Wednesday, July 29, 2009

ความเชื่อ แก้เคล็ด และ ฮวงจุ้ย ฯลฯ

ต้องออกตัวก่อนว่าไม่ได้ศึกษาค้นคว้ารวบรวมมาด้วยตัวเอง ใช้วิธี “ก๊อป-แปะ” เช่นเดิม แต่ได้ทำการ ตัดแต่งเว้นวรรค เว้นบรรทัด เครื่องหมายต่างๆ ออก เพื่อให้อ่านง่ายยิ่งขึ้น จริงๆ แล้ว เคยสนใจเรื่องฮวงจุ้ยอยู่พักนึง…นานมาแล้ว ซื้อหนังสือมาอ่านเป็นตั้งๆ แต่พออ่านอันนี้เค้ารวบรวม ย่อ ให้เข้าใจง่ายดี เลยเอามาแบ่งกันอ่านค่ะ แต่ข้อมูลดีๆ อันนี้คงจะถูกก๊อป แปะ ฟอ-เหวิด กันเละแบบไม่เครดิตผู้รวบรวม ผู้เขียน (ตั้งต้น) อิชั้นก็จนใจ ไม่รู้จะขอบคุณผู้รวบรวม (originally) ได้ที่ไหน ก็ขอบคุณกัน ณ ที่นี้เลยนะคะ

**************************************************************************

ฮวงจุ้ย

จัดโต๊ะนั่งตามวันเกิด

วันอาทิตย์

ห้ามใช้สีฟ้า สีที่ดีคือสีเขียวกับสีแดง

ห้ามทำการวันศุกร์ และนั่งหันหน้าทางทิศเหนือ เพราะทิศเหนือเป็นกาลกิณี ของคนวันอาทิตย์

· ทิศใต้เป็นศรี ดี

· ทิศตะวันตกเฉียงเหนือเป็นมนตรีดี

· ทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นเดช ดี นอกนั้นไม่เป็นไร

วันจันทร์

ห้ามใช้สีแดง สีที่ดีคือสีน้ำเงิน , ดำ, และสีขาว (สีประจำตัว)

ห้ามทำการวันอาทิตย์ และนั่งหันหน้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะเป็นทิศกาลกิณี ของคนวันจันทร์

· ทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นศรี ดี

· ทิศเหนือเป็นมนตรีดี

· ทิศใต้เป็นเดช ดี นอกนั้นไม่เป็นไร

วันอังคาร

ห้ามใช้สีขาว , สีนวล , สีโทนขาวทุกชนิด สีที่ดีคือ สีเหลืองไพรสีส้ม และสีชมพู ( สีประจำตัว)

ห้ามทำการวันจันทร์ และนั่งหันหน้าทางทิศตะวันออก เพราะเป็นทิศกาลกิณี ของคนวันอังคาร

· ทิศตะวันตกเป็นศรี ดี

· ทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นมนตรีดี

· ทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นเดช ดี นอกนั้นไม่เป็นไร

วันพุธกลางวัน

ห้ามใช้สีชมพู สีที่ดีคือสีสลัว สีเปลือกมังคุด และสีทองสัมฤทธิ์

ห้ามทำการวันอังคาร และนั่งหันหน้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพราะเป็นทิศกาลกิณี ของคนวันพุธ

· ทิศตะวันตกเฉียงเหนือเป็นศรี ดี

· ทิศตะวันออกเป็นมนตรีดี

· ทิศตะวันตกเป็นเดช ดี นอกนั้นไม่เป็นไร

วันพฤหัส

ห้ามใช้สีน้ำเงิน สีดำ และสีม่วง สีที่ดีคือ สีแดง และสีแสด

ห้ามทำการวันเสาร์ และนั่งหันหน้าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพราะเป็นทิศกาลกิณี ของคนวันพฤหัส

· ทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นศรี ดี

· ทิศใต้เป็นมนตรีดี

· ทิศเหนือเป็นเดช ดี นอกนั้นไม่เป็นไร

วันศุกร์

ห้ามใช้สีเทาสัมฤทธิ์ สีสลัว สีเปลือกมังคุด สีที่ดีคือ สีชมพู และสีฟ้า ( สีประจำตัว)

