Showing posts with label Beauty. Show all posts
Showing posts with label Beauty. Show all posts

Friday, April 15, 2011

ช้อปปิ้ง ช้อปย่าง Estee Lauder, Coach Bags & โชห่วย

วันนี้จะมาร่ายยาวเรื่องช้อปปิ้งช่วงเดือนที่ผ่านมา หลังจากพยายามลด ไม่ซื้อของฟุ่มเฟือย (ให้มาก… นิดหน่อยคงไม่เป็นไรมั๊ง 555) บางทีมันก็ทำอกทำใจลำบ๊ากกกก…ลำบากค่ะคุณ โปรโมชั่น ของแถม ล่อตาล่อใจอยู่ไม่หยุด อ้างและหลอกตัวเองอยู่ตลอด..ว่า… บางสิ่งก็จำเป็นต้องใช้ ของหมดต้องซื้อเพิ่ม 555 เรื่องของกินของใช้ประจำบ้านนั้นต้องซื้ออยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วค่ะ แต่เวลาซื้อของใช้ส่วนตัวบางทีรู้สึกว่าเห็นแก่ตัว และเอาเปรียบคนในครอบครัวมากไปหน่อยค่ะ เกรงใจพ่อบ้าน (คนหาตังค์) นิดๆ ด้วย แต่พี่แกก็ไม่เคยบ่นว่า จะซื้ออะไรก็ไม่ต้องมีการโกหกกัน หรือซ่อนแอบใดๆ สบายๆ ค่ะ พอเค้าไม่ว่า..เราก็ต้องเกรงใจเค้าบ้าง…ใช่ไหมคะ

มาดูอันแรกก่อนเลย ที่ซื้อมาคือรองพื้นของเอสเต้ ว่าจะ ว่าจะ อยู่พักใหญ่ๆ แล้วค่ะ ว่าจะซื้อรองพื้นรุ่นนี้ แต่เอสเต้ก็ “ยิว” ขึ้นเรื่อยๆ หลังๆ มาให้ตัวอย่างแค่ชิ้นเดียว เมื่อก่อนให้เลือกได้ทีละ 5 ชิ้น จากนั้นก็ลดลง 4-3-2 ตามลำดับ ตอนนี้ได้ชิ้นเดียว คราวนี้เลือกมาสคาร่ามาค่ะ เพราะช้อยส์ที่เหลือเป็นน้ำหอมหลอดจิ๋วๆ มีเก็บอยู่เยอะแล้วและกลิ่นก็ไม่ค่อยน่าสนใจค่ะ โปรโมชั่นนี้ทำให้ต้อง “จัดการ” ซะให้เสร็จๆ เพราะเป็นของที่อยากซื้อมานานแล้ว พอมีของแถมเยอะ อย่ารออีกเลย 555 ชุดนี้ราคา $39.50 ค่ะ รองพื้นตัวนี้ เป็นรุ่นดังของเอสเต้ตอนนี้ค่ะ ชื่อ Double Wear Light Stay-in-Place Makeup SPF 10 (ราคาหลอดละ $34.-) จริงๆ มีรุ่นที่ดังกว่า เป็นขวด-ไม่ได้เป็นหลอดแบบนี้ ไม่มีคำว่า light ซึ่งปกปิดมากกว่ารุ่นที่ซื้อมาค่ะ สีที่ซื้อมาคือ INTENSITY 2.0 เป็นสีที่เข้ากับสีผิวของอิชั้นแบบ “เป๊ะ & เปรี๊ยะ” เลยค่ะ ลองใช้แล้วก็ชอบ ปกปิดพอดีๆ ไม่หนัก หนา เหนอะหนะ ของแถมที่ได้มาในกล่องก็ “เริ่ด” ไม่น้อยค่ะ Spotlight - Skin Tone Perfector (ราคาหลอดละ $32.-) ทาหลัง moisturizer ก่อนรองพื้น หรือผสมกับ moisturizer ก็ได้ค่ะ ช่วยให้หน้าสว่างใสออกแสงออร่า 555 มี shimmer วิ้งนิดๆ ไม่เว่อร์ ของแถมต่อมาคือ consealer หลอดขนาดครึ่งนึงของฟูลไซ้ส์ มีแปรงลงรองพื้นสีทองสวยและคุณภาพดีมากให้ด้วย 1 อัน ท้ายสุดเป็น dvd สอนเทคนิคการลงพื้น ทาบลัช ลงบรอนเซ่อร์ ฯลฯ ต้องบอกว่าแค่ไอ้ 2 หลอดขนาดฟูลไซ้ส์ก็เกินคุ้มกับราคาแล้วค่ะ

เพราะต้องสั่งให้ครบ $50.- เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียค่าส่งและได้ชุดของแถมจิ๋วๆ เพิ่มมา เลยสั่งของที่ใช้มาโกฏิปี ไม่รู้กี่แท่งต่อกี่แท่งแล้ว ยี่สิบกว่าปี ก็ยังรักเดียวใจเดียวกับไอ้เจ้าสิ่งนี้ คือ Lip Conditioner - SPF 15 ค่ะ ราคา $16.50 พอดีแท่งที่ใช้อยู่ ต้องใช้คำว่า “จก” เลยค่ะ เพราะเกือบจะเกลี้ยงแล้ว ต้องใช้พู่กันทาปากล้วงควักออกมาค่ะ ของแถมที่ได้เพิ่มมาเมื่อซื้อครบ $50.- คือ Advanced Night Repair - Synchronized Recovery Complex กับ Advanced Night Repair Eye - Synchronized Complex มาอย่างละ 1 ขวดและกระปุกขนาดเล็ก อ้อ….ในกล่องชุดรองพื้นยังมีเจ้าอายซีรั่มอันนี้ให้มาด้วย 1 ซองค่ะ

page-650-c

อันนี้ก็ยังเป็นเอสเต้อยู่ คือ Advanced Night Repair - Synchronized Recovery Complex เป็นซีรั่มที่ใช้ทุกคืน ขวดที่ใช้อยู่หมดเกลี้ยงพอดี กำลังจะเอาขวดใหม่ในตู้เย็นออกมาใช้ พอดีมีโปรโมชั่นที่ของแถมเพียบ ก็เลยต้อง “จัดการซะ” อีก 1 รอบ คือซื้อ ANR ขวดนึงจะได้ทุกอย่างในโปรโมชั่นนี้จนครบ ไม่ต้องเสียค่าส่งด้วย เลยต้องจัดไปอย่าให้เสีย สั่งมาเก็บไว้ในตู้เย็นแทนที่ขวดที่เพิ่งเอาออกมา ดูรูปเลยค่ะ มีกระเป๋า 2 ใบเล็ก-ใหญ่ อยากบอกว่าอิชั้นมีกระเป๋าของแถมของเอสเต้เยอะมาก พวกใบใหญ่ ก็เก็บบ้าง แจกบ้าง ไม่เคยใช้ แต่ใบนี้ Spring 2011: Navy Twill Step up Tote น่าใช้ดีค่ะ เดี๋ยวจะเอาไว้ใช้เวลาไปซื้อกับข้าว

ของแถม Free Gift Customized with Lifting/Firming skincare and Warm shades มี palette ตา+แก้ม สีสวย ลิปสติกสี tiger eye (มีอยู่หลายแท่งมากไอ้สีนี้ แถมอยู่สีเดียวนี่แหละ แหงะ) มาสคาร่า 1 หลอดเล็ก แล้วก็มี Resilience Lift Extreme Ultra Firming Creme SPF 15 กระปุกกลาง 1 กระปุก (ใช้ได้นานเลยนะคะกระปุกกลางเนี่ย) Advanced Night Repair Eye อีก 1 กระปุกเล็ก ส่วนตัวอย่างที่รีเควสไปคือ Time Zone Anti-Line/Wrinkle Eye Crème (5-Day Supply) หลอดจิ๋วหลิว 1 หลอดค่ะ

page-651-c

ก่อนจะอวดกระเป๋าต้องอธิบายก่อนว่าชอบกระเป๋าโค้ชมานานมากแล้ว ก่อนที่ใครๆ จะ “ฮิต” มากมายอย่างที่เห็นๆ กัน จากตอนโน้นนนน…ถึงวันนี้มีกระเป๋าโค้ชเยอะมาก ไม่อยากขนออกมานับ 5555 อายตัวเอง จำได้ว่าซื้อใบแรกเกือบ 20 ปีแล้ว แพงมากกกกก…. ขอบอก กว่าจะซื้อได้ เก็บตังค์อยู่นาน แถมยังโดนชมจากคนรอบข้างว่า “ป้าแก่” มาก ซื้อมาได้ยังไง 5555 พอต่อๆ มา ก็ยังซื้อจาก Coach.com เป็นหลัก รวมๆ ซัก 90% ได้ และจาก Macy’s 10% คือจ่ายราคาป้ายแบบเต็มๆ เลยค่ะ เพราะไม่มี outlet อยู่ในรัศมีใกล้ๆ ที่ไปมาได้สะดวก ไอ้ร้านที่ใกล้ที่สุดก็ต้องขับรถดั้นด้นไป เสียค่าน้ำมัน รวมค่าโน่นนี่อีก คิดรวมๆ ราคาก็คงพอๆ กับซื้อจากเว็บหรือจากห้างเลยค่ะ หลายปีให้หลังโชคเข้าข้างค่ะ มีคุณเพื่อนสุมนา ทำหน้าที่เป็น personal shopper ให้ค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น แปะโป้งได้ ออกตังค์ให้ก่อนด้วย 555 บริการเริ่ดๆ แบบนี้หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว เพราะคุณเพื่อนอยู่ไม่ไกลจาก outlet (ใกล้ๆ ก็ขับรถไปร่วมช้่วโมง 555) พอเจอสวยๆ ราคาดีๆ (รู้ใจกันดีด้วย….นิ) ก็ลากมาทีละหลายๆ ใบเลย ถ่ายรูปส่งมาให้ดู ใบไหนถูกใจก็จัดส่งมาให้ ใบไหนไม่โปรด คุณเพื่อนก็วิ่งแจ้นเอาไปคืน 5555 นี่แหละค่ะเป็นที่มา ที่ช่วงหลังๆ อิชั้นมีสินค้าจากโค้ชเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ แต๊งส์หลายๆ นะเพื่อนนะ

คราวนี้มาดูกระเป๋าใบล่าสุดของอิชั้น ที่…ว่าจะไม่แล้วเชียว 555 สั่งมาจาก coachfactory.com (ให้คุณเพื่อนจัดการให้เช่นเคยค่ะ เพราะเป็น private sale อิชั้นมิได้รับเชิญ 555 เลยต้องรบกวนคุณเพื่อน พอรู้ข่าวว่าเค้ามีโปรโมชั่น Online Sale Starts Now! Up to 70% off ฤๅจะอดใจไหว 555 ใบนึ้ค่าเสียหาย $90.- ได้มาปุ๊บก็ใช้เลย ถูกใจมากค่ะ ชื่อรุ่น Coach Pierced Patchwork East West Tote Bag เคยอยากได้ตอนที่ออกมาใหม่เมื่อปลายปีก่อน แต่ที่เห็นเป็นโทนน้ำตาล-ดำ ราคาตอนนั้น $398.- ค่ะ ใบนี้ขนาดกำลังดี สีเข้มไม่สกปรกง่าย น้ำหนักพอดีๆ ไม่หนักมาก ซิปเป็นแบบซิปผ่าขาด (เหมือนซิปแจ๊คเก็ต มีกระเป๋าโค้ชซิปแบบนี้อยู่ 2 ใบแล้ว แรกๆ ก็ไม่ถนัด ใช้ไปใช้มาซักพัก ก็เปิดปิดได้คล่องแคล่วถนัดมือค่ะ) สีม๊วง…ม่วง..ม่วงกว่าในรูปที่เห็นในเว็บ แต่ตัวจริงๆ สวยมากค่ะ ขอบอกกกกกก…..

