Showing posts with label Friends. Show all posts
Showing posts with label Friends. Show all posts

Tuesday, November 9, 2010

My (Real) Low-Life White Trash Friend..!

เนื้อเรื่องอันนี้เป็นแบบ draft แรกๆ เลย ขาดหายไปเยอะ เดี๋ยวว่างๆ มา edit ใหม่ค่ะ

tumblr_kurcq6DFFW1qawc0po1_500

นานมาแล้ว 9-10 ปี ประมาณนั้น รอมมี่ยังเป็น toddler (almost rooster) อิชั้นใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ กับลูก ไม่ได้ทำงาน ไม่ค่อยไปไหน ไม่มีเพื่อน พอนานๆ เข้าก็สงสารลูกที่ลูกไม่มีเพื่อน ไม่ได้เล่นกับเด็กๆ รุ่นราวคราวเดียวกัน ก่อนที่จะจัดการพาหนูดีไปเข้าเรียนชั้น preschool อิชั้นได้พยายามจะ take course อะไรก็ได้ที่สามารถทำกิจกรรมร่วมกับลูก หรือ พาลูกไปด้วยได้ (ไม่รู้จะไปฝากลูกไว้ที่ไหน) โปรเจ็คที่จะเรียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราวสำหรับอิชั้นเอง ทำได้ยากมาก ก็เพราะเรื่องลูกนี่แหละค่ะ เลยทำให้เรียนพยาบาลไม่จบ

27149256_12204b595d

อยู่มาวันนึง ได้รับเมล์ catalogue ของ adult school ว่ามีโปรแกรม Child Development อะไรซักอย่าง จำชื่อไม่แม่นค่ะ (ขี้เกียจไปรื้อใบเซอร์ดู 5555) น่าสนใจมาก เรียนประมาณ 24 ชั่วโมง วันละ 2 ชั่วโมง อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง คือเรียนแป๊บๆ ก็จบคอร์สค่ะ ระหว่างที่เรียนในห้องเรียน พวกเด็กๆ ก็จะรวมอยู่ที่ห้องข้างๆ หรือที่สนามเด็กเล่น ทำกิจกรรมต่างๆ วาดรูป ระบายสี เล่นเกมส์ ฯลฯ ส่วนพ่อแม่ก็จะเรียนจากหนังสือเล่มใหญ่เชียวค่ะ instructor ใจดี ใจเย็น หน้าตายๆ 555 ไร้ความรู้สึก มีจดโน๊ต มีสอบในวันสุดท้าย เนื้อหาห็ไม่มีอะไรมาก ยอดคุณแม่ (supper mom) อย่างอิชั้น รู้โม้ดดดดด….. 555 ก็มีเรื่องเซฟตี้ต่างๆ ในบ้าน ในรถ โน่นนี่ โภชนการ การอบรม ดูแล ลูก การลงโทษ การให้รางวัล การชื่นชม ตำหนิ อย่างเหมาะสม และไม่ผิดกฏหมาย เค้าสอนอย่างละนิดละหน่อย อิชั้นก็เรียนไปแบบเบื่อๆ แต่รอมมี่ชอบมากค่ะ ได้เล่นเกมส์ ได้ทำกิจกรรมกับเด็กๆ รุ่นเดียวกัน

ระหว่างที่เรียน อิชั้นก็มีเพื่อนใหม่คนหนึ่ง ชื่อ “เทเรซ่า” เป็น สาวใหญ่ แก่กว่าอิชั้น 5-6 ปี red head ตัวโตๆ แต่ไม่อ้วนใหญ่ยักษ์นะคะ คือตัวสูงใหญ่ พอเข้าเรียนชั่วโมงแรกนั่งติดกัน พอวันหลังๆ ใครมาถึงก่อนก็รีบจองโต๊ะให้กันค่ะ จะได้นั่งติดกัน พอเรียนได้ 2-3 ครั้ง ดิฉันก็ได้ทราบ แบบ อ๋อ เหรอวะ ว่า พวกที่มาเรียนทั้งหมดเนี่ยยยย…. เป็นเพราะ court order ทั้งหมดเลยค่ะ มีแต่อิชั้นคนเดียวที่มาเรียนแบบ voluntary ฮึ่ม… มิน่าหล่ะ บางคนก็มาแบบผัวเมีย นั่งหน้างอ ไม่พูดไม่จากัน บางคนก็เป็นแบบวันแมนโชว์ truck driver (ยังนึกเลยว่าอิตาหนวดเฟิ้มเนี่ย น่ารักจัง มาเรียนคอร์สนี้ 555) บางนาง บางอี บางไอ้ ก็แบบ น่าตาไม่นาไว้ใจ เหมือนเดนคุก อิชั้นก็เรียนๆ ไป ไม่พูดกับใคร ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีใครพูดกันหรอกค่ะ แต่ก็จะมีพวกที่จี๋จ๋า แจ๊ดแจ๋ แต้แว๊ด เสียงดัง center of attemtion หลายคนอยู่ค่ะ คือพวกนี้ต้องเรียนให้จบ ต้องเข้าคลาสทุกครั้ง ใครขาดเรียนก็จะไม่ได้ใบเซอร์ไปให้ศาลค่ะ พวกนี้อาจมาจากต้องคดีหลายรูปแบบ เช่น ทำร้ายลูกเต้า ฟ้องแย่ง custody ลูก-หลังจากหย่ากัน คือเป็นได้หลายกรณีค่ะ จารนัยไม่หมด พอมาเล่าให้พ่อบ้านฟัง ก็ให้เป็นห่วงสุขภาพและความปลอดภัยของลูกเมียที่รักยิ่งนัก ขอร้องให้เลิกไปเรียน อิชั้นก็สัญญาว่าจะดูและตัวเองและลูกให้อยู่รอดปลอดภัย เพราะว่าลูกชอบคลาสเด็กค่ะ ได้ตัดกระดาษ วาดรูป เล่นเกมส์ ฯลฯ (หลังจากจบคอร์ส พ่อบ้านก็จับรอมมี่เข้าพรีสคูลเลยค่ะ วันละ 27 เหรียญก็ไม่บ่น นั่นเป็นเรทเมื่อ 10 ที่แล้วนะคะ)

shots

กลับมาที่เทเรซ่า ทุกครั้งที่เธอมาเรียน ก็จะมีลูกชายหล่อเชียวค่ะ ชื่อ อาดัม มาเรียนด้วยทุกครั้ง อาดัม อายุ 11 ปี พอรู้ว่าแม่กับแม่จับคู่กัน อาดัมก็คอยเป็นหูเป็นตาดูแลหนูดีในห้องเรียนของเด็กๆ พอวันสุดท้ายที่เรียนจบ ครูบอกว่าให้ทุกคนนำ snack เครื่องดื่มมาปาร์ตี้กัน อิชั้นยังจำแม่นว่า เอาอะไรไปดีว๊าาา…. พ่อบ้านแนะนำว่า ให้ไปซื้อ เบบี้แครอทที่มี ranch dip เป็น individual snack pack จะเหมาะกว่า ไม่ต้องเก็บ ไม่ต้องจัด วางๆ ไว้ใครอยากกินก็มาหยิบๆ ไป แต่พอมันเป็นแพ๊คเดี๋ยวๆ ก็จะแพงนะคะ อิชั้นซื้อไป 3 โหล คิดว่าน่าจะพอ เพราะใครๆ ก็เอาขนมเครื่องดื่มไปกันเยอะแล้ว คัพเค้ก คุ้กกี้ เพียบ พอเอาสแน๊คแพ๊ตแครอทวางเท่านั้นนะคะ มือดำๆ เล็กๆ ก็ย่องมาหยิบทีละ ห่อ สองห่อ พวกไอ้ดำ ไอ้เม๊กก็ให้ลูกๆ วนมาหยิบไปเก็บกลับบ้านกันค่ะ ไม่ถึง 2 นาที แครอทอิชั้นหายเกลี้ยง พอครูกับใครๆ เดินมาถามว่าอิชั้นเอาอะไรมา ก็ได้แต่แบมือ ยักไหล่ แบะปาก จะไปไล่รื้อเอามาจากกระเป๋าอีพวกนั้นก็ อืมมมม… อย่าไปเล่นกะมันเลยพวกโลว์ไล้ฟ์ ทองไม่ลู่กระเบื้องเปื้อนขี้ค่ะ 555 คือไม่ใช่ต่ำเฉยๆ ต๊ำต่ำ แล้วชั่วด้วย น่ากลัว 55555

drugs

เทเรซ่าคงพอรู้ว่าอิชั้นเหมือนจะมู้ดดี้ พอเลิกรากันแล้ว ก็ออกปากชวนอิชั้นกับรอมมี่ไปที่บ้าน บอกว่าจะทำบาร์บีคิวเลี้ยง อิชั้นก็อึกอัก อึกๆ อักๆ มากเลยค่ะ เพราะไม่ได้รู้จักมักจี่มากมายขนาดนั้น และไม่ได้คิดคบต่อจริงๆ นะคะ แต่ก็กลัวคนชวนเสียใจ เพราะเธอและลูกคะยั้นคะยอเสียขนาดนั้น แล้วคงรู้ว่าเราตาขาวด้วย ก็ย้ำหลายครั้งว่าเค้าอยู่กันแค่ 2 คนแม่ลูก ไม่มีใคร สุดท้ายก็ไปค่ะ จำได้ว่าไปนั่งคุยกันอยู่ไม่นาน ทานอะไรแป๊บๆ ก็รีบกลับ พออีก 2-3 อาทิตย์ เทเรซ่าก็โทรมาหา ถามไถ่ ว่าเป็นไง เงียบไปเลย ชวนไปนั่งเล่นคุยกัน chill out ดีกว่า จะอยู่บ้านเงือกเหงาทำไม อิชั้นก็เลยซื้อน้ำอัดลม ไอติมไป เพราะเทเรซ่าโทรสั่งพิซซ่าไว้รอ ในวันนั้นทำให้อิชั้นได้รู้เรื่องราวของเทเรซ่า สามีเธอติดคุกอยู่ค่ะ เพราะทะเลาะตบตีกัน ทำร้ายเธอจนตาหลุดออกจากเบ้าข้างนึง กระโหลกร้าว ทำให้เธอต้องย้ายจากเฟสโน่มาอยู่มาเดร่า ไม่มีเพื่อนหรอก แต่ด้วยเหตุผลกลใดที่ทำให้เธอต้องเรียนคอร์สนั้นจำได้ไม่แม่นว่าทำไม judge ต้องการใบเซอร์นั่นจากเธอค่ะ แต่ที่ประหลาดใจยิ่งนักจนอดถามออกไปว่าทำไมอาดัมไม่ไปโรงเรียน อาดัมก็มาตอบเองเลยนะคะ ว่าไม่ชอบเพื่อนที่โรงเรียนใหม่ พวกไอ้เม๊กไอ้ดำชอบรังแก เลยขอให้แม่ไปทำเรื่องโฮมสคูล ฟังแล้วก็เศร้าใจ อิชั้นกลับมาเล่าให้พ่อบ้านฟังตามปกติ อิพ่อบ้าน “ปักม๋า” ของอิชั้นก็เรียกเทเรซ่าว่า your eye-popped friend หรือไม่ก็ your pop-eye friend ตลอดเลยค่ะ 55555

