Showing posts with label Travel. Show all posts
Showing posts with label Travel. Show all posts

Thursday, July 29, 2010

Hello Again!

♥♥♪♫♪♫♥♥ …สบายดีรึเปล่า ข่าวคราวไม่เคยรู้ สืบดูเธอไม่อยู่ แอบดูแวะมองหา

หายไปเลย ไม่เคยหวนคืนมา หายไปเลย หายไปนาน กับกาลเวลา... ♥♥♪♫♪♫♥♥

page-549สิงโตทะเล..สัญลักษณ์ของ Pier 39 กับรูปวุ่นๆ ของครอบครัวเรา

ร้องเพลงมาเลย 555 ช่วงเดือนที่ผ่านมานี้ไม่มีอะไรวุ่นวายเพราะหนูดีปิดเทอมใหญ่ ตอนนี้ก็เตรียมไปสมัครเข้าโรงเรียนใหม่เพราะต้องขึ้นเกรด 7 คราวนี้ก็เป็นมิดเดิ้ลสคูลซึ่งจะมีแค่ 2 ชั้นเรียน คือ เกรด 7 กับเกรด 8 จากนั้นก็ไปเป็นเฟรชชี่เกรด 9 ที่ไฮสคูลจนจบเกรด 12 ส่วนไอ้ตัวเล็กก็ตั้งใจกันว่าจะให้เข้าพรีสคูล ป. ขี้ไก่ ตอนเปิดเทอมนี้เหมือนกัน (เปิดเทอมประมาณกลางๆ เดือนสิงหา) แต่ถ้าการเงินดูไม่เข้าทีก็เกลือกกลิ้งอยู่กับแม่ที่บ้านไปก่อน เพราะอิแม่มันก็ยังไม่มีงานการอะไรทำ แล้วค่าเล่าเรียพรีสคูลนั่นก็ไม่ใช่น้อย ที่แอบสืบๆ ดูเพื่อทำไฟแนนเชี่ยลแพลนนิ่ง 555 (ดูเป็นเรื่องเป็นราวมั๊ยคะคุณๆ 555) แพงไม่ใช่เล่น ประมาณ 40 – 45 เหรียญต่อวัน แถมไม่ได้มีโปรแกรมพิเศษเริ่ดเลอให้เลือก ก็แค่ส่งไปเล่นๆ เรียนๆ กินๆ นอนๆ curriculum เหมือนๆ กันหมดแหละ พูดเรื่องเงินๆ ทองๆ แล้วปวดเฮด เพราะข่าวเรื่องการงานของคุณซะมีหลังๆ มานี้ดูสยองๆ ยังไงพิกล ไม่มีโอทีแล้ว ยังมาขู่ๆ อีกว่าจะปิดโรงงาน ครอบครัวเราเลยดูอัตคัตขัดสนเหลือเกินช่วงนี้ โอย...หิววววว.... แต่ตัวอ้วนตุ๊บ 555 จนแล้วมักจะหิว ใช่ปล่าว 555 theory นี้ classic มาก เชื่ออิชั้นเหอะ

page-550ลูกๆ สนุกสนานกับกิจกรรมหลายอย่างที่อะควาเรียม หนูดีจับปลากระเบน ฯลฯ แต่สก๊อตตี้ แหยง…ไม่อาาว..ดีกว่า

เดือนกะดั๊กกะดาคมเนี่ยเป็นเดือนเกิดของอิชั้นเอง พ่อๆ ลูกๆ ก็วางแผนจะทำอะไรสะไพ้ ซาพ้ายยย... ให้อิคุณแม่ตามปกติเหมือนทุกปี อิชั้นเป็นคนไม่ให้ความสำคัญกับวันเกิดของตัวเองเลยแต่ไหนแต่ไรมา (วันตาย...ไม่แน่..ถ้ารู้ล่วงหน้า จะวางแผนให้เริ่ดเชียว) บางปีเผลอลืมๆ ไปด้วย จะอะไรนักหนากับการแก่ลงไปอีกหนึ่งปื ส่วนวันเกิดคนรักใคร่ชอบพอกันและคนในครอบครัว-อิชั้นจะพยายามไม่ลืม หากทำอะไรไม่ได้มาก แค่โทรอวยพรหรือส่งการ์ดก็ยังดีใช่ปล่าว จริงๆ อยากให้บ้านที่ดิน รถหรู โคตรเพชร กับทุกคนแหละ รอให้อิชั้นถูกล๊อตโต้ก่อนนะเค๊อะ 555

page-545เจ้าอุโมงค์ในตู้ปลามีอยู่ 2 หรือ 3 อัน สก๊อตตี้ เห็นปุ๊บมุดเข้าไปปั๊บ ไม่สนว่าใครอยู่ในนั้น

สาวๆ ที่อยู่ก่อนโดนหนุ่มน้อยตี้เบียดเข้าไป ครอบครัวของสาวๆ ขำกันกลิ้งเลย

เมื่อต้นเดือนครอบครัวของเราพากันไปซานฟรานซิสโก (1 ในหลายแผนของพ่อบ้าน) ก็ไปกันแบบเหี่ยวๆ แห้งๆ เป็นทริปประหยัด 555 ทัวร์ชั้นประหยัด 555 อิซะมีจองโรงแรมแบบ ซะพ้ายยย.... อย่างแรง ใกล้ยูเนี่ยสแควร์ ใกล้ร้านก๋วยเตี๋ยวไทยที่อิชั้นโปรด..แบบเดินปรู้ด..เดียวก็ถึง หยุดเลย หยุด ไม่ใช่ฮิลตั้นตรงนั้นหรอก ไม่ใช่ ห้าดาวอย่างที่คุณๆ คิด โรงแรมที่ว่าเนี่ยเรียกว่าไม่มีดาวเลยมั๊ง 555 ห้องนอนกระจิ๊ดนึง มี 2 ควีนเบด จะเดินเข้าห้องน้ำห้องท่าต้องเดินเบี่ยงๆ เอี้ยวๆ หลบตู้โทรทัศน์ ไอ้ตี้เอนจอยมากกว่าใครกระโดดไปมาระหว่าง 2 เตียง กระเด้งกระดอนซะจนแม่อยากตาย กลัวมันจะพลาดหล่นออกนอกหน้าต่างไปที่ถนนซะ อยู่ชั้น 6 ด้วยนา...คิดแล้วหวาดเสียวเน๊าะ แล้วไม่มีที่จอดรถด้วย ต้องใช้บริการ valet parking ทุกครั้ง ค่าบริการแพงแล้ว (15 เหรียญ) ก็ยังต้องทิปไอ้คนที่มารับรถ-เอารถมาให้ทีละ 5 เหรียญ เมืองใหญ่ๆ ยุ่งเหยิงแบบนั้นทิปทีละเหรียญได้ป่าววะ...อยากรู้ พวกเราเลยเดินมากหน่อย-วนอยู่แถวๆ นั้น ไม่อยากเอารถไปไหน 555 งกไงคะ สรุปได้ว่าเราเสียค่าจอดรถ+ทิป เกือบ 200 เหรียญได้ (แพงกว่าค่าโรงแรมอี๊กกกก...) 100 นึงน่ะหมดไปกะไอ้บริการ วาเล่ย์พาร์กกิ้ง+ทิป อีก 100 นึง หมดไปกะค่าจอดรถอะราวน์ทาวน์ แค่ 2 วัน 1 คืนที่ซานฟรานนะนั่น แหงะ เสียดายตังค์เน๊าะ

page-551หนูดีกับรูปด่วนๆ หน้าร้านเครป… เห็นบ่นคิดถึงแม่จ๋า เพราะหน้าบ้านแม่จ๋ามีร้านเครปดังระดับคับกรุง 555

