Sunday, September 11, 2011

Loyal Customer? Really?

บอกใครก็คงไม่มีใครอยากเชื่อว่า เมื่ออาทิตย์ก่อนอิชั้นสั่งซื้อสินค้าของ Estee Lauder ถึง 3 ครั้ง ทำตัวอย่างกับเป็นเศรษฐี 555 หรือว่าเป็นบ้า 555 แต่จริงๆ ไม่ใช่หรอกค่ะ สั่งเพราะโมโห ล๊อตแรกเลย..ต้องการสั่ง Clear Difference ซัก 1 ขวด เพราะขวดที่ใช้อยู่ใกล้จะหมดแล้ว แต่ลังเลนิดๆ แหม..นังเอสเต้หลังๆ มาชักยิว ให้ตัวอย่างแค่ 1 ชิ้น แล้วช้อยส์ที่ให้เลือกก็ไม่ค่อยดี คิดไปคิดมา ของจำเป็นต้องใช้ แล้วขวดนี้ก็ราคาอยู่ตรงก้ำกึ่งที่จะไม่ต้องเสียค่าส่ง ปกติโปรโมชั่นค่าส่งฟรีจะต้องซื้อครบ $50.- พอเช็คอีเมล์ก็เจอโปรโมชั่นค่าส่งฟรี สำหรับการซื้อตั้งแต่ $25.- เอาวะ แปะเอี่ย..ค่าส่งฟรีแต่ได้ของแถมชิ้นเดียวเน๊าะๆๆๆ ..สั่งเลย ไม่ต้องบวกนั่นนี่เข้าไปให้ครบ $50.- แต่ตัวอย่างที่ให้เลือกเพียง 1 ชิ้น เลือกยากมาก ไม่มีอะไรเจ๋งๆ เลย สุดท้ายก็เลือกน้ำหอมเสปรย์จิ๋ว Beautiful มา 1 หลอด จบไป 1 รายการค่ะ

SkinCarePage-20[2]

พอวันรุ่งขึ้นได้รีบอีเมล์จากเอสเต้อีก ค่าส่งฟรีตั้งแต่ $25.- และเลือกของแถมได้ 4 ชิ้น…อ้าว เว้ย เฮ้ย บ้าจริง เพิ่งสั่งไปเมื่อวาน แต่ว่า “งก” ค่ะ เพราะของแถมคราวนี้มีให้เลือกดีๆ น่าสนใจ คุ้มออกค่ะ เลยสั่ง Clear Difference เพิ่มอีก 1 ขวด พร้อมกับบอกตัวเองว่า ไม่เป็นไรหรอก เพราะเป็นของที่ใช้ทุกวัน คุ้มๆๆๆ (จะได้ไม่รู้สึก guilt..55) ของแถมที่เลือกมา 4 อย่าง…

  • Sensuous Nude Eau de Parfum Spray Deluxe Travel Size 1 ขวด
  • Advanced Night Repair Synchronized Recovery Complex (10-Day Supply) 1 ขวด
  • Time Zone Night Anti-Line/Wrinkle Crème (7-Day Supply) 1 กระปุก
  • Time Zone Line and Wrinkle Reducing Crème (7-Day Supply) 1 กระปุก

จบไปอีก 1 รายการ พยามยามอยู่เงียบๆ คนเดียว ไม่ปริปากบอกใคร เพราะละอายเล็กๆ ค่ะ 555

SkinCarePage-21

พอวันต่อมาได้รับอีเมล์จาก Macy’s เฮ้ยยยย…. อะไรอีกแล้ว โปรโมชั้นของเอสเต้ ของแถมบานเบิก รุกรน ลังเล เอาไงดีฟระคะ ใคร่ครวญ ไตร่ตรองอยู่นาน เพราะของที่ซื้อเก็บก็มีอยู่เยอะพอควร พ่อบ้านบอกอยู่เรื่อยๆ ว่า..ให้ดื่มกินเข้าไป..จะได้หมดเร็วๆ แล้วสั่งซื้อมาเพิ่มอีก 555 เป็นไงเป็นกันสิวะ สั่งเป็นสั่ง เพราะมีความตั้งใจอยู่นานแล้วว่า จะซื้อไอเท่มใหม่มาใช้ ถ้ามีโปรโมชั่นเริ่ดๆ อันนี้เรียกว่า “เริ่ด” ได้แล้ว เน๊าะๆๆๆ (เน๊าะกับตัวเองค่ะ เพราะไม่รู้จะไปเน๊าะกับใคร 555) ไอเท่มที่ว่าคือ Idealist Even Skintone Illuminator ซึ่งขนาด 1.7 oz ราคา $85.- ก็จะได้ของแถมทุกชิ้น พร้อมกับค่าส่งฟรี มาดูกันค่ะว่าอิชั้นได้อะไรมาบ้าง

ของแถม 7 ชิ้นแรก..เมื่อซื้อครบ $35

  • Sumptuous Bold Volume Lifting Mascara in Black (10-day supply) 1 แท่ง
  • Advanced Night Repair Synchronized Recovery Complex (deluxe 14-day supply) 1 ขวด
  • Soft Clean Tender Creme Cleanser (deluxe travel size) 1 หลอด
  • Estée Lauder pleasures Eau de Parfum Purse Spray 1 ขวด
  • Chic Cosmetic Bag 1 อัน
  • Plus a sample of NEW Sensuous Nude 1 หลอด
  • Lip and eye shades (Warm Neutrals): เค้านับเป็น 1 รายการ แต่ มี 2 ชิ้นค่ะ

· Pure Color Long Lasting Lipstick (full-size) in Barely Nude Cream 1 แท่ง สีนี้งามมากๆ นู้ดออกส้ม ถูกใจจริงๆ ค่ะ

· Pure Color EyeShadow Quad with Nude Fresco, Sandbar Beige, Pretty Penny and Ivy Envy. อายชาโด้ว์ของแถม..ไม่เคยได้ใช้เลย ให้ลูกเล่นตลอด เพราะมีเยอะมาก ตอนกลับเมืองไทยคราวก่อน ก็เอาให้พี่สาวไปแบ้่งๆ คนอื่นใช้