do-adhd-drugs-take-a-toll_1

เด็กอาดัม พูดจาฉะฉาน สุภาพ แต่ชอบ interrupt เวลาผู้ใหญ่คุยกัน คนเป็นแม่ก็ไม่ห้ามปราม แม่เค้าไม่ว่า-ก็ไม่ใช่ธุระของเราค่ะ นอกเหนือจากชอบพูดสอดแล้ว..อาดัมเป็นเด็กอ่อนโยน ขี้อ้อน ติดแม่ (ผิดปกติกับเด็กผู้ชายวัยเดียวกัน) จากวันนั้นอิชั้นกับลูกก็ไปมาหาสู่เทเรซ่ากับลูกหลายหน เหมือนกับ have good time, good talk with good friend จริงๆ นะคะ เราคุยกันเรื่องสัพเพเหระ สนุกสนาน เรื่องหนัง ทีวี ดารา ฯลฯ จนอยู่มาวันนึง เทเรซ่าโทรมาหาบอกว่าวันนี้มีนัดต้องไปหาหมอ แต่รถของเธอโดน repossessed (ถูกยึด เพราะขาดส่ง) เมื่อไม่กี่วันมานี้ อิชั้นก็ไม่รีรอ เพราะรู้ว่าเทเรซ่ามีเรื่องที่ต้องดูแลเกี่ยวกับ health issue เห็นกินยาอยู่หลายขนาน ฟังดูน่าเป็นห่วง ก็รีบบึ่งไปรับเทเรซ่ากับลูกไปส่งที่โรงพยาบาล แล้วก็ไปรับรอมมี่จากพรีสคูล แต่อาดัมขอติดรถไปด้วย (เด็กอาดัมเรียกอิชั้นว่า Auntie Ooh ซึ่งถือว่าแปลกมาก เพราะเด็กฝรั่งมักเรียกผู้ใหญ่หรือใครๆ ด้วยชื่อเฉยๆ ค่ะ แต่เทเรซ่าสอนให้อาดัมเรียกอิชั้นแบบนั้น) พอขากลับไปรับเทเรซ่าที่โรงพยาบาล เลยแวะแม๊คโดเน่า ซื้ออะไรให้เด็กๆ กิน อาดัมก็ขอบคุณแล้วขอบคุณอีก น่ารักดีค่ะ

spiritual_drugs

ไม่นานต่อมาเทเรซ่าก็บอกว่าเธออยากจะย้ายกลับไปอยู่เฟรสโน่แล้ว เพราะมาเดร่าค่อนข้างกันดารถ้าไม่มีรถก็ไปไหนไม่ได้ เฟรสโน่ยังมีรถเมล์ แท๊กซี่ อิชั้นก็ใจหายนิดๆ นะคะ เพราะไม่มีเพื่อน พอมีเทเรซ่าก็สนุกไปอีกแบบนึงค่ะ ทำกับข้าวกินกัน เธอยังสอนอิชั้นทำ Bar-B-Q Ribs แสนอร่อยยยยย…. อิชั้นก็สอนเธอทำแกงเขียวหวานของโปรดเธอด้วย

drugs-abuse

พอเทเรซ่ากับลูกย้ายไปไม่นาน เธอก็โทรมาบอกว่าไม่อยากไปเยี่ยมเธอกับลูกบ้างเหรอ (ตลอดเวลา เทเรซ่าและลูกไม่เคยรู้ว่าบ้านของเราอยู่ที่ไหน เพราะพ่อบ้านเตือนว่าห้ามบอกเด็ดขาด) อิชั้นก็บอก ได้สิ บ้านอยู่ไหน เลขที่เท่าไหร่ ถนนอะไร ก็พากันขับรถไปหา บ้านใหม่ของเธอเป็นอพาร์ทเม้นต์ยูนิตเล็กๆ 2 ห้องนอน มีห้องครัว ห้องนั่งเล่น เห็นว่ารัฐจ่ายค่าเช่าให้เธอ ด้วยโปรแกรม Section-8 เทเรซ่าเคยเป็นพยาบาล พอมาเป็น disable ทำงานไม่ได้ เลยมีสวัสดิการช่วยเหลืออื่นๆ อีก เป็นเช็คส่งมากทุกๆ เดือนๆ ละ 2 เช็คมั๊ง รวมแล้วเกือบๆ 2 พันได้ค่ะ ก็จ่ายค่าน้ำค่าไฟ โทรศัพท์ไป ข้าวปลาอาหารก็ซื้อหามากินเอง พอเดินเข้าบ้านใหม่ของเทเรซ่า ก็งงๆ นะคะ มีเคเบิ้ลทีวี เฟอร์นิเจอร์ ตู้เย็น และข้าวของใหม่ๆ เพียบ เทเรซ่าบอกว่าเธอเคยอยู่ย่านนี้มาก่อน เพื่อนๆ ของเธอก็ยังคงอยู่ละแวกนี้ พอรู้ว่าเธอกลับมาก็ขนโน่นนี่มาต้อนรับเป็นการใหญ่ อืม…..เพื่อนน่ารักเน๊าะ

Welfare

พอเราเริ่มจะทำกับข้าวกับปลากินกัน (ตามปกติเวลาเราเจอกัน) ก็มีคนโน้น คนนี้ เปลี่ยนหน้าเดินเข้าเดินออกบ้านเธอเป็นว่าเล่น ทุกครั้งเทเรซ่าก็จะแนะนำว่า This is Ooh, my sweet Thai friend & I love her very much. This is Rommy, my little angel. แล้วก็บอกใครต่อใครเรื่อยๆ ว่าอิชั้นน่ะเป็นคนดี… คนดี good person which you never imagine you’ll have someone this good as your friend! อิชั้นก็เขิลลลล์ ซ้าาา… แล้วก็มีสาวสวยนมตู้มมมม…. เซ็กซี่เดินเข้ามา ชื่อของเธอคือ แพเมล่า ซึ่งต่อมากลายเป็นเพื่อนที่อิชั้นสนิทด้วยอีกคน ทุกครั้งที่เราเจอกัน ก็จะต้อง กินๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่ซื้อ ก็ทำอะไรกินกันทุกครั้ง เทเรซ่าจะมีลูกหยอดใส่แพมทุกครั้งว่า Ooh is my friend…not yours. Don’t mess with her…I told you! ฟังทีไรก็แปลกๆ หรือว่าเทเรซ่ามันเลสเบี้ยนวะ ชักแหยงๆ

Dont-apply-for-jobs-that-do-drug-tests-Use-unemployment-check-to-buy-more-weed

ทุกครั้งที่ไปบ้านเทเรซ่า อิชั้นก็จะมีเรื่องมาเล่าให้พ่อบ้านฟังทุกครั้ง คำพูดแปลกๆ พฤติกรรมแปลกๆ อย่าง… ทำไมใครๆ ชอบเข้าห้องน้ำทีละ 2-3 คน พ่อบ้านก็บอก มันดูทะแม่ง ทะแม่ง นะ ไม่จำเป็นก็ห่างๆ ละกัน อิชั้นก็เลยห่างๆ ออกมา ไปแวะเวียนหานานๆ ครั้ง ถ้ามีเหตุต้องให้ไปซื้อของที่เฟสโน่

มีอยู่ครั้งหนึ่ง..อิชั้นแวะไปที่บ้านเเทเรซ่า..ก็เห็นมีผู้ชายเม๊กซิกันเตี้ยๆ สั้นๆ ดำๆ หน้าตาขี้เหร่ พวกเผ่า Oaxaca (Spanish pronunciation: [oaˈxaka]; English pronunciation: /wəˈhɑːkə/ wə-HAH-kə) พวกวะหะกา เหมือนกับ ชนเผ่าแรงงาน ชนชั้นล่างของพวกเม๊กน่ะค่ะ อะไรเทือกนั้นค่ะ พออิชั้นเห็นมีตัวแบบนั้นเดินอยู่ 2 ตัวในบ้านเธอก็ตกใจ และกลัวค่ะ เพราะโดนกรอกหูจากพ่อบ้านว่าอยู่ให้ห่าง พออิชั้นตั้งท่าว่าจะคว้าแขนลูกเดินออกมา บอกไปว่าถ้ามีเพื่อนก็ขอตัวละกัน เทเรซ่าก็บอกให้อยู่ก่อน อิชั้นก็ส่งสายตาถามไปแบบ “ใครวะ พวกนั้นน่ะ” เธอก็รีบบอก ว่าพวกนี้โอเคไม่มีอะไรน่ากลัว แต่ก็นั่งไม่ติดเพราะอะไรๆ ดูแปลกๆ เทเรซ่าก็เลยมาขอโทษขอโพยถ้าหากทำให้รู้สึกว่า uncomfortable อิชั้นก็บอกปล่าวหรอก ปล่าวเลย เพียงแต่มีธุระต้องทำ แวะมาเซย์ “ไฮ” เฉยๆ เธอก็รีบบอกว่า เมื่อคืนไปปาร์ตี้กับแพม เมากันเละ (อิชั้นไม่เคยดื่มกับพวกนี้เลยนะคะ) พอขากลับ เจอไอ้เตี้ย 2 ตัวที่เห็น ไม่รู้อะไรเป็นอะไร ก็มาลงเอยกันที่นี่แหละ nothing or no one to blame ….but too drunk and physical needs พอได้ยินแค่นั้นก็ อึ้งงง.. โอ้..มาย บุ๊ดด้า… เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยนะคะ ที่ได้ยินว่า physical needs คนเราก็เลยต้อง f**k around เคยรู้แต่ว่า physical needs คือ หยูกยา อาหาร แขนขาเทียม อะไรที่ทำให้ชีวิตอยู่รอดและดำเนินต่อไปได้ ทำไมคนพวกนี้ช่าง “แหวะ” หยะแหยงเหลือเกิน สงสารตัวเองกับลูกที่ต้องมาอยู่ท่ามกลางคนพวกนี้

2204~No-Drugs-Posters

จากวันนั้น อิชั้นก็ไม่ได้แวะเวียนไปหาเทเรซ่าอีกเลย อยู่เงียบๆ กับลูกผัวเรื่อยมา อยู่มาวันนึงเป็นที่ประหลาดใจยิ่งนัก เมื่อได้รับโทรศัพท์จากอาดัม บอกว่าวีคเอนด์ที่จะถึง เป็นวันเกิด อยากให้ Auntie Ooh มา พอเด็กพูดแบบนั้น ใครจะไม่ “จุก” เด็กขอมา…ปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว ก็เลย หยอดๆ ไปว่า อยากได้อะไร อาดัมก็บอกอยากได้ skateboard ใหม่ พอถึงวันอิชั้นก็จัดการไปซื้อและเอาไปให้ กะว่าจะให้ของขวัญกับเด็กแล้วก็ร่ำลาเลย พอไปถึงเทเรซ่าก็ดีอกดีใจมากกกก… ที่อิชั้นไปวันเกิดอาดัม รีบชวนเข้าบ้าน แล้วก็ชวนคุยขอโทษขอโพยอิชั้นเรื่องคราวโน้น อิชั้นก็บอกไปว่า ไม่เห็นต้องขอโทษอะไร มันเป็นเรื่องส่วนตัว คุยไปคุยมาอิชั้นก็รู้สึกดีขึ้น รู้สึกเหมือนตอนเรารู้จักกันใหม่ๆ คุยกันสนุกสนานได้ไม่นาน แพมก็เดินเข้ามากับหญิงสูงวัยแปลกหน้า พอเข้ามาปุ๊บก็เดินตรงไปที่ห้องน้ำทั้งคู่ ก่อนเข้าห้องน้ำก็แวะไปในครัว ฉีก aluminum foil เข้าไปด้วย แล้วเทเรซ่าก็เดินตามเข้าห้องน้ำไป เสียงดังโล้งเล้ง แอบฟังได้ใจความ ประมาณว่า ถ้าอู๋มาอย่าทำแบบนี้ อู๋เป็นคนดี เตือนแล้ว ไม่เคยฟัง ชั้นรักอู๋มาก ต่อไปจะไม่ให้พวกแกเหยียบเข้ามาบ้านชั้นอีกเลย บลาๆๆๆ พอได้ยินแบบนั้นก็พอเดาออกว่า เข้าไปทำอะไรกันในห้องน้ำ แต่ก็ทำเป็นไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น แล้วสองคนนั้นก็ผลุนผลันออกจากบ้านไป ก็เลยถามว่ามีอะไรกันเหรอ เทเรซ่าก็รีบบอกไม่มีอะไรหรอก ไม่ชอบที่แพเมล่าชอบพาใครๆ เข้ามาในบ้าน อิชั้นก็ทำเป็นมารยาทดีขอตัวกลับบ้านก่อน (มารู้ที่หลังว่า…..เค้าใช้อลูมินั่มฟอยล์เวลาเสพยาเสพติดที่ต้องเอาไฟเผาลนแล้วสูดเอาควันเข้าไปน่ะค่ะ พวก Methamphetamines, Methadone, โคเคน ฯลฯ สุดแล้วแต่พวกขี้ยามันจะนึกเสพแหละค่ะ)

