Friday, November 14, 2008

Veteran’s Day

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เป็นวันทหารผ่านศึก สำหรับคนอื่นๆ ไม่รู้คิดยังไงอะไรกัน แต่ครอบครัวเราเป็นวันครอบครัววันนึง เพราะอีแด้ดดี้เป็นตะหานผ่านฉึกกะเค้าเหมียนกัลล์ อีก๊อตเคยไปรบที่เวียดนาม เป็นที่รู้กันดีที่ตอนนั้นประมาณ เออรี่ 70 ไอ้กันไปรบช่วยพวกเวียดนามใต้สู้กะเวียดกงคอมมิวนิสต์ สรุปพวกเวียดตีกัน ไอ้กันเข้าไปเจือก เป็นไอ้กันแพ้สงคราม 5555 นี่แหละชาวโลกเอ๋ย… เจือกเรื่องชาวบ้านมักจะเจ็บตัว 5555 นี่ถ้าอีก๊อตรู้ว่าคุณเมียเอามาพูดแบบนี้ มีหวังเกิดศึกแน่ เพราะตะหานผ่านศึกเวียดนามไม่มีเกียรติเหมือนจากสงครามอื่นๆ ไอ้กันสมัยนั้นพูดกันว่า ไอ้พวก (ตะหานไอ้กัน) นี้ไปฆ่าแกงชาวบ้าน เด็กเล็ก ผู้บริสุทธิ์ พอสงครามเลิก-กลับมาถึงบ้านเกิด เหยียบแผ่นดิน คนก็ยกโขยงไปถุยน้ำลายใส่หน้า ไปด่าสทปแช่ง ทุบตี พวกนี้ น่าสงสารเน๊าะ อีก๊อตก็โดน เพราะฉะนั้นห้ามเอาเรื่องนี้มาพูดเล่น ทหารผ่านศึกจากสงครามอื่นๆ กลับบ้านอย่างวีรบุรุษ ฮีโร่ มีพิธีแห่แหนห้อมล้อมเอิกเกริก สงสารพวก ‘Nam เน๊าะ

page-79วันนั้นพวกเราไปเดินเล่นกันที่ Court House เก่า ซึ่งกลายเป็นมิวเซี่ยมไปแล้ว เค้าจะเอาธงมาปักให้เกียรติพวกที่ตายในสงคราม จะมีชื่อคุณทหารกะสงครามที่ธงทุกอัน ดูเอาเอง ไม่เยอะหรอกพวกที่ไปจากประเทศมาเดร่าแล้วไปตายในสงครามต่างๆ บางปีเราก็ไปดูพาเหรด (ที่เค้าว่าใหญ่มากกกก.. ที่เฟรสโน่) ปีนี้ไม่ไปเพราะอีแด้ดดี้ลางานไม่ได้ ต้องแหกไปทำงานต่อค่ะ

page-78 ดูอนุสาวรีย์ สงครามโลก 1, 2 แล้วก็สงครามอื่นๆ ก็มีชื่อผู้เสียชีวิตพอประมาณ มาดูอนุสาวรีย์มาเดร่าเคาน์ตี้สำหรับพวกตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 5 ปี 10 ปี ตายซะคน 55555 อีก๊อตบอกเป็นตำรวจ เป็นนักผจญเพลิงที่นี่ หาโอกาสตายในหน้าที่ยาก 55555

page-80 จากนั้นก็เป็นกิจกรรมประจำครอบครัว 5555 แหล่กเรื่องใหญ่ค่ะ (แหล่กนอกบ้านจนล่มจมแหละ-ครอบครัวนี้มีแม่ขี้เกียจ) เพราะว่าเมืองที่เราอยู่เป็นเมืองขนาดจิ๋ว ก็ไม่มีอะไรหะรูหะรา มีร้านประจำไม่กี่ร้าน ร้านนี้หนูดีชอบชื่อร้าน Perko’s - ไปชมกันได้ http://www.perkoscafe.com/ แถมตอนนี้เด็กๆ กินฟรี แต่ต้องหลัง 4 โมงเย็น วันนี้เลยชวดไปเพราะไปกันตอนเที่ยง หนูดีก็สั่งเมนูเดิมทุกครั้ง Ultimate Dip ไอ้ตี้ก็จัดการคิดเมนู-ว๊าฟเฟิ่ลกับผลไม้สด พ่อบ้านสั่งออมเล๊ตอะไรไม่รู้ อร่อยดีเหมือนกัน อีแม่อู๋ขอเป็นแร๊นเช่อสะเต๊กกับดับเบิ้ลผักรวม-ไม่เอาพวกโพเทโท่ทุกชนิด เบื่อหน่ายน่ะ

page-81

พออีก๊อตแยกย้ายไปทำงานแล้ว ก็เลยพาลูกท่องเที่ยวเมืองจิ๋วของเรา ถ่ายรูปมาอวดว่า “ความเจริญ-บุก-มาเดร่า” แล้วจ้า ที่ก่อสร้างศุนย์การค้าหลายมุมเมือง ก็ทะยอยเปิดแล้ว นี่ถ่ายมาไม่หมด เพราะขับรถด้วย-ถ่ายรูปไปด้วย แบนเน่อร์แกรนด์โอเพนนิ่งมีให้เห็นเยอะแยะไปหมด แต่แม่อู๋ก็ยังผิดหวัง ยังตั้งตารอ ห้างในดวงใจ ไม่หรูหราอะไร คือ Target กะร้านหนังสือดีๆ ซักร้าน แบบ บอร์เด้อร์ หรือ บาร์นแอนด์โนเบิ้ล ไม่ (มีสิทธิ์) นิยม พวก เมซี่ส์ น๊อร์ดสะตอร์ม หรือพวกห้างหรูขายของราคาแพง เพราะ “บ่อจี๊” ถ้ามีตังค์ก็ขับรถไปเดินรกๆ ร้านเค้าที่เฟรสโน่ก็ได้ ที่นี่มีวอล์มาร์ทแค่ 1 แห่ง ถ้าทาร์เก็ตมาเปิด วอลลี่เวิร์ลด์ร้องไห้คิดถึงหม่ามี๊อู๋แน่ๆ 5555

page-82

Monday, November 10, 2008

Amazing! Thrift Store Shopping!

คือเป็นการช๊อปปิ้งตามฐานะ และตามสาเหตุ คือ ไปร้าน thrift เพื่อไปหาแจกันแก้วสีเขียวๆ มาปลูกพลูด่างที่แตกกิ่งแตกยอดมากมาย ไม่อยากซื้อของแพง เดินวนไปมาหาแก้วสีเขียวๆ ไม่ได้มีแต่ใสๆ (ใสๆ พอนานๆ ไปมันขี้เหร่ เลยไม่ชอบค่ะ) เลยไม่ซื้อพอจะเดินออกจากร้านก็ไปสะดุดตากับ Clutch ใบนี้เข้า พอดีกับมีงานเลี้ยงต้องไป 2 งานติดๆ กันในสุดสัปดาห์นี้ อยู่บ้านนอก งานเลี้ยงไม่ได้มีให้ไปบ่อยๆ เลยไม่มีข้าวของที่ดู “เข้าท่า” กับใครเค้า มีแต่ซิ้มๆ ป้าๆ สรุปว่าลากกระเป๋าในนั้นมาด้วยราคา $2.99 และ 50% off บวก tax นิดหน่อย คิดกันเอาเองว่าค่าเสียหายเท่าไหร่

page-75

ตัดสินใจซื้อเพราะคลำๆ ดูมันเป็นหนังแท้ ไม่มีรอยขูดขีด (หนักๆ) หรือฉีกขาด เอาไว้ใช้งานแป๊บๆ ไม่บ่อยหรอก รีบจ่ายตังค์ แล้วรีบออกจากร้านเพราะลูกกวน แต่พอกลับมาบ้านมาเช็ดทำความสะอาด พินิจพิเคราะห์ โอ๊ะ โอ่ว … กระเป๋า “กู๊ดจี่” นี่หว่า ดูเหมือนจะ authentic ซะด้วย กระเป๋าใบนี้เป็นสีเนวี่บลู ไอ้เหรียญโล่ห์ที่ดึงซิปในกระเป๋านั่นยังส่องแสงสดใสทองอร่ามอยู่เลย ไอ้ตัวเสียบปิดกระเป๋าที่ดูเหมือนหมวกแก๊ป 2 อันนั่นก็สภาพเยี่ยมสีทองยังสวยส่วนที่ลงยาแดงน้ำเงินก็ยังเพอเฟ๊คไม่มีกระเทาะ เชิญชม และช่วยกันพินิจดูกระเป๋าเก๋ๆ โบราณหน่อยๆ แต่สภาพเยี่ยม ที่ได้มาแบบ ฟลุ๊คๆ  ให้อีหนูดีถือให้ดู จะได้รู้ขนาดใหญ่เล็กแค่ไหน

page-76

มาเพิ่มเติม เอารูปพื้นครัวบ่ายวันนี้มาให้ดู อยากให้ท่านผู้ชมเห็นความวิบากกรรมของอิชั้น นี่เป็นแค่ตัวอย่าง ไม่ได้จัดฉากแต่อย่างใด ไม่อายด้วย 5555 ที่บ้านเขรอะมากๆ พื้นห้องอื่นๆ ก็คล้ายๆ กันนี่แหละ มากน้อยต่างกัน ไม่ชนะเก็บ เหนื่อยว่ะ

page-77

Sunday, November 9, 2008

ซุปประจำตระกูล

ซุปไก่อันนี้เป็นสูตรลับประจำตระกูล 5555พูดให้เว่อๆ เข้าไว้ หนุกดี มันก็แล้วแต่คนชอบนะคะ วิธีทำของแต่ละบ้าน แต่ละแม่ แต่ละคนก็ต่างกัน จะทำอะไร อย่างไร ก็แค่ทำให้ถูกปากถูกใจตัวเองและครอบครัวเท่านั้นเอง

page-72

ซุปไก่สูตรนี้ เป็นของโปรดของครอบครัว ลูกๆ ชอบ แม่ก็ชอบ อีแด้ดดี้ด็ชอบ แต่จะเติมน้ำมะนาวกับพริกทุบเข้าไปด้วย ทำเป็นต้มยำกลายๆ มาดูกันเลยว่าทำยากง่ายอย่างไร

เริ่มด้วย ปั่นมะเขือเทศกับผักชี+น้ำ ให้ค่อนข้างหยาบ เทลงหม้อต้มๆๆๆๆ (วันนี้ใช้มะเขือเทศ 4 ปอนด์ กับผักชี 1 กำ ต้องแยกปั่น 2 แบช ปกติจะใช้มะเขือเทศมากกว่านี้ แต่ผักชีกำเดียวกำลังดีแหละ) พอเทลงต้มก็เติมน้ำพอประมาณให้เดือดซักพักใหญ่

