Showing posts with label Foods. Show all posts
Showing posts with label Foods. Show all posts

Friday, May 13, 2011

ของขวัญวันแม่ ถูกใจจริง..จริ๊งงงง…

“วันแม่” ผ่านไปหลายวันแล้วหล่ะค่ะ ปีนี้ก็เหมือนทุกๆ ปี ไม่มีอะไรแปลกใหม่ พ่อบ้านและลูกๆ พยายามจะเสิร์ฟอิชั้นด้วย Breakfast in Bed ตามทำเนียมของชาวไอ้กันเค้า อิชั้นเป็นคนนอนเช้า-ตื่นบ่าย วันนั้นนอนหลับเพลินไม่มีใครกวนแต่ต้องตกใจตื่น.. ไม่ใช่อาหารเช้ามาเสิร์ฟบนเตียงหรอกนะคะ แต่เป็นเสียงโครมคราม โช๊งเช๊ง โล๊งเล๊งจากในครัว อีพ่อบ้านกับลูกๆ ช่วยกันต้มกาแฟ เกิดล้น หกเลอะเทอะ อิชั้นต้องลุกไปดู ทุกคนร้อง ว๊าาาา…. ตื่นมาทำไม กำลังจะไปเซอร์ไพร้ส์ กลับกลายเป็นทำให้อิชั้นต้องโมโหแต่เช้า เก็บ เช็ด ทำสะอาดไป บ่นไป กองทัพถอยไปนั่งดูทีมีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มาช่วยเก็บทำสะอาดเลยค่ะ น่าโมโหจริงๆ สุดท้ายวันนั้นก็เลยต้องพากันไปทานเช้า (ตอนบ่ายๆ) นอกบ้าน แล้วไปซื้อกับข้าวกับปลากันต่อค่ะ

page-684

มาดูกันค่ะ ว่าอิชั้นได้อะไรบ้าง เราไม่มีของขวัญแฟนซีราคาแพงให้กันหรอกค่ะ เพราะจน ปีนี้ลูกๆ ซื้อชุดนอน (ชุดอยู่บ้า)ให้ค่ะหรือชุดมูมู่ (พ่อบ้านชอบเรียกอย่างนั้นค่ะ) ลูกๆ ซื้อให้แต่พ่อจ่ายเงินตามระเบียบ ส่วนทีรามิสุขี้เหร่ก้อนนี้พากันไปซื้อจาก French Baker เจ้าประจำ นั่งดูเค้กแล้วก็ อืมมมม…. จะทำอะไรให้มันปราณีตงดงามอีกนิดนึงก็ไม่ได้ จากที่เคยชื่นชมร้านนี้ว่าเค้กเค้าอร่อย แต่หลังๆ มาชักไม่เข้าท่า สงสัยต้องบอกสาราเลิกกันซะแล้ว

page-685

จากนั้นก็ไปช้อปของเข้าบ้านเข้าครัว สะต๊อปแรกเลยก็ที่ See’s Candy ร้านช๊อคโกแล๊ตของอิชั้น กล่องบนเป็นของหนูดีกับพ่อ Milk Almond ส่วนอิชั้นเหมาคนเดียว Blueberry Truffle กับ Raspberry Cream อย่างละครึ่งพาวนด์ สะต๊อปที่สองคือ Costco ซื้อน้ำแร่ วิตามินกัมมี่ต่างๆ Angus Burger ของไอ้ตี้ 4 กล่องเลย เกี๊ยวซ่า มะม่วง สตรอเบอรี่ สเปรย์กันแดด โฟมบอร์ดให้ลูกว่ายน้ำ ฯลฯ และ Sam-E อีก 2 กล่อง จากนั้นก็ไปแวะ World’s Market ซื้อป๊อกกี้ ขนมนิดๆ หน่อยๆ ให้ลูก ได้ grater ติดมือมา 1 อัน อิชั้นเอาไว้ไส ขูด ขิง เวลาทำกับข้าวค่ะ ขี้เกียจหั่นฝอย จริงๆ เป็นคนมีฝีมือเรื่องหั่นฝอย ซอยยิบนะคะ แต่ทำให้ลูกๆ กิน มันเขี่ยจนน่าโมโห ขูดใส่เลย กับข้าวหอมดี และเขี่ยไม่ได้ 555 อิชั้นแวะร้านนี้ประจำ (World’s Market) เพราะชอบไปซื้อขนมต่างๆ พอซื้อครบ $100.- ก็จะได้คูปองส่วนลด $10.- แผนการตลาดเค้าก็เวิ๊กแหละ 5555 อิชั้นติดกับเค้าตลอดเวลา

page-686

ร้านต่อมาคือ Marshalls อิชั้นแวะไปซื้อ “สปอร์ตบรา” ค่ะ หาสีที่มันเหมาะกับคนชราไม่เจอ ไอ้แอ๋นแต๋นมาเลย ราคาเต็มๆ ตัวละ $39.99 ลดแล้วเหลือ $15.00 ยี่ห้อเป็นที่ยอมรับ ใส่ได้ที่ 2 ด้าน (ใครจะรู้จะเห็นวะ 555 แต่ถ้าไม่ใส่สิเน๊าะ เค้ารู้กันโม้ดดดด….) เป็น Mid-Impact โลดโผนโจนทะยานได้ระดับนึง 555 คัพ C นะคะมิใช่คับใจ ร้านขายของแบบนี้มีหลายร้าน เช่น Ross, TJ Maxx และ Mashalls จะเป็นร้านขายของที่ตกรุ่น ไม่ครบไซ้ส์ ครบสี มาจากห้างใหญ่ๆ ค่ะ ของดีๆ สวยๆ ราคาถูกเยอะแยะ แต่ต้องมีเวลา เพราะเค้าแขวนไว้เป็นพรืดดดด… ไม่ได้เรียงเป็นหมู่เป็นพวกซะเป็นส่วนใหญ่ และจะดีมาก ถ้าไปช้อปแล้วไม่มีไอ้ตี้ไปด้วย 555 

page-689

รูปนี้และรูปต่อๆ ไป เป็นรูปข้าวของที่ไปซื้อมาเมื่อวีคเอนด์ก่อนๆๆๆๆ โน้น จำไม่ได้ ข้าวของที่ซื้อมาก็เดิมๆ พอหมดไปก็ซื้อมาเพิ่มค่ะ เชิญชมค่ะ

page-690

page-687

ไอ้ตัวทะโมนกับคิงคองรอมมี่และไอ้โทบี้เดอะแค้ตค่ะ

page-691

ม่ม่วงที่ซื้อมาจากรูปข้างบนโน้น อิชั้นก็มาทำข้าวเหนียมมูนแม่อู๋ อร่อยมากกกก…. 555 แต่บักม่วงเจือกเปรี้ยว เซ็งไปตามๆ กัน เพราะลูกๆ และพ่อบ้านชอบข้าวเหนียวมะม่วงค่ะ ไปซื้อเค้าก็แพงแล้วให้มัม่วงมาฝานึง ข้าวเหนียวก็หวานจนแสบ tood แล้วก็โชคดีไปได้ชะอมสดๆ มา 2 ถุง เลยทำชะอมทอดไข่ และมะเขือทอดไข่ด้วยค่ะ (เอามะเขือม่วงหั่นจิ๋วๆ แล้วคลุกกับไข่ลงทอดค่ะ) แล้วก็ตำน้ำพริกะปิเยอะแยะ เอาใส่ช่องฟรีซค่ะ ค่อยๆ แบ่งมาทาน เก็บไว้ได้นาน ที่ต้องแช่แข็งเพราะไม่มีใครทานด้วย จะตำทีละนิดละหน่อยก็ไม่เข้าท่า พอเวลาจะทาน…คืนก่อนหน้าก็เอาลงมาไว้ในช่องธรรมดา พอน้ำพริกละลายก็ตักออกใส่ถ้วยตามที่ต้องการ ที่เหลือก็เอาเก็บเข้าช่องฟรีซเหมือนเดิม ส่วนกระปุกฝาแดงนั่นเป็นน้ำปลาพริก+กระเทียมค่ะ ทำให้อร่อยเชียว เอาใส่ขวดแช่ตู้เย็น สะดวกดีค่ะ ท้ายสุดก็ผัดเนื้อน้ำมันหอย ดูสีจืดๆ แต่อร่อยมากค่ะ เด็กๆ และพ่อบ้านฟาดกันเรียบ

page-691

มาถึงของขวัญ (วันแม่) ชิ้นสำคัญจากพ่อบ้าน…ไอ้หนวดสุดที่รัก เตาอังโล่ใบเขื่องค่ะ 5555 อยากได้มานานมากกกก…. ฝากเพื่อนแต่ละคนให้ซื้อและแบกมาจากเมืองไทย ก็ไม่มีใครมีน้ำใจ 555 โม่หินก็ด้วย ใจร้ายใจดำกันจริ๊งงงง…. แต่อย่าฝากกรูนะ ไม่รับฝากเหมียนกัลล์ ไปเจอเตาอันนี้จากร้านคนลาว เล็งอยู่นานแต่ไม่ซื้อซักที แต่ก็ลืมไปแล้ว วันนั้นพ่อบ้านไปแวะ อิชั้นซื้อผักโน่นนี่เก็บข้าวของใส่ท้ายรถ อีพ่อบ้านบอก..เดี๋ยวไปซื้ออะไรดื่มนิดนึง ก็เลยนั่งรอในรถ สักพักรู้สึกได้ว่ารถ “ย้วบ” พร้อมกับเสียงโครม… พี่แกให้เด็กที่ร้านช่วยยกเตาใส่ท้ายรถค่ะ วันนั้นกลับถึงบ้านเลยชวนลูกๆ ไปเล่นหลังบ้าน ปิ้งลูกชิ้นกันค่ะ สนุกดี เป็นวันและช่วงเวลาดีๆ ในชีวิตอีกวันนึงค่ะ

IMG_3336-s

Life is what we make it,

always has been,

always will be.

Friday, April 29, 2011

แปะมือกันป่วย…หมอรวยตามเคย

ตลอดเดือนที่ผ่านมาอิชั้นกับลูกชายก๊อตตี้ผัดกันป่วย ลูกเอาเชื้อโรคมาฝากจากโรงเรียน เป็นหวัดไอจนตัวโก่งน่าสงสาร ไม่กี่วันต่อมาแม่ก็เป็นหวัด ไอ แบบหนักมาก ไอแบบเลือดออกมาเลย ไอจวนปวดท้อง ฉี่เล็ด ไอที่เจ็บซี่โครง ไอจนเหนื่อย นั่งร้องไห้เลยค่ะ พอลูกค่อยยังชั่วหน่อยนึงก็มาทวงเอาเชื้อโรคคืนจากแม่ ลูกป่วยงอมอีก มีช่วงนึงที่อิชั้นเป็นแบบหนักๆ นอนซมเลยก็ 4-5 วัน ต้องลากสังขารขับรถรับ-ส่งลูก กินยาเป็นตะกร้า หนูดีโตพอที่จะหากับข้าวกับปลากินเองได้ แล้วอาหารโฟรสเซ่นก็ซื้อไว้เต็มตู้เย็น แต่ไอ้ตัวเล็กสิคะ อิชั้นยังต้องไปหุงหา (บางที่ยังต้องป้อน) ขุนให้เสร็จๆ วันละ 2-3 ครั้ง ส่วนตัวเองช่วง 4-5 วันนั้น น้ำหนักหายไป 9 ปอนด์ ชอบจังเลย แต่ไม่ชอบตรงที่ป่วย พอฟื้นตัวมาหน่อยก็ฟาดทุกอย่างที่ขวางหน้า ได้คืนมาหมดทุกกิโลทุกขีดแล้วยังได้แถมมาอีกหน่อย