ของแถมชุดต่อมา {PLUS Spend $65 & get more! Choose a deluxe moisturizer duo to add to your gift! (Up to $130 total value) โวมากไปหน่อย 2 กระปุกนี้ไม่ถึง $130 หรอก ถ้าเป็นฟูลไซ้ส์ก็ใช่อยู่} 2 กระปุที่แพ๊คมาในกล่องลายเดียวกับกระเป๋า มี Anti-Wrinkle, Day and Night: Time Zone Line and Wrinkle Reducing Creme SPF 15 กับ Time Zone Night AntiLine/Wrinkle Crème (deluxe sample size .5 oz / 15 ml) อย่างละ 1 กระปุก ^รูปข้างบน^ รูปแรกเป็ชุดที่ได้แถมมาตามลิสต์ข้างบนค่ะ รูปถัดลงมาเป็นรวมของทั้ง 3 ล๊อตค่ะ

SkinCarePage-22

ขอพูดถึงของแถมของเอสเต้นิดนึงค่ะ ของแถม (ของตัวอย่าง) ของเอสเต้ไซ้ส์ปกติ 7-day supply จะเป็นขนาดเล็กสุดค่ะ (จากรูป) แต่หลังๆ เป็นมีเป็นแบบซองๆ แล้วค่ะ (ชักงกไปกันใหญ่) แต่ถ้าของแถมเป็น Deluxe sample size .5 oz / 15 ml ซึ่งเค้าจะบอกไว้ว่าเป็น 15-day supply นานๆ จะแจกกันซักครั้ง อิชั้นใช้ได้เต็มๆ เดือนเลยนะคะ ทั้งๆ ที่เป็นคนที่ทาแบบไม่งก ชอบๆๆๆ ของฟรีใครๆ ก็ชอบนิ เวลาได้ของแถม หรือขนาดฟูลไซ้ส์มา อิชั้นจะเขียนเดือนปีกำกับที่ก้นขวดหรือกล่องทุกครั้งค่ะ เพราะเวลาหยิบมาใช้จะได้เรียงตามลำดับก่อนหลังที่ซื้อมาค่ะ

SkinCarePage-23

รูปนี้เป็นเซอไพร้ส์…. พอเปิดกล่องออกมาเห็นถุง Lab Series ก็เอ๊ะ รายหว่า พอเปิดดู เป็นตัวอย่างชุดครีมโกนหนวด อ๊าฟเต้อร์เชฟ และโลชั่น ตัวอย่างน้ำหอม Poppy ของ Coach และ Beyoncé ซึ่งห่อมาเป็นแบบท๊อฟฟี่น่ารักดีค่ะ แต่ยังไม่ได้ลองดมเลยค่ะ นอกเหนือจากในรูป เค้าใส่ตัวอย่างน้ำหอมแบบแผ่นกระด่าษมาด้วยหลายกลิ่น (เหมือนที่แทรกมาในแมกกาซีนต่างๆ ไม่รู้เค้าเรียกอะไร 555) เอาไปใส่ในรถแล้วค่ะ เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดูกัน

ซื้อสินค้าเอสเต้ 3 ล๊อตนี้แล้ว รู้สึกแย่นิดๆ กับ 2 ล๊อตแรก เพราะโปรโมชั่นที่เค้าส่งเมล์มาเหมือนกับเค้าไม่ค่อย sincere กับลูกค้าที่แสนดีอย่างอิชั้น 555 ลืมบอกไปว่าโปรโมชั่นของแถม 4 ชิ้นนั้นแค่ 24 ชม.นะคะ ต้องรีบให้ไวเลยค่ะ แต่ก็ยังไม่ได้โทรไป complain อะไรทั้งนั้น ช่วงนี้เบื่อๆ หน่าย ชีวิตยุ่งๆ นิดหน่อยค่ะ แต่ถ้ามองอีกมุมมันก็ไม่ใช่ความผิดของเค้าหรอกค่ะ เพียงอิชั้นออเด้อร์ “ผิดจังหวะ” เร็วไป 1 วัน เลยทำให้มีของเพิ่มมาใน “กรุ” มากไปนิดนึง 5555

Psycho shopper out in full force...

Who?… Me???!!!

shopping32

Friday, September 9, 2011

8 อาหารอันตราย! เมื่อท้องคุณว่าง

อ่านกันดูนะคะ น่าสนใจ ก๊อปเค้ามาแปะค่ะ

คุณทราบไหมว่าเมื่อท้องของคุณว่างแล้วคุณรับประทานอาหารเข้าไป อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพของคุณได้ เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะรับประทานอาหาร ควรเลือกชนิดของอาหารเสียก่อน อาหารที่ไม่ควรรับประทาน ขณะท้องว่างมีชนิดใดบ้าง มีบางชนิดที่เราแทบไม่เชื่อเลยล่ะ

กล้วย

เพราะกล้วยอุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียม การรับประทานกล้วย ขณะท้องว่าง จะทำให้ปริมาณธาตุแมกนีเซียมในเลือดสูงขึ้น ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมไป เป็นการยับยั้ง การทำงานของหลอดเลือดหัวใจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อย่างยิ่ง อันนี้ได้ยินมาตั้งแต่เด็กแต่เล็กแล้ว แต่ไม่ใช่เหตุผลนี้หรอก ถ้าจำไม่ผิด..เหมือนกับว่าจะเป็นลม อะไรทำนองนั้น

กระเทียม

เพราะการรับประทานกระเทียมขณะท้องว่าง จะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหาร ได้รับการกระตุ้นเกิด โรคกระเพาะอาหารอักเสบอย่างรุนแรง กระเทียมเปล่าตอนท้องว่าง…จริงเหรอ ใครวะ แหวะ..

ผัก

การรับประทานผักอย่างเดียวขณะท้องว่าง จะทำให้กระเพาะอาหารเกิดอาการผิดปรกติ …อ้าว เว้ย เฮ้ย ทำไม ยังไง แล้วไม่มีคำอธิบาย เห็นมีแต่บอกให้กินผัก กินผัก กันอยู่ไม่ได้ขาด

นมและนมถั่วเหลือง

แม้ว่านมถั่วเหลืองจะอุดมไปด้วยโปรตีน แต่จะเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อกระเพาะอาหาร มีสารอาหารประเภทแป้งอยู่ด้วย ดังนั้นในขณะที่ท้องว่างจึงไม่ควรรับประทาน ..อีกแระ งง น่าสงสัย แล้วขายกันตั้งแต่เช้ามืด ที่เข้าแถวซื้อกัน..น่าจะท้องว่างกันทุกคน เพราะตื่นกันนี่หว่า.. 