4uovzis

พออีก 2-3 สัปดาห์ต่อมา ประมาณตี 4 หรือเกือบๆ เช้า อิชั้นนอนหลับอยู่ก็ต้องสะดุ้งตื่นกับเสียงโทรศัพท์ โทรมาจาก CPS - Child Protective Services ขอพูดกับอู๋หน่อย เจ้าหน้าที่บอกว่าหลานชายชื่ออาดัมอยากมาอยู่ด้วย ซึ่งเค้าได้พยายามซักถามอยู่หลายครั้งว่า อู๋ชื่อจริงชื่ออะไร อยู่บ้านเลขที่เท่าไหร่ เด็กก็ตอบไม่ได้เลย เอาแต่ร้องไห้ บอกแต่ว่าไม่อยากไปอยู่ Foster Care ขอไปอยู่กับ Auntie Ooh ฟังแล้วก็อึ้ง งง ง่วงด้วย พ่อบ้านก็เลยคุยต่อให้ ถามว่าทำไม อะไร อย่างไร ได้คำตอบว่า เมื่อคืน..ตำรวจได้ไปทลายบ้านของเทเรซ่า เพราะสงสัยว่ามี prostitution เกิดขึ้นที่บ้านนั้น พอกวาดล้างก็พบยาเสพติดมากมาย โดนจับไปนอนซังเตกันหลายคน ซึ่งมีเทเรซ่าและแพเมล่าเป็นตัวนำ ฟังแล้วก็ขนลุก บรึ๋ยยยย…

Drugs Cocaine with 100 Bill

พอคุยต่อไป เจ้าหน้าที่บอกว่าพ่อและแม่ของเด็กต่างอยู่ในคุก ตอนนี้เด็กไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน บอกแต่ว่ามีน้าชื่ออู๋ ขอไปอยู่กับน้า พ่อบ้านก็บอกไปว่า No คงต้องให้ CPS ดูแลเด็กอาดัมไปตามระบบ ระเบียบ และขั้นตอน เพราะเมียของกะโพ๊มรู้จักกับเทเรซ่าเพียงผิวเผิน มิได้เป็นป้าเป็นน้าของเด็กอาดัมแต่อย่างไร พอวางสายปุ๊บก็หันมา “เฉ่ง” อิชั้นเป็นการใหญ่ อิพ่อบ้านโมโหมาก สวดยาวเลย ทิ้งท้ายไว้ว่า Do you know what you put yourself into? เพราะถ้าตอนที่เค้ากวาดล้างหรือค้นบ้าน อิชั้นไปนั่งเอ๋อเหรอ ถึงไม่รู้เรื่องอะไรด้วย เค้าก็ใส่กุญแจมือ ลากคอเข้าคุกไปก่อน แล้วถึงจะมาสอบปากคำที่หลัง น่ากลัวเน๊าะ เกือบไปแล้วตู จะว่าไป…อิชั้นไม่เคยไปบ้านนั้นกลางค่ำกลางคืนนะคะ แต่ใครจะไปรู้ คนเราจะถึงคราวซวยนิ

drugs-gun-knife

หลังจากนั้นไม่กี่วันอิชั้นก็ขับรถผ่านไปดูที่บ้านนั้น เค้าเอาไม่กระดานตีตะปูปิดไว้ทุกหน้าต่างเลยค่ะ แต่ยังพอเห็นได้ว่ากระจกแตกไปหมด ไม่รู้ตำรวจทุบเข้าไป หรือไอ้พวกนั้นกระโจนทะลุกระจกหนีออกมา พอเห็นแบบนั้นก็ให้นึกถึงเด็กอาดัม อยู่ไหน ไปอยู่กับใครน๊อออ… แต่มันก็ไม่ใช่ความรับผิดชอบของอิชั้นจริงๆ นะคะ ไม่ได้ใจดำ จะให้เลี้ยงลูกเสือลูกจระเข้คงไม่กล้า แต่เทเรซ่าเป็นเพื่อนที่ดีกับอิชั้นจริงๆ นะคะ ไม่เคยชักนำ แนะนำ ลากจูงให้อิชั้นทดลองสิ่งของผิดกฏหมายใดๆ เราคุยกันก็เหมือนแม่บ้านคุยกัน คิดในแง่ดีก็คือ เทเรซ่ารักอิชั้นมาก ไม่อยากให้ใครทำอะไรไม่ดีในขณะที่อิชั้นอยู่ที่บ้านเธอ ไม่อยากให้อิชั้นรู้ lifestyle ของเธอ กลัวอิชั้นจะเลิกคบ คบกันเป็นปีไม่มีทีท่า เชิญชวน ชักชวนให้อิชั้นทำอะไรที่ไม่ดีด้วย เราต่างเอ็นจอยการกิน เช่าหนังมาดูกัน ไม่มีอะไรแปลกประหลาดค่ะ

stop-smoking-drug

ทั้งหมดอิชั้นไม่โทษใคร มันเป็นโชคชะตาที่ทำให้คนเราต้องมาพบกับ ถูกชะตา ต้องจิต เลยมาเป็นเพื่อนกัน อิชั้นและลูกเข้าไปอยู่ในวังวนของชีวิตเทเรซ่าและอาดัม ด้วยความบริสุทธิใจ อิชั้นเชื่อว่าเทเรซ่าไม่เคยคิดทำลาย หรือทำร้ายอิชั้นและลูก เราไว้วางใจซึ่งกันและกัน ใครๆ อาจคิดว่าอิชั้นโง่ แต่อชั้นต้องขอปฏิเสธค่ะ เพราะทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความ “โง่” หรือ naive ใดๆ เลย หากแต่เป็น “วิถีชีวิต” ของเราที่แตกต่างกันสุดขั้ว ดังกับว่าเราต่างก็มาจาก the other side of the universe เลยค่ะ ความเป็นเพื่อนที่ดี ย่อมอยากจะแบ่งปันแต่สิ่งดีๆ ให้แก่กัน ถึงเทเรซ่าจะเป็น “หญิงชั่ว” ในแง่ของกฏหมายและวิถึสังคม แต่ เทเรซ่าเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งของอิชั้นเลยนะคะ บางครั้งในห้วงของความคิด อิชั้นเคยคิดว่า….โชคดีที่ได้รู้จักคนอย่างเทเรซ่า ได้รู้ได้เห็นพฤติกรรมของคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่เคยรู้ หรืออยากรู้มาก่อน และก็โชคดีที่มิตรภาพจบลง…โดยที่อิชั้นไม่ได้รับอะไรร้ายๆ เข้ามาในชีวิต คนเรากว่าจะแก่หรือโตมาได้ ต้อง ผ่านร้อน ผ่านหนาว เรื่องดี เรื่องร้าย มากมากมาย แต่ละคน แต่ละชีวิต แต่ละช่วงอายุ ก็จะ handle ในแต่ละสิ่ง แต่ละสถานการณ์แตกต่างกันไป …. ผลลัพธ์ที่ออกมาก็แตกต่างกันไป นอกเหนือจากความรู้ ความสามารถ ฯลฯ สิ่งที่เหนือการควบคุมได้คือ พรหมลิขิต โชคชะตา ดวง (เฮงหรือซวย 555)

Friends-dont-let-friends-do-drugs

มาถึงวันนี้ บางทีไปไหนๆ ตามที่ต่างๆ เคยนึกนะคะ (นึกเฉยๆ ค่ะ ไม่อยากให้เกิดจริงหรอก) ว่า ถ้ามีเด็กหนุ่มรูปหล่อเดินเข้ามาทักแล้วแนะนำตัวว่าเค้าเป็น…อาดัม อิชั้นคงนึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรดี แต่ยังไงก็ขอให้เค้าโตไปเป็นคนดี อย่าเจริญรอยตามพ่อแม่เลย สาธุ

Saturday, September 18, 2010

รูปเล่าเรื่อง (อีกที)

แม่บ้านหลังยาววววว…..มาแร้ววววว…. คราวนี้ดูรูปกันไปก่อน มู้ดดี้พักใหญ่ๆ แล้ว นึกเรื่องพล่ามไม่ออก เลยเอารูปมาเล่าเรื่องดีกว่า มามะ มาดูกันว่าช่วงที่หายหัวไป อิชั้นไปทำอะไรมาบ้าง

อันแรกก็พาบุตรธิดาไปทำสะอาดฟันตามปกติทุกๆ 6 เดือน หกเดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก 555 เหมือนเพิ่งพาไปไม่นานมานี้เองว่ะ คราวนี้คุณหมอฟัน ก็วางแผนฟันๆๆๆๆ ตามปกติพวก “หวัง-ฟัน-เจ้า” พบว่ารอมมี่มีฟันผุจิ๋วๆ 3 ที่ ก็ทำนัด แล้วก็พาไปปะผุกันให้เสร็จสรรพ แล้วก็ไอ้รอมยังต้องดัดฟันอีก ดัดฟันที่นี่ราคาก็เท่ากับซื้อรถมือสองสภาพใช้ได้ 1 คันเชียวนะ 7-8 พัน เห็นเค้าประเมินมา แล้วประกันสุขภาพฟันไม่ “คัฟเว่อร์” ค่ะ ก็เลยบอกไอ้คุณหมอไปว่า ทำแน่จ้า แต่รอเดี๋ยวตอนนี้ยังไม่ไหว มีอะไรเรียงคิวรอให้ต้องจับจ่ายเพียบ เป็นต้นปีหน้าละกัน เด้อหมอเด้อ

