Tuesday, March 1, 2011

ฝรั่งขี้สงสัย 555 ฮานาก้า….

ก๊อปมากจากน้องตู้นะคะ อิชั้นมิได้คิด-เขียนเอง แต่ขำดี ไปอ่านกันซะนะคะ

อ่านแล้วขำดี แล้าก็นึกถึงโชว์ Stupid Abroad หน่อยๆ 555 ไม่รู้จะจั่วหัวว่าฝรั่งขี้สงสัย หรือ ฝรั่ง….ง่าว ดี เพราะคิดตามหลักสากลแล้ว ไม่รู้คือไม่โง่..ใช่ป่าว 55555 ชีวิตความเป็นอยู่ ต่างชาติ ต่างวัฒนธรรม ต่างภาษา ต่างพื้นฐานความคิด การเลี้ยงดู และสิ่งแวดล้อม ใครที่ไม่เหมือนเรา คิดไม่เหมือนเรา ทำไม่เหมือนเรา… เราก็ว่ามันโง่แหละ ในทางกลับกัน มันก็ว่าเราโง่ เราประหลาด แหะๆ อย่าคิดมาก อ่านขำๆ นะคะ

page-624Thanks > > These pictures from http://www.google.com/images

clip_image001 เป็ปซี่ใส่น้ำแข็ง…ใส่ถุง

clip_image001 ช้างเดินเล่นกลางถนน ตำรวจไม่จับ

clip_image001 คนไทย ทำไมต้องมีชื่อเล่น

clip_image001 มีเพื่อนอเมริกันมาเที่ยวเมืองไทย ตอนเห็นข้าวหลามครั้งแรก เอามือป้องปาก ตกใจ Oh My God !!!!! ซ้ำไปซ้ำมาอยู่ได้ ข้าวหลามกระบอกเดียวถ่ายรูปมันทุกมุม ตื่นเต้นกว่าถูกล็อตโต้เสียอีก

clip_image001 เอาปลาเน่ามาทอดกิน เหม็นตลบไป 3 บ้าน

clip_image001 กระดาษสำหรับใช้เช็ดก้น เอามาใช้เช็ดปากก็ได้ด้วย

clip_image001 ร้านอาหารจัดวางกระโถนไว้ใต้โต๊ะ ฝรั่งถามว่า ไม่ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำใช่ไหม

page-621

clip_image001 บ้านมีศาลพระภูมิ ฝรั่งถาม บ้านหลังเล็กๆ หน้าบ้าน เอาไว้ให้อะไรอยู่

clip_image001 อาหารข้างทาง ริมถนน หาได้ตลอด 24 ชั่วโมง

clip_image001 กินผลไม้จิ้มเกลือ กินก๋วยเตี๋ยวแล้วใส่น้ำตาล

clip_image001 คนไทยจูงมือคนแก่กับเด็กๆ ข้ามถนน, ลุกให้คนแก่นั่ง ... ฝรั่งเห็นแล้วซึ้ง

clip_image001 ข้ามถนน ตรงไหนก็ได้

clip_image001 ผู้ใหญ่ตีเด็ก ฝรั่งเห็นแม่ค้าที่ตลาดจตุจักรตีก้นลูกผลั๊วๆ ฝรั่งตกใจตาค้างเลย

clip_image001 ละครไทย ทำไมตัวละครหญิงต้องทำเสียงแปร๋นๆ พร้อมกับทำตาเถลือกถลน

clip_image001 คนไทยกินกันทั้งวันทั้งคืน กินได้ทุกที่ ไปที่ไหนๆ ก็มีอาหารขายข้างทางทั่วประเทศไทย

clip_image001 อาหารเช้า กลางวัน เย็น เหมือนกันหมดใครอยากกินตอนไหน อยากกินอะไรก็กิน

clip_image001 ทำไมคนไทยชอบกินอาหารนก (เมล็ดทานตะวัน, เมล็ดแตงโม)

clip_image001 มีเพื่อนเคยถามว่าเธอไปโรงเรียนยังไง มีรถขับรึเปล่า เราก็ตอบเขาไป มีรถ แล้วเพื่อนถามกลับมาพร้อมทำตาโต จริงเหรอ เรานึกว่าคนไทยขี่ช้างไปเรียน แป่ว..=__=

clip_image001 เพื่อนฝรั่งได้ยินพระสวดงานทำบุญบ้าน ถามว่าทำไมต้องให้คนเหล่านี้มาร้องเพลง

page-623

clip_image001 ละครพื้นบ้านเรื่องปลาบู่ทอง สามีชอบดู ทั้งที่ฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่อง ถามว่า-ทำไมเด็กหญิงคนนั้นรักต้นมะเขือเทศ พอถูกตัด มะเขือเทศร้องไห้เสียงดัง ดิฉัน ตอบว่า- เพราะมะเขือเทศเคยเป็นแม่ของเด็ก ก่อนหน้านั้นเป็นคนจริงๆ พอแม่ตายกลายเป็นปลาทอง ถูกจับกินทิ้งก้างไว้เลยกลายเป็นมะเขือ เดี๋ยวยูดูนะ ต่อไปมะเขือจะกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ มีใบเป็นสีเงินสีทองด้วยแหละ นี่ยังเล่าไม่จบเลยนะว่าเด็กหญิงโตขึ้นถูกนางอิจฉาฆ่าตาย แล้วกลายเป็นนกแขกเต้า!

clip_image001 ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีการพัฒนาในด้านการทำนาที่แปลกมาก (คือพัฒนาได้ช้านั่นเอง) ทั้งๆที่เป็นอาชีพประจำประเทศ อันนี้เทียบกับญี่ปุ่นคือ สมัยก่อนญี่ปุ่นมีปัญหาขาดแคลนข้าวอย่างหนัก จนต้องนำเข้าข้าวของไทย แต่พี่ไทยพอเห็นเงินก้อนใหญ่ดันโลภ เอาข้าวปลอมปนไปขายให้เค้า เค้าเลยไม่ยอมซื้อข้าวกับเราอีกเลย หลังจากนั้นญี่ปุ่นเลยทำนาเอง เค้าสามารถทำนาได้สุดยอดมากๆ สามารถเกี่ยวข้าวทั้งไร่ได้ภายในวันเดียว เป็นระเบียบมาก และสามารถสั่งข้าวผ่านอินเตอร์เน็ตได้ ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ผุ้บริโภคสามารถซื้อข้าวกับชาวนาได้โดยตรง (ขอย้ำว่าสามารถจัดการได้ใน 1 วัน)

clip_image001 ทามมายโคนทาย..ชอบขี้.. ขี้เกียจ ขี้โกง ขี้บ่น ขี้โม้ ขี้เห่อ ขี้อิจฉา ขี้มูก ขี้ตา ขี้เหม็น etc.... เอะอะ อะไรก็ขี้ๆๆๆๆๆ ...shit this shit that all the time

clip_image001 ผู้ชายเจ้าชู้จะโดนภรรยาตัดอวัยวะเพศ แล้วจะขึ้นหนังสือพิมพ์หน้า 1

clip_image001 คนไทยรักพระมหากษัตริย์มาก ฝรั่งตกใจว่าไม่คิดว่ าคนไทยจะรักพระมหากษัตริย์มากถึงเพียงนี้

clip_image001 ชาวมาเลย์ตกใจมากที่เห็นคนไทยเอารถราคาเป็นล้านมาทำ Taxi นั่งแล้ว ไม่อยากลง

clip_image001 ใส่เสื้อผ้าเต็มที่แล้วเล่นน้ำทะเล น้ำตก

clip_image001 ฝรั่งงงกับภาษาของกระเป๋ารถเมล์มาก คือ คำว่าไป-ป้าย มันออกเสียงเหมือนกัน ทำไมคำนึงรถถึงจอด กับอีกคำรถถึงวิ่งออกไป ฝรั่งฟังแล้วงงว่ามันคำเดียวไม่ ใช่เหรอ

clip_image001 ร้านก๋วยเตี๋ยวทำไมมีทั้งบนบกกับในเรือ คือทำไมบางร้านขายบนบกต้องเอาเรือมาจอด แล้วทำไมคนขายต้องไปนั่งขายในเรือด้วยทั้งๆ ที่อยู่บนบกแท้ๆ

clip_image001 ฝรั่งงงบางวันมีคนใส่เสื้อสีชมพูเยอะแยะไปหมด

page-622

clip_image001 ทำไมเวลาขึ้นรถไฟฟ้าประเทศไทยแล้วเดินไปแลกเหรียญที่เคาน์เตอร์ ถึงซื้อตั๋วที่นั่นเลยไม่ได้ ต้องแลกเป็นเหรียญแล้วเดินกลับมาหยอดอีก

clip_image001 ฝรั่งงงคนไทยนิสัยประหลาดผลไม้ไม่สุกก็เอามากิน เช่น มะม่วง

clip_image001 คนเยอรมันประทับใจห้างในกรุงเทพฯ เปิดทุกวัน

clip_image001 คนญี่ปุ่นตกใจมากกับคำว่า "กินเล่นๆ" บอกว่าคนไทยกินตลอดเวลาเลย ถามว่ากินทำไม ..? บอกว่ากินเล่น ตกใจมากเพราะที่ญี่ปุ่นไม่มีกินเล่นๆ มีแต่กินจริงจัง

clip_image001 สาววัยรุ่นชาวฮอลแลนด์มาอยู่แถว อ.นาแก จ.นครพนม ไม่ยอมกลับบ้าน แม่ตามให้กลับบ้านเท่าไรก็ไม่กลับบอกว่ากลับไปบ้านก็ไม่มีอะไรกิน หนาวก็หนาว อยู่นี่มีกินทั้งปี อยากกินอะไรดึกแค่ไหนก็เดินออกมาซื้อกินได้ตลอด ผลไม้มีกินทั้งปี กลับบ้านไปมีกินแต่หน้าร้อน ดอกไม้ก็บานทั้งปี ไม่ใช่ได้ดูแค่หน้าร้อนแบบบ้านเขา

clip_image001 นักร้องคริสตี้ติดอาหารไทยจนกลับไปบ้านเยี่ยมปู่ยา ต้องพก มาม่าไปด้วยเพราะ กินอาหารบ้านตัวเองไม่ได้ มันเลี่ยนนมเนย

clip_image001 ทำไมคนไทยชอบชวนกินข้าว

clip_image001 เวลาเล่นเน็ตคนไทยชอบพิมพ์ "555+"

ขอบคุณ http://fail.in.th/ สำหรับรูปภาพที่อิชั้นก๊อปมาทั้งหมด (โดยมิได้ขออนุญาต)

อยากจะเชิญชวนเพื่อนๆ เข้าไปดูเว๊บนี้นะคะ วันไหนเซ็ง เครียด ชะงัดนักเชียว ขำกร๊าก…. ฮามากๆ

ฤๅข้านี้..คือ..ขุนศึก

จึงต้องออกรบตลอดเวลา (วะ) ระยะเวลาตลอดเดือนเศษๆ ที่ผ่านมา… ต้องเรียกว่า ข้าศึกบุกประชิดประตูเมืองทุกด้านเลยเชียว ศึกเหนือ-เสือใต้รอบตัว ไม่รู้เป็นอะไร เรื่องไม่มาหา ก็ดิ้นรนไปหาเรื่องใส่ตัวเองอยู่ได้ไม่หยุดหย่อน เฮ้อออออออ…… มันต้องมีอะไรมาให้ประลองฝีมือ รบรา อยู่ไม่ขาด ไม่เคยได้อยู่สงบๆ กับใครเค้าเลย

เรื่องแรก คือ ปัญหาที่มีกับ Notebook อันใหม่ คือเมื่อปลายปีก่อน พ่อบ้านเค้าซื้อโน๊ตบุ๊คใหม่เอี่ยมให้อีก 1 เครื่อง เป็นยี่ห้อ Hewlett-Packard รุ่นเบบี้ ไม่ใช่ไฮเอนด์หรือท๊อปออฟเดอะไลน์ แต่อย่างใด ราคาย่อมเยาว์ ขนาด 15.6” ตอนนั้นไม่ได้อยากได้ ไม่ได้บ่น งอแง งี่เง่า ร้องจะเอา… คือ เพื่อนรักชาวลาวของอิชั้น ไปเข้าคิวลากซื้อมา 2 เครื่องเมื่อตอน Black Fridayโน่น พอซื้อมาแล้ว เกิดนึกขึ้นได้ ว่าน่าจะซื้อ desktop จะดีกว่า ก็เลยมาถามขายให้ราคาเท่าที่เค้าจ่ายไป พอมานั่งคิดค่าที่เค้าไปเข้าคิวค่อนคืน เพื่อแย่งซื้อของราคาถูกเป็นพิเศษ แล้วมาขายให้โดยไม่คิดกำรี๊-กำไร มันก็น่าสนเน๊าะ มาถามขายอิชั้นเป็นคนแรก (ว่างั้น) แต่เค้าร้อนเงิน ต้องจ่ายเดี๋ยวนี้ๆ เลย ไม่งั้นจะไปถามขายคนอื่น อิชั้นก็เล่าให้พ่อบ้านฟัง อิตานั่นก็บอกว่าให้โทรไปบอกเค้าว่าจะซื้อเอง อิชั้นก็บอกไม่เอาหรอก เครื่องเก่าก็ยังเอี่ยมอยู่ เพี่ยงแค่ไอ้ตี้แกะแป้นออกไม่กี่อัน เดี๋ยวมีตังค์จะเอาไปซ่อม ก็แจ่มแมวเหมือนเดิม อิพ่อบ้านก็เลยบอกว่า จริงๆ ตั้งใจจะซื้อ iPad ให้ แต่อันนี้ถูกกว่าตั้งเยอะ ($300) เอาไว้ใช้เล่นๆ ไปก่อนละกัน