เหล้า

หากดื่มเหล้าในขณะท้องว่าง จะไปกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ และเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้ ….ที่แน่ๆ เมาแล้ว อ้วกกกกกก…. 5555

น้ำตาลหรืออาหารหวาน

ไม่ควรรับประทานอาหารหวาน หรือน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม ช็อกโกแลต เพราะหากรับประทานขณะท้องว่าง จะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาลส่งผลต่อการดูดซึมโปรตีนทุกชนิด และลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต

ชา

ที่แก่เกินไป ชาทำให้กรดเกลือในน้ำย่อย ในกระเพาะอาหารเจือจาง ส่งผลให้การทำงาน ของระบบย่อยอาหารลดลง และเกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะ มือเท้าไม่มีแรง จิตใจไม่สงบ

ลูกพลับ

ไม่ควรรับประทานลูกพลับในขณะที่ท้องว่าง เพราะกระเพาะอาหารจะหลั่งกรดเกลือออกมามาก หากไปรวมตัวกับยาง และสารแขวนลอยในลูกพลับแล้วจะทำให้เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร ….ฟาดตอนท้องว่างประจำ เพราะคิดว่ากินผักผลไม้ แทนข้าวและอาหารมื้อใหญ่ๆ แล้วลดควมอ้วนและเพิ่มกากใย ...จะตายมั๊ยวะเนี่ย…

นอกจากนั้น ยังไม่ควรอาบน้ำ และออกกำลังกายด้วยเช่นกัน เพราะการอาบน้ำและการออกกำลังกาย ในขณะที่ท้องว่าง จะทำให้เกิดอาการช็อก เนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย

ขอขอบคุณ > > zomzaa.com

Thursday, September 8, 2011

Frugal Mama – Thrifty Purses

บล็อกนี้มาส่งท้าย Summer 2011 ดูปฎิทินแล้วก็ชื่นอกชื่นใจขึ้นมาหน่อย เพราะวันสุดท้าย summer ของปีนี้คือ 23 กันยายนค่ะ (officially นะคะ) จริงๆ ก็ยังคงร้อนตับแหกไปอีกหน่อยนึง ถึงต้นตุลาโน่นเลย แต่มันก็จะเริ่มเย็นลงไปเรื่อยๆ ช่วงนี้ก็ 90 ปลายๆ ไปถึง 100 ต้นๆ ช่วงเช้าๆ กับช่วงดึกๆ ก็ลงมาที่ 60 ต้นๆ อิชั้นเป็นคนขี้ร้อน ร้อนมากๆ ก็หงิกง่อย หงุดหงิด แต่หนาว…พอทนได้ค่ะ 

page-727

ช่วงที่หายไปพักใหญ่ๆ ก็มีเรื่องให้ต้องทำ ต้องไป อยู่พอสมควร ยุ่งมาก-น้อย หลายภารกิจ แต่ handle ทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ค่ะ จากเด็กๆ ปิดเทอม เดินเพ่นพ่านเต็มบ้านอยู่ 2 เดือน พอเปิดเทอม เวลา กิน-หลับนอน ของลูกๆ ก็เข้าสู่ schedule ของปกติชน ไม่ นอนเช้า-ตื่นบ่าย ตามตารางเวลาปอบ ส่วนอิชั้นก็ควงกะ 24 ชม. เหมือนเดิม พยามยามไปยิมให้ได้สัปดาห์ละ 5 วัน นอกนั้นก็มี พ่อปู่ตาย วุ่นวายนิดๆ กับพวกอินลอว์เรื่องงานศพ คือช่วยเค้าได้ก็ช่วยเค้าไป ส่วนใหญ่ก็ต้องเป็นศูนย์กลางให้กับทุกๆ บ้าน ทำตัวเป็นสวิตเซอร์แลยด์ งานศพ สง่างาม และลุล่วงไปด้วยดี เพราะปู๋เฟร็ดเป็นทหารผ่านศึก พิธีการทางทหารดู “ขลัง” ดีค่ะ อิชั้นก็พลอยเศร้าไปกะเค้ามากมาย เพราะผูกพันกับแกอยู่พอสมควร ส่วนเรื่องวุ่นๆ ที่อิชั้นและครอบครัวยินดีเหลือเกินที่จะวุ่นมากๆ คือ เรากำลังจะซื้อบ้านค่ะ งบของเราน้อย เงื่อนไขเรื่องโลเคชั่นและโรงเรียนของลูกๆ ทำให้ goal เรื่องบ้านดำเนินไปอย่างช้าๆ ค่ะ เสร็จสิ้นเมื่อไหร่จะมาเล่าให้ฟังค่ะ

page-purses-02

เมื่อ 2-3 อาทิตย์ก่อน ลูกๆ ไปโรงเรียน เลยมี my alone time นิดๆ อิชั้นแวะไปช๊อปปิ้งแบบฉายเดี่ยว (โอกาสดีๆ แบบนี้ไม่ได้ลอยมาบ่อยๆ เลยต้องรีบค่ะ) ห้างที่ไปช้อปเป็นห้างที่ลูกๆ ไม่ชอบ จะเรียกว่าเกลียดเลยก็ไม่ผิด มันคือ Thrift Store เป็นร้านที่เค้าขายของใช้แล้ว ของที่ผู้คนเค้าาบริจาคมาเพื่อนำไปช่วยผู้ประสบภัยต่างๆ ทั้งในอเมริกาและทั่วโลก ร้านแบบนี้จะมีอยู่ทั่วๆ ไป เป็นขององค์การบิ๊กๆ ก็มีหลายยี่ห้อ เช่น Goodwill, Salvation Amy เป็นต้น พอเค้ามีของบริจาคเยอะๆ เกินต้องการ เค้าก็นำข้าวของมาขายร้านดังกล่าว เอาเงินไปทำประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของเค้าค่ะ วันนั้นอิชั้นซื้อกระเป๋ามาหลายใบ ดูจากรูปข้างบนนะคะ จะเห็นว่าใบนี้ใหม่เอี่ยม…. ตัวกระเป๋าสีดำ หูกระเป๋าเป็นสีแดง หนังนุ่ม แต่ไม่มีป้ายระบุว่าเป็นหนังจริงหรือปลอม ไม่อยากลองลนไฟท้าพิสูจน์ เดี๋ยวเสียของ 555 แต่เดาเอาเองว่าปลอมค่ะ ขนาดกำลังดี ชอบๆๆๆ มีช่องกระเป๋าข้างๆ ลึกถึงก้นกระเป๋าเลย ถูกใจมากๆ อิชั้นใช้ใส่โทรศัพท์และกุญแจรถ+บ้านค่ะ เพราะสะดวกควักเข้าออก ด้านในมีช่องซิปทั้ง 2 ด้าน ลึกดีเหมือนกัน ไม่มีช่องอื่นซับซ้อน งานเรียบร้อย ดูแข็งแรงทนทานดี ราคาเต็ม $2.99 แต่วันนั้นทุกอย่างในร้านลด 50% คิดกันเอาเองค่ะ เฉลยให้ก็ได้ 555 …กระเป๋าใบนี้ราคา 45 บาทถ้วน ถูกใจมากกกก…..ทั้งรูปทรง ขนาด คุณภาพ และราคา ตอนนี้ใช้ใบนี้ทูกกกก….วัน มา 2-3 อาทิตย์แล้วค่ะ