ไม่อยากบ่นเรื่องโรงแรมละกัน ต้องบอกว่าปลื้มและขอบคุณในเจตนาดีและความตั้งใจของคุณผัวละกัน Thought that count! แต่ทำไม๊...ทำไม..ไม่จองโรงแรมที่เคยไปพักเป็นประจำทุกครั้งที่ไปซานฟรานฯ ถูกกว่า ดีกว่าเป็นไหนๆ ซอรี่..ไม่บ่น ไม่บ่น..จบ

page-552ม้าหมุนอันนี้หนูดีนั่งมาตั้งแต่ตัวจิ๊ดนึง มากี่ครั้งต้องก็ต้องแวะมาใช้บริการทุกที คราวนี้ไม่เอ็นจอยเหมือนก่อน อาจเป็นเพราะโตแล้ว

และบีซี่เท๊กซ์มือถือถึงเพื่อนๆ ทุก 10 วินาที ขี่ม้าหมุนอยู่..ก็ไม่มีหยุด เท๊กซ์มันเข้าไป พ่อแม่ด่าก็..ก็แอบๆ เท๊กซ์ เฮ้อ..

ทริปนี้อะไรๆ เปลี่ยนไปเยอะ หมายถึงรูทีนของครอบครัวของเราที่เปลี่ยนไป ปกติคุณพ่อบ้านจะเป็นสารถีมากกว่า 80% ของระยะทางทั้งหมด แต่คราวนี้...อีแด้ดดี้ง่วงนอนเพียงแค่ออกจากบ้านไม่ถึง 50 ไมล์ แวะเติมน้ำมันแล้วขอให้อิชั้นขับรถ..แล้วก็หลับคร่อกยาวไปถึง Bay Bridge (San Francisco-Oakland Bay Bridge) ทีเดียว อิชั้นก็ตาไม่ดี เล็งแล้วเล็งอีกไอ้ช่องจ่ายตังค์เนี่ย เลนไหนวะ carpool เลนไหนเงินสด นานปีทีหนถึงจะผ่านไปใช้บริการของเค้านิ ปลุกอิก๊อตให้ช่วยดู ลูกผัวก็ โน่ๆๆๆ..เลนโน้น โน่ๆๆๆ เลนนี้ (บ้านนอกเข้ากรุง ..สาธร ดอนเจดีย์ ของจริงเลยนะ..ครอบครัวของอิชั้น) ยักไปย้ายมามากก็ไม่ได้ รถเยอะแยะ สุดท้ายหลุดเข้าไปเลนที่มันบอกว่า เงินสดหรือ FasTrak ก็ไหลๆ ตามเค้าไปเรื่อยๆ พอเห็นตู้เก็บตังค์..เอ๊ะ ไหง ไม่มีมะนุดอยู่ในตู้ ตายแน่กรู ทำไงดี ชะแว๊บออกไปเลนอื่นก็ไม่ได้แล้วสิ มันก็เหมือนด่านทางด่วนเมืองไทยแหละ แต่เค้าไม่มีไม้กั้น ก็ชะลอตามคันหน้าผ่านไป แล้วก็รอฟังเสียงหวอตำรวจที่จะตามมาจิกกะโหลกพร้อมกับแจกใบสั่งให้เป็นของชำร่วย เพราะเคยเห็นพี่ตำรวจไล่กวดรถที่ไม่จ่ายตังค์ตรงด่านนี้มาก่อนไง ก็ได้แต่คิดว่า ตากรูแล้ว แงๆๆๆ แต่เงียบเชียวไม่มีไอ้หัวปิงปองตามมา ก็ขับต่อไปสบายใจเฉิ่บ..รอดแล้วกรู โชคดีวุ๊ย 555 ขับไปจนถึงโรงแรม ไปเที่ยวไปกินกันตามปกติ

page-541รูปชุดนี้ไม่มีคำบรรยาย ดูกันเอาเอง อยากจะบอกว่าฝีมือถ่ายรูปของอิชั้น “ห่วย” ลงเรื่อยๆ 555

เที่ยวนี้พาลูกไปอะควาเรี่ยมเพราะไอ้ตี้ไม่เคยไป ไปเซิ้งกันที่ Pier 39 กัน 3 รอบภายใน 2 วัน (บ้าเน๊าะ) ดูซีไลอ้อน (จริงๆ ดูแม่นอนอืดที่บ้านก็ได้นี่นา) กินขนมจุบๆ จิบกันเรื่อยไป เจอแผงขายผลไม้สีสันสวยงามมากมาย ผลไม้เค้าคัดมาแบบเกรด เอ เอ เอ ซุปเป้อร์เอ เลยมั้ง งามจริงๆ บิงเชอรี่แดงเป่งทุกลูก อยากลากมาหม่ำจริงๆ เห็นคนมุงซื้อกัน คนละหยิบมือ ใสถุงเดินกินกัน ถุงบักเอ้ก...มีเชอรี่กลิ้งไปมาคนละไม่กี่ลูก ยังนึกอีพวกนี้กระจอก ซื้อกันคนละ 7-8 ลูก จะพอยาขี้ฟันอะไร เดี๋ยวแม่จะซื้อให้ตะลึงพรึงเพริดกันเลย คว้าถุงมับเตรียมจะเดินไปเลือกอย่างพินิจพิเคราะห์เชียว พอดีเห็นคนขายยืนอยู่ใกล้ เลยถามไปว่า..เรดเชอรี่ปอนด์ละเท่าไหร่ พี่แกตอบมาว่า เทน นายตี้นาย แมมมมมม..... เหอ หา อื้อ อ้า... $10.99 อิชั้นเฟี้ยงถุงลงที่แผงเชอรี่ทันที แล้วพึมพำในใจบอกตัวเองว่า เก็บไว้ให้คุณบิดาเมิงรับทานเหอะ 5555 จะบ้าเรอะ แถวบ้านอิชั้นปอนด์ละ $3.99 ก็แพงโหด-ทดไม่รับทานแล้ว รอมันถูกๆ ปอนด์ละ $1.99 ค่อยไปหาบมา จริงๆ มันก็เป็นเรื่องของการตลาดและการพาณิชย์นั่นแหละ สินค้าคุณภาพดี ขายในจุดท่องเที่ยว ค่าเช่าที่แพง ฯลฯ นอนเฝ้าแผงก็ได้ขาย ไม่ต้องออกมาร้องแหกปากชวนเชิญ มิน่าเล่าถึงเห็นคนซื้อหันแค่คนละหยิบมือ 5555 ทดไม่เคยกินที่ละ 5 ลูก 10 ลูกไง เคยแต่ฟาดที่ละกระจาด 555 เมียชูชกมากเกิด 555 หรือแม่ชูชกหว่า 555