อิชั้นก็เลยกลายเป็นยอดหญิงที่มีคอมพิวเตอร์ในครอบครองถึง 4 เครื่อง ไม่รวม Handheld อีกอัน 555 ใช้คนเดียวนะคะ 555555… ถ้าลูกหรือสามีจะใช้ต้องขออนุญาต…เพราะอิชั้นใส่พาสเวิร์ดไว้ทุกเครื่อง แต่พ๊าดเหวิดไม่สามารถป้องกันคนมือบอนมาแกะคีบอร์ดได้ค่ะ ที่ต้องทำแบบนั้น.. ไม่ใช่งกนะคะ (พ่อบ้านก็มีพาสเวิร์ดของเค้า ใช้คอมพ์ได้ anytime เมื่อเค้าต้องการ แต่อิตานั่นไม่ค่อยใช้หรอกค่ะ จะมีก็ตอนก่อนไปทำงาน นั่งดื่มกาแฟหน้าคอมพ์หน่อยนึง เลิกงาน นานๆ ครั้ง ที่จะมานั่งหน้าจอ เสียที ก็เลยบอกไปว่า คอมพิวเตอร์ทั้งหมดเป็นของอิชั้น) ต่อๆๆๆๆ พ๊าดเหวิดต้องมีไว้ เพื่อความปลอดภัยของลูกๆ ค่ะ ก็ล๊อคไว้ทุกอย่าง ถ้าจะใช้ก็จะล๊อคอินให้ใช้ account ของเค้าเอง ซึ่งอิชั้นตั้งข้อจำกัด ตั้งเวลา ฯลฯ ไว้เพียบค่ะ โลกไซเบอร์น่ากลัวค่ะ

เป็นว่าอิชั้นมีโน๊ตบุตเพิ่มมา อาทิตย์แรกๆ ก็เพลินเลยค่ะ นอนดูละครขโชว์จากเมืองไทยได้บนเตียง ใส่หูฟัง อิพ่อบ้านจะดูหนัง ดูโทรทัศน์อะไรโหวกเหวก ก็ดูไป ไม่เกี่ยวกัน สุขเป็นไหนๆ มีสุดที่รักอ้วนๆ นั่งอยู่ข้างๆ ไอ้แล่บท๊อปอันเก่า 17.3” หนักมากค่ะ ถ้าวางบนตักนานๆ เมื่อยมากกกก… พอเข้าอาทิตย์ที่ 3 คืนหนึ่งคืนนั้น อิชั้นนอนดูรายการทีวีไทยผ่านยูทู้ปอยู่ดีๆ ณ ทันใด..เครื่องก็ปิดตัวลง ไม่ชาร์จ ไม่หือ ไม่อือ ดับสนิท หน้ามืดไป มืดจริงๆ นะ ทำไง๊ ทำไง จะทำยังไงดีวะ โมโหจัง เครื่องใหม่เอี่ยมเลย ใหม่เอี่ยมแบบอิชั้นเอามาแกะกล่องเองเลยนะคะ คนที่เค้าขายต่อให้ยังไม่ได้แตะต้องแกะกล่องแต่อย่างใด

พอวันต่อมาอิชั้นก็โทรไปที่ฮิวเล็ตต์ แพ๊คการ์ด (เครื่องยังอยู่ใน warrantee 1 ปี จึงจะใข้บริการนี้ได้ฟรีค่ะ) อิชั้นก็คุยกับเทคนิเชี่ยนเค้า แล้วก็เปลี่ยนไปเป็นแชทกันเพราะต้องมีการส่งลิ้งค์ต่างๆ ไปมา อิชั้นก็ทำตามสารพัดที่เค้าบอก ใช้เวลาหมดไป เกือบ 1 ชั่วโมง อิตาเทคนิเชี่ยนนั่นคงถอดใจ ไอ้เครื่องบ้าก็ไม่ยอมฟื้นคืนชีพ เลยบอกว่าคงต้องให้ส่งเครื่องเข้าไปที่ HP เพื่อ repair ค่ะ

HPService

อีก 2 วันถัดมาอิชั้นก็ได้กล่องจาก FedEx เป็นกล่องเปล่าๆ พร้อมโฟมสำหรับหีบห่อ เลเบ้ว และ instruction สำหรับส่งกลับไปที่ HP อิชั้นก็รีบหีบห่อตามที่เค้าบอก แล้วก็บึ่งเอาไปให้เค้าที่ร้านรับส่งของ FedEx ทั้งหมดเป็นบริการฟรีค่ะ พออีก 2 วันก็ได้อีเมล์จาก HP ว่าเค้าได้รับเครื่องแล้ว พออีก 5 วันก็ได้รับเครื่องคืนมาในสภาพเนี๊ยบ ห่อมาแบบของใหม่แกะกล่องเลยค่ะ สรุปว่า ใช้เวลา 7 วัน เครื่องก็กลับมาใช้งานได้ดีเหมือนเดิม แต่ก็มีปัญหาคาใจว่า ฤๅกรูจะได้ของมีตำหนิ defected item อีกแล้ว เกิดมาเพื่อของไม่สมประกอบตลอดเลยว่ะ แต่ผัวสมประกอบน๊าาา… ติงต๊องนิดหน่อย 555555

ไอ้โน๊ตบุ๊คเจ้าปัญหาก็ทำตัวดีรับใช้หม่ามี๊ด้วยดีมา ..จน….คืนหนึ่งเมื่อต้นเดือนกุมภาฯ ค่ะ อิชั้นนอนดูหนัง ดูละครอยู่ดีๆ ไอ้ internet connection ก็ disconnect ไปเฉยๆ แบบไม่บอกไม่กล่าว ฉลาดล้ำทำได้หมดอย่างอิชั้น ก็แจ้นออกไปดู router ทำการ ตรวจเช็ค เปิดคอมพ์ตัวอื่นๆ ก็ปรากฎว่าไอ้พวกนั้นก็คอนเน๊คตามปกติ อย่างทันใจ-ไร้ปัญหา อิชั้นก็จัดการ reset เร้าท์เต้อร์ เสียบเข้าถอดออกสารพัดสายทั้งหมด ทั้งต้นทาง-ปลายทาง ทำไปโม้ด….. ก็ไม่เวิ๊ก เลยสรุปได้เองว่าปัญหาต้องมาจากไอ้โน๊ตบุ๊คแน่ๆ เมื่อไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว ก็เลยพยายามข่มตาให้หลับ ตื่นแล้วค่อยว่ากันใหม่

พอตื่นมาจัดการเรื่องลูกเต้าเรียบร้อย อิชั้นก็ตั้งสถานีเลยค่ะ เปิดเครื่องเดสก์ท๊อป เปิดเครื่องไอ้โน๊ตบุ๊คบ้านี่ ติดต่อ customer services ของ HP ออนไลน์ แชทกับ technician คนแรก เชื่อหรือไม่เชื่อ เราแชทกัน 4 ชั่วโมงเศษ คือ เค้าบอกให้ทำโน่นนี่ ตรงโน้นตรงนี้ อิชั้นก็ทำตามเค้าไปเรื่อยๆ แล้วก็คอยบอกผลเค้าไปว่าเป็นไง บางอย่างก็ใช้เวลา รีบู้ทแล้ว รีบู้ทอีก restore หลายครั้ง ทำสารพัด ไปจนถึง ล้างเครื่องแบบกลวงโบ๋เหมือนตอนแกะกล่องเลยทีเดียว เครื่องก็ยังไม่ยอม connect กับ wireless เซ็งมากกกก… จากนั้นอิชั้นก็เปิดฉากแชทเซสชั่นที่ 2 กับเทคนิเชี่ยนคนใหม่ คราวนี้ก็ให้ทำโน่นทำนี่ไปเรื่อยๆ อีก เดี๋ยวๆ อิตานั่นก็ขอเวลากลับไปอ่านแชทของเซสชั่นแรกก่อน ว่าทำอะไรไปบ้างแล้ว สุดท้ายคงจนมุม บอกเดี๋ยวนะ ขอเอาปัญหาไปถามซูเป้อร์ไวเซ่อร์ เดี๋ยวกลับมาคุยกันใหม่ พออิชั้นล๊อคอินเข้าไปแชทใหม่ ก็เจอคนใหม่อีก ก็ทำไปทุกอย่างที่เค้าบอก ถึงขนาดเปิดหลังเครื่อง ลากไส้ฮาร์ดไดร้ฟ์ออกมาหมด จิกหัว wireless card ออกมาด้วย ถอดออกใส่กลับไปใหม่ ถอดใหม่ ใส่ใหม่ สรุปวันนั้นอิชั้นแชทรวมทั้งหมด 4 sessions กับ 3 technicians ใช้เวลาไป 7 ชั่วโมงกว่า เหนื่อยค่ะ ไอ้คนสุดท้ายคงหมดปัญญา เลยบอกว่าจะของเอาเครื่องเข้าไปซ่อม

ก็แบบเดิมอีก กล่องมา แพ๊คเสร็จ ส่งกลับไป อีกไม่กี่ัวันได้เครื่องคืนกลับมา หัวจิตหัวใจลิงโลดยิ่งนัก เมื่อตอนแกะกล่อง จบๆ ซะที พอเปิดเครื่อง เหมือนเดิมค่ะ ถึงเค้าได้เปลี่ยน wireless card ให้ใหม่ก็เหอะ มันก็ไม่ยอม “ฮุก” อินเตอร์เน็ตค่ะ จำได้ว่าวันที่ได้เครื่องคืนมาเป็นวันศุกร์ พอเครื่องไม่เวิ๊ก เลย เบื่อๆ ไม่แชท ไม่โทร ไม่คุย ทำถาม ไม่พยายามทำอะไรอีกแล้ว เอาเครื่องไปยัดไว้ใต้เตียง เก็บความเซ็งๆ ไว้ในใจคนเดียว มันเหมือนกลับเมฆดำแขวนคลุมหัวอยู่เลยค่ะ อิชั้นเป็นคนแบบนั้นจริงๆ ไม่สามารถเลิกคิด ไม่ปล่อยวาง ถึงไม่พูดหรือเล่าให้ใครฟังก็เถอะ จริงๆ มันมีอีกหลายๆ เรื่องรกใจอยู่ในขณะเดียวกันให้ต้องคิดด้วย ช่วงนั้นเซ็งเป็ด เซ็งห่าน อย่าบอกใครเชียว