ห้ามทำการวันพุธกลางคือ และนั่งหันหน้าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพราะเป็นทิศกาลกิณี ของคนวันศุกร์

· ทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นศรี ดี

· ทิศตะวันตกเป็นมนตรีดี

· ทิศตะวันออกเป็นเดช ดี นอกนั้นไม่เป็นไร

วันเสาร์

ห้ามใช้สีเขียว สีที่ดีคือสีฟ้า (สีประจำตัว) สีดำ, สีม่วง, สีน้ำเงิน

ห้ามทำการวันพุธ และนั่งหันหน้าทางทิศใต้ เพราะเป็นทิศกาลกิณี ของคนวันเสาร์

· ทิศเหนือเป็นศรี ดี

· ทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นมนตรีดี

· ทิศตะวันตกเฉียงเหนือเป็นเดช ดี นอกนั้นไม่เป็นไร

วันพุธกลางคืน

ห้ามใช้สีแสด สีที่ดีคือสีเทาสัมฤทธิ์, สีสลัว, สีเปลือกมังคุด

ห้ามทำการวันพฤหัสบดี และนั่งหันหน้าทางทิศตะวันตก เพราะเป็นทิศกาลกิณีของคนวันพุธกลางคืน

· ทิศตะวันออกเป็นศรี ดี

· ทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นมนตรีดี

· ทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นเดช ดี นอกนั้นไม่เป็นไร

------------------------------------------------------------

ลักษณะ และ คำทำนาย

  • จุดและไฝ ก้น ชอบสมาคม ทะเยอทะยาน มีโชคลาภเสมอ มักร่ำรวย หยิบหย่ง ขาดความอดทน ชอบการพนัน
  • จุดและไฝ ก้นกบ มีรสนิยมทางเพศรุนแรง หมกมุ่นในกามารมณ์ เป็นชายอาจเป็นนักพนัน เป็นนักเลงหญิง เป็นหญิงมักหัวโบราณ
  • จุดและไฝ แก้มขวา มีวาสนาดี จะไม่ยากจน เป็นครูอาจารย์ มีผู้นับถือมาก
  • จุดและไฝ แก้มซ้าย วาสนาดี แต่ค่อนข้างเจ้าชู้ มักมีความคิดเห็นแหวกแนว จะได้รับมรดกจากญาติผู้ใหญ่
  • จุดและไฝ โหนกแก้มขวา จะมีนิสัยเห็นแก่ตัว มักเอาเปรียบคนในทางทุจริตประกอบมิจฉาชีพ ควรทำลายเสีย
  • จุดและไฝ โหนกแก้มซ้าย มีผู้อุปถัมภ์คำชู ใจกว้างชอบทำบุญ
  • จุดและไฝ ขมับขวา เม็ดนูน จะเป็นคนก้ำพร้า จะดีเมื่อโตขึ้น จะเป็นคนดีมีคนอุปถัมภ์เลี้ยงดู มีเพื่อนฝูงช่วยเหลือ
  • จุดและไฝ ขมับซ้าย เมื้อน้อย ได้รับการเลี้ยงดูดี เติบใหญ่จะลำบาก
  • จุดและไฝ ขมับ ดาวเกตุ วาสนาดี มีผู้อุปถัมภ์
  • จุดและไฝ ขมับขวา มีหัวคิดริเริ่มดี มีแต่ทางก้าวหน้าร่ำรวย ทำราชการดี แต่ระวังจะต้องรับภาระหนักจนเกินไปโรคภัยทางสมองจะเบียดเบียนได้