page-542 ด้านนอกของท่าเรือ 39 ตรงที่ไปดูสิงโตทะเล และรูปหนูดีที่แม่พยายาม “stitch” ให้เนียนอย่างสุดความสามรถ

เพื่อให้เห็นสกายไลน์ของเมืองซานฟรานด้สนติดทะเล ดูกันเอาเถิ้ดดด ทำได้แค่เนี้ยะ

คืนนั้นเราแวะไปกิน “ฉะพิโน่” อิตาเลี่ยนซีฟู้ด์ซุปร้านโปรดของอิชั้น เดินเตร็ดเตร่ริมถนนแถวท่าเรือ กินไอติม อากาศหนาว ลมแรง ชุ่มชื่นฉ่ำใจเป็นยิ่งนัก เพราะเราหนีไปจาก 100 กว่าองศา ไปเจอ 50 กว่าองศา มันชื่นใจจริงๆ นะ เหมือนย้อนกลับเมื่อ 4-5 เดือนก่อนเมื่อครั้งที่บ้านเรายังหนาวเหน็บเกือบติดลบ รู้สึกเหมือนออกจากเตาอบโดดเข้าไปในช่องฟรีซ ซานฟรานจะอากาศเย็นเกือบตลอดปี เพราะตั้งอยู่ริมทะเล แล้วทะเลแถวนี้เป็นกระแสน้ำเย็น พอกลับโรงแรมก็นอนดูทีวีกันอย่างเอาเป็นเอาตาย-อย่างกับที่บ้านเราไม่มีทีวี 555

page-543Kids in a Candy Shop 555 วุ่นวายกะจองอแง จะเอาโน่นนี่กัน ปวดกบาลจริงๆ 555

ตื่นเช้าเราก็ไปกินอาหารร้านโปรด แล้วแวะที่เพียร์ 39 อีกหน่อยนึง 555 แล้วก็บึ่งไปแจแปนทาวน์ กินกันอีกรอบ แต่เป็นอาหารเบาๆ กาแฟ แซนวิช ซุป เค้ก หนูดีแทบคลั่งที่แจแปนทาวน์ เพราะเจอร้านซานริโอ้ใหญ่ยักษ์ (หนูดีแทบร้องไห้ตอนร้านซานริโอ้จิ๋วๆ ที่เฟสโน่ปิดตัวลง 555) แล้วยังร้านกุ๊กกิ๊กนิกแน๊กกิ๊ฟช้อปที่ขายข้าวของน่ารัก น่าใช้ น่ามีไว้ในครอบครองอีกนับสิบร้าน อิแม่เองก็เดินกลืนน้ำลายเอื๊อกๆ ไม่แพ้หนูดี (อิชั้นก็เป็นบิ๊กแฟนซานริโอ้ตัวใหญ่ยักษ์ และรักชอบของกุ๊กกิ๊กอย่างแรงถึงแม้ว่าจะแก่และอ้วนก็เหอะ 555) แม่ดันถังแตกเพราะไปช้อปซุบเป้อร์มาร์เก็ตจนหมดตัว คือร้าน Nijiya จริงๆ ตั้งใจไปลาก Swiss Roll มาเก็บไว้รับทานซักภูเขานึง ปรากฏว่าคว้าโน่นคว้านี่ ขนมขะต้มมาอีกเพียบ อย่างที่บอกทริปนี้เป็นทัวร์ชั้นกระจอก อุ๊ยไม่ใช่ ทัวร์ชั้นประหยดค่ะ 55555

page-544 ร้านผลไม่ที่เล่าให้ฟังง่ะ จริงๆ สีสันสวยมาก ตัดกันฉึบฉับ มีผลไม้หลากหลายมาก

แต่คนก็มุงเยอะมากด้วย ถ่ายรูปไม่สะดวก ได้มาเท่านี้เอง ส่วนไอ้ดอกไม้นั้น เห็นสวยดี เลยเอามาฝากค่ะ

ออกจากแจแปนทาวน์ก็ฮ่อกลับบ้านกัน เพราะขนมเต็มรถ เลยไม่อยากไปไหนกันอีก ก็กะว่าถึงบ้านค่ำๆ ไม่ดึกมาก ขากลับอิแด้ดดี้ก็เหมาขับคนเดียว จากนั้นเราก็อยู่โยงเฝ้าบ้านไม่อยากไปไหนกันเพราะอากาศร้อนเหลือเกิน จะมีก็แค่พาลูกไปว่ายน้ำที่ยิมอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง นอกนั้นก็นอนผึ่งแอร์ที่บ้านดูทีวี เล่นเกมส์วีอีอี.... กัน 555 คิดได้ไงวะกรู “วี.อี.อี” 555 ฉลาดล้ำทำได้หมด 555 เรียกว่า เปิดคอมพิวเต้อร์ ทีวี เกมส์ ทันทีเมื่อลืมตาตื่น จะปิดก็โน่นแหละ...เมื่อต้องเข้านอน ไอ้ 2 ตัวก็ตีกัน แย่งเล่นเกมส์ เจี๊ยวจ๊าวกะจองอแงกันตลอดวันยันตลอดคืน บ้านผีปอบนี่พระอาทิตย์ไม่ขึ้นก็ไม่นอนกันนะ โดนอิแด้ดดี้แขวะเรื่อยว่า...พวกนี้กลับมาจากเมืองไทยตั้งนานแล้วยังใช้เวลาเมืองไทยอยู่เลย 555+

page-546ที่แจแปนทาวน์ แม่กะหนูดีเดินน้ำลายยืด หนูดีมีพ๊อกเก๊ตมันนี่ 50 เหรียญ ก็หมดเกลี้ยงเลย ของแพงมาก

