Showing posts with label Cooking. Show all posts
Showing posts with label Cooking. Show all posts

Friday, May 13, 2011

ของขวัญวันแม่ ถูกใจจริง..จริ๊งงงง…

“วันแม่” ผ่านไปหลายวันแล้วหล่ะค่ะ ปีนี้ก็เหมือนทุกๆ ปี ไม่มีอะไรแปลกใหม่ พ่อบ้านและลูกๆ พยายามจะเสิร์ฟอิชั้นด้วย Breakfast in Bed ตามทำเนียมของชาวไอ้กันเค้า อิชั้นเป็นคนนอนเช้า-ตื่นบ่าย วันนั้นนอนหลับเพลินไม่มีใครกวนแต่ต้องตกใจตื่น.. ไม่ใช่อาหารเช้ามาเสิร์ฟบนเตียงหรอกนะคะ แต่เป็นเสียงโครมคราม โช๊งเช๊ง โล๊งเล๊งจากในครัว อีพ่อบ้านกับลูกๆ ช่วยกันต้มกาแฟ เกิดล้น หกเลอะเทอะ อิชั้นต้องลุกไปดู ทุกคนร้อง ว๊าาาา…. ตื่นมาทำไม กำลังจะไปเซอร์ไพร้ส์ กลับกลายเป็นทำให้อิชั้นต้องโมโหแต่เช้า เก็บ เช็ด ทำสะอาดไป บ่นไป กองทัพถอยไปนั่งดูทีมีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มาช่วยเก็บทำสะอาดเลยค่ะ น่าโมโหจริงๆ สุดท้ายวันนั้นก็เลยต้องพากันไปทานเช้า (ตอนบ่ายๆ) นอกบ้าน แล้วไปซื้อกับข้าวกับปลากันต่อค่ะ

page-684

มาดูกันค่ะ ว่าอิชั้นได้อะไรบ้าง เราไม่มีของขวัญแฟนซีราคาแพงให้กันหรอกค่ะ เพราะจน ปีนี้ลูกๆ ซื้อชุดนอน (ชุดอยู่บ้า)ให้ค่ะหรือชุดมูมู่ (พ่อบ้านชอบเรียกอย่างนั้นค่ะ) ลูกๆ ซื้อให้แต่พ่อจ่ายเงินตามระเบียบ ส่วนทีรามิสุขี้เหร่ก้อนนี้พากันไปซื้อจาก French Baker เจ้าประจำ นั่งดูเค้กแล้วก็ อืมมมม…. จะทำอะไรให้มันปราณีตงดงามอีกนิดนึงก็ไม่ได้ จากที่เคยชื่นชมร้านนี้ว่าเค้กเค้าอร่อย แต่หลังๆ มาชักไม่เข้าท่า สงสัยต้องบอกสาราเลิกกันซะแล้ว

page-685

จากนั้นก็ไปช้อปของเข้าบ้านเข้าครัว สะต๊อปแรกเลยก็ที่ See’s Candy ร้านช๊อคโกแล๊ตของอิชั้น กล่องบนเป็นของหนูดีกับพ่อ Milk Almond ส่วนอิชั้นเหมาคนเดียว Blueberry Truffle กับ Raspberry Cream อย่างละครึ่งพาวนด์ สะต๊อปที่สองคือ Costco ซื้อน้ำแร่ วิตามินกัมมี่ต่างๆ Angus Burger ของไอ้ตี้ 4 กล่องเลย เกี๊ยวซ่า มะม่วง สตรอเบอรี่ สเปรย์กันแดด โฟมบอร์ดให้ลูกว่ายน้ำ ฯลฯ และ Sam-E อีก 2 กล่อง จากนั้นก็ไปแวะ World’s Market ซื้อป๊อกกี้ ขนมนิดๆ หน่อยๆ ให้ลูก ได้ grater ติดมือมา 1 อัน อิชั้นเอาไว้ไส ขูด ขิง เวลาทำกับข้าวค่ะ ขี้เกียจหั่นฝอย จริงๆ เป็นคนมีฝีมือเรื่องหั่นฝอย ซอยยิบนะคะ แต่ทำให้ลูกๆ กิน มันเขี่ยจนน่าโมโห ขูดใส่เลย กับข้าวหอมดี และเขี่ยไม่ได้ 555 อิชั้นแวะร้านนี้ประจำ (World’s Market) เพราะชอบไปซื้อขนมต่างๆ พอซื้อครบ $100.- ก็จะได้คูปองส่วนลด $10.- แผนการตลาดเค้าก็เวิ๊กแหละ 5555 อิชั้นติดกับเค้าตลอดเวลา

page-686

ร้านต่อมาคือ Marshalls อิชั้นแวะไปซื้อ “สปอร์ตบรา” ค่ะ หาสีที่มันเหมาะกับคนชราไม่เจอ ไอ้แอ๋นแต๋นมาเลย ราคาเต็มๆ ตัวละ $39.99 ลดแล้วเหลือ $15.00 ยี่ห้อเป็นที่ยอมรับ ใส่ได้ที่ 2 ด้าน (ใครจะรู้จะเห็นวะ 555 แต่ถ้าไม่ใส่สิเน๊าะ เค้ารู้กันโม้ดดดด….) เป็น Mid-Impact โลดโผนโจนทะยานได้ระดับนึง 555 คัพ C นะคะมิใช่คับใจ ร้านขายของแบบนี้มีหลายร้าน เช่น Ross, TJ Maxx และ Mashalls จะเป็นร้านขายของที่ตกรุ่น ไม่ครบไซ้ส์ ครบสี มาจากห้างใหญ่ๆ ค่ะ ของดีๆ สวยๆ ราคาถูกเยอะแยะ แต่ต้องมีเวลา เพราะเค้าแขวนไว้เป็นพรืดดดด… ไม่ได้เรียงเป็นหมู่เป็นพวกซะเป็นส่วนใหญ่ และจะดีมาก ถ้าไปช้อปแล้วไม่มีไอ้ตี้ไปด้วย 555 

page-689

รูปนี้และรูปต่อๆ ไป เป็นรูปข้าวของที่ไปซื้อมาเมื่อวีคเอนด์ก่อนๆๆๆๆ โน้น จำไม่ได้ ข้าวของที่ซื้อมาก็เดิมๆ พอหมดไปก็ซื้อมาเพิ่มค่ะ เชิญชมค่ะ

page-690

page-687

ไอ้ตัวทะโมนกับคิงคองรอมมี่และไอ้โทบี้เดอะแค้ตค่ะ

page-691

ม่ม่วงที่ซื้อมาจากรูปข้างบนโน้น อิชั้นก็มาทำข้าวเหนียมมูนแม่อู๋ อร่อยมากกกก…. 555 แต่บักม่วงเจือกเปรี้ยว เซ็งไปตามๆ กัน เพราะลูกๆ และพ่อบ้านชอบข้าวเหนียวมะม่วงค่ะ ไปซื้อเค้าก็แพงแล้วให้มัม่วงมาฝานึง ข้าวเหนียวก็หวานจนแสบ tood แล้วก็โชคดีไปได้ชะอมสดๆ มา 2 ถุง เลยทำชะอมทอดไข่ และมะเขือทอดไข่ด้วยค่ะ (เอามะเขือม่วงหั่นจิ๋วๆ แล้วคลุกกับไข่ลงทอดค่ะ) แล้วก็ตำน้ำพริกะปิเยอะแยะ เอาใส่ช่องฟรีซค่ะ ค่อยๆ แบ่งมาทาน เก็บไว้ได้นาน ที่ต้องแช่แข็งเพราะไม่มีใครทานด้วย จะตำทีละนิดละหน่อยก็ไม่เข้าท่า พอเวลาจะทาน…คืนก่อนหน้าก็เอาลงมาไว้ในช่องธรรมดา พอน้ำพริกละลายก็ตักออกใส่ถ้วยตามที่ต้องการ ที่เหลือก็เอาเก็บเข้าช่องฟรีซเหมือนเดิม ส่วนกระปุกฝาแดงนั่นเป็นน้ำปลาพริก+กระเทียมค่ะ ทำให้อร่อยเชียว เอาใส่ขวดแช่ตู้เย็น สะดวกดีค่ะ ท้ายสุดก็ผัดเนื้อน้ำมันหอย ดูสีจืดๆ แต่อร่อยมากค่ะ เด็กๆ และพ่อบ้านฟาดกันเรียบ

page-691

มาถึงของขวัญ (วันแม่) ชิ้นสำคัญจากพ่อบ้าน…ไอ้หนวดสุดที่รัก เตาอังโล่ใบเขื่องค่ะ 5555 อยากได้มานานมากกกก…. ฝากเพื่อนแต่ละคนให้ซื้อและแบกมาจากเมืองไทย ก็ไม่มีใครมีน้ำใจ 555 โม่หินก็ด้วย ใจร้ายใจดำกันจริ๊งงงง…. แต่อย่าฝากกรูนะ ไม่รับฝากเหมียนกัลล์ ไปเจอเตาอันนี้จากร้านคนลาว เล็งอยู่นานแต่ไม่ซื้อซักที แต่ก็ลืมไปแล้ว วันนั้นพ่อบ้านไปแวะ อิชั้นซื้อผักโน่นนี่เก็บข้าวของใส่ท้ายรถ อีพ่อบ้านบอก..เดี๋ยวไปซื้ออะไรดื่มนิดนึง ก็เลยนั่งรอในรถ สักพักรู้สึกได้ว่ารถ “ย้วบ” พร้อมกับเสียงโครม… พี่แกให้เด็กที่ร้านช่วยยกเตาใส่ท้ายรถค่ะ วันนั้นกลับถึงบ้านเลยชวนลูกๆ ไปเล่นหลังบ้าน ปิ้งลูกชิ้นกันค่ะ สนุกดี เป็นวันและช่วงเวลาดีๆ ในชีวิตอีกวันนึงค่ะ

IMG_3336-s

Life is what we make it,

always has been,

always will be.

Friday, April 29, 2011

แปะมือกันป่วย…หมอรวยตามเคย

ตลอดเดือนที่ผ่านมาอิชั้นกับลูกชายก๊อตตี้ผัดกันป่วย ลูกเอาเชื้อโรคมาฝากจากโรงเรียน เป็นหวัดไอจนตัวโก่งน่าสงสาร ไม่กี่วันต่อมาแม่ก็เป็นหวัด ไอ แบบหนักมาก ไอแบบเลือดออกมาเลย ไอจวนปวดท้อง ฉี่เล็ด ไอที่เจ็บซี่โครง ไอจนเหนื่อย นั่งร้องไห้เลยค่ะ พอลูกค่อยยังชั่วหน่อยนึงก็มาทวงเอาเชื้อโรคคืนจากแม่ ลูกป่วยงอมอีก มีช่วงนึงที่อิชั้นเป็นแบบหนักๆ นอนซมเลยก็ 4-5 วัน ต้องลากสังขารขับรถรับ-ส่งลูก กินยาเป็นตะกร้า หนูดีโตพอที่จะหากับข้าวกับปลากินเองได้ แล้วอาหารโฟรสเซ่นก็ซื้อไว้เต็มตู้เย็น แต่ไอ้ตัวเล็กสิคะ อิชั้นยังต้องไปหุงหา (บางที่ยังต้องป้อน) ขุนให้เสร็จๆ วันละ 2-3 ครั้ง ส่วนตัวเองช่วง 4-5 วันนั้น น้ำหนักหายไป 9 ปอนด์ ชอบจังเลย แต่ไม่ชอบตรงที่ป่วย พอฟื้นตัวมาหน่อยก็ฟาดทุกอย่างที่ขวางหน้า ได้คืนมาหมดทุกกิโลทุกขีดแล้วยังได้แถมมาอีกหน่อย

page-673สก๊อตตี้ที่โรงเรียนวัน Easter Party ค่ะ

ตอนกลางๆ เมษาก็พาพ่อบ้านไปโรงพยาบาลทำ colonoscopy ซึ่ง 2-3 วันก่อนหน้าก็ต้องมีการเตรียมตัว ล้างไส้ล้างพุง ห้ามกินโน่นกินนี่ ต้องดื่ม solution ที่รสชาติ “โคตรโหด” เป็นแกลลอน ตามเวลาที่เค้ากำหนดมา (เคยต้องดื่มไอ้โซลูชั่นนั่นตอนที่ผ่าตรูด จำได้ว่ารสชาติ so nasty กว่าจะหมดขวดแทบตายเลยค่ะ) อีกอย่างนึงที่น่ารำคาญมาก คือ ผู้ชายนะคะ จริงๆ แล้วใจเสาะ ขี้กลัว กว่าผู้หญิงเยอะเลย ('MythBusters' confirms whether women tolerate pain better than men.) กลัวๆๆๆ บ่นๆๆๆ ตลอดเวลาที่รู้ว่าต้องทำเทสต์อันนี้ (เกือบๆ 1 เดือน) พูด พล่าม บ่น สงสัย กังขา แพล่มๆๆๆๆๆ ตลอดเวลา เบื่อหน่ายมาก อิชั้นเหนื่อยหน่ายที่ต้อง “ฟัง” จนต้องตะหวาดแว๊ดกลับไปหลายหน กรู….ผ่าตรูด 2 ครั้ง ผ่าคลอด 2 หน แต่ละหนหมอผ่าขาดกลางครึ่งตัวเลย ไม่บ่นซักคำ แล้วก็ยังไม่ตาย แค่ต้องโดนหมอเอากล้องเสียบตรูด (ไม่ใช่กล้อง DSLR หรือ กล้องส่องดูดาวซะหน่อย 555) แถมเค้าให้ดมยาสลบด้วย โอ้ยยยย… เบื่อ ตอนนี้ค่อยสบายหูไปหน่อย เพราะจบไปแล้ว แต่ก็ต้องขับรถบริการอยู่ 2-3 วันหลังจากทำเสร็จ ตามหมอสั่ง ขนาดตัวเองป่วยๆ ก็ยังต้องทำหน้าที่ภรรยาที่ดี หรือ subservient wife (ฟระ) เพราะเบื่อไม่อยากบ่น ไม่อยากทะเลาะกับ whining old man อดทน นับถอยหลัง ให้มันจบๆ เสร็จๆ ซะทีจะได้สบายหู เฮ้อออ……

page-671พ่อหยุดอยู่บ้านบ่อยๆ เด็กๆ เลยได้ออกไปไหนๆ บ่อย Eat Out บ่อย และได้ของเล่นใหม่ๆ แทบทุกวัน