  • จุดและไฝ ขมับซ้าย เจ้าความคิดสำหรับคนอื่น ทำคุณกับใครไม่ขึ้น มีอาชีพการงานแน่นอน
  • จุดและไฝ ขาหนีบ ใกล้ของลับ ชอบสวยงาม ยั่วยวนเก่ง ชีวิตจะสบายมีเกียรติและชื่อเสียง
  • จุดและไฝ โคนขา ขันแข็งในการงาน อายุเบญจเพศจะเดือดร้อน จะพบลาภใหญ่ถึง 3 ครั้งฐานะดี ชอบเที่ยว มีผู้ใหญ่อุปถัมภ์ ปัญญาดี ชอบบุญกุศล
  • จุดและไฝ หน้าขา อ่อนน้อม ใจนักเลง มีคู่มาก จะมีโชคจากผู้ใหญ่
  • จุดและไฝ สันหน้าแข้ง ชอบเที่ยว ใจนักเลง อาชีพเด่นทางเสี่ยงโชค ระวังจะเป็นโจร กามารมณ์รุนแรง ความรักไม่แน่นอน มีความสุขเมื่อแก่
  • จุดและไฝ ขาอ่อน เก็บความลับไม่อยู่ โกหกใครไม่เป็น ชอบสนุกสนานเฮฮา เข้ากับคนทุกชั้น ชอบท่องเที่ยว
  • ปาน ขาหนีบ มักมากในกามารณ์ มีคู่นอนหลายคน มักชอบเพศตรงข้ามที่วัยแก่ หรืออายุน้อยกว่ามาก วัยกลางคนและวัยชราต้องพึ่งตัวเอง
  • ปาน ขาอ่อน จะมีความฉลาดในการเลือกคู่ มักจะผิดหวังก่อน จึงได้สมหวังในวัยกลางคนไปแล้ว
  • ปาน ข้อพับขา เจรจาพาที อวดอ้างใหญ่โต เกินหน้า มักมากในกามารณ์ มีรสนิยมทางเพศสูง เก็บอารมณ์ไม่อยู่มักระบายออกทางวาจา
  • จุดและไฝ แขนซ้าย มักมีผู้อุปการะ ชอบของโบราณ มักยุ่งเสมอ หาความสุขยาก
  • จุดและไฝ แขนขวา กล้าหาญ ขอบเผชิญภัย ทำจริงมีโชคอยู่เสมอ
  • จุดและไฝ ท้องแขนขวา เป็นคนมีอำนาจวาสนา จะมีความผาสุขในชีวิต จะพบคู่ครองที่จงรักภักดี มีคุณธรรมประจำใจ
  • จุดและไฝ ท้องแขนซ้าย มีความขยันหมั่นเพียร ชอบแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ มักได้รับมรดก
  • จุดและไฝ ข้อศอกซ้าย มักตามใจคนอื่น ไม่ชอบเป็นหัวหน้า
  • จุดและไฝ ข้อศอกขวา ชอบอาสาเจ้านาย ขยันทำงานไม่อยู่นิ่ง แต่ไม่ประสบความสุขในการครองรัก
  • ปาน ข้อพับแขน เจรจาพาที อวดอ้างใหญ่โต เกินหน้า มักมากในกามารณ์ มีรสนิยมทางเพศสูง เก็บอารมณ์ไม่อยู่มักระบายออกทางวาจา
  • ปาน ลำคอ ไม่ชอบสมาคมกับใคร ชอบเก็บตัว มีสติปัญญาและความสามารถในหน้าที่การงานดี
  • ปาน ต้นคอ มีความสามารถในการศึกษาศาสตร์ลึกลับ โหราศาสตร์ และดาราศาสตร์ มีชื่อเสียงโด่งดัง
  • จุดและไฝ ชายผมก้านคอ ชอบละเอียดอ่อน ชอบความเป็นระเบียบเรียบร้อย นิสัยอ่อนโยน ไม่ชอบสังคม
  • จุดและไฝ ก้านคอด้านหลัง ถึงมีเงินมีทอง แต่มักจะอาภัพ เป็นโรคทางระบบสมอง