พ่อรู้งาน..กลัวเจ็บตัว กระเป๋าทะลุ พาไอ้ตัวเล็กหนีไปดูปลาค๊าร์ฟซะนี่

เมื่อไม่กี่วันมานี้ ทุกคนๆ ทำอะไรๆ วนไปมาในบ้านตามปกติ พอไปเปิดตู้จดหมายเป็นให้งง เพราะมีจดหมายรักถึงอิชั้นจาก Bay Area Toll Authority เปิดซองปุ๊บ จ๊ากกกก... จั่วหัวมาด้วยรูปถ่ายทะเบียนรถของอิชั้นมาอย่างชัดแจ๋วแจ่มแมวเชียว แม๊... ทำไม๊ ทำไม ไม่ถ่ายหน้าสวยๆ ของชั้นไปด้วย ฮึ่ม แล้วก็ร่ายมาเลย...ว่า เมื่อวันนั้น เวลานี้ แก แก แก ขับรถผ่านด่านเลขที่เท่านี้ แล้วไม่เจือกไม่จ่ายกะตังค์ อธิบายมาอีกว่าบัตรแฟสแทร๊กน่ะ ซื้อได้ที่นั่นที่นี่ หรือซื้ออนไลน์ได้ที่นี่นะ บลาๆๆๆๆๆ ยาวเลย เป็นว่าแกๆๆๆๆๆ ต้องเสียค่าปรับ+ค่าผ่านทาง $27.40 นะจ๊ะ ซึ่งจริงๆ ค่าผ่านทางสำหรับคาร์พูลน่ะแค่ $2.50 เอ๊งงงง... ค่ะ (ถ้าไม่คาร์พูลต้องเสีย 6 เหรียญเชียวนะ) อิชั้นก็เลยรีบทำการชำระหนี้สินที่ติดค้างกะเค้าซะในทันใด เจ็บใจจริงๆ 27.40 เนี่ย ขับวนไปมาได้หลายรอบเลยนะเนี่ย งานนี้เสียตังค์ เพราะโง่ เพราะเซ่อ หรือเพราะเป็นบ้านนอก …ถูกหมดทุกข้อ 5555 เอวัง..ด้วยประการชะนี้..นะโยม 555

page-547ขนมบางส่วนที่ได้มาจาก Nijiya Supermarket กินกันเพลินมาในรถเลยเชียว ถึงบ้านก็ตั้งหลักกินกันอีก

กว่าจะนึกออกว่าถ่ายรูปซะหน่อยก็เกือบหมดเกลี้ยงเลย

page-548ที่ห้อยโทรศัพท์ ปุกปุยสีดำ คูณซะมีซื้อให้ เพราะเห็นลูบๆ คลำๆ อยู่นาน 14.99 ยังไม่รวมภาษี

ส่วนแมวกวักสีดำในผลึกใสนั่น..หนูดีซื้อให้แม่ แล้วซื้อไอ้ตัวสตรอเบอรี่ปุ้มปุ้ยนั่นให้ตัวเอง ตอนนี้ก็ห้อยไอ้ตัวนี้อยู่

แล้วยังซื้อของกุ๊กกิ๊กมาอีกนิดหน่อย ตังค์หมดซะก่อน

Have a Nice Day Everyone..!!

OLL-07

Saturday, May 1, 2010

กลับมาแล้วค่ะ

page-508

หายไปนานเลยค่ะ เพราะมีกิจ มีเหตุ ให้ต้องวุ่นวายกว่าปกติ กิจหลักๆ ก็คือได้พาลูกๆ กลับไปเยี่ยมครอบครัวที่เมืองไทย 3 อาทิตย์ เป็นการไปที่เร่งรีบ ล่กๆๆๆๆๆ และการเดินทางก็เป็นไปอย่างทุลักทุเลนิดๆ (ไม่หนักหนาเท่าไหร่ พอทนได้ค่า) เป็นเพราะอิแม่มันกังวลเกินไป ที่ต้องเดินทางกับไอ้ตี้เป็นครั้งแรก โชคดีที่รอมมี่โตมากแล้ว..เลยช่วยแม่ได้เยอะเลย ต้องแต๊งส์คุณลูกสาวมา ณ ตรงนี้ อิรอมเนี่ยเดินทางขึ้นเขาลงห้วยกับแม่ตั้งแต่ตัวติ๊ดนึง...เลยค่อนข้าง “โปร” ..รอมมี่ค่อนข้างจะ “อีซี่” ไปซะทุกอย่างเลยนะตอนเล็กๆ แต่ดันมายุ่งยาก เรื่องมากก็ตอนโตๆ เนี่ยแหละ (เครดิตรูปข้างบนเป็นฝีมือหนูดีล้วนๆ ถ่ายจากหน้าต่างเครื่องบินด้วยกล้องป๋องแป๋งที่เราใช้อยู่)

page-509

เล่าเรื่องการเดินทางตอนขาไปเลยดีกว่า นับว่าเป็น 27 ชั่วโมงที่เหนื่อยเอาการ กลัวว่าไอ้ตี้จะคลุ้มคลั่ง ต้องนั่งจับเจ่าอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ เลยซ้อมปอนยามัน 5555 เพราะหมออู๋คิดเอาเองว่า ยาแก้แพ้ แก้หวัด น่าจะทำให้มันเคลิบเคลิ้มง่วงหลับไปได้บ้าง แต่ไอ้ตี้เป็นคนที่กินยายากมากกกกกก.... ปล้ำ กอด รัด บีบจมูก บีบแก้ม (แต่ยังไม่ได้บีบคอ 555) ป้อนกันกระจัด กระจาย เลอะ เหนียว ไปกันหมด มันก็ทั้งพ่น ทั้งถุย ถีบ ร้อง ต่อสู้ เฮ้อ...ล้มเหลว ล้มเหลวค่ะ อิแม่มันคิดได้อีก เลยเอายานอนหลับมาบด สอดไส้ในขนมเจลลี่ 5555 ฉลาดเน๊าะ ขอข้ามตัดตอนตรงนี้ไปก่อน เพราะนึกออกเรื่องนึง...เรื่องสายการบินที่อิชั้นและลูกๆ ใช้บริการในเที่ยวนี้คือ ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ ต้องขอบอกว่า ไม่ประทับใจแม้แต่น้อยค่ะ ขอให้คะแนน 4 เต็ม 10 ละกัน จากที่ได้เคยมีโอกาสเดินทางไปโน่นมานี้กะใครๆ เค้าอยู่บ้าง ใช้บริการมาหลายสายการบิน ทดชื่นชอบและชื่นชมก็คือแจแปนแอร์ไลน์ค่ะ คนอื่นคิดไงอิชั้นไม่แซบค่ะ เรทติ้งอันนี้เป็นของทดคนเดียว