page-673สก๊อตตี้ที่โรงเรียนวัน Easter Party ค่ะ

ตอนกลางๆ เมษาก็พาพ่อบ้านไปโรงพยาบาลทำ colonoscopy ซึ่ง 2-3 วันก่อนหน้าก็ต้องมีการเตรียมตัว ล้างไส้ล้างพุง ห้ามกินโน่นกินนี่ ต้องดื่ม solution ที่รสชาติ “โคตรโหด” เป็นแกลลอน ตามเวลาที่เค้ากำหนดมา (เคยต้องดื่มไอ้โซลูชั่นนั่นตอนที่ผ่าตรูด จำได้ว่ารสชาติ so nasty กว่าจะหมดขวดแทบตายเลยค่ะ) อีกอย่างนึงที่น่ารำคาญมาก คือ ผู้ชายนะคะ จริงๆ แล้วใจเสาะ ขี้กลัว กว่าผู้หญิงเยอะเลย ('MythBusters' confirms whether women tolerate pain better than men.) กลัวๆๆๆ บ่นๆๆๆ ตลอดเวลาที่รู้ว่าต้องทำเทสต์อันนี้ (เกือบๆ 1 เดือน) พูด พล่าม บ่น สงสัย กังขา แพล่มๆๆๆๆๆ ตลอดเวลา เบื่อหน่ายมาก อิชั้นเหนื่อยหน่ายที่ต้อง “ฟัง” จนต้องตะหวาดแว๊ดกลับไปหลายหน กรู….ผ่าตรูด 2 ครั้ง ผ่าคลอด 2 หน แต่ละหนหมอผ่าขาดกลางครึ่งตัวเลย ไม่บ่นซักคำ แล้วก็ยังไม่ตาย แค่ต้องโดนหมอเอากล้องเสียบตรูด (ไม่ใช่กล้อง DSLR หรือ กล้องส่องดูดาวซะหน่อย 555) แถมเค้าให้ดมยาสลบด้วย โอ้ยยยย… เบื่อ ตอนนี้ค่อยสบายหูไปหน่อย เพราะจบไปแล้ว แต่ก็ต้องขับรถบริการอยู่ 2-3 วันหลังจากทำเสร็จ ตามหมอสั่ง ขนาดตัวเองป่วยๆ ก็ยังต้องทำหน้าที่ภรรยาที่ดี หรือ subservient wife (ฟระ) เพราะเบื่อไม่อยากบ่น ไม่อยากทะเลาะกับ whining old man อดทน นับถอยหลัง ให้มันจบๆ เสร็จๆ ซะทีจะได้สบายหู เฮ้อออ……

page-671พ่อหยุดอยู่บ้านบ่อยๆ เด็กๆ เลยได้ออกไปไหนๆ บ่อย Eat Out บ่อย และได้ของเล่นใหม่ๆ แทบทุกวัน

เอาวิธีปฏิบัติตัวก่อนทำ colonoscopy มาให้อ่านค่ะ ถ้าอยากอ่านแบบละเอียดมีให้อ่านเยอะเลย กูเกิ้ลคำว่า colonoscopy ดูค่ะ

How to Prepare for the Colonoscopy Test

You will need to completely cleanse your intestines. Your health care provider will give you instructions for doing this. This may include a combination of enemas, not eating solid foods for 2 or 3 days before the test, and taking laxatives. You will usually be told to stop taking aspirin, ibuprofen, naproxen, or other blood-thinning medications for several days before the test.

You will be asked to drink plenty of clear liquids for 1 - 3 days before the test. Examples of clear liquids are:

  • Clean coffee or tea
  • Fat-free bouillon or broth
  • Gelatin
  • Sports drinks
  • Strained fruit juices
  • Water

Unless otherwise instructed, continue taking any regularly prescribed medication. Stop taking iron medications a few weeks before the test, unless your health care provider tells you otherwise. Iron can produce a dark black stool, which makes the view inside the bowel less clear.

Outpatients must plan to have someone take them home after the test, because they will be woozy and unable to drive.

page-667ก๊อตตี้เน่าๆ หลังเลิกเรียน และเด็กๆ ที่ร้านว๊าฟเฟิ่ลแสนโปรด อยากทำว๊าฟเฟิ่ลได้เจ๋งๆ แบบนั้นจังเลย กรอบนอก-นุ่มใน ซื้อกลับมาแช่ตู่เย็น 3-4 วัน เออใส่เตาติ๊งแป๊บนึง ออกมากรอบนอก-นุ่มใน หอมเหมือนใหม่สดจากร้านเลยค่ะ

หลังจากทำส่องกล้องลำไส้ใหญ่เสร็จ อีกสัปดาห์ต่อมาพี่แกก็ต้องไปทำ biopsy ตับ คราวนี้ก็โวยวายติดต่อกันหลายวันไม่หยุดเหมือนเดิม เบื่อฟังมากๆ (ที่เอามานินทา ไม่ใช่ไม่รักนะคะ รักอยู่แล้วววว….. จะบ้าบอคอแตกก็ต้องรัก เพราะเป็นคนหาเลี้ยง 5555) ที่บ่นมากมายเพราะเค้าไม่ได้วางยาสลบ แต่จะฉีดยาให้ชาบริเวณที่จะถูกเจาะเท่านั้น หมอจะใช้เข็มเจาะรูที่พุงกะทิแล้วก็ทำพิธีทิ่มแล้วดูดตับออกมา 2 ชิ้น (หลอด) เพื่อไปตรวจ คิดดูเอาเถิดคุณๆ คะ ไอ้เครื่องมือก็จิ๋วนึง ไม่ใช่มีดอีโต้ คงไม่เอาตับออกมาจนไปทำตับหวานตับย่างรับทานได้หรอก อีตานี่ก็บ่น กลัวตาย ทำมห้อิชั้นต้อง bluff กลับไปว่า นี่ๆๆๆๆ แกๆๆๆๆ ช้านนน…ต้องทำ Amniocentesis ตั้งสองครั้งสองคราตอนท้อง ไม่สลบ ไม่ฉีดยาชา ทิ่มกันสดๆ เข็มเท่าเข็มฉีดฟาย ดูดเอาของเหลวออกมาหลอดเบ้อเริ่มเทิ่ม พอเสร็จปุ๊บ-ปิด “ปั๊ดเต้อ” กันน้ำรั่วซึมเสร็จ กลับบ้านได้ อีพ่อบ้านก็บ่นๆๆ ว่าไอ้ที่เราถูกกระทำน่ะเล็กน้อย แต่เค้าจะมาเอาชิ้นตับไปนี่เรื่องใหญ่ ก่อนทำต้องงดยาบางชนิดประมาณ 1 สัปดาห์ มีข้อปฎิบัติไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ พอทำเสร็จก็ห้ามขับรถเหมือนเดิม ลางานอยู่บ้านก่อน-หลัง procedure เพราะกลัวตาย+ขี้เกียจ และชักติดใจที่ไม่ต้องไปทำงาน 555 พอข้ามคืนก็บ่นว่าปวดท้อง หมออู๋จัดยาให้ก็หายดี แต่ก็ยังนั่งคลำ นอนคลำ เดินคลำ ไอ้ปั๊ดเต้อที่เค้าปิดรูที่ถูกเจาะตลอดเวลา แผลกะติ๊ดนึง ไม่ต้องเย็บเลย ใจเสาะจริงๆ

page-672พ่อบ้านทำหน้าเหมือนเมา ทั้งๆ ที่เป็นคนไม่ดูด ไม่ดื่ม พากันไปดินเน่อร์ร้านหะรูหะรานิดๆ แถว Tower District เพราะซื้อ Voucher ครึ่งราคาเก็บไว้หลายใบค่ะ ค๊อกเทลแก้วนั้นของอิชั้นค่ะ อร่อยและหนักหน่วงดี เอสคาโก้ และ Basque ซีฟู้ดส์ซุป ก็ของอิชั้นค่ะ ลูกๆ และพ่อบ้านกินอะไรกันบ้างก็ไม่รู้ แม่มันมาวววววว….. ป่วยแล้วเมา หลับลึกดีนักแล…

การที่ต้องเอาเนื้อตับไปตรวจ (จากที่อ่านๆ มาค่ะ ไม่ได้เป็นหมอเด้อค่ะเด้อ แต่อยากจะมาสรุปให้อ่านได้เข้าใจง่ายๆ ค่ะ) วิธีการจริงๆ คือ เข็มขนาดใหญ่จะแทงเอาเนื้อตับแล้วตูดออกมา แล้วตับเป็นอวัยวะเพียงอย่างเดียวของมนุษย์ที่ heal ตัวเอง และงอกออกมาคืนขนาดเท่าเดิมได้ แต่ไม่ใช่ตับเสียมากๆ ทั้งยวงแบบมะเร็งนะคะ อันนั้นหมอต้องตัดส่วนที่เสียทิ้งไป หากเหลืออยู่ไม่มากร่างกายก็ฟังชั่นก์ไม่ดี ไม่เหลือเนื้อตับดีๆ มากพอให้สร้างเนื้อตับขึ้นมาใหม่ ต้องขอบริจาคมา implant ต่อไป ส่วนคนที่ให้บริจาคตับ หมอก็จะตัดไปเท่าที่ไม่ทำร้ายระบบร่างกายของผู้บริจาค หลังจากพักฟื้นไม่กี่วันก็สามารถกลับไปดำเนินชีวิตตามปกติได้ ส่วนตับก็จะค่อบๆ ทำการเยียวยาแผลที่ถูกตัดและเจริญเนื้อตับออกมาจนเท่าเดิมได้ภายในไม่กี่เดือนค่ะ

page-669ก๊อตตี้ดื้อๆ ซนๆ ที่โรงพยาบาลตอนรอให้หมอล้วงตับพ่ออยู่ค่ะ ได้ Red Velvet Cupcake มาช่วยกู้ภัยลดความซนนิดนึงค่ะ

เอาวิธีปฏิบัติตัวก่อนทำ liver biopsy มาให้อ่านด้วยค่ะ ถ้าอยากอ่านแบบละเอียดมีให้อ่านเยอะเลย กูเกิ้ลคำว่า liver biopsy ดูค่ะ

How does a person prepare for a liver biopsy?

At least 1 week before a scheduled liver biopsy, patients should inform their doctor of all medications they are taking. Patients may be asked to temporarily stop taking medications that affect blood clotting or interact with sedatives, which are sometimes given during a liver biopsy.

Medications that may be restricted before and after a liver biopsy include

  • nonsteroidal anti-inflammatory drugs, such as aspirin, ibuprofen, and naproxen
  • blood thinners
  • high blood pressure medication
  • diabetes medications
  • antidepressants
  • antibiotics
  • asthma medications
  • dietary supplements

Prior to liver biopsy, blood will be drawn to determine its ability to clot. People with severe liver disease often have blood clotting problems that can increase the risk of bleeding after the procedure. A medicine given just before a liver biopsy, called clotting factor concentrates, reduces the risk of bleeding in patients with blood clotting abnormalities.