พอเดือดดีแล้ว ก็เทใส่กระชอน กรองเอาน้ำใส่หม้อใหญ่ เอาทัพพียีกาลงหม้อให้ได้มากที่สุด พอดีวันนี้ไม่มีกระชอนคู่ใจ ยังไม่ได้เอามาจากบ้านเก่า เลยใช้กระชอนพาสต้ากรอง ยีเนื้อไม่ค่อยลง น้ำซุปเลยไม่ข้นเหมือนเช่นเคย พอได้ซุปมะเขือเทศแล้วก็เติมน้ำตามชอบ คือให้พอเหมาะกับไก่ที่จะใส่ลงไป เติมซีอ๊วขาว น้ำปลา พริกไทยดำบด ลงซะหน่อย

พอซุปเดือดก็เอาเนื้อไก่ใส่ลงไป หมั่นช้อนนังฟองจันทร์กับไอ้มันย่องออกด้วย พอดูว่าไก่สุกดี ก็เติมหอมใหญ่ กับมันฝรั่งลงไป ต้มไปอีกพักใหญ่ๆ ชิม-ปรุงรสตามชอบ เชิญรับทานค่ะ

page-73

ส่วนรูปนี้ 5555 ขอขำก่อน เพราะไม่เข้าบรรยากาศเลย เป็นเพียงเพราะสนองตัณหาเบาหวานตอนตีหนึ่งกว่าๆ เท่านั้นเอง 5555 ลากที่ไสน้ำแข็งออกมา หั่นเฉาก๊วย ราดด้วยน้ำแดง แล้วก็แอบไปนั่งโซ้ยคนเดียวเงียบๆ กลัวลูกปั๋วตื่นมาเห็นปอบเบาหวาน 555

page-74

Saturday, November 8, 2008

เสาร์สนุก

“นอนดึก-ตื่นสาย” ตามปกติ อาบน้ำแต่งตัวพาลูกไปมอลล์ เพราะได้รับเชิญไปงานวันเกิดเพื่อนของรอมมี่ เค้าจัดที่ Build-A-Bear เชิญไปชมกันได้ที่ http://www.buildabear.com/ เด็กๆ ก็แฮ้ปปี้กันดี ที่ได้รับเชิญก็มีเพื่อนซี้ในกลุ่ม 3 สาวน้อยนั่นแหละ แล้วก็ครอบครัวของเค้า ที่ว่าดีเพราะคนไม่เยอะ คือ ผู้ร่วมงานน่ะนะ แต่ในร้านน่ะแน่นเอี้ยดอบอ้าวตามปกติ เจ้าภาพ-แม่ของเบิร์ทเดย์เกิร์ล-เหมาจ่ายหมดทุกอย่าง มันก็แพงแหละ ตกตัว 30 ฟ่าๆ (คือ ตัวสัตว์เหี่ยวๆ + ค่าหัวใจเต้าตุ๊บๆ + ค่าเสื้อผ้าและจิปาถะ) รวมแล้วก็ 12 ตัวแน่ะ ที่ทำให้รู้สึกอึดอัด (นอกเหนือไปจากที่อ้วนจนอึดอัด) ก็คือ เค้าให้ไอ้ตี้ด้วยตัวนึง เลยขอบคุณเค้าอยู่นั่น จนเค้ารำคาญเลยมั๊ง 5555 ไปดูรูปในงาน น่ารักดี เล่าแบบย่อๆ ข้ามๆ ตามแบบฉบับของอู๋ 555

เริ่มด้วย เด็กๆ และแขกผู้ใหญ่ เลือก หมี หมา สารพัดสัตว์ตามชอบ เชิญตั้งชื่อสัตว์ของคุณๆ ตามดวก หม่ามี๊อู๋สละสิทธิ์จ้า เกรงใจเค้าน่ะ

จากนั้นก็เอาไปยัดใยสังเคราะห์ ใส่หัวใจแดงๆ (พอกดๆ ก็จะได้ยินหัวใจเต้นตุ๊บๆ แผ่วๆ -ไอ้หัวใจนั่น 5 เหรียญนะจ๊ะคุณๆ)

ระหว่างทุกๆ ขั้นตอน ก็จะมีให้แขกๆ เล่นเกมส์ ฮูลาฮู้บ ไอสะปาย-ทายใจหาของในร้าน ฯลฯ หลายเกมส์ แล้วก็ทุกๆ คนที่มาร่วมงานได้ช่วยกันเอาห้วใจผ้าพั๊ฟฟี่แดงๆ จิ๋วๆ ยัดใส่หมีของเจ้าของวันเกิด ตอนเอาใส่ก็ให้อวยพรให้กับเจ้าของวันเกิด อันนี้น่ารักมากๆ เวรี่ทั๊ช-ขอบอก

จากนั้นเค้าก็มีหมีผ้าสักหลาดตัวเหลืองๆ ให้ทุกคนเเซ็นชื่อและเขียนอวยพรให้เจ้าของวันเกิดเก็บไว้เป็นที่ระลึก แล้วก็เชิญไปถ่ายรูปหมู่หน้าร้าน จากนั้นก็ได้เวลาแยกย้ายกันไป เค้าเชิญไปแหล่กอาหังต่อ ก็ขอปฏิเสธไป เพราะไม่น่าไปแหล่วๆๆๆๆๆ ครอบครัวเค้าทั้งนั้นเลย ไปนั่งจิ้มเจ๋ออีกนาน เซ็งตายโหง เลยโนแต๊งกิ้วไปซะ อีแม่ของแขกอีกตัว เห็นเราโน เลยโนตาม 55555

page-69

จากนั้นพาลูกไปเดินร่อนในมอลล์ต่อนิดนึง ไม่ได้มานานแล้วนิ เกือบเดือน 5555 ต้องไปแวะ บ๊าธฯ ซะหน่อย เพราะมีคูปองแลกของฟรี มีบัตรลด 10 จากการซื้อ 30 ก็เลยไปจัดการซะ ได้เจลอาบน้ำสีสวยและหอมน่ารับทานมาฟรี 1 ขวดใหญ่ ขวดสีแดง กับ รูมเสปรย์ กลิ่นยอดฮิตในหมู่เพื่อนๆ (แจแปนนีส เชอรี่ บอสซ่อม) ฟรีอีก 1 ขวด

ที่ซื้อก็มี ครีมทาโส้นทีน โลชั่นเกรฟฟรุ๊ต สบู่ล้างมือซินนาม่อนพัมกิ้น (เอาไว้เติมขวดพัมกิ้นน่ารัก-ที่ได้มาฟรีคราวก่อน) สบู่เหลว-แชมพู 3 อิน 1 มา 2 ขวด กลิ่นน่ารักเชียว หอมน่ารับทานด้วย ซื้อกลิ่นสตรอเบอรี่+กีวี่ กับ กลิ่นบั๊บเบิ้ลกัม มาอย่างละขวด

page-70

พอออกจากบ๊าธฯ ก็พากันแจ้นไปร่าน Pho-75 ไปฟาดก๋วยเตี๋ยวเวียดนานกันแบบแม่ลูกลืมคุยกัน เพราะหิวมากกกกก.. จากนั้นก็แจ้นไปร้านลาว ไปหาซื้อบวบเหลี่ยม วันนี้ดันไม่มีเลยอดซะ แต่ลากผลไม้มาเพียบ ลูกพลับ องุ่น เอเชี่ยนแพร์ มะเขือยาวอ่อนๆ ทุกอย่างราคาถุงละ 1 เหรียญ ยกเว้นฝรั่งกรอบอร่อยนั่นแพงระยับ ปอนด์ละ 2.50 เชียว ลากมา 2 ปอนด์ จนเลย ถั่วลิสงต้มก็ถุงละเหรียญ ตอนขับรถกลับบ้านน้ำลายยืด เนื่องจากฝรั่งน่ากินที่ซื้อมา อยากถึงบ้านเร็วๆ จะไปทำพริกเกลือกินกับฝรั่ง 5555 ส่วนฝรั่ง อีบ้าก๊อตนั้น ไม่น่ารับทานมานานแล้วค่ะ แต่ก็รักสุดหัวใจนะคะ-โขโบก

page-71 ส่วนออนาเม้นต์นั่นลากมาจาก Dollar Tree วางโทสับให้ดูว่าไอ้พวกนี้อันแค่ไหน ไอ้หลอดไฟนั่น คู่ละเหรียญ ลูกแดงเล็ก 3 ลูก 1 เหรียญ ไอ้สีทอง 2 อันนั่นแพง อันละเหรียญเชียว อีมี่มันชอบ ไม่รู้ว่าต้นคริสต์มาสจะทนทานได้ถึงไหน 555 โถมแขวนใส่หนักหนาขึ้นทุกปี ที่ไปซื้อมาเพิ่มอีกเพราะพยายามโล๊ะไอ้พวกแก้วที่แตกได้ทิ้งไป มันอันตรายกับเด็กๆ ที่เห็นทั้งหมดนี้เป็นพลาสติกนะคะ ส่วนต้นคริสต์มาสก็ใช้ต้นเก่า ใช้ต้นนี้เป็นปีที่ 3 ปีนี้แหละ ครอบครัวเราไม่นิยมต้นสดจริงๆ รักษ์โลก-ลดขยะ ไม่สนับสนุนการตัดต้นไม้ ฟังดูแล้วครอบครัวนี้ Environmentalist มากๆ 555 (ปล่าวเลย แหวะ กะแดะจริงๆ 5555) อยากได้กลิ่นต้นสนให้เข้าบรรยากาศก็ใช้วิธีจุดเทียนกลิ่นต้นคริสต์มาสเอา 5555 ครอบครัวนี้ขวางๆ โลกเน๊าะ จริงๆ ไม่มีอะไรหรอ ครอบครัวเรา “จน” น่ะค่ะ จนเงินนะคะแต่ไม่จนใจ