page-653-c

มาดูกระเป๋าตังค์ใบใหม่กันค่ะ ได้มาพร้อมกับใบม่วงข้างบนค่ะ เป็นรุ่น Soho Patent Leather Buckle Zip Around สี Baby Blue น่ารักเชียวค่ะ ราคาตอนยังอยู่ในห้าง $238.- พอตกมาอยู่ outlet ค่าตัวหล่นลงมาที่ $90.- ถูกใจมากกกกก…. เพราะชอบกระเป๋าตังค์แบบ zip around อยู่แล้ว เป็นหนังมันทั้งใบ มีช่องโน่น นี่ นั่น เยอะแยะมาก ไม่ต้องพกกระเป๋าใส่เหรียญอีกใบ “con” ของกระเป๋าตังค์แบบนี้คือ มันใหญ่ และจุดี ก็เลยหนักไปนิดและต้องใช้กระเป๋าถือใบใหญ่ตามไปด้วย เพราะยัดใส่กระเป๋าถือหรือสะพายใบเล็กๆ ไม่ได้ค่ะ โปรดสังเกต…ไม่ค่อย “เห่อ” เท่าไหร่ ได้มาปุ๊บก็ใช้เลยค่ะ 5555 ที่เห็นแบ๊งค์ร้อยเป็นปึก…. ค่าเช่าบ้านค่ะ 555 มิใช่เงินก้นถุงแต่อย่างใด ถ้าไม่ต้องจ่ายค่าเช่าบ้าน $1,000.- หูย….หวานคอแร้ง 55555

page-654-c

มาดูกระเป๋าถือชมพูแต๋นใบนี้คือ Coach Signature Stripe Patent Leather Tote – Raspberry ได้มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วช่วงคิดสะมาด 555 ดูเหมือนรุ่นนี้จะเป็นสินค้าที่ผลิตเพื่อขายใน outlet เท่านั้น เพราะไม่เคยเห็นในเว็บค่ะ ราคาเต็มจากป้ายที่ห้อยมาคือ $329.- แต่คุณเพื่อนเห็นว่าสีแต๋นถูกใจอิชั้นและราคาก็เหมาะสมดี คือ $77.- เป็นกระเป๋าหนังมัน เย็บลายตัว C – Signature ของเค้า สายคู่เส้นเล็กๆ น้ำหนักเบา ซิปปิดด้านบน ขนาดกำลังดี พอได้มาก็ใช้เลยเช่นเคย เพราะเป็นคนไม่ขี้เห่อเท่าไหร่ พอดีกับเป็นชมพูแต๋นถูกใจ Hello Kitty Mama มากๆ จำได้ว่าพ่อบ้านเห็นตอนเปิดกล่องพัสดุแล้วพูดว่า เที่ยวนี้ซื้อให้รอมมี่ด้วยเหรอ ก็ตอบไปว่า จ้า.. เออ.. ค่า.. พอตอนเห็นอิชั้นถือแกว่งไปมาก็ อ้าว.. เว้ย.. เฮ้ย.. ไหนบอกว่าของลูกไง แล้วก็เหน็บว่า Don’t you think…you’re not a teenager! อ้าว…จะให้ตูแก่แล้วแก่เลยหรือไงฟระ ฮานาก้า….55555

page-655-c

ใบต่อมา คือ Coach Poppy Patent Luxey Satchel BRASS/RUBY ได้มาพร้อมกับใบชมพูข้างบนค่ะ ราคาจากป้ายคือ $298.- พอตกกระป๋องจากห้างลงมาที่ outlet เลยเหลือ $124.- คุณเพื่อนเลยซื้อแล้วส่งรูปมายั่ว เห็นรูปแล้วน้ำลายยืด เลยเซย์เยสไปอย่างรวดเร็ว ถูกแพงขอให้แดงไว้ก่อนใช้ได้กับอิชั้นเสมอค่าาาา…. ใบนี้ค่อนข้างเล็ก ถือ-สะพายได้ 2 แบบ ข้อตินิดนึงคือ เวลาใช้แบบถือสายคู่ห้อยแขน…จะเปิดปิดซิปลำบาก ไม่กว้างขวาง ล้วงควัก ไม่สะดวก แต่เรื่อง look สำหรับใบนี้ กิ๊บเก๋ยูเรก้าไม่น้อย เพราะ accessories ห้อยตุ้งติ้งเยอะแยะ อ๊อฟเฟ่อร์ให้อิรอม… ลูกบอก “โน” ไม่ชอบ เชอะ ไม่ชอบก็ไม่ง้อสิวะ อิชั้นชอบใบนี้ที่สีและดีไซน์ แต่มันเป็น light duty ค่ะ ถือเหวี่ยงไปมาเป็นงานๆ ไป ไม่ใช่ everyday bag ค่ะ ดูรูปสิคะ (ถ่ายรูปห่วยตามปกติ 55) สวยเน๊าะ

page-656-c

มาดูกับข้าวกับปลากันบ้างดีกว่าค่ะ แต่ละรูปก็คือแต่ละทริปนะคะ รูปบนมีจานกระดาษแพ๊คใหญ่ แม่บ้านหลังยาวเบื่อล้างจานค่ะ 55 บะหมี่เกี๊ยวกุ้งของซีพี อร่อยเหมือนชายสี่หมี่เกี๊ยวเลยค่ะ กินแล้วคิดถึงบ้าน กล่องนึงมี 6 ถ้วย ช่วงนี้มีลดราคา ตกถ้วยละ $1.50 ประมาณนั้นค่ะ beef jerkies เนื้ออบแห้งรส mesquite รมควัน ของโปรดเวลาดูทีวีเหงาๆ ปาก ถุงละ 3-4 เหรียญ แอบหนีบเอาเข้าไปเคี้ยวในโรงหนังบ่อยๆ ค่ะ เลยต้องซื้อไว้ประจำบ้าน ไข่ไก่ 5 โหล มาม่าโจ๊กคัพรสหมู 1 กล่อง พ่อบ้านกับไอ้ตี้ลูกชายชอบทานตอนดึกๆ ค่ะ ส้ม “Cuties” clementine 5 pounds หวานอร่อยเปลือกบางค่ะ โค้ก 2 ลิตร แพ๊ค 4 ขวด $3.99 ค่ะ ตกขวดละเหรียญ

รูปล่างพาสเต้อร์ปิดแผล 2 กล่อง Clorox Tablet เอาไว้ใส่ถังน้ำชักโครก 409 น้ำยาเอนกประสงค์ 1 แกลลอน แถมแบบขวดสเปรย์ขวดใหญ่มา 1 ขวดด้วย อิชั้นใช้ตั้งแต่ในห้องน้ำ ถึงในครัวเลยค่ะ หัวเตา พื้นพรม นึกอะไรไม่ออกก็คว้าไอ้ 409 ไว้ก่อน 555 แต่ไม่ได้ฉีดไอ้ก๊อตตี้นะคะ เวลามันมอมๆ ก็โยนใส่อ่างไปค่ะ แล้วก็มี Clorox น้ำยาซักเสื้อผ้าสี Downy ปรับผ้านุ่ม รถไฟชื่ออะไรไม่รู้เพื่อนไอ้โธมัสมันค่ะ ไอ้ตี้เห็นแล้วชักแง่กๆ ก็เลยต้องซื้อให้ลูก ทั้งๆ ที่มีอยู่แล้วเต็มบ้าน องุ่นดำ concord ไม่มีเม็ด บะหมี่เกี๊ยวซีพีอีก 2 กล่อง คือเค้า limit ให้ซื้อแล้วได้ส่วนลดแค่ทีละ 2 กล่องค่ะ ถ้าซื้อเกินตั้งแต่กล่องที่ 3 ก็ต้องจ่ายราคาเต็มๆ ก็เลยลากมาทีละ 2 กล่องทุกครั้งที่ไป Costco ค่ะ เดี๋ยวเค้าเลิกลดราคาก็เลิกกิน 5555 งกชิมิคะ Go-gurt ของลูกๆ 2 แพ๊ค เด็กๆ บ้านนี้กินโยเกิร์ตกันเก่ง อยู่บ้านก็กินเป็นถังๆ ส่วนโกเกิร์ตเป็นถุงหลอดๆ ก็เอาแช่แข็งไว้ บางทีลูกๆ ก็คว้าติดมือเอาไปหม่ำในรถเวลาไปไหนๆ สะดวกดีค่ะ ส่วนใหญ่ก็ฟาดเรียบในบ้านนี่แหละค่ะ โค้ก 2 แพ๊ค และกบเหลาดินสอแบบใส่ถ่านของลูกๆ ค่ะ อันเก่ามรณภาพไปแระ

page-657

รูปนี้เป็นของจุกจิกที่ต้องใช้ค่ะ บิโอเรสครับโฟมเป็นโฟมที่หมอผิวหนังสั่งให้รอมมี่ใช้ค่ะ เลิกใช้ของเก่าให้หมด เพราะสิวบุกหนัก ส่วนแชมพู นิวโทรจิน่า T-Sal เป็นของอิชั้นค่ะ สีดินสอเป็นของไอ้ตี้ และทิชชู่เช็ดขี้มูก Boogie Wipes ก็เป็นของไอ้ตี้ด้วยค่ะ ส่วนแตงกวา น้ำสลัด Creamy French หอมแดงใหญ่ และมะเขือเทศจิ๋วเป็นเครื่องสลัดที่ขาดตู้เย็น เลยต้องแจ้นไปซื้อมาตุน น้ำสลัดอันนี้อยากลองมานานแล้ว พอซื้อมา แหวะ หวานๆ เหม่งๆ ไม่ชอบ ใบเสร็จเป็นของไอ้พวกเครื่องสลัดค่ะ

page-658

คราวนี้ไปช้อปต่อที่ Dollar Store ค่ะ คือทุกๆ อย่างราคา $1.- เท่ากันหมด เวลาซื้อหาก็ต้องดูดีๆ เพราะบางอย่างซื้อที่อื่นราคาไม่ถึงเหรียญค่ะ แล้วข้าวปลาอาหารจะอายุสั้น เผลอๆ ดูไม่ดี expired สิ้นชีวิตไปแล้ว เคยซื้อที่มันหมดอายุ spoilage ต้องแจ้นเอาไปคืน live & learn อยู่เรื่อยเชียว 555 มามะมาดูกันว่าได้อะไรมาบ้าง รูปบนนะคะ สมุดหัดเขียน ABC ของไอ้ตี้ สลัดผักโรเมน สปิแนช หลอดกระดาษสำหรับ roll เศษเหรียญ ที่ใส่นิ้วเท้าเวลาทาเล็บเป็นยางซิลิโคน..คุณภาพแจ่มมาก สำลีพันก้านไม้แบบยาว แถบมัดของสีขาว สก๊อตเทปแพ๊คคู่ มะม่วง (ซื้อที่คอสต์โก้ แพ๊ค 9 ลูก ราคา $7.99 แต่มันต้องขับรถข้ามเมือง เจอตรงนี้แล้วอยากกิน ก็ซื้อๆ ไปซะให้เสร็จๆ) ถุงใส่กล้องสีแดง+ลายน้ำตาล (คุณภาพเริ่ดมากๆ) ถ่านแบตเตอรี่ 9V. แพ๊คคู่ สำหรับ smoke alarms สติ๊กเก้อร์ ดินสอ กระจก แว่นอ่านหนังสือ คุณภาพดีมากๆ ราคาที่ติดอยู่อันละ 14-19 เหรียญค่ะ แต่ต้องเลือกดูดีๆ บางอันมีขูดขีดที่เลนส์ค่ะ

รูปล่าง (อีกทริปนึงนะคะ) เห็ดหอมดอง อร่อยดีค่ะ เปรี้ยวๆ เอาไว้ทานกับพวกเนื้อย่าง ถุงพลาสติก ชอบใช้ถุงแบบนี้เวลาผักที่ซื้อมาเยอะๆ หั่น ล้าง แล้วแบ่งใส่ถุงนี้แช่ในเก๊ะตู้เย็นแบบพร้อมใช้ สะดวกดีค่ะ ไม่แพง เป็นถุงขนาด 1 แกลลอน บางๆ ใช้แบบซิปเป้อแบ๊ค…แพง เสียดายตังค์ โอ๊ตของหนูดี เห็นบอกว่าลองดู พอทานแล้วก็บอกว่าโอเคเลยนะ ถูกด้วย แต่พอพ่อบ้านมาเห็น ซื้อมาได้ไง ทำไมไม่ซื้อ Quaker Oat ให้ลูก จะอะไรกันว๊า… ก็ของมันแค่เหรียญเดียว แหลกม่ายล่ายก็ทิ้งไปสิวะ ส่วนไอ้ Triaminic Vapor Fan, with 3 Refill Pads and Batteries, Mentholated Cherry กล่องฟ้าๆ นั่น เป็น พัดลมจิ๋วใช้ถ่าน แล้วก็มีแถบกลิ่นเมนทอลเชอรี่ พอเอามาลองดูก็ โอเคเลยนะคะ หอมเย็นจมูกดี เคยซื้อแบบเสียบปลั๊ก เป็นเมนทอลเฉยๆ ซึ่งหลายตังค์อยู่ อันนี้เหรียญเดียว มีรีฟิล 3 อัน ใส่ถ่านมาให้เสร็จ เลยเก็บเอาไว้เปิดตอนลูกเป็นหวัดจมูกแน่นๆ ค่ะ แล้วก็มี dinner rolls กับ biscuits ของ Pillsbury ทั้ง 2 อย่างหมดอายุสิ้นเดือน June โน่น….สบายไปเลย กินกันหมดก่อนสิ้นเดือนเมษาแน่นอนค่ะ

page-649

หมดแล้วค่ะ จริงๆ มีรูปข้าวของโชห่วยที่ซื้อมาอีกเยอะเลยค่ะ แต่ดูเหมือนจะซื้อของเหมือนๆ กันอยู่เรื่อยๆ เดี๋ยวจะเบื่อกันเสียก่อน โชคดี แฮ้ปปี้ช้อปปิ้งค่ะ