Patients who will be sedated should not eat or drink for 8 hours before the liver biopsy and should arrange a ride home, as driving is prohibited for 12 hours after the procedure. Mild sedation is sometimes used during liver biopsy to help patients stay relaxed. Unlike general anesthesia where patients are unconscious, patients can communicate while sedated but then often have no memory of the procedure. Sedatives are often given through an intravenous (IV) tube placed in a vein. The IV can also be used to give pain medication, if necessary, after the procedure.

liver-biopsy

หลังจากพ่อบ้านต้องเข้าออกโรงพยาบาลติดๆ กัน ต้องลางานอยู่บ้านหลายวัน มันช่างประหลาดๆ ค่ะ เพราะปกติพ่อบ้านใช้เวลาอยู่ที่ทำงานมากกว่าอยู่บ้าน พอพี่แกต้องมาเดินเกะกะเพ่นพ่านในบ้านติดต่อกันทีละหลายๆ วัน มันแปลกๆ จะทำอะไรก็ดูขัดหูขัดตาอิชั้นไปหมด เหมือนโดนปล้นพื้นที่ในบ้าน territory entrapment ทีวีก็แย่งกันดู หนีไปดูในห้องนอน ก็ตามไปเปลี่ยนช่อง นอนดูขวางโลก ให้หงุดหงิด แต่ไม่อยากอาละวาด พยายามบอกตัวเอง be happy นานๆ จะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมงติดกันหลายๆ วัน แต่.. แอร๊กกกกก…… ไม่ไหวค่ะ พอนึกอย่างมีเหตุผลแบบไม่เข้าข้างตัวเอง คำตอบคือ อิชั้นอาจจะกำลังถูก menopause attacks อะไรๆ เลยดูไม่ถูกใจไปหมด หงุดหงิดง่าย แล้วอิชั้นก็ป่วยๆๆๆ ไม่สบายเนื้อสบายตัว เลยพาลให้ไม่สบายใจ ปวดหัว ปวดตา ไม่อยากขับรถไกลๆ พอถึงเวลาต้องกลับไปทำงาน พี่แกก็โทรไปลางานเพิ่มอีก 2 วัน อ้าว..เว้ย..เฮ้ย..อารายว้าาาา……

page-670เด็กๆ เจริญอาหารที่ IHOP - International House of Pancakes แม่ไม่สบาย พ่ออยู่บ้าน โห่กันไป IHOP หลายหนเลยค่ะ เพราะเป็นช่วงที่ Kids Eat Free พอดี เลยราคาน่าร๊ากกกก……

พอพ่อบ้านหยุดอยู่บ้านในขณะที่ลูกๆ ไปโรงเรียน มันก็มีดีอยู่บ้าง คือ พ่อบ้านไปรับลูกๆ ให้ (แต่ไม่ยอมไปส่งให้หรอกนะคะ ให้อีตาคนนี้ตื่นเช้า เหมือนให้ไปตาย เผลอๆ มีศึก) ใช้ไปซื้อกับข้าวกับปลาได้บ้าง แค่นั้นจริงๆ 555 จากที่ตั้งใจจะมาบ่นเรื่องป่วยๆ ไข้ๆ กลายเป็นมานินทาพ่อบ้าน 555 แล้วก็เล่าเรื่อง “สะพรึง” เล็กๆ 555

page-675IHOP อีกแล้ว งานนี้ก๊อตตี้โดนพ่อดุเพราะซนและวุ่นวายเหลือเกิน ตอนนั่งอยู่กับแม่ยิ้มแย้มแป้นแล้นเชียว พอพ่อย้ายสลับไปนั่ง 555 ก๊อตตี้กินแพนเค้กเคล้าน้ำตา 55555 สมน้ำหน้ามากกกก…..

กลับมาที่อิชั้นกับลูกๆ งานนี้ buffy รอมมี่ ไม่ป่วยค่ะ มีขี้มูกยืดกับไอนิดหน่อย เมื่ออาทิตย์ก่อนอิชั้นก็เริ่มไออีก คราวนี้งอมหนักกว่าเดิม ทุกข์จริงๆ ค่ะ จัดหายากินเอง จนเชื้อโรคดื้อยาแหละ พอวันอาทิตย์ตื่นมาขี้ตาเกรอะกรัง แดงกล่ำ น่ากลัวมาก จัดการแล่นไปวอลมาร์ทซื้อยาหยอดตาสำหรับโรคตาแดง หมั่นหยอดทั้งวัน ก็ไม่ทุเลา เลยนึกถึงยาแก้อักเสบที่มีเก็บไว้ (ไม่ได้เอาออกมากินก่อนหน้านี้เพราะหวัดเกิดจากแบคทีเรีย กินไปก็เสียเปลาค่ะ) เอาออกมาจัดการซะ เผื่อจะช่วยเรื่องเชื้อโรคตาแดง-ตาอักเสบให้ทุเราได้บ้าง พอเช้าวันจันทร์ออกไปส่งลูกๆ ที่โรงเรียนเสร็จก็เลยไปโรลพยาบาลดพื่อทำนัดหมอ หมอก็คิวเต็ม เจ้าหน้าที่ก็บอกมานั่งรอ walk-in ละกัน (ไม่โทรไปทำนัดเพราะมีบทเรียนกับบริการหน้าเคาน์เต้อร์ รพ. นี้ “ห่วย+ขี้เกียจ+negligence” แบบได้โล่ห์ เยสๆๆๆ โอเค.. โอเค.. พอเรา show-up ไม่มีนัด-เนิ๊ดอะไรเลย ไปนั่งรอเงกแบบพวก walk-in เลยต้องไปทำนัดแบบ “ตาต่อตา” ค่ะ) เช้าวันอังคารก็บึ่งไปแต่เช้าหลังจากส่งลูกที่โรงเรียนเสร็จ โหยยยย….. คนเต็มเลย ทำใจไว้ก่อนเลยว่าต้องนั่งจนรากงอกแน่ เลยไปนั่งจอหน้าทีวี กะดูทีวีแห้เซ็ง แต่ผิดคาดรอไม่นานเลยค่ะ (30 นาทีได้) พอเข้าไปรอในห้องตรวจก็ไม่นานอีก ฟลุ๊คมากๆ น้องหมอ Karl ทักทายเหมือนเพื่อนสนิท ปึ๊งแฟ้มประวัติก็ไม่เอาเข้ามา ส่องจมูก คอ แหกหู แหกตา ตรวจแป๊บๆ ก็เสร็จ บอกว่าอิชั้นเป็น Allergy Attack แบบ servere จะมา อัลเลอ“จ้ง-จี้” อะไร กินยาภูมิแพ้ทุกวัน เฮ้อออออ….

page-674ช่วงที่แม่ไม่สบายนอนซม บางวีคเอนด์ก็ได้ Eva กับแฟนหนุ่มพาเด็กๆ ไปพาร์คมั่ง ไปเลคมั่ง ดีกว่านอนดูโทรทัศน์ทั้งวัน

มันต้องไม่ใครก็ใคร (บักหมอคาร์ลหรืออิชั้น) ที่ misdiagnosed พอเจอหมออิชั้นก็บอกแบบผู้ (อวด) รู้ว่า อิชั้นเป็น super bad cold & cough เป็นๆ หายๆ มากว่าเดือน พอเมื่อไม่กี่วันก็ดันเป็น pink eyes อีก อีหมอคานก็บอก ตายังแดงอยู่มาก แต่น่าจะไม่ใช่โรคตาชมพู 5555 ฝรั่งตั้งชื่อโรคได้น่ารักดีเน๊าะ เอายาไปหยอดละกัน แล้วอาการภูมิแพ้ก็น่าห่วงมาก เดี๋ยวให้พยาบาลมาฉีดยาให้นะ อยากให้เปลี่ยนยาแก้ภูมิแพ้เป็นแบบ super extremely strong allergy medicine นะ (โห…จะอะไรกันนักกันหนา ตอนนี้ก็กินยาวันละเป็นกำๆ คงจะต้องตายเพราะยาละมั๊งตรู ยังจะมาให้กินค่อตพ่อค่อตแม่ antihistamine เบื่อว่ะ) แล้วก็เปิดแน่บออกไป ซักพักพยาบาลเข้ามากับเข็มฉีดยา 1 หลอดในถาดเล็กๆ ก่อนจะฉีดก็ให้อิชั้นเซ็นยินยอมถึงรู้ว่าใน syringe เล็กๆ หลอดนั้นเป็น cocktail ของยา 2 ชนิด (จำชื่อไม่ได้ แหะๆ) พอพยาบาลบอกให้นอนคว่ำเพราะจะฉีดที่ก้น อิชั้นก็ถามไปว่ายาในหลอดนั้นมีอะไรที่เป็น sulfa group หรือปล่าว If “YES”… call ambulance, I need to go straight to ER pretty quick. เธอก็อึกอัก-ขอตัววิ่งไปถามหมอ พอกลับเข้ามาก็บอกว่าปลอดภัย Nothing is Sulfa! จัดการทิ่มฉึก จบ เสร็จ ได้ใบสั่งยา อีหมอคานโผล่หน้ามา Happy Mother’s Day, Bye! Oh….I need to see you in 2 months. I'll let the staff know you need be here for your follow-up appointment. Bye Darling! แว๊ก 555 มันเป็นตุ๊ดแหงๆ เลย ยิ่งเจอยิ่งตุ้งติ้ง 5555 น่าร๊ากกกกก……

page-666ยาที่ได้มาล๊อตล่าสุด กับกองยาที่ขนกินเข้าไป จริงๆ มีอีก 2-3 กล่องที่กินไปหมดไม่เหลือซากให้ถ่ายรูป NyQuil ที่เห็นในรูปเป็นขวดที่ 2 ถ้าถ่ายรูปตั้งๆ ก็จะเห็นได้ว่าเหลืออีกแค่ “กรึ๊บ” เดียว ยาอมหมดไป 3 กล่อง เปิดเครื่อง steam warm mist ทั้งวันทั้งคืน

พอออกจากโรงบาลก็แจ้นไป CVS ซื้อหายาตามใบสั่ง (ปกติต้องไปซื้อยาที่ Target เฟสโน่นู้นนนน…. แต่ป่วยหนักแล้วน้ำมันก็แพงโคตร เลยต้องไปซื้อที่ CVS ซึ่งอิชั้นเคยฟาดหัวฟาดหางไว้ที่นั่นอยู่หลายหน 555 เสียฟอร์มน่าดู แต่โชคดีที่พวกเทคนีเชี่ยนหน้าใหม่ๆ ทั้งหมดเลย) รออยู่ไม่นานก็ได้ยามา ทั้งๆ หมด 4 อย่าง จ่ายไป $74.79 มียากินแก้โรคภูมิแพ้ 30 เม็ด ยา Vicodin 30 เม็ด แล้วยาหยอดตา 2 ขวดจิ๋วๆ อันนึงเป็นยาแก้แพ้ อีกอันเป็นยาหยอดแก้ตาอักเสบ ยังไงวะ ไหนบอกว่าไม่ใช่ตาแดง แล้วจ่ายมาทำไมเนี่ย พวกหมอๆ ก็ต้อง “save their asses” เป็นธรรมดา คนไข้บ้านนี้เมืองนี้ก็เลยถูกรักษาแบบ over treatment ดีนะว่าไอ้ยานั่นหลอดไม่ถึง 2 เหรียญ คือประกันคัฟเว่อร์เกือบหมด แต่ไอ้ยาหยอดแก้แพ้นั่นหลอดตั้ง 22 เหรียญ (แค่ 20% ของราคาจริงนะคะ ฮึ่ม) ส่วนที่แพงที่สุดคือไวโคดีน (“ฝิ่น” ตามใบสั่งอย่างถูกกฏหมายของอิชั้น 555) 30 เม็ด $39.98 ถ้าเป็น generic ก็ประมาณ $4 for 30 tablets อิชั้นต้อง “เสพ” ยาตัวนี้ประมาณเดือนละ 5-6 เม็ด เวลาที่ปวดท้องปริศนา (ไม่มีหมอคนไหนหาสาเหตุเจอมากว่า 40 ปี 555 ถึงเรียกว่า “ปวดปริศนา” 555) ไอ้ 30 เม็ดที่ได้มา-อยู่ได้หลายเดือนค่ะ อิชั้นไม่ติดยานี้นะคะ แต่ยานี้ช่วยได้มากเวลาปวดปางตายแบบอิชั้น เคยใช้แบบ generic เพราะงก แต่มันไม่เห็นผล เหมือนกิน Tylenol ยังไงอย่างงั้น เวลากินยาตัวนี้เข้าไป พอยา kick ปุ๊บ จะรู้สึกแปลกๆ อธิบายยาก ง่วงๆ เหมือนอยู่ในวังวน twilight zone 5555 บางทีรู้สึกคลื่นไส้ ถ้านอนก็ “หลับปุ๋ย” สบายเชียวค่ะ ถ้ากินตอนขับรถ (อิชั้นทำบ่อยๆ เพราะความจำเป็น) อึ๋ย กึ๋ย น่ากลัวค่ะ เพราะเบลอๆ ลอยๆ เบาๆ แต่ไม่ยักง่วง จบเรื่องยาบ้าดีกว่า เดี๋ยวเพื่อนๆ จะอยากลอง 5555