เอาวิธีปฏิบัติตัวก่อนทำ colonoscopy มาให้อ่านค่ะ ถ้าอยากอ่านแบบละเอียดมีให้อ่านเยอะเลย กูเกิ้ลคำว่า colonoscopy ดูค่ะ

How to Prepare for the Colonoscopy Test

You will need to completely cleanse your intestines. Your health care provider will give you instructions for doing this. This may include a combination of enemas, not eating solid foods for 2 or 3 days before the test, and taking laxatives. You will usually be told to stop taking aspirin, ibuprofen, naproxen, or other blood-thinning medications for several days before the test.

You will be asked to drink plenty of clear liquids for 1 - 3 days before the test. Examples of clear liquids are:

  • Clean coffee or tea
  • Fat-free bouillon or broth
  • Gelatin
  • Sports drinks
  • Strained fruit juices
  • Water

Unless otherwise instructed, continue taking any regularly prescribed medication. Stop taking iron medications a few weeks before the test, unless your health care provider tells you otherwise. Iron can produce a dark black stool, which makes the view inside the bowel less clear.

Outpatients must plan to have someone take them home after the test, because they will be woozy and unable to drive.

page-667ก๊อตตี้เน่าๆ หลังเลิกเรียน และเด็กๆ ที่ร้านว๊าฟเฟิ่ลแสนโปรด อยากทำว๊าฟเฟิ่ลได้เจ๋งๆ แบบนั้นจังเลย กรอบนอก-นุ่มใน ซื้อกลับมาแช่ตู่เย็น 3-4 วัน เออใส่เตาติ๊งแป๊บนึง ออกมากรอบนอก-นุ่มใน หอมเหมือนใหม่สดจากร้านเลยค่ะ

หลังจากทำส่องกล้องลำไส้ใหญ่เสร็จ อีกสัปดาห์ต่อมาพี่แกก็ต้องไปทำ biopsy ตับ คราวนี้ก็โวยวายติดต่อกันหลายวันไม่หยุดเหมือนเดิม เบื่อฟังมากๆ (ที่เอามานินทา ไม่ใช่ไม่รักนะคะ รักอยู่แล้วววว….. จะบ้าบอคอแตกก็ต้องรัก เพราะเป็นคนหาเลี้ยง 5555) ที่บ่นมากมายเพราะเค้าไม่ได้วางยาสลบ แต่จะฉีดยาให้ชาบริเวณที่จะถูกเจาะเท่านั้น หมอจะใช้เข็มเจาะรูที่พุงกะทิแล้วก็ทำพิธีทิ่มแล้วดูดตับออกมา 2 ชิ้น (หลอด) เพื่อไปตรวจ คิดดูเอาเถิดคุณๆ คะ ไอ้เครื่องมือก็จิ๋วนึง ไม่ใช่มีดอีโต้ คงไม่เอาตับออกมาจนไปทำตับหวานตับย่างรับทานได้หรอก อีตานี่ก็บ่น กลัวตาย ทำมห้อิชั้นต้อง bluff กลับไปว่า นี่ๆๆๆๆ แกๆๆๆๆ ช้านนน…ต้องทำ Amniocentesis ตั้งสองครั้งสองคราตอนท้อง ไม่สลบ ไม่ฉีดยาชา ทิ่มกันสดๆ เข็มเท่าเข็มฉีดฟาย ดูดเอาของเหลวออกมาหลอดเบ้อเริ่มเทิ่ม พอเสร็จปุ๊บ-ปิด “ปั๊ดเต้อ” กันน้ำรั่วซึมเสร็จ กลับบ้านได้ อีพ่อบ้านก็บ่นๆๆ ว่าไอ้ที่เราถูกกระทำน่ะเล็กน้อย แต่เค้าจะมาเอาชิ้นตับไปนี่เรื่องใหญ่ ก่อนทำต้องงดยาบางชนิดประมาณ 1 สัปดาห์ มีข้อปฎิบัติไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ พอทำเสร็จก็ห้ามขับรถเหมือนเดิม ลางานอยู่บ้านก่อน-หลัง procedure เพราะกลัวตาย+ขี้เกียจ และชักติดใจที่ไม่ต้องไปทำงาน 555 พอข้ามคืนก็บ่นว่าปวดท้อง หมออู๋จัดยาให้ก็หายดี แต่ก็ยังนั่งคลำ นอนคลำ เดินคลำ ไอ้ปั๊ดเต้อที่เค้าปิดรูที่ถูกเจาะตลอดเวลา แผลกะติ๊ดนึง ไม่ต้องเย็บเลย ใจเสาะจริงๆ

page-672พ่อบ้านทำหน้าเหมือนเมา ทั้งๆ ที่เป็นคนไม่ดูด ไม่ดื่ม พากันไปดินเน่อร์ร้านหะรูหะรานิดๆ แถว Tower District เพราะซื้อ Voucher ครึ่งราคาเก็บไว้หลายใบค่ะ ค๊อกเทลแก้วนั้นของอิชั้นค่ะ อร่อยและหนักหน่วงดี เอสคาโก้ และ Basque ซีฟู้ดส์ซุป ก็ของอิชั้นค่ะ ลูกๆ และพ่อบ้านกินอะไรกันบ้างก็ไม่รู้ แม่มันมาวววววว….. ป่วยแล้วเมา หลับลึกดีนักแล…

การที่ต้องเอาเนื้อตับไปตรวจ (จากที่อ่านๆ มาค่ะ ไม่ได้เป็นหมอเด้อค่ะเด้อ แต่อยากจะมาสรุปให้อ่านได้เข้าใจง่ายๆ ค่ะ) วิธีการจริงๆ คือ เข็มขนาดใหญ่จะแทงเอาเนื้อตับแล้วตูดออกมา แล้วตับเป็นอวัยวะเพียงอย่างเดียวของมนุษย์ที่ heal ตัวเอง และงอกออกมาคืนขนาดเท่าเดิมได้ แต่ไม่ใช่ตับเสียมากๆ ทั้งยวงแบบมะเร็งนะคะ อันนั้นหมอต้องตัดส่วนที่เสียทิ้งไป หากเหลืออยู่ไม่มากร่างกายก็ฟังชั่นก์ไม่ดี ไม่เหลือเนื้อตับดีๆ มากพอให้สร้างเนื้อตับขึ้นมาใหม่ ต้องขอบริจาคมา implant ต่อไป ส่วนคนที่ให้บริจาคตับ หมอก็จะตัดไปเท่าที่ไม่ทำร้ายระบบร่างกายของผู้บริจาค หลังจากพักฟื้นไม่กี่วันก็สามารถกลับไปดำเนินชีวิตตามปกติได้ ส่วนตับก็จะค่อบๆ ทำการเยียวยาแผลที่ถูกตัดและเจริญเนื้อตับออกมาจนเท่าเดิมได้ภายในไม่กี่เดือนค่ะ

page-669ก๊อตตี้ดื้อๆ ซนๆ ที่โรงพยาบาลตอนรอให้หมอล้วงตับพ่ออยู่ค่ะ ได้ Red Velvet Cupcake มาช่วยกู้ภัยลดความซนนิดนึงค่ะ

เอาวิธีปฏิบัติตัวก่อนทำ liver biopsy มาให้อ่านด้วยค่ะ ถ้าอยากอ่านแบบละเอียดมีให้อ่านเยอะเลย กูเกิ้ลคำว่า liver biopsy ดูค่ะ

How does a person prepare for a liver biopsy?

At least 1 week before a scheduled liver biopsy, patients should inform their doctor of all medications they are taking. Patients may be asked to temporarily stop taking medications that affect blood clotting or interact with sedatives, which are sometimes given during a liver biopsy.

Medications that may be restricted before and after a liver biopsy include

  • nonsteroidal anti-inflammatory drugs, such as aspirin, ibuprofen, and naproxen
  • blood thinners
  • high blood pressure medication
  • diabetes medications
  • antidepressants
  • antibiotics
  • asthma medications
  • dietary supplements

Prior to liver biopsy, blood will be drawn to determine its ability to clot. People with severe liver disease often have blood clotting problems that can increase the risk of bleeding after the procedure. A medicine given just before a liver biopsy, called clotting factor concentrates, reduces the risk of bleeding in patients with blood clotting abnormalities.

Patients who will be sedated should not eat or drink for 8 hours before the liver biopsy and should arrange a ride home, as driving is prohibited for 12 hours after the procedure. Mild sedation is sometimes used during liver biopsy to help patients stay relaxed. Unlike general anesthesia where patients are unconscious, patients can communicate while sedated but then often have no memory of the procedure. Sedatives are often given through an intravenous (IV) tube placed in a vein. The IV can also be used to give pain medication, if necessary, after the procedure.

liver-biopsy

หลังจากพ่อบ้านต้องเข้าออกโรงพยาบาลติดๆ กัน ต้องลางานอยู่บ้านหลายวัน มันช่างประหลาดๆ ค่ะ เพราะปกติพ่อบ้านใช้เวลาอยู่ที่ทำงานมากกว่าอยู่บ้าน พอพี่แกต้องมาเดินเกะกะเพ่นพ่านในบ้านติดต่อกันทีละหลายๆ วัน มันแปลกๆ จะทำอะไรก็ดูขัดหูขัดตาอิชั้นไปหมด เหมือนโดนปล้นพื้นที่ในบ้าน territory entrapment ทีวีก็แย่งกันดู หนีไปดูในห้องนอน ก็ตามไปเปลี่ยนช่อง นอนดูขวางโลก ให้หงุดหงิด แต่ไม่อยากอาละวาด พยายามบอกตัวเอง be happy นานๆ จะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมงติดกันหลายๆ วัน แต่.. แอร๊กกกกก…… ไม่ไหวค่ะ พอนึกอย่างมีเหตุผลแบบไม่เข้าข้างตัวเอง คำตอบคือ อิชั้นอาจจะกำลังถูก menopause attacks อะไรๆ เลยดูไม่ถูกใจไปหมด หงุดหงิดง่าย แล้วอิชั้นก็ป่วยๆๆๆ ไม่สบายเนื้อสบายตัว เลยพาลให้ไม่สบายใจ ปวดหัว ปวดตา ไม่อยากขับรถไกลๆ พอถึงเวลาต้องกลับไปทำงาน พี่แกก็โทรไปลางานเพิ่มอีก 2 วัน อ้าว..เว้ย..เฮ้ย..อารายว้าาาา……

page-670เด็กๆ เจริญอาหารที่ IHOP - International House of Pancakes แม่ไม่สบาย พ่ออยู่บ้าน โห่กันไป IHOP หลายหนเลยค่ะ เพราะเป็นช่วงที่ Kids Eat Free พอดี เลยราคาน่าร๊ากกกก……

พอพ่อบ้านหยุดอยู่บ้านในขณะที่ลูกๆ ไปโรงเรียน มันก็มีดีอยู่บ้าง คือ พ่อบ้านไปรับลูกๆ ให้ (แต่ไม่ยอมไปส่งให้หรอกนะคะ ให้อีตาคนนี้ตื่นเช้า เหมือนให้ไปตาย เผลอๆ มีศึก) ใช้ไปซื้อกับข้าวกับปลาได้บ้าง แค่นั้นจริงๆ 555 จากที่ตั้งใจจะมาบ่นเรื่องป่วยๆ ไข้ๆ กลายเป็นมานินทาพ่อบ้าน 555 แล้วก็เล่าเรื่อง “สะพรึง” เล็กๆ 555

page-675IHOP อีกแล้ว งานนี้ก๊อตตี้โดนพ่อดุเพราะซนและวุ่นวายเหลือเกิน ตอนนั่งอยู่กับแม่ยิ้มแย้มแป้นแล้นเชียว พอพ่อย้ายสลับไปนั่ง 555 ก๊อตตี้กินแพนเค้กเคล้าน้ำตา 55555 สมน้ำหน้ามากกกก…..