Friday, November 7, 2008

รูปเล่าเรื่อง

ควันหลงวันเกิด

page-61

page-62 

ฮัลโลวีนปีนี้กร่อยๆ ไม่ได้ซื้อชุดใหม่ให้ไอ้มี่ เพราะมีชุด Elizabeth Swan แพงเชียวนั่น-แล้วก็ยังใส่ได้สบาย (แต่ไม่เจือกใส่ ดันใส่ชุดโจรสลัดนั่น ติ้วไปนิดนึง แต่บอกอะไรก็ไม่ค่อยฟังหรอก 55) ซื้อ “Thomas the Tank” ให้ไอ้ตี้ แต่มันไม่ยอมใส่ ซ้อมอยู่หลายวัน ก็ไม่ยอมใส่ ใส่เป็นร้อง จะเอามาถือมากอดไว้อย่างเดียว ไม่ยอมใส่ ก็เลยแอบเอาชุดโจรสลัดของเก่าปีก่อน (ขาด โหว่ แหว่ง อยู่หลายที่ 555) แอบใส่ให้มันตอนมันหลับ หมวกเหมิกไม่ต้องใส่ 5555 เพราะหาไม่เจอ ปีนี้กร่อยมาก ไปไหนๆ ก็ไม่คึกคักเหมือนเคย เด็กๆ ก็ไม่ค่อยแต่งคอสตูมกัน

page-64 ดูรูปปีก่อน

page-68

เด็กดื้อๆ ที่บ้าน

page-63

ที่่ร้านหมอฟัน (คนใหม่) เมื่อวาน สรุปหมอคนนี้จัดการกรอขูดดีเคย์ออกและปะผุ 4 ซี่หน้า สรุปจะเก็บไว้หมด ไม่มีการถอน และจะมีการผ่าตัดใหญ่ คือทำหมดปาก ตอนนี้รอว่าได้ห้องผ่าตัดเมื่อไหร่ เมื่อวานจ่ายเงินสดไป $364.40 (ประกันเหมาไปอีกพันฝ่าๆ) นี่แค่ 4 ซี่ รวมเอ๊กซเรย์ ทำสะอาด ฯลฯ ตอนทำฟันต้องใช้คน 4 คนรวมทั้งหมดด้วย มาช่วยกันจับไอ้ตี้ สงสารลูกจริงๆ

page-65 

อันนี้รวมฮิตลูกๆ หนักไปทางไอ้ตี้ ไม่ได้รักลูกไม่เท่ากันนะ ไอ้มี่มันไปโรงเรียนน่ะ รูปที่เละๆ ถ่ายแบบไร้สาระก็ตอนเน่าๆ อยู่บ้านกับไอ้ตี้ไม่ได้ไปไหนกัน โดยเฉพาะไอ้ตี้กับกระชอนพาสต้า-ถ่ายสดๆ เมื่อเช้านี้เอง เชิญชมกันเลย

page-66 page-67

Tuesday, November 4, 2008

ไล่ฟันหมอฟัน-หลังจากโดนฟัน

เมื่อวานพาไอ้ตี้ไปหาหมอฟัน จริงๆ คือพามันไป “ทำ” ฟัน กลับกลายเป็นแค่พามันไป “หา” หมอฟันเหมือนเดิม โมโหมากๆ จ่ายไปสิ(วะ) อีกกี่บิลละเนี่ย-วิสิตอยู่นั่น นี่เป็นครั้งที่ 3 แล้ว เพราะหมอฟันสุดหล่อประจำครอบครัวไม่สามารถทำอะไรกับไอ้ตี้ได้ ต้องรีเฟอร์ไปหาสเป-เชี้ย-ลิสต์ สำหรับเด็กเล็ก  ทำนัดก็ยาก รอก็นาน นานแค่ไหนก็ต้องรอ สาเหตุที่ต้องพามันไปหาหมอฟันเพราะฟันมันดูคลาวดี้ไม่สะอาดอย่างที่น่าจะเป็น ไปครั้งแรกหลังจากรอนัด 2 เดือนมันบอกไม่ทำอะไรให้จนกว่าไอ้ตี้จะอดนมเต้า ทำนัดอีกครั้งให้รออีก 2 เดือน สรุปว่าไอ้ตี้เลิกนมได้ปุ๊บปั๊บคืนนั้นเลย (หลังจากหมอฟันบอกให้เลิกนมจากเต้าหลังจากพยายามมาหลายเดือนแล้วล้มเหลว ยาหม่องตราเสือได้ผลก็คราวนี้ ทั้งที่พี่เสือได้พยายามอยู่หลายหน 555)

page-56

ดูรูปไอ้ตี้สุดหล่อ (ฟันหลอ) กับอาหารว่างของมัน มะเขือเทศของโปรด ลูกเล็กลูกใหญ่ได้หมด ชอบๆๆๆๆ อะโวฯก็ชอบ

ส่วนคุ้กกี้นั่น เผลอเป็นไม่ได้ พี่ทั่นบริการตัวเองทันที ส่วนหนมมูนเค้ก เพื่อนเลิ้บชาวไทเป-เอามาให้เหมือนทุกๆ ปีในเทศกาลไหว้พระจันทร์

ครั้งที่ 2 หลังจากเกือบ 2 เดือนผ่านไป (ร่วม 4 เดือน นับจากรอนัดตั้งแต่ครั้งแรก) ไอ้ตี้ฟันเริ่มน่าเกลียดมากขึ้น ไอ้หมอเวน เดินเข้ามาแล้วก็ถามเลิกให้นมมันหรือยัง เราก็หน้าบานแฉ่งบอกไปเลย เลิกแล้วค่าคุนหมอขาาาาาาาาา อย่างภาคภูมิใจ มันก็น่าตายๆ บอก เออ ดี งั้นคราวหน้าเจอกัน มันไม่แม้แต่แหกปากไอ้ตี้ดู อีแม่มันเอ๋อ เป๋อ เร๋อ ไปเลย พอออกมาทำนัดอีก สรุปต้องรอมาอีกเกือบ 2 เดือน หย่อนไม่กี่วัน พอวันนี้นัดที่ 3 ฟันไอ้ตี้ซี่เล็กๆ 2 ข้างคู่หน้าได้หักหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วไม่ซาบ มันมาแหกปากไอ้ตี้ดู วู้ ว่าว โอ้ โน่ ต้องเปลี่ยนแผนการรักษาซะแล้ว ครอบฟัน 4 ซี่ที่ไม่ดีไม่ได้ซะแล้ว เพราะหายไป 2 ซะแล้ว มันก็แคะๆ เขี่ยๆ เพื่อดูว่าแผนต่อไปจะทำไงดี ไอ้ตี้ก็ดิ้นและแหกปาก แคะๆ อยู่ 10 วินาที ก็บอกว่าขอคุยหน่อย-เป็นว่าคราวหน้า (อ๊ะ…คราวหน้าไรวะ) แผน 1 พยายามเก็บ 2 ซี่กลางไว้ ครอบมันซะ แผน 2 ถอนออกทั้ง 4 ซี่ เพราะไอ้ที่หักน่ะเหลือครึ่งซี่คาอยู่

อีแม่ก็ชักตึงๆ รออีกแล้วเหรอ รอไม่ได้อีกแล้วนะ รอจนฟันมันหักหายไป เพราะมึงน่ะให้กูรอนานเกินไป ฟันมันซี่จิ๋วหลิว ดีเคย์นิดนึงก็หมดซี่นึงแล้ว กูนะ “ดูมายเบสท์ แล้วก็ฟั๊ดสะเทตมากๆ กับการรบราแปรงฟันลูกกู แต่กูก็ไม่หยุด หรือท้อ” อีเชี้ยหมอไม่หือไม่อือ ไปทำนัดซะ สรุป รอไปอีกถึง 14 มกรา 09 ขับรถกลับบ้านน้ำตาตกสงสารลูก อยากเปลี่ยนหมอ ก็ต้องไปนับหนึ่งใหม่ รอไปอีก หลายสะเต็บ หลายเดือน แค้นไอ้เชี้ยหมอคนนี้มากๆ

ถึงบ้านก็เม๊งอีปั๋ว เพราะอึงนะแหละ ไม่ไปกะกรู จะได้ช่วยกันลุยไอ้เชี้ยหมอ อีก๊อตพอโดนคุณเมียด่าก็เงียบไปอึ๊ดนึง พอตั้งหลักได้ก็โทรไปด่าไอ้เชี้ยหมอ กูอยากให้มึงทำให้ลูกกูเร็วๆ เพราะจะไม่รอถึงมกรา มีปัญหาอะไรถึงไม่ทำอะไรวันนี้ บลาๆๆๆ ไม่งั้นก็จะทำคอมเพลนนะ จุดๆๆๆๆ ไอ้เชี้ยหมอบอกว่า ไอ้เบบี้ไม่ให้ความร่วมมือ (ตอแหลไปโน่น พอเราอยู่ที่คลีนิคไม่ยักกะพูดแบบนี้ ไล่เราออกไปทำนัดเฉยเลย) ไอ้ก๊อตก็แว๋แต๋ไปว่า He’s only 2, you said he was uncooperative!! (ตรงนี้เสียงแหลมปี๊ดดดด..) Don’t you know that he’s only 2 years old, he‘s in pain, his teeth is falling off his head Blah blah blah!!!! ยาวเลย

แล้วไอ้ก๊อตก็โทรไปปรึกษา หมอฟันสุดหล่อ เฮ้ลธ์ดีพาร์ทเม้นต์ สรุปจะทำคอมเพลนแน่นอน ตอนนี้ก็รออีก  หมอเบบี้ 2 คนให้ตอบรับกลับมาว่าใครจะรับไอ้ตี้เข้ารักษา และใครมีเวลาตรวจไอ้ตี้ได้เร็วกว่าก็เลือกคนนั้น เห็นว่าคราวนี้อีหมอสุดหล่อโทรลุยเองเอาแบบแนวหน้าสุดๆ ให้ไอ้ตี้เลย หมอคนนี้เป็นคนแรกที่เค้ารีเฟอร์ แต่ทำนัดไม่ได้ รอไปเกือบปีโน่น เลยเลือกไอ้หมอเชี้ยนั่น เพราะรอแค่ 2 เดือน

มาเพิ่มเติม… เย้ๆๆๆๆๆ หมอคนใหม่ที่ว่าเก่ง เจ๋ง โทรตอบรับมาแล้ววววววว บอกจะให้เวลา 1st visit for evaluation เช้าวันศุกร์นี้เลย ดีใจ ดีใจ ดีใจ สาธุๆ ช่วยไอ้ตี้ของลูกช้างด้วยเถิ้ดดดด…..