Vicodin เป็นยาบรรเทาอาการปวด เป็นยาผสมระหว่าง ยาเสพติดที่ใช้บรรเทาอาการปวด (Narcotic analgesics) กับยาแก้ปวด ลดไข้ กลุ่ม Acetaminophen (Paracetamol) ยานี้มีคุณสมบัติ เมื่อใช้เป็นประจำ และบ่อยครั้ง จะทำให้ติดยา และต้องเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ โดยปกติ Vicodin ใช้เรียกแทนสาร Hydrocodone ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายฝิ่น (Opiate antagonist) มีสูตรทางเคมีคือ C18 H21 NO3 ในประเทศ สหรัฐอเมริกา จัดให้ สารนี้ เป็นสารควบคุม ตามกฎหมายของ Control Substance Act โดยจัดอยู่ในกลุ่มที่ 2 (Schedule II ) ซึ่งสารอื่นๆ ที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ morphine, cocaine, methamphetamine (ยาบ้า) และ Methadone เป็นต้น ซึ่งในประเทศไทย กำหนด ให้เป็นยาเสพติด ประเภท 2 (ประกาศกระทรวง สาธารณสุขฉบับที่ 135 พ.ศ. 2539) ในประเทศ สหรัฐอเมริกา การซื้อ vicodin ต้องใช้ ใบสั่งแพทย์ เพื่อให้มีการดูแล การใช้ อย่างใกล้ชิด แต่ พบว่ามีการขายอย่างแพร่หลายทาง e-commerce โดยมีชื่อการค้าต่างๆ กัน

http://www.dmsc.moph.go.th/chiangmai/hotissue04.htm

page-668วีคเอนด์ที่ค่อยยังชั่วก็ทอดกล้วยหอมให้ลูกผัวกินกันอร่อย เอา New York สเต๊กที่เหลือมาจาก Eat Out เอามา หั่น โยนใส่เตาติ๊ง แล้วทำยำเนื้อรสแซ่บทานกับพ่อบ้าน (ในรูปยังไม่ได้เอาไปอบค่ะ) ส่วนพ่อบ้านก็ทำสปาเก๊ตตี้มีทซ๊อส signature ของพี่แก ทำหม้อใหญ่เลย กินกันได้หลายวัน Meaty มากๆ ชามที่เห็นในรูปเป็นของอิชั้น ที่เลอะๆ เพราะเป็นรอบที่สอง ทานกับมะกอกดำ อืมมม….หย่อย

เลิกพูดเรื่องยาดีกว่า จากนี้ก็ภาวนาให้หายป่วยเร็วๆ ไม่สบายแบบนี้นานๆ มันเหนื่อยค่ะ และสงสารลูกด้วย เหมือนลูกๆ ถูกทิ้ง เวลาแม่ไม่สบายก็มานอนกองดูทีวีบนเตียงแม่ เลยจะพาลป่วยกันไป ป่วยกันมา ไม่มีวันจบ นี่กะว่าตาหายแดงซักนิดจะพาลูกๆ ไปว่ายน้ำค่ะ และอิชั้นจะกลับเข้า gym อย่างจริงๆ จังๆ เสียที เสียดายตังค์ค่าสมาชิกค่ะ ปีละหลายอยู่ (กลัวผัวด่าด้วย 5555 โน๊…โน่… ปล่าวกลัว ….เกรงใจคนจ่ายตังค์ตะหาก 5555)

All happy families resemble one another,

each unhappy family is unhappy in its own way.

2725626745_2a599f90c5

Friday, April 15, 2011

ช้อปปิ้ง ช้อปย่าง Estee Lauder, Coach Bags & โชห่วย

วันนี้จะมาร่ายยาวเรื่องช้อปปิ้งช่วงเดือนที่ผ่านมา หลังจากพยายามลด ไม่ซื้อของฟุ่มเฟือย (ให้มาก… นิดหน่อยคงไม่เป็นไรมั๊ง 555) บางทีมันก็ทำอกทำใจลำบ๊ากกกก…ลำบากค่ะคุณ โปรโมชั่น ของแถม ล่อตาล่อใจอยู่ไม่หยุด อ้างและหลอกตัวเองอยู่ตลอด..ว่า… บางสิ่งก็จำเป็นต้องใช้ ของหมดต้องซื้อเพิ่ม 555 เรื่องของกินของใช้ประจำบ้านนั้นต้องซื้ออยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วค่ะ แต่เวลาซื้อของใช้ส่วนตัวบางทีรู้สึกว่าเห็นแก่ตัว และเอาเปรียบคนในครอบครัวมากไปหน่อยค่ะ เกรงใจพ่อบ้าน (คนหาตังค์) นิดๆ ด้วย แต่พี่แกก็ไม่เคยบ่นว่า จะซื้ออะไรก็ไม่ต้องมีการโกหกกัน หรือซ่อนแอบใดๆ สบายๆ ค่ะ พอเค้าไม่ว่า..เราก็ต้องเกรงใจเค้าบ้าง…ใช่ไหมคะ

มาดูอันแรกก่อนเลย ที่ซื้อมาคือรองพื้นของเอสเต้ ว่าจะ ว่าจะ อยู่พักใหญ่ๆ แล้วค่ะ ว่าจะซื้อรองพื้นรุ่นนี้ แต่เอสเต้ก็ “ยิว” ขึ้นเรื่อยๆ หลังๆ มาให้ตัวอย่างแค่ชิ้นเดียว เมื่อก่อนให้เลือกได้ทีละ 5 ชิ้น จากนั้นก็ลดลง 4-3-2 ตามลำดับ ตอนนี้ได้ชิ้นเดียว คราวนี้เลือกมาสคาร่ามาค่ะ เพราะช้อยส์ที่เหลือเป็นน้ำหอมหลอดจิ๋วๆ มีเก็บอยู่เยอะแล้วและกลิ่นก็ไม่ค่อยน่าสนใจค่ะ โปรโมชั่นนี้ทำให้ต้อง “จัดการ” ซะให้เสร็จๆ เพราะเป็นของที่อยากซื้อมานานแล้ว พอมีของแถมเยอะ อย่ารออีกเลย 555 ชุดนี้ราคา $39.50 ค่ะ รองพื้นตัวนี้ เป็นรุ่นดังของเอสเต้ตอนนี้ค่ะ ชื่อ Double Wear Light Stay-in-Place Makeup SPF 10 (ราคาหลอดละ $34.-) จริงๆ มีรุ่นที่ดังกว่า เป็นขวด-ไม่ได้เป็นหลอดแบบนี้ ไม่มีคำว่า light ซึ่งปกปิดมากกว่ารุ่นที่ซื้อมาค่ะ สีที่ซื้อมาคือ INTENSITY 2.0 เป็นสีที่เข้ากับสีผิวของอิชั้นแบบ “เป๊ะ & เปรี๊ยะ” เลยค่ะ ลองใช้แล้วก็ชอบ ปกปิดพอดีๆ ไม่หนัก หนา เหนอะหนะ ของแถมที่ได้มาในกล่องก็ “เริ่ด” ไม่น้อยค่ะ Spotlight - Skin Tone Perfector (ราคาหลอดละ $32.-) ทาหลัง moisturizer ก่อนรองพื้น หรือผสมกับ moisturizer ก็ได้ค่ะ ช่วยให้หน้าสว่างใสออกแสงออร่า 555 มี shimmer วิ้งนิดๆ ไม่เว่อร์ ของแถมต่อมาคือ consealer หลอดขนาดครึ่งนึงของฟูลไซ้ส์ มีแปรงลงรองพื้นสีทองสวยและคุณภาพดีมากให้ด้วย 1 อัน ท้ายสุดเป็น dvd สอนเทคนิคการลงพื้น ทาบลัช ลงบรอนเซ่อร์ ฯลฯ ต้องบอกว่าแค่ไอ้ 2 หลอดขนาดฟูลไซ้ส์ก็เกินคุ้มกับราคาแล้วค่ะ

เพราะต้องสั่งให้ครบ $50.- เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียค่าส่งและได้ชุดของแถมจิ๋วๆ เพิ่มมา เลยสั่งของที่ใช้มาโกฏิปี ไม่รู้กี่แท่งต่อกี่แท่งแล้ว ยี่สิบกว่าปี ก็ยังรักเดียวใจเดียวกับไอ้เจ้าสิ่งนี้ คือ Lip Conditioner - SPF 15 ค่ะ ราคา $16.50 พอดีแท่งที่ใช้อยู่ ต้องใช้คำว่า “จก” เลยค่ะ เพราะเกือบจะเกลี้ยงแล้ว ต้องใช้พู่กันทาปากล้วงควักออกมาค่ะ ของแถมที่ได้เพิ่มมาเมื่อซื้อครบ $50.- คือ Advanced Night Repair - Synchronized Recovery Complex กับ Advanced Night Repair Eye - Synchronized Complex มาอย่างละ 1 ขวดและกระปุกขนาดเล็ก อ้อ….ในกล่องชุดรองพื้นยังมีเจ้าอายซีรั่มอันนี้ให้มาด้วย 1 ซองค่ะ

page-650-c

อันนี้ก็ยังเป็นเอสเต้อยู่ คือ Advanced Night Repair - Synchronized Recovery Complex เป็นซีรั่มที่ใช้ทุกคืน ขวดที่ใช้อยู่หมดเกลี้ยงพอดี กำลังจะเอาขวดใหม่ในตู้เย็นออกมาใช้ พอดีมีโปรโมชั่นที่ของแถมเพียบ ก็เลยต้อง “จัดการซะ” อีก 1 รอบ คือซื้อ ANR ขวดนึงจะได้ทุกอย่างในโปรโมชั่นนี้จนครบ ไม่ต้องเสียค่าส่งด้วย เลยต้องจัดไปอย่าให้เสีย สั่งมาเก็บไว้ในตู้เย็นแทนที่ขวดที่เพิ่งเอาออกมา ดูรูปเลยค่ะ มีกระเป๋า 2 ใบเล็ก-ใหญ่ อยากบอกว่าอิชั้นมีกระเป๋าของแถมของเอสเต้เยอะมาก พวกใบใหญ่ ก็เก็บบ้าง แจกบ้าง ไม่เคยใช้ แต่ใบนี้ Spring 2011: Navy Twill Step up Tote น่าใช้ดีค่ะ เดี๋ยวจะเอาไว้ใช้เวลาไปซื้อกับข้าว