ลองแวะไปดูลิ้งค์นี้นะคะ อิชั้นเคยช้อปร้านนี้แล้วได้อะไรมา http://oohsworld.blogspot.com/2008/11/amazing-thrift-store-shopping.html

page-purses-03

ชิ้นต่อมาเป็นกระเป๋าสตางค์หนังแท้ยี่ห้อ Fossil ของใหม่ๆ ยี่ห้อนี้ราคาก็ไม่ได้แพงมากมายอะไรค่ะ แต่สภาพใบนี้ตอนที่ซื้อมันมีรอยเปรอะนิดนึง ดูเหมือนสีทาเล็บ ชมพูมุกๆ ไม่ได้เลอะมากมายนะคะ ประมาณจุดกลมๆ เท้าปลายก้อย โดนรวมดูเขรอะนิดๆ พอจับไปจับมา แกะ แคะ แงะดูแล้ว เหมือนยังสภาพดี๊ดี ซอกเล็กๆ ช่องโน้นช่องนี้นี่นั่นก็ไม่มีรอยเลอะเทอะ เลยลากมาซะหน่อย เพราะตอนนี้อยากใช้กระเป๋าตังค์ใบเล็กๆ โยนใส่กระเป๋าใบเล็กเวลาไปยิมจะสะดวกกว่าใบใหญ่ๆ ค่ะ ได้ใบนี้มาก็จะเหมาะเลย พอถึงบ้านก็เอาผ้าชุบน้ำเช็ดๆ ดู เอี่ยมเลยค่ะ รอยเปื้อนที่นึกว่าเป็นสีทาเล็บก็ออกจนหมดเกลี้ยง น่าจะเป็นลิปสติกหรืออะไรก็ไม่แน่ใจ กระเป๋าตังค์ใบนี้จริงๆ สีดำสนิทเลยนะคะ แต่เพิ่มแสงลงในรูปให้เห็นช่องเล็กช่องน้อยกันชัดๆ ค่ะ เกือบลืมไป… ราคาเต็ม $0.99 ค่ะ ลดแล้วก็ประมาณ 15 บาทค่ะ

page-purses-04

มาถึงใบนี้ จริงๆ เป็นใบแรกเลยที่หยิบมาวันนั้น เพราะเป็นหนังแท้ปั๊มลาย สีดำสนิท สภาพเยี่ยม ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ กว้าง x สูง ก็ประมาณ 10” x 14” หนังนุ่มมาก ไม่มีขีดข่วนที่ major แต่ดูออกว่าถูกใช้งานมาแล้ว รูปทรงดูคุณน๊ายยยย…คุณนาย ตอนที่จะซื้อก็ลังเลอยู่เหมือนกันว่าซื้อแล้วจะใช้ตอนไหน เพราะอิชั้นเป็นบ้าหอบฟาง บเล็กไปหน่อยสำหรับ daily use แต่ตอนที่จับๆ วางๆ มีอีเม๊กนางนึงเล็งมาที่อิชั้นและกระเป๋าอย่างไม่มีมารยาท เลยจับโยนใส่รถเข็น กะว่าเดี๋ยวไปแอบพิจารณาและตัดสินใจตรงมุมอื่นของร้าน แต่ด้วยราคา $2.99 หาร 2 ก็เลยทำให้ตัดสินใจไม่ยาก ชิมิ ชิมิ พอมาถึงบ้านเช็ดทำความสะอาด โอยยยย….มายเลิ๊บ น่ารักจริงๆ กระเป๋าใบนี้ รอแต่ว่าจะมีปาร์ตี้ที่ไหนเชิญมา 5555 มาดามทดจะแกว่งใบนี้แหละค่ะ คล้องแขนเซิ้งเข้างานไปเลยเชียว 55555

page-purses-07

อีนังใบจิ๋วสายยาวสีน้ำเงินแอ๋นเนี่ย ซื้อมาแล้วเจ็บกระดองใจจริงๆ เพราะตอนที่ซื้อก็นึกถึงรอมมี่ เวลาลูกมีงานแด๊นซ์ที่โรงเรียน จะได้ใส่ตังค์ ใส่โทรศัพท์ สะพายแล่งไป ลูกน่าจะสะดวกไม้สะดวกมือดี พออีรอมเห็นมันเบะปากใส่ เจ็บใจวุ๊ย กระเป๋า Nine West ใบนี้สภาพดี๊ดี หนังแท้ ขนาดกระทัดรัด ประมาณ 6” x 6” แพงที่สุดเลยนะคะใบนี้ $3.99 จ่ายไป 60 บาท ยังเจ็บใจลูกไม่หาย ฮึ่ม จะใช้เองก็ อ่ะ น๊าาาา…. ไม่กล้าเฟ้ย