Monday, September 27, 2010

M·A·C VENOMOUS VILLAINS


page-574

กรี๊ดดดดดด.......วันนี้ได้อีเมล์จาก MAC Cosmetics ว่าออกเครื่องสำอางไลน์ใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นไลน์ที่อิชั้นตั้งตารอมานาน มันคือไลน์ VENOMOUS VILLAINS MAC จับมือ Disney’s ทำชุดนี้ออกมา ทำไม๊ ทำไม อิชั้นต้องพูดถึงเครื่องสำอางชุดนี้นะเหรอคะ …เนื่องจากอิชั้นเองนั้นเป็น villain โดยกำเหนิด 5555 เครื่องสำอางชุดนี้จะเป็นอะไรที่ “เพื่อช้านน.....just for me” 555

page-573ทำไมไม่ sketch หน้าอิตุ๊ดดำ (ล่างขวา) เน๊าะ ดันใช้รูปปกติของแม๊ค สามตัวอื่นดูยูนี๊คกว่าเยอะ

แคแร๊คเต้อร์ทั้ง 4 ตัว ประกอบไปด้วย

1. Cruella de Vil - 101 Dalmatians

2. Maleficent - Sleeping Beauty

3. The Queen - Snow White

4. Doctor Facilier - The Princess and the Frog

page-576

ต้องขอติติง “แม๊ค คอสเมติค” ที่ไม่มาปรึกษาหารือกับอิชั้นก่อนที่ผลิตสินค้าชุดนี้ออกมา พลาดดดดด.... พลาดอย่างแรง เพราะ villains ของดีสนีส์ตัวที่น่าจะเหมาะกับของสวยของงามมีมากมายหลายตัวไม่รู้ว่าเอาอิตุ๊ดดำนั่นมาได้ไง แหงะ ตัวที่น่าจะอยู่ในลิสต์ตัวแรกๆ เลย แต่ดันถูกมองข้ามไป (ได้ไงฟระ) คือ คุณน้อง Ursula ปลาหมึกยักษ์-อ๊อคโทบุส จาก The Little Mermaid อย่างนี้ต้องเรียกว่าแม๊ค “เหยียด” คนอ้วน ฮึ่มมมมม...... แต่ไม่เดือดร้อนเท่าไหร่หรอก เพราะไม่ใช่บิ๊กแฟนของแม๊ค มีเครื่องสวยงามของเค้าอยู่บ้างนิดหน่อย แต่มีแปรงแต่งหน้าเค้าอยู่พอสมควร ชอบแปรงแม๊คมากว่าพวกสีสันต่างๆ แก่แล้ว ป้ายๆ แปะๆ ทาๆ ถูๆ ไปเหอะ ยังไง๊…ยังไง..ก็ดูน่ากลัวเหมือนไม่ได้แต่ง 5555

page-575

ใครจะว่าเชยเฉิ่มหรืออะไรก็ว่าไปเลยนะคะ ที่ตอนแรกเห็น 1 ในตัวร้าย 4 ตัว ไอ้ตุ๊ดดำใส่ท๊อปแฮ๊ตนั่น อิชั้นไม่รู้หรอกว่ามันเป็นใคร เพราะไม่ได้ดูการ์ตูนดีสนีย์ใหม่ๆ เลย ถ้าเก่าๆ ไปหน่อย...บ้านเรามีครอบครองทุกเรื่องโดยเฉพาะพวกที่เข้าข่ายคลาสสิค เผลอๆ มี 2 มี 3 ซื้อแล้วซื้ออีก 5555 พอลูกสาวโตเกินกว่าจะเป็นเจ้าหญิงทั้งหลาย โดดไปดูอะไรทีนเอจ ไอ้ตัวเล็กก็เป็นผู้ชายดู Cars, Toy Story, etc. อิชั้นก็เลยพลาดเรื่อง The Princess and the Frog ไป จึงไม่รู้ว่า ไอ้ Doctor Facilier เป็นใคร ต้องไปถามรอมมี่ก่อนที่จะกูเกิ้ล แต่ก็เหอะคิดได้ไง ไม่เอาเออซูล่ามาเป็นพรีเซนเต้อร์ พลาดๆๆๆๆๆๆ

page-577

สีสันของแม๊ค VENOMOUS VILLAINS ค่อนข้างฉูดฉาด สีเล็บถูกใจปี๊ดๆ ลิปสติกดูน่าสนใจหลายสี แต่คงไม่ซื้อหรอก เพราะมีลิปสติกอยู่เยอะมากกกก...... จากหลากหลายยี่ห้อ ถ้าหากจะซื้อซักชิ้น สองชิ้น ก็ด้วยเหตุผลแพ๊คเกจมันสะใจ ลูกผัวเห็นแม๊คชุดนี้เข้าต่างร้อง....ใช่เลย...just for you Momma! เพราะปกติ ก็เป็น queen of mean ของบ้าน เป็น Maleficient เป็น Cruella Mama มาตลอด ไม่เคยได้เป็นนางเอกกับใครเค้าเลยชีวิตนี้ 55555

บอกว่าจะไม่ซื้อ ไม่ซื้อ ลูกผัวยุ…. เลยได้ไอ้ 2 แท่งนี้มา 55555

If men liked shopping, they'd call it research.

1918521s9psqr8bd2

Tuesday, February 16, 2010

หวาน หวาน…เป็นลม..จริงหรือปล่าว

page-505

ด้วยมีเห็นให้บ้านนอกต้องโห่เข้าเมืองกัน เพราะว่าพาสปอร์ตหมดอายุไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็เลยไปทำเป็น “อีพัดปอด” ซะให้มันเสร็จๆ แต่ไอ้ที่จะไปทำนั่นอยู่แอลเอโน่น โชคดีนะที่แอลเอ เพราะ e-passport ต้องเอาหน้าสวยๆ นิ้วอ้วนๆ ไปสแกนด้วย ถ้าเค้าไม่มีกงสุลไทยที่แอลเอ ครอบครัวของอิชั้นจะทำยังไง ต้องโห่ไปดีซีโน่นเลย ตายห่า….ง่าๆๆๆๆๆ เลย โสหุ้ยการไปดีซีนี่ไปเที่ยวเมืองไทยได้เลยนะ รูปข้างบนนั่นเป็นช่วง Grapevine บน I-5 (Interstate Highway) ก็ขึ้นเขา-ลงเขา เห็นบนเขามีหิมะประปราย ถ้าเป็นเดือนก่อน ก็มีปิดถนนกันเลยแหละ เพราะเป็นฟรีเวย์เส้นสำคัญของแคลิฟฯ รถบรรทุกใช้กันหนาแน่น ทางขี้นลงก็ลาดชัน

page-504

ส่วนรูปนี้เป็นรูปผู้โดยสาร ท่านตี้กับหญิงรอม อิรอมหลับอ้าปากหวอรอดักแมงวัน 555 ไอ้ตี้ก็จ้อไปตลอดทาง ดันไปม่อยกระรอกตอนเกือบเข้าตัวแอลเอ

page-506

ส่วนรูปนี้เป็นที่โรงแรม ตื่นขึ้นมาเตรียมตัวไปทำธุระ โรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่ไปนอนกันประจำเวลาไปแอลเอ เป็นโรงเตี๊ยมราคาย่อมเยาแถวฮอลิวู้ด (คืนละ $82.-) ปกติจะหอบหมอนผ้าห่มไปด้วย คราวนี้ดันลืม เลยเปิดฮีทเตอร์ให้อุ่นจัดๆ จะได้ไม่ต้องห่มผ้า นอนมันบนผ้าคลุมเตียงแบบนั้นเลย ครอบครัวเราจะไม่ค่อยทุ่มเรื่องโรงแรม ต้องเป็น 4 ดาว หรือ 5 ดาว เอาแค่ อยู่ย่านไม่น่ากลัว ดูสะอาดหูสะอาดตา เพราะแค่ซุกหัวนอน ตื่นมาก็ไสหัวไปไหนต่อไหนกันแล้ว เก็บตังค์ไปซื้อหาอะไรอร่อยๆ กินกันดีกว่า 555 เห็นแก่กินจริงๆ 5555

page-503

ที่ต้องไปพักใกล้ๆ ไทยทาวน์ ทุกครั้งที่ไปแอลเอก็เพราะไอ้เรื่อง “เห็นแก่กิน” นี่แหละ ไปถึงก็รีบไปฟาดซะรอบนึง ดึกๆ ออกไปหาเตี๋ยวเรือกินอีกรอบนึง ตื่นขึ้นมา เช็คเอ๊าท์เสร็จ ก็ไปหาอะไรฟาดอีกรอบนึง พอไปทำธุระที่กงสุลเสร็จก็บึี่งกลับมาหาอะไรโซ้ยให้หนักอีกรอบนึงก่อนกลับ กินอาหารไทยแถวนี้…สะใจกว่าที่ไหนๆ เพราะมันรสชาติเหมือนเมืองไทย (ไอ้เรื่องหวานนำ ยังนำอยู่ แต่ไม่แหลมปี๊ดน่าเกลียดแบบแถวๆ ที่อยู่) ก๋วยเตี๋ยวก็มีสารพัด เตี๋ยวเรือ เตี๋ยวหมู เตี๋ยวเนื้อ เตี๋ยวเป็ด ก๋วยจั๊บ เย็นตาโฟ เตี๋ยวห้อยขา-ยกขา ถ่างขา-หุบขา ฯลฯ มีโม้ดดดด….. 555 เดินเข้าร้านเค้าเหมือนจะบ้า อยากกินมันไปซะทุกอย่าง

คืนแรกที่ไปถึง กินข้าวราดแกงกันเป็นรอบแรก พอกินเสร็จก็หาบขนมขะต้ม กลับโรงแรม มาตั้งหลักกินๆๆๆๆๆๆ เพราะจะได้รู้ว่า อันไหนเริ่ด…จะได้โกยซื้อหอบกับมากินที่บ้านนอก จากรูปมันก็อร่อยทุกอย่าง ไอ้ปุยฝ้ายนั่น นุ่มนวลอร่อยเหมือนของเอสแอนด์พี อันนี้มาทุกครั้งซื้อ (หลายถุง) ทุกครั้ง ลูกผัวอิชั้นเรียกมันว่าคัลเล่อร์ฟูลคัพเค้กค่ะ 555แป้งจี่-บ้าบิ่น ก็ซื้อมาเก็บใส่ตู้เย็น จะรับทานก็เอาออกมาอุ่น.. หอม อุ่น อร่อย ทุกครั้ง มีหนมเบื้องด้วย แต่เดินฟาดกันจนหมดก่อนถึงโรงแรม ทองหยิบ-เป็นของโปรดรอมมี่มัน แพงกว่าเค้าเพื่อนมั๊ง 12 ดอก 6 เหรียญ ขนมชั้น กาละแมเขียว-ดำ ก็อร่อยมากกกกก…. เจือกซื้อมานิดเดียว ขนมถ้วยกับขนมฟักทอง..งั้นๆ ไม่ปลื้มกัน กะยาสาทร..ก็แหงะ อิก๊อตเห็นแล้วต้องซื้อ พอลองกินคำนึง ก็ไม่แตะอีกเลย อิชั้นไม่ชอบกะยาสาทรตั้งแต่เกิดเลย ก็เลยไม่ลอง ตอนนี้นิมนต์ลงขยะไปแล้ว ส่วนปาท่องโก๋ ก็ซื้อมาเก็บไว้ในตู้เย็น พอจะทานก็เอาใส่เตาติ๊ง กินกะกาแฟร้อนๆ ใช้ได้แหละ ไม่เริ่ดเหมือนสดๆ จากกระทะที่เมืองบางกอกแน่อนอน ส่วนไอ้สังขยาซื้อมากะจะจิ้มโก๋กินในรถ แหวะมากๆ แป้งล้วนๆ รสชาติใช้ไม่ได้เลย หนักแน่นเหนียว น่าเอาไปทำพวกไส้หนมปังหรือโตเกียวมากกว่า จิ้มไม่ได้เลย

page-502

อันนี้เป็นข้าวของที่ซื้อมานิดหน่อยจากร้านคนไทย เห็นน้ำปลายี่ห้อโปรดเลยซื้อมา 2 ขวด อีโน วิคส์ แล้วก็ยาดมวาเป๊กซ์ เห็นแล้วก็อดซื้อไม่ได้ คนเมืองไทยอยากได้ของเมืองนอก คนอยู่เมืองนอกอยากได้ของจากเมืองไทย 5555 ที่เจ็บใจสุดๆ ก็คือ ไอ้สาหร่าย…แงๆๆๆๆ อิรอมกับแม่ หงุดหงิดมาก เพราะซื้อมาแค่ถุงเดียว แล้วมาเปิดกินกันตอนถึงบ้านแล้ว ถ้าเปิดกินตั้งแต่ที่โน่น ก็คงจะหาบกลับมาเต็มรถ หร่อยมากกกกก….กินเพลินเลยแหละ ไอ้พวกพริกแกงก็ซื้อมาอย่างงั้นเอง ที่บ้านก็มีตุนอยู่พอสมควร แต่อิรอมเค้าอยากทำเป็ดย่าง เลยหยิบผงเป็ดย่างมาให้แม่ดู ทำกินกันนะแม่นะ เออ…ก็ได้วะ ลองดู แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ 555 รอไปก่อนลูก

ที่จั่วหัวเรื่องหวานๆ ก็เพราะ กินขนมไทยหวานๆ แบบบานตะไท ตลอดสัปดาห์ อิก๊อตท้าให้เจาะเลือดตรวจน้ำตาล ไม่กล้าเลยค่ะ ท่านผู้ชม กลัวมิเตอร์แตก 55555 หลายวันผ่านมาเลยตรวจซะหน่อย ก็ยังไม่ค่อยดี วันก่อน 176 วันนี้ ลงมาที่ 145 แล้ว เฮ้อ….ทำยังไงดีวะ ถึงจะควบคุมได้ตามที่หมอกำชับ ตื่นนอน fasting ประมาณ 95-115 ระหว่างวัน ไม่ควรเกิน 125 นะเธอ ทำยังไงดี ช่วงนี้ไม่ได้เป็นเบาหวาน แต่กลายเป็น “หนักหวาน” 5555 จะตายมั๊ววะเนี่ย ที่ว่า “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” เฮ้อ….. ยังไงก็ขอหวานดีๆ ไว้ก่อนดีกว่า ไม่ชอบกินยาเล้ยยยย….

