็ปท๊อปไปใช้เน็ทที่ร้านเจนนี่ ก็พอได้รูปเซฟมาบ้าง พอวันนี้ก็ลากไฟล์ต่างๆ ทั้งข้อมูล และรูปภาพ ใส่ “ตำไดร็ฟ์“ ไอ้เดสก์ท๊อป (ซึ่งพ่วงปริ้นเตอร์อยู่) ก็เสือกอ่านไฟล์ไม่ได้เลย กำเวน….เป็นเพราะซื้อ McAfee มาลงทั้งสองอัน มันไม่ยอมลง (เล่นองค์มากๆ) เพราะวินโด้ส์ไม่อัพเดท อันนี้ก็พอทราบอยู่ก่อนแล้ว ต้อง “อั๊พ“ ให้เรียบร้อบก่อน “องค์“ ถึงจะลง ตานี้ปัญหาก็อยู่ที่ว่าถ้าจะอั๊พก็ต้องเอาพวกไม่โครซอฟท์ออฟฟิซที่เป็นฉบับ “บู๊ทเลค“ ออกก่อน มันถึงจะยอมอั๊พ ซับซ้อนเน๊าะ เอาออกก็ได้วะ ก็เลยต้องล้างบางเอาออกหมดทั้ง 2 เครื่อง แต่ลงเอยว่า หลังจากทำสิ่งที่ร่ายมาข้างต้น ก็ล้มเหลวอีก สารพัดปัญหา “เอเร่อ“ อยู่นั่น สารพัดโค้ดให้ รื้อค้นมาแก้ไข แขวนลูกกะตาบนเน็ท อ่านๆๆๆๆ หาวิธีแก้ไข ซ่อม ไอ้คอมพ์เจ้ากรรม 2 เครื่องตามลำพังมาร่วมเดือน โพสท์คำถามไปทั่วทุกแห่ง ไอ้เชี้ยแม๊กกาฟี่ โทรถามก็ไม่ได้ เสียงตังค์แพงมาก สุดท้าย มีไอ้แล็ปท๊อปตัวเดียวที่เริ่มเข้าที่เข้าทางโดยมีแม๊กกาฟี่คอยปกป้องเชื้อร้าย ส่วนไอ้เดสก์ท๊อป “แม๊ก“ ไม่ยอมลง ก็เลยต้องเวิร์คตามลำพังไร้เกราะคอยปกป้อง

กลับเข้ามาถึงปัญหาที่ทำให้เป็นอุปสรรคของการทำโปเจ็คให้หนูดีก็คือ เมื่อถอดถอนไอ้พวกไมโครซอฟท์ออฟฟิซออกหมดแล้ว ลงแม๊กได้แล้ว หรือไม่ได้แล้วก็ตาม ได้พยายามลงโปรแกรม “เวิร์ด“ กลับเข้าไป ลองลงทุกรุ่น ทุกซีรี่ อันไหนๆ ก็ไม่ยอมให้ลง ใส่พินโค้ด ซีเรี่ยล อันไหนๆ ก็ไม่ยอมให้ลงอีก แม้กระทั่ง ฉุนมาก แม้แต่แผ่นแบ๊คอัพโฮมออฟฟิซที่ได้มากะเครื่องซึ่งมีเวิร์ด 2003 ด้วย มันก็ไม่ยอมให้ลง โมโหมาก สุดท้าย เมื่องานต้องส่งพรุ่งนี้ ก็เลยใช้ “โน๊ตแพด“ ทำงาน ทุรักทุเลมากๆ แต่ก็เอาจนสำเร็จแหละ ก็พอดูได้ ไม่เริ่ด อย่างที่ “แม่“ คาดหวังและวางแผนไว้


ส่วนไอ้ตัวเล็ก เมื่อแม่ยุ่งๆ เครียดๆ ก็โดนแม่ไล่ โดนแม่ดุ เวลามาปีนป่ายตอแย ยุ่งกับแม่ ก็เลยงอแง งอนๆ ทั้งวัน ให้พี่สาวเอาโน่นนี่ให้กิน ก็ไม่กิน (กับแม่ยังไม่ค่อยจะยอมเลย) ให้พี่เล่นด้วย ก็ได้ยิน แงๆๆๆๆ ตลอดเวลา แม่ก็ยิ่งหงุดหงิด คอมพ์ก็เฮงซวย ลูกก็งอแง ไอ้ดีก็ห่วงดูทีวี อยากจะไปฟาดเรียงหน้ากระดาน แต่ก็ โอมๆ อมิตตพุพธ ใจเย็นไว้โยม อยู่ตลอด พองานลูกเสร็จก็ประมาณ เกือบ 4 ทุ่ม ก็รีบมาดูลูกๆ เอานมยัดปากไอ้ตัวเล็ก แป๊บเดียวก็หลับไป หาข้าวให้ไอ้ตัวใหญ่กิน ไล่ไปนอน ตัวเองก็เผลอหลับไปข้างๆ ลูก มาตื่นตอนพ่อมันเปิดประตูเข้าบ้าน เหนื่่อยจังเว้ยวันนี้ กู้ดไน้ท์