page-purses-05

ใบนี้เป็นใบที่ซื้อโดยเจตนา ตั้งใจเลยว่าจะไปหากระเป๋า tote เพื่อใช้เฉพาะกิจจริงๆ ลูบคลำอยู่หลายใบ เละๆ เน่าๆ เพียบเชียว เห็นใบนี้ตั้งโด่ ก็เลยคว้ามา เป็นวัสดุยางๆ ปั๊ดติกๆ ยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก แต่หนักเชียว ดูสะอาดหูสะอาดตา ข้างนอกสีดำเป็นมัน ข้างในสีฮ๊อตพิ้งค์เกือบแดงแปร๊ดดดด….ถูกใจจริงๆ สีประจำองค์ 555 สายยาวแบบคล้องไหล่ได้สะดวก สะอาดเอี่ยมทั้งด้านในด้านนอก สภาพเหมือนไม่เคยถูกใช้งานมาเลย เป็น GWP ของเอสเต้ ตอนซื้อมีฝุ่นจับนิดหน่อย พอถึงบ้านเช็ดแล้วสะอาดดีเชียวค่ะ ด้านบนมีช่องกระเป๋าเล็กๆ อิชั้นเอาไว้ใส่ปากกา มี flap เทปลอก เอาไว้ปิดปากกระเป๋าด้วย ตอนนี้ก็แบกกระเป๋านี้เข้าออกบ้านกับรถแทบทุกวันเวลาไปดูบ้านกัน real-estate agent ค่ะ บอกราคาแล้วอย่าตกใจนะคะ … อิชั้นจ่ายไป 15 บาทถ้วนค่ะ เพราะราคาเต็มคือ $0.99 ค่ะ

page-purses-10

ใบนี้ต้องกรี๊ดดดด…… เพราะเป็นพวกที่เค้ากองไว้เป็นภูเขาในกระบะเขรอะ ปกติจะไม่ชอบคุ้ยจากกระบะ จะเลือกจาที่เค้าแขวนไว้ เพราะจะเหม็นสาป เหม็นอธิบายยาก กลิ่นค่อนข้าง unique เหม็นของเก่าเก็บน่ะค่ะ ไม่ใช่เน่าหนอนอะไรหรอก 555 แรกเลยเห็นสายกระเป๋าเป็นหนังแท้โผล่ออกมา ดูเหมือนหนังสภาพดี เลยดึงออกมา Banana Republic ใบนี้ตัวกระเป๋าเป็นผ้าร่ม water-resistant nylon เคลือบ แต่ดูเนื้อหนากว่า tote ยอดนิยม Longchamp ค่ะ เป็นสีเครื่องแบบทหารอากาศเมืองไทยน่ะค่ะ กรมท่าหม่นๆ ด้านในซับผ้าไนล่อนสีดำ มีช่องกระเป๋ากระดุมแป๊ะ ขนาดกระเป๋าใบนี้ใหญ่พอสมควร กว้างประมาณ 18 นิ้วค่ะ แรกเลยดูมอมแมมมากๆ เกือบไม่ซื้อมา แต่หลังจากดูถี่ถ้วนดีแล้ว ไม่ขาด ไม่มีรู สภาพเกือบจะ 100% ถ้าไม่หักคะแนนว่าสกปรกไปหน่อย พอถึงบ้านเลยดูป้ายวิธีทำความสะอาด … “ห้ามซัก” อ้าวเหรอ…เชอะ ถ้าไม่ซักก็ต้องทิ้ง เพราะไม่น่าจับต้องเลย อิชั้นจับโยนใส่เครื่องซักผ้าเลยค่ะ 5555 พอปั่นจนเกือบแห้ง ก็เอาไปแขวนผึ่งลมไว้ คิดเหมือนกันว่ามันจะเป็นฟองอากาศ …. สุดท้ายยยย…..สวยสะอาด เนี๊ยบเหมือนใหม่ ไม่มีถุงลมโป่งพอง 555 น่าใช้ขึ้นมาเลยค่ะ เจ้าของเก่าคงใช้ไม่นาน พอสกปรกก็เลยกำจัด ตอนนี้เอาไว้ในรถ อิชั้นใช้เป็นถุงช้อปปิ้งค่ะ เพราะแข็งแรงดีมาก สายกระเป๋าก็ดูทนทานดี ค่าเสียหายใบนี้ 30 บาทค่ะ เพราะราคาเต็มคือ $1.99  

page-purses-06

Tote ใบนี้เป็นอีกใบนึงที่ต้องบอกว่า….ไม่ได้เจตนา เห็นวางๆ อยู่ก็คว้ามา จำได้ว่าสาวๆ ที่เมืองไทยเคยฮิตกันอย่างแรงพักนึง แต่ถุงใบนี้เป็นแบบแบนแต๋ สภาพไม่เคยใช้งาน ลายหมี-ตะหานพระราชวัง พื้นสีขาวเรียบๆ ที่เห็น ดูจากตัวกระเป๋าเป็นๆ ชัดๆ จะเห็นพิมพ์ลายพระราชวังบัคกิงแฮมสีเทาจางๆ ไว้ด้วยนะคะ จริงหรือปลอมไม่ทราบ ดูไม่ออก ไม่เคยสนใจ never pass my mind ไม่เคยดิ้นรนอยากจะรู้ค่ะ จริงหรือปลอม…who cares? อิชั้นเคยมีไอ้ถุง “แฮรอดส์” อยู่ใบนึงตอนอยู่เมืองไทยสีกรมท่า “พะ” ยี่ห้อตัวเบ้อเริ่มเทิ่ม แต่ใบนี้…..ด้วยป้ายราคา $0.49 อืมมมม…..ลดแล้วก็ประมาณ 6-7 บาท เอาไว้เดินแกว่ง ไป-มา แถวๆ นี้ ก็คุ้มแล้ว