สรุปว่าเป็นทริปด่วนๆ รีบไปรีบมา แต่พวกเราก็มีความสุข สนุกสนาน อิ่มหนำสำราญตามอัตภาพ ที่สำคัญที่สุด เรา 4 คนพร้อมหน้าพร้อมตา..สุขใจแหงๆ แน่นอน…. ส่วนพาสปอร์ตก็รอกันต่อไป เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าประมาณ 4-6 สัปดาห์ นี่ก็ผ่านไป 10 วันแระ รอกันอย่างใจจดจ่อต่อไป….

Shared joy is a double joy;

shared sorrow is half a sorrow.

StrawberryMama-02

Friday, May 22, 2009

Beauty Talk (ลองโพสต์ใหม่อีกที)

วู้ฮู้… จั่วหัวซะเหมือนโปร 555 คืออยากให้บล็อกนี้เป็นอะไรที่จัยฉ่ายอย่างตั้งใจ คือ พล่ามไปโม้ดด… อย่างไม่มีขอบเขตจำกัด แถมมีหลายๆ ทั่น สนใจผ่านเข้ามาอ่านเรื่องสวยๆ งามๆ ของอิชั้น (ที่มีอยู่น้อยนิด) มากกว่าเรื่องอื่นๆ วันนี้เลยต้องขอเปิด Preview+Review เครื่องสำอางอย่างเป็นเรื่องเป็นลาววววว 5555 เชิญชมค่ะ

เริ่มจากไอเท่มล่าสุดที่ซื้อมา

IMG_9733-s

M.A.C Prep + Prime Transparent Finishing Powder

M.A.C Prep + Prime Transparent Finishing Powder ตามที่เค้า “คุยโวโอ้อวด” ไว้ ว่า A silky finishing powder that provides an invisible way to set makeup. Reduces shine while optically minimizing the look of pores, lines, imperfections. Available in one universal colour that suits all shades. Wear over makeup or on bare, moisturized skin.

หลังจากลองใช้มาระยะนึง ต้องบอกว่า ถูกใจเจ้าค่ะ ข้อติก็คือ ราคาที่แพงไปหน่อยถ้าเทียบกับปริมาณ

ยิ๋งทดมีผิวแบบ combination ที่ทีโซนมันย่อง ส่วนแก้มจะแห้ง และมีสิว ฝ้า กระ ครบค่ะ ได้ทดลองใช้แป้งนี้กับหลายๆ ผลิตภัณฑ์ (ทุกครั้งที่ใช้จะลงแป้งด้วยแปรง MAC's 187 Duo Fibre ค่ะ) ผลมีดังนี้ เด้อค่ะ

1) Moisturizer > Anessa Gold > M.A.C Prep + Prime TFP – หน้าไม่มันไปตลอดวัน จนถึงออกจะแห้งไปนิดนึงค่ะ เนียนเรียบดี

2) Moisturizer > Clinique City Block SPF 40 > M.A.C Prep + Prime TFP – กันแดดตัวนี้มี tint สีเหมือนรองพื้น-เลยปกปิดได้พอประมาณ ดูเนียนไปถึงเย็น คุมมันได้ดี แต่ไม่รู้สึกแห้งตึง

3) Moisturizer > Mistine BB Cream > M.A.C Prep + Prime TFP – ปกปิดนิดหน่อย คุมมันได้พอประมาณ เรียบเนียนไปถึงบ่ายๆ พอเย็นค่ำ เหมือนไม่ได้ทาอะไรเลย

4) Moisturizer > Hanskin Glossy Magic > M.A.C Prep + Prime TFP – เหมือนไม่ได้ทาอะไรเลย ไม่ปกปิดอะไรเลย แต่หน้าไม่มันไปทั้งวัน

5) Moisturizer > M.A.C Prep + Prime TFP – เหมือนล้างหน้าสะอาดแล้วไม่ทำอะไรเลย ฝ้า กระ แผลสิว อยู่ครบ เห็นชัด แต่หน้าไม่มันไปถึงเย็นเลยค่ะ

ก่อนหน้านี้ใช้ Laura Mercier Loose Setting PowderTranslucent มาตลอด และถูกใจ ไม่มีปัญหาใดๆ คิดว่าแป้งทั้ง 2 ชนิดแทบจะให้ผลที่ไม่แตกต่างกันเลย ราคา M.A.C จะแพงกว่า ส่วนคุณภาพก็สูสี แทบไม่ต่างกันเลยแหละ

Laura Mercier Loose Setting Powder ขนาด 29 G / 1.0 OZ … $34

M.A.C Prep + Prime Transparent Finishing Powder ขนาด 8 G / 0.28 US OZ … $21 แค่ 8 กรัม แพงนิ

IMG_9723-s

ต่อมาก็ M.A.C Mineralize Skinfinish สี Refined

ปกติไม่ค่อยซื้อบลัช ไม่มองด้วยแหละ เพราะมีบรอนเซ่อร์ของลังโคมซึ่งใช้เป็นบลัชมาโกฏปีแล้วไม่หมดซักที ไม่คัน ไม่เหม็น ก็เลยไม่ทิ้ง งกจ้างก แถมมีบลัชปัดแก้มไอ้พวกของแถมมีอีกหลายอัน แต่ไอ้ M.A.C Mineralize Skinfinish – Refined เนี่ยเล็งกันอยู่นาน ล่าอ่านรีวิวมาหลายเดือน ในที่สุดก็สอยมาซะให้สิ้นเรื่องสิ้นราว

สี Refined ก็คือ Golden Peach Powder ไม่ส้มจัดจ้าน ดูเป็นธรรมชาติแบบ Sun Kisses และมี Shimmery เยอะพอสมควร-คือกำลังงามแหละ แต่ถ้าปัดหนักๆ ก็เหมือนปอบฉบับเมตทาลิกได้ แต่ไม่เป็นตูดลิงแน่นอน เนื้อละเอียดดี นอกจากใช้ปัดแก้ม ยังใช้ทาตา หรือ คอ คาง หัว หาง ทาได้หมดแหละ ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ตลับใหญ่คงใช้ไปนาน ถ้าหมดแล้วจะซื้ออีกหรือปล่าว คงไม่ซื้อหรอก เพราะกว่าจะหมด คงมีอะไรใหม่ๆ ที่เทรนดี้กว่า มาล่อตา ล่อใจ ล่อเงินออกไปจากกระเป๋าแน่นอน

บลัชตลับนี้ซื้อหามาในราคา $27 ขนาด 10 G / 0.35 US OZ ก็แพงยู้…. คุณปั๋วซื้อให้จ้า

IMG_9464-s

Rimmel Stay Matte Pressed Powder - Transparent อันนี้ซื้อมาในราคาถูกมาก เพราะซื้อตอนลดครึ่งราคาแล้วมีคูปองลดพิเศษอีก $1 (4.99 – 50% - $1 = $1.50 + Tax อีกนิดหน่อย แป้งราคาเหรียญฝ่าๆ เนี่ย ถูกและดี หาได้ที่ไหนง่ายๆ เชื่อเหอะ อันนี้ซื้อเอง 555)

อิชั้นใช้แป้ง Rimmel ตัวนี้หลังจากขั้นตอนลง moisturizer และ กันแดด แล้วตามด้วยพวก finishing powder แรกๆ จะดูวอกๆ ลอยๆ เหมือนทาแป้งเด็กค่ะ พอทุกอย่างเริ่มเซ็ตตัว ก็จะดูเรียบเนียนกลมกลืน ควบคุมความมันได้ดี (อาจจะเป็นผลร่วมมันกับพวก finishing or setting powder ที่ใช้ควบคู่กันก็ได้) โดยรวมถือว่าคุณภาพเกินราคา

แต่ตลับก๋องแก๋งแบบรีฟิล ไม่มีพัฟ หรือกระจก พกไปไหนลำบาก (เวลาลงแป้งอันนี้จะใช้พัฟแบบหนาๆ แล้ว กดๆ ตบๆ แตะๆ โปะๆ) ถ้าหมดแล้วซื้ออีกแน่นอน แต่ต้องรอเก็บคูปองและซื้อตอนเค้าลดราคาเท่านั้นค่า

IMG_8808

Estee Lauder Shimmering Powder Pearls Face Illuminator

เป็น Estee Lauder’s Limited Edition เมื่อ Summer 2008 ในคอลเลคชั่นชื่อว่า Pearls of Light ค่ะ ไม่รู้ซื้อมาทำ “เกี๊ยะ” อะไร ใช้นับครั้งได้ มันวาววับจนน่ากลัว ทากลางวันก็ลิเก ทากลางคืนก็งิ้ว อาจเป็นเพราะใช้ไม่เป็นก็ได้ ขายมาคู่กับแปรงที่หมุนเก็บได้ (ลืมถ่ายรูปแปรงค่ะ) พูดได้คำเดียวว่าเสียดายตังค์ค่ะ จะทิ้งก็เสียดาย เก็บไว้ดูเฉยๆ เพราะน่ารักดี นานๆ ก็เอามาไฮไล้ท์โหนกและดั้งซะหน่อยนึง

scan0003

MAYBELLINE Dream Liquid Mousse foundation เป็น Liquid mousse ที่เค้า “อวดอ้างสรรพคุณ” ว่า air-whipped formula provides skin perfecting coverage. ซื้อมาในราคา $6.25 ขนาด 1 fl oz จริงๆ แล้วราคาเต็ม $9.49 แต่ไปซื้อใช้คูปองลด $3 ที่เค้าแจกมาค่ะ เพราะว่าได้ตัวอย่างสีที่เค้าแจกมาก็เลยต้องหาเรื่องไปเสียเงิน อันนี้ก็ซื้อเองอีก 555 มีเงินเป็นของตัวเอง 555 ไม่ต้องง้อซะมี

Foundation-01

ตัวรองพื้นเป็นเนื้อครีมเบาๆ พอทาแล้วกลายเป็นแป้งเนื้อ Matte ไม่มัน เนียนไปทั้งวัน (ถ้าใช้ร่วมกันเมคอัพเบส) แต่ถ้าใช้เดี่ยวๆ พอผ่านไปซัก 2-3 ชั่วโมง ทีโซนเริ่มส่องแสง และถ้าใช้พวก setting หรือ finishing powder ก็ช่วยได้เยอะ เป็นรองพื้นที่ปกปิดปานกลาง ไม่มีซันสกรีน รวมๆ แล้ว เป็นรองพื้นที่สบายหน้า ไม่หนัก เกลี่ยง่าย สี Nude-Light เบอร์ 4 เป็นสีที่เข้มกว่าผิวจริงของอิชั้น 1 ระดับ (จากตัวอย่างที่ได้รับ เบอร์ 3.5 จะพอดีแบบเป๊ะๆ) แต่พอใช้แล้วก็เข้ากับสีผิวดีนะคะ

ไหนๆ พูดถึงรองพื้นไปแล้ว ขอต่อด้วยรองพื้นอีกตัวนึงเลยละกัน

IMG_0017

Prescriptives Flawless Skin Total Protection Makeup SPF 15 สีที่ใช้คือ Sand (08) ของโทน Yellow/Orange (Y/O) ซื้อมาในราคา $39.50 ขนาด 1 oz. ตัวนี้ไม่ใช่ Custom Blend คือเทียบสีแล้วซื้อกันเลย