กลับมาที่อิชั้นกับลูกๆ งานนี้ buffy รอมมี่ ไม่ป่วยค่ะ มีขี้มูกยืดกับไอนิดหน่อย เมื่ออาทิตย์ก่อนอิชั้นก็เริ่มไออีก คราวนี้งอมหนักกว่าเดิม ทุกข์จริงๆ ค่ะ จัดหายากินเอง จนเชื้อโรคดื้อยาแหละ พอวันอาทิตย์ตื่นมาขี้ตาเกรอะกรัง แดงกล่ำ น่ากลัวมาก จัดการแล่นไปวอลมาร์ทซื้อยาหยอดตาสำหรับโรคตาแดง หมั่นหยอดทั้งวัน ก็ไม่ทุเลา เลยนึกถึงยาแก้อักเสบที่มีเก็บไว้ (ไม่ได้เอาออกมากินก่อนหน้านี้เพราะหวัดเกิดจากแบคทีเรีย กินไปก็เสียเปลาค่ะ) เอาออกมาจัดการซะ เผื่อจะช่วยเรื่องเชื้อโรคตาแดง-ตาอักเสบให้ทุเราได้บ้าง พอเช้าวันจันทร์ออกไปส่งลูกๆ ที่โรงเรียนเสร็จก็เลยไปโรลพยาบาลดพื่อทำนัดหมอ หมอก็คิวเต็ม เจ้าหน้าที่ก็บอกมานั่งรอ walk-in ละกัน (ไม่โทรไปทำนัดเพราะมีบทเรียนกับบริการหน้าเคาน์เต้อร์ รพ. นี้ “ห่วย+ขี้เกียจ+negligence” แบบได้โล่ห์ เยสๆๆๆ โอเค.. โอเค.. พอเรา show-up ไม่มีนัด-เนิ๊ดอะไรเลย ไปนั่งรอเงกแบบพวก walk-in เลยต้องไปทำนัดแบบ “ตาต่อตา” ค่ะ) เช้าวันอังคารก็บึ่งไปแต่เช้าหลังจากส่งลูกที่โรงเรียนเสร็จ โหยยยย….. คนเต็มเลย ทำใจไว้ก่อนเลยว่าต้องนั่งจนรากงอกแน่ เลยไปนั่งจอหน้าทีวี กะดูทีวีแห้เซ็ง แต่ผิดคาดรอไม่นานเลยค่ะ (30 นาทีได้) พอเข้าไปรอในห้องตรวจก็ไม่นานอีก ฟลุ๊คมากๆ น้องหมอ Karl ทักทายเหมือนเพื่อนสนิท ปึ๊งแฟ้มประวัติก็ไม่เอาเข้ามา ส่องจมูก คอ แหกหู แหกตา ตรวจแป๊บๆ ก็เสร็จ บอกว่าอิชั้นเป็น Allergy Attack แบบ servere จะมา อัลเลอ“จ้ง-จี้” อะไร กินยาภูมิแพ้ทุกวัน เฮ้อออออ….

page-674ช่วงที่แม่ไม่สบายนอนซม บางวีคเอนด์ก็ได้ Eva กับแฟนหนุ่มพาเด็กๆ ไปพาร์คมั่ง ไปเลคมั่ง ดีกว่านอนดูโทรทัศน์ทั้งวัน

มันต้องไม่ใครก็ใคร (บักหมอคาร์ลหรืออิชั้น) ที่ misdiagnosed พอเจอหมออิชั้นก็บอกแบบผู้ (อวด) รู้ว่า อิชั้นเป็น super bad cold & cough เป็นๆ หายๆ มากว่าเดือน พอเมื่อไม่กี่วันก็ดันเป็น pink eyes อีก อีหมอคานก็บอก ตายังแดงอยู่มาก แต่น่าจะไม่ใช่โรคตาชมพู 5555 ฝรั่งตั้งชื่อโรคได้น่ารักดีเน๊าะ เอายาไปหยอดละกัน แล้วอาการภูมิแพ้ก็น่าห่วงมาก เดี๋ยวให้พยาบาลมาฉีดยาให้นะ อยากให้เปลี่ยนยาแก้ภูมิแพ้เป็นแบบ super extremely strong allergy medicine นะ (โห…จะอะไรกันนักกันหนา ตอนนี้ก็กินยาวันละเป็นกำๆ คงจะต้องตายเพราะยาละมั๊งตรู ยังจะมาให้กินค่อตพ่อค่อตแม่ antihistamine เบื่อว่ะ) แล้วก็เปิดแน่บออกไป ซักพักพยาบาลเข้ามากับเข็มฉีดยา 1 หลอดในถาดเล็กๆ ก่อนจะฉีดก็ให้อิชั้นเซ็นยินยอมถึงรู้ว่าใน syringe เล็กๆ หลอดนั้นเป็น cocktail ของยา 2 ชนิด (จำชื่อไม่ได้ แหะๆ) พอพยาบาลบอกให้นอนคว่ำเพราะจะฉีดที่ก้น อิชั้นก็ถามไปว่ายาในหลอดนั้นมีอะไรที่เป็น sulfa group หรือปล่าว If “YES”… call ambulance, I need to go straight to ER pretty quick. เธอก็อึกอัก-ขอตัววิ่งไปถามหมอ พอกลับเข้ามาก็บอกว่าปลอดภัย Nothing is Sulfa! จัดการทิ่มฉึก จบ เสร็จ ได้ใบสั่งยา อีหมอคานโผล่หน้ามา Happy Mother’s Day, Bye! Oh….I need to see you in 2 months. I'll let the staff know you need be here for your follow-up appointment. Bye Darling! แว๊ก 555 มันเป็นตุ๊ดแหงๆ เลย ยิ่งเจอยิ่งตุ้งติ้ง 5555 น่าร๊ากกกกก……

page-666ยาที่ได้มาล๊อตล่าสุด กับกองยาที่ขนกินเข้าไป จริงๆ มีอีก 2-3 กล่องที่กินไปหมดไม่เหลือซากให้ถ่ายรูป NyQuil ที่เห็นในรูปเป็นขวดที่ 2 ถ้าถ่ายรูปตั้งๆ ก็จะเห็นได้ว่าเหลืออีกแค่ “กรึ๊บ” เดียว ยาอมหมดไป 3 กล่อง เปิดเครื่อง steam warm mist ทั้งวันทั้งคืน

พอออกจากโรงบาลก็แจ้นไป CVS ซื้อหายาตามใบสั่ง (ปกติต้องไปซื้อยาที่ Target เฟสโน่นู้นนนน…. แต่ป่วยหนักแล้วน้ำมันก็แพงโคตร เลยต้องไปซื้อที่ CVS ซึ่งอิชั้นเคยฟาดหัวฟาดหางไว้ที่นั่นอยู่หลายหน 555 เสียฟอร์มน่าดู แต่โชคดีที่พวกเทคนีเชี่ยนหน้าใหม่ๆ ทั้งหมดเลย) รออยู่ไม่นานก็ได้ยามา ทั้งๆ หมด 4 อย่าง จ่ายไป $74.79 มียากินแก้โรคภูมิแพ้ 30 เม็ด ยา Vicodin 30 เม็ด แล้วยาหยอดตา 2 ขวดจิ๋วๆ อันนึงเป็นยาแก้แพ้ อีกอันเป็นยาหยอดแก้ตาอักเสบ ยังไงวะ ไหนบอกว่าไม่ใช่ตาแดง แล้วจ่ายมาทำไมเนี่ย พวกหมอๆ ก็ต้อง “save their asses” เป็นธรรมดา คนไข้บ้านนี้เมืองนี้ก็เลยถูกรักษาแบบ over treatment ดีนะว่าไอ้ยานั่นหลอดไม่ถึง 2 เหรียญ คือประกันคัฟเว่อร์เกือบหมด แต่ไอ้ยาหยอดแก้แพ้นั่นหลอดตั้ง 22 เหรียญ (แค่ 20% ของราคาจริงนะคะ ฮึ่ม) ส่วนที่แพงที่สุดคือไวโคดีน (“ฝิ่น” ตามใบสั่งอย่างถูกกฏหมายของอิชั้น 555) 30 เม็ด $39.98 ถ้าเป็น generic ก็ประมาณ $4 for 30 tablets อิชั้นต้อง “เสพ” ยาตัวนี้ประมาณเดือนละ 5-6 เม็ด เวลาที่ปวดท้องปริศนา (ไม่มีหมอคนไหนหาสาเหตุเจอมากว่า 40 ปี 555 ถึงเรียกว่า “ปวดปริศนา” 555) ไอ้ 30 เม็ดที่ได้มา-อยู่ได้หลายเดือนค่ะ อิชั้นไม่ติดยานี้นะคะ แต่ยานี้ช่วยได้มากเวลาปวดปางตายแบบอิชั้น เคยใช้แบบ generic เพราะงก แต่มันไม่เห็นผล เหมือนกิน Tylenol ยังไงอย่างงั้น เวลากินยาตัวนี้เข้าไป พอยา kick ปุ๊บ จะรู้สึกแปลกๆ อธิบายยาก ง่วงๆ เหมือนอยู่ในวังวน twilight zone 5555 บางทีรู้สึกคลื่นไส้ ถ้านอนก็ “หลับปุ๋ย” สบายเชียวค่ะ ถ้ากินตอนขับรถ (อิชั้นทำบ่อยๆ เพราะความจำเป็น) อึ๋ย กึ๋ย น่ากลัวค่ะ เพราะเบลอๆ ลอยๆ เบาๆ แต่ไม่ยักง่วง จบเรื่องยาบ้าดีกว่า เดี๋ยวเพื่อนๆ จะอยากลอง 5555

Vicodin เป็นยาบรรเทาอาการปวด เป็นยาผสมระหว่าง ยาเสพติดที่ใช้บรรเทาอาการปวด (Narcotic analgesics) กับยาแก้ปวด ลดไข้ กลุ่ม Acetaminophen (Paracetamol) ยานี้มีคุณสมบัติ เมื่อใช้เป็นประจำ และบ่อยครั้ง จะทำให้ติดยา และต้องเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ โดยปกติ Vicodin ใช้เรียกแทนสาร Hydrocodone ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายฝิ่น (Opiate antagonist) มีสูตรทางเคมีคือ C18 H21 NO3 ในประเทศ สหรัฐอเมริกา จัดให้ สารนี้ เป็นสารควบคุม ตามกฎหมายของ Control Substance Act โดยจัดอยู่ในกลุ่มที่ 2 (Schedule II ) ซึ่งสารอื่นๆ ที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ morphine, cocaine, methamphetamine (ยาบ้า) และ Methadone เป็นต้น ซึ่งในประเทศไทย กำหนด ให้เป็นยาเสพติด ประเภท 2 (ประกาศกระทรวง สาธารณสุขฉบับที่ 135 พ.ศ. 2539) ในประเทศ สหรัฐอเมริกา การซื้อ vicodin ต้องใช้ ใบสั่งแพทย์ เพื่อให้มีการดูแล การใช้ อย่างใกล้ชิด แต่ พบว่ามีการขายอย่างแพร่หลายทาง e-commerce โดยมีชื่อการค้าต่างๆ กัน

http://www.dmsc.moph.go.th/chiangmai/hotissue04.htm

page-668วีคเอนด์ที่ค่อยยังชั่วก็ทอดกล้วยหอมให้ลูกผัวกินกันอร่อย เอา New York สเต๊กที่เหลือมาจาก Eat Out เอามา หั่น โยนใส่เตาติ๊ง แล้วทำยำเนื้อรสแซ่บทานกับพ่อบ้าน (ในรูปยังไม่ได้เอาไปอบค่ะ) ส่วนพ่อบ้านก็ทำสปาเก๊ตตี้มีทซ๊อส signature ของพี่แก ทำหม้อใหญ่เลย กินกันได้หลายวัน Meaty มากๆ ชามที่เห็นในรูปเป็นของอิชั้น ที่เลอะๆ เพราะเป็นรอบที่สอง ทานกับมะกอกดำ อืมมม….หย่อย

เลิกพูดเรื่องยาดีกว่า จากนี้ก็ภาวนาให้หายป่วยเร็วๆ ไม่สบายแบบนี้นานๆ มันเหนื่อยค่ะ และสงสารลูกด้วย เหมือนลูกๆ ถูกทิ้ง เวลาแม่ไม่สบายก็มานอนกองดูทีวีบนเตียงแม่ เลยจะพาลป่วยกันไป ป่วยกันมา ไม่มีวันจบ นี่กะว่าตาหายแดงซักนิดจะพาลูกๆ ไปว่ายน้ำค่ะ และอิชั้นจะกลับเข้า gym อย่างจริงๆ จังๆ เสียที เสียดายตังค์ค่าสมาชิกค่ะ ปีละหลายอยู่ (กลัวผัวด่าด้วย 5555 โน๊…โน่… ปล่าวกลัว ….เกรงใจคนจ่ายตังค์ตะหาก 5555)

All happy families resemble one another,

each unhappy family is unhappy in its own way.