  • จุดและไฝ คอหอย ลูกกระเดือก มีข้าวของเงินทองมา อาหารการกินมีไม่ขาด เป็นคนเยือกเย็นใจกุศลรักงาน ศิลปะ มีความละเอียดประณีต แต่มีโรคภัยทางหลอดลมเบียดเบียน
  • จุดและไฝ ริมคางขวา เจ้าอารมณ์ คมคาย มีสติปัญญาหลายอย่าง จะเป็นคนประสบโชคดีในการทำงานเสมอฟ เป็นที่ปรึกษาข้อราชการและธุรกิจ
  • จุดและไฝ ริมคางซ้าย เป็นคนช่างพูด เจรจาพาทีเก่ง รักใครรักหลงงมงาย มีความมานะอดทนดี ทำอะไรได้หลายๆ อย่าง
  • จุดและไฝ ใต้คาง เป็นคนชอบทำอะไรลึกลับ มีกุศโลบาย เป็นนักบวชจะดีมาก เป็นที่เคารพนับถือ เป็นชายไม่สู้ดี จะต้องทำงานเลี้ยงตัวเองมาก เป็นหญิงดี รักสงบ มีระเบียบเรียบร้อย เป็นแม่ศรีเรือน
  • จุดและไฝ คิ้วขวา มีเสนห์ รักสวยรักงาม เป็นที่ถูกตาต้องใจของต่างเพศ เจรจาพาทีไพเราะ ถ้าอยู่หัวคิ้วมีอารมณ์ทางเพศรุนแรง ปลายคิ้วจะขี้อาย
  • จุดและไฝ คิ้วซ้าย เจ้าอารมณ์ เจ้าทุกข์ ถ้าอยู่หัวคิ้ว ดีมีความคิดในทางค้าขาย เป็นนักธุรกิจติดต่อสังคมเก่ง ทันคน หางคิ้วจะมีโอกาสรวยได้มาก แต่ใช้เงินเก่ง เลี่ยงกฎหมายฉวยโอกาสกระทำผิด
  • จุดและไฝ ดั้งจมูก เป็นคนโชคดี วาสนาชะตาสูง สติปัญญาดีเอาตัวรอดได้ ทำธุริกจก้าวหน้า มีคุณธรรม
  • จุดและไฝ ปลายจมูก มีความสมบูรณ์ จะมีคู่หลายคนร่าเริง รักสวยงามเป็นเสน่ห์แก่ผู้พบเห็น เป็นนักรัก
  • จุดและไฝ ข้างจมูกขวา วาสนาดี มีความเพียร มีสติปัญญาหลักแหลม ชีวิตราบรื่น
  • จุดและไฝ ข้างจมูกซ้าย มีโภคทรัพย์ ได้รับมรดก รักความสงบ มีศิลธรรมประจำใจ มีโชคลาภเสมอ
  • จุดและไฝ เปลือกตาขวา เป็นชายจะไม่สมหวังเกี่ยวกับความรัก หากเป็นหญิง มักมีชายมาอุปการะ แต่มักมากทางกามคุณ มีกุสโลบายทางเพศ
  • จุดและไฝ เปลือกตาซ้าย มักมีลาภทางการเงิน และงานจากเพศตรงข้าม ปากว่ามือถึง ไวไฟ หากเป็นหญิง มักเป็นหม้าย
  • จุดและไฝ หางตาขวา หรือร่องน้ำตา ชอบสนุกสนาน มีคู่ได้ไม่นานจีรังยังยืน เงินทองไม่ขาดมือ
  • จุดและไฝ ใต้ขอบตาขวา เป็นคนเจ้าเสน่ห์เป็นที่หลงใหลของเพศตรงข้าม แม้ยิ้มแย้มได้ในยามที่ตัวเองระทมทุกข์ ขี้บ่น เจ้าอารมณ์ ไม่จริงใจกับใคร
  • จุดและไฝ ใต้ขอบตาซ้าย เป็นคนอารมณ์ดี เปิดเผย ขวานผ่าซาก มีศัตรู หาคนไว้ใจยาก