รองพื้นตัวนี้ สรรพคุณบอกว่า This lightweight, long-wearing foundation provides natural-looking medium to full coverage for all skin types. Available in 30 shades. Oil free. แต่ยิ๋งทดคิดว่าเนื้อค่อนข้างหนักนิดนึง เรียบเนียนไปค่อนวัน ปกปิด “กระ” ได้ดีพอใช้ แต่ฝ้ายังเสนอหน้าอยู่ครบ ถ้าลงแบบหนา (ลูบแล้วลูบอีก ย้ำคิดย้ำทำ) อาจปกปิดได้มากขึ้น แต่ไม่ชอบลงรองพื้นแบบหนาๆ หรอกค่า อิชั้นชอบใช้แปรงเวลาลงรองพื้น-ทำให้สะดวกขึ้น (ไม่ถนัดใช้มือหรือฟองน้ำลงรองพื้นเลย) มีกันแดด SPF 15 แต่ด้วยความเคยชินก็ลงกันแดดหลัง moisturizer เป็นรูทีนอยู่แล้วทุกเช้า (SPF 15 ช่วยอะไรไม่ได้หรอก แถวที่ๆ ยิ๋งทดอยู่น่ะ “กึ่งทะเลทรายเลยค่ะ Rain or Shine ต้องลงกันแดดทุกวัน แต่ “ครีมกันแดก” ไม่มีใครผลิตขายซะที ก็เลยต้องเป็น “น้องหมุด” ต่อไป) พอใช้รองพื้นตัวนี้แล้วก็ชอบในระดับหนึ่ง มันให้ความรู้สึกว่าเป็นการแต่งหน้าแบบเต็มขั้นตอน ไม่เหมาะกับวันสบายๆ ถ้าใช้หมดแล้วก็คงจะหมดเลย ไม่ซื้อแล้วหล่ะ ถึงจะเป็น Bestseller ก็ตาม เพราะอยากลองยี่ห้ออื่นดูบ้างนี่นา

IMG_8797

ท้ายสุดสุดท้าย อายเบส 2 ยี่ห้อที่มีอยู่ในครอบครอง

อันแรกคือ Estee Lauder Double Wear - Stay-in-Place EyeShadow Base ซึ่งโอ้อวดไว้ว่า Gives powder eyeshadow 15-hour staying power แต่ว่า ไม่เป็นดังคำที่ว่าไว้เลย เนื้อครีมเหนียว เกลี่ยยาก ทิ้งไว้ซักพัก หรือลง eyeshadow ทันทีก็ให้ผลที่เหมือนกันคือ eyeshadow เกลี่ยยาก หนืดติดบนเนื้อครีม พอพยายามถึงขั้นสุดๆ ผลออกมาพอทนดูได้ ไม่เรียบเนียนสวย อีกเพียงไม่ถึงชั่วโมงตรง crease รอยพับบนเปลือกตาก็มันเมือก eyeshadow เลอะเลือน สรุปต้องโยนทิ้งไป เพราะไม่รู้จะเก็บไว้ทำไมค่ะ $15 ลอยหายไปในอากาศ ห่วยแตกสุดๆ เจ็บใจมากกกกก….

กลับมาซบอกที่รักเก่า Urban Decay - Eyeshadow Primer Potion ใช้แล้วชอบ และจะใช้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ดิ้นรนหาอะไรมาลองอีกแล้ว ข้าน้อยเข็ดหลาบ อันนี้เนื้อครีมเกลี่ยง่าย ทิ้งให้เซ็ตตัวซักพักนึง แล้วค่อยลง eyeshadow จะทำให้เกลี่ยง่ายขึ้นไปอีก และ eyeshadow ที่ทาไว้ stay-put ทั้งวัน รอบพับ crease ไม่เลอะเทอะเป็นมันให้โมโห งามเด้งเช้าถึงค่ำเลยค่า

จบและสำหรับรีวิว บิวตี้ทอล์ก (อย่างโปร) ครั้งแรกของอีชั้น เฮ้ออออ…. เหนื่อยเฟ้ย

Monday, May 11, 2009

Happy Mother’s Day

ก็แฮ้ปปี้ดี วีคเอนด์ที่ผ่านมาซะมีอยู่บ้าน อะไรๆ ก็วันแม่ วันแม่ เอาอกเอาใจกันยกใหญ่ จนกลัวว่าตัวเองจะเหลิง เป็น Spoiled Rotten Brat Momma….55555 จริงๆ ก็เป็นอยู่ตลอดแหละ พอเมื่อวันเสาร์ ก็เก็บหีบห่อข้าวของกันหน่อยนึง (หน่อยนึง..อีกแระ) แล้วอีก๊อตก็ ไปๆๆๆๆๆ หิวๆๆๆๆ แห่ไปกินบ่ายแก่ๆ ที่ร้านเทริยากิ..เพื่อนเลิ้บ เพราะอีเจ๊แกบ่นๆ จะปิดกิจการ ควักเนื้อมาตลอดหลายเดือน ฟังแล้วก็ใจหาย เลยต้องไปคุยกะอีเจ๊ซะหน่อย หดหู่ หดหู่มากขอบอก เห็นบอกว่าจะลองอีกซัก 2-3 เดือน ถ้าไม่ดีขึ้นก็ต้องปิดฉากแน่นอน ม้วนเสื่อย้ายกลับซานฟราน ถ้ามันย้ายไปก็เศร้าเลยอิชั้น เพื่อนดีๆ ที่นี่ก็มีมันนี่แหละ เฮ้อ….

page-396

ต่อๆๆๆๆ จากนั้นก็ไปมอลล์ 555 หลังจากถูกห้ามไปหลายวีค อีก๊อตไปแวะนวด เพราะปวดหลัง อีแม๊ะอู๋กับลูกๆ ก็ร่อนไปมารอพ่อ แวะไป Bath & Body Works หลังจากไม่แวะมาหลายเดือน คราวนี้ซื้อแค่สบู่ล้างมือที่คุณผัวชอบแค่ 2 ขวด Buy One, Get One Half Off… เพราะหวังว่าจะได้ใบเสร็จแบบมีหาง…แบบสอบถามจะได้ลด 10 เหรียญ สำหรับการซื้อ 30 เหรียญ ในครั้งหน้า เตรียมตัวหน้าดู 555 เพราะปลายเดือนจูนก็บิ๊กเซลส์อีก รอซื้ออะไรๆ ที่มัน 75% off แล้วใช้คูปองลดสิบเหรียญ คุ้มหน่อย เอาไว้เป็นของขวัญเค้า ดูดีออก แต่ได้มาด้วยราคาขวดละ 2-3 เหรียญ 5555 ความนิยม สบู่กิโล โลชั่นกิโล ยี่ห้อนี้ ยังแรงอยู่ ด้วยมีกลิ่นให้เลือกมากมาย ขายอยู่ในมอลล์ ยี่ห้อติดตาติดหู ได้ข่าวว่าเมืองไทยฮิตมากมาย ตัวอิชั้นเองเฉยๆ ชอบอยู่ไม่กี่กลิ่น คุณภาพของสินค้า ธรรมดามาก ถึง ต่ำมาก สู้โลชั่นสบู่เหลวยี่ห้อตลาดๆ ที่หาซื้อได้ตาม Drug Stores ไม่ได้เลย แถมเป็นขี้เรื้อนด้วย ต้องเฟ้นหาอะไรที่ค่อนข้าง “เซฟ” เด้อ

ส่วนครีมนวดนั่นก็แค่ของใหม่ 555 Nature Fusion จะเป็นออแกนิค beyatch แล้ว 5555 ไอ้ยาสีฟันนั่นหลอดละ 4.49 เหรียญ ซื้อแล้วได้คูปองเงินสด 4.49 เหรียญคืน สำหรับ next purchase สรุปได้ยาสีฟันมาฟรีๆ แหละ เลยลากมาซะ 2 หลอด ไอ้ Woody จากเรื่อง Toy Story ของไอ้ตี้ Sleeping Beauty Figurine Set นั่นของอีมี่เค้า มันบอกว่า Magnificent Witch นั่นเหมือนแม่มัน ส่วนไอ้มังกร Dark Fire-Breathing Dragon นั่นเหมือนพ่อมัน ส่วนอีมี่เหมือน Princess Aurora …. Yeah Right ! 5555 ไอ้ถ้วย 3 หลุมรูปบนนั่นเป็นของคุณแม่ ไอ้ตี้ได้ “Cars” Figurine Set มาด้วย แต่ทุรนทุรายอาละวาดต้องแกะกันหีบห่อกันที่ร้านอาหารเลย

page-397

ต่อๆๆๆๆ พอกลับมาเจอคุณปั๋วที่ร้านนวด (ในมอลล์นั่นแหละ) ก็พาลูกไปร้าน Disney’s Store ได้ของกุ๊กกิ๊กจุ๊กจิ๊กมาครบทุกคน เพราะเค้าลด 40% (รูปอยู่ข้างบนโน่น) แล้วอิชั้นก็ไปแวะซื้อแป้งทาหน้าซะหน่อยที่ M.A.C แต่ได้มาทั้งแป้งและบลัช 555 (บอกแล้วไปกะผัวนะ ดีจะตาย อีซี่ อีซี่ เหล่ๆ หลิ่วๆ เล็งๆ มันก็บอก เอาเลยจ้าสุดที่ร๊าก…) แป้งที่ว่าน่ะ MAC's Prep + Prime Transparent Finishing Powder สรรพคุณ “โว” ไว้ว่า A silky finishing powder that provides an invisible way to set makeup. Reduces shine while optically minimizing the look of pores, lines, imperfections. Available in one universal colour that suits all shades. Wear over makeup or on bare, moisturized skin. ส่วนบลัช เป็น M.A.C รุ่น Mineralize Skinfinish สี Refined ค่อนข้าง shimmery หน่อยๆ เป็นเอิร์ธโทน ใช้ไปได้อีกชาตินึง ไม่เคยซื้อบลัชทาแก้มเลยแหละ เคยซื้อบรอนเซ่อร์ของลังโคมตั้งแต่ปี 2000 ใช้มันเรื่อยมา 555 ถึงหมดอายุไปแล้วแต่ไม่แสบไม่คันก็ไม่ทิ้งมัน 555 ส่วนบลัชอันอื่นๆ ล้วนเป็นของแถมจากเอสเต้เป็นส่วนใหญ่ ยี่ห้ออื่นมีบ้างนิดหน่อย แม๊คอันนี้เลยค่อนข้างถูกใจ ตอนที่บีเอลองทาให้ อีก๊อตก็บอก สวยๆๆๆๆ ตัวเองเฉยๆ เพราะวันนั้นแต่งหน้าไปด้วย แต่วันนี้ลองทาดูบนหน้าโล้นๆ ลงครีม ลงกันแดด ลงแป้งแม๊คอันใหม่ ทาบลัชอันใหม่ ลงลิพกลอสเฮลโหลคิตตตี้ ก็โอเคแหละ สะใจก็แป้งนั่น ดี-เลว คุณภาพพอกันกับ Laura Mercier - Mineral Finishing Powder Transparent ที่ใช้อยู่ ดูได้จากในรูป No Re-touch นะคะ หลุมสิว ฝ้า และ กระ ยังรักกันดีไม่หนีไปไหน 555 พร้อมกับใส่แว่นอันใหม่ด้วย 5555

ออกจากร้านแม๊คก็ไปซื้อเค้กร้านประจำ แวะซื้อแว่นกันแดด อยากได้ Tom Ford รุ่น Whitney มันเสือกไม่มี 5555 เลยไปลากแว่นกิ๊กก๊อกที่ JCpenny ค่าเสียหาย 15 เหรียญ มาใส่แทนอันที่ไอ้ตี้หักขา (มันหักประจำเลย น่าตื้บจริงๆ) สบายกระเป๋าพี่ก๊อตไป 5555 ต่อจากนั้นก็ไปดินเน่อร์ที่ร้าน Million Elephants ก็อร่อยดีตามเคย ร้านอาหารไทยที่คนแน่นตลอด แต่บริหารและปรุงโดยคนลาว (เพื่อนกัน) ไม่ดีเลิศ แต่ดีกว่าร้านคนไทยแท้ๆ หลายร้านคือ วันอาทิตย์เป็นวันแม่จริงๆ โดยปกติเค้าจะเสริฟคุณแม่ๆ Breakfast in Bed ให้ดอกไม้ หรือทั้งครอบครัวไปกินนอกบ้านมื้อหรูกัน บ้านเราจัดการซะให้เสร็จๆ ในวันสุกดิบ 555 เพราะเข็ดร้านอาหารแน่นเอี้ยด รอคิวจนหมดอารมณ์ วันนั้นเลยสบายๆ ร้านแน่น แต่ไม่มีคิวต้องรอ กินกันสบายๆ กลับถึงบ้านเกือบเที่ยงคืน

page-399

รูปก้อนนี้เป็นคุณรอมเค้า เดี๋ยวนี้ทำผมประหลาดๆ ทุกวัน นอกเหนือไปจากกิ๊บหูทั้งหลาย ที่ฮิตรองๆ ลงมาก็คือ ผมโบว์ เธอได้ inspiration มากจากนักร้อง Lady Gaga ลูกอิชั้นเป็นสาวแล้วชอบศิลปินคนโน้นคนนี้ 555 มันทำของมันไปเรื่อยๆ แหละ แปลกประหลาดหรือตลกแค่ไหนก็ห้ามขำ บางทีพยายามเก็บกด “กื้กกกก…” เกือบตาย บ่อยๆ ที่กลั้นไม่อยู่… “กื้กกก…” กระจายตรงหน้ามัน 5555 คือห้ามขำเด็ดขาด ต้องเสแสร้งจอมปลอมชมว่า สวย น่ารัก ทุกครั้งไป เพราะถ้าขำแล้วมันก็จะร้องไห้ แสนงอน เรื่องยาว ขี้เกียจด่า ขี้เกียจง้อ มันด้วยแหละ เอ้า…เชิญชม

page-398

Happy Mother’s Day Everyone !!