page-507

ไอ้สายการบินยูเอ ไม่มาอัญเชิญพวกเราไปขึ้นเครื่องก่อนทั้งๆ ที่ไอ้ตี้นั่งในรถเข็นของมันรอ เช็ค-อิน ทุกๆ ขาไป (รวมทั้งสิ้น 6 ขาค่ะ ถ้าไม่เอารถเข็นไปล๊อคตัวไอ้ตี้ไว้ แม่กะพี่ก็คง....รากเลือดค่ะ) อิแม่มันก็รู้งานดีพอควรนะ เอาหน้าบานๆ + ไอ้ตี้ในรถเข็นไปเสนอหน้า แบบ...เห็นกุปะ เห็นกุมั๊ย สุดท้ายเลยต้องแต๋นไปทักท้วง ทวงสิทธิ์ นี่ๆ แก ชั้นขอเข้าต่อจากพวกชั้นหนึ่งนะ รอบแรกผ่าน เลยทำมันครบทั้ง 6 ขาเลยค่ะ ด้าน-ได้-อาย-อด nothing to lose นิ 5555 มาถึงเรื่องยานพาหนะของยูเอ แหงะ เก๊า...เก่า โบ๊...โบ...โบราณค่ะ โทท๊ง...โททัดส่วนตัวสำหรับชั้นประหยัดก็ไม่มี พรรคกะยาจกเลยอดไปตามๆ กัน 555 หูฟงฟูฟังก็แบบ โป๊เปลือยแบบถูกใช้มาแล้ว ไม่เอาไปเก็บทำฟามสะอาดห่อใหม่ให้ดูดี บางไฟล้ท์โชคดีก็มาแบบใส่ถุงพลาสติกซีลมาเรียบร้อยดูไฮยีนขึ้นนิดนึง สู้สายการบินอื่นๆ ไม่ได้เลย พนักงานก็โอเคดีอยู่ จะไปเอาอะไรกะเค้ามากมายเน๊าะ พนักงานไม่กี่คนต้องบริการคนเป็นร้อย ในพื้นที่จำกัด เวลาจำกัด เห็นใจคนอาชีพนี้ (เฉพาะคนที่ตั้งใจทำงานนะ ไม่นับ “ไอ้+อี” จากสายการบินแห่งชาติที่ไม่อยากบริการเพื่อนร่วมชาติ...จ้า การบินไทย จ้า รู้ๆ กันอยู่ ไม่ต้องอธิบายให้เสียเวลา) สรุปว่า...การเดินทางตลอดปลอดภัยดี เหนื่อยน้อยกว่าที่คาดไว้นิดนึง ไอ้ตี้หลับยาวๆ เกือบตลอดทาง ตื่นมาเจี๊ยวจ๊าวช่วงสั้นๆ ไม่กี่ที่ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ “อัด” ยานอนหลับที่เตรียมไปเลย และที่ประทับใจสุดๆ คือ เป็นครั้งแรกในที่ชีวิตที่ทดไม่ถูกเปิดกระเป๋าค้นทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ สุดยอด พะย่ะค่ะ 5555 ดูรูปที่อิรอมแกล้งน้อง 555 เอาแซนวิชแห้งๆ ที่ไม่อร่อยเลยทิ่มหน้าน้องเล่น 555 และมีรูปส้วมที่สนามบินนาริตะมาให้ดู ลูกๆ ประทับใจมาก 5555 กับร้านกิ๊ฟช้อปสุดโปรดของหนูดีที่ตั้งหน้า ตั้งตารอว่าขากลับจะไปซื้อของกุ๊กกิ๊ก (ซื้อมาจากเมืองไทยภูเขานึง ยังไม่พออีกเหรอวะ)

page-510

การไปเมืองไทยเที่ยวนี้ก็เพื่อพาลูกๆ ไปเยี่ยมคุณยายและพี่หญิงใหญ่และครอบครัว รวมทั้งอยากให้คุณลูกๆ ได้เห็นงานสงกรานต์ที่เมืองไทยจริงๆ แต่สิ่งที่ประทับใจมากๆ สำหรับทริปนี้ คือ...การได้ไปพบเพื่อนๆ ที่อุบลฯ โดยกระประสานงานของ “ตุ้ม” เพื่อนเลิ้บ ต้องขอบคุณเพื่อนตุ้ม กับคุณสามีและลูกสาวมากๆ เลย คืนนั้นเพื่อนๆ มากันเยอะแยะ พาลูก พาสามี พาภรรยามากัน หลายคนก็ขับรถข้ามเมือง ข้ามจังหวัดมากันเลย แย่งกันพูดจนอาหารเหลือแบะแบน 30 ปี ที่อู๋ไม่ได้เจอเพื่อนๆ (คือเพื่อนๆ เค้าเจอกันนานๆ ครั้ง หรือบ่อยๆ ครั้งก็มี) ประทับใจ ชื่นใจมากๆ โปรดสังเกต...อู๋ “มหึมา” มาก 55555

page-513

ลูกๆ ได้ไปเล่นสงกรานต์กันอย่างสนุกสนานเหลือเกิน ไม่ได้ไปไหนกันไกลหรอกค่ะ เพราะแถวๆ บ้าน (โชคชัย 4) ก็เล่นกันครึกโครมไม่แพ้ที่ไหนๆ เพลงกระหึ่มติ๊ดชึ่งสุดๆ เด็กๆ เต้นกันอย่างเมามันส์ มีรูปที่ถ่ายจากทีวีด้วย เป็นรูปจากมุมสูงที่เค้าถ่ายจากแถวๆ หน้าบ้าน จะเห็นว่าการจารจรอัมพาตไปเลย คนเดินกันให้ขวัก น่าสนุกจริงๆ แต่ไม่ยักอยากไปเล่นกะเค้า ดีว่ามีคุณพี่เขย ไปนั่งเฝ้าไอ้ตัวเล็ก แล้วก็หลานชายเป็นบัดดี้พาน้องรอมเล่นน้ำ

page-515

มีอยู่วันเพื่อนจินมารับคุณอู๋กับลูกหลานไปแต๊ดแตร๋กันที่พัทยาหน่อยนึง ก็สนุกดี ไอ้ตี้ได้ลงทะเลไทยหน่อยนึง ดูเหมือนว่าไม่ประทับใจเท่าไหร่ 555 หลบมาเล่นทรายซะเนี่ย

page-517

รูปรวมมิตรสงกรานต์ ที่ประทับใจสุดๆ ก็เจ๊หนวดซอยภาวนา แกตั้งแพลตฟอร์มส่วนตัว (จริงๆ เห็นอยู่หลายอันแต่ว่างปล่าว) ผ่านไปมาหลายรอบ เห็นแกเต้นอยู่อย่างนั้นถ่ายรูปไม่ได้ซักที สุดท้ายก็ได้มาก่อนสงกรานต์เลิก คนอาไร๊.... โคตรน่ารักเลย ใจรักจริงๆ 5555 นอกนั้นก็เป็นรูปสงกรานต์ที่พัทยาเป็นส่วนใหญ่ เห็นไอ้พวกชาวตะวันออกกลางซะเยอะ และเล่นไปไพ้พ์ฉีดน้ำกัน รูปที่ถ่ายมาได้ก็คือถ่ายในรถเลยมัวซัวไปหน่อย เห็นเค้าเล่นกันสนุกมาก แถมมีหนูๆ น้องเล่นเป็นเพื่อน เปิดเพลงกันดังลั่น แด๊นซ์กระจาย น่าสนุกจริงๆ ป้าแก่ได้แต่ดู 555