ปล. เรื่องย้ายบ้าน เราก็ยังย้ายแบบสะโลว์โหมดอยู่ค่าาา….. เพี่ยนๆ

Thursday, October 30, 2008

ชุมชนน้ำแห้ง

มาอั๊พตามสัญญา พยายามจะอั๊พหลายวันแล้วแหละ แต่ก็นะ ยุ่งไม่เลิก ยุ่งไม่มีฤกษ์ซะด้วย งานวันเกิดผ่านไปเงือกๆ หงอยๆ เพราะคนแถวๆ นี้ไม่ลงรอยกัน แต่ก็ดี คนไม่เยอะ เรียบๆ ง่ายๆ จบๆ ไป ถือว่าเราเชิญมันครบทุกคน ไม่มาก็อย่ามา 5555 ไม่แค้… ไม่แคร์

แต่วันนี้อยากจะเล่าให้ฟังว่า เห็นชาวบ้านแถวระแวกบ้าน (เก่า) เจาะน้ำบาดาลกันใหม่หลายบ้านเลย คงจะทะยอยแห้งไปตามๆ กันแหละ เพราะฝนไม่ตกมาเป็นปี หนาวก่อนหิมะก็น้อย เดือดร้อนกันทั่วหน้า ไอ้บ้านเยื้องๆ กัน ก็เห็นเจาะตั้งก๊ะวันจันทร์ ยังขุดยังเจาะกันอยู่เลย-คงยังไม่เจอน้ำ (ซูมสุดชีวิต และย้อนตะวันตอนสี่โมงเย็น ดูเอาเองเถอะ)บ้านเราที่ว่าน้ำแห้งน่ะ ลึกแค่ 280 ฟิตนะคะ ไอ้พวกนั้นจะเจาะกันไปอีกแค่ไหนถึงจะเจอน้ำ เจาะเพลินๆ เจอน้ำมันดิบ 55555 จะรีบย้ายกลับไปเจาะมั่ง 55555 กลัวแต่มันต้องเจาะลึกๆๆๆๆ จน “ลาว่า” พลุ่งพรวดขึ้นมาจะเดือดร้อนกันไปยกใหญ่ 555 นี่ถ้ามีตังค์เยอะๆ ก็กะว่าจะไปจ้างโปรๆ หน่อยมาเจาะทะลุไปอ่าวไทยเลยแหละ 5555 จะได้ไปผลุบโผล่หาแม่หาพี่วันเว้นวันเลย

page-60

เรื่องน้ำแห้งน่ะ ทำเอาครอบครัวเราตั้งรับไม่ติด เพราะดันมาเกิดตอนที่กระทรวงการคลัง+แบ๊งค์ชาติของเราเจ๊งโบ๊งไม่เป็นท่า บาดเจ็บจากค่าโน่น ค่านี่ ฆ่านั่น ฆ่าให้ตายเลยแหละ บิลที่คาดไม่ถึงมาเพียบ อะไรต่อมิอะไรเสียหายต้องซ่อมไม่ขาดระยะมาเป็นปี เงินเก็บร่อยหรอแบบเกือบซีโร่ จะเอาเงินที่ไหนอีกหมื่นห้ามาเจาะน้ำ กู้เค้าเรอะ ตายห่ายิ่งกว่าเก่า เลยตัดสินใจทำ foreclosure และ ล้มละลายไปซะเลยให้มันรู้แล้วรู้แร่ด (ใครวะช่างคิดคำว่า “ล้มละลาย” มันช่างให้ความหมายแบบหมดตูดดดดด…. ล้มละลายสลายร่าง ระเหิดกระจิดกระเจิง ….5555 นี่ล้มแบบไอ้กันไม่โหดเท่าไหร่ ไม่นานก็กลับคืนฟื้นชีวิตได้อีก ถ้าล้มแบบพี่ไทยก็เตรียมตัวได้เลย ล้มแบบไม่ต้องลุก)

page-59

เปลี่ยนเรื่อง มาดูรูปหนูดี ต้อนรับฮัลโลวีน มันช่างคิดทำไปได้ 5555 (รูปลูกจิ๊ดนึง รูปอย่างอื้นบะเริ่มเทิ่ม 555 เดี๋ยววันหลังเอารูปลูกมาอั๊พล้วนๆ) เอาอันอื่นมาแปะๆ รวมกันด้วย ก็มีน้ำมะนาวของโปรด ซื้อมาแช่ช่องฟรีซๆ พอให้เป็นเกล็ดๆ เขย่าๆๆๆๆๆ ดื่มชื่นใจ ใส่แก้วก้านแบบมาการิต้าให้ลูก อีพ่อมาเห็นโต๊กกะใจ นึกว่าเราให้ลูกดื่ม L-ก-ฮ ซะนี่ 5555 ส่วนไอ้คูปองจากบ้าธฯ น่ะ ขยันส่งจริง ยั่วยวนให้ไปซะจริงๆ ก็คงจะไปแหละ หาซื้อของลดราคาเอาเตรียมไว้ตอนคริสต์มาส เพราะเข็ดแล้ว คนให้เราเพียบแต่เราแบบ “บ๋อแบ๋ บ๋อแบ๋” ขายขี้หน้าจริงๆ ไม่อยากได้ของใครหรอก ชอบให้กันจริง ให้อะไรดีๆ ก็น่ากี๊ดๆๆๆ แต่ให้แบบเส็งเคร็งน่ะ (อันนี้เจอบ่อย) เจ็บใจจริงๆ เราเองก็ “รี-กิ๊ฟต์” บ่อยๆ กลัวจุดไต้ตำตอเข้ามั่งแหละ แต่คงยาก เพราะจะเขียนโน๊ตแปะไว้ว่าใครให้มา จะได้ไม่ไปให้คืน แถมช่วยเตือนความจำด้วยกว่าไอ้ที่ห่วยๆ น่ะ ของใคร 55555 พล่ามมาเยอะ จะบอกว่า ของจากบ้าธฯ น่ะไปลากมาตอนลดราคาเก็บไว้แจกเค้า คุ้มและดูดีน่ะ สิบอกไห่

Friday, October 24, 2008

Happy 2nd Birthday to Lil’ Scotty

เด็กชายตี้เกิดวันปิยะฯ เมื่อสองปีก่อน เร็วเน๊าะ รบราฆ่าแกงกับมันครบ 2 ปีแล้ว 555 ยังคงต้องรบกันต่อไปอีกนาน วันนี้พ่อพาไปกินลั๊นช์ที่ เพอร์โก้ส์ อีมี่ไม่ได้ไป เพราะมันเลิกช้า เลยอดซะ แต่พ่อบอกเดี๋ยวพาไปชดเชย 555

page-57

เมื่อวันจันทร์ ไอ้ลุงตี๊ฟเชิญไปกินที่ร้านบั๊ฟเฟ่ต์จีน เชิญเรา - แต่ไม่จ่าย อีก๊อตเหมาตามระเบียบ แต่มีประทับใจเจ๊หน่อยนึง ตรงที่อาซิ่มอาโกอุตส่าห์ไปเอาอาหารจากไลน์บั๊ฟเฟ่ต์มาตกแต่งเป็นเค้กจิ๋วมาให้ เก๋จริงๆ ไอ้ฟายตี๊ฟรีบบอกว่าเดี๋ยวจะไปบอกให้ร้านเมียมันก๊อปไอเดียนี้ หน้าไม่อายเน๊อะ

page-58

ยังเน่าๆ หนอนๆ อยู่ เดี๋ยววันหนังมาอัพเรื่องย้ายรังรัก 555555 แถมอีก๊อตเจือกไปเชิญใครต่อใครให้มาเบิ้ดเดย์ลูกมันวันเสาร์นี้ เซ็งมากๆ บ้านช่องก็ยังไม่เข้าที่เข้าทาง เชฟมีใบเซอร์ก็ทำอะไรไม่เป็นซะด้วย เซ็งจริงๆ พวกมันจะนั่งกันตรงไหนฟะ ที่จริงต้องบอกแขก BYOB – Bring Your Own Booze….  55555 แต่งานนี้ต้องบอก BYOC = Bring Your Own Chair 55555 (BYOB is an acronym most commonly meant to stand for "bring your own beer", "bring your own bottle", "bring your own beverage" or "bring your own booze". The term "booze" is slang for alcoholic drinks. It is also commonly used to mean "bring your own beef" at a barbecue or party)

ขอแทรกฟามรู้หน่อยนึงนะ 55555 อย่าหมั่นไส้เลย เพราะเมื่อตอนอยู่เมืองไทย ไม่เค้ย ไม่เคย ได้ยินได้เจอแบบนี้ 5555 หรือคงเพราะไม่มีใครรักขนาดเชื้อเชิญไปร่วมงาน 555555

แล้วจะมาอั๊พตามสัญญานะค้าาาาา….. แต่รอหน่อยละกัน ไม่กล้ารับปากว่าเมื่อไหร่ 5555

Tuesday, October 14, 2008

ย้ายบ้าน

หัวหงอก แก่ อ้วน ขี้เกียจ แล้วต้องย้ายบ้านตามลำพังพร้อมๆ กับเลี้ยงลิง 1 ตัว คิงคองหญิงอีก 1 ตัว เหนื่อย ship หาย อีผัวบ้าก็งานยุ่งเพราะอยู่ในซีซั่นจะลามาช่วยเต็มๆ วันก็ไม่ได้ เดี๋ยวเค้าไล่ออก จะเดือดร้อนไปกันใหญ่ 5555 เสียบ้านไปก็หนักหนาแล้ว ถ้าผัวตกงานอีก จะร้องเพลงอะไรกันดี ฮึ!!! แต่โปรเจ็คย้ายบ้านเนี่ย...คาดว่าจะเสร็จเรียบร้อยภายใน 3 ปี 5555 (ทำอยู่คนเดียวนี่หว่า)

ย้ายมาตั้งแต่วันที่ 1 มานอนกับลูกๆ ขนข้าวของที่ยัดๆ มาได้ในรถ ก็เกลือกกลิ้งนอนกันที่พื้น ตู้โต๊ะเตียงคงจะตามมาเร็วๆ นี้ (เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น รออีก๊อตมันไปเช่า "ยูฮอล - U Haul" ต้องเช่าวันที่มันมีเวลาเต็มๆ วันด้วย ไม่งั้นไม่คุ้ม แง่ะ) คงกลิ้งกันไปแบบนี้พักนึงแหละ ลูกๆ ก็สนุกสนานเพราะบ้านโล่งโจ้งสว่างหูสว่างตา ยังไม่เอาอะไรต่ออะไรมายัดไว้เต็มเหมือนบ้านเก่า

ขนเครื่องครัวมาบ้างแล้ว วันแรกเจียวไขแจกลูกผัวกินตอนเช้า 55555 หรูมากๆ หลังจากแด๊กด่วนมาตลอด 2 เดือน ทุกๆ คนแฮ้ปปี้เกินคาด วันนี้จะทำแล๊มพ์ฉ่อบรับทานกันเจ้าค่ะ ที่ไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางในครัวคือ เตาบ้านนี้เป็นเตาไฟฟ้าแบบกระจก เกลียดอะไรเจออันนั้น ยากขนเตามาจากบ้านเก่า เค้าก็เจือกไม่มีท่อแก้สไว้ เฮ้อ .... แม่ครัวมือโปร-อีกไม่นานคงชิน มันไม่ฟู่ฟ่าฉู่ฉ่าเหมือนเคยก็แต่นั้นแหละ อ้อ.อีกอย่าง ไอ้เตาบ้านเนี่ยดูเหมือนไฮเอนด์หน่อยๆ ทั้งปุ่มเปิ่มเต็มไปโม้ดดด.... มันช่างดึงดูดใจไอ้ตี้สุดๆ กดๆๆๆๆๆๆ หมุนๆๆๆๆๆ ตอนนี้ฟาดไอ้ตี้เป็นงานอดิเรก