page-556-b

ฉลอง Independent Day (4th of July) ก็แต่งตัวเข้าเทศกาลตามปกติ แถมสะใจคุณแม่ สีแดง ชอบๆๆๆๆ ก็พาลูกไปเล่นพลุบ้านเพื่อนลาวของอิชั้น เค้าบาร์บีคิวมากันหลายครอบครัว เด็กเพียบ เด็กๆ ก็ขนพลุมาเล่นกัน ที่เผากันคืนนั้น อูยยยย….. นึกแล้วเสียดายตังค์ คิดแบบคร่าวๆ รวมแล้วน่าจะ 2 พันได้ เพราะบ้านเราก็ปาเข้าไปร้อยก่าๆ แล้ว เผาเงินเผาทองกัน เสียดายๆ ถึงจะปีละครั้งก็เหอะ แต่ไอ้เด็กหนวดนั่นดูเหมือนจะไม่ค่อยสนุก 5555 คอยแกะแพ๊ค คอยจุดไฟให้เด็กๆ แล้วก็คอยด่าเด็กที่วิ่งพรวดพราดออกไปกลางถนน พ่อแม่คนอื่นๆ ก็เลยหลบเข้าป้าไปกินไปดื่มกันสบายเฉิ่บ ป๋าก๊อตเทคแคร์ตรงนี้หลายปีติดต่อกันมาแล้ว 555 อิชั้นก็ไปกรึ๊บกะเพื่อนๆ อยู่ที่หลังบ้านโน่น มีผัวไม่ดูดไม่ดื่มก็ดีตรงนี้แหละ ไม่ดูดบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้าเบียร์ย่ะ อย่าคิดลึก แล้วเวลาเมีย “กรึ่มๆ” ก็ไม่ต้องกลัวตำรวจเรียกไป “เป่า” เป่าท่อพวกเมาแล้วขับน่ะค่ะคุณๆ เพราะมีผัวขับรถให้ค่ะ แต่เวลาไปเมาแล้วไม่มีอีก๊อตไปด้วย ก็ “ลุ้น” หน่อยนึง 5555 รูปลูกๆ เหวี่ยงไอ้ sparkle stick กันแทบแขนหลุด เพราะแม่มันร้อนวิชาถ่ายรูปที่เพิ่งเล่าเรียนมา 555 หมดไปหลายสิบอันแหละ ถ่ายออกมาได้แค่นี้ ไอ้ตี้ฉลองวันชาติด้วยการไม่ใส่ไดเป้อร์ออกนอกบ้านเป็นครั้งแรก 555 มี accident หน่อยนึง เก่งมาก…..สุดหล่อของแม่ แต่ไหงกลัวเสียงประทัด 5555

page-554[3]

ตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมารอมมี่วุ่นวายอยู่กับผมตัวเอง อยากตัดผมสั้น อิชั้นเลยตัดรำคาญ ทำพิธีตัดผมให้ลูกเอง ประหยัดไป 30 เหรียญ 555 ไอ้มะนาวยักษ์นั่นจากต้นหลังบ้าน ลูกเบ้งๆ เต็มต้น เก็บมากินมาใช้ไม่ทัน ร่วงเน่าเต็มพื้น

page-555[3]

เมื่อต้นสิงหา..คุณเพื่อนเลิ้บ “สุมนา” กับสามีแวะมาเยี่ยมเยือน อุตส่าห์บินข้ามฟากมาจากฝั่งอีสต์โน่น ซื้อข้าวของขนมนมเนยมาฝากเพียบ ถ้าเป็นอะไรโบราณๆ หน่อย คุณเพื่อนของอิชั้นคงจะช่วยกันแบกชะลอมมากะคุณสามี 555 เพราะเยอะแยะเหลือเกิน แถมแจกตังค์เด็กๆ อีก มาบ่อยๆ นะเพื่อนนะ เจอกัน 2 วัน 2 คืน แย่งกันพูดแย่งกันคุย ลืมถ่ายรูปเลย กว่าจะนึกออกก็ตอนเพื่อนจะกลับ ได้รูปเป็นที่ระทึกแค่นี้เอง ฮึ่ม… ขนมไทยที่เพื่อนแวะไปซื้อมาฝากจากแอลเอก็ไม่ต้องพูดถึง หายวับไปอย่างรวดเร็ว ลืมถ่ายรูปเลย กาละแม ทองหยิบ ปุบฝ้าย ฯลฯ สาธยายไม่หมด บอกได้แค่ว่า “เพียบ” ของโปรดของหนูดีคือทองหยิบ น้าสุมก็ลากมาให้ งานนี้อีหนูดีเอาขนมไปซ่อนด้วย 555 อยากให้มดขึ้นห้องนอนมันจัง แต่มดยกขบวนมาบุกไม่ทัน มันรีบสวาปามแบบไม่ทิ้งร่องรอย 5555 ลูกเอ๊ยลูก…..

page-557

งานอดิเรกอีกอย่างของอิชั้นคือวาดแท๊ตทูสนอง need คุณลูกๆ เรียกว่า sharpie tattoo 5555 ก็อยู่ไป 3-4 วันสบาย แหว่งก็เติมให้ฟรี ไอ้ตัวFก็สารพัดเฮลโหลคิตตี้ การ์ตูนญี่ปุ่นทั้งหลาย ไอ้ตัวเล็กก็ Lightning McQueen กับ Thomas the Train เป็นหลัก ไอ้รถแดงจากการ์ตูน Cars กับรถไฟสีฟ้านั่น “หมู” มากกกกก…. แม่จัดให้ อย่ารีเควสอะไรประหลาดๆ ยิ่งหมู หมา แมว ไก่ ก็ ส.บ.ม. เช่นกัน 555 แวะไปดูที่นี่เลย http://www.flickr.com/groups/sharpie_tattoos/ เค้าวาดกันสวยๆ น่ารักๆ ก็เยอะ น่ากลัวก็มาก ต้องบอกว่า…อิชั้น..มิ…สา…มาด…เจ้าค่ะ

ส่วนรูปล่างก็พาลูกๆ ไปดูหนัง Toy Story 3 จริงๆ ก็พาลูกไปดูหนังบ่อยนะ หนังเด็ก หนังผี ก็แห่กันไปดูเรื่อยๆ แหละ พ่อบ้านบ้านนี้ชอบดูหนัง หนังในทีวี-เคเบิ้ล หนังโรง หรือ หนังแผ่นก็ขยันซื้อไม่ได้ขาด หนังท่วมบ้าน เฮ่อออออ…..

page-558

ความสุขที่พอหาได้ บางทีไม่จำเป็นต้องแฟนซีแต่อย่างใด เครื่องเล่นหยอดเหรียญหน้าร้านต่างๆ เห็นเป็นต้องเสียงเงินทุกที แต่ลูกแฮ้ปปี้ แม่ก็โอเคแหละ บางทีก็รู้สึกแหวะ… เพราะผู้คนมากมายมาเล่น มาจับ ขี้มูก ขี้ตา ฯลฯ แหวะเน๊าะ ลูกๆ คง “อิมมูน” กันดี ไม่ป่วยไม่ไข้ จะให้มาเช็ดถูก่อนลูกเล่นก็อะนะ ….555 เกิดเป็นลูกแม่อู๋ต้องสู้ว๊อยยยย….. แม่มันตายยาก ลูกมันก็ต้อง…บักอึ้ด..เหมือนแม่

page-559

ดูขาไอ้ตี้..แท๊ตทูที่มันดีไซน์เอง บางทีเพิ่งอาบน้ำออกมาให้เกลี้ยงๆ ผ่องๆ หล่อเชียว หันหลังให้มันแป๊บเดียว..เขียนเต็มแขนเต็มขาเลย อยากฟาดจริงๆ ถ้าเป็น permanent marker ก็อยู่ไปหลายวัน วันนั้นต้องออกไปซื้อของอาบน้ำอาบท่าให้ อิชั้นไปแต่งตัวเสร็จเตรียมออกไปกัน ไอ้ตี้ลายพร้อยเชียว ก็พามันไปทั้งอย่างนั้นแหละ ใครเห็นมันก็แอบเหล่มาที่แม่มัน พอขากลับขับรถมามืดๆ ไม่เห็นลูก มันแอบล้วงขนมอออกมากินปากเลอะ มือไม้ดูไม่ได้ แล้วหลับคร่อกมาตลอดทาง พอถึงบ้านอุตส่าห์แบกเข้ามา…ตื่นซะนี่ ล้วงขนมออกมากินต่อ ลูกกรู….. ส่วนเสื้อแดงสองพี่น้องนั่นกะลังเตรียมพร้อมจะออกไปงานแฟร์กัน พี่สาวหวีผมทรงกรี๊ดให้น้องมัน ทรงกะลาครอบของบักจัสติน บีเบ้อร์ แม่ไม่ชอบไอ้บีเบ้อร์นั่น ไอ้ดีก็เลยแกล้งหวีผมให้น้องซะงั้น กวนตรีนแม่มัน 555

page-560

พาลูกออกไปงานใหญ่ประจำตำบล 5555 คืองานแฟร์นั่นเอง ขับรถไปรอทางเข้าที่จอดรถแถวยาวเป็นไมล์ รอ รอ รอ ไม่ขยับ เลยขับแตกแถวออกไปจอดศูนย์การค้าใกล้ๆ เดินเอาหน่อย ไม่ต้องเสียค่าจอด ไม่ต้องเผาน้ำมันรถทิ้ง เยียบเบรค เหยียบคันเร่ง จนเมื่อย ตอนเดินไปไม่เท่าไหร่ พอขากลับตีกันนุงนัง ร้องไห้กะจองอแง เบื่อจริงๆ ก็แวะถ่ายรูปแกล้งลูกซะหน่อย ดูไอ้ตี้เอาเถอะ ซื้อดาบเลเซอร์ของเจไดให้ มันก็ฟาดแม่ฟาดพี่ เข็นรถมันไม่ได้เลย พากันวิ่งหนีมัน แหกปากซะ ต้องรีบกลับไปเข็นมันต่อ กลัวตำรวจมาลากคอ 5555 ส่วนรูปอมยิ้มนั่น … ไอ้พี่มันกินแล้วไม่ชอบเลยให้น้องกินต่อ 555 เลียแล้วก็ส่องกระจกอยู่นั่น พึงพอใจอย่างมากกกกก….ที่ลิ้นสีฟ้า

page-561

บรรยากาศงานแฟร์ที่ถ่ายมานิดๆ หน่อยๆ เดินไปถ่ายไอ้ Curly Fried ทอดแบบยกกระชอนเลย เห็นคนที่เค้าซื้อกันก็โรยเคทฉับ แล้วแคะกิน บิกินกัน คนนั้นทีคนนี้ที กินแล้วก็เลียดูดนิ้วมือ แล้วก็กินต่อ คนอื่นก็มากินต่อ แหงะ 5555 เค้าไม่รักกันคงไม่แบ่งกันกินหรอกเน๊าะ 555 พอเดินไปดูใกล้ๆ อีตาคนขายก็โชว์ออฟใหญ่ สาธิตซะหน่อย ก็เลยถ่ายรูปมาให้ดูกัน..กลัวแกจะเก้อ 555 ร้านนี้ขายของทอดที่หากินได้เฉพาะงานแฟร์ คือประหลาดๆ น่ะ ไม่มีแมลงทอดเท่ๆ แบบบ้านเราหรอก แต่เอาขนมมาชุบแป้งทอด เห็นแล้วไม่อยากรับทานหรอก เพราะขนมตัวเปล่าๆ อิชั้นก็ไม่ชอบอยู่แล้ว ขนมฝรั่งมันหวานแสบไส้จริง ที่เห็นดังๆ ก็ ทอดโอริโอคุ๊กกี้ สลิงกี้ โฮโฮ ขนมฝรั่งน่ะ..ไม่ประทับใจอิชั้นร๊อกกกก… อะไรก็ไม่อร่อยเท่าขนมบ้านเราหรอก หวานมัน อูย… คิดถึงบ้าน คิดถึงกับข้าวกับปลา อาหารไทย แงๆๆๆๆ