พอหลายวันต่อมา พ่อบ้านก็ถามว่าเครื่องได้กลับมาแล้วไม่เห็นเอาออกมาใช้ ก็เลยตอบว่า มันยังเฮงซวยเหมือนเดิม ทำไมถึงต้องเป็น goo ตานี้อิพ่อบ้านก็คิดแบบไอ้กันค่ะ เครื่องอายุยังไม่ถึง 90 วัน เอาไปคืนเลย อิชั้นก็เลยฮึดค่ะ ขอลองอีกตั้ง เพราะตอนนั้นเหมือนกับว่าอีกไม่กี่วันก็จะครบ 90 วันค่ะ แต่คราวนี้ไม่ขอคุยกับ HP แล้ว แต่จะขอคุยกัย AT&T ซึ่งเป็น Internet Provider ที่เราใช้บริการอยู่ คราวนี้อิชั้นคุยกับเจ้าหน้าที่ของเอทีแอนด์ทีทางโทรศัพท์ค่ะ เริ่มต้้นอิชั้นก็บอกกับเค้าเลยนะคะ นี่ๆๆๆๆ ฟังชั้นก่อนนะ เรื่องมันยาว ปัญหาคือนี่ๆๆๆๆ ชั้นติดต่อกับ HP ทำนี่ๆๆๆ ส่งเครื่องไป ส่งเครื่องมา บลาๆ ร่ายยาวไป จากนั้นก็เริ่มกันเลยค่ะ ซ่อมนู้น ทำนี่ เซ็ทนั่น แก้โน่น ทำกันสารพัด ไม่เวิ๊ก อิชั้นก็ถอนหายใจ เฮือกๆ อิตานั่นก็เสียงตามสาย ใจเย็นๆ แมม เราต้องช่วยกัน เดี๋ยวก็ได้ ไปๆ มาๆ อิตานั่นคงรู้สึกหมดหนทาง ขอเบรคแป๊บนึงไปถามเพื่อนก่อน พอกลับมา ก็ยังทำไม่ได้อีก ก็เลยบอกไปว่า หยุดก็ได้นะ ชั้นจะเอาเครื่องไปคืน อิตานั่นบอก โน่ๆๆๆๆ ต้องทำได้สิ ลองล้างบางทุกสิ่งทุกอย่าง ขุดลึกลงไปให้ถึงขั้วของทุก sub-menu ดิชั้นก็ เอ้า เอาไงเอากัน เอากะมันสิ 555 ทำไป ทำมา คลิกโน่น คลิกนี่ อยู่เครื่องมันฮุกอินเตอเน็ตเฉยเลย ดีใจ ดีใจ อิชั้น วี๊ด…บึ้ม… ขอบคุณอิตานั่นยกใหญ่ บอกไปว่า John….you’re the man! He was laughing like crezy…55555 คุยกัน 2 ชั่วโมงกว่า กลายเป็นว่า ไอ้เครื่องจริงๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่งไป-ส่งมา เปลี่ยนเครื่องในบางส่วน โดยหล่าวประโยชน์ แต่คำถามของอิชั้นคือ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร นอนดูละครอยู่เฉยๆ ไม่ได้หยิบจับเม้าส์ หรือแตะคีบอร์ด อะไรไป trigger ให้ connection โปรแกรมเปลี่ยนไป สุดท้ายเรื่องเซ็งๆ ก็จบไปเรื่องนึง ค่ะ เรื่องนึงเท่านั้นค่ะ ไม่ใช่ทั้งหมด

เพิ่งครึ่งทาง อย่าเพิ่งเบื่ออ่านกันซะก่อนนะคะ เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้มันหนักหนาเอาการอยู่ค่ะ การที่แอบทำอะไรลับหลังพ่อบ้าน..มันก็ทุกข์ใจระดับนึงแล้วนะคะ ถึงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตร้อยล้านก็เถอะ เพราะเราไม่มีความลับต้องปกปิดกันค่ะ คืออิชั้นเกลียดไอ้โทรศัพท์ที่ใช้อยู่ แต่ต้องรออีกนานกว่าจะมีสิทธิ์อัพเกรด ซึ่งจะได้ส่วนลดในการซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ในราคาลดเป็นพิเศษ พอไม่ชอบก็ดิ้นรนค่ะ 5-6 เดือนก่อน ก็ไปซื้อโทรศัพท์ใช้แล้วราคาถูก $50 กว่าๆ มาใช้ ซื้อจาก amazon.com คือก่อนซื้อก็อ่านรายละเอียดเงื่อนไขแล้ว ดูดี ไม่เอาเปรียบกัน ราคาพอทนได้ ที่ทำคัญ คือ ทราบดีว่าโทรศัพท์ที่กำลังจะตัดสินใจซื้อเป็น used phone เค้าไม่ได้โกหกอะไร ก็ซื้อมา พอได้รับเครื่อง โดยรวมๆ ก็โอเค ใช้กับ SIM ได้ โทรออก รับสายเข้า ได้ดีปกติ แต่ฝาหลังของเครื่องมันหลวมค่ะ เดี๋ยวหลุด เดี๋ยวร่วง เอาเทปแปะไว้ ก็ดูน่าเกลียดน่าชัง ติดต่อไปว่าจะขอคืนเครื่อง เค้าก็โอเค เพราะเค้ารับประกัน 1 ปี แต่ก็ลังเลใจค่ะ เพราะค่าส่งคืนก็ร่วมๆ $10 พ่อบ้านก็เลยบอกว่า ไม่ต้องส่งคืนหรอก มันพอใช้ได้ก็เก็บไว้เป็นเครื่องสำรอง รออีกหน่อยพอได้อัพเกรดก็ค่อยซื้อเครื่องใหม่

มันไม่ใช่อย่างนั้นสิคะ อิชั้นก็ได้แอบไปสั่งซื้อโทรศัพท์มือถือออนไลน์ เพราะฉลาดล้ำไงคะ คิดว่า “ต้องดี” แถมไม่ต้องจ่ายค่า data plan $39.99 ต่อเดือนให้กับ provider ที่เราใช้บริการอยู่ เลยสั่งจากไอ้เว๊บนี้ค่ะ Cell2Get.com (This company is a scam….. Do not buy any thing from this company! Be worn buy from somewhere else!) สั่งไปโดยไม่บอกไม่กล่าวให้พ่อบ้านรู้ อิชั้นสั่งซื้อโทรศัพท์เมื่อวันที่ 20 มกราคมค่ะ พอผ่านไปซัก 2 สัปดาห์ ก็ชักเอะใจ ทำไมมันนานนักวะ ก็โทรไปถาม มันบอกว่า ไม่ต้องวอรี่..แมม.. เป็นเพราะต้องสั่งเครื่องมาให้จากต่างประเทศเลย แต่ได้ส่งไปแล้วนะ รอรับได้เลย วันจันทร์หน้าก็คงได้รับแล้ว อิชั้นก็ อ๋อ.. เหรอ.. เออ.. โล่งอก พอวันจันทร์ที่มันบอกว่าของจะมา ก็ไม่มีอะไรมาถึง แต่ก็ใจเย็นรอไปจนวันศุกร์ ก็โทรถามอีก ได้คำตอบเหมือนเดิม แต่คราวนี้อิชั้นชักโมโห ก็หยอดไป ไม่โกหกกันนะ วันจันทร์ก็ไม่ได้รับอะไรอีก รู้สึกฉุนกึกฉุนกัก ปะทุ คุ อยู่ในหัวอก โดนต้มแน่ goo ตั้ง $185 โกรธ โมโห เอาไงดีวะ จนวันที่ 17 กุมภา ก็โทรไปถามมัน ว่านี่แก ชั้นยังไม่ได้รับของ ชั้นขอคืนเงิน ยกเลิกหมดทุกอย่าง มันก็บอกมาว่า แคนเซิ่ลได้ไง ของไปแล้ว ก็เล๊งกับมันไปอีกนิดหน่อย แบบอึกๆ อักๆ เพราะนึกไม่ออกว่าจะเอาไงดีฟระ แล้วก็วางหูไป พอนั่งโมโหไม่รู้จะทำอะไรดีได้ซักพัก เหลือเชื่อ…หรือไม่เชื่อ มีของมาส่งค่ะ อูย….. ดีใจค่ะ แต่พอเปิดกล่องออกมา โกรธแบบควันออกหู ไฟออกจมูกเลยค่ะ

BlackberryFlip

ดูรูปกันเลยค่ะ โทรศัพท์ที่ส่งมาเน่ามากๆ ไม่มีเอกสารใดๆ มาด้วย ไม่ว่า invoice หรือ packing list ก็พอชี้ชัดได้เลยว่ามัน unprofessional กล่องและคู่มือดูปลอมๆ แล้วคู่มือก็เป็นของแบล๊คเบอรี่รุ่นอื่น ที่ไม่ใช่ flip คีบอร์ดหมายเลข 6 ไม่มี แต่แถมเบอร์ 9 มาตั้ง 2 อัน รอยขูดขีดเต็มไปหมด พอเอา “ซิม” ใส่… ก็ใช้ไม่ได้ เลยส่งอีเมล์ไปบอกมันว่า เครื่องมันที่ส่งมาน่ะ unacceptable condition & it’s not a new phone as advertised จะส่งคืนแล้วขอคืนเงินทั้งหมด จากนั้นก็โทรหามันอีกหลายครั้ง ก็ไม่มีคนรับสาย อิชั้นก็นั่งเป็นบ้าอยู่คนเดียว ก็เลยไปเจอเว๊บนี้เข้า http://www.resellerratings.com/store/Cell2Get แล้วก็ไปเขียนคอมเม้นท์ไว้ ไม่มีคำหยาบคายใดๆ เพียงเล่าไปตามจริง แล้วก็บอกว่าบริษัทนี้เป็น scam อย่าไปซื้ออะไรจากมัน คุณๆ คะ ลองไปอ่านดูเถอะค่ะ หลายๆ คนเจอปัญหาเดียวกัน หรือไม่ก็ใกล้เคียงกับปัญหาของอิชั้น ไอ้ที่ให้คะแนนตั้ง 5 ดาวทั้งหลาย มันคงเข้าไปเขียนเองทั้งสิ้น เพื่อจะได้หักล้างกับที่เค้าเขียนด่า แสดงว่าวันๆ มันไม่ทำอะไร ไปเว๊บโน้นเว๊บนี้-นั่งเขียนชมตัวเอง เหยื่อจะได้ติดกับดัก (อย่างอิชั้น) แหงะ ถ้าอิชั้นไอ้อ่านรีวิวนี้ก่อน ก็คงไม่ซื้ออะไรจากมันหรอกค่ะ มาเจอเข้าเมื่อสายไปแล้ว แหวะ

พอได้ดีก๊อปปี้และเซฟ comment อันแรก (ต้นฉบับ) ไว้ด้วย ลองอ่านดูค่ะ มิได้ตัดต่อ ดัดแปลงแก้ไขข้อความแต่อย่างไร อย่าไปใส่ใจแกรมม่า แกรมมี่ หรือความถูกต้องใดๆ ค่ะ เพราะตอนเขียนนั้น…อุดมไปด้วย โทสะ โมหะ แบบเต็มๆ เลยค่ะ และโปรดสังเกตุวันเวลาที่อิชั้นเขียนครั้งแรก กับวันเวลาที่แก้ไขด้วยค่ะ

BlackberryFlip-01

จากนั้นอิชั้นก็ไปไฟล์ complaint ที่ BBB - The Better Business Bureau of the United States ค่ะ ให้รายละเอียดไปหมดว่าเป็นอะไร ค่าเสียหายเท่าไหร่ ผลที่อิชั้นต้องการคือ refund in full ค่ะ ต่อจากนั้นก็โทรไปแจ้ง ขอไฟล์ dispute กับบริษัทบัตรเครดิตที่อิชั้นใช้จ่ายเป็นค่าไอ้โทรศัพท์เฮงซวยนี่ พอเสร็จธุระปุ๊บ สายโทรศัพท์ว่างลง ไอ้เชี่ยนั่นโทรมาเลยค่ะ กระโชกโฮกฮาก สำรากออกมา ว่าทำไมถึงไปโพสต์ negative comment (วันๆ มันคงนั่งเช็คเรทติ้งหน้าจอตลอดเวลา เพิ่งจะโพสต์เสร็จ ได้อ่านแระ เลว-เร็วจัง 555) ถ้าอยากได้เงินคืนก็ให้ไปลบอออกซะนะ อิชั้นก็บอกไปว่า สิ่งที่อิชั้นเขียนไป เป็นความจริง มันก็พูดซ้ำซาก แบบ ถ้าไม่ไปลบออก I have not thing to do with you and forget about your refund! อิชั้นก็แกล้งโง่ บ้า เซ่อ เพราะเห็นแก่เงินที่เสียไป-อยากได้คืนค่ะ แต่ก็คิดในใจว่า goo ได้เงินคืนเมื่อไหร่ goo จะเขียนให้แรงเชียวมึง แล้วก็บอกมันไปว่า เออ OK, I will delete my comment so, I will get my money back, right? มันก็บอกโอเคเลย แต่มันจะคืนเงินให้ก็ต่อเมื่ออิชั้นส่งโทรศัพท์กลับคืนไปให้มันก่อน เออวะ ส่งอยู่แล้วแหละ จะเก็บไว้ทำเกี๊ยะอะไร

พอดีเมื่อสุดสัปดาห์ก่อนเป็น long weekend ก็เลยต้องรอจนวันอังคาร (22) ถึงได้ไปส่งโทรศัพท์คืนให้มัน พอวันที่ 25 มันอีเมล์มาบอกว่าได้รับโทรศัพท์แล้ว ให้โทรหามันด้วย พอดีติดวีคเอนด์อีก ก็เลยโทรไปหามันเมื่อวันจันทร์ (28) พอโทรปุ๊บ…งานเข้าอีก ปะทะคารมกันหนักเลยค่ะ อิชั้นพยายามอดทนอดกลั้นไม่ใช้คำผรุสวาท เพราะอัดเทปไว้ค่ะ มันก็คงรู้ตัว ระวังคำไม่ curse ออกมาเหมือนกัน แต่ขอบอกว่า แร๊งงงงง……

ต้องบอกก่อนว่า เมื่อวันที่ 17 อิชั้นได้พยายามที่จะดีลีทข้อความที่เม้นต์ไว้ อย่างว่าง่าย แต่โปรเกรมของเว๊บนั่น ไม่ยอมให้ดีลีทค่ะ และ ไม่ยอมให้เว้นว่างไว้ ต้องเขียนอะไรลงไปอย่างน้อย 25 ตัวอักษร อิชั้นก็เลยแก้ไขทิ้งไว้แบบนี้ค่ะ (ดูรูปค่ะ ลองอ่านคอมเม้นต์อื่นๆ ก็พอจะเดาได้ค่ะ ว่ามันเขียนเอง ฮี่ม..) และยังคงเป็นดาวเดียวเหมือนเดิม เพราะดาวคะแนนไม่สามารถให้เป็น 0 อย่างน้อยหรือแย่ที่สุดต้องให้คะแนน 1 ดาวค่ะ ไม่งั้นรึ ฮึ มันไม่มีทางได้จากอิชั้นซักดาวหรอกค่ะ

ScreenShot120 copy

กลับมาที่บทสนทนาเถื่อนกับไอ้สถุลนั่นค่ะ พอรับสายมันก็เปิดฉากเลยค่ะ ว่า มันได้รับโทรศัพท์คืนแล้ว แต่มันไม่คืนเงินนะ เพราะอิชั้นไม่ยอมไปเขียนความจริงที่เว๊บนั่น อิชั้นก็งง ความจริงอะไร บอกให้goo ดีลีท goo ก็ลบที่เขียนไว้ออกหมดแล้ว มันบอกทำไมต้องทิ้งดาวเป็นแถวยาวเหยียดแบบนั้น ก็บอกว่าเค้าไม่ให้ทิ้งไว้ว่างๆ และไม่ยอมให้ดีลีทด้วย goo ก็พยายามทำดีที่สุดแล้ว เลยถามมันไปว่า I don’t understand…why those stars bother you so much?