page-516

กลับเมืองไทยเที่ยวนี้ กินๆๆๆๆ แต่ไม่รู้สึกสะใจ นึกไม่ออกว่าอยากกินอะไรเป็นพิเศษ ดูเหมือนจะกินอาหารไอ้ยุ่นหลายมื้อกว่าอย่างอื่น ไม่ได้กินเตี๋ยวเรือที่อยากเหลือเกิน แต่ได้กินมะขามเทศด้วย 555 ของโปรดที่คนรอบข้างเกลียด เลยไม่มีใครแย่ง ส่วนทุเรียนก็ไม่มีใครแย่ง...เพราะชาวเบาหวานไม่บังอาจ 555 สบายอู๋ไปเลย ก็อย่างที่แซ่บๆ กันดีอยู่แล้ว ว่าทดเองก็เป็นคนอ่อนหวานเหมือนกัน (เบาหวานแหละ) แต่ยอมตาย 555 เพราะอดอยากมานาน (ขนาดอดอยากยังตัวเท่านี้ 5555) งานนี้ไม่พลาดขนมหวานๆ จาก ดิโอลด์สยาม หาบมากันบานเบอะ โซ้ยอยู่คนเดียว ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียนอีกหลายรอบ โอเลี้ยงๆๆๆๆๆๆๆๆ งานนี้ไม่กล้าเจาะเลือดเลยแหละ มิเต้อร์ระเบิดแน่นอน 5555 ไปเมืองไทยเที่ยวนี้ กินอะไรก็ไม่ประทับใจเช่นเคย เป็นเพราะแก่ลง หรือแก่ขึ้นวะ 555 ผ่านโลกมาเยอะ อะไรดู “งั้นๆ” ดูแฟนซี “ลุ๊ค” เป็นหลัก ปลอม ปรุงแต่งกันมากเกินจำเป็น อาหารหวาน ขนมขะต้ม โดยเฉพาะพวกมีกะทิก็พากันหยอดหยดวานิลาใส่ลงไป แหวะๆๆๆ

page-511

ได้ไปเรียนถ่ายรูปกับเพื่อนสุม ป้าแก่ 2 คน แก่กว่าใครเค้าเพื่อน แล้วก็กล้องจิ๋วกว่าใครเค้าอีกด้วย ทีมวิทยากรดี ได้ความรู้เพิ่มเยอะเชียว และได้เรียนกับเพื่อนที่ถูกคอกัน เลยสนุกสนานมากมาย ชอบๆๆ ตอนแรกอายเค้านะ เพราะทั้งชั้นเรียนมีแต่คนแบกค่อดพ่อค่อดแม่กล้องมากัน อิป้า 2 คน ก็แว๊ดไปหน่อยนึงว่า...ไหนว่าเป็นคลาสของบีกินเน่อร์ไง ...คุณครูบอก..หลังๆ มานี้พวกบีกินเน่อร์ใช่แต่ไอ้กล้องยักษ์ๆ กันขอรับ กล้องจิ๋วก็เรียนกับเค้าได้ไม่เขอะเขินแน่นอนขอรับ.. ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่ด้วยที่เซ่อๆ บ้าๆ ห่วงคุยกันซะมาก ก็เลยตั้งใจเรียนแค่ 70-80% ได้แค่นั้นก็เกินคุ้มแระ 5555 เป็นคนมักน้อยค่ะ แล้วอาหารกลางวัน ค๊อฟฟี่เบรค โรงแรมจิ๋วๆ นั่นถือว่าพอใช้ได้เลยนะ สรุปว่าหลังจากไปเล่าเรียนมา...ตอนนี้ก็ทำได้ดีกว่าที่เคย point & shoot เยอะเชียวแหละ ฝีมือล้นกล้องเล้ยยยย... 5555 อย่าให้เซดเชียว 5555 ฝีมือพัฒนาขึ้นเยอะ แต่อุปกรณ์เหมียนเดิม รูปที่ได้ก็อย่างที่เห็นนี่แหละ 555 ถึงจะไปร่ำเรียนมาแล้ว..ก็ยัง..รำไม่ดีโทษปีโทษกลอง..เหมือนเดิม 55555

page-514

อาการที่เทืองไทย (ช่วงที่ไป) ร้อนมากกกกกกกก.... เหงื่อสาดทั้งวัน อาบน้ำก็ไม่ชื่นใจ อิรอมเอาตัวรอดไปเปิดแอร์อยู่บนเกลือบตลอดเวลา ลูกๆ (รวมทั้งอิแม่มันด้วยแหละ) โดนยุงคุกคาม แขนขาลายเน่าเฟะไปตามๆ กัน เอารูปลูกๆ กับครอบครัวช่วงที่อยู่ที่กรุงเทพมาแปะให้ดูกัน รูปฝอยไปนิด คือรูปมันเยอะมาก 555 โอ้ย…คิดถึงจังเลย… ไอ้ตี้โดนคุณยายจับตัดผม แต่ทำไม่สำเร็จ 55 มันก็อยู่แบบแหว่งๆ ไป 2-3 วัน สุดท้ายพี่ปลื้มเอามันเข้าร้านตัดผมสำเร็จ

page-518

คืนก่อนที่จะกลับมีสะไพ้... เพื่อนสมัยวัยเด็กเล็กมาเยี่ยมหา ตะบึงขับรถมาจากโคราชโน่น ประทับใจเพื่อน “หลอลี่” ของอิชั้นจริงๆ เพื่อนเลิ้บเพื่อนเกลอคนนี้โดนอิชั้นเอาเสียมสับนิ้วมันเกือบขาดเชียวนะคะ จำไม่ได้ว่าเล่นอะไรกัน แต่ต้องเอาเสียมจิ้วๆ หมุนๆ ขุดดินเป็นรูกลมๆ ไอ้หลอก็ชั้ไปชี้มา จะเอาตรงไหนก็ไม่เอาซะที อิชั้นก็สับโช๊ะเข้าให้ ตอนทดเป็นเด็กๆ โหดมากค่ะ แม่ยังเสริมว่าอิชั้นชอบรังแกคนใช้เป็นงานหลักด้วย 5555 ไปกรุงเทพเที่ยวนี้ไม่ได้เจอเพื่อนรุ่นโตเลย ทั้งๆ ที่อยู่กรุงเทพฯ กันทุกคน แต่ด้วยสถานการณ์บ้านเมือง การจราจร เวลาและความไม่สะดวกตรงกัน ฯลฯ เสียดายจังเลย ปีหน้าฟ้าใหม่ถ้าได้ไปอีก (เมื่อมีตังค์ง่ะ) คงได้ไปช่วงลูกปิดเทอม ไม่พาลูกโดดโรงเรียนไปเล่นสงกรานต์แบบนี้อีกแล้ว รีบเกิ้นนนนน... เหนื่อยว่ะ หรือถ้าถูกล๊อตโต้ก็จะเอาหน้าบานๆ ตัวอ้วนๆ บินชั้นหนึ่งไปเยี่ยมหาเพื่อนๆ ให้เบื่อขี้หน้ากันเลยทีเดียว 5555