page-563

เมื่อวันศุกร์ อีหนูดีเค้ามีงานแด๊นซ์ที่โรงเรียน นานๆ เค้าให้เด็กไปเต้นหงิกงอกัน เด็กๆ จะตื่นเต้นเตรียมตัวกันเป็นอาทิตย์แหละ จะใส่อะไรดี จะทำผมทรงไหน รองเท้าคู่ไหน เค้าจัดตอน 6 โมง ถึง 2 ทุ่ม ตอนไปรับย่องไปแอบดูซะหน่อย เค้าจะมีครูอาจารกั้นประตูโรงยิมไว้ทุกด้าน ห้ามเข้าออก ต้องให้ผู้ปกครองไปรับ (ตอนนี้ทุ่มนึงก็เริ่มมืดแล้ว เพราะใกล้จะเข้าฤดูใบไม่ร่วงแล้ว ตอนหน้าร้อน 2 ทุ่มยังแดดเปรี้ยงเลย) เค้าปิดไฟโรงยิมมืด ห้อยบอลดิสโก้ ติดไฟสายๆ ระยิบระยับเป็นจุดๆ ตรงที่ขายเครื่องดื่ม ที่ขายพิซซ่า ฮ๊อตดอก ที่ขายของเล่นพวก Silly String (สเปรย์โฟมสาย) ของเล่นไฟหระพริบ เรืองแสง ฯลฯ เด็กๆ ก็ไปสนุกกัน เห็นมีเต้นกันหลายแบบ มี พวกเต้นเป็นเรื่องเป็นราว พวกเต้นออกแนวฮิพฮอพ (กวนตรีนหน่อยๆ) พวกเต้นแบบแร่ดเกินวัย (ดูยั่วยวนเหมือนหญิงอาชีพพิเศษ) พวกเต้นแบบกระโดดๆๆๆ (อีหนูดี+เพื่อน มันโดดๆๆๆๆ เห็นแล้วปวดตับ มันจะกระโดดกันทำไมฟระ แถมแหกปากร้องเพลงอีก) พวกเล่นวิ่งไล่จับ (อันนี้เห็นเป็นเด็กผู้ชายซะมาก) มีอีกหลายแบบ เห็นแล้วก็นึก….ลูกโตเร็วอิ๊บอ๋าย ยังนึกว่าลูกเป็นเบบี๋อยู่เลย เฮ่ออออ…..

page-564

เหนื่อยนักก็พักก่อน 5555 ชอบถ่ายรูปตอนลูกหลับแบบประหลาดๆ ไอ้ที่นอนตูดเบียดกันนั่น มีเหตุก่อนหลับ ตีกันโครมๆ แม่มันด่าล้่นบ้าน โมโหเดินหนีไปดูทีวีในห้องนอนคนเดียว เอ๊ะ…เงียบๆ ย่องไปแอบดู อ้าววว… มานอนรักกันอยู่ตรงนี้ได้ไงวะ เพิ่งไล่ฆ่ากันอยู่หยกๆ ส่วนไอ้ตี้..จะเห็นมันนอนตกโซฟา ตกเตียงประจำ บางทีก็ตกตู้มมมม…ไปเลย บางทีก็ค่อยๆ ไหล ค่อยๆ ย้วยลงไปเรื่อยๆ อิแม่มันก็ค่อยๆ ถ่ายแชะๆๆๆ ไปเรื่อยๆ เหมือนกัน ถ้าพ่อมันอยู่โดนด่าทุกที แทนทีจะช่วยจับลูก อุ้มลูกกลับขึ้นไปนอนดีๆ เจือกถ่ายรูปอยู่นั่น แล้วถ้าพ่อมันอยู่ก็ไม่ค่อยได้เห็นซีนดีๆ หรอก เพราะพ่อมันจัดการโยนกลับเข้าที่อย่างรวดเร็ว ไม่หนุก ไม่หนุก 5555

page-562

Good Night Everybody,

Have a Happy Red Sunday!

Mom-01

Saturday, May 1, 2010

กลับมาแล้วค่ะ

page-508

หายไปนานเลยค่ะ เพราะมีกิจ มีเหตุ ให้ต้องวุ่นวายกว่าปกติ กิจหลักๆ ก็คือได้พาลูกๆ กลับไปเยี่ยมครอบครัวที่เมืองไทย 3 อาทิตย์ เป็นการไปที่เร่งรีบ ล่กๆๆๆๆๆ และการเดินทางก็เป็นไปอย่างทุลักทุเลนิดๆ (ไม่หนักหนาเท่าไหร่ พอทนได้ค่า) เป็นเพราะอิแม่มันกังวลเกินไป ที่ต้องเดินทางกับไอ้ตี้เป็นครั้งแรก โชคดีที่รอมมี่โตมากแล้ว..เลยช่วยแม่ได้เยอะเลย ต้องแต๊งส์คุณลูกสาวมา ณ ตรงนี้ อิรอมเนี่ยเดินทางขึ้นเขาลงห้วยกับแม่ตั้งแต่ตัวติ๊ดนึง...เลยค่อนข้าง “โปร” ..รอมมี่ค่อนข้างจะ “อีซี่” ไปซะทุกอย่างเลยนะตอนเล็กๆ แต่ดันมายุ่งยาก เรื่องมากก็ตอนโตๆ เนี่ยแหละ (เครดิตรูปข้างบนเป็นฝีมือหนูดีล้วนๆ ถ่ายจากหน้าต่างเครื่องบินด้วยกล้องป๋องแป๋งที่เราใช้อยู่)

page-509

เล่าเรื่องการเดินทางตอนขาไปเลยดีกว่า นับว่าเป็น 27 ชั่วโมงที่เหนื่อยเอาการ กลัวว่าไอ้ตี้จะคลุ้มคลั่ง ต้องนั่งจับเจ่าอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ เลยซ้อมปอนยามัน 5555 เพราะหมออู๋คิดเอาเองว่า ยาแก้แพ้ แก้หวัด น่าจะทำให้มันเคลิบเคลิ้มง่วงหลับไปได้บ้าง แต่ไอ้ตี้เป็นคนที่กินยายากมากกกกกก.... ปล้ำ กอด รัด บีบจมูก บีบแก้ม (แต่ยังไม่ได้บีบคอ 555) ป้อนกันกระจัด กระจาย เลอะ เหนียว ไปกันหมด มันก็ทั้งพ่น ทั้งถุย ถีบ ร้อง ต่อสู้ เฮ้อ...ล้มเหลว ล้มเหลวค่ะ อิแม่มันคิดได้อีก เลยเอายานอนหลับมาบด สอดไส้ในขนมเจลลี่ 5555 ฉลาดเน๊าะ ขอข้ามตัดตอนตรงนี้ไปก่อน เพราะนึกออกเรื่องนึง...เรื่องสายการบินที่อิชั้นและลูกๆ ใช้บริการในเที่ยวนี้คือ ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ ต้องขอบอกว่า ไม่ประทับใจแม้แต่น้อยค่ะ ขอให้คะแนน 4 เต็ม 10 ละกัน จากที่ได้เคยมีโอกาสเดินทางไปโน่นมานี้กะใครๆ เค้าอยู่บ้าง ใช้บริการมาหลายสายการบิน ทดชื่นชอบและชื่นชมก็คือแจแปนแอร์ไลน์ค่ะ คนอื่นคิดไงอิชั้นไม่แซบค่ะ เรทติ้งอันนี้เป็นของทดคนเดียว

page-507

ไอ้สายการบินยูเอ ไม่มาอัญเชิญพวกเราไปขึ้นเครื่องก่อนทั้งๆ ที่ไอ้ตี้นั่งในรถเข็นของมันรอ เช็ค-อิน ทุกๆ ขาไป (รวมทั้งสิ้น 6 ขาค่ะ ถ้าไม่เอารถเข็นไปล๊อคตัวไอ้ตี้ไว้ แม่กะพี่ก็คง....รากเลือดค่ะ) อิแม่มันก็รู้งานดีพอควรนะ เอาหน้าบานๆ + ไอ้ตี้ในรถเข็นไปเสนอหน้า แบบ...เห็นกุปะ เห็นกุมั๊ย สุดท้ายเลยต้องแต๋นไปทักท้วง ทวงสิทธิ์ นี่ๆ แก ชั้นขอเข้าต่อจากพวกชั้นหนึ่งนะ รอบแรกผ่าน เลยทำมันครบทั้ง 6 ขาเลยค่ะ ด้าน-ได้-อาย-อด nothing to lose นิ 5555 มาถึงเรื่องยานพาหนะของยูเอ แหงะ เก๊า...เก่า โบ๊...โบ...โบราณค่ะ โทท๊ง...โททัดส่วนตัวสำหรับชั้นประหยัดก็ไม่มี พรรคกะยาจกเลยอดไปตามๆ กัน 555 หูฟงฟูฟังก็แบบ โป๊เปลือยแบบถูกใช้มาแล้ว ไม่เอาไปเก็บทำฟามสะอาดห่อใหม่ให้ดูดี บางไฟล้ท์โชคดีก็มาแบบใส่ถุงพลาสติกซีลมาเรียบร้อยดูไฮยีนขึ้นนิดนึง สู้สายการบินอื่นๆ ไม่ได้เลย พนักงานก็โอเคดีอยู่ จะไปเอาอะไรกะเค้ามากมายเน๊าะ พนักงานไม่กี่คนต้องบริการคนเป็นร้อย ในพื้นที่จำกัด เวลาจำกัด เห็นใจคนอาชีพนี้ (เฉพาะคนที่ตั้งใจทำงานนะ ไม่นับ “ไอ้+อี” จากสายการบินแห่งชาติที่ไม่อยากบริการเพื่อนร่วมชาติ...จ้า การบินไทย จ้า รู้ๆ กันอยู่ ไม่ต้องอธิบายให้เสียเวลา) สรุปว่า...การเดินทางตลอดปลอดภัยดี เหนื่อยน้อยกว่าที่คาดไว้นิดนึง ไอ้ตี้หลับยาวๆ เกือบตลอดทาง ตื่นมาเจี๊ยวจ๊าวช่วงสั้นๆ ไม่กี่ที่ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ “อัด” ยานอนหลับที่เตรียมไปเลย และที่ประทับใจสุดๆ คือ เป็นครั้งแรกในที่ชีวิตที่ทดไม่ถูกเปิดกระเป๋าค้นทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ สุดยอด พะย่ะค่ะ 5555 ดูรูปที่อิรอมแกล้งน้อง 555 เอาแซนวิชแห้งๆ ที่ไม่อร่อยเลยทิ่มหน้าน้องเล่น 555 และมีรูปส้วมที่สนามบินนาริตะมาให้ดู ลูกๆ ประทับใจมาก 5555 กับร้านกิ๊ฟช้อปสุดโปรดของหนูดีที่ตั้งหน้า ตั้งตารอว่าขากลับจะไปซื้อของกุ๊กกิ๊ก (ซื้อมาจากเมืองไทยภูเขานึง ยังไม่พออีกเหรอวะ)

page-510

การไปเมืองไทยเที่ยวนี้ก็เพื่อพาลูกๆ ไปเยี่ยมคุณยายและพี่หญิงใหญ่และครอบครัว รวมทั้งอยากให้คุณลูกๆ ได้เห็นงานสงกรานต์ที่เมืองไทยจริงๆ แต่สิ่งที่ประทับใจมากๆ สำหรับทริปนี้ คือ...การได้ไปพบเพื่อนๆ ที่อุบลฯ โดยกระประสานงานของ “ตุ้ม” เพื่อนเลิ้บ ต้องขอบคุณเพื่อนตุ้ม กับคุณสามีและลูกสาวมากๆ เลย คืนนั้นเพื่อนๆ มากันเยอะแยะ พาลูก พาสามี พาภรรยามากัน หลายคนก็ขับรถข้ามเมือง ข้ามจังหวัดมากันเลย แย่งกันพูดจนอาหารเหลือแบะแบน 30 ปี ที่อู๋ไม่ได้เจอเพื่อนๆ (คือเพื่อนๆ เค้าเจอกันนานๆ ครั้ง หรือบ่อยๆ ครั้งก็มี) ประทับใจ ชื่นใจมากๆ โปรดสังเกต...อู๋ “มหึมา” มาก 55555