ที่เริ่ดสุดๆ คือ ไม่ต้องตะลอนขนลูกไปอาบน้ำ ซักผ้า ฯลฯ แต่ก็คงอีกพักใหญ่ๆ แหละ วางแผนจะกลับไปยิม (คนเดียว) อย่างเป็นเรื่องเป็นราว (อีกซักที) 

หวังว่ามิตรรักแฟนเพลงคงเข้าใจว่าทำไมจึงหายหัวไปพักใหญ่ๆ ยุ่งมากๆ เลยค่า แถมต้องกลับไปอยู่ยุคหินอีก เพราะไม่มีอินเตอเน็ทใช้ (อีกหลายวันแหละ) และมือถือถูกตัด 5555 ยุ่งเหยิงวุ่นวายเกิ๊นนนน….. เกี่ยงกัยไปจ่าย ข้าก็นึกว่าเองไปจ่าย เอ็งก็นึกว่าข้าไปจ่าย สรุป ไม่มี ม.ต.น. ไปจ่าย เค้า “ตัด” เข้าให้ แต่ตอนนี้ไปจ่ายตังค์แล้ว ใช้ได้แล้วน้า.... ทุเรศเน๊าะ

และคงไม่มีรูปใหม่ๆ ให้ดูอีกระยะนึง เพราะหาที่ช๊าร์จทั้งหลายไม่เจอ เอ๋อเก็บเอง เอ๋อเก็บเก่ง เอ๋อลืมไปแล้วว่าเก็บไว้ตรงไหน รวบรวมครบถ้วนไว้ด้วยกัยหมดเลย เลยหาไม่เจอยกขบวน

แล้วจะมาอั๊พเมื่อมีเวลาและต้องมีโชคด้วย เพราะต้องแอบลักปิคอั๊พอินเตอเน็ทซิ๊กแน่นชาวบ้านเค้ามาใช้ 5555 สวดภาวนาไม่ให้เป็น "ซิ๊กแน่น" ของแฮกเก้อ 5555

UC-KakeeNung

Monday, September 22, 2008

ไปให้หมอฟัน FUN

555555 รูปประกอบวันนี้น่ากลัวมากๆ เออรี่ฮัลโลวีน ขวานอ่อนหรือตั้งคัน ไม่ควรชมเป็นอย่างยิ่ง 55555 คือเมื่อเดือนที่แล้วไปทำสะอาดฟันตามปกติทุกหกเดือน เค้าก็ถามตามปกติว่าเจ็บ ปวด รวด ร้าว เสียว ซาบ ซ่าน ซี่ไหน หรือไม่ อย่างไร ก็บ่นๆ ไปว่า ฟันกามกรามล่างขวาตึงๆ หนึบๆ เวลาเคี้ยว ได้เรื่องเลยแหละ จับตรวจละเอียด (ไม่น่าบ่นเลยตู) เอ็กซเรย์ก็ไม่พบว่ามีดีเคย์หรือแควิตี้ ทั้งเคาะ ทั้งเขี่ย ทั้งทิ่ม ทั้งแทง ก็ไม่ยักกะเจ็บปวดอย่างที่บ่น สุดท้ายอีหมอรูปหล่อก็ออกคำสั่งให้กลับไปรักษารากฟัน แต่ตารางนัดแน่นหนาเช่นเคย-กว่าจะได้ไปปะผุก็ต้องรอมาเดือนเศษๆ

วันนี้วันดีเดย์ ไปยิมสระน้ำปิดทำความสะอาด ไอ้ตี้อดว่ายน้ำกับพ่อ (ปกติว่ายน้ำกับพ่อ-แล้วแม่หนีไปอาบน้ำฉ่ำตามลำพัง) เลยต้องโห่ไปอาบน้ำกับไอ้ตี้ อาบน้ำกะมันนะ ยุ่งยากวุ่นวายที่สุด กว่าจะแก้ผ้ามัน กว่าจะแก้ผ้าตัวเอง มันจะวิ่งหนีออกไปนอกงห้องล๊อคเก้อร์ตลอด แล้วอิชั้นนุ่งผ้าขนหนูขนหมูกวดมันก็ไม่ง๊ามมมมมมม... ไม่งามเอาซะเลย เฮ้อเซ็ง แต่ก็เอาจนเสร็จลุล่วงไปได้ พอเสร็จไปต่อที่แม๊คโดเน่ากัน กินชิคเค่นเซเล็ค-ของโปรดไอ้ตี้ แล้วก็รีบบึ่งกลับมาบ้านรอรับอีมี่ ช่างกะเวลาได้พอดีสวยงาม มาถึงบ้านจอดรถรอที่ไดร้ฟ์เวย์ รสบัสก็มาจอดพอดี ต้อนลูกขึ้นรถ ให้อีดีกินแม๊คฯ ที่ลากมาเผื่อมันในรถระหว่างบึ่งไปหาหมอฟัน

พอไปถึงยุ่งยากวุ่นวายเพราะไอ้ตี้พบว่าคลีนิคหมอฟันช่างน่าสนใจยิ่งน้ก ขนม ของเล่น หนังสือ หรือ หนังโปรด ที่คุณผู้ช่วยหมอจัดมาปรนิบัติมันในห้องพิเศษ-ไม่สามารถดึงดูดใจอะไรไอ้ตี้ได้เลย แม่ม-อยากจะวิ่งเล่นท่าเดียว ลูกซนเป็นที่ขายคี่หน้ายิ่งนัก ขอโทษขอโพยเค้าไม่ได้ขาดปาก จนปากไม่สามารถขอโทษได้แหละ เพราะหมอเอาอะไรต่อมิอะไรยัดไว้เต็มปากไปหมด วันนี้อายฟ้าดินจริงๆ

ไปทำฟันครั้งนี้นานมากกกกกก........... เข้าไป 3.45 ออกมา 6.15 ค่ะ ร้านหมอฟันเนี่ยไม่ต้องรอนะคะ เปิดประตูเข้าไปก็ขึ้นเขียงเลย ไม่เหมือนไปหาหมอทั่วๆ ไป รอเหงือกแห้ง รอรากงอกเลยแหละ ออกจากร้านหมอชาปากตุ่ยอยู่อีกนานเลย หมอบังคับให้กิน Advil ตั้ง 3 เม็ดก่อนกลับบ้าน อย่างนี้ก็รู้เลยว่าโดนกระหน่ำหนักหนาเอาการและต้องระบมอยู่อีก 2-3 วัน แงๆๆๆๆๆ แล้วก็นัดไปเก็บงานอีก วันที่ 8 ต.ค. เซ็งเลย

เชิญชมภาพน่ากลัว 55555 มากๆ เลยเน๊อะ ให้ดูเล็กๆ จะได้ไม่สยองมากนัก

page-50

Saturday, September 20, 2008

เด็ก GATE & ก้านกล้วย (Round # 2)

อีมี่ถูกจัดเข้ากลุ่ม GATE - Gifted and Talented Education จริงๆ แล้วแม่น่าจะดีใจ แต่แม่งั้นๆ แหละ ก็ชื่นชมลูกให้มันดึใจตามระเบียบ เพราะเราเป็นแม่ไงเลยรู้ว่าลูกเราน่ะจริงแท้แล้ว "แค่ไหน" อีมี่เนี่ยถ้าวัดมาตรฐานเมืองไทยก็แค่ "พอใช้" พออยู่ที่นี่ก็แบบ เก่งจริงเก่งจัง คุณแม่อบรมเลี้ยงดูคุณลูกยังไง คุณครูก็ดีใจที่ลูกทำเทสต์แล้วผ่านเข้าไปในกลุ่มเด็กกิ๊ฟเต็ด เชิดหน้าชูตาคุณครูเค้าล่ะมั๊ง 5555 ถ้าจะให้แม่ชมก็ขอชมว่าลูกมีพอนหวันแบบหาตัวจับยาก เก่งทั้งไทยและอังกฤษ มีให้ "ฮา" อยู่เรื่อยๆ อยากเล่าเยอะๆ แต่นึกไม่ออก แม่เป็นโรคความจำสั้น เอาที่สดๆ เหตุเพิ่งเกิดตอนขับรถกลับจากยิมวันนี้ดีกว่าเน๊าะ

DVpgYspwuyHutq_3_l

คือไปเจอหนัง Blue Elephant จาก Block Buster (ต้องร่วมกันภูมิใจแอนนิเมชั่นเรื่องแรกของไทยที่โกอินเตอร์ และเด็กฝรั่งชอบมากนะ) เลยเช่ามาให้ลูกดู ทำเซอไพร๊ซ์ลูก เพราะรู้ว่าอีมี่หนูดีมันชอบ "ก้านกล้วย" อย่างมากมาย (แต่อย่าให้มันออกเสียชื่อหนังหรือชื่อพระเอกของเรื่องเชียว - - น่าหวาดเสียวที่สุด ต้องหายาทาเลยแหละ 555) ลูกเคยดูแต่เวอร์ชั่นภาษาไทย คงเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง คุณแม่ก็ขี้เกียจแปล (แบบถูกต้อง) ก็รวบรัดตัดสรุปห้วนๆ ให้ลูกเข้าใจแบบงงๆ คราวนี้เจอฉบับอังกฤษลูก-คาดว่าลูกคงแฮ้ปปี้กว่าเดิม สรุปมันบอกว่าเค้าเปลี่ยนเรื่องไปเยอะเลย 55555 ไม่เหมือนต้นฉบับภาษาไทย 5555 อันนั้นเป็นหนึ่งขำ 555 เพราะส่วนที่มันสนใจคือประวัติศาสตร์ที่แฝงอยู่ในเรื่อง อีแม่เลยใส่ไข่ไว้เยอะเชียว เบอม่าแบดๆๆๆๆๆๆ พอมาดูภาษาอังกฤษก็เลยดูชืดๆ 55555