ของแถม Free Gift Customized with Lifting/Firming skincare and Warm shades มี palette ตา+แก้ม สีสวย ลิปสติกสี tiger eye (มีอยู่หลายแท่งมากไอ้สีนี้ แถมอยู่สีเดียวนี่แหละ แหงะ) มาสคาร่า 1 หลอดเล็ก แล้วก็มี Resilience Lift Extreme Ultra Firming Creme SPF 15 กระปุกกลาง 1 กระปุก (ใช้ได้นานเลยนะคะกระปุกกลางเนี่ย) Advanced Night Repair Eye อีก 1 กระปุกเล็ก ส่วนตัวอย่างที่รีเควสไปคือ Time Zone Anti-Line/Wrinkle Eye Crème (5-Day Supply) หลอดจิ๋วหลิว 1 หลอดค่ะ

page-651-c

ก่อนจะอวดกระเป๋าต้องอธิบายก่อนว่าชอบกระเป๋าโค้ชมานานมากแล้ว ก่อนที่ใครๆ จะ “ฮิต” มากมายอย่างที่เห็นๆ กัน จากตอนโน้นนนน…ถึงวันนี้มีกระเป๋าโค้ชเยอะมาก ไม่อยากขนออกมานับ 5555 อายตัวเอง จำได้ว่าซื้อใบแรกเกือบ 20 ปีแล้ว แพงมากกกกก…. ขอบอก กว่าจะซื้อได้ เก็บตังค์อยู่นาน แถมยังโดนชมจากคนรอบข้างว่า “ป้าแก่” มาก ซื้อมาได้ยังไง 5555 พอต่อๆ มา ก็ยังซื้อจาก Coach.com เป็นหลัก รวมๆ ซัก 90% ได้ และจาก Macy’s 10% คือจ่ายราคาป้ายแบบเต็มๆ เลยค่ะ เพราะไม่มี outlet อยู่ในรัศมีใกล้ๆ ที่ไปมาได้สะดวก ไอ้ร้านที่ใกล้ที่สุดก็ต้องขับรถดั้นด้นไป เสียค่าน้ำมัน รวมค่าโน่นนี่อีก คิดรวมๆ ราคาก็คงพอๆ กับซื้อจากเว็บหรือจากห้างเลยค่ะ หลายปีให้หลังโชคเข้าข้างค่ะ มีคุณเพื่อนสุมนา ทำหน้าที่เป็น personal shopper ให้ค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น แปะโป้งได้ ออกตังค์ให้ก่อนด้วย 555 บริการเริ่ดๆ แบบนี้หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว เพราะคุณเพื่อนอยู่ไม่ไกลจาก outlet (ใกล้ๆ ก็ขับรถไปร่วมช้่วโมง 555) พอเจอสวยๆ ราคาดีๆ (รู้ใจกันดีด้วย….นิ) ก็ลากมาทีละหลายๆ ใบเลย ถ่ายรูปส่งมาให้ดู ใบไหนถูกใจก็จัดส่งมาให้ ใบไหนไม่โปรด คุณเพื่อนก็วิ่งแจ้นเอาไปคืน 5555 นี่แหละค่ะเป็นที่มา ที่ช่วงหลังๆ อิชั้นมีสินค้าจากโค้ชเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ แต๊งส์หลายๆ นะเพื่อนนะ

คราวนี้มาดูกระเป๋าใบล่าสุดของอิชั้น ที่…ว่าจะไม่แล้วเชียว 555 สั่งมาจาก coachfactory.com (ให้คุณเพื่อนจัดการให้เช่นเคยค่ะ เพราะเป็น private sale อิชั้นมิได้รับเชิญ 555 เลยต้องรบกวนคุณเพื่อน พอรู้ข่าวว่าเค้ามีโปรโมชั่น Online Sale Starts Now! Up to 70% off ฤๅจะอดใจไหว 555 ใบนึ้ค่าเสียหาย $90.- ได้มาปุ๊บก็ใช้เลย ถูกใจมากค่ะ ชื่อรุ่น Coach Pierced Patchwork East West Tote Bag เคยอยากได้ตอนที่ออกมาใหม่เมื่อปลายปีก่อน แต่ที่เห็นเป็นโทนน้ำตาล-ดำ ราคาตอนนั้น $398.- ค่ะ ใบนี้ขนาดกำลังดี สีเข้มไม่สกปรกง่าย น้ำหนักพอดีๆ ไม่หนักมาก ซิปเป็นแบบซิปผ่าขาด (เหมือนซิปแจ๊คเก็ต มีกระเป๋าโค้ชซิปแบบนี้อยู่ 2 ใบแล้ว แรกๆ ก็ไม่ถนัด ใช้ไปใช้มาซักพัก ก็เปิดปิดได้คล่องแคล่วถนัดมือค่ะ) สีม๊วง…ม่วง..ม่วงกว่าในรูปที่เห็นในเว็บ แต่ตัวจริงๆ สวยมากค่ะ ขอบอกกกกกก…..

page-653-c

มาดูกระเป๋าตังค์ใบใหม่กันค่ะ ได้มาพร้อมกับใบม่วงข้างบนค่ะ เป็นรุ่น Soho Patent Leather Buckle Zip Around สี Baby Blue น่ารักเชียวค่ะ ราคาตอนยังอยู่ในห้าง $238.- พอตกมาอยู่ outlet ค่าตัวหล่นลงมาที่ $90.- ถูกใจมากกกกก…. เพราะชอบกระเป๋าตังค์แบบ zip around อยู่แล้ว เป็นหนังมันทั้งใบ มีช่องโน่น นี่ นั่น เยอะแยะมาก ไม่ต้องพกกระเป๋าใส่เหรียญอีกใบ “con” ของกระเป๋าตังค์แบบนี้คือ มันใหญ่ และจุดี ก็เลยหนักไปนิดและต้องใช้กระเป๋าถือใบใหญ่ตามไปด้วย เพราะยัดใส่กระเป๋าถือหรือสะพายใบเล็กๆ ไม่ได้ค่ะ โปรดสังเกต…ไม่ค่อย “เห่อ” เท่าไหร่ ได้มาปุ๊บก็ใช้เลยค่ะ 5555 ที่เห็นแบ๊งค์ร้อยเป็นปึก…. ค่าเช่าบ้านค่ะ 555 มิใช่เงินก้นถุงแต่อย่างใด ถ้าไม่ต้องจ่ายค่าเช่าบ้าน $1,000.- หูย….หวานคอแร้ง 55555

page-654-c

มาดูกระเป๋าถือชมพูแต๋นใบนี้คือ Coach Signature Stripe Patent Leather Tote – Raspberry ได้มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วช่วงคิดสะมาด 555 ดูเหมือนรุ่นนี้จะเป็นสินค้าที่ผลิตเพื่อขายใน outlet เท่านั้น เพราะไม่เคยเห็นในเว็บค่ะ ราคาเต็มจากป้ายที่ห้อยมาคือ $329.- แต่คุณเพื่อนเห็นว่าสีแต๋นถูกใจอิชั้นและราคาก็เหมาะสมดี คือ $77.- เป็นกระเป๋าหนังมัน เย็บลายตัว C – Signature ของเค้า สายคู่เส้นเล็กๆ น้ำหนักเบา ซิปปิดด้านบน ขนาดกำลังดี พอได้มาก็ใช้เลยเช่นเคย เพราะเป็นคนไม่ขี้เห่อเท่าไหร่ พอดีกับเป็นชมพูแต๋นถูกใจ Hello Kitty Mama มากๆ จำได้ว่าพ่อบ้านเห็นตอนเปิดกล่องพัสดุแล้วพูดว่า เที่ยวนี้ซื้อให้รอมมี่ด้วยเหรอ ก็ตอบไปว่า จ้า.. เออ.. ค่า.. พอตอนเห็นอิชั้นถือแกว่งไปมาก็ อ้าว.. เว้ย.. เฮ้ย.. ไหนบอกว่าของลูกไง แล้วก็เหน็บว่า Don’t you think…you’re not a teenager! อ้าว…จะให้ตูแก่แล้วแก่เลยหรือไงฟระ ฮานาก้า….55555

page-655-c

ใบต่อมา คือ Coach Poppy Patent Luxey Satchel BRASS/RUBY ได้มาพร้อมกับใบชมพูข้างบนค่ะ ราคาจากป้ายคือ $298.- พอตกกระป๋องจากห้างลงมาที่ outlet เลยเหลือ $124.- คุณเพื่อนเลยซื้อแล้วส่งรูปมายั่ว เห็นรูปแล้วน้ำลายยืด เลยเซย์เยสไปอย่างรวดเร็ว ถูกแพงขอให้แดงไว้ก่อนใช้ได้กับอิชั้นเสมอค่าาาา…. ใบนี้ค่อนข้างเล็ก ถือ-สะพายได้ 2 แบบ ข้อตินิดนึงคือ เวลาใช้แบบถือสายคู่ห้อยแขน…จะเปิดปิดซิปลำบาก ไม่กว้างขวาง ล้วงควัก ไม่สะดวก แต่เรื่อง look สำหรับใบนี้ กิ๊บเก๋ยูเรก้าไม่น้อย เพราะ accessories ห้อยตุ้งติ้งเยอะแยะ อ๊อฟเฟ่อร์ให้อิรอม… ลูกบอก “โน” ไม่ชอบ เชอะ ไม่ชอบก็ไม่ง้อสิวะ อิชั้นชอบใบนี้ที่สีและดีไซน์ แต่มันเป็น light duty ค่ะ ถือเหวี่ยงไปมาเป็นงานๆ ไป ไม่ใช่ everyday bag ค่ะ ดูรูปสิคะ (ถ่ายรูปห่วยตามปกติ 55) สวยเน๊าะ

page-656-c

มาดูกับข้าวกับปลากันบ้างดีกว่าค่ะ แต่ละรูปก็คือแต่ละทริปนะคะ รูปบนมีจานกระดาษแพ๊คใหญ่ แม่บ้านหลังยาวเบื่อล้างจานค่ะ 55 บะหมี่เกี๊ยวกุ้งของซีพี อร่อยเหมือนชายสี่หมี่เกี๊ยวเลยค่ะ กินแล้วคิดถึงบ้าน กล่องนึงมี 6 ถ้วย ช่วงนี้มีลดราคา ตกถ้วยละ $1.50 ประมาณนั้นค่ะ beef jerkies เนื้ออบแห้งรส mesquite รมควัน ของโปรดเวลาดูทีวีเหงาๆ ปาก ถุงละ 3-4 เหรียญ แอบหนีบเอาเข้าไปเคี้ยวในโรงหนังบ่อยๆ ค่ะ เลยต้องซื้อไว้ประจำบ้าน ไข่ไก่ 5 โหล มาม่าโจ๊กคัพรสหมู 1 กล่อง พ่อบ้านกับไอ้ตี้ลูกชายชอบทานตอนดึกๆ ค่ะ ส้ม “Cuties” clementine 5 pounds หวานอร่อยเปลือกบางค่ะ โค้ก 2 ลิตร แพ๊ค 4 ขวด $3.99 ค่ะ ตกขวดละเหรียญ

รูปล่างพาสเต้อร์ปิดแผล 2 กล่อง Clorox Tablet เอาไว้ใส่ถังน้ำชักโครก 409 น้ำยาเอนกประสงค์ 1 แกลลอน แถมแบบขวดสเปรย์ขวดใหญ่มา 1 ขวดด้วย อิชั้นใช้ตั้งแต่ในห้องน้ำ ถึงในครัวเลยค่ะ หัวเตา พื้นพรม นึกอะไรไม่ออกก็คว้าไอ้ 409 ไว้ก่อน 555 แต่ไม่ได้ฉีดไอ้ก๊อตตี้นะคะ เวลามันมอมๆ ก็โยนใส่อ่างไปค่ะ แล้วก็มี Clorox น้ำยาซักเสื้อผ้าสี Downy ปรับผ้านุ่ม รถไฟชื่ออะไรไม่รู้เพื่อนไอ้โธมัสมันค่ะ ไอ้ตี้เห็นแล้วชักแง่กๆ ก็เลยต้องซื้อให้ลูก ทั้งๆ ที่มีอยู่แล้วเต็มบ้าน องุ่นดำ concord ไม่มีเม็ด บะหมี่เกี๊ยวซีพีอีก 2 กล่อง คือเค้า limit ให้ซื้อแล้วได้ส่วนลดแค่ทีละ 2 กล่องค่ะ ถ้าซื้อเกินตั้งแต่กล่องที่ 3 ก็ต้องจ่ายราคาเต็มๆ ก็เลยลากมาทีละ 2 กล่องทุกครั้งที่ไป Costco ค่ะ เดี๋ยวเค้าเลิกลดราคาก็เลิกกิน 5555 งกชิมิคะ Go-gurt ของลูกๆ 2 แพ๊ค เด็กๆ บ้านนี้กินโยเกิร์ตกันเก่ง อยู่บ้านก็กินเป็นถังๆ ส่วนโกเกิร์ตเป็นถุงหลอดๆ ก็เอาแช่แข็งไว้ บางทีลูกๆ ก็คว้าติดมือเอาไปหม่ำในรถเวลาไปไหนๆ สะดวกดีค่ะ ส่วนใหญ่ก็ฟาดเรียบในบ้านนี่แหละค่ะ โค้ก 2 แพ๊ค และกบเหลาดินสอแบบใส่ถ่านของลูกๆ ค่ะ อันเก่ามรณภาพไปแระ