page-513

ลูกๆ ได้ไปเล่นสงกรานต์กันอย่างสนุกสนานเหลือเกิน ไม่ได้ไปไหนกันไกลหรอกค่ะ เพราะแถวๆ บ้าน (โชคชัย 4) ก็เล่นกันครึกโครมไม่แพ้ที่ไหนๆ เพลงกระหึ่มติ๊ดชึ่งสุดๆ เด็กๆ เต้นกันอย่างเมามันส์ มีรูปที่ถ่ายจากทีวีด้วย เป็นรูปจากมุมสูงที่เค้าถ่ายจากแถวๆ หน้าบ้าน จะเห็นว่าการจารจรอัมพาตไปเลย คนเดินกันให้ขวัก น่าสนุกจริงๆ แต่ไม่ยักอยากไปเล่นกะเค้า ดีว่ามีคุณพี่เขย ไปนั่งเฝ้าไอ้ตัวเล็ก แล้วก็หลานชายเป็นบัดดี้พาน้องรอมเล่นน้ำ

page-515

มีอยู่วันเพื่อนจินมารับคุณอู๋กับลูกหลานไปแต๊ดแตร๋กันที่พัทยาหน่อยนึง ก็สนุกดี ไอ้ตี้ได้ลงทะเลไทยหน่อยนึง ดูเหมือนว่าไม่ประทับใจเท่าไหร่ 555 หลบมาเล่นทรายซะเนี่ย

page-517

รูปรวมมิตรสงกรานต์ ที่ประทับใจสุดๆ ก็เจ๊หนวดซอยภาวนา แกตั้งแพลตฟอร์มส่วนตัว (จริงๆ เห็นอยู่หลายอันแต่ว่างปล่าว) ผ่านไปมาหลายรอบ เห็นแกเต้นอยู่อย่างนั้นถ่ายรูปไม่ได้ซักที สุดท้ายก็ได้มาก่อนสงกรานต์เลิก คนอาไร๊.... โคตรน่ารักเลย ใจรักจริงๆ 5555 นอกนั้นก็เป็นรูปสงกรานต์ที่พัทยาเป็นส่วนใหญ่ เห็นไอ้พวกชาวตะวันออกกลางซะเยอะ และเล่นไปไพ้พ์ฉีดน้ำกัน รูปที่ถ่ายมาได้ก็คือถ่ายในรถเลยมัวซัวไปหน่อย เห็นเค้าเล่นกันสนุกมาก แถมมีหนูๆ น้องเล่นเป็นเพื่อน เปิดเพลงกันดังลั่น แด๊นซ์กระจาย น่าสนุกจริงๆ ป้าแก่ได้แต่ดู 555

page-516

กลับเมืองไทยเที่ยวนี้ กินๆๆๆๆ แต่ไม่รู้สึกสะใจ นึกไม่ออกว่าอยากกินอะไรเป็นพิเศษ ดูเหมือนจะกินอาหารไอ้ยุ่นหลายมื้อกว่าอย่างอื่น ไม่ได้กินเตี๋ยวเรือที่อยากเหลือเกิน แต่ได้กินมะขามเทศด้วย 555 ของโปรดที่คนรอบข้างเกลียด เลยไม่มีใครแย่ง ส่วนทุเรียนก็ไม่มีใครแย่ง...เพราะชาวเบาหวานไม่บังอาจ 555 สบายอู๋ไปเลย ก็อย่างที่แซ่บๆ กันดีอยู่แล้ว ว่าทดเองก็เป็นคนอ่อนหวานเหมือนกัน (เบาหวานแหละ) แต่ยอมตาย 555 เพราะอดอยากมานาน (ขนาดอดอยากยังตัวเท่านี้ 5555) งานนี้ไม่พลาดขนมหวานๆ จาก ดิโอลด์สยาม หาบมากันบานเบอะ โซ้ยอยู่คนเดียว ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียนอีกหลายรอบ โอเลี้ยงๆๆๆๆๆๆๆๆ งานนี้ไม่กล้าเจาะเลือดเลยแหละ มิเต้อร์ระเบิดแน่นอน 5555 ไปเมืองไทยเที่ยวนี้ กินอะไรก็ไม่ประทับใจเช่นเคย เป็นเพราะแก่ลง หรือแก่ขึ้นวะ 555 ผ่านโลกมาเยอะ อะไรดู “งั้นๆ” ดูแฟนซี “ลุ๊ค” เป็นหลัก ปลอม ปรุงแต่งกันมากเกินจำเป็น อาหารหวาน ขนมขะต้ม โดยเฉพาะพวกมีกะทิก็พากันหยอดหยดวานิลาใส่ลงไป แหวะๆๆๆ

page-511

ได้ไปเรียนถ่ายรูปกับเพื่อนสุม ป้าแก่ 2 คน แก่กว่าใครเค้าเพื่อน แล้วก็กล้องจิ๋วกว่าใครเค้าอีกด้วย ทีมวิทยากรดี ได้ความรู้เพิ่มเยอะเชียว และได้เรียนกับเพื่อนที่ถูกคอกัน เลยสนุกสนานมากมาย ชอบๆๆ ตอนแรกอายเค้านะ เพราะทั้งชั้นเรียนมีแต่คนแบกค่อดพ่อค่อดแม่กล้องมากัน อิป้า 2 คน ก็แว๊ดไปหน่อยนึงว่า...ไหนว่าเป็นคลาสของบีกินเน่อร์ไง ...คุณครูบอก..หลังๆ มานี้พวกบีกินเน่อร์ใช่แต่ไอ้กล้องยักษ์ๆ กันขอรับ กล้องจิ๋วก็เรียนกับเค้าได้ไม่เขอะเขินแน่นอนขอรับ.. ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่ด้วยที่เซ่อๆ บ้าๆ ห่วงคุยกันซะมาก ก็เลยตั้งใจเรียนแค่ 70-80% ได้แค่นั้นก็เกินคุ้มแระ 5555 เป็นคนมักน้อยค่ะ แล้วอาหารกลางวัน ค๊อฟฟี่เบรค โรงแรมจิ๋วๆ นั่นถือว่าพอใช้ได้เลยนะ สรุปว่าหลังจากไปเล่าเรียนมา...ตอนนี้ก็ทำได้ดีกว่าที่เคย point & shoot เยอะเชียวแหละ ฝีมือล้นกล้องเล้ยยยย... 5555 อย่าให้เซดเชียว 5555 ฝีมือพัฒนาขึ้นเยอะ แต่อุปกรณ์เหมียนเดิม รูปที่ได้ก็อย่างที่เห็นนี่แหละ 555 ถึงจะไปร่ำเรียนมาแล้ว..ก็ยัง..รำไม่ดีโทษปีโทษกลอง..เหมือนเดิม 55555

page-514

อาการที่เทืองไทย (ช่วงที่ไป) ร้อนมากกกกกกกก.... เหงื่อสาดทั้งวัน อาบน้ำก็ไม่ชื่นใจ อิรอมเอาตัวรอดไปเปิดแอร์อยู่บนเกลือบตลอดเวลา ลูกๆ (รวมทั้งอิแม่มันด้วยแหละ) โดนยุงคุกคาม แขนขาลายเน่าเฟะไปตามๆ กัน เอารูปลูกๆ กับครอบครัวช่วงที่อยู่ที่กรุงเทพมาแปะให้ดูกัน รูปฝอยไปนิด คือรูปมันเยอะมาก 555 โอ้ย…คิดถึงจังเลย… ไอ้ตี้โดนคุณยายจับตัดผม แต่ทำไม่สำเร็จ 55 มันก็อยู่แบบแหว่งๆ ไป 2-3 วัน สุดท้ายพี่ปลื้มเอามันเข้าร้านตัดผมสำเร็จ

page-518

คืนก่อนที่จะกลับมีสะไพ้... เพื่อนสมัยวัยเด็กเล็กมาเยี่ยมหา ตะบึงขับรถมาจากโคราชโน่น ประทับใจเพื่อน “หลอลี่” ของอิชั้นจริงๆ เพื่อนเลิ้บเพื่อนเกลอคนนี้โดนอิชั้นเอาเสียมสับนิ้วมันเกือบขาดเชียวนะคะ จำไม่ได้ว่าเล่นอะไรกัน แต่ต้องเอาเสียมจิ้วๆ หมุนๆ ขุดดินเป็นรูกลมๆ ไอ้หลอก็ชั้ไปชี้มา จะเอาตรงไหนก็ไม่เอาซะที อิชั้นก็สับโช๊ะเข้าให้ ตอนทดเป็นเด็กๆ โหดมากค่ะ แม่ยังเสริมว่าอิชั้นชอบรังแกคนใช้เป็นงานหลักด้วย 5555 ไปกรุงเทพเที่ยวนี้ไม่ได้เจอเพื่อนรุ่นโตเลย ทั้งๆ ที่อยู่กรุงเทพฯ กันทุกคน แต่ด้วยสถานการณ์บ้านเมือง การจราจร เวลาและความไม่สะดวกตรงกัน ฯลฯ เสียดายจังเลย ปีหน้าฟ้าใหม่ถ้าได้ไปอีก (เมื่อมีตังค์ง่ะ) คงได้ไปช่วงลูกปิดเทอม ไม่พาลูกโดดโรงเรียนไปเล่นสงกรานต์แบบนี้อีกแล้ว รีบเกิ้นนนนน... เหนื่อยว่ะ หรือถ้าถูกล๊อตโต้ก็จะเอาหน้าบานๆ ตัวอ้วนๆ บินชั้นหนึ่งไปเยี่ยมหาเพื่อนๆ ให้เบื่อขี้หน้ากันเลยทีเดียว 5555

page-519

ได้ไปทำ Fish Spa มาด้วย แหวะๆๆๆๆๆๆๆ แต่ก็ทำไปแบบ once in lifetime 5555 พอเห็นร้านก็ส่งสัญญานบอกลูกว่าลองปะ อิรอมพยักหน้าตกลง แม่มันก็ไปสอบถามได้ความว่า 20 นาที 120 บาท จัดการล้างตรีน แล้วโดดลงไปเลย อิรอมเกิด “แหยง” ไม่ยอมลง อิแม่มันโดนปลา 800 ตัวรุมคนเดียวเลย ไอ้ตี้แทบตาย ร้องซะร้านเค้าแทบแตก กลัวปลากินแม่มันตาย ร้องให้แม่ออกมาจากแท๊งค์ 555 ผ่านไปพักใหญ่ๆ พูดหว่านล้อมจนลูกยอมลงบ่อมาด้วย ปลามันก็แบ่งๆ ไปรุมทึ้งอีกรอม 5555 อยากจะบอกว่ามัน สยึมกึ๋ย… ไสหยืด… มากกกกกกกกก… แต่ไม่กล้าโชว์ความ “แหยง” ให้ลูกเห็น มันไม่ใช้ความเจ็บปวดแต่มัน อูย…จึ๊กกะดึ๋ย…แหวะๆๆๆๆ ไม่ทันหมดเวลาหรอก..พากันโดดออกมาเลย เท้าก็ดูสะอาดดี แต่ไม่เอาอีกแล้ว ไปทำเล็บตามร้านยังไม่ชอบเลย 555 เพราะดูรวมๆ แล้วไม่น่าจะไฮยีนเลย ตีนใครบ้างก็ไม่รู้ แหงะ แถมตอนที่โดดลงไปก็ไม่ดูตาม้าตาเรือ เจือกโดดตูมลงไปในแท๊งค์ที่ปลาตัวใหญ่ที่สุด เค้ามีปลาต่างไซ้ส์ในแต่ละอ่าง เด็กที่ร้านบอก…ลูกค้าประจำชอบปลาตัวใหญ่…เพราะดูดแรงดี เฮ้ยยยย…… แจ๊คพอตเลย 5555

page-520

ไปแระ จะพยายามมาอั๊พให้บ่อยๆ ค่ะ รูปเป็นกะบุง เดี๋ยวไปผ่าตัดตกแต่งแล้วจะเอามาเล่าเรื่องสู่กันฟังค่ะ บายฟอร์นาวค่ะ

My basic principle is that you don't make decisions because they are easy;

you don't make them because they are cheap;

you don't make them because they're popular;

you make them because they're right.