  • ปาน ตา ไม่ดี เป็นชายชอบสนุกสนานเฮฮา ไม่ชอบสร้างตัว เป็นหญิง เก็บสมบัติไม่อยู่มีลูกให้คนอื่นเลี้ยง
  • จุดและไฝ กลางท้อง ชีวิตขึ้นๆ ลงๆ มักเดือดร้อนทางการเงิน สมาคมยาก ไร้ความอายเรื่องการกิน
  • จุดและไฝ กระเพาะอาหาร ชอบสนุกใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ค้าขายจะร่ำรวย
  • จุดและไฝ ท้องน้อย มีโชคลาภอยู่เสมอ รับราชการจะมีต่ำแหน่งสูง มักได้ลาภจากเพศตรงข้าม คู่สมรสตระกูลสูง
  • จุดและไฝ หน้าท้องส่วนบน เป็นคนเห็นแก่กิน ถ้าผอมบางจะดี ให้ระวังโรคเกี่ยวกับลำไส้ และกระเพาะ จะแพ้คู่ครอง
  • ปาน ท้องน้อย อุดมสมบูรณ์ด้วยโภคสมบัติทรัพย์สินเงินทอง ข้าทาสบริวาร มีคนรักใคร่ แต่จะมักมากทางกามารณ์
  • จุดและไฝ หลังเท้าซ้าย ชอบพเนจรอยู่ไม่ติดที่ มักมีทุกข์ จะได้คู่ต่างภาษา หญิงจะอาภัพ
  • จุดและไฝ หลังเท้าขวา มีความพากเพียร ชอบศิลปวิทยา ไม่ชอบอยู่กับที่ อยู่ที่ใดไม่ถาวร จะได้สมบัติจากผู้ใหญ่ อาชีพเคลื่อนที่ดีที่สุด อาชีพค้าขายดี ภายหน้าจะเป็น
  • ปาน นมซ้าย เป็นคนมีข้าทาสบริวาร อยู่ร่มเย็นเป็นสุข มีทรัพย์สินเงินทอง ข้าทาสบริวารมาก เป็นที่พึ่งของญาติพี่น้อง เป็นหญิงจะเป็นแม่ศรีเรือน ดีนัก
  • ปาน นมขวา ไม่มีความสุขในชีวิตคู่ ต้องเหนื่อยยากในการหาเลี้ยงชีพ เป็นนักบวชจึงจะดี
  • จุดและไฝ ฐานนมทั้ง 2 ข้าง มักสุรุ่ยสุร่าย ใจอ่อนสมรสแล้วเลี้ยงลูกไม่ค่อยรอด โง่เขลา อายุเลย 30 ปีขึ้นไปจะสุขสบายบ้าง
  • จุดและไฝ ฐานนมข้างซ้าย ชอบการศึกษา หาความสงบ ชอบค้นคว้า จะได้ลาภจากผู้ใหญ่ อย่าเกี่ยวข้องกับหญิงจะเดือดร้อนวาสนาดี หลักฐานมั่นคง จะอุดมไปด้วยสมบัติ
  • จุดและไฝ ฐานนมข้างขวา สติปัญญาน้อย เอาแต่ใจตน เห็นแก่ตัว มักตกยาก การงานออกกำลังจึงได้ผล
  • จุดและไฝ ราวนมขวา มีความลังเลใจในการทำงานและตัวเอง ทำงานต้องมีพี่เลี้ยง หรือผู้นำในการ ดำเนินชีวิต
  • จุดและไฝ ราวนมซ้าย มีความเชื่อมั่นในตัวเอง จะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ มีการเดินทาง ต่างประเทศบ่อย
  • จุดและไฝ ใต้ราวนมขวา มีความรู้สึกนึกคิดทางกามารมณ์รุนแรง เจ้าชู้
  • จุดและไฝ ใต้ราวนมซ้าย มีทรัพย์มาก มีความสุขในการครองเรือน จะมีคู่ที่ถูกใจ
  • จุดและไฝ ตรงกลางระหว่างราวนม เป็นคนอาภัพญาติพี่น้อง