มันก็บอก that kind of comment hurts my business. why don’t you tell the truth?

อิชั้นก็บอก If I write the truth, it will hurt your business for real.

มันยังหน้าด้านบอกว่าถ้าอิชั้นเขียนความจริงนะ ไม่ hurt หรอก แต่อิชั้น โกหก

โกหกไรวะ ภาษาพ่อมึงสิ *************************** อ่านได้ด้วยเหรอวะ แล้วแปลว่าอะไร ชักอยากรู้

เลยตอบไปว่า ถ้า goo เขียนความจริง ก็ขอเขียนสั้นๆ แค่ว่า This is a scam and what I got is Bad Service! มันโมโหใหญ่ เสือกสวนมาอีก ว่านั่นก็โกหกอีก ชิชะ มาว่า goo ตอแหล มันก็พูกซ้ำแล้วซ้ำอีก ว่าให้ tell the truth.. tell the truth.. วกไปวนมา เลยถามมันว่า ความจริงของมึงคืออะไร

เชื่อมั๊ยคะ มันบอกว่า ก็เขียนไปสิว่า ordered the phone, got the phone, it doesn’t work with my SIM, then I returned the phone and I got my refund. โห… หน้าด้าน กล้ามาตอแหลพูดแบบนี้กับอิชั้นอีก

เลยบอกมันไปว่า That’s a big lie! I didn’t get my refund yet. How dare you say such a thing like that?

มันยังมาบอกอีกว่า ถ้าไม่ไปเขียนตามที่มันบอกแทนไอ้ “แถวดาว-ดาวแถว” นั่น มันไม่คืนเงินให้หรอก ก็เลยสวนมันไปว่า มึงส่งรีฟันด์คืน goo ก่อนสิ เดี๋ยวจะไปเขียนโกหกให้ เชื่อมั๊ยค่ะ มันก็พูดเหมือนเดิม เขียนสิ คืนให้ อิชั้นก็สวนไปแบบเดิม คืนเงิน goo สิ goo เขียนให้ เหมือนปัญญาอ่อน ยอกย้อนซ้ำไปซ้ำมาเป็นสิบรอบ จนมันบอกว่า เดี๋ยวขอวางสายก่อน ซัก 5 นาทีจะโทรกลับมาใหม่

พอวางสายจากมัน อิชั้นก็โทรไปที่บริษัทบัตรเครดิต บอกไปว่า frustated มาก ไอ้นรกนั่น rude เกินรับ เค้าก็บอกว่าเค้าได้เครดิตคืนเงินให้อิชั้นตั้งแต่วันที่ 23 แล้ว ไม่ต้องไปพูดคุยอะไรกับมันอีก ทางเค้าจะจัดการกับมันเอง อิชั้นก็ขอบคุณเค้าไป พอวางสาย มันโทรมาแบบ ทุกๆ 30 วินาที อิชั้นไม่รับสาย พ่อบ้านก็ไม่ให้รับ ให้ answering machine รับ คืนนั้นมันโทรมา 18 ครั้ง วันรุ่งขึ้นมันก็โทรไม่หยุด เป็นระยะๆ ตลอดทั้งวัน พ่อบ้านบอกห้ามลบข้อความที่ฝากไว้ เพราะบันทึกเวลาที่มันโทรมาด้วยค่ะ การที่มันโทรแบบนี้แจ้งความได้ ถือว่าเป็นการ harassment สามารถแจ้งความดำเนินคดีข้ามรัฐได้ มันอยู่ Brooklyn, New York โน่นค่ะ

BlackberryFlip-03-s

จริงๆ มีเว๊บไซต์ที่ช่วยเหลือคนที่ถูกโกงอยู่เหมือนกัน อย่างอันนี้ http://www.ripoffreport.com/Search/Body/cell2get.aspx ลองเข้าไปดูกันค่ะ มีคนไฟล์รีพอร์ตเรื่องไอ้บริษัทนรกนี้ไว้ ทำไม๊ ทำไม่ อิชั้น ไม่อ่านเจอเสียก่อน จะได้ไม่ต้องมานั่งแค้นอยู่แบบนี้ เดี๋ยวจะเข้าไปฟ้องซะหน่อย 5555 ให้หายแค้นนิ

ถึงแม้อิชั้นจะได้เงินคืนแล้ว แต่ก็ยังนอนไม่หลับ นั่งคิดนอนคิด ว่า เค้าจะจัดการกับมันยังไง ที่อิชั้นร้องเรียนไปที่ BBB ถึง 2 ครั้ง เค้าจะทำอะไรกับมันมั๊ย หรือ แค่รับแจ้งความไปงั้น ทางบัตรเครดิตจะได้เงินคืนจากมันหรือปล่าว มันไม่ใช่ความผิดของแบ๊งค์เลย อิชั้นโง่เอง ซื้อเอง เค้ามารับผิดชอบแทนมัน คิดๆๆๆๆๆ ไม่สามารถหยุดคิดได้ ยังคิดอีกว่า อิชั้นทำดีที่สุดหรือยัง และยังสามารถจะทำอะไรได้อีกมั๊ย เพื่อไม่ให้คนชั่วอย่างมันลอยนวล ไปหลอกไปต้มคนอื่นอีก สารพัดคำถามที่อยู่ในเมฆดำบนหัวของอิชั้น มันไม่หนีไปไหนเลยค่ะ เผลอไปถามพ่อบ้านเข้า โดนดุเลยค่ะ เค้าบอกเรื่องตรงนี้จบแล้ว ให้แบ๊งค์แฮนเดิ้ลส่วนของเค้า ถ้ามันคุกคาม เราก็ดำเนินการส่วนที่เราทำได้ หยุดคิดมากได้แล้ว ยูแฮนเดิ้ลส่วนของยูดีที่สุดแล้ว แล้วก็ทิ้งท้ายว่า เดี๋ยวซื้อโทรศัพท์ให้ใหม่ ไม่ต้องไปดิ้นรนหาเรื่องอะไรอีก รอหน่อยเท่านั้นเอง แล้วก็ กอด จุ๊บๆ ปลอบใจ

จริงๆ มันยังมีเรื่องเล็กเรื่องน้อยที่ไม่น่าเอามาคิดวิตกอะไร แต่ทำไม๊ ทำไม หยุด โรควิตกกังวลไม่ได้ อูย… ลืมไปรับยา อูย… อีก 3 วัน ต้องพาลูกไปทำสะอาดฟัน (ก็เริ่มนอนไม่หลับมาตลอดอาทิตย์แล้วค่ะ กลัวลืม) อูย… ต้องเอารถไปทำ smog check อูย.. ทำอะไรให้ลูกกินดี อูย.. ไม่มีตังค์ อูย..หนาว อูย.. ร้อน อูย.. อูย.. อูย.. นั่นก็ต้องทำ อูย.. นี่ก็ต้องไป อูยๆๆๆๆๆๆๆ ถ้าจะบ้าแล้วค่ะ HELP!

There are only two ways to live your life.

One is as though nothing is a miracle.

The other is as though everything is a miracle.

DontMess-01

Monday, February 28, 2011

I thank Thee, my heavenly Father

angel-prayers

I thank Thee, my heavenly Father, through Jesus Christ,

Thy dear Son,

that Thou hast kept me this night from all harm and danger;

and I pray Thee that Thou wouldst keep me this day

also from sin and every evil,

that all my doings and life may please Thee.

For into Thy hands I commend myself,

my body and soul, and all things.

Let Thy holy angel lie with me,

that the wicked Foe may have no power over me.