page-519

ได้ไปทำ Fish Spa มาด้วย แหวะๆๆๆๆๆๆๆ แต่ก็ทำไปแบบ once in lifetime 5555 พอเห็นร้านก็ส่งสัญญานบอกลูกว่าลองปะ อิรอมพยักหน้าตกลง แม่มันก็ไปสอบถามได้ความว่า 20 นาที 120 บาท จัดการล้างตรีน แล้วโดดลงไปเลย อิรอมเกิด “แหยง” ไม่ยอมลง อิแม่มันโดนปลา 800 ตัวรุมคนเดียวเลย ไอ้ตี้แทบตาย ร้องซะร้านเค้าแทบแตก กลัวปลากินแม่มันตาย ร้องให้แม่ออกมาจากแท๊งค์ 555 ผ่านไปพักใหญ่ๆ พูดหว่านล้อมจนลูกยอมลงบ่อมาด้วย ปลามันก็แบ่งๆ ไปรุมทึ้งอีกรอม 5555 อยากจะบอกว่ามัน สยึมกึ๋ย… ไสหยืด… มากกกกกกกกก… แต่ไม่กล้าโชว์ความ “แหยง” ให้ลูกเห็น มันไม่ใช้ความเจ็บปวดแต่มัน อูย…จึ๊กกะดึ๋ย…แหวะๆๆๆๆ ไม่ทันหมดเวลาหรอก..พากันโดดออกมาเลย เท้าก็ดูสะอาดดี แต่ไม่เอาอีกแล้ว ไปทำเล็บตามร้านยังไม่ชอบเลย 555 เพราะดูรวมๆ แล้วไม่น่าจะไฮยีนเลย ตีนใครบ้างก็ไม่รู้ แหงะ แถมตอนที่โดดลงไปก็ไม่ดูตาม้าตาเรือ เจือกโดดตูมลงไปในแท๊งค์ที่ปลาตัวใหญ่ที่สุด เค้ามีปลาต่างไซ้ส์ในแต่ละอ่าง เด็กที่ร้านบอก…ลูกค้าประจำชอบปลาตัวใหญ่…เพราะดูดแรงดี เฮ้ยยยย…… แจ๊คพอตเลย 5555

page-520

ไปแระ จะพยายามมาอั๊พให้บ่อยๆ ค่ะ รูปเป็นกะบุง เดี๋ยวไปผ่าตัดตกแต่งแล้วจะเอามาเล่าเรื่องสู่กันฟังค่ะ บายฟอร์นาวค่ะ

My basic principle is that you don't make decisions because they are easy;

you don't make them because they are cheap;

you don't make them because they're popular;

you make them because they're right.

OLL-03

Tuesday, February 16, 2010

หวาน หวาน…เป็นลม..จริงหรือปล่าว

page-505

ด้วยมีเห็นให้บ้านนอกต้องโห่เข้าเมืองกัน เพราะว่าพาสปอร์ตหมดอายุไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็เลยไปทำเป็น “อีพัดปอด” ซะให้มันเสร็จๆ แต่ไอ้ที่จะไปทำนั่นอยู่แอลเอโน่น โชคดีนะที่แอลเอ เพราะ e-passport ต้องเอาหน้าสวยๆ นิ้วอ้วนๆ ไปสแกนด้วย ถ้าเค้าไม่มีกงสุลไทยที่แอลเอ ครอบครัวของอิชั้นจะทำยังไง ต้องโห่ไปดีซีโน่นเลย ตายห่า….ง่าๆๆๆๆๆ เลย โสหุ้ยการไปดีซีนี่ไปเที่ยวเมืองไทยได้เลยนะ รูปข้างบนนั่นเป็นช่วง Grapevine บน I-5 (Interstate Highway) ก็ขึ้นเขา-ลงเขา เห็นบนเขามีหิมะประปราย ถ้าเป็นเดือนก่อน ก็มีปิดถนนกันเลยแหละ เพราะเป็นฟรีเวย์เส้นสำคัญของแคลิฟฯ รถบรรทุกใช้กันหนาแน่น ทางขี้นลงก็ลาดชัน

page-504

ส่วนรูปนี้เป็นรูปผู้โดยสาร ท่านตี้กับหญิงรอม อิรอมหลับอ้าปากหวอรอดักแมงวัน 555 ไอ้ตี้ก็จ้อไปตลอดทาง ดันไปม่อยกระรอกตอนเกือบเข้าตัวแอลเอ

page-506

ส่วนรูปนี้เป็นที่โรงแรม ตื่นขึ้นมาเตรียมตัวไปทำธุระ โรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่ไปนอนกันประจำเวลาไปแอลเอ เป็นโรงเตี๊ยมราคาย่อมเยาแถวฮอลิวู้ด (คืนละ $82.-) ปกติจะหอบหมอนผ้าห่มไปด้วย คราวนี้ดันลืม เลยเปิดฮีทเตอร์ให้อุ่นจัดๆ จะได้ไม่ต้องห่มผ้า นอนมันบนผ้าคลุมเตียงแบบนั้นเลย ครอบครัวเราจะไม่ค่อยทุ่มเรื่องโรงแรม ต้องเป็น 4 ดาว หรือ 5 ดาว เอาแค่ อยู่ย่านไม่น่ากลัว ดูสะอาดหูสะอาดตา เพราะแค่ซุกหัวนอน ตื่นมาก็ไสหัวไปไหนต่อไหนกันแล้ว เก็บตังค์ไปซื้อหาอะไรอร่อยๆ กินกันดีกว่า 555 เห็นแก่กินจริงๆ 5555