2725626745_2a599f90c5

Sunday, April 24, 2011

Frugal Mama….มากินเนื้อราคาถูกกัน

ตอนนี้น้ำมันแพง อะไรๆ ก็แพงตามไปด้วย เมื่อวันก่อนไปจ่ายตลาด ยืนเลือกซื้อเนื้อวัว…ก็ได้แต่ถอนหายใจ เฮือกๆ ทำไมมันช่างแพงอย่างนี้ อย่าไปพูดถึงพวก premium cut หรือ เนื้อคุณภาพดีๆ ที่ลายพร้อย ราคาก็โหดแบบรับทานไม่ลง ปอนด์ละ 7-10 เหรียญเป็นอย่างต่ำ เค้ามีดีๆ เริ่ดๆ ออร์แกนิค (ด้วย 555) แพ๊คกะจ๊อยนึง 30-40 เหรียญ แหลกม่ายลง 555 วันนั้นก็เลยซื้อเนื้อ Round Eye Roast (เนื้อสะโพก) ซึ่งเหนียวหนึบ ไร้ไขมัน ส่วนมากเค้าจะเอามาปรุงอาหารที่ใช้เวลาปรุงนานๆ เพื่อให้เนื้อนุ่ม สุกแล้วเป็นริ้วๆ เส้นๆ ร่วนๆ ค่ะ ถ้าเอามาแกงมาผัดก็ต้องหั่นตัดลายเนื้อ & a little more love 555 มันจะได้ไม่เหนียว แพ๊คที่ซื้อ หนัก 5.44 ปอนด์ๆ ละ 3.99 ถือว่าถูกเพราะเราซื้อจากร้านค้าขายส่ง Costco ค่ะ (แอบเอาราคาเนื้อจาก butcher ทั่วๆ ไปมาให้ดูด้วยค่ะ)

Premium Lean Ground Beef..…..$4.99
Ground Round…………………..…..…$5.55
Stew Meat……………………….…..….$5.99
Minute Steaks………………..………..$5.99
Top Boneless Round Steak……….$5.99
Brisket…………………………….…..…..$5.99
Flank/Skirt Steak...……………….…$8.29
Chuck/Arm Roast…………………..…$5.59
Pikes Peak/Rump Roast……………$5.89
Sirloin Tip Roast………………….……$5.89
Inside Round Roast……………….…$5.89
KC Strip Roast……………………….…$8.79
Standing Rib Roast………………....$9.99
Kebob Meat………………………...…..$5.99
Sirloin Steak…………………………..…$7.49
Eye of Round Roast…………….…...$5.89
Ribeye Steak……………….…….....$12.99
T-bone Steak……………..…………..$14.39
K.C. Strip Steak………………..…...$12.49
Filet……………………………….………..$19.99
Short Ribs……………….……………....$3.10
Heart/Liver/Tongue….………...…..$2.99
Soup Bones……………..………..………$2.79

page-665

พอซื้อเนื้อมาแล้วก็เอามาล้างสะอาดตามปกติ ต้องโม้ก่อนเลยว่ามีดบ้านนี้คมแบบน้องๆ Scalpel เลย 555 ใครได้ มาจับ มาหั่น แล้วต๊กกะใจทุกราย ทำไมมีดบ้านนี้โค๊ม…คม (ไม่งั้นปั๋วจะหงอเหรอ ….พ่อบ้านเค้าเกรงใจอิชั้นตะหาก 555) เริ่มแรกก็ตัด เลาะ เอาผังผืด และไขมันที่เป็นปื้นๆ ออก แล้วหั่นเนื้อตามลายยาวๆ ของเนื้อค่ะ อิชั้นแบ่งใส่ถุงเอาไว้ 4 ชิ้นขนาดพอดีๆ เอาไว้ปิ้งย่างทำยำเนื้อค่ะ พอย่างแล้วเอามาหั่นก็จะได้หั่นตามขวางตัดลายเนื้อแบบฉับๆ ไปเลย จะได้เคี้ยวง่ายๆ ไม่เหนียวหนับ (เล็บเหลืองเพราะทาเล็บติดต่อกันเป็นเวลานาน แต่ไอ้เนื้อที่เหลืองๆ นั่นเป็นเพราะอะไรไม่รู้ค่ะ เชื้อแอนแทรกซ์มั๊ง 555555 มองตาเปล่าไม่เห็น แต่พอถ่ายรูปออกมา อึ๋ยยยย….)

page-663

จากนั้นก็หั่นพวกที่แบ่งไว้เป็นขนาดพอคำ ตามใจชอบ อิชั้นชอบหั่นบางๆ หนาซักประมาณ 1 กระเบียดกำลังดี ไม่หนา ไม่บางเกินไป ถ้าบางแบบ paper thin ก็ไม่อร่อย หนาไปก็จะเหนียว หั่นแบบนี้แล้วสามารถทำไปปรุงได้หลายอย่างค่ะ ทำผัดพริง แพนง แกงเขียวหวาน ผัดน้ำมันหอย ฯลฯ ทำได้สารพัด จากนั้นนำเนื้อที่หั่นไว้ทั้งหมดแบ่งใส่ถุง กะให้แต่ละถุงพอเหมาะกับการนำมาปรุงอาหารแต่ละครั้ง คราวนี้อิชั้นแบ่งได้ 4 ถุงๆ ละ 400 กรัม ถ้าเป็นหมูก็จะแบ่งเป็นถุงเล็กกว่านี้ค่ะ (ประมาณ 200 กรัมก็พอค่ะ) เพราะส่วนมากเอามาผัดผัก ซึ่งจะใช้ผักเยอะกว่าหมู แต่ทำไมพอจานเนื้อถึงต้องใส่เนื้อเยอะกว่า ใครตอบได้ช่วยตอบที คิดเอง-งงเอง 5555

page-664

จากนั้นก็เอาเนื้อที่หั่นและที่ตัดแบ่งไว้จัดเรียงเข้าฟรีซเซ่อร์ เก็บไว้ได้นาน อิชั้นเคยนำหมูเนื้อที่หั่นเก็บไว้ในฟรีซเซ่อร์นานกว่า 6 เดือน เอาออกมาปรุงอาหาร…รับทานได้ ไม่เหม็น ไม่สาป เนื้อยังสดดี และสะดวกทันใจเวลาจะทำกับข้าวมากค่ะ แค่คว้าออกมาจากช่องฟรีซ เท่าที่ต้องการใช้ 1-2 ถุงก็ว่ากันไป เอาจานรองใส่ไว้ในช่องธรรมดาค้างซัก 1-2 คืน ถ้าจะผัดก็เอามาหมักซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วปรุงรส พริกไทย น้ำตาล น้ำมันหอย ฯลฯ ตามชอบ อย่าลืมใส่น้ำมันพืชลงไปซัก 2 ช้อนนะคะ พอหมักแล้วเอาเข้าไปเก็บในตู้เย็นตามเดิม ทิ้งไว้ซัก 2-6 ชม. ก่อนผัด เนื้อจะนุ่ม อร่อย เชียวค่ะ

เอามะพร้าวห้าวมาขายสวน… “กันลืม” ค่ะ เผื่อว่าใครๆ ลืม “ทริ๊ก” ง่ายๆ ในครัวอันนี้ไปแล้ว

The end of an ox is beef,

and the end of a lie is grief.

Friday, December 3, 2010

ซี่โครงหมู กับ Spice Rack

เมื่อหลายวันก่อนได้โพสต์เกี่ยวกับเนื้อสัตว์ที่พ่อบ้านไปซื้อมาตอนที่เค้าลดราคา วันนี้ก็เลยเอารูปของโปรเจ็คต่อเนื่องมาให้ดูกันค่ะ เวลาจะเอาพวกเนื้อสัตว์ไปเข้าฟรีซเซ่อร์ก็ต้องมีการวางแผนนิดนึง เมื่อก่อน…ถ้าเป็นเนื้อก้อนๆ ชิ้นบึ้มๆ พอจะเอากลับออกมาใช้ ผัด แกง ทอด ก็ต้องรอให้มันละลายหายแข็งโป๊ก แล้วจึงตัด หั่น สับ เท่าที่ต้องการใช้ แล้วก็เอาไอ้ก้อนบึ้มที่เหลือโยนกลับเข้าฟรีซเซ่อร์อีก พอจะใช้อีกก็ทำเหมือนเดิมอีก มันช่างเสียเวลา… ยิ่งตอนหิวและรีบด่วน มันไม่ทันใจเอาเสียเลย จะใส่ไมโครเวฟเพื่อ “ดี-ฟรอสต์” มันก็จะไปทำให้ไอ้ส่วนที่ยังไม่ต้องการใช้กระทบกระเทือนไปด้วย ต่อๆ มา จากบทเรียนอิชั้นก็จะเอาเนื้อสัตว์ที่ได้มา ล้าง หั่น แยกเป็นถุงๆ ให้เพียงพอสำหรับการนำออกมาใช้แต่ละครั้ง ทำมาหลายปีแล้ว…สะดวก ทันใจ และดูเหมือนว่าจะถูกหลักอนามัยดีกว่า เชิญชมได้ที่นี่ค่ะ http://oohsworld.blogspot.com/2009/05/blog-post_13.html

ส่วนไอ้ซี่โครงหมูที่จะเอามาให้ชมนั้น พอล้าง หั่น เสร็จแล้ว ก็ไปจัดการตำกระเทียม พริกไทย รากผักชี โยนตะไคร้ซอยลงไปนิดนึงค่ะ โขลกให้ละเอียด คลุกด้วยซีอิ้วขาว น้ำตาลทรายแดง น้ำมันหอย ชอบแบบไหน ก็สาดๆ เครื่องปรุงรสใส่เข้าไป ไม่ได้ชั่งตวงวัดแต่อย่างใด อร่อยไม่อร่อยขึ้นอยู่กับ “ดวง” เหมือนกันนิ 5555 เมื่อจัดการหมักหมู ถู ทา ขยำ-ขยี้ จนพอใจ ก็เอาไปจัดการแพ๊คสูญญากาศ อิชั้นจะซีลปากถุงและก้นถุงอย่างน้อย 3 ทีเลยค่ะ กันรั่ว กันซึม กันหยดย้อย ใส่วันเดือนปีเกิดซะหน่อย ระบุชนิดของ specimen ซะด้วย เพราะแช่แข็งนานๆ แบบขังลืม… พอกลับมาดูอีกทีมันจะดูเหมือนๆ กัน ..เขียนไว้ซะ จะได้ไม่ต้องมา…อารายวะเนี่ย! 5555 …เคยทำแบบนี้เก็บแช่ไว้ข้ามปี พอเอาออกอบ…ก็ยังอร่อยค่ะ หมักแล้วแพ๊คแบบนี้..รสชาติใช้ได้เชียว…เพราะมันซึมเข้าเนื้อได้ดี