OLL-03

Tuesday, April 7, 2009

Jury Summons & ของฝากจากเมืองไทย

ส่งมาอีกแล้ว ส่งมาได้ทุกปี เบื่อๆๆๆๆ ก็ต้องให้ “แต-หลอ” กาช่องที่ว่า…I do not have sufficient of the English Language. ทุกที 5555 จะให้ไปเป็น jury ได้ไง รู้ตัวดีว่าเป็นคนที่ค่อนข้าง emotional และหาความยุติธรรมในใจหรือนอกใจก็ไม่มี ไม่ใช่เปาบุ้นจิ้นกลับชาติมาเกิดนิ ขนาดลูกตีกันยังเข้าข้างได้ตัวเล็ก ตะล๊อดดดดด…. 5555 เดี๋ยวต้องรีบเมล์ไป จะได้ไม่ต้องโดนทั้งปำทั้งจับ ทั้งปรับทั้งจำ 5555 (ถ้าทั้งจับทั้งปล้ำ…ก็ต้องโชว์แม่ไม้มวยไทยกันหน่อย 555)

จริงๆ การที่จะได้ทำ jury duty ก็ต้องถูกเรียกไปแบบนี้แหละ ไปให้เค้าสัมภาษณ์ก่อน ก็ไปรอหมดวี่หมดวัน เค้าก็ต้องเลือกคนที่เหมาะสม แต่ถ้าได้รับหมายแล้วไม่ไปตามนัด ไม่ชี้แจงข้อขัดข้องที่ยอมรับได้ ก็ถือว่าทำผิด กม. จะมาโกหกว่าไม่ว่าง ไป ตจว. ทำงาน-ลาไม่ได้ นั่นไม่ได้เลย เพราะนายจ้างต้องให้ลูกจ้างลาไปรายงานตัว มีธุระจะเดินทางไปโน่นนี่ ก็ไม่ได้ เพราะเค้าส่งหมายมานิมนต์ไปเนี่ย..เค้าให้เวลาร่วมเดือนหรือเดือนกว่าๆ ก่อนที่จะถึงวันนัด ถ้าป่วยไข้ไม่สบายก้ต้องแบบนอนโรงบาลเลยนะ…ถึงจะรอด สำหรับอิชั้นทางออกที่ดี อีซี่และปลอดภัย คือ ภาษาอังกิดช้านไม่ดี๊ ไม่ดี ปล่อยชั้นไปเหอะ 5555 จริงภาษาอังกฤษของอิชั้นมันก็พอใช้ได้ แต่ไม่ได้เลิศเลอเพอร์เฟ๊คแบบมาเต้อร์ทัง เพราะไม่ใช่ภาค่อตพ่อค่อตแม่อิชั้น แต่ด่าฝาหรั่งได้ละกัน 555 คนที่ถูกเลือก… ก็ต้องไปร่วมพิจารณาคดีความ เป็นหลายๆ วัน ถึงหลายๆ สัปดาห์เลยแหละ หลวงเค้าก็จ่ายชดเชยค่าแรงค่าจ้างให้…คิดกันยังไงก็ไม่ทราบ ไม่มีประสบการณ์ ก็แค่มาเล่าสู่กันฟัง กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

Jury-01

วันนี้ได้รับของที่เพื่อนเลิ้บ-สุมนา เอามาฝากจากเมืองไทย และของบางอย่างที่ฝากซื้อ (พวกยาหยูกนั่น) ต้องขอบคุณทั้งป้าแม้ว น้องจี้ด และน้องป๊อบ ที่เป็นธุระจัดการให้แถมฝากของมาอีกพะเรอ ขอบคุณค่าคุณๆ ขอให้เจริญๆ นะคะ 555 รูปก้อนนี้ก็เป็นกระเป๋ารักษ์โลกจาก DSM นิวเนมของโรวิไทย แล้วก็ CDR 20 หลอด (ของ Bayer หรอกนิ นึกว่า Roche มาตลอด 555) แก่แล้วไงต้องเพิ่มวิตามินซะหน่อย ซ่อมแซมส่วนที่สึกๆๆๆ แต่ยังไม่หลอ..นะจะบอกให้ เก๊กฮวย “หังโจว” ของโปรดของอีรอมเค้า ถุงร้อนกับถุงเสื้อกล้าม (ฝรั่งตะลึงมากมายกับไอ้ถุงเสื้อกล้ามเนี่ย 555) ส่วนยาแก้อักเสบชนิดที่มัน universal ทั้งของผู้ใหญ่และเด็ก เป็นยาคุณภาพ premium และราคา supreme อย่างแรงในอเมริกา คือหมอๆ ไม่อยากจ่ายเพราะราคาแพงและหลายๆ บริษัทประกันไม่คัฟเว่อร์จ้า (คุณหมอคนไทยที่รู้จักกันดี-บอกมาแบบนั้น) ยาราคาประมา 500 บาท ที่นี่ก็ประมาณ 500 เหรียญ ถ้าประกันคัฟเว่อร์ 80% co-pay 20% ก็ 100 เหรียญ เชียวนะคะ เพราะฉะนั้นต้องมีติดบ้าน เวลาไปหาหมอ-ถ้าหมอจ่ายยาแก้อักเสบก็ไม่ต้องเอาใบสั่งยาไปซื้อยา หมออู๋-ก็จะจัดการดูแลสมาชิกในครอบครัวซะเอง

ไอ้ยาใส่แผลให้แสบๆ ทิงเจอร์ Merthiolate กับ Betadine ที่ไม่แสบนั่น ต้องมีติดบ้าน (ป้าแม้วส่งมาให้ทาแสบๆ แสบแบบพี่แม้วเลยนิ 555) ส่วน SP กับ Easy 25 K นั่น กะว่าจะทำขนมอบให้สะใจ ไอ้ Rock Dildo นั่น 55555 ขอขำก่อน ไอ้สุมเล่าให้ฟังว่าโดนค้นกระเป๋าด้วย แล้วไอ้ ตม. มันลากไส้เอาของออกมาหมดรวมทั้งสากกะเบือหินอันนี้ด้วย น่าสงสารเพื่อนจัง 5555 มันคงแอบเอาไป กร๊ากกกก… ลับหลังกัน… Soft-spoken Thai lady with the Rocky Dildo 5555 ก็เคยบ่นๆๆๆๆ ว่าสากหินที่มีอยู่ ไอ้ตี้เอาไปโยนเล่นตั้งแต่ซื้อมาใหม่ๆ หักครึ่งเป็น 2 ท่อนเลย ต้องเอากาวช้างมาต่อไว้ เล่าให้เพื่อนสุมฟังอยู่บ่อยๆ มันเลยซื้อมาฝากซะให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แต๊งส์หลายๆ นะเพื่อน

page-351

กิ๊บหู จ้า กิ๊บหู ที่อีรอมเค้าอยากได้มากกกกกก พอแกะกล่องออกมา อีมี่ก็เป็นบ้าเลย ติดคู่โน้นคู่นี้ ดีใจแบบกรี๊ดๆ เห็นน้าสุมบอก เค้ามีกี่แบบลากซื้อมาทุกแบบเลย พอมันเห็นตุ้มหู ก็เป็นบ้าอีก มันคงหูเน่าวันนี้เลย เพราะถอดเข้าถอดออกอยู่นั่น ส่วนไอ้ตุ๊กตาไฟกระพริบห้อยโทรศัพท์นั่น น่ารักดี ไม่อยากเอามาใช้เลยแหละ กลัวมันถ่านหมด หน้าตาเหมือนฝูงพวงกุญแจที่แม่จ๋าซื้อให้ไอ้ดีเลย แต่ตอนนี้หัวขาดหมดแล้ว 555 กลัวอีนังพวกนี้หัวขาดจัง แล้วก็มีทองคำเปลวที่พี่แม้วซื้อให้ 2 ห่อ ทีหลังฝากสร้อยคอทองคำ ก็จะเริ่ดนะพี่นะ 555 (ว่าจะเอาไว้แปะขนมเก๋ๆ น่ะ จริงๆ แล้วมันกินได้มั๊ยเนี่ย) ส่วนเครื่องประทินฟามงามนั่น เพื่อนๆ ซื้อมาฝากเพราะกลัวเพื่อนอู๋ตกกระแส บีบีครีมและแป้งไดม่อนมิสทีนที่ฮิตแรงมาก 555 และรีฟิวแป้ง Dior ด้วย-ทากันไป 3 ปี ไม่ต้องซื้อแป้งเลย ส่วนไอ้พวงกุญแจโครเชต์ตุ๊กตาหน้าหมวยนั่น อีมี่ก็ปี๊ดๆ เพราะชอบเจ้าการ์ตูนหมวยตัวนี้อยู่ ทึกทักเอาว่าหน้าเหมือนตัวเอง แต่แม่ยึดมาก่อน 555 เพราะน่ารักดี ไอ้ตะขอห่วงแขวนผ้านั่น เพื่อนสุมแบ่งมาให้ใช้ เลยได้ไอเดียกิ๊บเก๋หลายอย่าง อย่างนึงคือเอาไว้ตากแปรงแต่งหน้า ไม่รู้จะเวิร์คหรือปล่าว แต่มีไอเดียวิไลเสมอ นะ สิบอกไห่

page-352

ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคน มากๆ เด้อ ถ้าได้กลับเมืองไทยเมื่อไหร่จะไปสมนาคุณอย่างแรง รอกัน “เงกกกกก….” ไปก่อนนะ เพราะไม่รู้เมื่อไหร่จะมีตังค์ซื้อตั๋วเรือบินขี่ไปเยี่ยมครอบครัวและเพื่อนๆ ที่เมืองไทย 555