Wednesday, April 15, 2009

คัน คัน คัน คัน

อากาศบ้าๆ บอๆ เดี๋ยวอุ่นขึ้นมา 2-3 วันนี้เกิดหนาวเยือกขึ้นมาอีก ลมแรงมาก แถมบอกว่ามี dust storm อีก เป็นคนที่คันคะเยอมากมายกว่าใครๆ อยู่แล้ว เลยคันกันไปยกใหญ่ นอกจากคันด้วยโรคจิตที่อีมี่เอาเหาเข้าบ้าน พ่อ แม่ลูก เกา หัว หู หาง แก่กๆๆๆๆ หาอะไรชะโลมทาทั้งวี่ทั้งวัน ยิ่งอีพวก Body Lotion & Body Cream ของ Bath & Body Works ช่วยอะไรไม่ได้อยู่แล้ว เข้าใจเอาเองมาตลอดว่าของพวกนี้ใช้โลชั่นหรือครีม-เกรด “กิโล” คือมีส่วนประกอบดีๆ อยู่ใน % ต่ำๆ จุดขายหลักคือ “กลิ่น” แฟนซีมีให้เลือกมากมาย และแพ๊คเกจน่าจะเป็นเรื่องรองๆ ลงมา ก็เลยไม่ค่อยได้ซื้อพวกโลชั่นหรือครีมยี่ห้อนี้มาเท่าไหร่ หนักไปทาง Liquid Soap, Bath Gel, Shower Gel และ Bath Foam มากกว่า แต่ก็ซื้อตอนเค้าลดแหลกเหลือขวดละ 2-3 เหรียญ เท่านั้น จริงๆ แล้วคนที่สนุกใช้คือลูกและผัว ตัวเองเป็นคนติดอ่าง 555 ติดอาบน้ำอ่างตั้งแต่เมืองไทยแล้ว 555 เพราะชอบแช่น้ำอุ่นจัดๆ เลยไม่ค่อยใช้สบู่ จะใช้สบู่ก็เฉพาะจุด จุด จุด คือ แถวง่ามๆ เท่านั้น 5555 ง่ามแขน ก็ จั๊กกะแร้ไง ง่ามขา ก็ รู้ๆ กันอยู่ 555

กลับมาเข้าเรื่องคันๆ คือไม่ใช้โลชั่นแฟนซียอดนิยมใด จะหาซื้อแต่แบบที่ rich มากๆ แต่กลิ่นต้องไม่ “อวล” หอมหึ่งมากมาย หรือ สาปสางเขียว ไม่มีกลิ่นเลยก็ดี ก็เลยใช้ไอ้ 4 ขวด (หลอด) รูปบนซ้ายมาตลอด แต่พอมันคันๆๆ แบบไอ้ครีม โลชั่น พวกนั้นเอาไม่อยู่ ทาจนมันเมือกแบบนั่งนอนไม่ได้ เดี๋ยวเลอะเปอะเปื้อน แต่แป๊บเดียวแหละ ผิวแห้งอีกแล้ว เลยไปซื้อไอ้ JOHNSON'S ® Baby Oil Gel with Aloe Vera & Vitamin E มาใช้ ใช้อยู่เกือบอาทิตย์แล้ว เรียกว่าเป็น my number one ตอนนี้เลย กลิ่นก็น่ารัก 555 เบบี้ดี แต่ใช้ยากนิดนึง บีบยาก มือไม้มันเมือก กลับไปจับขวดอีกบีบๆๆๆ ลื่นเหนอะ เลยเอาใส่ขวดปั๊มซะหมดเรื่องหมดราว สะดวกดี

คราวนี้มาถึงหนังกะบาล คันๆๆๆ อิ๊บอ๋าย ใช้แชมพู ครีมนวดอะไรก็ไม่หายคัน ทั้งคันโรคเรื้อนอยู่เป็นทุนมากมายแล้ว OLUX® Foam ยาที่ใช้ - ก็เป็น Class I steroid power เลยเชียว ยิ่งใช้ผิวยิ่งบาง แต่ก็ใช้มาเกือบ 5 ปีแล้ว (on & off) แล้วแพงโคตรๆ ด้วย (หลอดละ 100g ใช้ได้ประมาณ 2 สัปดาห์) co-pay 20% ต้องจ่ายประมาณ 70 เหรียญ ราคาเต็มสยองมาก ถ้าไม่มีประกันคงย้ายไปอยู่หมู่บ้านขึ้ทูตกุดถังนานแล้ว 5555 นอกเหนือจากใช้ไอ้โฟมราคาทองคำนั่นแล้ว ก็ใช้ไอ้ Scalpicin Maximum Strength สลับสับหว่างเรื่อยมา ไอ้นี่ซื้อได้ที่ drugstore ทั่วๆ ไป ราคาประมาณ 7 เหรียญ ตอนนี้คันหัวก็บีบๆ ทาๆ ยีๆ หนังกะบาล มันก็พอทุเลาแหละ ส่วนไอ้ Head & Shoulders soothing lotion ใช้แล้วไปไหนไม่ได้เพราะผมกังๆ แข็งๆ เวลาเกาๆ สางๆ ก็เป็นคราบขาวๆ ตุ๊เรดมากๆ มันก็พอทำให้ทุเลาหายคันลงบ้าง แต่ไม่ชอบเลย ส่วนไอ้กันแดดขวดทองนั่นเอามาแปะให้มันเต็มๆ กรอบรูปเฉยๆ เป็นกันแดดที่ชอบอยู่ตอนนี้

page-365

ลืมบอกไปวันนี้ตื่นมาจัดการไอ้รอมมี่ไปโรงเรียนเสร็จก็อาบน้ำแต่งตัวไปให้เค้าเจาะเลือด เสร็จรวดเร็วเกินคาด จบไปหนึ่งธุระ ตานี้มาดูรูปบุตรธิดากัน วันนี้อีมี่มีเกมส์ มันโทรมาตามให้ไปเชียร์ (โรงเรียนไอ้กันก็ดีงี้แหละ มีโทรศัพท์ให้เด็กๆ ใช้ฟรีๆ 555) วันนี้แข่งที่โรงเรียนมันใกล้ๆ บ้าน แดดแจ๋แต่ลมแรงมาก (แรงน้อยกว่าเมื่อวาน เมื่อวานน้องๆ พายุเลยแหละ) พอลงรถได้ลืมระวังตัว ปล่อยไอ้ตี้วิ่งเป็นนางแบบอิสระเสรีนิวฟรีด้อมเลย ไล่จับมันไม่ไหวเลยลากมันไปที่รถ จกเอารถเข็นมันออกมาแล้วล๊อคมันให้เป็น Dr. Hannibal Lecter อีก 555 แต่หนาวมากเลยต้องเอาผ้าห่มที่ติดไว้มนรถมาห่อมัน จริงๆ มีผ้าห่มนวมแบบเป็นถุงซิปติดรถเข็นเลยนะ รูดปิดเปิดสะดวก เพิ่งเอาออกไม่นานมานี้เอง เพราะเห็นว่าไม่หนาวแล้ว ดูมันทำกระพือเข้ากระพือออก

page-363

วันนี้ทีมของอีมี่เป็นทีมเหย้า HomeTeam แพ้อีกแล้ว 555 ดูไอ้ทีมโรงเรียน John Adams หน่วยก้านหนาแน่นกว่าเยอะ แถมเฟอร์นิเจ้อร์เพียบ 555 (อนาคตโรงเรียนใหม่ของอีรอมเค้าแหละ) พอตอนแยกย้ายกันกลับเค้ามีทำแถวแบบ “รีรี ข้าวสาร” ให้ทีมเหย้ามุดกลับเข้าไปใน duct out น่ารักดี จากนั้นทีมอีมี่ต้องวิ่งรอบสนาม 5 รอบประจารให้เพื่อนๆ ที่โรงเรียน “โห่” เป็นการลงโทษ ที่เจือกแพ้ 555

page-362

ดอกกุดาบ จ้า ดอกกุดาบ 555 บ้านนี้กุหลาบเยอะ แต่สุขภาพห่วยมา แมลงลง มีต้นนึงดอกสีม่วงอ่อน ม่วงจริงๆ นะ ไม่ใช่ชมพู ดอกดกมากๆ เวลาตัดไอ้กุหลาบบ้านนี้ปักแจกันก็ต้องล้างแช่น้ำอยู่นานเพื่อเอาไอ้แมลงทั้งหลายออก ส่วนแจกันล่างซ้ายนั่นเป็นรูปเก่า ดอกกุหลาบชุดนั้นจากบ้านเก่า มีสีม่วงเข้ม สีแดงเดือด สวยๆๆๆๆ

page-364

Friday, January 2, 2009

Shop ปิ้ง @ Sanrio & Estee Lauder (นิดๆ)

page-204

ยังเม๊งๆ คาใจเสียใจเรื่องกระเป๋าอยู่ เลยขอโพสต์แก้เซ็งอีกเรื่อง คือพาลูกไปมอลล์ ไปที่ร้านลิบบี้ลูคลับน่ะ พอก่อนกลับแวะไปร้านซานริโอ้ (สัญญากับอีมี่ไว้ว่าถ้ามันไม่งี่เง่างอแงร้องเอาโน่นนี่ตามเพื่อนที่ลิบบี้ลู กับ ร้านบิ้วดาแบร์ จะอนุญาตให้มันซื้อของกิ๊บกิ้วที่ซานริโอ้-เงินมันเองนะคะ 555 แม่เขี้ยวลากดินสุดๆ) ปรากฏว่าพอเข้าร้านอีแม่กลับเป็นคนซื้อตู้มๆๆ.. อีมี่ซื้อนิดเดียว แม่ได้ของที่เค้าลด 50% กระเป๋า Angry Little Girl ลดจาก 28 เหลือ 14 ส่วนสต๊อกกิ้งเฮลโหลคิตตี้น่ะ ลดจาก 18 เหลือ 9 แล้วไอ้ตัวที่ห้อยตุ้งติ้งทั้ง 5 ตัวนั่นแกะออกมาเป็นฟิงเก้อพับเป็ตได้นะ แล้วหัวใจที่ประดับก็เป็นกระเป๋าเอาไว้ใสของขวัญจิ๋วๆ ได้ เก็บใส่ลังคริสต์มาสไปแล้ว 5555 ชอบซื้อของหลังฤดูกาลค่า เป็นคน Cheap ค่ะ

พอขากลับต้องเดินผ่านเมซี่ส์เพราะจอดรถไว้ทางด้านเมซี่ส์ เลยแวะซื้อโทนเน่อร์ ขวดเก่าเหลือให้เช็ดๆ ถูๆ ได้อีก 2-3 ทีแค่นั้นแหละ ขวดรุ่นใหม่ฝาเปลี่ยนไป๋แฮะ พอซื้อก็ลังเลว่าจะซื้อชุด Resilience Lift ดีหรือปล่าว มันมีให้เลือก 2 อย่าง สีชมพู-รีซิเลี่ยนซ์ สำหรับผิวแห้ง กับ ชุดสีฟ้า-ไฮดร้าไบร๊ท์ สำหรับผิวผสม พอดีมีไอ้ไฮดร้าไบร้ท์กระปุกใหญ่เหลืออยู่เต็มเลย แล้วก็กระปุกแถมอีก ไอ้ตัวนี้ใช้หน้าร้อนไม่ได้ด้วยสิ เหนียวเมือกเข้มข้นไปหน่อย สุดท้ายก็ลากรีซีเลี่ยนซ์มาเพราะเมื่อก่อนก็ใช้ตัวนี้เป็นหลัก หลังๆ มาซื้อตัวโน้นตัวนี่เรื่อยเปื่อย รีซีเลี่ยนซ์เลยตกขอบไปพักใหญ่ๆ ไม่แน่ใช้ไอ้ที่มีๆ อยู่ร่อยหรอลงบ้างอาจกลับใจไปรักรีซีเลี่ยนซ์เหมือนเดิม เพราะชอบกลิ่นมากกว่าตัวอื่นๆ 5555 ชุดนี้มาในกล่องแข็งโป๊งสวยงามตามแบบฉบับของเอสเต้ พอแกะออกมาก็เจอนี่เลย 8 รายการ