page-503

ที่ต้องไปพักใกล้ๆ ไทยทาวน์ ทุกครั้งที่ไปแอลเอก็เพราะไอ้เรื่อง “เห็นแก่กิน” นี่แหละ ไปถึงก็รีบไปฟาดซะรอบนึง ดึกๆ ออกไปหาเตี๋ยวเรือกินอีกรอบนึง ตื่นขึ้นมา เช็คเอ๊าท์เสร็จ ก็ไปหาอะไรฟาดอีกรอบนึง พอไปทำธุระที่กงสุลเสร็จก็บึี่งกลับมาหาอะไรโซ้ยให้หนักอีกรอบนึงก่อนกลับ กินอาหารไทยแถวนี้…สะใจกว่าที่ไหนๆ เพราะมันรสชาติเหมือนเมืองไทย (ไอ้เรื่องหวานนำ ยังนำอยู่ แต่ไม่แหลมปี๊ดน่าเกลียดแบบแถวๆ ที่อยู่) ก๋วยเตี๋ยวก็มีสารพัด เตี๋ยวเรือ เตี๋ยวหมู เตี๋ยวเนื้อ เตี๋ยวเป็ด ก๋วยจั๊บ เย็นตาโฟ เตี๋ยวห้อยขา-ยกขา ถ่างขา-หุบขา ฯลฯ มีโม้ดดดด….. 555 เดินเข้าร้านเค้าเหมือนจะบ้า อยากกินมันไปซะทุกอย่าง

คืนแรกที่ไปถึง กินข้าวราดแกงกันเป็นรอบแรก พอกินเสร็จก็หาบขนมขะต้ม กลับโรงแรม มาตั้งหลักกินๆๆๆๆๆๆ เพราะจะได้รู้ว่า อันไหนเริ่ด…จะได้โกยซื้อหอบกับมากินที่บ้านนอก จากรูปมันก็อร่อยทุกอย่าง ไอ้ปุยฝ้ายนั่น นุ่มนวลอร่อยเหมือนของเอสแอนด์พี อันนี้มาทุกครั้งซื้อ (หลายถุง) ทุกครั้ง ลูกผัวอิชั้นเรียกมันว่าคัลเล่อร์ฟูลคัพเค้กค่ะ 555แป้งจี่-บ้าบิ่น ก็ซื้อมาเก็บใส่ตู้เย็น จะรับทานก็เอาออกมาอุ่น.. หอม อุ่น อร่อย ทุกครั้ง มีหนมเบื้องด้วย แต่เดินฟาดกันจนหมดก่อนถึงโรงแรม ทองหยิบ-เป็นของโปรดรอมมี่มัน แพงกว่าเค้าเพื่อนมั๊ง 12 ดอก 6 เหรียญ ขนมชั้น กาละแมเขียว-ดำ ก็อร่อยมากกกกก…. เจือกซื้อมานิดเดียว ขนมถ้วยกับขนมฟักทอง..งั้นๆ ไม่ปลื้มกัน กะยาสาทร..ก็แหงะ อิก๊อตเห็นแล้วต้องซื้อ พอลองกินคำนึง ก็ไม่แตะอีกเลย อิชั้นไม่ชอบกะยาสาทรตั้งแต่เกิดเลย ก็เลยไม่ลอง ตอนนี้นิมนต์ลงขยะไปแล้ว ส่วนปาท่องโก๋ ก็ซื้อมาเก็บไว้ในตู้เย็น พอจะทานก็เอาใส่เตาติ๊ง กินกะกาแฟร้อนๆ ใช้ได้แหละ ไม่เริ่ดเหมือนสดๆ จากกระทะที่เมืองบางกอกแน่อนอน ส่วนไอ้สังขยาซื้อมากะจะจิ้มโก๋กินในรถ แหวะมากๆ แป้งล้วนๆ รสชาติใช้ไม่ได้เลย หนักแน่นเหนียว น่าเอาไปทำพวกไส้หนมปังหรือโตเกียวมากกว่า จิ้มไม่ได้เลย

page-502

อันนี้เป็นข้าวของที่ซื้อมานิดหน่อยจากร้านคนไทย เห็นน้ำปลายี่ห้อโปรดเลยซื้อมา 2 ขวด อีโน วิคส์ แล้วก็ยาดมวาเป๊กซ์ เห็นแล้วก็อดซื้อไม่ได้ คนเมืองไทยอยากได้ของเมืองนอก คนอยู่เมืองนอกอยากได้ของจากเมืองไทย 5555 ที่เจ็บใจสุดๆ ก็คือ ไอ้สาหร่าย…แงๆๆๆๆ อิรอมกับแม่ หงุดหงิดมาก เพราะซื้อมาแค่ถุงเดียว แล้วมาเปิดกินกันตอนถึงบ้านแล้ว ถ้าเปิดกินตั้งแต่ที่โน่น ก็คงจะหาบกลับมาเต็มรถ หร่อยมากกกกก….กินเพลินเลยแหละ ไอ้พวกพริกแกงก็ซื้อมาอย่างงั้นเอง ที่บ้านก็มีตุนอยู่พอสมควร แต่อิรอมเค้าอยากทำเป็ดย่าง เลยหยิบผงเป็ดย่างมาให้แม่ดู ทำกินกันนะแม่นะ เออ…ก็ได้วะ ลองดู แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ 555 รอไปก่อนลูก

ที่จั่วหัวเรื่องหวานๆ ก็เพราะ กินขนมไทยหวานๆ แบบบานตะไท ตลอดสัปดาห์ อิก๊อตท้าให้เจาะเลือดตรวจน้ำตาล ไม่กล้าเลยค่ะ ท่านผู้ชม กลัวมิเตอร์แตก 55555 หลายวันผ่านมาเลยตรวจซะหน่อย ก็ยังไม่ค่อยดี วันก่อน 176 วันนี้ ลงมาที่ 145 แล้ว เฮ้อ….ทำยังไงดีวะ ถึงจะควบคุมได้ตามที่หมอกำชับ ตื่นนอน fasting ประมาณ 95-115 ระหว่างวัน ไม่ควรเกิน 125 นะเธอ ทำยังไงดี ช่วงนี้ไม่ได้เป็นเบาหวาน แต่กลายเป็น “หนักหวาน” 5555 จะตายมั๊ววะเนี่ย ที่ว่า “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” เฮ้อ….. ยังไงก็ขอหวานดีๆ ไว้ก่อนดีกว่า ไม่ชอบกินยาเล้ยยยย….

สรุปว่าเป็นทริปด่วนๆ รีบไปรีบมา แต่พวกเราก็มีความสุข สนุกสนาน อิ่มหนำสำราญตามอัตภาพ ที่สำคัญที่สุด เรา 4 คนพร้อมหน้าพร้อมตา..สุขใจแหงๆ แน่นอน…. ส่วนพาสปอร์ตก็รอกันต่อไป เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าประมาณ 4-6 สัปดาห์ นี่ก็ผ่านไป 10 วันแระ รอกันอย่างใจจดจ่อต่อไป….

Shared joy is a double joy;

shared sorrow is half a sorrow.

StrawberryMama-02