page-purses-08

ไม่ได้เจตน๊าาาา…. ไม่ได้เจตนาอีกใบนึง 5555 ใบนี้เป็นยี่ห้อเอสปรี อิชั้นเคยมีแบบนี้ ขนาดนี้ ยี่ห้อนี้มาแล้ว 1 ใบ สีดำเหมือนกัน แต่ใบเก่าเก๋ากึ๊กเป็นหนังเรียบๆ ค่ะ ปกติอิชั้นจะไม่ใช้เครื่องหนังที่พิมพ์ลาย ปั๊มลาย พวกสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลายค่ะ คือไม่ชอบ และคิดว่ามันน่ากลัวค่ะ ไม่ว่า งู ไอ้เข้ หรือ ไอ้เขี่ย อุ๊ย… คุณตะกวด 555 ยิ่งถ้าเป็นหนังจริงๆ ของคุณๆ พวกนั้นด้วย …. โน โน โน… ที่คว้าเอาใบนี้มาเพราะสภาพดี สะอาด ไม่มีกลิ่นเก่าเก็บ เลยคิดว่าจะเอามาทำ “ล่วมยา” (เค้ายังใช้คำๆ นี้กันอยู่หรือปล่าวค่ะ เด็กๆ รุ่นใหม่คงไม่รู้จัก ล่วมยา 555 แต่รู้จัก medicine kit แน่ๆ …เฉิ่มดีเน๊าะ ล่วมยา ล่วมยาๆๆๆๆๆ 55) แต่พอลองเอากระปุกยา ขวดยา ตลับหยูกยาต่างๆ ใส่ …แหงะ ไม่สะดวกเลยเว้ย เฮ้ยยยย…. เลยต้องกลับไปใช้ตะกร้ายาเหมือนเดิม แต่ก็เจ็บใจไม่มาก เพราะจ่ายไป 30 บาท จากราคาเต็ม $1.99 ค่ะ ยังนึกไม่ออกว่าจะให้ใคร สุดท้ายอาจจะบริจาคกลับไป 5555….

page-purses-09

กระเป๋าใบนี้เห็นแล้วนึกถึงพี่หญิงใหญ่ เพราะใบไม่ใหญ่ (เฉพาะตัวกระเป๋า กว้าง-ยาว ประมาณ 8-9 นิ้ว) สายสะพายคล้องไหล่ได้สบายๆ เอาไว้ไปเดินตลาดนัดแถวบ้าน ใส่เป๋าตังค์ กุญแจ โทรศัพท์ แกว่งไปมาเวลาออกไปซื้อกุ้ง ซื้อปลาทูให้แมว 555 หรือเวลาไปนั่งกินอะไรก็เอาคล้องต้นขาไว้ก็ยังได้ 5555 เคยมีใครทำมั๊ยวะ หรือมีแต่อิชั้น 5555 กระเป๋าไนน์เวสต์ใบนี้เป็นหนังแท้สีดำ ดูออกว่าถูกใช้งานมาแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในสภาพที่ดีและใช้งานไปได้อีกนาน ด้านใน-ด้านนอก สะอาด มีช่องกระเป๋าด้านนอกเหมือนกันทั้ง 2 ข้าง (เดินเส้นประสีเขียวให้ดูชัดๆ ค่ะ) ราคาเต็ม $1.49 อิชั้นจ่ายไป 12 บาทขาดตัว วันนี้จบแค่นี้ก่อนนะคะ ง่วงจัง กู้ดไน้ทค่ะ

ปอ ลอ… กระเป๋าที่เป็นสีดำทั้งหมด..รูปที่ถ่ายส่วนใหญ่มองแทบไม่เห็น details ใดๆ เลย เพราะช่างภาพห่วยมาก 5555 เลยต้องปรับแสงให้สว่างขึ้น กระเป๋าทุกใบเลยดูเหมือนเก่าๆ เทาๆ เพื่อทราบค่ะ

I've been shopping all my life

and still have nothing to wear.

Wednesday, September 7, 2011

อาการ Narcisisitic

เว้นว่าง ห่างหายไปจากบล็อกที่รักเสียนาน … มีเรื่องที่อยากเขียน เรื่องที่อยากเล่าสู่กันฟังเยอะแยะเลยค่ะ แต่ความจำชักสั้น ถ้าไม่รีบเขียน รีบบันทึก..ก็ลืมไปเสียหมด

วันนี้เลยขอเล่าเรื่องที่เพิ่งไปอ่านผ่านตามาเสียหน่อย ขอยกมา “แปะ” ทั้งกะบิเลยนะคะ พออ่านแล้วก็ให้หวนนึกไปถึง Narcissus in Greek mythology ที่เคยเล่าเรียนมาตอน ป.ตรี (ยาก ship หาย…เลยนะไอ้วิชานี้  555 ไอ้พวกเทพ นางฟ้า เทวดาฝรั่ง เรียนแล้วก็ลืมไปตามระเบียบ นานๆ ถึงจะ “ปิ๊ด” ออกมาซะนิดนึง)

ที่ยกเรื่องนี้มา มิได้มีความตั้งใจจะว่า หรือ แนะแหน ใคร ใดๆ ทั้งสิ้น อ่านแล้วน่าสนใจ เอาไว้สอนลูกสอนหลาน และเตือนใจตัวเองค่ะ อิชั้นเชื่อว่าคนเราไม่มากก็น้อย…ต้องมี symptom นี้อยู่ แต่อาการคงจะ หนัก เบา รุนแรง ไม่เท่ากัน ถ้าสามารถเก็บเอาไว้ในหัวอกหัวใจ ชื่นชม ลุ่มหลงตัวเอง ไม่ไปเบียดเบียน..หรือสร้างความเดือดร้อนให้เพื่อนร่วมโลก ก็น่าจะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นสุข แต่ถ้า…อาการที่ว่าไปทำให้คนรอบข้าง..ทุกข์กาย ทุกข์ใจ ก็คงต้องตัวใครตัวมัน เลือก suffer กันตามสะดวกค่ะ หากเป็นชาวพุทธเหมือนกัน คำแนะนำ (ในใจ 555 เพราะ จริงๆ คงไม่กล้าไปวิสาสะตักเตือนคุณๆ พวกนี้แน่ๆ 555) อยากบอกให้ปลงเถิดโยมมมม…. หากเป็นฝรั่งมังค่า…เมื่อรู้ตัวว่ามีปัญหา ก็คงจะพากันไปพบจิตแพทย์ตามวิถีของเค้า ยังไงก็ลองอ่านกันดูนะคะ รูปภาพประกอบทั้งหลาย อิชั้นก็ก๊อปมาโดยมิได้บอกกล่าวใครๆ จากกู้เกิ้ลค่ะ

echon Reflections of Narcissus

บุคคลิกภาพแบบ Narcisisitic

เราแต่ละคนไม่มากก็น้อยมีอาการแบบ Narcisisitic คือ อาการหลงตัวเองไม่มากก็น้อย และโดยมากคนที่หลงตัวเองมักจะไม่รู้สึกตัว