page-657

รูปนี้เป็นของจุกจิกที่ต้องใช้ค่ะ บิโอเรสครับโฟมเป็นโฟมที่หมอผิวหนังสั่งให้รอมมี่ใช้ค่ะ เลิกใช้ของเก่าให้หมด เพราะสิวบุกหนัก ส่วนแชมพู นิวโทรจิน่า T-Sal เป็นของอิชั้นค่ะ สีดินสอเป็นของไอ้ตี้ และทิชชู่เช็ดขี้มูก Boogie Wipes ก็เป็นของไอ้ตี้ด้วยค่ะ ส่วนแตงกวา น้ำสลัด Creamy French หอมแดงใหญ่ และมะเขือเทศจิ๋วเป็นเครื่องสลัดที่ขาดตู้เย็น เลยต้องแจ้นไปซื้อมาตุน น้ำสลัดอันนี้อยากลองมานานแล้ว พอซื้อมา แหวะ หวานๆ เหม่งๆ ไม่ชอบ ใบเสร็จเป็นของไอ้พวกเครื่องสลัดค่ะ

page-658

คราวนี้ไปช้อปต่อที่ Dollar Store ค่ะ คือทุกๆ อย่างราคา $1.- เท่ากันหมด เวลาซื้อหาก็ต้องดูดีๆ เพราะบางอย่างซื้อที่อื่นราคาไม่ถึงเหรียญค่ะ แล้วข้าวปลาอาหารจะอายุสั้น เผลอๆ ดูไม่ดี expired สิ้นชีวิตไปแล้ว เคยซื้อที่มันหมดอายุ spoilage ต้องแจ้นเอาไปคืน live & learn อยู่เรื่อยเชียว 555 มามะมาดูกันว่าได้อะไรมาบ้าง รูปบนนะคะ สมุดหัดเขียน ABC ของไอ้ตี้ สลัดผักโรเมน สปิแนช หลอดกระดาษสำหรับ roll เศษเหรียญ ที่ใส่นิ้วเท้าเวลาทาเล็บเป็นยางซิลิโคน..คุณภาพแจ่มมาก สำลีพันก้านไม้แบบยาว แถบมัดของสีขาว สก๊อตเทปแพ๊คคู่ มะม่วง (ซื้อที่คอสต์โก้ แพ๊ค 9 ลูก ราคา $7.99 แต่มันต้องขับรถข้ามเมือง เจอตรงนี้แล้วอยากกิน ก็ซื้อๆ ไปซะให้เสร็จๆ) ถุงใส่กล้องสีแดง+ลายน้ำตาล (คุณภาพเริ่ดมากๆ) ถ่านแบตเตอรี่ 9V. แพ๊คคู่ สำหรับ smoke alarms สติ๊กเก้อร์ ดินสอ กระจก แว่นอ่านหนังสือ คุณภาพดีมากๆ ราคาที่ติดอยู่อันละ 14-19 เหรียญค่ะ แต่ต้องเลือกดูดีๆ บางอันมีขูดขีดที่เลนส์ค่ะ

รูปล่าง (อีกทริปนึงนะคะ) เห็ดหอมดอง อร่อยดีค่ะ เปรี้ยวๆ เอาไว้ทานกับพวกเนื้อย่าง ถุงพลาสติก ชอบใช้ถุงแบบนี้เวลาผักที่ซื้อมาเยอะๆ หั่น ล้าง แล้วแบ่งใส่ถุงนี้แช่ในเก๊ะตู้เย็นแบบพร้อมใช้ สะดวกดีค่ะ ไม่แพง เป็นถุงขนาด 1 แกลลอน บางๆ ใช้แบบซิปเป้อแบ๊ค…แพง เสียดายตังค์ โอ๊ตของหนูดี เห็นบอกว่าลองดู พอทานแล้วก็บอกว่าโอเคเลยนะ ถูกด้วย แต่พอพ่อบ้านมาเห็น ซื้อมาได้ไง ทำไมไม่ซื้อ Quaker Oat ให้ลูก จะอะไรกันว๊า… ก็ของมันแค่เหรียญเดียว แหลกม่ายล่ายก็ทิ้งไปสิวะ ส่วนไอ้ Triaminic Vapor Fan, with 3 Refill Pads and Batteries, Mentholated Cherry กล่องฟ้าๆ นั่น เป็น พัดลมจิ๋วใช้ถ่าน แล้วก็มีแถบกลิ่นเมนทอลเชอรี่ พอเอามาลองดูก็ โอเคเลยนะคะ หอมเย็นจมูกดี เคยซื้อแบบเสียบปลั๊ก เป็นเมนทอลเฉยๆ ซึ่งหลายตังค์อยู่ อันนี้เหรียญเดียว มีรีฟิล 3 อัน ใส่ถ่านมาให้เสร็จ เลยเก็บเอาไว้เปิดตอนลูกเป็นหวัดจมูกแน่นๆ ค่ะ แล้วก็มี dinner rolls กับ biscuits ของ Pillsbury ทั้ง 2 อย่างหมดอายุสิ้นเดือน June โน่น….สบายไปเลย กินกันหมดก่อนสิ้นเดือนเมษาแน่นอนค่ะ

page-649

หมดแล้วค่ะ จริงๆ มีรูปข้าวของโชห่วยที่ซื้อมาอีกเยอะเลยค่ะ แต่ดูเหมือนจะซื้อของเหมือนๆ กันอยู่เรื่อยๆ เดี๋ยวจะเบื่อกันเสียก่อน โชคดี แฮ้ปปี้ช้อปปิ้งค่ะ

Saturday, May 1, 2010

กลับมาแล้วค่ะ

page-508

หายไปนานเลยค่ะ เพราะมีกิจ มีเหตุ ให้ต้องวุ่นวายกว่าปกติ กิจหลักๆ ก็คือได้พาลูกๆ กลับไปเยี่ยมครอบครัวที่เมืองไทย 3 อาทิตย์ เป็นการไปที่เร่งรีบ ล่กๆๆๆๆๆ และการเดินทางก็เป็นไปอย่างทุลักทุเลนิดๆ (ไม่หนักหนาเท่าไหร่ พอทนได้ค่า) เป็นเพราะอิแม่มันกังวลเกินไป ที่ต้องเดินทางกับไอ้ตี้เป็นครั้งแรก โชคดีที่รอมมี่โตมากแล้ว..เลยช่วยแม่ได้เยอะเลย ต้องแต๊งส์คุณลูกสาวมา ณ ตรงนี้ อิรอมเนี่ยเดินทางขึ้นเขาลงห้วยกับแม่ตั้งแต่ตัวติ๊ดนึง...เลยค่อนข้าง “โปร” ..รอมมี่ค่อนข้างจะ “อีซี่” ไปซะทุกอย่างเลยนะตอนเล็กๆ แต่ดันมายุ่งยาก เรื่องมากก็ตอนโตๆ เนี่ยแหละ (เครดิตรูปข้างบนเป็นฝีมือหนูดีล้วนๆ ถ่ายจากหน้าต่างเครื่องบินด้วยกล้องป๋องแป๋งที่เราใช้อยู่)

page-509

เล่าเรื่องการเดินทางตอนขาไปเลยดีกว่า นับว่าเป็น 27 ชั่วโมงที่เหนื่อยเอาการ กลัวว่าไอ้ตี้จะคลุ้มคลั่ง ต้องนั่งจับเจ่าอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ เลยซ้อมปอนยามัน 5555 เพราะหมออู๋คิดเอาเองว่า ยาแก้แพ้ แก้หวัด น่าจะทำให้มันเคลิบเคลิ้มง่วงหลับไปได้บ้าง แต่ไอ้ตี้เป็นคนที่กินยายากมากกกกกก.... ปล้ำ กอด รัด บีบจมูก บีบแก้ม (แต่ยังไม่ได้บีบคอ 555) ป้อนกันกระจัด กระจาย เลอะ เหนียว ไปกันหมด มันก็ทั้งพ่น ทั้งถุย ถีบ ร้อง ต่อสู้ เฮ้อ...ล้มเหลว ล้มเหลวค่ะ อิแม่มันคิดได้อีก เลยเอายานอนหลับมาบด สอดไส้ในขนมเจลลี่ 5555 ฉลาดเน๊าะ ขอข้ามตัดตอนตรงนี้ไปก่อน เพราะนึกออกเรื่องนึง...เรื่องสายการบินที่อิชั้นและลูกๆ ใช้บริการในเที่ยวนี้คือ ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ ต้องขอบอกว่า ไม่ประทับใจแม้แต่น้อยค่ะ ขอให้คะแนน 4 เต็ม 10 ละกัน จากที่ได้เคยมีโอกาสเดินทางไปโน่นมานี้กะใครๆ เค้าอยู่บ้าง ใช้บริการมาหลายสายการบิน ทดชื่นชอบและชื่นชมก็คือแจแปนแอร์ไลน์ค่ะ คนอื่นคิดไงอิชั้นไม่แซบค่ะ เรทติ้งอันนี้เป็นของทดคนเดียว

page-507

ไอ้สายการบินยูเอ ไม่มาอัญเชิญพวกเราไปขึ้นเครื่องก่อนทั้งๆ ที่ไอ้ตี้นั่งในรถเข็นของมันรอ เช็ค-อิน ทุกๆ ขาไป (รวมทั้งสิ้น 6 ขาค่ะ ถ้าไม่เอารถเข็นไปล๊อคตัวไอ้ตี้ไว้ แม่กะพี่ก็คง....รากเลือดค่ะ) อิแม่มันก็รู้งานดีพอควรนะ เอาหน้าบานๆ + ไอ้ตี้ในรถเข็นไปเสนอหน้า แบบ...เห็นกุปะ เห็นกุมั๊ย สุดท้ายเลยต้องแต๋นไปทักท้วง ทวงสิทธิ์ นี่ๆ แก ชั้นขอเข้าต่อจากพวกชั้นหนึ่งนะ รอบแรกผ่าน เลยทำมันครบทั้ง 6 ขาเลยค่ะ ด้าน-ได้-อาย-อด nothing to lose นิ 5555 มาถึงเรื่องยานพาหนะของยูเอ แหงะ เก๊า...เก่า โบ๊...โบ...โบราณค่ะ โทท๊ง...โททัดส่วนตัวสำหรับชั้นประหยัดก็ไม่มี พรรคกะยาจกเลยอดไปตามๆ กัน 555 หูฟงฟูฟังก็แบบ โป๊เปลือยแบบถูกใช้มาแล้ว ไม่เอาไปเก็บทำฟามสะอาดห่อใหม่ให้ดูดี บางไฟล้ท์โชคดีก็มาแบบใส่ถุงพลาสติกซีลมาเรียบร้อยดูไฮยีนขึ้นนิดนึง สู้สายการบินอื่นๆ ไม่ได้เลย พนักงานก็โอเคดีอยู่ จะไปเอาอะไรกะเค้ามากมายเน๊าะ พนักงานไม่กี่คนต้องบริการคนเป็นร้อย ในพื้นที่จำกัด เวลาจำกัด เห็นใจคนอาชีพนี้ (เฉพาะคนที่ตั้งใจทำงานนะ ไม่นับ “ไอ้+อี” จากสายการบินแห่งชาติที่ไม่อยากบริการเพื่อนร่วมชาติ...จ้า การบินไทย จ้า รู้ๆ กันอยู่ ไม่ต้องอธิบายให้เสียเวลา) สรุปว่า...การเดินทางตลอดปลอดภัยดี เหนื่อยน้อยกว่าที่คาดไว้นิดนึง ไอ้ตี้หลับยาวๆ เกือบตลอดทาง ตื่นมาเจี๊ยวจ๊าวช่วงสั้นๆ ไม่กี่ที่ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ “อัด” ยานอนหลับที่เตรียมไปเลย และที่ประทับใจสุดๆ คือ เป็นครั้งแรกในที่ชีวิตที่ทดไม่ถูกเปิดกระเป๋าค้นทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ สุดยอด พะย่ะค่ะ 5555 ดูรูปที่อิรอมแกล้งน้อง 555 เอาแซนวิชแห้งๆ ที่ไม่อร่อยเลยทิ่มหน้าน้องเล่น 555 และมีรูปส้วมที่สนามบินนาริตะมาให้ดู ลูกๆ ประทับใจมาก 5555 กับร้านกิ๊ฟช้อปสุดโปรดของหนูดีที่ตั้งหน้า ตั้งตารอว่าขากลับจะไปซื้อของกุ๊กกิ๊ก (ซื้อมาจากเมืองไทยภูเขานึง ยังไม่พออีกเหรอวะ)