Amen.

~~~~~~

guardian-angel-300x415

เพื่อนๆ ผ่านเข้ามาอ่าน คงจะงงกัน ครี่แตก 5555 อะไรของมันวะ 5555 คือว่าบทสวดนี้ ได้ยินทุกวัน คือได้ยินบ่อย จนสวดได้ 555 การที่เป็นชาวพุทธ (ไม่ได้มาจากดาวพุทธนะคะ) คนเดียว ท่ามกลางชาวแคธอลิค 3 คน บางทีก็สวดตามลูกตามผัวไปขำๆ งั้นเองค่ะ ศาสนาไหนๆ ก็สอนให้คนเป็นคนดีทั้งนั้นค่ะ อิชั้นใจกว้าง…อย่างมหาสมุทร คนจะดีจะชั่วอยู่ที่การกระทำของคนนั้นๆ ค่ะ ศาสนาไม่เกี่ยว วันนี้เป็นเรื่องเป็นราวนิ 555 ส่วนรูปแรก เห็นว่าน่ารักดีเลยเอามาแปะค่ะ รูปที่ 2 นั้นมีที่มาค่ะ พ่อบ้านไปเดินเล่นร้าน thrift เจอกรอบรูปเล็กๆ เก่าๆ มีรูปนี้อยู่ค่ะ ก็เลยซื้อมา แล้วบอกว่า….พอเห็นเข้า..นึกถึงลูกทั้งสองคน ซึ่งมี Gardian Angel คอยคุ้มครองดูแล พี่สาว-น้องชายในรูป..เหมือนลูกเราเลย แต่รอมมี่ไม่ใช่ red head 555555 กร๊ากกกกก……

จบแระ ไปดีกว่า

Thursday, February 17, 2011

New Family Member

เมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ครอบครัวเราตัดสินใจมอบความรักที่มีเหลือเฟือให้กับเพื่อนร่วมโลกสี่ขาซัก 1 ตัว ก็เลยพากันไปที่ Animal Shelter เลือกแมวพลัดหลง แมวที่ไม่มีใครต้องการ โดยเฉพาะตัวที่คอพาดเขียงรอเค้าฉีดยาปลิดชีวิตให้พ้นทุกข์ไปจากโลกนี้ หรือเรียกง่ายๆ ว่า “จ่อคิวตาย” อยู่ พอสบตาก็สงสาร เอามาลูบมากอดก็ไม่ค่อยเฟรนด์ลี่เท่าไหร่ แต่ว่าได้เลือกมันแล้ว ก็ไม่อยากไปสบตาตัวไหนๆ อีก พยายามเข้าใจและคิดไปเองว่า มันมาจากบ้านที่แมวหมาเยอะแยะ เป็น outdoor cat ไม่ค่อยได้สุงสิงกับคนเท่าไหร่ มา มะ มาดูหน้าดูตาหนุ่มน้อยตัวใหม่ของบ้านค่ะ

IMG_2068-s

แมวหนุมน้อยตัวนี้อายุ 1.5 ขวบ เราให้ชื่อว่า Toby แต่ชื่อที่เจ้าของเดิมเรียกคือ Alex พ่อบ้านของอิชั้นไม่ชอบชื่อ “อะเล็กซ์” ค่ะ บอกว่าถ้าจะชื่ออะเล็กซ์ต้องเเป็น Alexander เดอะเกรท ด้วย ชื่อยาวเป็นวาเชียววุ๊ย ตานี้อิพ่อบ้านตั้งให้ว่า Tom หรือ Tom-Cat หรือ Tom the Cat หรือ Tom & Jerry โน่นเลย สรุปว่า เจ้าแมวตัวนี้ชื่อทอมอยู่วันนึง อิชั้นก็ทักท้วงว่าจะบ้าป่าว ลูกชายชื่อกลางก็ทอม คนรู้จักที่ชื่อทอมก็เยอะแยะ เอาเป็นว่าให้มันชื่อ “โทบี้” ดีกว่ามั๊ง สมาชิกทุกคนในบ้านเห็นว่าชื่อโทบี้เหมาะสมดี ก็เป็นว่าจบเรื่องชื่อของแมวค่ะ

page-617

แมวตัวนี้เป็นแมวที่เค้าเรียกว่า American Domestic Short Hair ส่วนสีคือ Gray-Silver Tabby ค่ะ พอมาอยู่กับเราได้ 1 วัน เจ้าโทบี้ก็รู้สึกว่า living hell 55555 ไม่ต้องเดาค่ะ ไอ้ตี้ค่ะไอ้ตี้ ไล่กวด ฯลฯ สารพัดที่จะรังแก รังควานแมว ถ้ามันพูดได้ มันคงบอกว่า รู้งี้ตายไปซะยังจะดีกว่า อิชั้นเลยรู้สึกว่า เราทำบุญหรือทำบาปวะเนี่ย นอกเหนือไปจากไอ้ตี้ก่อกวนแล้ว ก็ดูเหมือนว่าโทบี้มันก็ดูมีความสุขดี รู้จักใช้ litter box ไม่ทำสกปรกเลอะเทอะ ติดคน ชอบคลอเคลีย อยู่ใกล้ๆ ห้องไหนเงียบปิดไฟมืด ก็ตามไปอยู่ห้องที่อึกทึกทีวีดังลั่น 5555 ดังแค่ไหนก็นอนสงบดีค่ะ

จริงๆ เราจะมีแมวเด็กหญิงอีกตัวมาเป็นสมาชิกใหม่ในเร็ววันนี้ด้วยค่ะ เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังที่หลัง แล้วก็จะเล่าเรื่องความเป็นไปเป็นมาของนิ๊งหน่องแมวตัวเก่าให้ฟังด้วย วันนี้เท่านี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวมาอัพเดทค่ะ

Friday, December 3, 2010

ซี่โครงหมู กับ Spice Rack

เมื่อหลายวันก่อนได้โพสต์เกี่ยวกับเนื้อสัตว์ที่พ่อบ้านไปซื้อมาตอนที่เค้าลดราคา วันนี้ก็เลยเอารูปของโปรเจ็คต่อเนื่องมาให้ดูกันค่ะ เวลาจะเอาพวกเนื้อสัตว์ไปเข้าฟรีซเซ่อร์ก็ต้องมีการวางแผนนิดนึง เมื่อก่อน…ถ้าเป็นเนื้อก้อนๆ ชิ้นบึ้มๆ พอจะเอากลับออกมาใช้ ผัด แกง ทอด ก็ต้องรอให้มันละลายหายแข็งโป๊ก แล้วจึงตัด หั่น สับ เท่าที่ต้องการใช้ แล้วก็เอาไอ้ก้อนบึ้มที่เหลือโยนกลับเข้าฟรีซเซ่อร์อีก พอจะใช้อีกก็ทำเหมือนเดิมอีก มันช่างเสียเวลา… ยิ่งตอนหิวและรีบด่วน มันไม่ทันใจเอาเสียเลย จะใส่ไมโครเวฟเพื่อ “ดี-ฟรอสต์” มันก็จะไปทำให้ไอ้ส่วนที่ยังไม่ต้องการใช้กระทบกระเทือนไปด้วย ต่อๆ มา จากบทเรียนอิชั้นก็จะเอาเนื้อสัตว์ที่ได้มา ล้าง หั่น แยกเป็นถุงๆ ให้เพียงพอสำหรับการนำออกมาใช้แต่ละครั้ง ทำมาหลายปีแล้ว…สะดวก ทันใจ และดูเหมือนว่าจะถูกหลักอนามัยดีกว่า เชิญชมได้ที่นี่ค่ะ http://oohsworld.blogspot.com/2009/05/blog-post_13.html

ส่วนไอ้ซี่โครงหมูที่จะเอามาให้ชมนั้น พอล้าง หั่น เสร็จแล้ว ก็ไปจัดการตำกระเทียม พริกไทย รากผักชี โยนตะไคร้ซอยลงไปนิดนึงค่ะ โขลกให้ละเอียด คลุกด้วยซีอิ้วขาว น้ำตาลทรายแดง น้ำมันหอย ชอบแบบไหน ก็สาดๆ เครื่องปรุงรสใส่เข้าไป ไม่ได้ชั่งตวงวัดแต่อย่างใด อร่อยไม่อร่อยขึ้นอยู่กับ “ดวง” เหมือนกันนิ 5555 เมื่อจัดการหมักหมู ถู ทา ขยำ-ขยี้ จนพอใจ ก็เอาไปจัดการแพ๊คสูญญากาศ อิชั้นจะซีลปากถุงและก้นถุงอย่างน้อย 3 ทีเลยค่ะ กันรั่ว กันซึม กันหยดย้อย ใส่วันเดือนปีเกิดซะหน่อย ระบุชนิดของ specimen ซะด้วย เพราะแช่แข็งนานๆ แบบขังลืม… พอกลับมาดูอีกทีมันจะดูเหมือนๆ กัน ..เขียนไว้ซะ จะได้ไม่ต้องมา…อารายวะเนี่ย! 5555 …เคยทำแบบนี้เก็บแช่ไว้ข้ามปี พอเอาออกอบ…ก็ยังอร่อยค่ะ หมักแล้วแพ๊คแบบนี้..รสชาติใช้ได้เชียว…เพราะมันซึมเข้าเนื้อได้ดี

เวลานึกอยากทานเมื่อไหร่ จะทอด ปิ้ง อบ ก็ควักออกมาจัดการได้เลย หรือเอาแช่น้ำอุ่นๆ ทั้งถุงเลยซักแป๊บนึงก็ละลายแล้ว ไม่งั้นก็เอามาใส่ตู้เย็นช่องธรรมาดซัก 1 คืนให้ thawed ซะหน่อย ก่อนจะเอาไปทำให้สุก ที่อิชั้นชอบทำคือ อบค่ะ เปิดเตาอบ 375-400°F โยนเข้าไป 45 นาทีก็ทานได้แล้ว ระหว่างที่รอก็ไปถามสมาชิกในบ้านว่าอยากจะทานแบบไหน ไทยหรือฝรั่ง หรือลาวก็ว่ากันไป 5555 เอาน้ำจิ้มมั๊ย หรือถ้าเป็นฝรั่งก็หาเครื่องเคียงให้เข้าท่า แต่ที่ถูกรีเควสบ่อยสุดคือ ทานกับข้าวเหนียวค่ะ ข้าวเหนียวบ้านนี้ก็หุงอย่างง่ายดายและทันใจ หุงมันในหม้อข้าวเลย 15 นาทีก็เสร็จ ทำแบบนี้..แช่เก็บไว้เยอะๆ เวลาคิดอะไรไม่ออก ก็สะดวกดีค่ะ

page-594

มาดู spice ที่อิชั้นไปซื้อมาเพิ่มเมื่อก่อนที่จะทำอาหารวันแต๊งส์กีฟวิ่ง พอดีร้านที่ไปซื้อเค้ามีซื้อ 2 แถม 1 ก็เลยลากมาซะ 6 ขวด เลือกอยู่นั่น พยายามเลือกเครื่องเทศที่ใช้บ่อยๆ ไอ้ขวดที่เลเบ้วขาวนั่น คือ Sage ค่ะ ทุกขวดราคา 2.99 เหรียญ ที่มีอยู่ก่อนก็เยอะมาก เดี๋ยววันหลังเอามาถ่ายรูปประจาน 5555 ส่วนดินเน่อร์โรลหน้าตาน่ากินนั่น ฝีมือลูกสาวค่ะ อีหนูดี…อยากทำขนมอบมาก ตอนลูกทำก็ช่วยนิดหน่อย หน่วยก้านดีนะคะลูกอิชั้น ปกติก็อบเค้ก+คุ้กกี้จากกล่องกึ่งสำเร็จรูปเลี้ยงน้องและตัวเองรวมทั้งแม่ด้วยอยู่บ่อยๆ ค่ะ แต่คราวนี้กล้าหาญชาญชัยมาก ทำจาก scratch เลยค่ะ เปิดตำรา ชั่ง ตวง วัด ทำเลอะเทอะได้ยอดเยี่ยม ขนมปังดูดี สีสวย แต่มันหนักๆ ไปนิด เจ้าตัวทำหน้าผิดหวัง ก็ปลอบลูกไปว่า ทำครั้งแรกได้แบบนี้ก็เก่งมากแล้ว เดี๋ยวแม่ไปซื้อแป้งมาให้อีก กะว่าคราวหน้าจะสอนลูกทำหนมปังเนยสดซะหน่อยค่ะ

page-595

ProudMommy-01

Wednesday, December 1, 2010

Stuffing with Spinach & Macadamia Nuts

I just want to share the stuffing recipe which I got lots of complement….. although those came from my own family hehehehe…….

page-591

Ingredients:

4 tbsp. butter

3 cups chopped onion

3 cups chopped celery

3 cups reduced sodium chicken broth

4 tsp. poultry seasoning

½ tsp. salt

½ tsp. fresh ground pepper

1 lb. fresh baby spinach

16 cups stuffing cubes

1 cup chopped macadamia nuts, toasted

page-592

1) Heat oven 350°F

2) Coat the baking dish with nonstick spray

3) Heat butter in large skillet

4) Add onion and celery cook until softened ~ 5 minutes

5) Add chicken broth, bring to a boil.

6) Add poultry seasoning, salt, fresh ground pepper.

7) Reduce heat, add spinach; simmer, uncovered.

8) Stir in stuffing cubes and toasted macadamia nuts.