  • Resilience Lift Extreme Ultra Firming Creme SPF 15 For Dry Skin - 0.5 Oz
  • Soft Clean Moisture Rich Foaming Cleanser For Dry Skin - 1.7 Fl.Oz
  • Soft Clean Silky Hydrating Lotion For Dry Skin - 1.7 Fl.Oz
  • Resilience Lift Extreme Ultra Firming Eye Creme For All Skin types - .17 Oz
  • Perfectionist [CP+] Wrinkle Lifting Serum For All Skin types - .24 Fl.Oz
  • Take it Away LongWear Makeup Remover – 25 Towelettes
  • Travel Bag + Companion Bag (กระเป๋าบ้าบอของแถมเต็มบ้านเลย 5555)
  • Mirror

ลืมเล่าคุณแม่ๆ ของเด็กโรงเรียนแคธอลิคเค้าวางแผนเซอร์ไพร้ส์ครั้งใหญ่ให้สามสาวเร็วๆ นี้ พอเค้าบอกรายละเอียดมาปุ๊บ แม่อีรอมสะอึก จุก เจ๊กอัก อย่างแรง คือว่า เธอๆ แพลนว่าจะพาสามสาวไปดูคอนเสิร์ทของ Jonas Brothers ที่จะมาแสดงที่เฟรสโน่ เธอจะซื้อตั๋วแถวหน้าแล้วก็บอกราคาแบบประมาณๆ ไว้ว่าคนละ 270 ขึ้น แล้วจะเช่าลีโม่ยาวปรื๊ดดดด…… ด้วย ฮ่วย..แล้วกรูจะเอาอีหยังแด๊กละเนี่ย สรุปคร่าวๆ อีรอมกะแม่ก็ประมาณ 7-800 เด้อค่ะเด้อ 7-800 เนี่ย เกือบพอจ่ายค่าเช่าบ้านได้ 1 เดือนเลยนะคะ ตานี้ก็ต้องมานั่งรอว่าพวกมันโทรมาเมื่อไหร่ จะแกล้งตายเมื่อนั้น ไม่คุยด้วย ช้างจะ “คี่” ก็ “คี่” กันตามสะดวก อิชั้นไม่ปวด “คี่” ค่ะ งานนี้ขอ…บาย….. ชวนกันไปกินแม๊คโดเน่าส์ จะไม่ว่าหรืออิดออดซักวินาที นี่เป็นอีกหนึ่งเซ็งค่ะ

Tuesday, November 25, 2008

Estee Lauder Review (My Way)

ก่อนอื่นต้องเรียนให้ท่านๆ ทราบว่า ทั้งหมดที่จะกล่าวนี้เป็น ความคิดเห็น ความรู้สึก และผลลัภธ์จากการใช้ผลิตภัณฑ์ของดิฉันแต่เพียงผู้เดียว มิได้อ้างอิงหรือคัดลอกผลสรุปของใครๆ ใดๆ ทั้งสิ้น และต่างคนต่างสภาพผิวผลที่ได้และไซ้ด์เอ๊ฟเฟ็คคงต่างกัน อ่านแล้วอย่าโกรธ อย่าโมโห และอย่าลุ่มหลง 55555 เอ้า เชิญอ่าน

อย่างที่เคยบอกว่าใช้ผลิตภัณฑ์ของเอสเต้มานานแสนนาน แต่หน้าตามิได้ผ่องกิ๊ก เรียบกริบ ใสกิ๊ง อย่าง Paulina Porizkova, Elizabeth Hurley หรือสาวน้อย Hilary Rhoda แต่อย่างใด คือป้าแก่แล้ว ป้ารู้ตัวจ้า หยุดความร่วงโรยตามวัยไม่ได้ ถ้าสามารถชะลอความ “ฉะ-ลา” ได้บ้างก็คงจะดี คิดซะว่า “ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย”

เริ่มด้วยการทำสะอาดหน้าตาก่อนในตอนเช้า ที่ใช้อยู่คือ Perfectly Clean Splash Away Foaming Cleanser

page-92

มีมันไว้ทุกห้องน้ำรวมทั้งเหนือซิ๊งค์ล้างจานในครัว (เหมือนเป็นคนสะอาดม๊ากกกก… เลย แต่ปล่าว ซกม๊กน่ะ ล้างหน้าตรงไหนก็ได้) อันนี้ก็เป็นโฟมล้างหน้าธรรมดา ไม่รู้สึกพิเศษกว่ายี่ห้ออื่น ราคาพอทนได้ ที่เห็นมีของ GWP-Gift With Purchase ซะ 3 หลอด ขนาดต่างกันได้มาต่างกรรมต่างวาระ

ชอบตรงที่กลิ่นไม่หอมฉุนรุนแรง ล้างหน้าแล้วไม่คันยุบยิบ ล้างแล้วหน้าไม่แห้งตึงเปี๊ยะ ใช้มานานและก็จะใช้ต่อไป (บางทีซื้อโฟม 1 หลอด ได้ของแถมเป็นกะตั๊ก-เวลามีโปรโมชั่นบนเว๊บ)

อันต่อมาหลังจากล้างหน้าก็เช็ดซะหน่อยด้วย Perfectly Clean Fresh Balancing Lotion

page-104 ก็มีอยู่เท่านี้แหละ 1 ฟูลไซ้ส์ อีกอันของแถม ส่วนไอ้หลอดนั่นแถมมายังไม่เคยใช้

สำหรับโลชั่นเช็ดหน้าอันนี้ใช้มานานมากแล้วเช่นกัน จากหน้าตาขวดเดิมๆ เปลี่ยนมาเป็นแบบนี้ ก็ใช้มันเรื่อยมาและคงจะใช้มันเรื่อยไป ราคาไม่แพง ใช้ทนใช้นานกว่าจะหมดขวด ราคาเท่ากับโฟม $19.50 ยังขวดใหญ่ยักษ์ซื้อมาขวดนึง ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ ราคา $30.00 (13.50 ออนซ์)

พอเช็ดแล้วก็รู้สึดสดชื่นดี ทำเป็นกิจวัตรหลังล้างหน้าจนคุ้นเคย ไม่เช็ดไม่ได้แล้ว เหมือนล้างหน้าไม่สะอาด

หลังจากเช็ดด้วยโลชั่นข้างบน พัดๆ โบกๆ ให้หน้าแห้งๆ เสร็จแล้วตามด้วย Idealist Pore Minimizing Skin Refinisher

page-109 อันนี้น่าจะเพียบไปด้วยซิลิโคน หน้าลื่น มือลื่น เลยหลังจากทาใช้มาได้ระยะนึงแล้ว ชอบดี แต่ไม่เห็นความแตกต่างเรื่องขุมขนว่าหุบขยายกว้างแคบ ใช้ก่อนแต่งหน้า หน้าก็มันตามปกติ ไม่ได้คควบคุมความมันแต่อย่างใด มีฟูลไซ้ส์อยู่ 1 ขวด ไม่รู้เมื่อไหร่ได้ใช้ เพราะตอนนี้ขยันใช้ไอ้พวก GWP ให้หมดๆ ก่อน บางขวดตั้งก๊ะ 2007 โน่น ไอ้หลอดจิ๋วเป็น Idealist Micro-D Deep Thermal Refinisher น่าจะเจ้มจ้นหรือเริ่ดกว่ามั๊ง ยังไม่ได้ลองใช้เลย

อันนี้ก็คงใช้ไปเรื่อยๆ หมดก็คงซื้อใหม่ ยังลังเลใจอยู่ค่ะ อิชั้นทาเจ้านี่เฉพาะกลางวัน แต่วันไหนที่อิชั้นแต่งหน้าบางทีก็สลับใช้เมคอัพเบสพวกเนื้อซิลิโคนเพียวๆ ไม่ทาเจ้าไอเดียลิสต์รองพื้อนก่อน เพราะซิลิโคนเหมือนกัน มันรู้สึกเหมือนว่าจะหนาโพดดด… ราคาเกือบทนไม่ได้ แพงไปนิด แต่ก็นานนนนนน…มาก กว่าจะหมดขวดนึง และรู้สึกว่าทาแป้งแต่งหน้าเรียบเนียนกว่าไม่ได้ใช้หน่อยนึง

พอเสร็จจาก Idealist ก็ตามด้วย Perfectionist [CP+] Wrinkle Lifting Serum

page-99อันนี้ราคาพอกับ Idealist ใช้มา เกือบ 2 ขวดฟูลไซ้ส์แล้ว ไอ้ขวดที่สองยังไม่เปิดใช้ ก็ดันมาเปลี่ยนแพ๊กเกจ ตอนนี้ก็เร่งใช้ไอ้พวกทางซ้ายมือให้หมด ส่วนฟูลไซ้ส์ขวดรุ่นใหม่ ไปช้อบกับนังซ้าาาามี-แล้วเค้ามีของแถมชุดใหญ่ เดินทำหน้าหงิกๆ บ่นๆ ว่าของที่ใช้จะหมดแล้ว-ก็เลยได้มา ใช้มาระยะนึงแล้ว ไม่รู้ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีจนโดดเด่นหรือปล่าว หมดก้อนฝูงนี้นี้ ถ้าได้แถมมาก็จะใช้ ไม่ได้ก็ไม่ใช้ เพราะติดที่ราคา อิชั้นจะทาเจ้านี่ทั้งกลางวันและกลางคืน

แรกเลยที่ตัวนี้ออกมา นังบีเอทำให้งงตดหลงเชื่อว่า เจ้านี่จะช่วยลบเลือนฝ้า กระ (ส่วน ตะกละ-ไม่ช่วยนะคะ) พูดอะไรมา นังบื้อก็ฟัง พอมาอ่านดู มันช่วยเรื่องริ้วรอยเหี่ยวย่น เลยกับไปบ่นๆ มันก็บอกช่วยแหละ แต่ต้องใช้ควบคู่กะไอ้ตัวถัดไป เอากะพวกมันซิ But I always fall for it….. Why do I always fall for it?

เอาต่อๆๆๆๆ หลังจากฟิวเจ้อพาร์ค โน่ๆๆๆ ฟิวเจ้อเพอร์เฟ็คก็ต่อด้วยนี่เลย Advanced Night Repair Eye Recovery Complex

page-102

อันนี้เป็นตัวตบท้ายทั้งรอบเช้าและรอบดึก ใช้มานานมากอีกตัวนึง หนึ่งใน “อมตะ-อีลีท” ของเอสเต้ที่ใช้มาตลอด ตัวนี้ก็เป็นของที่มาในรูปแบบ GWP ซะบ่อยๆ โปรดสังเกตุ ว่าฟูลไซ้ส์ กระบุกติ๊ดนึง แต่ใช้นานมากกก นานจนลืม เพราะใช้ทีละติ๊ดเดียว ทาแล้วตาชุ่มชื่นดี ทีนกายังไม่มาบุก อาจเป็นเพราะอ้วนด้วยแหละ ตัวนี้ทาแล้วมีแสบๆ หมายถึงแสบบนผิวเปลือกตาน่ะนะ ซาดิสต์หน่อยๆ คิดว่าคงเป็นกระบวนการทำงานของมันมั๊ง หุงต้มปิ้งย่างไปตามเรื่อง แต่ถ้าเข้าตานั่นแสบแน่นอน หมดแล้วซื้อใหม่มั๊ย - - ซื้อแน่นอน แต่มีหวังอีกนั่นแหละ หวังของแถม 5555

เป็นว่าจบกระบวนการภาคเข้า ถ้าไม่ไปไหนก็อยู่แบบนั้น ถ้าแค่วนๆ อยู่แถวในเมืองไม่พบผู้ใดก็ไปแบบนั้น ทาลิปมันซะหน่อย ถ้าไปเป็นเรื่องเป็นราวก็โบ๊ะหน้าตาปกติ

มาๆๆๆ มาต่อรอบดึก หลังจากล้างหน้า โทนด้วนโลชั่น ก็เริ่มเลยด้วยคุณคนนี้ Advanced Night Repair Protective Recovery Complex

page-101อมตะนิรันดร์กาลมากๆ ใช้มานาน ตั้งแต่หยดแรกที่ใช้ จนถึงวันนี้ก็ไม่เคยประทับใจในไอ้หัวจุกดูด “ดร๊อปเป้อร์” นั่นเลย-พับผ่าสิ ทำไม๊ ทำไม ไม่ทำหัวปั๊มให้มันรู้แล้วรู้แร่ดฟระ ที่ชอบและใช้เรื่อยมาคือ ไม่มันเมือก เป็นซีรั่มที่ทาแล้วสบายหน้า นอนหลับ ไม่เหนอะ ที่หน้านุ่มๆ ควรจะให้เครดิตคุณคนนี้เค้า เพราะเวลาขี้เกียจสุดๆ ล้างหน้าเสร็จก็โบ๊ะตัวนี้อย่างเดียว ไม่มีตามหลัง ไม่มีปิดท้าย ราคายังเป็นเรื่องกวนใจ หมดแล้ว ต้อง ซื้อใหม่แน่นอน ภาวนาให้แจกๆ แถมๆ ต่อไปเรื่อยๆ เถิ้ดดดดด…..