page-510

การไปเมืองไทยเที่ยวนี้ก็เพื่อพาลูกๆ ไปเยี่ยมคุณยายและพี่หญิงใหญ่และครอบครัว รวมทั้งอยากให้คุณลูกๆ ได้เห็นงานสงกรานต์ที่เมืองไทยจริงๆ แต่สิ่งที่ประทับใจมากๆ สำหรับทริปนี้ คือ...การได้ไปพบเพื่อนๆ ที่อุบลฯ โดยกระประสานงานของ “ตุ้ม” เพื่อนเลิ้บ ต้องขอบคุณเพื่อนตุ้ม กับคุณสามีและลูกสาวมากๆ เลย คืนนั้นเพื่อนๆ มากันเยอะแยะ พาลูก พาสามี พาภรรยามากัน หลายคนก็ขับรถข้ามเมือง ข้ามจังหวัดมากันเลย แย่งกันพูดจนอาหารเหลือแบะแบน 30 ปี ที่อู๋ไม่ได้เจอเพื่อนๆ (คือเพื่อนๆ เค้าเจอกันนานๆ ครั้ง หรือบ่อยๆ ครั้งก็มี) ประทับใจ ชื่นใจมากๆ โปรดสังเกต...อู๋ “มหึมา” มาก 55555

page-513

ลูกๆ ได้ไปเล่นสงกรานต์กันอย่างสนุกสนานเหลือเกิน ไม่ได้ไปไหนกันไกลหรอกค่ะ เพราะแถวๆ บ้าน (โชคชัย 4) ก็เล่นกันครึกโครมไม่แพ้ที่ไหนๆ เพลงกระหึ่มติ๊ดชึ่งสุดๆ เด็กๆ เต้นกันอย่างเมามันส์ มีรูปที่ถ่ายจากทีวีด้วย เป็นรูปจากมุมสูงที่เค้าถ่ายจากแถวๆ หน้าบ้าน จะเห็นว่าการจารจรอัมพาตไปเลย คนเดินกันให้ขวัก น่าสนุกจริงๆ แต่ไม่ยักอยากไปเล่นกะเค้า ดีว่ามีคุณพี่เขย ไปนั่งเฝ้าไอ้ตัวเล็ก แล้วก็หลานชายเป็นบัดดี้พาน้องรอมเล่นน้ำ

page-515

มีอยู่วันเพื่อนจินมารับคุณอู๋กับลูกหลานไปแต๊ดแตร๋กันที่พัทยาหน่อยนึง ก็สนุกดี ไอ้ตี้ได้ลงทะเลไทยหน่อยนึง ดูเหมือนว่าไม่ประทับใจเท่าไหร่ 555 หลบมาเล่นทรายซะเนี่ย

page-517

รูปรวมมิตรสงกรานต์ ที่ประทับใจสุดๆ ก็เจ๊หนวดซอยภาวนา แกตั้งแพลตฟอร์มส่วนตัว (จริงๆ เห็นอยู่หลายอันแต่ว่างปล่าว) ผ่านไปมาหลายรอบ เห็นแกเต้นอยู่อย่างนั้นถ่ายรูปไม่ได้ซักที สุดท้ายก็ได้มาก่อนสงกรานต์เลิก คนอาไร๊.... โคตรน่ารักเลย ใจรักจริงๆ 5555 นอกนั้นก็เป็นรูปสงกรานต์ที่พัทยาเป็นส่วนใหญ่ เห็นไอ้พวกชาวตะวันออกกลางซะเยอะ และเล่นไปไพ้พ์ฉีดน้ำกัน รูปที่ถ่ายมาได้ก็คือถ่ายในรถเลยมัวซัวไปหน่อย เห็นเค้าเล่นกันสนุกมาก แถมมีหนูๆ น้องเล่นเป็นเพื่อน เปิดเพลงกันดังลั่น แด๊นซ์กระจาย น่าสนุกจริงๆ ป้าแก่ได้แต่ดู 555

page-516

กลับเมืองไทยเที่ยวนี้ กินๆๆๆๆ แต่ไม่รู้สึกสะใจ นึกไม่ออกว่าอยากกินอะไรเป็นพิเศษ ดูเหมือนจะกินอาหารไอ้ยุ่นหลายมื้อกว่าอย่างอื่น ไม่ได้กินเตี๋ยวเรือที่อยากเหลือเกิน แต่ได้กินมะขามเทศด้วย 555 ของโปรดที่คนรอบข้างเกลียด เลยไม่มีใครแย่ง ส่วนทุเรียนก็ไม่มีใครแย่ง...เพราะชาวเบาหวานไม่บังอาจ 555 สบายอู๋ไปเลย ก็อย่างที่แซ่บๆ กันดีอยู่แล้ว ว่าทดเองก็เป็นคนอ่อนหวานเหมือนกัน (เบาหวานแหละ) แต่ยอมตาย 555 เพราะอดอยากมานาน (ขนาดอดอยากยังตัวเท่านี้ 5555) งานนี้ไม่พลาดขนมหวานๆ จาก ดิโอลด์สยาม หาบมากันบานเบอะ โซ้ยอยู่คนเดียว ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียนอีกหลายรอบ โอเลี้ยงๆๆๆๆๆๆๆๆ งานนี้ไม่กล้าเจาะเลือดเลยแหละ มิเต้อร์ระเบิดแน่นอน 5555 ไปเมืองไทยเที่ยวนี้ กินอะไรก็ไม่ประทับใจเช่นเคย เป็นเพราะแก่ลง หรือแก่ขึ้นวะ 555 ผ่านโลกมาเยอะ อะไรดู “งั้นๆ” ดูแฟนซี “ลุ๊ค” เป็นหลัก ปลอม ปรุงแต่งกันมากเกินจำเป็น อาหารหวาน ขนมขะต้ม โดยเฉพาะพวกมีกะทิก็พากันหยอดหยดวานิลาใส่ลงไป แหวะๆๆๆ

page-511

ได้ไปเรียนถ่ายรูปกับเพื่อนสุม ป้าแก่ 2 คน แก่กว่าใครเค้าเพื่อน แล้วก็กล้องจิ๋วกว่าใครเค้าอีกด้วย ทีมวิทยากรดี ได้ความรู้เพิ่มเยอะเชียว และได้เรียนกับเพื่อนที่ถูกคอกัน เลยสนุกสนานมากมาย ชอบๆๆ ตอนแรกอายเค้านะ เพราะทั้งชั้นเรียนมีแต่คนแบกค่อดพ่อค่อดแม่กล้องมากัน อิป้า 2 คน ก็แว๊ดไปหน่อยนึงว่า...ไหนว่าเป็นคลาสของบีกินเน่อร์ไง ...คุณครูบอก..หลังๆ มานี้พวกบีกินเน่อร์ใช่แต่ไอ้กล้องยักษ์ๆ กันขอรับ กล้องจิ๋วก็เรียนกับเค้าได้ไม่เขอะเขินแน่นอนขอรับ.. ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่ด้วยที่เซ่อๆ บ้าๆ ห่วงคุยกันซะมาก ก็เลยตั้งใจเรียนแค่ 70-80% ได้แค่นั้นก็เกินคุ้มแระ 5555 เป็นคนมักน้อยค่ะ แล้วอาหารกลางวัน ค๊อฟฟี่เบรค โรงแรมจิ๋วๆ นั่นถือว่าพอใช้ได้เลยนะ สรุปว่าหลังจากไปเล่าเรียนมา...ตอนนี้ก็ทำได้ดีกว่าที่เคย point & shoot เยอะเชียวแหละ ฝีมือล้นกล้องเล้ยยยย... 5555 อย่าให้เซดเชียว 5555 ฝีมือพัฒนาขึ้นเยอะ แต่อุปกรณ์เหมียนเดิม รูปที่ได้ก็อย่างที่เห็นนี่แหละ 555 ถึงจะไปร่ำเรียนมาแล้ว..ก็ยัง..รำไม่ดีโทษปีโทษกลอง..เหมือนเดิม 55555

page-514

อาการที่เทืองไทย (ช่วงที่ไป) ร้อนมากกกกกกกก.... เหงื่อสาดทั้งวัน อาบน้ำก็ไม่ชื่นใจ อิรอมเอาตัวรอดไปเปิดแอร์อยู่บนเกลือบตลอดเวลา ลูกๆ (รวมทั้งอิแม่มันด้วยแหละ) โดนยุงคุกคาม แขนขาลายเน่าเฟะไปตามๆ กัน เอารูปลูกๆ กับครอบครัวช่วงที่อยู่ที่กรุงเทพมาแปะให้ดูกัน รูปฝอยไปนิด คือรูปมันเยอะมาก 555 โอ้ย…คิดถึงจังเลย… ไอ้ตี้โดนคุณยายจับตัดผม แต่ทำไม่สำเร็จ 55 มันก็อยู่แบบแหว่งๆ ไป 2-3 วัน สุดท้ายพี่ปลื้มเอามันเข้าร้านตัดผมสำเร็จ

page-518

คืนก่อนที่จะกลับมีสะไพ้... เพื่อนสมัยวัยเด็กเล็กมาเยี่ยมหา ตะบึงขับรถมาจากโคราชโน่น ประทับใจเพื่อน “หลอลี่” ของอิชั้นจริงๆ เพื่อนเลิ้บเพื่อนเกลอคนนี้โดนอิชั้นเอาเสียมสับนิ้วมันเกือบขาดเชียวนะคะ จำไม่ได้ว่าเล่นอะไรกัน แต่ต้องเอาเสียมจิ้วๆ หมุนๆ ขุดดินเป็นรูกลมๆ ไอ้หลอก็ชั้ไปชี้มา จะเอาตรงไหนก็ไม่เอาซะที อิชั้นก็สับโช๊ะเข้าให้ ตอนทดเป็นเด็กๆ โหดมากค่ะ แม่ยังเสริมว่าอิชั้นชอบรังแกคนใช้เป็นงานหลักด้วย 5555 ไปกรุงเทพเที่ยวนี้ไม่ได้เจอเพื่อนรุ่นโตเลย ทั้งๆ ที่อยู่กรุงเทพฯ กันทุกคน แต่ด้วยสถานการณ์บ้านเมือง การจราจร เวลาและความไม่สะดวกตรงกัน ฯลฯ เสียดายจังเลย ปีหน้าฟ้าใหม่ถ้าได้ไปอีก (เมื่อมีตังค์ง่ะ) คงได้ไปช่วงลูกปิดเทอม ไม่พาลูกโดดโรงเรียนไปเล่นสงกรานต์แบบนี้อีกแล้ว รีบเกิ้นนนนน... เหนื่อยว่ะ หรือถ้าถูกล๊อตโต้ก็จะเอาหน้าบานๆ ตัวอ้วนๆ บินชั้นหนึ่งไปเยี่ยมหาเพื่อนๆ ให้เบื่อขี้หน้ากันเลยทีเดียว 5555