9) Transfer to greased baking pan,

10) Covered, bake at 350°F for 20 minutes.

11) Uncovered, bake for 15 minutes or until browned.

page-593

I posted about this stuffing @ Ooh’s World…..please check it out, thanks for stopping by!

http://oohsworld.blogspot.com/2010/11/i-survived-thanksgiving-2010.html

Tuesday, November 9, 2010

My (Real) Low-Life White Trash Friend..!

เนื้อเรื่องอันนี้เป็นแบบ draft แรกๆ เลย ขาดหายไปเยอะ เดี๋ยวว่างๆ มา edit ใหม่ค่ะ

tumblr_kurcq6DFFW1qawc0po1_500

นานมาแล้ว 9-10 ปี ประมาณนั้น รอมมี่ยังเป็น toddler (almost rooster) อิชั้นใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ กับลูก ไม่ได้ทำงาน ไม่ค่อยไปไหน ไม่มีเพื่อน พอนานๆ เข้าก็สงสารลูกที่ลูกไม่มีเพื่อน ไม่ได้เล่นกับเด็กๆ รุ่นราวคราวเดียวกัน ก่อนที่จะจัดการพาหนูดีไปเข้าเรียนชั้น preschool อิชั้นได้พยายามจะ take course อะไรก็ได้ที่สามารถทำกิจกรรมร่วมกับลูก หรือ พาลูกไปด้วยได้ (ไม่รู้จะไปฝากลูกไว้ที่ไหน) โปรเจ็คที่จะเรียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราวสำหรับอิชั้นเอง ทำได้ยากมาก ก็เพราะเรื่องลูกนี่แหละค่ะ เลยทำให้เรียนพยาบาลไม่จบ

27149256_12204b595d

อยู่มาวันนึง ได้รับเมล์ catalogue ของ adult school ว่ามีโปรแกรม Child Development อะไรซักอย่าง จำชื่อไม่แม่นค่ะ (ขี้เกียจไปรื้อใบเซอร์ดู 5555) น่าสนใจมาก เรียนประมาณ 24 ชั่วโมง วันละ 2 ชั่วโมง อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง คือเรียนแป๊บๆ ก็จบคอร์สค่ะ ระหว่างที่เรียนในห้องเรียน พวกเด็กๆ ก็จะรวมอยู่ที่ห้องข้างๆ หรือที่สนามเด็กเล่น ทำกิจกรรมต่างๆ วาดรูป ระบายสี เล่นเกมส์ ฯลฯ ส่วนพ่อแม่ก็จะเรียนจากหนังสือเล่มใหญ่เชียวค่ะ instructor ใจดี ใจเย็น หน้าตายๆ 555 ไร้ความรู้สึก มีจดโน๊ต มีสอบในวันสุดท้าย เนื้อหาห็ไม่มีอะไรมาก ยอดคุณแม่ (supper mom) อย่างอิชั้น รู้โม้ดดดดด….. 555 ก็มีเรื่องเซฟตี้ต่างๆ ในบ้าน ในรถ โน่นนี่ โภชนการ การอบรม ดูแล ลูก การลงโทษ การให้รางวัล การชื่นชม ตำหนิ อย่างเหมาะสม และไม่ผิดกฏหมาย เค้าสอนอย่างละนิดละหน่อย อิชั้นก็เรียนไปแบบเบื่อๆ แต่รอมมี่ชอบมากค่ะ ได้เล่นเกมส์ ได้ทำกิจกรรมกับเด็กๆ รุ่นเดียวกัน

ระหว่างที่เรียน อิชั้นก็มีเพื่อนใหม่คนหนึ่ง ชื่อ “เทเรซ่า” เป็น สาวใหญ่ แก่กว่าอิชั้น 5-6 ปี red head ตัวโตๆ แต่ไม่อ้วนใหญ่ยักษ์นะคะ คือตัวสูงใหญ่ พอเข้าเรียนชั่วโมงแรกนั่งติดกัน พอวันหลังๆ ใครมาถึงก่อนก็รีบจองโต๊ะให้กันค่ะ จะได้นั่งติดกัน พอเรียนได้ 2-3 ครั้ง ดิฉันก็ได้ทราบ แบบ อ๋อ เหรอวะ ว่า พวกที่มาเรียนทั้งหมดเนี่ยยยย…. เป็นเพราะ court order ทั้งหมดเลยค่ะ มีแต่อิชั้นคนเดียวที่มาเรียนแบบ voluntary ฮึ่ม… มิน่าหล่ะ บางคนก็มาแบบผัวเมีย นั่งหน้างอ ไม่พูดไม่จากัน บางคนก็เป็นแบบวันแมนโชว์ truck driver (ยังนึกเลยว่าอิตาหนวดเฟิ้มเนี่ย น่ารักจัง มาเรียนคอร์สนี้ 555) บางนาง บางอี บางไอ้ ก็แบบ น่าตาไม่นาไว้ใจ เหมือนเดนคุก อิชั้นก็เรียนๆ ไป ไม่พูดกับใคร ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีใครพูดกันหรอกค่ะ แต่ก็จะมีพวกที่จี๋จ๋า แจ๊ดแจ๋ แต้แว๊ด เสียงดัง center of attemtion หลายคนอยู่ค่ะ คือพวกนี้ต้องเรียนให้จบ ต้องเข้าคลาสทุกครั้ง ใครขาดเรียนก็จะไม่ได้ใบเซอร์ไปให้ศาลค่ะ พวกนี้อาจมาจากต้องคดีหลายรูปแบบ เช่น ทำร้ายลูกเต้า ฟ้องแย่ง custody ลูก-หลังจากหย่ากัน คือเป็นได้หลายกรณีค่ะ จารนัยไม่หมด พอมาเล่าให้พ่อบ้านฟัง ก็ให้เป็นห่วงสุขภาพและความปลอดภัยของลูกเมียที่รักยิ่งนัก ขอร้องให้เลิกไปเรียน อิชั้นก็สัญญาว่าจะดูและตัวเองและลูกให้อยู่รอดปลอดภัย เพราะว่าลูกชอบคลาสเด็กค่ะ ได้ตัดกระดาษ วาดรูป เล่นเกมส์ ฯลฯ (หลังจากจบคอร์ส พ่อบ้านก็จับรอมมี่เข้าพรีสคูลเลยค่ะ วันละ 27 เหรียญก็ไม่บ่น นั่นเป็นเรทเมื่อ 10 ที่แล้วนะคะ)

shots

กลับมาที่เทเรซ่า ทุกครั้งที่เธอมาเรียน ก็จะมีลูกชายหล่อเชียวค่ะ ชื่อ อาดัม มาเรียนด้วยทุกครั้ง อาดัม อายุ 11 ปี พอรู้ว่าแม่กับแม่จับคู่กัน อาดัมก็คอยเป็นหูเป็นตาดูแลหนูดีในห้องเรียนของเด็กๆ พอวันสุดท้ายที่เรียนจบ ครูบอกว่าให้ทุกคนนำ snack เครื่องดื่มมาปาร์ตี้กัน อิชั้นยังจำแม่นว่า เอาอะไรไปดีว๊าาา…. พ่อบ้านแนะนำว่า ให้ไปซื้อ เบบี้แครอทที่มี ranch dip เป็น individual snack pack จะเหมาะกว่า ไม่ต้องเก็บ ไม่ต้องจัด วางๆ ไว้ใครอยากกินก็มาหยิบๆ ไป แต่พอมันเป็นแพ๊คเดี๋ยวๆ ก็จะแพงนะคะ อิชั้นซื้อไป 3 โหล คิดว่าน่าจะพอ เพราะใครๆ ก็เอาขนมเครื่องดื่มไปกันเยอะแล้ว คัพเค้ก คุ้กกี้ เพียบ พอเอาสแน๊คแพ๊ตแครอทวางเท่านั้นนะคะ มือดำๆ เล็กๆ ก็ย่องมาหยิบทีละ ห่อ สองห่อ พวกไอ้ดำ ไอ้เม๊กก็ให้ลูกๆ วนมาหยิบไปเก็บกลับบ้านกันค่ะ ไม่ถึง 2 นาที แครอทอิชั้นหายเกลี้ยง พอครูกับใครๆ เดินมาถามว่าอิชั้นเอาอะไรมา ก็ได้แต่แบมือ ยักไหล่ แบะปาก จะไปไล่รื้อเอามาจากกระเป๋าอีพวกนั้นก็ อืมมมม… อย่าไปเล่นกะมันเลยพวกโลว์ไล้ฟ์ ทองไม่ลู่กระเบื้องเปื้อนขี้ค่ะ 555 คือไม่ใช่ต่ำเฉยๆ ต๊ำต่ำ แล้วชั่วด้วย น่ากลัว 55555

drugs

เทเรซ่าคงพอรู้ว่าอิชั้นเหมือนจะมู้ดดี้ พอเลิกรากันแล้ว ก็ออกปากชวนอิชั้นกับรอมมี่ไปที่บ้าน บอกว่าจะทำบาร์บีคิวเลี้ยง อิชั้นก็อึกอัก อึกๆ อักๆ มากเลยค่ะ เพราะไม่ได้รู้จักมักจี่มากมายขนาดนั้น และไม่ได้คิดคบต่อจริงๆ นะคะ แต่ก็กลัวคนชวนเสียใจ เพราะเธอและลูกคะยั้นคะยอเสียขนาดนั้น แล้วคงรู้ว่าเราตาขาวด้วย ก็ย้ำหลายครั้งว่าเค้าอยู่กันแค่ 2 คนแม่ลูก ไม่มีใคร สุดท้ายก็ไปค่ะ จำได้ว่าไปนั่งคุยกันอยู่ไม่นาน ทานอะไรแป๊บๆ ก็รีบกลับ พออีก 2-3 อาทิตย์ เทเรซ่าก็โทรมาหา ถามไถ่ ว่าเป็นไง เงียบไปเลย ชวนไปนั่งเล่นคุยกัน chill out ดีกว่า จะอยู่บ้านเงือกเหงาทำไม อิชั้นก็เลยซื้อน้ำอัดลม ไอติมไป เพราะเทเรซ่าโทรสั่งพิซซ่าไว้รอ ในวันนั้นทำให้อิชั้นได้รู้เรื่องราวของเทเรซ่า สามีเธอติดคุกอยู่ค่ะ เพราะทะเลาะตบตีกัน ทำร้ายเธอจนตาหลุดออกจากเบ้าข้างนึง กระโหลกร้าว ทำให้เธอต้องย้ายจากเฟสโน่มาอยู่มาเดร่า ไม่มีเพื่อนหรอก แต่ด้วยเหตุผลกลใดที่ทำให้เธอต้องเรียนคอร์สนั้นจำได้ไม่แม่นว่าทำไม judge ต้องการใบเซอร์นั่นจากเธอค่ะ แต่ที่ประหลาดใจยิ่งนักจนอดถามออกไปว่าทำไมอาดัมไม่ไปโรงเรียน อาดัมก็มาตอบเองเลยนะคะ ว่าไม่ชอบเพื่อนที่โรงเรียนใหม่ พวกไอ้เม๊กไอ้ดำชอบรังแก เลยขอให้แม่ไปทำเรื่องโฮมสคูล ฟังแล้วก็เศร้าใจ อิชั้นกลับมาเล่าให้พ่อบ้านฟังตามปกติ อิพ่อบ้าน “ปักม๋า” ของอิชั้นก็เรียกเทเรซ่าว่า your eye-popped friend หรือไม่ก็ your pop-eye friend ตลอดเลยค่ะ 55555

do-adhd-drugs-take-a-toll_1

เด็กอาดัม พูดจาฉะฉาน สุภาพ แต่ชอบ interrupt เวลาผู้ใหญ่คุยกัน คนเป็นแม่ก็ไม่ห้ามปราม แม่เค้าไม่ว่า-ก็ไม่ใช่ธุระของเราค่ะ นอกเหนือจากชอบพูดสอดแล้ว..อาดัมเป็นเด็กอ่อนโยน ขี้อ้อน ติดแม่ (ผิดปกติกับเด็กผู้ชายวัยเดียวกัน) จากวันนั้นอิชั้นกับลูกก็ไปมาหาสู่เทเรซ่ากับลูกหลายหน เหมือนกับ have good time, good talk with good friend จริงๆ นะคะ เราคุยกันเรื่องสัพเพเหระ สนุกสนาน เรื่องหนัง ทีวี ดารา ฯลฯ จนอยู่มาวันนึง เทเรซ่าโทรมาหาบอกว่าวันนี้มีนัดต้องไปหาหมอ แต่รถของเธอโดน repossessed (ถูกยึด เพราะขาดส่ง) เมื่อไม่กี่วันมานี้ อิชั้นก็ไม่รีรอ เพราะรู้ว่าเทเรซ่ามีเรื่องที่ต้องดูแลเกี่ยวกับ health issue เห็นกินยาอยู่หลายขนาน ฟังดูน่าเป็นห่วง ก็รีบบึ่งไปรับเทเรซ่ากับลูกไปส่งที่โรงพยาบาล แล้วก็ไปรับรอมมี่จากพรีสคูล แต่อาดัมขอติดรถไปด้วย (เด็กอาดัมเรียกอิชั้นว่า Auntie Ooh ซึ่งถือว่าแปลกมาก เพราะเด็กฝรั่งมักเรียกผู้ใหญ่หรือใครๆ ด้วยชื่อเฉยๆ ค่ะ แต่เทเรซ่าสอนให้อาดัมเรียกอิชั้นแบบนั้น) พอขากลับไปรับเทเรซ่าที่โรงพยาบาล เลยแวะแม๊คโดเน่า ซื้ออะไรให้เด็กๆ กิน อาดัมก็ขอบคุณแล้วขอบคุณอีก น่ารักดีค่ะ

spiritual_drugs