Narcisisitic มาจากคำว่า Narcissus (นาซีซัส) มาจากภาษากรีก เป็นชื่อดอกไม้ชนิดหนึ่ง ที่ได้ชื่อมาจากหนุ่มน้อยคนหนึ่ง ที่มีหน้าตางดงามเป็นที่ใฝ่ฝันของสาว ๆและคนทั่วไป วันหนึ่ง นาร์ซิสซัสจะก้มลงดื่มน้ำในลำธาร เขามองเห็นตัวเองในสระน้ำแล้วเกิดหลงรูปตัวเองว่าหล่อที่สุดและงามเหนือใคร โดยหลงตัวเองชนิดกินไม่ได้นอนไม่หลับ และตายในท้ายที่สุด ตายเพราะลุ่มหลงในตัวเอง คำนี้ภายหลังนำมาใช้อธิบายนิสัยคนประเภทที่หลงตัวเอง

Nacissusดอก Narcissus ก็คือดอกไม้เผ่าเดียวกับแดฟฟอดิลนั่นเอง

อาการ "หลงตัวเอง" เป็นอาการหนึ่งของบุคลิกภาพผิดปกติ จิตแพทย์บอกว่า อุปนิสัยหรือบุคลิกภาพ ที่สะท้อนความเป็นตัวตนของแต่ละบุคคลจะมาจากต้นกำเนิดหรือกรรมพันธุ์ถึง 50% ทุกคนมีอุปนิสัยเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป ส่วนที่เหลืออีก 50% จะมาจากพัฒนาการ จาก การเลี้ยงดูของแต่ละครอบครัว การหล่อหลอมของสังคมที่กลายเป็นอุปนิสัยและพฤติกรรมที่เป็นเอก ลักษณ์เฉพาะตัว ที่เรียกกันว่า "บุคลิกภาพ"

และผลการสำรวจและวิจัยจะพบว่า โดยเฉลี่ยจะมีคนกลุ่มหนึ่งจำนวนกว่า 15% ของประชากรทั่วไปที่มีอุปนิสัยหรือลักษณะพิเศษที่เรียกว่า "บุคลิกภาพผิดปกติ" ที่ทำให้อยู่ร่วมกับบุคคลอื่นลำบาก เพระเป็นคนที่มีปัญหาตึงเครียดทั้งกับตัวเองและผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่เป็นประจำ โดยสามารถสังเกตได้ดังนี้

1. ปรับตัวได้น้อย และ แก้ไขปัญหาได้ยาก
2. เป็นคนที่ไม่ยืดหยุ่นกับการแก้ปัญหา
3. มีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน และส่งผลกระทบต่อผู้ที่ต้องทำงานร่วมกัน

Echo

พี่น้องมีลักษณะข้างต้นหรือไม่ คนที่เข้ากลุ่ม Narcisistic จะเป็นคนที่หลงตัวเอง ซึ่งเราจะพบบ่อยในสังคม จะเป็นคนที่มีอำนาจ ไม่มีใครกล้าวิจารณ์ คนที่คิดว่าตัวเองเก่ง มั่นใจตัวเองสูง ไม่ฟังความคิดเห็นคนอื่น ยึดมั่นความคิดตัวเองเป็นสำคัญ คิดว่าความคิดและความเห็นของตนเองถูกต้องฝ่ายเดียว มองคนอื่นต่ำต้อยกว่าตนเอง

อ.เปาโล เตือนชาวโครินธ์ว่า อย่าหลงตัวเอง คิดว่าตัวเองดี เอาตัวเองเปรียบเทียบกับคนอื่น เอาตัวเองเป็นมาตราฐาน ใน 2 คร.10:12 "เราไม่ต้องการที่จะเปรียบเทียบตัวเราเองกับคนบางคนที่ยกย่องตัวเอง แต่เมื่อเขาเอาตัวของเขาเป็นเครื่องวัดกันและกัน และเอาตัวเปรียบเทียบกันและกันแล้ว เขาก็เป็นคนขาดความเข้าใจ" และข้อ 18 "เพราะคนที่ยกย่องตัวเองไม่เป็นที่นับถือของผู้ใด คนที่น่านับถือนั้นคือคนที่พระเจ้าทรงยกย่อง" (จาก พระธรรม 2 โครินธ์ : Corinthians - พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาใหม่ the New Testament …. ตรงนี้อิชั้นต้องขอเพิ่มเติม เพราะต้นฉบับกล่าวถึงลอยๆ เดี๋ยวจะพากันงง ใครฟระ หลวงพี่เปาโล 555 มิได้ชาญฉลาดล้ำรู้ไปโม้ดดดด…หรอกนะคะ ตอนที่อิชั้นอ่านก็พอทราบว่ามาจากไบเบิ้ลแน่ๆ เลยต้อง กูเกิ้ล..วิกิ..ดูให้รู้ชัด ติด “รี-เช็ค” เป็นนิสัยค่ะ ค้นคว้า…ที่ไม่เคยรู้..จะได้รู้ 55)

echo-narcissus-s

ดังนั้นคนที่หลงตัวเอง จะทำงานร่วมกับคนอื่นก็ค่อนข้างยาก เพราะจะเป็นคนยึดติด และหลงกับตัวเอง มองแต่ตัวเอง ต้องการให้คนอื่นนอบน้อมและยอมให้ตัวเองตลอด ยึดมั่นอยู่กับตัวตนของตัวเอง และคิดว่าตัวเองไม่มีปัญหา และจะคิดว่าคนอื่นมีปัญหาตลอดเวลา ทำให้คนอื่นที่อยู่ร่วมกันด้วยความลำบากใจ เพราะไม่เคยยอมรับฟังความคิดเห็นคนอื่น และคิดว่าความคิดเห็นคนอื่นสู้ตนเองไม่ได้