Blue-Elephant-DVD

ส่วนอีกขำนึงคือ ขับรถอยู่ดีๆ มันก็ถามพรวดขึ้นมาว่าทำไมตั้งชื่อพระเอกว่า ก้านกล้วยวะแม่ ไม่เห็นน่ารักเลย แม่ก็บอกน่ารักออก ก้านกล้วย ก้านกล้วย ก้านกล้วย ก้านกล้วย ..... มันก็แย้งน่ารักไงวะแม่ Banana leave stem or Banana leave spine เอาเข้าให้แล้วสิ 5555 เราก็บอกน่ารักแหล่ะน่า มันไม่ยอมจบ มันบ่นอีกว่าเค้าเปลี่ยนชื่อนางเอกของเรื่องจากชบาแก้ว เป็น โคน-ซวย แม่ก็ขำปู้ดดด... เลย คนสวยไงลูก มันก็อ๋ออออ.... คนสวย ยังสงสัยเรียก โคน-ซวย ทำไม แม่เลยเพิ่มเติมไปว่า-ก็นางเอกสวยไง เรียกง่ายกว่าชบาแก้วอีก

mv

มันไม่ยอมจบ แล้วชบาแก้วแปลว่าอะไร (จริงๆ อีมี่เรียกนางเอกว่า "สะ-บา-แก้ว") เพราะถ้าแปลว่า Comfortable Cup ฟังดูแปลกๆ นะแม่ แม่ก็ก๊ากกกกก..อีก คิดได้ไงวะลูก สบายแก้ว - Comfortable Cup เล่าแบบนี้ไม่ค่อยขำน่ะ แต่ตอนที่มันพล่ามในรถแม่ขำก๊ากกกกก เลยแหละ เชิญชมตัวแสดงนำของเรื่อง Banana leave stem กับ Comfortable Cup เลยค่ะท่านผู้ชม

wallpaper_sk_kk02_640x480

กังฟูแพนด้า กับ ลูกกะตาของแม่

วันนี้อยากฆ่าเด็ก แต่ไม่กล้ากลัวมันตาย ไอ้บ้าตี้ กวนโอ้ยตั้งแต่มันแหกตาตื่นขึ้นมาเลย ก็กอดจูบแม่ ดึงทึ้งผ้าห่มปลุกแม่ตามปกติ ก็เลยลุกขึ้นมาเปิดทีวีให้มันดู แล้วก็นอนเค้งเก้หลับอยู่ข้างๆ มันแหละ ทีแรกมันก็มานอนเบียดดูทีวีดีๆ อยู่ ซักพักไปหา รถไฟ รถเก๋ง รถบรรทุก ฯลฯ ของเล่นของมันมาขับมาไสไถแม่มันตั้งแต่หัวจดเท้า แม่มันเหมือนภูเขามั๊ง ก็เลยนอนให้มันข่มเหงอยู่อย่างนั้น ซักพักเอาไปฉายมาส่องหน้า แหกหูแหกตาแม่ส่องดู โขกหัวแม่บ้างเป็นระยะ ลูกอิชั้นมีแววเป็นคุณด๊อก (เต้อ) มากๆ (เชิญชมโฉม "ศัตรูคู่เตียง" ของแม่ ดูหน้ามันแล้วไม่น่าโตมาเป็นวายร้ายเล้ยยยยย....)

3-26-2007 8-35-47 PM

อีกแป๊บอีแม่ร้องกรี๊ดดดดดดดด..... วีดดดดดดดด บึ้กๆๆๆๆๆๆๆ ฟาดเปรี้ยงตามไปอีกหลายที แงๆๆๆๆ ตามระเบียบ ไอ้เชี้ยตี้ เอายาทาเล็บมาหยอดตาแม่มันไง มันเปิดขวดได้ไงฟะ อีมีต้องเล่นแล้วปิดไว้ไม่แน่นแน่ๆ เลย อยากขับรถไปตื้บอีมี่ที่โรงเรียนเลย ณ บัดนั้น ลืมบอกไป แสบตามาก มากๆๆๆๆ อย่างไม่เคยแสบมาก่อนในชีวิต ทั้งล้างทั้งเช็ด โมโห สุดๆๆๆๆๆ ดีที่มันเปิดขวดได้-แล้วแค่เอาแปรงที่ชุ่มๆ มาป้ายหยดที่หางตา ไม่ได้ยกเททั้งขวด นอนตะแคงอยู่เลยไหลเข้าลูกกะตา นึกว่าตาบอดซะแล้ว พอฟาดมันไป-ขวดกระจาย ยาทาเล็กหกกระจายเต็มไปหมด พอดีเป็นท๊อบโค้ท แต่มันก็เป็นดวงแห้งแข็งไปทั่วทั้งพรม หมอน ผ้าห่ม ฯลฯ สรุป เคืองตาไปค่อนวัน แต่ไม่ได้เป็นอีบอดสมใจไอ้บ้าตี้

4-23-2008 1-37-09 AM

พอบ่ายๆ รออีมี่กลับมารีบพากันแจ้นไปซักผ้าที่ร้านหยอดเหรียญ โห..... อยากฆ่าไอ้ตี้อีกสามรอบ แม่ม...ซนชิกไห วิ่งเข้าวิ่งออก ซนๆๆๆๆๆ โมโหมากๆ ปวดหัวด้วยเพราะไอ้ปรับผ้านุ่มที่ซื้อมาใหม่หอมมากจนน่าอ้วก หอมเหมือนน้ำหอม ยืมดมไปพับผ้าไป 2 ชั่วโมงกว่า แทบเอาชีวิตไปทิ้ง เพื่อนๆ อย่าไปซื้อหามาใช้เชียว Snuggle Creme Fabric Softener Liquid, 3x Concentrate, Jojoba Essence ก็ซักพับทำจนเสร็จเรียบร้อยแหละ ไปซักที่ร้านหยอดเหรียญก็เลยต้องลุยให้เสร็จ ถ้าเป็นที่บ้านนะ เลิกไปแล้ว ไปลากซื้อขวดใหม่มาแล้วแถมซักไอ้ภูเขานั่นใหม่หมดเลยด้วย หรือไม่งั้นก็หนีไปนอน อู้ตามเคยแล้วอ้างว่าปวดหัว จริงๆ ขี้เกียจตามปกติ 55555

41XtwzAhAiL__SS500_

พอจบเรื่องที่ร้านซักผ้า ก็แหกหูแหกตาขนลูกขนผ้ากลับบ้าน เพราะต้องรีบแหกไปรับกับข้าวไปส่งอีก๊อตที่ทำงาน พอส่งข้าวเสร็จก็สองทุ่มพอดี หิวโว้ยหิว ถามอีมี่กินอะไรกันดีลูก มันก็อึ้งแม่ก็อึ้งนึกไม่ออก เบื่อกินจั๊งมากๆ พอแม่บอกไปกินไชนีสบัพเฟ่ต์กันมั๊ย อีมี่ก็รีบโอเค ก็พากันบึ่งไป ไอ้ตี้ก็หลับคร่อกในรถเพราะซ่ามาทั้งวัน พอถึงร้านแม่กับพี่ก็ค่อยๆ แบกมันใส่รถเข็นให้มันหลับต่ออยู่ในนั้น จะได้ฟาดกันให้คุ้มค่าเสียหาย เข้าได้นั่งเรียบร้อย อีแม่ก็รีบพรวดไปล่าหาอาหารมากินทันทีเพราะหิวมากๆ พอแบกจานกลับมาแทบคลั่ง ไอ้ตี้หลุดออกมาจากรถเข็นมันได้ไงวะ คลุ้มคลั่งหรรษาร่าเริงสุดๆ อดแหล่กอีกแล้วตู (น่าผอมเน๊าะ) ที่มันหลุดออกได้เพราะ นังเยียน ป้าสะใภ้ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ (เมียไอ้ตี๊ฟ-พี่ปั๋วน่ะ) ได้มาปลดปล่อยมันด้วยเอ็นดู-ตูล่ะเบ่อเลยแหละ เจือกมาปลุกมาปล่อยผี-ทุบหม้อพ่อนาคของตูทำไมฟะ แล้วก็หนีไป ปล่อยให้มันอาละวาดตูจนอดอร่อยเลย มันดีด มันดิ้น มันมุด มันปีน มันส่งเสียงดัง ฯลฯ โมโหอีกแล้ว อีมี่มันก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก มันก็หิวเหนื่อยพอๆ กับแม่ เพราะไอ้ตี้บ้าคลั่งอาละวาดตลอดวันเลย

CBt3L3XDrCid5elrP-RTqw

ด้วยความที่หิวมาก มือนึงก็กิน มือนึงก็ทึ๊งดึงลากหิ้วมันไว้ ทั้งguard ทั้งกัน ทั้งป้อง ทั้งปัด ขาก็หนีบมันไว้เวลามันมุดลงใต้โต๊ะ กินไปอย่างยากลำบาก กางแขนอ้าขา อุบาวท์สุดๆ นึกถึงกังฟูแพนด้าเลยแหละ ตูเหมือนกังฟูแพนด้าเลยว่ะ กินไปด้วยเล่นท่าไปด้วย 55555 ท่ากังฟูน่ะ อ้วนๆ เหมือนแพนด้าด้วย อุจริงๆ

KungFuMaMa 

Thank you for the original picture from Kung Fu Panda by Dreamworks

ไอ้บ้าตี้นะ ทำแม่ได้ลงคอ พระเจ้าช่วยกล้วยปิ้ง พรุ่งนี้ขอให้มันกู้ดๆ ด้วยเถิ้ดดดดด สาธุ เพราะถ้ามันดื้อแบบวันนี้ ไม่อีแม่ขอลาตายก็ไอ้ตี้ถูกแม่มันตีตาย ไอ้พวกที่ไม่มีลูกแล้วอยากมี๊อยากมี ติดต่อขอเช่าไอ้ตี้ไปเลี้ยงแก้เซ็งได้นะ ราคาคุยกันได้ ไม่แพงหรอก 5555

Thursday, September 18, 2008

ไม่ใช่แค่ไอคิว ... สงครามระหว่างเพศ เหตุจากสมอง

ยาวปื้ดดดดด เลยอันนี้ เป็นฟอร์เวิร์ดเมล์ อ่านแล้วหนุกดี จริงๆ ไม่ค่อยอ่านหรอกไอ้เหวิดเมวเนี่ย ยิ่งยาวๆ ไม่อ่านเลยแหละ เพราะลูกกวนด้วย เน็ทอืดด้วย แต่อันนี้ลองอ่านกันดู กู้ดๆ ดีเหมือนกันนะ (เหวิดเมวอันนี้เคยอ่านนานแล้วแหละแต่เป็นภาษาอังกฤษ)