ไม่นานต่อมาเทเรซ่าก็บอกว่าเธออยากจะย้ายกลับไปอยู่เฟรสโน่แล้ว เพราะมาเดร่าค่อนข้างกันดารถ้าไม่มีรถก็ไปไหนไม่ได้ เฟรสโน่ยังมีรถเมล์ แท๊กซี่ อิชั้นก็ใจหายนิดๆ นะคะ เพราะไม่มีเพื่อน พอมีเทเรซ่าก็สนุกไปอีกแบบนึงค่ะ ทำกับข้าวกินกัน เธอยังสอนอิชั้นทำ Bar-B-Q Ribs แสนอร่อยยยยย…. อิชั้นก็สอนเธอทำแกงเขียวหวานของโปรดเธอด้วย

drugs-abuse

พอเทเรซ่ากับลูกย้ายไปไม่นาน เธอก็โทรมาบอกว่าไม่อยากไปเยี่ยมเธอกับลูกบ้างเหรอ (ตลอดเวลา เทเรซ่าและลูกไม่เคยรู้ว่าบ้านของเราอยู่ที่ไหน เพราะพ่อบ้านเตือนว่าห้ามบอกเด็ดขาด) อิชั้นก็บอก ได้สิ บ้านอยู่ไหน เลขที่เท่าไหร่ ถนนอะไร ก็พากันขับรถไปหา บ้านใหม่ของเธอเป็นอพาร์ทเม้นต์ยูนิตเล็กๆ 2 ห้องนอน มีห้องครัว ห้องนั่งเล่น เห็นว่ารัฐจ่ายค่าเช่าให้เธอ ด้วยโปรแกรม Section-8 เทเรซ่าเคยเป็นพยาบาล พอมาเป็น disable ทำงานไม่ได้ เลยมีสวัสดิการช่วยเหลืออื่นๆ อีก เป็นเช็คส่งมากทุกๆ เดือนๆ ละ 2 เช็คมั๊ง รวมแล้วเกือบๆ 2 พันได้ค่ะ ก็จ่ายค่าน้ำค่าไฟ โทรศัพท์ไป ข้าวปลาอาหารก็ซื้อหามากินเอง พอเดินเข้าบ้านใหม่ของเทเรซ่า ก็งงๆ นะคะ มีเคเบิ้ลทีวี เฟอร์นิเจอร์ ตู้เย็น และข้าวของใหม่ๆ เพียบ เทเรซ่าบอกว่าเธอเคยอยู่ย่านนี้มาก่อน เพื่อนๆ ของเธอก็ยังคงอยู่ละแวกนี้ พอรู้ว่าเธอกลับมาก็ขนโน่นนี่มาต้อนรับเป็นการใหญ่ อืม…..เพื่อนน่ารักเน๊าะ

Welfare

พอเราเริ่มจะทำกับข้าวกับปลากินกัน (ตามปกติเวลาเราเจอกัน) ก็มีคนโน้น คนนี้ เปลี่ยนหน้าเดินเข้าเดินออกบ้านเธอเป็นว่าเล่น ทุกครั้งเทเรซ่าก็จะแนะนำว่า This is Ooh, my sweet Thai friend & I love her very much. This is Rommy, my little angel. แล้วก็บอกใครต่อใครเรื่อยๆ ว่าอิชั้นน่ะเป็นคนดี… คนดี good person which you never imagine you’ll have someone this good as your friend! อิชั้นก็เขิลลลล์ ซ้าาา… แล้วก็มีสาวสวยนมตู้มมมม…. เซ็กซี่เดินเข้ามา ชื่อของเธอคือ แพเมล่า ซึ่งต่อมากลายเป็นเพื่อนที่อิชั้นสนิทด้วยอีกคน ทุกครั้งที่เราเจอกัน ก็จะต้อง กินๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่ซื้อ ก็ทำอะไรกินกันทุกครั้ง เทเรซ่าจะมีลูกหยอดใส่แพมทุกครั้งว่า Ooh is my friend…not yours. Don’t mess with her…I told you! ฟังทีไรก็แปลกๆ หรือว่าเทเรซ่ามันเลสเบี้ยนวะ ชักแหยงๆ

Dont-apply-for-jobs-that-do-drug-tests-Use-unemployment-check-to-buy-more-weed

ทุกครั้งที่ไปบ้านเทเรซ่า อิชั้นก็จะมีเรื่องมาเล่าให้พ่อบ้านฟังทุกครั้ง คำพูดแปลกๆ พฤติกรรมแปลกๆ อย่าง… ทำไมใครๆ ชอบเข้าห้องน้ำทีละ 2-3 คน พ่อบ้านก็บอก มันดูทะแม่ง ทะแม่ง นะ ไม่จำเป็นก็ห่างๆ ละกัน อิชั้นก็เลยห่างๆ ออกมา ไปแวะเวียนหานานๆ ครั้ง ถ้ามีเหตุต้องให้ไปซื้อของที่เฟสโน่

มีอยู่ครั้งหนึ่ง..อิชั้นแวะไปที่บ้านเเทเรซ่า..ก็เห็นมีผู้ชายเม๊กซิกันเตี้ยๆ สั้นๆ ดำๆ หน้าตาขี้เหร่ พวกเผ่า Oaxaca (Spanish pronunciation: [oaˈxaka]; English pronunciation: /wəˈhɑːkə/ wə-HAH-kə) พวกวะหะกา เหมือนกับ ชนเผ่าแรงงาน ชนชั้นล่างของพวกเม๊กน่ะค่ะ อะไรเทือกนั้นค่ะ พออิชั้นเห็นมีตัวแบบนั้นเดินอยู่ 2 ตัวในบ้านเธอก็ตกใจ และกลัวค่ะ เพราะโดนกรอกหูจากพ่อบ้านว่าอยู่ให้ห่าง พออิชั้นตั้งท่าว่าจะคว้าแขนลูกเดินออกมา บอกไปว่าถ้ามีเพื่อนก็ขอตัวละกัน เทเรซ่าก็บอกให้อยู่ก่อน อิชั้นก็ส่งสายตาถามไปแบบ “ใครวะ พวกนั้นน่ะ” เธอก็รีบบอก ว่าพวกนี้โอเคไม่มีอะไรน่ากลัว แต่ก็นั่งไม่ติดเพราะอะไรๆ ดูแปลกๆ เทเรซ่าก็เลยมาขอโทษขอโพยถ้าหากทำให้รู้สึกว่า uncomfortable อิชั้นก็บอกปล่าวหรอก ปล่าวเลย เพียงแต่มีธุระต้องทำ แวะมาเซย์ “ไฮ” เฉยๆ เธอก็รีบบอกว่า เมื่อคืนไปปาร์ตี้กับแพม เมากันเละ (อิชั้นไม่เคยดื่มกับพวกนี้เลยนะคะ) พอขากลับ เจอไอ้เตี้ย 2 ตัวที่เห็น ไม่รู้อะไรเป็นอะไร ก็มาลงเอยกันที่นี่แหละ nothing or no one to blame ….but too drunk and physical needs พอได้ยินแค่นั้นก็ อึ้งงง.. โอ้..มาย บุ๊ดด้า… เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยนะคะ ที่ได้ยินว่า physical needs คนเราก็เลยต้อง f**k around เคยรู้แต่ว่า physical needs คือ หยูกยา อาหาร แขนขาเทียม อะไรที่ทำให้ชีวิตอยู่รอดและดำเนินต่อไปได้ ทำไมคนพวกนี้ช่าง “แหวะ” หยะแหยงเหลือเกิน สงสารตัวเองกับลูกที่ต้องมาอยู่ท่ามกลางคนพวกนี้

2204~No-Drugs-Posters

จากวันนั้น อิชั้นก็ไม่ได้แวะเวียนไปหาเทเรซ่าอีกเลย อยู่เงียบๆ กับลูกผัวเรื่อยมา อยู่มาวันนึงเป็นที่ประหลาดใจยิ่งนัก เมื่อได้รับโทรศัพท์จากอาดัม บอกว่าวีคเอนด์ที่จะถึง เป็นวันเกิด อยากให้ Auntie Ooh มา พอเด็กพูดแบบนั้น ใครจะไม่ “จุก” เด็กขอมา…ปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว ก็เลย หยอดๆ ไปว่า อยากได้อะไร อาดัมก็บอกอยากได้ skateboard ใหม่ พอถึงวันอิชั้นก็จัดการไปซื้อและเอาไปให้ กะว่าจะให้ของขวัญกับเด็กแล้วก็ร่ำลาเลย พอไปถึงเทเรซ่าก็ดีอกดีใจมากกกก… ที่อิชั้นไปวันเกิดอาดัม รีบชวนเข้าบ้าน แล้วก็ชวนคุยขอโทษขอโพยอิชั้นเรื่องคราวโน้น อิชั้นก็บอกไปว่า ไม่เห็นต้องขอโทษอะไร มันเป็นเรื่องส่วนตัว คุยไปคุยมาอิชั้นก็รู้สึกดีขึ้น รู้สึกเหมือนตอนเรารู้จักกันใหม่ๆ คุยกันสนุกสนานได้ไม่นาน แพมก็เดินเข้ามากับหญิงสูงวัยแปลกหน้า พอเข้ามาปุ๊บก็เดินตรงไปที่ห้องน้ำทั้งคู่ ก่อนเข้าห้องน้ำก็แวะไปในครัว ฉีก aluminum foil เข้าไปด้วย แล้วเทเรซ่าก็เดินตามเข้าห้องน้ำไป เสียงดังโล้งเล้ง แอบฟังได้ใจความ ประมาณว่า ถ้าอู๋มาอย่าทำแบบนี้ อู๋เป็นคนดี เตือนแล้ว ไม่เคยฟัง ชั้นรักอู๋มาก ต่อไปจะไม่ให้พวกแกเหยียบเข้ามาบ้านชั้นอีกเลย บลาๆๆๆ พอได้ยินแบบนั้นก็พอเดาออกว่า เข้าไปทำอะไรกันในห้องน้ำ แต่ก็ทำเป็นไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น แล้วสองคนนั้นก็ผลุนผลันออกจากบ้านไป ก็เลยถามว่ามีอะไรกันเหรอ เทเรซ่าก็รีบบอกไม่มีอะไรหรอก ไม่ชอบที่แพเมล่าชอบพาใครๆ เข้ามาในบ้าน อิชั้นก็ทำเป็นมารยาทดีขอตัวกลับบ้านก่อน (มารู้ที่หลังว่า…..เค้าใช้อลูมินั่มฟอยล์เวลาเสพยาเสพติดที่ต้องเอาไฟเผาลนแล้วสูดเอาควันเข้าไปน่ะค่ะ พวก Methamphetamines, Methadone, โคเคน ฯลฯ สุดแล้วแต่พวกขี้ยามันจะนึกเสพแหละค่ะ)

4uovzis

พออีก 2-3 สัปดาห์ต่อมา ประมาณตี 4 หรือเกือบๆ เช้า อิชั้นนอนหลับอยู่ก็ต้องสะดุ้งตื่นกับเสียงโทรศัพท์ โทรมาจาก CPS - Child Protective Services ขอพูดกับอู๋หน่อย เจ้าหน้าที่บอกว่าหลานชายชื่ออาดัมอยากมาอยู่ด้วย ซึ่งเค้าได้พยายามซักถามอยู่หลายครั้งว่า อู๋ชื่อจริงชื่ออะไร อยู่บ้านเลขที่เท่าไหร่ เด็กก็ตอบไม่ได้เลย เอาแต่ร้องไห้ บอกแต่ว่าไม่อยากไปอยู่ Foster Care ขอไปอยู่กับ Auntie Ooh ฟังแล้วก็อึ้ง งง ง่วงด้วย พ่อบ้านก็เลยคุยต่อให้ ถามว่าทำไม อะไร อย่างไร ได้คำตอบว่า เมื่อคืน..ตำรวจได้ไปทลายบ้านของเทเรซ่า เพราะสงสัยว่ามี prostitution เกิดขึ้นที่บ้านนั้น พอกวาดล้างก็พบยาเสพติดมากมาย โดนจับไปนอนซังเตกันหลายคน ซึ่งมีเทเรซ่าและแพเมล่าเป็นตัวนำ ฟังแล้วก็ขนลุก บรึ๋ยยยย…

Drugs Cocaine with 100 Bill

พอคุยต่อไป เจ้าหน้าที่บอกว่าพ่อและแม่ของเด็กต่างอยู่ในคุก ตอนนี้เด็กไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน บอกแต่ว่ามีน้าชื่ออู๋ ขอไปอยู่กับน้า พ่อบ้านก็บอกไปว่า No คงต้องให้ CPS ดูแลเด็กอาดัมไปตามระบบ ระเบียบ และขั้นตอน เพราะเมียของกะโพ๊มรู้จักกับเทเรซ่าเพียงผิวเผิน มิได้เป็นป้าเป็นน้าของเด็กอาดัมแต่อย่างไร พอวางสายปุ๊บก็หันมา “เฉ่ง” อิชั้นเป็นการใหญ่ อิพ่อบ้านโมโหมาก สวดยาวเลย ทิ้งท้ายไว้ว่า Do you know what you put yourself into? เพราะถ้าตอนที่เค้ากวาดล้างหรือค้นบ้าน อิชั้นไปนั่งเอ๋อเหรอ ถึงไม่รู้เรื่องอะไรด้วย เค้าก็ใส่กุญแจมือ ลากคอเข้าคุกไปก่อน แล้วถึงจะมาสอบปากคำที่หลัง น่ากลัวเน๊าะ เกือบไปแล้วตู จะว่าไป…อิชั้นไม่เคยไปบ้านนั้นกลางค่ำกลางคืนนะคะ แต่ใครจะไปรู้ คนเราจะถึงคราวซวยนิ