page-519

ได้ไปทำ Fish Spa มาด้วย แหวะๆๆๆๆๆๆๆ แต่ก็ทำไปแบบ once in lifetime 5555 พอเห็นร้านก็ส่งสัญญานบอกลูกว่าลองปะ อิรอมพยักหน้าตกลง แม่มันก็ไปสอบถามได้ความว่า 20 นาที 120 บาท จัดการล้างตรีน แล้วโดดลงไปเลย อิรอมเกิด “แหยง” ไม่ยอมลง อิแม่มันโดนปลา 800 ตัวรุมคนเดียวเลย ไอ้ตี้แทบตาย ร้องซะร้านเค้าแทบแตก กลัวปลากินแม่มันตาย ร้องให้แม่ออกมาจากแท๊งค์ 555 ผ่านไปพักใหญ่ๆ พูดหว่านล้อมจนลูกยอมลงบ่อมาด้วย ปลามันก็แบ่งๆ ไปรุมทึ้งอีกรอม 5555 อยากจะบอกว่ามัน สยึมกึ๋ย… ไสหยืด… มากกกกกกกกก… แต่ไม่กล้าโชว์ความ “แหยง” ให้ลูกเห็น มันไม่ใช้ความเจ็บปวดแต่มัน อูย…จึ๊กกะดึ๋ย…แหวะๆๆๆๆ ไม่ทันหมดเวลาหรอก..พากันโดดออกมาเลย เท้าก็ดูสะอาดดี แต่ไม่เอาอีกแล้ว ไปทำเล็บตามร้านยังไม่ชอบเลย 555 เพราะดูรวมๆ แล้วไม่น่าจะไฮยีนเลย ตีนใครบ้างก็ไม่รู้ แหงะ แถมตอนที่โดดลงไปก็ไม่ดูตาม้าตาเรือ เจือกโดดตูมลงไปในแท๊งค์ที่ปลาตัวใหญ่ที่สุด เค้ามีปลาต่างไซ้ส์ในแต่ละอ่าง เด็กที่ร้านบอก…ลูกค้าประจำชอบปลาตัวใหญ่…เพราะดูดแรงดี เฮ้ยยยย…… แจ๊คพอตเลย 5555

page-520

ไปแระ จะพยายามมาอั๊พให้บ่อยๆ ค่ะ รูปเป็นกะบุง เดี๋ยวไปผ่าตัดตกแต่งแล้วจะเอามาเล่าเรื่องสู่กันฟังค่ะ บายฟอร์นาวค่ะ

My basic principle is that you don't make decisions because they are easy;

you don't make them because they are cheap;

you don't make them because they're popular;

you make them because they're right.

OLL-03

Tuesday, February 16, 2010

หวาน หวาน…เป็นลม..จริงหรือปล่าว

page-505

ด้วยมีเห็นให้บ้านนอกต้องโห่เข้าเมืองกัน เพราะว่าพาสปอร์ตหมดอายุไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็เลยไปทำเป็น “อีพัดปอด” ซะให้มันเสร็จๆ แต่ไอ้ที่จะไปทำนั่นอยู่แอลเอโน่น โชคดีนะที่แอลเอ เพราะ e-passport ต้องเอาหน้าสวยๆ นิ้วอ้วนๆ ไปสแกนด้วย ถ้าเค้าไม่มีกงสุลไทยที่แอลเอ ครอบครัวของอิชั้นจะทำยังไง ต้องโห่ไปดีซีโน่นเลย ตายห่า….ง่าๆๆๆๆๆ เลย โสหุ้ยการไปดีซีนี่ไปเที่ยวเมืองไทยได้เลยนะ รูปข้างบนนั่นเป็นช่วง Grapevine บน I-5 (Interstate Highway) ก็ขึ้นเขา-ลงเขา เห็นบนเขามีหิมะประปราย ถ้าเป็นเดือนก่อน ก็มีปิดถนนกันเลยแหละ เพราะเป็นฟรีเวย์เส้นสำคัญของแคลิฟฯ รถบรรทุกใช้กันหนาแน่น ทางขี้นลงก็ลาดชัน

page-504

ส่วนรูปนี้เป็นรูปผู้โดยสาร ท่านตี้กับหญิงรอม อิรอมหลับอ้าปากหวอรอดักแมงวัน 555 ไอ้ตี้ก็จ้อไปตลอดทาง ดันไปม่อยกระรอกตอนเกือบเข้าตัวแอลเอ

page-506

ส่วนรูปนี้เป็นที่โรงแรม ตื่นขึ้นมาเตรียมตัวไปทำธุระ โรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่ไปนอนกันประจำเวลาไปแอลเอ เป็นโรงเตี๊ยมราคาย่อมเยาแถวฮอลิวู้ด (คืนละ $82.-) ปกติจะหอบหมอนผ้าห่มไปด้วย คราวนี้ดันลืม เลยเปิดฮีทเตอร์ให้อุ่นจัดๆ จะได้ไม่ต้องห่มผ้า นอนมันบนผ้าคลุมเตียงแบบนั้นเลย ครอบครัวเราจะไม่ค่อยทุ่มเรื่องโรงแรม ต้องเป็น 4 ดาว หรือ 5 ดาว เอาแค่ อยู่ย่านไม่น่ากลัว ดูสะอาดหูสะอาดตา เพราะแค่ซุกหัวนอน ตื่นมาก็ไสหัวไปไหนต่อไหนกันแล้ว เก็บตังค์ไปซื้อหาอะไรอร่อยๆ กินกันดีกว่า 555 เห็นแก่กินจริงๆ 5555

page-503

ที่ต้องไปพักใกล้ๆ ไทยทาวน์ ทุกครั้งที่ไปแอลเอก็เพราะไอ้เรื่อง “เห็นแก่กิน” นี่แหละ ไปถึงก็รีบไปฟาดซะรอบนึง ดึกๆ ออกไปหาเตี๋ยวเรือกินอีกรอบนึง ตื่นขึ้นมา เช็คเอ๊าท์เสร็จ ก็ไปหาอะไรฟาดอีกรอบนึง พอไปทำธุระที่กงสุลเสร็จก็บึี่งกลับมาหาอะไรโซ้ยให้หนักอีกรอบนึงก่อนกลับ กินอาหารไทยแถวนี้…สะใจกว่าที่ไหนๆ เพราะมันรสชาติเหมือนเมืองไทย (ไอ้เรื่องหวานนำ ยังนำอยู่ แต่ไม่แหลมปี๊ดน่าเกลียดแบบแถวๆ ที่อยู่) ก๋วยเตี๋ยวก็มีสารพัด เตี๋ยวเรือ เตี๋ยวหมู เตี๋ยวเนื้อ เตี๋ยวเป็ด ก๋วยจั๊บ เย็นตาโฟ เตี๋ยวห้อยขา-ยกขา ถ่างขา-หุบขา ฯลฯ มีโม้ดดดด….. 555 เดินเข้าร้านเค้าเหมือนจะบ้า อยากกินมันไปซะทุกอย่าง

คืนแรกที่ไปถึง กินข้าวราดแกงกันเป็นรอบแรก พอกินเสร็จก็หาบขนมขะต้ม กลับโรงแรม มาตั้งหลักกินๆๆๆๆๆๆ เพราะจะได้รู้ว่า อันไหนเริ่ด…จะได้โกยซื้อหอบกับมากินที่บ้านนอก จากรูปมันก็อร่อยทุกอย่าง ไอ้ปุยฝ้ายนั่น นุ่มนวลอร่อยเหมือนของเอสแอนด์พี อันนี้มาทุกครั้งซื้อ (หลายถุง) ทุกครั้ง ลูกผัวอิชั้นเรียกมันว่าคัลเล่อร์ฟูลคัพเค้กค่ะ 555แป้งจี่-บ้าบิ่น ก็ซื้อมาเก็บใส่ตู้เย็น จะรับทานก็เอาออกมาอุ่น.. หอม อุ่น อร่อย ทุกครั้ง มีหนมเบื้องด้วย แต่เดินฟาดกันจนหมดก่อนถึงโรงแรม ทองหยิบ-เป็นของโปรดรอมมี่มัน แพงกว่าเค้าเพื่อนมั๊ง 12 ดอก 6 เหรียญ ขนมชั้น กาละแมเขียว-ดำ ก็อร่อยมากกกกก…. เจือกซื้อมานิดเดียว ขนมถ้วยกับขนมฟักทอง..งั้นๆ ไม่ปลื้มกัน กะยาสาทร..ก็แหงะ อิก๊อตเห็นแล้วต้องซื้อ พอลองกินคำนึง ก็ไม่แตะอีกเลย อิชั้นไม่ชอบกะยาสาทรตั้งแต่เกิดเลย ก็เลยไม่ลอง ตอนนี้นิมนต์ลงขยะไปแล้ว ส่วนปาท่องโก๋ ก็ซื้อมาเก็บไว้ในตู้เย็น พอจะทานก็เอาใส่เตาติ๊ง กินกะกาแฟร้อนๆ ใช้ได้แหละ ไม่เริ่ดเหมือนสดๆ จากกระทะที่เมืองบางกอกแน่อนอน ส่วนไอ้สังขยาซื้อมากะจะจิ้มโก๋กินในรถ แหวะมากๆ แป้งล้วนๆ รสชาติใช้ไม่ได้เลย หนักแน่นเหนียว น่าเอาไปทำพวกไส้หนมปังหรือโตเกียวมากกว่า จิ้มไม่ได้เลย

page-502

อันนี้เป็นข้าวของที่ซื้อมานิดหน่อยจากร้านคนไทย เห็นน้ำปลายี่ห้อโปรดเลยซื้อมา 2 ขวด อีโน วิคส์ แล้วก็ยาดมวาเป๊กซ์ เห็นแล้วก็อดซื้อไม่ได้ คนเมืองไทยอยากได้ของเมืองนอก คนอยู่เมืองนอกอยากได้ของจากเมืองไทย 5555 ที่เจ็บใจสุดๆ ก็คือ ไอ้สาหร่าย…แงๆๆๆๆ อิรอมกับแม่ หงุดหงิดมาก เพราะซื้อมาแค่ถุงเดียว แล้วมาเปิดกินกันตอนถึงบ้านแล้ว ถ้าเปิดกินตั้งแต่ที่โน่น ก็คงจะหาบกลับมาเต็มรถ หร่อยมากกกกก….กินเพลินเลยแหละ ไอ้พวกพริกแกงก็ซื้อมาอย่างงั้นเอง ที่บ้านก็มีตุนอยู่พอสมควร แต่อิรอมเค้าอยากทำเป็ดย่าง เลยหยิบผงเป็ดย่างมาให้แม่ดู ทำกินกันนะแม่นะ เออ…ก็ได้วะ ลองดู แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ 555 รอไปก่อนลูก

ที่จั่วหัวเรื่องหวานๆ ก็เพราะ กินขนมไทยหวานๆ แบบบานตะไท ตลอดสัปดาห์ อิก๊อตท้าให้เจาะเลือดตรวจน้ำตาล ไม่กล้าเลยค่ะ ท่านผู้ชม กลัวมิเตอร์แตก 55555 หลายวันผ่านมาเลยตรวจซะหน่อย ก็ยังไม่ค่อยดี วันก่อน 176 วันนี้ ลงมาที่ 145 แล้ว เฮ้อ….ทำยังไงดีวะ ถึงจะควบคุมได้ตามที่หมอกำชับ ตื่นนอน fasting ประมาณ 95-115 ระหว่างวัน ไม่ควรเกิน 125 นะเธอ ทำยังไงดี ช่วงนี้ไม่ได้เป็นเบาหวาน แต่กลายเป็น “หนักหวาน” 5555 จะตายมั๊ววะเนี่ย ที่ว่า “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” เฮ้อ….. ยังไงก็ขอหวานดีๆ ไว้ก่อนดีกว่า ไม่ชอบกินยาเล้ยยยย….

สรุปว่าเป็นทริปด่วนๆ รีบไปรีบมา แต่พวกเราก็มีความสุข สนุกสนาน อิ่มหนำสำราญตามอัตภาพ ที่สำคัญที่สุด เรา 4 คนพร้อมหน้าพร้อมตา..สุขใจแหงๆ แน่นอน…. ส่วนพาสปอร์ตก็รอกันต่อไป เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าประมาณ 4-6 สัปดาห์ นี่ก็ผ่านไป 10 วันแระ รอกันอย่างใจจดจ่อต่อไป….

Shared joy is a double joy;

shared sorrow is half a sorrow.

StrawberryMama-02