อย่างที่บอกนอกจากกรรมพันธุ์แล้ว สิ่งที่พัฒนาและหล่อหลอมเราและที่สร้างให้เรามีบุคลิกภาพเป็นคนที่หลงตัวเองก็คือ ครอบครัวและการเลี้ยงดู เพราะการเลี้ยงดูที่ผิดตั้งแต่วัยเด็ก โดยเฉพาะพ่อแม่ที่ไม่ได้สอนลูกด้วยเหตุผล เลี้ยงดูแบบตามใจ เป็นเด็กที่พ่อแม่ตามใจมากเกินไป พ่อแม่ไม่ค่อยกล้าขัดใจ แม้ทำผิดก็ไม่ลงโทษ พะเน้าพะนอเอาใจลูกอยู่ตลอดเวลา เลยไม่รู้จักคำว่า “ไม่” ไม่รู้จักอุปสรรค เคยชินแต่คำว่า “ได้” พอโตเป็นหนุ่มสาวก็ไม่รู้จักโต บางคนทำตัวเหมือนเด็กหัวดื้อ อวดดี สั่งให้ทำอะไรถ้าชอบใจถึงจะทำ ถ้าไม่ชอบใจก็ไม่ทำเพราะไม่เคยถูกว่าแต่เด็ก ชีวิตจึงขึ้นอยู่กับความพอใจของตัวเอง และมักจะเป็นคนที่ไม่มีความอดทน ชอบเอาชนะเพราะเคยชนะพ่อแม่จนชิน เพราะคิดว่าตัวเองถูก

echoNarcissusTrans

เราสามารถชื่นชมกับตัวเอง กับความสวยความหล่อ ความสามารถของตัวเอง แต่อย่าให้เรา "หลงตัวเอง" ก็แล้วกัน เพราะในที่สุดแล้วคนที่หลงตัวเองจะตายเพราะตัวเอง เพราะโดนตัวเองหลอก เหมือนอย่างชายหนุ่มชื่อ นาซีซัส ที่โดนความหล่อของตัวเองหลอกจนไม่เป็นอันทำอะไร ไม่เป็นอันกินอันนอน และยอมตายเพราะตัวเองริมสระน้ำ

ระวังอย่าให้ความดีของตัวเองหลอก จนมองไม่เห็นความดีของคนอื่น และทำดีเพื่อตัวเองมากกว่าเพื่อคนอื่น...

echonarcissus
(ข้อมูลจาก รศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ (จิตแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี)

อ่านต่อ :http://writer.dek-d.com/dek-d/story/view.php?id=247144#ixzz1XJeg6DED

Tough times never last,

but tough people do.

Wednesday, August 10, 2011

Happy 11th Anniversary

ขอโพสต์ draft ไว้ก่อน เดี๋ยวว่างๆ จะมา “เกลา” ใหม่ค่ะ Happy 11th Anniversary (August 9, 2011) ดันมีเรื่องยุ่งๆ เศร้าๆ ค่ะ คือ สะเต็บแด้ดของพ่อบ้านเสียชีวิต

Yoo…Hoo…Yee Haw!!! :) …. or what? At the beginning, I never though that we’re going to make this last. After those years…..Ummm…. We did! Who said….marriage is not like fairy tale. I’m totally disagreed because all fairy tales are not only “lovey-dovey, mushy & smooch” then….HAPPILY EVER AFTER! They have good time, bad time, rough time, happy time, sad time, fight time, scary time, even dull time! …and lots of … lots of …. different moment.

Disney-Dream-Portrait-Series-disney-1361373-2000-1300Scarlett Johansson as Cinderella

Disney245hb3qZac Efron and Vanessa Hudgens as Prince Phillip and Princess Aurora from Sleeping Beauty

Disney-Dream-Portrait-Series-disney-1361380-2000-1300 David Beckham as Prince Phillip from Sleeping Beauty

Disney_499c630bcb_oRachel Weisz as Snow White

Disney Live Fairy Tale 1 Olivia Wilde as the Evil Queen, Alec Baldwin as The Mirror

Disney_Julie Andrews as the Blue Fairy from Pinocchio and Abigial Breslin as Fira from Disney Fairies

Disney_beyonc_as_alice_in_wonderland_with_oliver_platt_as_the_mad_hatter_and_lyle_lovett_as_the_march_hareBeyonce as Alice, Lyle Lovett as the March Hare and Oliver Platt as the Mad Hatter

Disney_Chavez_QueenLatifah_Ursula_LittleMermaidQueen Latifah as Ursula from The Little Mermaid

Disney_The Little Mermaid Julianne Moore as Ariel and Michael Phelps as a Merman

Disney_Pan-duyAustin Lowe as the boy who will never grow up, Peter Pan.

DisneyTinaFeyLARGE Mikhail Baryshnikov as Peter Pan, Gisele Bündchen as Wendy

Disney_tinay-fey-as-tinkerbell-peterpanTina Fey as Tinkerbell

Disney_311-AL-DPC002 Jeff Bridges as the Beast and Penelope Cruz as Belle from Beauty and the Beast

Disney_Pocahontas-Jessica-BielJessica Biel as Pocahontas

Disney_AladdinJennifer Lopez as Jasmine and Marc Anthony as Aladdin

Disney_tumblr_lhh6qjjwQd1qzqplvWhoopi Goldberg as the Genie

disney-dream-portrait-series-10Roger Federer as King Arthur from The Sword in the Stone.

Disneyjohnnydepp-leibovitz2  Johnny Depp as Captain Jack Sparrow from Pirates of The Caribbean.

Disney_johnny-depp-patti-smith-pirates-disney-dream-portraits-annie-leibovitz-largeCaptain Jack Sparrow with a very surprising Second Pirate in Command (Patti Smith)

Disney_1_logo2

 

Disney_al

 

Disney P1-0003 Photographer Annie Leibovitz shoots a merman-clad Michael Phelps (World champion swimmer Michael Phelps).

Disney_tumblr_lhh8afXUtD1qzqplvDrew Barrymore as Belle from Beauty and the Beast for Vogue.

Disney_61qbnncwo1_500Drew Barrymore as Belle from Beauty and the Beast for Vogue.

“Charles Dickens once stated that Little Red Riding Hood was his first love, and if only he could have married her, he would have known perfect bliss. For me and for other women I know, our hearts were won by Peter Pan — that charming, exasperating rascal of a boy, killer of pirates and intimate of fairies. We dreamed of flight, and fairy dust, and Indian drums sounding in the woods, and insisted on leaving the bedroom window cracked in case Peter should appeared. And then we all grew up, of course, as every child (but one) must do. Peter Pan became just a childhood game and a sappy Walt Disney film. Yet they say first love is powerful. Peter’s influence may be stronger than we knew — for each of us have spent our lives seeking adventure: in books, in art, and on foreign shores. Our hearts still quicken at the sound of a drum, or the smile of an exasperating boy.”

Fairy tales and fade-away dreams, I love them all.