แต่ถ้าทำให้ครบกระบวนยุทธ์ ก็ตามด้วยนังกระปุกขาวๆ เงินๆ Future Perfect Anti-Wrinkle Radiance Creme SPF 15 for Normal/Combination Skin เลย แล้วก็จบด้วยสอดสร้อยมาลา กับ Advanced Night Repair Eye Recovery Complex อายครีมอันเดิม เป็นว่าจบแบบบริบูรณ์ ไอ้ตัวนี้ได้มาเพราะไปเม๊งกะคุณบีเอ เธอก็เลย “กำ” ตัวอย่างให้มาใช้ 2 กระปุกจิ๋ว Future Perfect Anti-Wrinkle Radiance Creme SPF 15 for Normal/Combination Skin

page-105

เธอบอกว่าทานี่ทับไอ้ขวดสีม่วงนั่น เอาทาก็ทา ไปๆ มาๆ ได้ไอ้เจ้านี่ขนาด GWP มาโหลนึง จาการทวงถาม จากการซื้อตัวอื่นๆ จะมีครีมนี้ติดมาในชุดของแถมด้วยเกือบทุกครั้ง ใช้มาเรื่อยๆ ไม่เคยซื้อ ฟูลไซ้ส์ จะใช้ต่อไปเรื่อยๆ หวังว่าคงได้มาฟรีเรื่อยๆ 5555 ถ้าจนมุม-อาจซื้อ เจ้านี่ราคามาตรฐานเอสเต้ $65.00/1.7 oz. คิดว่าคงไม่ต้องซื้อมากกว่า

ผลพวงจากการใช้เจ้าครีมตัวนี้ ไม่รู้สึกอะไรมากมาย แต่ที่รู้คือหนังหน้าชุ่มชื้น นุ่มดี ไม่รู้ว่าเป็นผลพวงจากครีมตัวไหนแน่ เพราะใช้อย่าง “ส่งเดช” มากๆ ฝ้า กระ ไม่หายไปหน ไม่จางลง เลยหันมาแก้ปัญหาตรงนั้นด้วยคอนซีลเล่อร์คงจะดีกว่า ทาก่อนนอนตื่นมาหน้านุ๊ม…นุ่มค่ะ อิชั้นคอนเฟิร์ม 555

แต่ทว่ามีอย่างอื่นอีกมากมายที่ครอบครองอยู่ ใช้และชื่นชอบ ใช้และเกลียดชัง แต่เสียก๊ะตังค์ไปแล้วก็ต้องดันทุรังใช้ให้หมด เสียดายเงินเน้อ…ผัวทำงานหลังอาน เราก็ต้องผลาญอย่างเห็นคุณค่า 555

page-107 page-108 page-106

พวกกระปุกสีฟ้าได้แถมมา Hydra Complete Multi-Level Moisture Eye Gel Creme

ชุดสีชมพูนั่น Resilience Lift Extreme Ultra Firming Eye Creme

ส่วนชุดเงินๆ ทองๆ นั่นเป็นชุดเริ่ดของเอสเต้เค้า Re-Nutriv แพงระยับ ได้มาก็ใช้ไป ไม่ซื้อแน่นอนจ้า แพงโพด

page-103อันนี้เป็นครีมที่ชื่นชอบอันนึง Hydra Bright Skin-Tone Perfecting Moisturizer Creme SPF 15 ส่วนมากจะทาเป็นตัวจบตอนเช้า ถ้าวันไหนใช้ตัวนี้ก็จะสกิ๊พ Idealist เพราะไม่แต่งหน้าแน่นอน ครีมตัวนี้ค่อนข้างมัน และราคาน่ารักกว่าใครๆ จะเห็นว่า GWP ขนาดบึ้มมาก เกือบครึ่งนึงของฟูลไซ้ส์เลย ใช้หน้าหนาวจะดีมาก ชุ่มชื่นดีค่ะ แต่เรื่องมันเมือกต้องยกนิ้วให้เค้าเลยค่ะ

page-110

ชุดนี้เป็นอะไรแบบต่างคนต่างมา ไม่มีพวก ลิปหลอดสีฟ้าเป็นลิปบาล์มที่เริ่ดที่สุดในโลก ตัวเองมีครอบครองแค่ 2 หลอด มันเป็น Limited Edition ของเอสเต้เมื่อซมเม่อร์ 2007 ชื่อของมัน ESTEE LAUDER Tom Ford Collection - The Lip BAUME A LEVERS SPF 15 คือ อีคุณ ทอม ฟอร์ด เนี่ยเธอเฟมัสมากในวงการฟามงามและแฟชั่น เธอได้มา “พะ” ยี่ห้อให้เอสเต้ชุดที่ออมาช่วงซัมเม่อร์ปีนั้นค่ะ ปกติจะใช้ลิปม๊อยส์เจ้อของเอสเต้ที่ไร้สีมาโกฏปี จะไปซื้ออันเดิมแหละ แต่เค้าเชียร์อันนี้เลยลากมาซะ เนื้อครีมเป็นสีขาวด้าน ชอบๆๆๆๆ ทาทั้งวันทั้งคืน 5555 ทารองพื้นกลอส บางเรียบสวย ทากับสีนู้ดๆ ก็นู้ดถูกใจ ทานอน-ผัวก็ชมปากเหมือนตูด 5555

อีกอันคือ DayWear Plus Multi Protection Anti-Oxidant Creme SPF 15 อันนี้คงจะดีตามที่เค้าร่ำลือ แต่ได้ทนใช้ไอ้ฟูลไซ้ส์มาจนหมด ทรมานมาก เพราะกลิ่นแตงกว่า ไม่ช้อบ ไม่ชอบกลิ่น เลยต้องเลิกลา มีไอ้นี่เหลืออยู่อัน ก็เอาไว้ให้ลูกทาละกัน

ส่วนพวก Prescriptives ก็เป็น GWP อีกนั่นแหละ หลงไหลได้ปลื้มกับรองพื้น ลิบกลอส และ รองพื้นมิเนอร่อล เฉยๆ ซื้อมาใช้แล้วก็อยู่เป็นปีๆ แหละ จนหมดอายุ เพราะคงใช้ไม่หมด พอไปซื้อใหม่ก็ไม่รู้จะเป็นแบรนด์นี้อีกหรือปล่าว 5555 ไอ้พวกของแถมก็ไม่เคยลองใช้ เอาไว้ให้อีมี่มันใช้ละกัน

page-100

ไม่ต้องสงกาสัย ว่าเวลามีของแถมเป็นตับๆ จะใช้ยังไงก่อนหลัง วิธีของอิชั้นคือ เขียนไว้เลยสิคะ อยากจะแจกน่ะนะ แต่พอดีงก เก็บไว้ใช้ ประหยัดไปหน่อยนึงเน๊อะ อย่าโกรธกันน้าาาาาา…..

ส่วนต่อไปนี้ไม่ใช่เอสเต้ (คงไม่ว่ากัน) ก้อนนี้เป็นของอีมี่ สบู่บ๊าธฯ กลิ่นโปรดกลิ่นใหม่ มันโปรดเรื่อยไปแหละ อันนี้เป็น “โปรด-ล่าสุด” ขอบอกว่าแม่ก็โปรดอันนี้มากๆ Candy Apple มีชิมเม่อร์วิบวับสวยดี หอมๆๆๆๆ เป็นกลิ่นที่ซีซันน่อล ปีใหม่คงจะหายไป รอดูว่าตอนลดราคามีเหลือให้ลากมาตุนหรือปล่าว (ลดใหญ่ เซไม-แอลน่วล เริ่ม 27 ธันวา นะคะคุณๆ) ส่วนชุด นั่นซื้อให้มันใช้นานแล้ว สบู่ขวดที่สอง ครีมขวดแรกยังไม่หมด ลิพกลอส Clinique ของมันก็ไม่เห็นพร่อง แต่มันมีกลอสของเอสเต้เป็นฝูง บางทีนึกอออกอยากจะทา เธอก็ทาซะจนเหมือนไปแอบทานตูดใหญ่ไก่ตอน ไอ้หลอดจิ๋วนั่นครีมแต้มหัวสิว Murad เห็นสิวตุ่มนึงที่คางมันไปหามาให้มันทา ยุบทันตาแค่ข้ามคืน แม่ก็เลยขอใช้มั่ง หน้าไม่แข็งแรงพอ แก่ป่านนี้สิวยังคุกคามอยู่เรื่อยๆ ตอนนี้ก็กลัวแต่มันจะรักแร้ส่งกลิ่น และ ปจด. 5555 คนจะแตกสาว ส่วนโลชั่นนั่นก็คือกลิ่นโปรดดั้งเดิมของเธอ เห็นบอกว่ายังโปรดอยู่ ส่วนรูปถัดไป เป็นของแถมที่หนูดีได้มาจาก Clinique เค้าเป็นแฟนยี่ห้อนี้ คอยดูซื้ออะไรแถมอะไร ของแถมยี่ห้อนี้ไซ้ส์ถูกใจแม่มากๆ

page-93page-97อันนี้เป็นชุดที่อิชั้นใช้ประจำ โอเลย์ Olay Regenerist ขวดปั๊มไว้ทาคอ ขวดไซ้ส์ 100 ml. นี่ที่เมืองไทยไม่ยักกะเห็นมีขายเน๊อะ หรือมีก็ไม่รู้เดินไม่ทั่ว ส่วนหลอดม่วงๆ 2 หลอดนั่น เป็น Olay Regenerist Targeted Tone Enhancer เค้าเปลี่ยนลุ๊คหลอดใหม่ เลยลดราคารุ่นเก่าครึ่งนึง เลยลากมา งกค่ะ คุณสมบัติที่เค้าคุยไว้คือ ลบจุดด่างดำ ฝ้า กระ ถูกใจใช่เลย ถึงกับพกไว้ในกระเป๋าหนึ่งหลอดเลย บ้าป่าว 5555 นึกออกเป็นทา 5555 แต่พวกจุดด่างดำดัลเมเชี่ยนก็ไม่ยอมจากหน้าของช้านนนน….ไปไหน 555 คงทาถูไปจนหมดแล้ว มันน่าจะดีกว่าไม่ทำอะไรเลย (มั๊ง)

page-96

อันต่อมาค่ะ คือ พอนด์ เป็นครีมล้างหน้าที่เห็นแม่ใช้มาตั้งแต่เด็กๆ แล้วตอนเด็กๆ ก็เป็นนางรำซะด้วย แต่งหน้าโบ๊ะฉ่ำหนาๆ หนักๆ อยู่บ่อยๆ คุณนายแม่เธอก็โปะเอา โปะเอา เช็ดออก สะอาดทันตา เพื่อนพ้องที่รำฟ้อนด้วยกันไปล้างไปถูอย่างไร้ยอดคุณแม่คอยดูแล 5555 เดินตาดำปื๋อเป็นแพนด้ากันเป็นแถ๊ววววว…. ตอนนี้ก็ใช้ครีมพอนด์ล้างเครื่องสำอางค์ หลังจากเช็ดอายเม๊คอัพด้วย Gentle Eye Makeup Remover ของ EL ตามเคย ไม่ต้องบอกคงพอทราบว่าได้ฟรีมาเป็นฝูง ไม่เคยซื้อเลยค่ะตัวนี้ ตามด้วยการกระหน่ำใช้พอนด์ล้างหน้าให้หนำใจ เพราะราคาไม่แพง ล้าง เช็ด ถู จนคลีเน๊กซ์ขาวจั๊วะ ถึงจะหยุด 55555 อีกอันคือ Neutrogena Advanced Solutions At Home MicroDermabrasion System ใช้มาเป็นปีแล้ว ไม่หมดซักที ขัดหน้าด้วยทรายและเครื่องสั่นสะเทือน 55555 ถ้าไม่ลืม พยายามทำทุกวีค ไม่ใช้กระหน่ำตามตำรา สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพราะรู้สึกว่าหนังหน้ามิใช้พื้นถนน 5555

page-98page-94

อันสุดท้ายเป็นที่ดูดสิวเสี้ยนสเน่หา Panasonic Pore Cleanser Model EH2500s ดูดมันส์ สะใจ ด้านหลังเป็นที่พ่นไอน้ำอุ่นๆ เปิดรูขุมขนด้วย ชาร์จไฟไม่ใช้ถ่าน ชอบๆๆๆๆ รุ่นนี้เก่ามากแล้ว รุ่นใหม่ออกมาเพียบน่าใช้กว่าเยอะ แต่ก็ยังรักคุณคนนี้อยู่ คู่บุญมา 8 ปีแหล่วววว…

page-111

เหนื่อยเว้ย ทำพรีวิว+รีวิว พิมพ์ตั้งนาน พิมพ์เก็บหลายวันเชียว ผิดพลาดตกหล่อน ขออภัยนะคะคุณๆ

EcoEgoMama-02