เพลงของเพื่อนรัก

เมื่อตอนเรียนตรี อิชั้นมีเพื่อนสนิทมากๆ อยู่ไม่กี่คนหรอกค่ะ แต่คนนึงที่สนิทมากมาย นั่งเรียนติดกันมาตลอด คุยกัน เบรคด้วยกัน เลือกลงเรียนเหมือนกันตลอด แต่ไม่ได้ไปไหนด้วยกันนอกมหาวิทยาลัยตลอดเวลาหรอกค่ะ นานๆ ครั้ง เพราะฐานะความเป็นอยู่เราต่างกันแบบ… แบบไหนดีฟระ เอาเป็นว่าเธอรวยมาก มาก เป็นคนมีชื่อเสียงในแวดวงไฮโซฟ้าเมืองไทย (ที่บ้านมันบรรดา แม่บ้าน คนสวน คนรถทั้งหลายมียูนิฟอร์มน่ะค่ะ 5555 เหมือนละครน้ำเน่าที่ดูๆ กันเลยค่ะ 555) ดิฉันไปบ้านมันไม่กี่ครั้งหรอกค่ะ ไปแล้วมันแปลกๆ เพราะมันเหมือนเจ้าหญิง แล้วคนในบ้าน “ทรีต” เราเหมือนเพื่อนเจ้าหญิง พินอบพิเทา 555 ไม่คุ้นเคยอย่างแรง อิชั้นเป็นแค่เพียงคุณหนูบ้านนอก (เด็ดพ่อของอิชั้นเป็นข้าร้าชการชั้นผู้ใหญ่ แต่อยู่ต่างจังหวัดมาตลอด การเป็น “ลูกสาวทั่น” ที่ต่างจังหวัดมันก็งั้นๆ ดูยิ่งใหญ่เฉพาะในสายตาคนที่รู้จัก “ทั่น” เฉพาะต่อหน้าเท่านั้นเอง 5555 แต่ก็ภูมิใจนะ ที่ได้เป็นลูกพ่อและเป็นคุณหนูบ้านนอกอยู่เสี้ยวนึงของชีวิต พอพ่อเกษียณ และ ตาย อะไรๆ ก็จบ 555 ตามกฏธรรมดาโลก รับได้ 5555)


จะพูดเรื่องเพื่อนรัก ไหงพูดเรื่องตัวเองนิ กลับไปที่ฉากบ้านคุณเพื่อนของดิฉัน พอเข้าไปในห้องนอน ห้องโน้น ห้องนี้ ก็แบบต้องสะกดความตื่นตะลึงไว้ตลอด มันช่างหะรูหะรามากมาย ตอนที่เรียนอยู่มันได้ขึ้นปกนิตยสารชื่อดังหลายครั้ง ส่วนถ่ายแบบของดีไซเน่อร์ห้องเสื้อหรูนั่นนับครั้งไม่ถ้วน พอเราต่างเรียนจบ โอกาสที่จะเจอกันก็ลดน้อยลงแต่ก็โทรคุยกันบ้าง เพื่อน (คุณหนู) ของอิชั้น ได้กลายเป็นนางฟ้า (ตัวจริง) ขำกันจนแทบเยี่ยวราด เพราะอีคุณหนูซึ่งชีวิตจริงใช้อยู่นิ้วเดียว นิ้วชี้ ค่ะ นิ้วชี้ จิกกะบาลคนใช้ในบ้าน ได้กลายเป็น คี่ค่าบนนกเหล็กของสายการบินแห่งชาติ จากที่ได้คุยกันทางโทรศัพท์เท่านั้น ไม่ค่อยได้เห็นหน้าค่าตา (ตัวเป็นๆ) ของเพื่อนเลย มันก็โทรมาบอกให้ไปเอาของ (นอก) ที่ซื้อมาฝากหลายเที่ยวบินแล้วสะสมอยู่มากมายหลายชิ้น แต่ตอนนั้นอิชั้นทำงานโรงงานอยู่นวนครโน่น จะให้สะเด็ดมาสังสรรค์กับเพื่อนในกุงเต้บเมืองฟ้าอมรก็มีอันต้องพลาดอยู่เรื่อยๆ คือพลาดเจอเพื่อนเลิ้บเรื่อยมา แต่ก็ได้เห็นหน้าเธอตามแมกกาซีนไฮโซ และหนังสือพิมพ์อยู่เรื่อยๆ เพราะเธอเป็นคนสวย (และเป็นคนที่เววโนนด้วย) เลยจะเป็นคนที่สายการบินเลือกเอามาเป็นหน้าตาบริษัท แทบจะทุกงานพิธี จะได้เห็นมันยืนยิ้มแฉ่งถือดอกไม้ หรือ อัญเชิญดอกไม้ ล้า ลั๊น ลา You name it! มีข่าวสายการบินนั่นก็จะได้เห็นหน้าสวยๆ ของมันด้วยเสมอ

อยู่มาวันหนึ่ง ได้อ่านเจอ นสพ. ยักษ์ใหญ่ เจอว่าคุณเพื่อนอิชั้นกำลังเดทกับนักร้องแว่นกลมผมยาวหน้าตี๋ อิชั้นถึงกับ เอ๊ะ ได้ไง อารายว้า…. เพราะเพิ่งอ่านข่าวไม่นานก่อนนั้นว่าเธอกำลังมีแฟนเป็นคนสูงศักดิ์ (หลายชายหนึ่งเดียวของคุณหม่อม จุดๆๆๆ) ยังโทรเม้าแตกกันเล็กๆ คือการจะได้รู้ข่าวเพื่อน เห็นหน้าเพื่อนก็คือ ต้องพยายามไม่พลาดข่าวซุบซิบไฮโซ แต่ที่มาของน้กร้องแว่นกลมนั่น ฟังจากปากเธอแล้วขำกลิ้ง เหวอ เอ๋อ หน่อยๆ แถมแว่นกลมน่ะมีข่าวทำนองว่ามีเมียแต่งด้วยหรือไง จำไม่แม่น หรือเพิ่งเลิก หรือเพิ่งหย่านี่แหละ มันนานมาแล้ว ความจำสั้นค่ะ โปรดให้อภัย

แล้ววันที่ไม่เคยคิดว่าเกิดขึ้นก็คือ เพื่อนรักอีกคนโทรมาบอกว่า คุณหนูเพื่อนรักของอิชั้นนั้นได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ อาการโคม่าเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาลภูมิพลฯ (เป็นเจ้าหญิงอีกแระ) กลายเป็นว่าอิชั้นได้พบหน้าเพื่อนตัวเป็นๆ ก็ตอนที่เพื่อนรักไม่รู้สึกตัวเสียแล้ว หน้ามันยังสวย ไม่มีฟกช้ำ เล็บมือที่ทายังแดงงาม รอบล้อมไปได้พ่อแม่พี่น้องญาติโกโหติกาไฮโซ และสายระโยงระยางจากเครื่องช่วยชีวิต ได้ไปเยี่ยมเพื่อนแค่ครั้งเดียว เพราะตอนนั้นงานยุ่งแบบเรือหายเลย แต่ก็โทรคุยกับเพื่อนคนอื่นๆ ตลอด ใครไปเยี่ยมก็โทรมาอัพเดท มีฮือฮานิดหน่อยว่าเวลาไปเยี่ยมเพื่อนกลายเป็นโอกาสได้กระทบไหล่คนดังหลายวงการ ไม่ว่าตุ๊ดดีไซเน่อร์ระดับแนวหน้า หรือคนดังๆ จากค่ายเทปใหญ่ เพราะเค้ามาปรากฏตัวที่โรงพยาบาลกันตรึมแบบไม่ขาดสาย โดยเฉพาะตี๋แว่นกลมคนนั้น เฝ้าอยู่ที่นั่นแทบจะตลอดเวลา - สายรายงายมาแบบนั้น สายหรือกระสือสาย 555

หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ข่าวสลดใจว่าเพื่อนของฉันได้จากไปเสียแล้ว ฟังแล้วก็อึ้งๆ คราวนี้ก็ถึงเวลาต้องเตรียมตัวไปงานศพคุณเพื่อน ก็รู้อยู่แก่ใจว่าเป็นงานใหญ่ยักษ์ ก็ต้องทำตัวให้เหมาะนิ พอถึงวันงานก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ไม่ได้โฮแตกหรอก แต่มันเศร้าน่ะ ตอนนั้น วัยขนาดนั้น ก็ได้แต่คิดว่า เรียนจบ ต่างคนต่างก็ต้องทำงาน จะได้เจอกันทีแบบรวมรุ่นก็เวลาเพื่อนแต่งงาน หรือเลี้ยงรุ่น ไม่ได้เคยคิดว่าจะมาพร้อมหน้ากันที่งานศพเพื่อน สิ่งที่สะดุดตาในวันงาน นอกจากรูปใบหน้ายิ้มสวยๆ ของเพื่อนรักแล้ว (ขบวนดารานักร้องและบรรดาดีไซเน่อร์ดัง หรือไฮโซตู้เพชรทั้งหลายยังไม่โดดเด่นเท่า5555) คือ โลงศพของเพื่อนอิชั้น นอกจากดอกไม้ประดับตกแต่งงดงามตามประเพณีนิยมแล้ว ก็จะมีช่อกุหลาบแดงใหญ่มากกกก… แบบ 100 ดอกน่ะ เท่าจำนวนวันที่มีการสวดศพ คือไอ้แว่นกลมเอามาวางทุกวันน่ะ ตั้งแต่เหี่ยวไปจนถึงสดแข็งเป๊ะตามอายุของดอกไม้แหละ สังเกตได้ช่อไหนมาก่อนหลัง 555 นอกจากนั้นก็เป็นจดหมายรักจากไอ้แว่นกลมอีกเพียบ ไม่กล้าไปยืนอ่าน เพราะต้องเดินปาดหน้าท่านๆ แถวหน้าเค้า 5555 แต่ละฉบับยาวปื้ดดดด…. ส่วนไอ้แว่นกลมก็นั่งหน้าตูบอยู่แถวหน้าโดยมีเพื่อนๆ ร่วมข่ายคอยปลอบโยน เป็นว่างานศพจบลงแล้ว แต่วันนั้นชาวบ้านเต็มวัดแบบมืดฟ้ามัวดิน เพราะมาดูดารา 555 จริงๆ เศร้านะ ทำไมกรูเล่าแล้วขำๆ วะ

จากนั้นไม่นานเพลงๆ นึงก็ฮิตซะไม่มี ฮิตแบบลูกเล็กเด็กแดงร้องได้ ในผับ ในบาร์ เล่นกันคืนละหลายหน ถ้าฟังวิทยุในรถก็ได้ยินอย่างน้อยวันละ 30 รอบ ดูโทรทัศน์ก็ต้องฟัง ต้องดู ฮิตซ้า…. พอเค้าเอาไอ้แว่นกลมคนที่แต่งที่ร้องเพลงฮิตนั้นมาสัมภาษณ์ ไอ้แว่นกลมมันก็บอกว่า มันแต่งให้กับคนที่มันรักมาก รักที่สุด ซี่งได้จากไป แต่ไม่ได้บังอาจเอ่ยนามเพื่อนเลิ้บของอิชั้น หรือบอกว่าเป็นการจากของคนรักแบบไม่มีวันกลับ แค่กล่าวลอยๆ ว่าเป็นเพลงรักที่แต่งให้กับคนที่รักมากและไม่มีวันได้เจอกันอีก จริงๆ แล้ว อิชั้นก็ทึกทักเอาเองแหละว่ามันแต่ให้เพื่อนรักของชั้น 555 ตอนที่มันเดทกับเพื่อนอิชั้นให้เป็นที่สนุกสนานของคนข่าวซุบซิบได้มีอะไรเขียนแทบจะรายวันนั้นมันยาวนานไม่ถึง 2 เดือนด้วยมั๊ง เพิ่งเริ่ม มันเลยยังหวาดปี๊ดจี๊ดจ๊าด แบบ….เพียงคาดตาไปนิดจะคิดถึง ลึกและซึ้งเหลือแสนด้วยแหนหวง. . . 555

พล่ามมายาวยืดจริงๆ แล้วเพียงอยากจะบอกว่า เวลาได้ยินเพลงนั้น คิดถึงเพื่อนรักทุกทีเลย คงไปเกิดใหม่แล้วมั๊งเพื่อน ขอให้มีความสุขทุกชาติไปนะเพื่อนนะ แจ้ว-นววรรณ เพื่อนรักของชั้น