เวลานึกอยากทานเมื่อไหร่ จะทอด ปิ้ง อบ ก็ควักออกมาจัดการได้เลย หรือเอาแช่น้ำอุ่นๆ ทั้งถุงเลยซักแป๊บนึงก็ละลายแล้ว ไม่งั้นก็เอามาใส่ตู้เย็นช่องธรรมาดซัก 1 คืนให้ thawed ซะหน่อย ก่อนจะเอาไปทำให้สุก ที่อิชั้นชอบทำคือ อบค่ะ เปิดเตาอบ 375-400°F โยนเข้าไป 45 นาทีก็ทานได้แล้ว ระหว่างที่รอก็ไปถามสมาชิกในบ้านว่าอยากจะทานแบบไหน ไทยหรือฝรั่ง หรือลาวก็ว่ากันไป 5555 เอาน้ำจิ้มมั๊ย หรือถ้าเป็นฝรั่งก็หาเครื่องเคียงให้เข้าท่า แต่ที่ถูกรีเควสบ่อยสุดคือ ทานกับข้าวเหนียวค่ะ ข้าวเหนียวบ้านนี้ก็หุงอย่างง่ายดายและทันใจ หุงมันในหม้อข้าวเลย 15 นาทีก็เสร็จ ทำแบบนี้..แช่เก็บไว้เยอะๆ เวลาคิดอะไรไม่ออก ก็สะดวกดีค่ะ

page-594

มาดู spice ที่อิชั้นไปซื้อมาเพิ่มเมื่อก่อนที่จะทำอาหารวันแต๊งส์กีฟวิ่ง พอดีร้านที่ไปซื้อเค้ามีซื้อ 2 แถม 1 ก็เลยลากมาซะ 6 ขวด เลือกอยู่นั่น พยายามเลือกเครื่องเทศที่ใช้บ่อยๆ ไอ้ขวดที่เลเบ้วขาวนั่น คือ Sage ค่ะ ทุกขวดราคา 2.99 เหรียญ ที่มีอยู่ก่อนก็เยอะมาก เดี๋ยววันหลังเอามาถ่ายรูปประจาน 5555 ส่วนดินเน่อร์โรลหน้าตาน่ากินนั่น ฝีมือลูกสาวค่ะ อีหนูดี…อยากทำขนมอบมาก ตอนลูกทำก็ช่วยนิดหน่อย หน่วยก้านดีนะคะลูกอิชั้น ปกติก็อบเค้ก+คุ้กกี้จากกล่องกึ่งสำเร็จรูปเลี้ยงน้องและตัวเองรวมทั้งแม่ด้วยอยู่บ่อยๆ ค่ะ แต่คราวนี้กล้าหาญชาญชัยมาก ทำจาก scratch เลยค่ะ เปิดตำรา ชั่ง ตวง วัด ทำเลอะเทอะได้ยอดเยี่ยม ขนมปังดูดี สีสวย แต่มันหนักๆ ไปนิด เจ้าตัวทำหน้าผิดหวัง ก็ปลอบลูกไปว่า ทำครั้งแรกได้แบบนี้ก็เก่งมากแล้ว เดี๋ยวแม่ไปซื้อแป้งมาให้อีก กะว่าคราวหน้าจะสอนลูกทำหนมปังเนยสดซะหน่อยค่ะ

page-595

ProudMommy-01

Tuesday, May 25, 2010

เมนูทูเดย์ - ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ

ตั้งแต่มาอยู่บ้านนอกทำให้ต้องทำอาหารที่เชื่อว่าหลายๆ คนในเมืองไทยไม่เคยทำมาก่อนเลยในชีวิต จริงๆ นะคะ ไม่ได้โม้ เพราะอยู่ที่เมืองไทยหาอาหารอร่อยทานกันได้แสนง่าย ก๋วยเตี๋ยวมีสารพัด เตี๋ยวหมู เตี๋ยวเนื้อ เตี๋ยวเป็ด เตี๋ยวไก่ เตี๋ยวห้อยขา เตี๋ยวยกขา เตี๋ยวเรือ จารนัยไม่หมด เยอะแยะก๋วยเตี๋ยวจริงๆ มีเจ้าเด็ดๆ “พะ” ยี่ห้อ ว่ามี “เซียน” ได้มาชิมลิ้มลองว่าอร่อยเหาะ อยากกินหรู กินกระจอก กินห้องแอร์ กินข้างถนน กินโต้รุ่ง กินฟู้ดคอร์ท เชิญกันตามสะดวกจริงๆ นอกเหนือไปจากก๋วยเตี๋ยวก็ยังมีอาหารอื่นๆ อีกมากมาย อาหารไทย อาหารจานเดียว อาหารหลายจาน อาหารจานด่วน อาหารอิตาเลี่ยน สเต๊กเฮ้าส์ อาหารเจ อาหารเวียดนาม อาหารปิ้งย่าง ขนมนมเนย ฯลฯ สวรรค์ของนักกินจริงๆ

page-533รูปนี้ถ่ายบ่ายวันนี้เองตอนไปซื้อกับข้าว โปรดสังเกต อิรอมมีอวัยวะชิ้นที่ 33 ติดมือตลอด texting เพื่อนทุกๆ 5 วินาที น่าตื้บจริงๆ

ต่อๆๆๆๆๆ เมื่อตอนที่ยังอยู่เมืองไทยเรียกว่าได้รับทานอาหารมาหลายเกรด หลายระดับ อาหารหลายชนิด อาเจ็ก อาแปะข้างถนน ทำได้อร่อยเริ่ดกว่าร้านหรูๆ บางร้านก็ทั้งหรูนั่งเพลิน อาหารก็อร่อย ราคาไม่แพง ไกลแค่ไหนก็พากันดั้นด้นไป 5555 โค้งมาไกลเลย 555 จะบอกว่าอิชั้นทำอาหารพื้นๆ อาหารห้องแถวเลี้ยงลูกเป็นประจำ เล่าให้คุณหญิงแม่ฟังถึงกับตะลึง น้ำหน้าอย่างอิชั้นนี่น่ะนะ ทำข้าวมันไก่ ทำก๋วยเตี๋ยวหมู เพราะเด็ดแม่ของอิชั้นท่านยังไม่เคยทำเลย 5555 อยากทานก็ขับรถปู้ดดดดด… ไปซื้อหารับทานได้ มีร้านให้เลือกมากมาย อร่อยมาก อร่อยน้อย ถูก แพง ลืมบอกไป…คุณหญิงแม่ของอิชั้นเป็นหญิงนักซิ่งสูงวัยค่ะ 5555

เข้าเรื่อง เข้าเรื่อง วันนี้ทำก๋วยเตี๋ยวหมู (ต้มยำ) เลี้ยงลูกค่ะ จริงๆ แล้วก๋วยเตี๋ยวหมูนี่ทำง่ายมากค่ะ แต่เสียเวลาเตรียมน้ำซุป เตรียมเครื่องนานไปหน่อย ทำทีไรก็ทานกันไป 2-3 มื้อเลย วันนี้ไม่มีกระดูคอหมูที่ปกติชอบซื้อมาขังไว้ในฟรีซเซ่อร์จากร้านคนจีนเป็นประจำ งานนี้ก็เลยแล่นไปซื้อหมู (พอร์กฉ่อบแบบหนา) มา 1 แพ๊คใหญ่ มี 8 ชิ้นใหญ่ๆ เลยค่ะ ก็ล้างสะอาดตัดเอาส่วนที่ติดกระดูก (ไม่ต้องเลาะจนกระดูกเกลี้ยงเกลา ให้เนื้อติดไปเยอะหน่อย) โยนใส่หม้อน้ำซุปที่ “เพร๊พ” ไว้จนเดือด ซึ่งมี กระเทียบทุบ พริกไทยเม็ดๆ ผักชีทั้งต้นล้างสะอาด 1 กำ เก็บไว้ซอยโรยหน้าก๋วยเตี๋ยวซะหน่อยนึง ต้นหอมล้างสะอาดทั้งกำ เก็บไว้ซอยโรยก๋วยเตี๋ยวหน่อยนึงเหมือนกัน สาดเกลือทะเลลงไป 1 ช้อนนึง ใส่ซีอิ้วขาวลงไปให้สะใจ เคี่ยวหมูไฟกลางไปเรื่อยๆ หมั่นช้อนฟอง เนื้อหมู (สดๆ ดิบๆ) ที่เหลือคราวนี้ อิชั้นก็หั่นๆ เป็นชิ้นๆ สำหรับ ผัด ต้ม แกง ทอด แยกเป็นถุงๆ เข้าช่องฟรีซได้ 5 ถุงอวบๆ เชียวค่ะ สะดวกคว้าใช้ในอนาคตค่ะ 5555

page-530

พอหมูนุ่มดีแล้ว อย่าให้เปื่อยมาก เอาออกมาพักไว้ พอเย็นหน่อยก็เลาะกระดูกออก หั่นหมูชิ้นพอคำ บางที่นุ่มกำลังดี ไม่ต้องใช้มีดเลยค่ะ มือนี่แหละ ฉีกเป็นชิ้นๆ พอคำ ต้มลูกชิ้นปลา (ลูกชิ้นหมูก็ได้…บ้านนี้ลูกๆ ชอบลูกชิ้นปลา โดยเฉพาะยี่ห้อ DoDo ของสิงคโปร์…อร่อยมาก ยี่ห้อนี้อร่อยทุกลูกชิ้นเลยค่ะ ลูกชิ้นหมึกก็อร่อย ลูกชิ้นต้มในน้ำซุป…สีสันขี้เหร่มาก 5555) จากนั้นเอาหมูสับลงไปรวนในน้ำซัก 2-3 ช้อนโต๊ะ คนให้สุกดี เอาออกมาพักไว้ มาถึงเครื่องโรยก็มีกากหมูเจียว กระทียมเจียว (ซื้อมากระปุกนึงใช้ไปเป็นปี…ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นนะคะ) ถั่วลิสงคั่ว วันนี้ไม่ได้คั่วเอง ซื้อแบบถุงๆ มาให้หนูดีแกะให้ แกะอยู่เป็นนานหน้าทีวี ได้เท่าที่เห็นในรูป เอาไปทุบๆ บดๆ ซะหน่อย

page-532

คราวนี้ก็ลวกถั่วงอก ลวกเส้นตามชอบ อิชั้นเลือกทานเกี้ยมอี๋ (ปลอมค่ะ - มันคือ Rice Pasta Noodle ทานแล้วคล้ายๆ เกี้ยมอี๋เลยค่ะ เส้นเกี้ยมอี๋สดเค้าก็มีขายนะคะ แต่ไม่ได้ซื้อมาเก็บไว้ค่ะ เพราะทำก๋วยเตี๋ยวแบบไม่ได้วางแผนล่วงหน้า) หนูดีชอบบะหมี่เหลือง (ซื้อเส้นสดมาจากร้านคนจีน ยี่ห้อนี้อร่อยดีค่ะ เก็บในตู้เย็นได้ 1 เดือนเลยถ้าไม่แกะออกจากห่อ) พอได้เส้นแล้วก็หยิบ โรย โปรย สาด เครื่องต่างๆ ลงไปตามชอบค่ะ วันนี้ไม่ได้เอาตับหมูออกมาลวก เพราะไม่มีใครชอบ นอกจากอิชั้นคนเดียว ก๋วยเตี๋ยวของไอ้ตี้เรียกก๋วยเตี๋ยวอะไรก็ไม่รู้ 55555 บะหมี่+ลูกชิ้น รวดน้ำซุบไปช้อนนึง 5555 แต่ของแม่กับรอมมี่อร่อยน้าาาา…ใส่น้ำแค่พอขลุกขลิก ปรุงรสตามชอบ อย่าลืมบีบมะนาวลงไปให้รสแซ่บถูกปากถูกใจค่ะ นี่เลยเชิญชม… เชิญชิม… ท้า…ดา

page-531

ตามลิ้งค์นี้ไปดูข้าวมันไก่ยอดอร่อยของยิ๋งทดได้ค่ะ

http://oohsworld.blogspot.com/2008/12/blog-post_14.html

The family is a haven in a heartless world.