PhotoFunia_3abb4

ทำไมผู้ชายคุยไปดูทีวีไปไม่ได้
ผู้หญิงถนัดนักเรื่องการทำหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน อาทิ เขียนรายการของที่จะซื้อพร้อมกับทำกับข้าวและบอกสามีให้ดูลูกทำการบ้าน การสแกนสมองบ่งบอกว่า สมองผู้หญิงไม่เคยว่างเปล่าแม้ยามหลับ ในทางตรงข้าม ผู้ชายมักพบว่าเวลาถูกขอให้โทรศัพท์ระหว่างดูทีวีเป็นภารกิจที่ท้าทายอย่างยิ่ง นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า สมองซีกซ้ายและขวาของคนเราเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันด้วยกลุ่มเส้นประสาทที่เรียกว่า corpus callosum โรเจอร์ กอร์สกี้ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในแอลเอ ยืนยันว่าสมองของผู้หญิงมี corpus callosum หนากว่าผู้ชาย 10% และมีการเชื่อมต่อระหว่างสมองสองซีกมากกว่าผู้ชาย 30% ทั้งยังพิสูจน์ได้ว่า หญิง-ชายใช้สมองคนละส่วนกันเวลาทำงานอย่างเดียวกัน สมองของผู้ชายพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้มุ่งเน้นกับงานเพียงงานเดียว ขณะที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนของเพศหญิงกระตุ้นเซลล์สมองให้ทำการเชื่อมต่อสมองซีกซ้ายและขวามากขึ้น
ผลศึกษาหลายชิ้นระบุว่า ยิ่งสมองสองด้านเชื่อมต่อกันมากแค่ไหน คนนั้นยิ่งมีความเป็นเลิศด้านภาษามากขึ้น และยังอธิบายได้ว่า เหตุใดผู้หญิงจึงสามารถปฏิบัติภารกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยหลาย ๆ อย่างพร้อมกันได้ ด้วยเหตุนี้ เวลาที่ผู้หญิงจะขอให้สามีทำอะไรให้ ควรเลือกจังหวะให้ดีและมอบหมายภารกิจให้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ทำไมผู้ชายโกหกไม่สำเร็จ
การศึกษาภาษากายพบว่า ในการสื่อสารแบบเผชิญหน้า สัญญาณที่ไม่ใช่คำพูดมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ของสาส์นถึง 60% อีก 30% เป็นหน้าที่ของน้ำเสียง และ 10% ที่เหลือถึงเป็นถ้อยคำ
ผู้หญิงมีทักษะในการเลือกสรรและวิเคราะห์ข้อมูลนี้มากกว่าผู้ชาย โดยสมองสองซีกจะส่งผ่านข้อมูลระหว่างกันอย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถรวบรวมและถอดรหัสถ้อยคำ ภาพที่เห็น และสัญญาณอื่น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และนี่คือคำอธิบายว่า เหตุใดผู้ชายจึงโกหกผู้หญิงซึ่งหน้าไม่สำเร็จ แต่ผู้หญิงกลับทำพฤติกรรมแบบเดียวกันนี้ได้ง่ายดายและเนียนเหลือเกิน
ข้อแนะนำสำหรับเรื่องนี้ก็คือ ถ้าคิดจะตุกติก หนุ่มควรใช้วิธีโทรศัพท์ ส่งจดหมาย ปิดไฟ หรือคลุมโปงคุยกับแฟนมากกว่า

PhotoFunia_3f82d


ทำไมผู้หญิงมีปัญหาเวลาจอดรถขนานฟุตบาต
งานวิจัยที่มีบริษัทสอนขับรถเป็นสปอนเซอร์แสดงให้เห็นว่า ผู้ชายอังกฤษมีความแม่นยำ 82% ในการถอยรถคนอื่นเข้าจอดขนานกับขอบถนน และ 71% ทำได้ตั้งแต่ครั้งแรก ขณะที่ผู้หญิงได้คะแนนเพียง 22% และ 23% ตามลำดับ ทั้งที่เวลาสอบใบขับขี่ผู้หญิงจะได้คะแนนในส่วนนี้ดีกว่าผู้ชาย สาเหตุเป็นเพราะผู้หญิงเก่งกว่าผู้ชายในการเรียนรู้ภารกิจและทำซ้ำภายใต้สภาพแวดล้อมและเงื่อนไขที่เหมือนเดิม ทว่า ในสถานการณ์จริงที่การจราจรหมายถึงชุดข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ประสิทธิภาพของผู้หญิงจึงด้อยลง ขณะที่ผู้ชายมีทักษะด้านมิติสัมพันธ์สูงกว่าซึ่งเหมาะสมต่อภารกิจนี้ รวมถึงการจดจำแผนที่ในหัวและรู้ว่าต้องเลือกเส้นทางไหน
ถ้าต้องกลับไปที่เดิม ผู้ชายไม่จำเป็นต้องพึ่งแผนที่ เพราะพื้นที่สมองส่วนมิติสัมพันธ์จะบันทึกข้อมูลไว้ครบถ้วน ด้วยเหตุนี้ผู้ชายจึงลุกจากที่นั่งบนอัฒจรรย์เพื่อลงไปซื้อเครื่องดื่มและกลับมาโดยไม่หลง ขณะที่เรามักคุ้นตากับภาพนักท่องเที่ยวหญิงยืนทำหน้างงใส่แผนที่ตามสี่แยก

ทำไมผู้หญิงใส่ใจความรู้สึก-ผู้ชายหมกมุ่นกับงาน
ผู้ชายมักตีค่าตัวเองจากหน้าที่การงานและความสำเร็จ ขณะที่ผู้หญิงมองตัวเองมีค่าโดยพิจารณาจากความสัมพันธ์กับคู่ครอง ในอดีตกาล ผู้ชายเป็นผู้หาอาหารและแก้ปัญหา ซึ่งหมายถึงภารกิจสูงสุดอยู่ที่ความอยู่รอดเฉพาะหน้า ส่วนผู้หญิงมีหน้าที่ดูแลบ้านและสร้างหลักประกันการอยู่รอดของลูก ๆ แม้แต่ในยุคนี้ ผลศึกษาหลายชิ้นระบุว่า ผู้ชาย 70-80% ยังบอกว่าส่วนสำคัญที่สุดในชีวิตคืองาน และผู้หญิงในจำนวนเท่า ๆ กันยกให้ครอบครัวมีความสำคัญที่สุด
ผลลัพธ์คือ ถ้าผู้หญิงไม่มีความสุขกับชีวิตคู่จะไม่มีสมาธิกับงาน แต่ถ้าผู้ชายไม่มีความสุขกับงานจะปล่อยปละละเลยชีวิตคู่ เมื่อเครียดหรือรู้สึกกดดัน ผู้หญิงจะมองว่าการได้พูดคุยกับสามีเป็นรางวัลอันมีค่า แต่ผู้ชายกลับรู้สึกว่าการกระทำแบบเดียวกันรบกวนกระบวนการแก้ปัญหา ผู้หญิงอยากคุยและให้สามีกอด แต่สิ่งที่ผู้ชายอยากทำมากที่สุดคือนอนดูฟุตบอล สำหรับผู้หญิง สามีดูจะไม่ใส่ใจเลยสักนิด แต่สำหรับผู้ชาย ภรรยาช่างเซ้าซี้กวนใจหรือบางครั้งอวดรู้มากไปหน่อย เมื่อรู้แบบนี้ สามี-ภรรยาควรหาทางสายกลางเพื่อประคับประคองชีวิตคู่ให้ราบรื่น

ทำไมผู้หญิงมีสัมผัสที่ 6
เมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว ผู้หญิงเคยถูกเผาทั้งเป็นเพราะมี 'อำนาจเหนือธรรมชาติ' ซึ่งหมายถึงความสามารถในการทำนายแนวโน้มความสัมพันธ์และความจริงที่ซ่อนเร้น ในการทดลองหนึ่งพบว่า ภายในห้องที่มีสามี-ภรรยาอยู่ 50 คู่ ผู้หญิงใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของแต่ละคู่ โดยความสามารถนี้วิวัฒนาการมาจากหน้าที่การดูแลบ้านในอดีตกาล ทำให้ผู้หญิงสามารถฟันธงได้ว่าคู่ไหนรักกันดี คู่ไหนมีปัญหา และผู้หญิงคนไหนน่าคบหรือว่าต้องระวัง ขณะที่ผู้ชายกลับกวาดสายตาทั่วห้องเพื่อหาทางเข้า-ทางออก ซึ่งมาจากสัญชาติญาณในอดีตในการประเมินแนวโน้มการถูกโจมตีและทางหนีทีไล่ หลังจากนั้น จึงค่อยมองหาคนรู้จักหรือคนที่อาจเป็นศัตรู แล้วค่อยพินิจพิเคราะห์โครงสร้างห้องเพื่อหาจุดที่มีปัญหาและต้องการการซ่อมแซม

PhotoFunia_45f61


ทำไมผู้หญิงชอบสับสนซ้าย-ขวา
ความที่ใช้สมองทั้งสองด้านไปพร้อมกัน ผู้หญิงหลายคนจึงมีปัญหาเรื่องมือขวา-มือซ้าย
ในการศึกษาพบว่า ผู้หญิงราว 50% นึกไม่ออกว่ามือซ้ายหรือมือขวาถ้าไม่ได้เหลือบตาลงมอง ทว่า ผู้ชายที่ใช้สมองทีละซีกตอบโจทย์นี้อย่างง่ายดาย ด้วยเหตุนี้ ผู้หญิงทั่วโลกจึงมักถูกเพศตรงข้ามบ่น เพราะชอบบอกให้เลี้ยวขวาทั้งที่จริง ๆ แล้วหมายถึงเลี้ยวซ้าย


ทำไมผู้ชายไม่ชอบถามทาง
เรื่องนี้เกี่ยวกับทัศนคติที่ฝังรากมาแต่ดึกดำบรรพ์ที่ผู้ชายต้องออกสำรวจภูมิประเทศรอบ ๆ ถ้ำเพื่อจะได้กลับบ้านถูกเวลาออกไปล่าสัตว์หาอาหารมาเลี้ยงครอบครัว ลูกเมียต่างหิวโหยแต่เชื่อมั่นว่าพ่อบ้านจะปฏิบัติภารกิจสำเร็จเหมือนเช่นทุกครั้ง ดังนั้นผู้ชายจึงไม่สามารถแสดงอาการกลัวออกมาให้ครอบครัวเห็น และมองว่าการขอความช่วยเหลือหมายความว่าการปฏิบัติภารกิจล้มเหลว ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่รู้หรอกว่าเวลาผู้ชายขับรถออกไปนอกบ้านคนเดียว เขาอาจจอดถามทาง แต่การทำแบบนี้ต่อหน้าผู้หญิง จะทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว ด้วยเหตุนี้ ผู้หญิงจึงต้องระวังไม่ทำให้ผู้ชายรู้สึกผิดเวลาคุยปัญหากัน ขณะเดียวกัน ผู้ชายก็จะต้องเข้าใจว่าผู้หญิงไม่ได้มีเจตนากล่าวโทษ แต่ต้องการช่วยแบ่งเบา จึงไม่ควรเก็บปัญหาไว้หนักอกคนเดียว

YEOPtx-pprndQekzRnAdwQ

รถเฮง Sauy & อภิชาดตาบูดดด..