drugs-gun-knife

หลังจากนั้นไม่กี่วันอิชั้นก็ขับรถผ่านไปดูที่บ้านนั้น เค้าเอาไม่กระดานตีตะปูปิดไว้ทุกหน้าต่างเลยค่ะ แต่ยังพอเห็นได้ว่ากระจกแตกไปหมด ไม่รู้ตำรวจทุบเข้าไป หรือไอ้พวกนั้นกระโจนทะลุกระจกหนีออกมา พอเห็นแบบนั้นก็ให้นึกถึงเด็กอาดัม อยู่ไหน ไปอยู่กับใครน๊อออ… แต่มันก็ไม่ใช่ความรับผิดชอบของอิชั้นจริงๆ นะคะ ไม่ได้ใจดำ จะให้เลี้ยงลูกเสือลูกจระเข้คงไม่กล้า แต่เทเรซ่าเป็นเพื่อนที่ดีกับอิชั้นจริงๆ นะคะ ไม่เคยชักนำ แนะนำ ลากจูงให้อิชั้นทดลองสิ่งของผิดกฏหมายใดๆ เราคุยกันก็เหมือนแม่บ้านคุยกัน คิดในแง่ดีก็คือ เทเรซ่ารักอิชั้นมาก ไม่อยากให้ใครทำอะไรไม่ดีในขณะที่อิชั้นอยู่ที่บ้านเธอ ไม่อยากให้อิชั้นรู้ lifestyle ของเธอ กลัวอิชั้นจะเลิกคบ คบกันเป็นปีไม่มีทีท่า เชิญชวน ชักชวนให้อิชั้นทำอะไรที่ไม่ดีด้วย เราต่างเอ็นจอยการกิน เช่าหนังมาดูกัน ไม่มีอะไรแปลกประหลาดค่ะ

stop-smoking-drug

ทั้งหมดอิชั้นไม่โทษใคร มันเป็นโชคชะตาที่ทำให้คนเราต้องมาพบกับ ถูกชะตา ต้องจิต เลยมาเป็นเพื่อนกัน อิชั้นและลูกเข้าไปอยู่ในวังวนของชีวิตเทเรซ่าและอาดัม ด้วยความบริสุทธิใจ อิชั้นเชื่อว่าเทเรซ่าไม่เคยคิดทำลาย หรือทำร้ายอิชั้นและลูก เราไว้วางใจซึ่งกันและกัน ใครๆ อาจคิดว่าอิชั้นโง่ แต่อชั้นต้องขอปฏิเสธค่ะ เพราะทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความ “โง่” หรือ naive ใดๆ เลย หากแต่เป็น “วิถีชีวิต” ของเราที่แตกต่างกันสุดขั้ว ดังกับว่าเราต่างก็มาจาก the other side of the universe เลยค่ะ ความเป็นเพื่อนที่ดี ย่อมอยากจะแบ่งปันแต่สิ่งดีๆ ให้แก่กัน ถึงเทเรซ่าจะเป็น “หญิงชั่ว” ในแง่ของกฏหมายและวิถึสังคม แต่ เทเรซ่าเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งของอิชั้นเลยนะคะ บางครั้งในห้วงของความคิด อิชั้นเคยคิดว่า….โชคดีที่ได้รู้จักคนอย่างเทเรซ่า ได้รู้ได้เห็นพฤติกรรมของคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่เคยรู้ หรืออยากรู้มาก่อน และก็โชคดีที่มิตรภาพจบลง…โดยที่อิชั้นไม่ได้รับอะไรร้ายๆ เข้ามาในชีวิต คนเรากว่าจะแก่หรือโตมาได้ ต้อง ผ่านร้อน ผ่านหนาว เรื่องดี เรื่องร้าย มากมากมาย แต่ละคน แต่ละชีวิต แต่ละช่วงอายุ ก็จะ handle ในแต่ละสิ่ง แต่ละสถานการณ์แตกต่างกันไป …. ผลลัพธ์ที่ออกมาก็แตกต่างกันไป นอกเหนือจากความรู้ ความสามารถ ฯลฯ สิ่งที่เหนือการควบคุมได้คือ พรหมลิขิต โชคชะตา ดวง (เฮงหรือซวย 555)

Friends-dont-let-friends-do-drugs

มาถึงวันนี้ บางทีไปไหนๆ ตามที่ต่างๆ เคยนึกนะคะ (นึกเฉยๆ ค่ะ ไม่อยากให้เกิดจริงหรอก) ว่า ถ้ามีเด็กหนุ่มรูปหล่อเดินเข้ามาทักแล้วแนะนำตัวว่าเค้าเป็น…อาดัม อิชั้นคงนึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรดี แต่ยังไงก็ขอให้เค้าโตไปเป็นคนดี อย่าเจริญรอยตามพ่อแม่เลย สาธุ

Wednesday, October 6, 2010

ไลฟสไตล์มรณะ 14 ประการ

“ไลฟสไตล์มรณะ 14 ประการ” ข้อมูลดีๆ จาก นพ.กฤษดา ศิรามพุช, พบ.(จุฬาฯ) เป็น “เหวิดเมว” ที่อิชั้นได้รับจากคุณเพื่อน อ่านแล้วชอบๆๆ เป็นสาระประโยชน์ที่กระชับ ชัดเจน เลยเอามาแบ่งๆ กันอ่านค่ะ (อานแล้ว “หวาด” มากๆ เพราะ lifestyle ของอิชั้น เข้าข่าย “มรณะ” หลายข้อเลยค่ะ) ไปค่ะ ไปอ่านกัน

1_205

"ไลฟสไตล์มรณะ" ทั้ง 14 ประการ

ข้อมูลดีๆ จาก นพ. กฤษดา ศิรามพุช , พบ. (จุฬาฯ)

เซลล์มะเร็ง เป็นคล้ายสัตว์กินเนื้อที่ดำรงชีพอยู่ได้ด้วยการแตกรากออกไปดูดกินสารอาหารจากในร่างกายจนทำให้ผ่ายผอมและกลายเป็นรังมะเร็งในที่สุด แต่ถ้าท่านยังไม่อยากสร้างสิ่งมหัศจรรย์ในกายประเภทสวนลอยแห่งมะเร็งไว้แข่งกับ บาบิโลน ก็ขอให้เลี่ยงวิถีที่จะเปลี่ยนกายให้เป็นแม่เหล็กดูด มะเร็งชั้นดี ขอให้เลี่ยงพฤติกรรมที่มะเร็งโปรดทั้งหลายต่อไปนี้ ครับ

1) นอนดึก ทำ ให้ไม่มีฮอร์โมนต้านมะเร็งหลั่งออกมา นอกจากนั้นยังจะทำให้เกิดโรคร้ายอื่นได้ เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง และโรคอ้วน ด้วยว่าเมื่อนอนดึกแล้วมักจะหิวและต้องหาของขบเคี้ยว มากินแก้ปากว่างกัน

2) สูบบุหรี่และขี้เหล้า ทั้ง สองสิ่งนี้ทำให้ปอดและตับทำงานหนัก แม้จะสูบซิการ์ซึ่งมีนิโคตินต่ำกว่าบุหรี่ก็ตามที หรือดื่มเหล้าแบบกลั่นอย่างดีของฝรั่ง แต่ตัวมันเองก็สร้าง "สนิมมะเร็ง" ออกมาไม่น้อย ทำให้คนที่เสพทั้งแก่เร็วและตายไวได้จากโรคมะเร็งครับ

3 ) เอาแต่ไขมันเข้าปากและอยากแต่เนื้อแดง ไขมัน อิ่มตัวและโปรตีนจากเนื้อนั้นเป็นแหล่งอาหารชั้ นหนึ่งของมะเร็งที่จะ ใช้เจริญเติบโตได้ไม่แพ้ทารกเกิดใหม่ มันจะสร้างหลอดเลือดยื่นไปดูดกินเลือดเนื้อของเราจนแ ทบไม่เหลือเลือดอัน สมบูรณ์ไปเลี้ยงอวัยวะอื่น ตัวเราจึงผอมเอาๆ ตรงข้ามกับมะเร็งกาฝากที่โตไวไม่มีลิมิตชีวิตหดหู่แน่

4) แฝงด้วยเครียดจัด จนมีสารทุกข์หลั่งออกมาหล่อเลี้ยงมะเร็งให้โตขึ้นเร็วราวกับน้ำมันราดบนกองไฟให้คุโชนขึ้น

5) ไวรัสตับอักเสบบีและมีภูมิแพ้ที่รักษาไม่หาย ดังที่กล่าวไปว่าถ้าภูมิดีก็มีพลังต้านมะเร็งได้ตั้งแต่ในเซลล์แรกที่อุตริเกิดขึ้นมา ด้วยตามปกติในกายเราก็มีเซลล์แบบมะเร็งนี้เกิดขึ้นมา อยู่เรื่อยๆ ทุกวัน

6) ปล่อยกายให้อ้วน สร้างให้เกิดธาตุแก่ออกมาแช่อิ่มอวัยวะภายในร่างกาย และไขมันตามตัวยังสร้างให้เกิดฮอร์โมนกระตุ้นให้มะเร็งแบ่งตัวดีขึ้นด้วย

7) ล้วนขาดวิตามิน ด้วยวิตามินทำหน้าที่ต้านเชื้อมะเร็งให้ดับเป็นจุณไป ก่อนที่จะเผยอหน้าขึ้นมาแบ่งตัวปนเปไปในร่างกายเรา

8) กินของร้อนจัดไป เช่น ซดชาร้อนหรือกาแฟร้อนจัดประเภทควันฉุย จะไปลวกให้เซลล์หลอดอาหารอักเสบอยู่ทุกบ่อย เมื่ออักเสบเป็นอาจิณก็จะมีโอกาสเปลี่ยนไปเป็นเซลล์ม ะเร็งง่ายขึ้น

9) ทำให้คอเลสเตอรอลลดต่ำ พบว่าถ้าต่ำเกินไปก็ไม่ดีครับ มีผลกับภูมิคุ้มกันที่แย่ลง เมื่อภูมิต่ำแล้วก็จะหมดปัญญาต้านเซลล์มะเร็งที่จะเข้ามาหา

10) ทำกลั้นปัสสาวะ น้ำปัสสาวะเป็นของเสียยิ่งอยู่นิ่งเป็นเวลานานจากการ อั้นมันก็ไม่ต่างอะไร กับน้ำนิ่งในคลองแสนแสบ ซึ่งทิ้งไว้ไม่นานจะกลายเป็นน้ำเน่า แต่ถ้าเน่าในกระเพาะฉี่เราก็มีผลให้เกิดเซลล์มะเร็งงอกขึ้นมาได้

11) ปะทะเค็มจัด พบ ว่าสิ่งมีชีวิตที่ทานอาหารเค็มมีอัตราการเกิดมะเร็งสูงกว่า โดยเฉพาะในอาหารจำพวกเนื้อเค็ม เนื้อแห้ง หมูแดง ที่นอกจากเค็มแล้วยังมีสีแดงดีจากดินประสิวอีกด้วย

12) ประวัติมะเร็งในครอบครัว มะเร็งร้ายในครอบครัวบางอย่างสามารถถ่ายทอดมาทางพันธุกรรมได้ แม้จะไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์แต่ต้องรับไว้ด้วยความไม่ เต็มใจ เช่น มะเร็งเต้านม , มะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่ถ้าป้องกันไว้ดีๆ แล้วบางทีก็ไม่เกิดขึ้นมาครับ

13) ตัวตากแดดบ่อย แสงแดดเป็นรังสีที่กระตุ้นอณูเซลล์ของคุณให้สะดุ้งตก ใจจนเครื่องในรวนหมด ครับ เมื่อเครื่องในรวนแล้วก็ไม่สามารถที่จะคุมการแบ่งตัว ได้ ทำให้แบ่งต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งกลายเป็นก้อนใหญ่ขึ้น เรื่อยๆ

14) ไม่ค่อยช่วยใคร ถ้าพูดให้ง่ายเข้าคือ เห็นแก่ตัวและไม่ค่อยได้ทำบุญนั่นเอง เพราะเมื่อใดก็ตามที่ได้หมั่นช่วยเหลือผู้อื่นจนชินแล้วเรามักไม่ค่อยได้นึกถึงตัวเองนัก และเมื่อไม่หมกมุ่นกับตัวเองแล้วก็ไม่ค่อยเกิดความ "อยาก" อันนำไปสู่ความเครียดร้อนอกร้อนใจ หรือถ้าไม่มีเวลาก็แค่อนุโมทนากับบุญที่เราได้พานพบก็ทำให้มี "สารสุข" หลั่งออกมาเสริมภูมิรู้สู้มะเร็งแล้วครับ

ด้วยวิถีแห่งการมี "ไลฟสไตล์มรณะ" ทั้ง 14 ประการ ดังที่ได้กล่าวไปก็จะทำให้ได้มะเร็งมาเป็นเจ้าของอย่างง่ายดาย

ขอบคุณ ข้อมูลดีๆ จาก....
นพ.กฤษดา ศิรามพุช, พบ.(จุฬาฯ)
ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์อายุรวัฒน์ (American Board of Anti-aging medicine)

ต้องขอขอบพระคุณคุณหมอ (นพ.กฤษดา ศิรามพุช) สำหรับข้อมูลดีๆ ที่อ่านเข้าใจได้ง่าย และขอบคุณ คุณๆๆๆๆๆๆๆ และ คุณเพื่อน “ไก่” ของอิชั้น ที่ “เหวิด” ข้อมูลนี้กันไปมา จนอิชั้นได้รับรู้ รับทราบสิ่งดี มีประโยชน์ค่ะ