OohAraiwaMama-01

Tuesday, December 22, 2009

Meatballs ผัดเปรี้ยวหวาน + สลัดๆ ไม่ใช่โจรสลัด

friends_at_iida_happy-holidays

ลูกๆ กินยาก วันๆ ไม่รู้จะทำอะไรให้ลูกกิน แล้วช่วงหลังๆ มานี้ ก็มีให้แต๊ดแตร๋ออกไปโน่นมานี่ไม่ได้หยุด ลูกๆ ฝากท้องไว้กับแม๊คโดเน่าบ่อยเหลือเกิน แม่ที่แสนดีรู้สึก guilt นิดๆ หาเวลาอยู่บ้านไม่ไปไหน แล้วทำอะไรให้ลูกๆ กินได้ยากจรงิๆ เพราะพอกลับเข้าบ้าน…โรคประจำตัวก็กำเริบหนัก “โรคขี้เกียจ” น่ะ 5555 อย่างเมื่อวาน…ทำเมนู “น่าอาย” อีก ต้มมาม่าใส่ไข่ ใส่ลูกชิ้นหมู โยนผักสลัดลงไปถุงนึง อีรอมกะไอ้ตี้กินกันดีเชียว พอเวลาอาหารที่แม่มันบรรจงและตั้งใจทำสุดฝีมือ+สุดหัวใจ มันไม่แตะกันซะคำ อยากจะเอา “ยี” หัว พวกมันจริงๆ

page-498

ไอ้ตี้มันเป็นคนไม่ชอบกินเนื้อสัตว์ ก็เลยต้องหาวิธีหลอกล่อให้มันกินเนื้อสัตว์ วันนี้ก็เลยลากเอา Turkey Meatballs ที่ขังไว้ในฟรีซเซ่อร์นานแล้ว…เอาออกมาปลอมตัวแปลงโฉม วิธีที่อิชั้นทำก็ง่ายๆ แหละ เตรียมเครื่องเคราเหมือนผัดเปรี้ยวหวาน เรียกว่ามีอะไรก็โยนๆ ลงไป วันนี้มี แตงกวา พริกหวาน หอมใหญ่ มะเขือเทศ เห็ดหอมสด แครอท แล้วก็ไม่ลืมเติมซ๊อสมะเขือเทศข้นลงไปซะหน่อย พอจะเริ่มลงมือผัด ควานหาเส้นสปาเกตตี้ หรือ มักกะโรนีข้องอ ไม่เจอ..ปวดเฮดเลย แต่โชคดีเจอ Mostaccioli กล่องนึง (ขนาดและรูปร่างเหมือน Penne แหละ เพียงแต่ผิวเรียบ ส่วนเพนเน่ ผิวจะเป็นลายริ้วๆ) ปกติจะซื้อเส้นพาสต้าเก็บไว้ตลอด และซื้อเก็บต่างๆ รูปแบบด้วย แปลกๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เอาไว้ล่อหลอกให้ลูกกิน 555 สรุปว่าผัดซ้อสเปรี้ยวหวานเสร็จก็ราดไปบนไอ้เส้น “มุสตาชิโอลี” ที่ต้มเตรียมไว้ จบไปมื้อนึง

page-501

พักนี้ “ฮิต” ทานสลัด เพราะระบบขับถ่ายชักแย่ แต่มาดูน้ำสลัดของอิชั้นกันดีกว่า เป็นคนไม่กลัวเรื่องน้ำสลัดข้นๆ มันๆ แต่อย่างใด จะ heavy หรือ light ได้หมด ที่อ้วนเนี่ยไม่เกี่ยวกับน้ำสลัดหรอกค่ะ แต่เป็นเพราะกินแบบยัดฟูกยัดหมอนมากกว่า 5555 มาดู มาดู น้ำสลัดของอิชั้นดีกว่า เรียงตามลำดับความชอบเลยนะ (แม่บ้านหลังยาว..ไม่ตีเดรสซิ่งสดๆ ร๊อกกก….555 เป็นแม่บ้านขวดๆ นานแล้วจ้า)

1) Ken's Steak House Raspberry Walnut Vinaigrette Dressing (Lite) อันนี้เป็นอันดับ 1 หมดไป 2 ขวดแล้ว จริงๆ มีเดรสซิ่งในดวงใจ Marie's Honey Mustard Dressing ครองแช้มป์มาหลายปี พออิชั้นได้ลองของพี่เคน….ขวดนี้ อูย… นังมารีตกกระป๋องไปเลย พี่เคนเปรี้ยวๆ หวานๆ ทำให้กินสลัดได้เป็นกะมังๆ วันละหลายรอบเลยเชียว

2) Marie's Honey Dijon Dressing ขวดนี้คล้ายๆ Marie's Honey Mustard Dressing แต่ “ใส” กว่า เวลาจะรับทานเดรสซิ่งอันนี้มันจะป็นเรื่องเป็นราวกว่าไอ้อันดับหนึ่ง เติมไข่ต้มลงไปคลุกๆ ด้วย อืม…หย่อย

3) Kraft Light Raspberry Vinaigrette อันนี้ก็คล้ายๆ อันที่ 1 แต่ อันนี้เปรี้ยวโดดๆ พอทดแทนกันได้ ซื้อมาตอนที่ Ken's หมด..แล้วหาซื้อแถวๆ นี้ไม่ได้

4) Wishbone Bountiful’s Berry Delight ไอ้ขวดนี้กะไอ้ขวดที่ 3 นี่สูสีเลยนะ เปรี้ยวๆ หวานๆ หวานกว่าของคร๊าฟท์ ลังเลว่าจะให้ขวดนี้อันดับ 3 ดีมั๊ย 555 เป็นว่ามีอันดับ 3 อยู่ 2 ขวดละกัน

5) Kraft Creamy Italian Salad Dressing จริงๆ ไม่โปรดอิตาเลี่ยนเดรสซิ่งเท่าไหร่ แต่อีซะมีเค้าชอบ คือ รับทานได้-แต่ไม่โปรดปรานมากมาย พอมาลองอีครีมมี่นี่แล้ว อืม…อร่อยเหมือนกันนะ

6) อันนี้คล้ายๆ ครีมสลัดแบบไทยๆ Kraft Coleslaw Dressing จริงๆ ไม่ใช่เดรสซิ่งที่โปรดเลย แต่เป็นเดรสซิ่งที่เอาไว้ขยำผักทำโคสะลอว์ เอาไว้ทานแนมเวลาทำอาหารที่เน้นพวกเนื้อๆ แบบสะเต๊ก เนื้อย่าง

จริงๆ มีเดรสซิ่งอีกอันที่ลูก (อิรอม) กะอีก๊อตชอบ มันคือ Ranch….ลืมถ่ายรูปมา 555 แต่อิชั้น ไม่ช้อบบบบบ… ไม่ชอบ มีอันต้องจำใจรับทานหลายครั้งหลายหน รสชาติเหมือน “อ้วก” 5555 จริงๆ นะ ถ้าใครชอบก็ขออภัย เวลาไปกินอาหารนอกบ้าน ก็จะรีเควส Thousand Island เป็นอันดับแรก ถ้าที่ไหนไม่มีก็จะรีเควส Italian ไปให้มันจบๆ

page-502

ตานี้ก็มาดูเครื่องโปรยสลัดของอิชั้น เยอะมากนะคะ…ขอบอก ไม่รู้เค้าเรียกอะไร เครื่องโรย เครื่องโปรย เครื่องปรุง 555 แต่อะไรที่เค้าชอบกันเป็นสากล….อิชั้นมักจะไม่ชอบ 5555 มันคือ ครูทานส์ (A crouton is a small piece of sautéed or rebaked bread, often cubed and seasoned, that is used to add texture and flavor to salads, notably the Caesar salad, as an accompaniment to soups, or eaten as a snack food. The word crouton is derived from the French croûton, itself derived from croûte, meaning "crust".) ไม่ชอบเลยแหละ ไอ้เต๋าหนมปังกรอบๆ เนี่ย บางทีซีซันนิ่งมาเยอะ ยิ่งไม่ถูกปากถูกใจอิชั้นหนักเข้าไปอีก ปกติเป็นคนไม่เค็ม 5555 คือ ไม่ทานเค็มน่ะค่ะ เป็นหญิงจืด อะไรที่เค็มจั๊ดนัก…ไม่ไหวเด้อ พอดีไปเจอไอ้ถั่วรวมมิตรถุงๆ ในรูปเข้า กำมาโปรยๆ ใส่สลัด ทีละหลายๆ กำมือ สาดเบค่อนจากไอ้ถุงดำๆ นั่นลงไปหน่อยนึง ราดน้ำสลัดที่ถูกใจอีกโครมใหญ่ ยัมๆๆๆๆๆ ไอ้เบค่อนถุงนี่เป็นเบค่อนจริงๆ นะคะ มีขายหลากหลายยี่ห้อ แต่ยี่ห้อนี้เค็มน้อยหน่อย เบค่อนพวกนี้เป็นเศษเบค่อนจริงๆ ไม่เหมือน Bacon bits ซึ่งเป็นแป้งทอดกรอบรสเบค่อน มาถึงผักสลัด อิชั้นชอบโรเมน ไม่ชอบผักกาดแก้ว-iceberg lettuce หรือผักที่รสชาติคล้ายกันเลย สลัดถุงๆ ที่เห้นในรูปนั่นคือสลัดที่อิชั้นซื้อประจำ ซื้อทีละ 3-4 ถุงเลย ราคาถุงละ 1 เหรียญเท่านั้น ทำมาม่าให้ลูก ทำยำรสจัดทั้งหลาย ก็ใช้สลัดถุงนี่แหละค่ะ จบเรื่องโจรสลัด 555

page-499

เมื่อวานไปซื้อกับข้าวกับปลา เตรียมทำคริสต์มาสดินเน่อร์ (ไม่ทำไก่งวงแล้ว 5555 เข็ดซะ 555) พอดีเจอทีรามิสุ โหยอยากทานอยู่นานมากแล้ว จริงๆ มีเจ้าประจำที่มอลล์…อร่อยมาก (เจ้าดังๆ ที่บางกอก…หลบไปได้เลย 555) พอเจอไอ้กล่องนี้เข้าก็รีบลากกลับมาบ้าน ร้อนรนมือไม้สั่น พอใส่ปากคำแรกก็ เอ้อ…. It’s just OK not wowww…woo hoo…แต่อย่างใดค่ะ พ.ด.ด. เท่านั้น คงไม่ซื้ออีกแล้วล่ะ 12.99 เก็บไปซื้อ French Bakery เจ้าประจำดีกว่า…..

x6a00d83453a73169e2010536bb2c3c970c-800wi

ปล. ปีนี้บ้านเราไม่ได้ตั้งต้นคริสต์มาสค่ะ เพราะว่ามีแต่เรื่องยุ่งๆ hectic ตลอด เลยตกลงกับลูกและซะมีว่าปีนี้ “งด” ของขวัญของลูกๆ ก็ไม่ได้มีมากมาย เอากองๆ ไว้หน้าทีวีแหละ 5555 ไอ้ต้นในรูปข้างบน….เห็นขำดีเลยเอามาแปะ…แบ่งๆ กันขำ 555

ยังไงก็ขออวยพรให้ทุกๆ ท่าน สุขกาย สุขใจ สมหวังในทุกสิ่ง ตลอดปีนี้ ปีหน้า ชาตินี้ ชาติหน้า เลยนะคะ ซ้า….ตุ๊

x3135388516_4164f87158

Monday, November 9, 2009

Seafood Cocktails Wah Ha Ha

IMG_1310-s

กลับเข้าครัวกันนิดนึงนะคะ แม่บ้านหลังยาวไม่ค่อยได้ทำกับข้าวเลี้ยงลูกผัวบ่อยๆ หรอกค่ะ แต่เมนูนี้อีก๊อตของอิชั้นเค้าได้ตำรับมาจากเพื่อนร่วมงานชาวเม๊กซิกัน เพราะคุณเมียชอบรับทาน กุ้งคอคเทลส์ ซีฟู้ดคอคเทลส์ ทุกครั้งเวลาไปทานอาหารเม๊กซิกัน เลยอยากให้อิชั้นลองทำทานเองดู ซึ่งมันก็ง่ายแสนง่าย ไม่ต้องต้มหุง หั่นๆ สับๆ โยนใส่หม้อ คนๆ เสร็จแระ ทานได้เลย

สูตรที่ไอ้พวกผู้ชายจดให้กันมาเป็นอะไรที่น่าขำมากๆ ทุกเครื่องปรุง บอกยี่ห้อ และสถานที่ซื้อหาพร้อมราคาด้วยค่ะ การชั่งตวงวัดก็มีหน่วยเป็น กระป๋อง ขวด ลูก ฯลฯ เครื่องปรุงมีดังนี้ค่ะ

เครื่องดื่มคอคเทลน้ำมะเขือเทศยี่ห้อตามรูปเลยค่ะ จำนวน 2 ขวด

กุ้งฝอยต้มสุกที่เค้าใส่สลัดต่างๆ 2 แพ๊ค

ปูอัด 1 แพ๊ค

หอยสับ 2 กระป๋อง

หอยนางรม 1 กระป๋อง (อย่าเทน้ำทิ้ง เท juice ใส่ลงไปด้วย)

อะโวคาโด้ (ห่ามๆ ไม่สุกนิ่ม หั่นเต๋า) 4 ผล

แตงกวา 2 ลูก (อิชั้นปอกผ่าสี่แล้วเอาเม็ดออก จากนั้นหั่นเต๋าค่ะ)

มะเขือเทศ 1 ปอนด์ (อิชั้นเอาเม็ดออกและหั่นเต๋าเช่นกันค่ะ)

ผักชี 1 กำ (ล้างสะอาด หั่น)

หอมใหญ่ 1 หัวใหญ่ (หั่นเต๋าจิ๋วๆ)

page-289

หลังจาก ล้าง หั่น สับ ซอย เครื่องปรุงต่างๆ เสร็จแล้ว ก็แทบจะเรียกว่าเสร็จแล้วหล่ะค่ะ แต่อิชั้นรู้สึกไม่ค่อย “ชัวร์” กับการเทโน่นนี่จากกระป๋องแล้วรับทานเลย ก็เลยขอลวกๆ ต้มๆ มันซะทุกอย่าง (ยกเว้นพืชผัก) ทั้งๆ ที่เจ้าของ recipe ย้ำนักย้ำหนาว่าไม่ต้องหุงต้มใดๆ

page-290

จากนั้นก็เทไอ้ 2 ขวดใส่ภาชนะ เทอะไร ต่ออะไร ประดามี ลงไปให้หมด คนๆ ซะหน่อย แช่ตู้เย็นเก็บไว้รับทานค่ะ ถ้าหากมีหมึกยักษ์หั่นใส่ลงไปด้วยก็คงจะโอเคนะเนี่ย 555 พอทำเสร็จแล้วมันช่างมากมายก่ายกอง ทำยังไงจะกินได้หมด เลยตักไปแจกๆ ชาวอินลอว์ซะเยอะเชียวค่ะ สูตรนี้อร่อยใช้ได้ทีเดียว พืชผักกรุบกรอบ รสชาติกลมกล่อมไม่ต้องเติมเครื่องปรุงใดๆ แต่ที่มันเยอะเหลือเกิน ฟาดซะจนหายอยากไปเป็นปีเลยค่ะ ถือว่าประสพความสำเร็จมากในการทำซีฟู้ดคอคเทลส์ครั้งแรกในชีวิตค่ะ

IMG_1313-s

To be awake is to be alive.