รถโตต้าที่ใช้อยู่ก็ได้พังพินาศลงอีก หลังจากขับทั้งที่ไฟเอนจิ้นติดแดงแจ๋อยู่แบบนั้นหลายวีค ไม่อยากเอาไปซ่อมแล้วเพราะเหมือนถูกปล้น ถูกต้ม ปนๆ กัน ห้าร้อย แปดร้อย พันสี่ สามร้อย อยู่ไม่หยุด คิดรวมๆ แล้วหลายตังค์ รถโคโรลล่าปี 2000 เข้าศูนย์ดูแลเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เช็คอัพตามเวลามาตลอด พอครบแสนไมล์-หมดวอรันตรี ก็ป่วยโน่นนี่ไม่ได้หยุด เหมือนโดนวางยา เพราะครั้งสุดท้ายที่เข้าศูนย์เปลี่ยนน้ำมันตามปกติ ก็เริ่มเข้าซ่อมอาทิตย์เว้นอาทิตย์ ล่าสุดไฟแดงขึ้นอีกเลยเอาไปซ่อมอู่มีชื่อไม่ไปศูนย์แล้ว เจือกโดนไปอีกพันสาม สรุปโดนปล้นอีกเพราะอีกไม่กี่วันต่อมาไฟเฮงฯ นั่นก็แดงแจ๋ขึ้นมาอีก ก็เลยลากขับไปมาทั้งไฟแดงอย่างนั้นแหละ

เมื่อหลายวันก่อนหลังจากลากถูขับมาร่วมเดือน เสียงรถดังเหมือนรถบรรทุก เหยียบคันเร่งก็ไม่ขึ้น แถมอยู่บนฟรีเวย์กับลูกๆ ด้วย และค่ำแล้วด้วย ก็ขับมาจนถึงบ้าน รุ่งขึ้นให้อู่ซ่อม (โนเนม-แต่ซี้กับพวกอินลอว์) เอาโทว์ทรักค์มาลากไปซ่อม รออยู่สองวัน เพิ่งได้รถคืนมา หมดไป 50 เป็นค่ารถยก 30 ค่าซ่อม 20 พอออกจากอู่ได้หน่อยนึงขับไปไม่ถึงไมล์ ไฟนรกนั่นก็แดงแจ๋ขึ้นมาอีก ชั่ง-แม่ม-มัน-แล้ว เพราะรถขับเงียบเรียบดี ก็คงจะขับๆ ซ่อมๆ แบบนี้ไปอีกนาน เพราะ "ทำล้มละลาย" แล้ว เรื่องซื้อหารถใหม่ก็คงต้องรอไปอีกพักใหญ่ๆ รู้งี้ซื้อรถใหม่ตั้งแต่ปีก่อนก็ดีแล้ว แต่ตอนนั้นอีคันนี้ก็ยังดีๆ อยู่ ไม่เน่าหนอนแบบนี้ เฮ้อเซ็ง

4-11-2008-6-20-27-PM-w

ตานี้ก็มาถึงเรื่องไอ้ตี้ พ่อ มะ หา จำ เริน ทำเลอะทำหกอยู่ได้ไม่หยุด จะโมโหมันแล้วฟาดเปี้ยงทุกที มันก็คงเด็ดสะมอเร่ไปนานแล้ว ตอนนี้บ้านที่รก ก็นรกยิ่งกว่าเดิม ขุดคุ้ยห่อเก็บเตรียมขนย้าย ของเล่น ข้าวของต่างๆ ที่หาไม่เจอนานแล้ว ก็ทะยอยโผล่ผุดขึ้นมาให้อีมี่แล้วไอ้ตี้ตื่นเต้นอยู่ตลอด แทนที่จะเป็นการเก็บห่อแพ๊ค กลายเป็นเล่นอะไรต่ออะไรสนุกสนานกันยกใหญ่ แม่ล่ะเซ็ง คุณๆ ที่อยากมีบุตรธิดาแทบใจขาด พยายามจนตูดแฟ่บก็ยังไม่มี ก็ขอเอาใจช่วยให้มีออกมาเป็นโขยง-น่ารักน่าตื้บแบบอีมี่กับไอ้ตี้ เทิ้ดดดดดด.... สาธุ ตะโกนด่า ตะหวาดแว๊ดแจ๊ดแจ๋ จนคอแสบแหบแห้งไปถึงต่อมหมวกไต ไล่ตีไล่ฆ่ากันจนเหนื่อยกว่าไปออกกำลังกายที่ยิมเสียอีก อีพ่อก็ไม่ช่วยอะไร หนีเอาตัวรอดไปทำงาน สบายเฉิ่บ โมโห โมโห โมโห เว้ยยยยย.....

page-35

เมื่อเช้าไอ้ตี้ตื่นนอนก่อน หนีออกไปห้องทีวี เงียบเชียบไม่รังควานปลุกพ่อแม่ขึ้นมาเหมือนอย่างเคย (เวลามันจะปลุกแม่-ช่างน่าเอ็นดูเสียนี่กะไรลูกอิชั้น.... จูปหน้าจูบปากจูบๆๆๆๆ จนแฉะแหละ แล้วก็เอาหน้ามาชิดติดแม่ พอแม่ลืมตาขึ้นมาก็เห็นตาโตๆ ของมันจ้องอยู่ จากนั้นมันก็ดึงผ้าห่ม ดึงชีทออก ให้แม่หนาวหงิกๆ แล้วก็ดึงมือ ดึงๆๆๆๆๆ ให้แม่ลุก ทั้งหมดนี้มันไม่ร้อง ไม่แง ไม่ส่งเสียงกวนพ่อเลยแหละ) ต่อๆๆๆๆ เมื่อเช้าไอ้ตี้กลับเข้ามาปลุกแม่ จับมันมากอด อะไรฟะ ผงๆ เต็มตัวมันเลย เต็มผ้าห่มแม่ เต็มเตียงแม่เลย โห...เต็มหัวตูด้วย แงงงงง........ รีบแจ้นมาดูให้ห้องทีวี โอ้มายบุ้ดดา ไอ้ตี้เปิดกล่องหนมปังเวเฟ่อ แล้วมันก็ทำพิธี "ป่น" จนเป็นผุยผง แล้วก็จัดการโปรยปรายให้กระจายทั่วบ้าน สุดท้าย อยากจะเปี้ยงมันซะหน่อย ถ้าฟาดมันไปมันก็งงแล้วแหะ ตีตูทำไมฟะ เพราะมันคงทำบ้านเละไปพักใหญ่ๆ แล้วแหละ เลยให้มันช่วยดูดฝุ่นให้มันเอาอันเล็กดูด แม่ก็เลยต้องปัด สลัด ทั้งบ้านลงมาแล้วก็ดูดฝุ่นยกใหญ่ เฮ้อ.... คุณลูก...

ดูรูปประกาศจับไอ้ตี้กันไปก่อนนะ อันนี้เป็นไอดีอันแรกของมันเลยแหละ เค้าใช้ที่ รพ. น่ะ ส่วนข้างบนเป็นรูปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ดื้ออิ๊บอ๋ายเลย กับรูปเก่าเล่าใหม่.... อีตุ๊ด 55555

First ID Picture

Saturday, September 13, 2008

Skinny Bitch 55555

It's me HaHaHa..... who's the skinny bitch! ไม่ได้เข้าใจกันผิดหรอก อิชั้นเองที่เป็นอีสกินนี่บิ๊ทช์ 55555 ครือออออออ...ว่า วันนี้เอากับข้าวไปส่งปั๋วที่โรงาน ทุกครั้งที่ไปถึงก็ต้องไปบอกคุณยามที่ป้อมยามให้ วอ...ให้อีก๊อตออกมาพบ 55555 ตานี้พอไปถึงพวกยามๆ ที่รู้จักคุ้นหน้าตากันดีก็ออกมาทั้งสองสาวเลย (ชายก็มีนะ แต่วันนี้มี 3 ฮิปโปสาว 5555) มันออกมาบอกว่าวอตามอีก๊อตให้แล้วนะ กะลังออกมา ทันใดนังยามยักษีคนนึงก็ทักขึ้นมาว่า Hey, Your top is very cute อีกคนนึงก็สมทบอีกว่าสวยน่ารักน่าเอ็นดูเสียมากมาย เราก็เขิลล์เลย ออกตัวไปว่า Thanks, it's very old and I don't really like it because it's too tight. It's so uncomfortable b'cuz I'm so FAT!!! ยักษีสาวสองตนหันไปมองหน้ากันแล้วหันมายิ้ม แห่ๆ อิชั้นก็แบบ จึ๊กกะดึ๋ยเลย อุ๊ปส์ ไอ ดิด อิท อ้า....เกน 55555 เพราะนังยามสองคนน่ะ เกือบๆ 300 ปอนด์ทั้งคู่เลย พอมันเดินไปมุมป้อมไปดูดบุหรี่ก็รู้เลยแหละว่าต้องโดนมันสรรเสริญว่าเป็น "อีสกินนี่บิทช์" แน่นอนเลย ถึงจะสยองหน่อยๆ แต่ก็รู้สึกผอมเพรียวในเสี้ยวนาทีนั้นเลยแหละ 55555 ชื่นใจเล็กๆ 5555 จบข่าว

page-48

ไม่ค่อยได้มาอัพเดทข่าวบ่อยๆ เพราะชึวิตยังยุ่งยากเรื่องน้ำและเรื่องกินเช่นเดิม กินกันแต่ "แด่กด่วน" สงสารตัวเองสงสารลูก แพงนะ กินแบบนี้ทุกมื้อทุกวัน อ้วนด้วย รู้สึกป่วยเลยแหละ แต่ใกล้จบ chapter ชีวิตโหดๆ นี้เร็วๆ นี้แหละ เพราะได้บ้านเช่าแล้ว วันนี้ไปเซ็นสัญญาวางมัดจำแล้ว ตกลงย้ายเข้า 1 ตุลา เค้าต้องไปดูแลความเรียบร้อยทาสี เดินสายไฟใหม่บางส่วน ฯลฯ บ้านเป็นบ้านเก่า (เช่าอพาร์ทเม้นต์ไม่ได้หรอก เพราะมีลิง 2 ตัว และอีก๊อตก็นอนเวลาเค้าตื่นกัน ยุ่งยาก ได้บ้านก็เลยโชคดีไป) แต่สภาพเนี๊ยบ ไม่น่ากลัว โปร่งโล่ง น่าอยู่ สวนหลังบ้าน สวยงามร่มรื่น บ้านเก่ามันมี personality นะ อธิบายยากจังวุ๊ย.... คือ ไม่เป็นกล่องๆ แบบบ้านใหม่น่ะ ตู้ครัวเก่าไปนิด ทาสีขาววอกทับไว้ แต่ดูไม่น่าเกลียด ไว้ย้ายเข้าไปเมื่อไหร่ จะถ่ายรูปมาให้ดูกัน

ไม่มีรูปใหม่ๆ ให้ดู ดูที่มีๆ อยู่ไปก่อนแล้วกัน ไม่ว่างออนไลน์เล้ยยยยย รูปเลิบก็ไม่ค่อยได้ถ่าย เข้าที่เข้าทางเมื่อไหร่ ค่อยว่ากันใหม่นะ (ไอ้ตี้ แฟน # 1 Thomas and Friends นังดูนอนดูได้ทั้งวัน พี่กับแม่ล่ะเบื่อจริงๆ)

page-46