OohAraiwa-13

Saturday, August 8, 2009

วันนี้ไปจ่ายตลาด (ฝรั่ง) มาจ้า

จะทำสตูว์ลิ้นวัน first time in my life…hope it’s not the last 5555 ลิ้นมีแล้ว ไปล่าอย่างอื่นมาเพิ่ม หมดไป $41.- เป๊ะๆ หมดตูดเลย เฮ้ออออออ……

KitchenPage-12

อันแรกไม่เกี่ยวกับสตูว์…คุณแตงโมค่า แม่เดินเลือกซื้อพืชผัก ไอ้ลูกสองตัวขนใส่รถซะนี่ พอเช็คราคาแล้วทนได้เลยยอมๆ กันไป ส่วนแคนตาลูปเค้าลดราคา เลยลากมาเก็บไว้ มะเขือเทศกับมันฝรั่งซื้อมาแบบราคาปกติ

KitchenPage-13

ไอ้กะหล่ำปลี ผักกาดขาว เนคทารีนขาว แครอทก็ซื้อมาราคาปกติ ส่วนไอ้มะม่วงราคาพิเศษจากลูกละ 69 เซ็น เลือกแข็งโป๊กมาทั้งหมดเลย อยากกินปลา (ทูน่ากระป๋อง) ฟูยำมะม่วงเฟ้ย เกลียดตอนทอดปลาฟู เปลืองน้ำมันแถมกระเด็นโพดๆ มะม่วงกรอบๆ เหลืองนวลๆ เปรี้ยวๆ แบบนี้ จิ้มพริกเกลือหรือทำกะปิหวาน …แค่คิดก็น้ำลายสอ 555

KitchenPage-14

ไอ้ติมกระป๋องเล็ก กับยาคูลท์ นานๆ เจอที อีรอมเห็นแล้วกรี๊ด… เหมือนที่เมืองไทยเลยนะแม่ อยากกิน อยากกิน โดยเฉพาะยาคูลท์เห็นแต่โฆษณาทีวี ไม่เคยเจอตัวเป็น นี่เป็นครั้งแรกที่เจอเลยซื้อให้ลูกแถวนึง ถึงบ้านอีรอมก็ดวดทีเดียว 2 ขวดรวดๆ ส่วนไอ้ตี้จิบปุ๊บ…มองหน้าพี่กับมองขวดสลับกันไปมา 20 รอบ เหมือนจะบอกว่า…อึงแด๊กเข้าไปได้ยางงาย…. 5555 อีหนูดีไปเลือกแว๊คกี้แม๊คแบบลายและสีรวมมิตร จะให้แม่ผัดให้กิน ถึงต้องซื้อกระหล่ำปลีมาไง แล้วก็กระเทียมด้วยอีก 1 ปอนด์ ส่วน โฮโฮส์ กับ ทวิ๊งกี้ นั่น โฮโฮ เป็นของไอ้ตี้ ทวิ๊งกี้เป็นของพี่มัน โซ้ยกันใหญ่-รอกินสตูว์แม่ไม่ไหว ดีนะมันกินขนมพวกนี้ก่อนพ่อกลับบ้าน ไม่งั้นโดนผัวด่า…เก่าๆ เดิมๆ ซ้ำซาก…ว่า เอาทัพพีจ้วงน้ำตาลแล้วจับกรอกปากลูกเลยจะง่ายกว่ามั๊ง แหงะ…เบื่อ

KitchenPage-15

โทเมโท่เพสต์กระป๋องเล็ก เค้กมิกซ์ก็ซื้อมาราคาเต็มๆ เพราะไม่ได้ไปจ่ายตลาดฝรั่งแบบนี้บ่อยๆ มีแต่จดให้อีก๊อตไปจัดหามาระหว่างทางก่อนกลับบ้าน ส่วนไข่นั่นเป็นโปรโมชั่นออฟเดอะวีคเลยน้าาาา…. แต่ให้ซื้อได้แค่คนละแผง พอดีคนเข้าแถวรอจ่ายตังค์ยาวย้วยมาก จะวนไปอีกก็เสียเวลา จะให้ลูกไปรอจ่ายอีกแถวก็อันตราย คนเยอะ เป็นห่วง เลยกะว่าพรุ่งนี้จะไปลากมาเพิ่มอีกซัก 2 แผง กินให้มันจุกอกตายตกตามกัน 5555

IMG_1234-s

โฉมหน้าของสตูว์ อร่อยมาก ลากเอาหม้อความดันออกมาจัดการพิฆาตความเหนียว 10 นาทีทอง นุ่มกำลังดีเลย-ไม่เปื่อยมากเกินไป พอหม้อผายลม “ฟุด-ฟิด-ฟืด-ฟาด” ไอ้ตี้ตาหูเหลือกวิ่งมาแอบมอง ตอนแอบมองเกาะขาแม่แน่นเลย กลัวซ้าาาา…555 ลิ้นนุ่มกำลังดี อร่อยมาก อีรอมกินจนเดินไม่ไหว… ยกนิ้วโป้งให้แม่มันทีเดียว 4 นิ้วเลย (มือ+ตรีน) อีก๊อตก็ไม่ยอมแตะซักคำเช่นเคย อันไหนเมียทำเบ้ปากใส่…ชินแล้ว เสียใจเล็กๆ ตอนบอกให้ชิมก็ไม่ยอมชิม เพราะทำยากเย็นกว่าจะทำสะอาดลิ้นได้เกลี้ยงเกลา ก็ดี เก็บไว้กินกับลูกไม่ต้องมีใครแย่ง Ox Tongue Stew หม้อนี้เรียกว่าประสบความสำเร็จมากกกกกก… เดี๋ยวเจอลิ้นถูกๆ จะไปลากมาขังไว้ในฟรีซเซ่อร์เยอะๆ เลย เอาไว้ทำสตูว์ หรือตัมในหม้อความดันแล้วมาหั่นจิ้มน้ำปลาพริกเฉยๆ หรือทำจาน “ระยำ” ก็คงอร่อยดี

Have A Nice Weekend Everyone..!!

Thursday, August 6, 2009

“รูปเล่าเรื่อง” มาแล้วค่า

page-426

รูปนี้ถ่ายที่หน้าร้านม้งตอนไปซื้อกับข้าว หลังจากที่มันตาขาวมาตั้งนานไม่ยอมขี่เครื่องเล่นหยอดเหรียญที่ไหนมาพักใหญ่ๆ ตอนนี้ชัก “ฮิต” รุนแรง เห็นเป็นไม่ได้ งี่เง่างอแง ต้องขับ ต้องขี่ ให้ได้ เดี๋ยวนี้แพงด้วยนะ ต้องอีหนูดีเล็กๆ แค่ 25 เซ็น เดี๋ยวนี้บางอันก็ 50 เซ็น บางอันก็ฟาดเข้าไปตั้งเหรียญนึง บ่อยๆ ที่เจอเครื่องรุ่น “แดกเหรียญ” หยอดไปแล้วทำนิ่งทำเฉยไม่สั่นไม่ไหว โมโหมากๆ แล้วเดี๋ยวนี้อีรอมก็ต้องอยากขี่กับน้องด้วยทุกครั้ง กลัวมันทำของเค้าพังมากๆ พูด (ด่า) ก็ไม่ฟังด้วยนะ ส่วนรูปบนซ้ายนั่น ถ่ายที่ร้าน PHO#75 ร้านก๊วยเตี๋ยวญวนเจ้าประจำ

page-427

อันนี้ก็ขี่ไอ้ม้าเหลืองที่หน้าร้าน 99 เซ็น พ่อมันตามใจให้ขี่ตั้ง 3 รอบ ไอ้ม้าตัวนี้มีเพลงด้วยนะ เป็นเพลงคาวบอยเหมือนกับเป็นไตเติ้ลหนัง “โซโร” คุ้นหูมากมาย ส่วนที่นั่งระบายสีนั่นเป็นหน้าร้าน ปะยาง โปรดสังเกตแดดแจ๋เชียว…นั่นสองทุ่มกว่าๆ แล้วนะคะ รถพ่อมันเกิดยางแบนตอนเกือบ 2 ทุ่มคิดว่าหาร้านซ่อมไม่ได้ซะแล้ว เค้าคงปิดกันหมดแล้ว แต่โชคดีไอ้ร้านนี้ยังไม่ปิด แถมเพิ่งซื้อสมุดระบายสีให้ไอ้ตี้เลยมีอะไรให้มันทำแก้เซ็ง เก้าอี้ที่นั่ง น่ากลัวมากกกกกก…… โซ๊กกาโป๊กมากๆ แต่มันดึตะปูออก ปะยาง แป๊บเดียวเสร็จ 15-20 นาที เท่านั้น

page-429

เลิ๊ฟซีตตัวนี้คุณชายตี้เค้าจองค่ะ นั่งดูโททัดเมื่อลืมตาตื่นยันหลับตานอน งีบตอนบ่ายๆ ค่ำๆ รูปที่ใส่หมวกแล้วถือตุ๊กตา “หนีฮ่าว-ไคแลน” นั่นคือกำลังดูการ์ตูนเรื่อง Ni Hao, Kai-Lan แล้วนังไคแลนเอาหมวกมาใส่ ไอ้ก๊วกนี่ก็เลยวิ่งวุ่นหาหมวกมาใส่บ้าง ตอนนี้กำลังโปรดเรื่องนี้เลย มีแทรกสอนภาษาจีนด้วยนะ

page-430

อันนี้เป็นรูปกิจกรรมที่คุณรมณีย์ทำเป็นประจำทุกวันตั้งแต่ปิดซัมเม่อร์ มันทำสารพัด แต่งสวย แต่งผี แต่งแอนนิม่อล ฯลฯ แล้วก็ไม่ลืมแต่งให้คุณน้องชายด้วยทุกครั้ง

page-431

รูปนี้สดมากๆ ถ่ายวันนี้เลย (5 สิงหา) โชว์ความเป่งของคุณแม่อู๋ 5555 อ้วนที่สุดในชีวิตเลยแหละ มีเหตุต้องออกนอกบ้าน หลังจากไม่ค่อยอยากออกไปไหน พักใหญ่ๆ แล้ว ใส่ชุดไทยอยู่บ้านทั้งวันทั้งคืน 5555 (ผ้าถุงใส่ยางยืดที่คุณพี่สาวทำให้ตั้งครึ่งโหล 555) โดนผัวไล่ออกจากบ้านเรื่อยแหละ บอกซัมเม่อร์นี้ “เผือก” มากเลยนะอีอ้วนนนน… ไม่ออกไปไหนบ้างเลยหรือไง ไปไหนๆ ซะบ้าง พาลูกออกไปกินไอติมก็ยังดี แต่พาลูกไปว่ายน้ำที่ยิมนะ อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง วันนี้ต้องพาลูกไปมอลล์ที่เฟ๊ะโน่ เพราะอีรอมเค้าต้องไปดูคอนเสิร์ท “Jonas Brothers” สามหนุ่มน้อยขวัญใจสาวๆ วัยประถม (ต้น) 5555 ได้รับสปอนเซ่อร์จากคุณแม่ของเพื่อนรักเพื่อนเกลอตั้งแต่โรงเรียนแคธอลิคโน่น ซื้อตั๋วให้ ทำจองให้ไป Make Over ที่ร้าน My Girls ซึ่งอยู่ในมอลล์

พอจัดการเรื่องอีรอมเสร็จก็ไปเดินร่อนในมอลล์กับอภิชาตบูดดดด-ตี้ จับมันมัดไว้ในรถเข็นของมันแหละ เพราะวิ่งไล่จับไม่ไหว เดี๋ยวนี้รู้มากนะคะ แม่มันจะไปอีกทาง ไอ้บ้าตี้ก็โวยวาย that wayๆๆๆๆๆ อยู่นั่น พอเราไม่ไปทางที่มันจะไป-มันก็ชัก หวีดร้องให้อาย แล้วยังเอา teen ลงไปลากกับพื้นเบรกไม่ให้เข็นมันไปไหน ทางที่มันอยากไปมีร้าน Disney Store ไง ถ้าไม่พามันไป แล้วไปเดินดูอะไรนะ มันจะเอาตรีนเกี่ยว เตะ เอามือดึง ทึ้ง ข้าวของเสื้อผ้าเข้าตกกระจัดกระจายไปหมดให้ได้อาย สุดท้ายก็พามันไป แล้วมันมือไม้ยาวไปคว้าเอารถแดง Cars ที่โปรดมากรองๆ จากไอ้ธอมัสรถไฟนั่น พอดีเค้าลดจาก 6.99 เหลือ 2.99 เลยซื้อให้ แล้วก็รีบเพ่นออกมานอกมอลล์ พอเอามันเข้ารถ อ้าวรถ Lightning McQueen ที่เพิ่งซื้อมาหายไปไหน มันทำหายซะแระ น่าตื้บจริงๆ แล้วก็เลยไปร้านลาวซื้อบวบมาอีก กับขนมให้ลูกนิดหน่อย พวกป๊อกกี้ หนมแพนด้าไส้ช๊อค เกรียบกุ้ง ฯลฯ โปรดสังเกตพุงคุณแม่อู๋ 5555 มโหฬารมากๆ 5555

page-432

ไม่ได้โพสต์กิจกรรมในครัวนานมากเลย เพราะ “บ่จอย” ครัวบ้านนี้มากๆ อ้างไปเรื่อยแหละ จริงๆ ขี้เกียจมาก (กว่าปกติ) แต่ก็อุตส่าห์ทำน้ำปลาพริกเก็บไว้รับทาน ลูกบ่นอยากอบเค้ก อิแม่มันไม่อยาก ขี้เกียจเก็บล้าง แล้วก็บ้านจะร้อนด้วย (ระยะนี้ 100 ขึ้นทุกวัน เมื่อวานฟาดเข้าไป 107 ดีกรีเชียวนะ) เลยแต๊ดแต่ไปซื้อคัพเค้กมาให้ลูกซะ จะได้เสร็จๆ กล่องนึงมี 1 โหล วานิลากับช๊อโกแล๊ตอย่างละ 6 อัน ฟรอสตี้งหวานแสบไส้ติ่งมาก แล้วพักนี้ก็ฮิตกินมะม่วง (คิดถึงมะม่วงเมืองไทยมาก) ซึ่งส่วนใหญ่อิมปอดเข้ามาจากเม๊กซิโกกับชิลี ก็ “พอ-ดอ-ดอ” ลูกละ 60-70 เซ็น ลูกผัวชอบ อีรอมชอบให้ตัดให้แบบในรูป แล้วเดินกินให้น้ำมะม่วงไหลย้วยยาวลงถึงศอก แหวะๆ

ส่วนถ้วยไอติมว๊าฟเฟิ่ลเป็นของที่กำลัง “ฮิต” โดยเฉพาะอีก๊อต-คนแก่ที่บ้านชอบกินไอติมค่า ดูแพ๊คเกจแล้วก็ปลง นี่ละน้าาาา…. ประเทศนี้ถึงได้สร้างขยะมากเป็นอันตับ 1 ของโลก และจำนวนขยะก็มหาศาลมากว่า 50% ของขยะทั้งโลก แถมไม่ระมัดระวังเรื่องการใช้โฟมด้วย เฮ้อ…ประเทศที่ชอบคุยว่าข้านี่ยิ่งใหญ่ …. but in the bad way …hahahaha

page-428

อันนี้เป็นองุ่นที่ซื้อมาวันนี้เหมือนกัน ซื้อมา 2 ถุงๆ ละ 1 เหรียญ ได้ไอ้ที่สีออกแดงๆ นั่นมา 1 ถุง กรอบๆ ลูกโต ไม่มีเม็ด มีอมเปรี้ยวนิดๆ และได้ไอ้สีดำสนิทมา 1 ถุง ลูกเล็กกว่า ไม่มีเมล็ด สดกรอบเช่นกัน แต่หวานมากๆ หวานสนิทเลยแหละ ขอโบก.. เค้าเรียกว่า Autumn Royal ล้างสะอาดเอี่ยมแล้วนะ แต่ถ่ายรูปแล้วมันเป็นแบบนี้แหละ สะท้อนแฟลช เลยดูสกปรก ส่วนรูปผักดองข้างล่างได้มาจากร้านลาว กระป๋องละ 1 เหรียญ มีหูหมูกรุบกรอบอร่อยวางแปะหน้าอยู่ 3-4 ชิ้น ไม่รู้เค้ากินกับอะไร ลองเอามากินเล่นๆ ก็อร่อยดี กิมจิลาว 5555

ส่วนมันสำปะหลังแช่แข็ง ถุงละ 99 เซ็น (หรือ “เซ็นต์” วะ พิมพ์ไปเรื่อย ไม่มี spelling check ภาษาไทย ตอนยังทำงานอยู่ กด กริ๊ก เช็ค กร๊ากกกก…เสร็จ ถูกต้องสวยงามตามระเบียบ ยอมรับว่า โง่ 555 จำไม่ได้เยอะเลย หลายคำที่สะกดไม่ได้ ไม่แน่ใจ เฮ้อ…) ไอ้มันนี่เป็นของจากเมืองเวียด ปลอก ลอก ทำสะอาดพร้อมใช้เลย ซื้อมาไม่รู้จะเอามาทำอะไร เอาขังไว้ในฟรีซเซ่อร์หลายวัน เมื่อวานเกิดไอเดียบรรเจิดเอามาเชื่อมรับทานแก้โรคเบาหวานดีกว่า 5555 จะตายมั๊ยวะเนี่ย เกิดมาไม่เคยทำ หวาน เหนียว อร่อยมากๆ ….อ้วนยอมตาย..จ้าาาา… นี่ผัวไม่รู้นะว่ามันคืออะไร เห็นเปิดหม้อดู แล้วก็เดินจากไป ถ้ารู้ว่าหวานเจี๊ยบ….มีด่ากันไปแล้ว 5555

page-433

คุณลำใยนั่นได้มาจากร้านลาว ไม่รู้ว่าลำใยอาบรังสีจะอร่อยหรือปล่าวไม่เคยซื้อมากิน พออีหนูดีเห็นเข้า เล็งอยู่นาน แล้วก็ถามว่าตัวเองเคยกินใช่ป่าว ก็เลยบอกว่าใช่ เลยบอกให้แม่ซื้อให้กินหน่อย พอเข้ามาในรถก็จัดการกินซะยกใหญ่ กว่าจะถึงบ้านเกือบหมด เลยถ่ายรูปมาให้ดูกัน รสชาติมันก็ไม่อร่อยแบบสดๆหรือก พอแก้ขัด บางลูกก็แห้งไม่อร่อย เค้าขายถุงละ 1 ปอนด์ 2.99 เหรียญ ไม่ค่อยเจอหรอก ถ้าเจออีกคงซื้อให้ลูกกินอีก รอมมี่มันชอบกิน “เอ๊าะ” มากๆ ก็เลยต้องมีเอ๊าะกระป๋องติดบ้านตลอด 5555 ตอนนี้ไอ้ตี้ก็ชักชอบกินเอ๊าะกระป๋อเหมือนพี่มันแล้ว 555

ส้มตำลาว (ของแท้) ดำๆ เหม็นๆ โชคดีที่เกิดมาเป็นคนเฉยๆ กับปลาร้า กับข้าวกับปลาที่ใส่ปลาร้าทั้งหลายกินได้โม้ดดดด… แต่ไม่ชอบที่มีตัวๆ ปนมาในส้มตำ แต่ก็กินได้เขี่ยๆ ไป ในน้ำแกง น้ำพริก เฉยมากๆ ไม่มีปัญหา ส้มตำของคนลาวแท้ๆ โหดกว่าตำลาวเมืองไทยมาก ไม่รู้หรอกว่ามันใส่อะไรบ้างเป็นน้ำดำๆ ข้นๆ ใส่โหลบักเอ้บไว้เลย จ้วงเป็นทัพพีใหญ่ๆ ใส่ลงครกเลย วันนั้นไปเฟ๊ะโน่ ขากลับนึกอยากกินส้มตำ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่มะนุดส้มตำเลย เกิดนึกอยากขึ้นมาเฉยๆ พอถึงบ้านรีบเอาออกมาจัดการซะ แม่มมมมม…เผ็ดมากๆ ขนาดบอกเผ็ดน้อยๆนะ ดูกันเอาเองละกันว่าความ “หึ่ง” น่ะแรงแค่ไหน ไอ้แมลงวันตัวนั้นวนมาเกาะอยู่นั่น กว่าจะกำจัดมันได้ หมดมู้ดส้มตำเลย สุดท้ายกินไปได้หน่อยนึงก็อัญเชิญลงถังขยะ ทนรสชาติผงชูรสที่โดดออกมาไม่ไหว ใส่ลงไปเป็นทัพพีแน่ๆ ปาก ลิ้น ชาไปหมด น้ำลายสอ คอแห้งอย่างแรง ไปค่อนวันเลย เข็ดหลาบอิหลีค่า (กล่องนี้ราคา 6 เหรีญ กินไปได้เหรียญเดียวแหละ ฮึ่ม… เจ็บใจ)

รูปบนขวาเป็นแผ่นโรตีแช่แข็ง กลายเป็นเมนูโปรดของทุกคนในบ้าน ห่อละ 1.99 เหรียญ มี 5 แผ่น ชื่อยี่ห้อ “ภารตะ” 555 ทอด ทาเนย ใส่ไข โรยนมข้น โปรยน้ำตาลม้วนๆ ตัดเป็นคำๆ อร่อยเหมือนโรตี “เขย่าจ๊อย” ของอาบังทั่วฟ้าบางกอกทีเดียว แผ่นนุ่มเป็นชั้นทอดนานก็กรอบอร่อย แต่ลูกๆ ชอบนุ่มๆ หน่อย แต่แม่อู๋ไม่มีจ๊อยให้เขย่าเลยสะอาดปลอดภัยกว่า 5555 ซื้อที 4-5 แพ๊ค เก็บใส่ฟรีซเซ่อร์ไว้ อร่อยเหมือนแผ่นที่ตีๆ โยนๆ ฟาดๆ สดๆ เลยนะ แล้วก็มีถั่วลิสงต้มจากร้านลาว แพงง่ะ ถุงละ 2 เหรียญ มันต้มถั่วกันไม่ใส่เกลือว่ะ เลยเอามาต้มใหม่ ก็อร่อยดีเหมือนกินที่เมืองไทยแต่เม็ดเป่งๆ ฝักใหญ่กว่า

page-434

รูปนี้เอาถุงที่เวลาเราซื้อผลไม้มาให้ดู ตามซุปเป้อร์ทั่วๆ ไปจะมีถุงไว้ใส่ผลไม้โดยเฉพาะวางอยู่ข้างๆ ผลไม้นั่นๆ อันนี้เป็นถุงสำหรับใส่พวก แอ๊ปเปิ้ล พลัม แพร์ เป็นพลาสติดเนื้อดีมากๆ แข็งแรง น่ารัก น่าเก็บ แรกๆ มาเก็บไว้เยอะเลย พอย้ายบ้านต้องขนทิ้ง 5555 พิมพ์ลายต่างๆ กันไปแล้วแต่ว่าฟาร์มไหนจะสปอนเซ่อร์มั๊ง มีถุงใส่กล้วยด้วยนะ เดี๋ยววันหลังจะเอามาให้ดู เป็นถุงกระดาษขาวๆ ติดหูหิ้วขวางๆ น่ารักดี

ส่วนไอ้รูปน่ากลัวอีกฟากนึงคือรูป ไข่เยี่ยวค่ะไข่เยี่ยว เกิดนึกอยากรับทานไข่เยี่ยวม้าผัดกระเพราะแบบตามร้านข้าวต้มน่ะ ตั้งแต่มาอยู่นี่ที่ผัดครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แพ๊คนึงมี 6 ลูก 3-4 เหรียญแหละ จำไม่แม่น เวลาทอดๆ อีรอมเค้าชอบมาหยิบมันมีเชื้อ “อียิปต์” ปนหน่อยๆ ตอนนี้แอบจะเป็นลูกผสม “อีลัก” ซะด้วยสิ พอทอดคราวนี้มันทำแหวะใส่ ตอนเล็กเจือกชอบกิน อีแม่มันเลยกินอย่างพะอืดพะอมอยู่คนเดียว เยอะๆ แล้วมันไม่อร่อยง่ะ ในรูปยังไม่ได้ใส่ใบกระเพราะนะเลยดูไม่น่ารับทาน จริงๆ อร่อยมาก แต่ไข่เยี่ยวม้ากินเยอะๆ แล้วเอียนเน๊าะ ….

Take Care of Yourself.

And Each Other.

But Mostly Yourself.