***************************************************************************

วิธีแก้เคล็ด...เพื่อให้ชีวิตดีขึ้นตามหลักฮวงจุ้ย

1. สามี-ภรรยามักทะเลาะเบาะแว้ง

วิธีแก้เคล็ด หาเตียงทรงขอบมนมาใช้ อย่าใช้เตียงสี่เหลี่ยมที่มีมุมขอบเตียงเป็นมุมแหลมคม ถ้าเตียงมีขนาดใหญ่ก็ต้องใช้ที่นอนขนาดใหญ่ อย่าใช้ฟูกหรือที่นอน 2 ชิ้นมาวางชิดกันการใช้เตียงทรงกลม หรือเตียงขอบมนจะขจัดปัญหาการกระทบกระทั่งของคู่สมรส ทำให้มีความรักใคร่กลมเกลียวกันมากขึ้น

2. ความสัมพันธ์ไม่งอกงาม

วิธีแก้เคล็ด หลายคู่อยู่กันหลายปียังมีแต่เรื่องไม่เข้าใจกัน ความสัมพันธ์ยังคลุมครือไม่ผูกพันแน่นแฟ้ม เมื่อตรวจดูริมหน้าต่างห้องนอนก็เห็นต้นไม้ยืนแห้งเหี่ยว ดังนั้นต้องแก้ไขด้วยการตัดไม้ยืนต้นที่บริเวณหน้าบ้านและริมหน้าต่างห้อง นอนออกเสีย ตามบริเวณหน้าบ้านและริมหน้าต่างห้องนอน ต้องปลูกต้นไม้ ดอกไม้ที่มีใบสมบูรณ์หรือมีดอกสวยงามและมีกลิ่นหอม จึงจะส่งผลให้คู่สามี- ภรรยามีความรักและเข้าอกเข้าใจกันได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

3. การงานไม่ก้าวหน้า

วิธีแก้เคล็ด ให้ตั้งโต๊ะทำงานไว้ยังตำแหน่งโชค คือจุดที่เป็นเส้นทแยงมุมกับประตูห้อง ตั้งโต๊ะให้อยู่ตรงมุมด้านใน เมื่อทำงานสามารถมองเห็นประตูและผู้เข้า-ออกได้สะดวก เก้าอี้ต้องหันผิงผนังหรือหรือตู้เอกสาร จะได้มีความมั่นคงในตำแหน่ง มีอำนาจบารมีและมีแต่ความเจริญก้าวหน้า

4. ขาดเกียรติยศชื่อเสียง

วิธีแก้เคล็ด ให้หันหัวเตียงไปทางทิศใต้ การตั้งโต๊ะก็ให้ตั้งโต๊ะในจุดที่เป็นทิศใต้ แล้วหันหน้าไปสู่ทิศเหนือหรือตะวันออกก็ได้ การตั้งโต๊ะในทิศใต้หรือหันหัวเตียงไปทางทิศใต้ จะช่วยให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้อย่างงดงาม จะอุดมด้วยเกียรติยศและชื่อเสียง ชีวิตมีแต่ความรุ่งโรจน์โชติช่วงในทุกด้าน

5. ความรักง่อนแง่น

วิธีแก้เคล็ด ให้ปลูกไผ่หรือไม้ยืนต้นอื่น ๆ ที่มีใบสดเขียวอุดมสมบูรณ์ดี ปลูกเป็นแนวริมรั้วหน้าบ้านและข้างบ้านให้ครึ้ม ยิ่งถ้าเมื่ออยู่นอกบ้านแล้วมองเข้ามาไม่ค่อยเห็นตัวบ้านได้ถนัดยิ่งถือว่าดี จะส่งผลให้คู่สามี-ภรรยารักใคร่ผูกพันมั่นคง ฐานะความเป็นอยู่ในบ้านก็จะมั่งมีศรีสุข

6. คู่สามี-ภรรยา ไม่รวย

วิธีแก้เคล็ด ให้หาบ้านที่มีลักษณะอยู่บนเนิน หรือบนพื้นที่ที่มีความสูงกว่าพื้นถนนทั่วไปสักพอประมาณ ถ้าอาศัยอยู่ในบ้านเช่นนี้จะส่งผลให้ดวงชะตาดี มีฐานะมั่งคั่งร่ำรวยได้เร็ว ทำกิจสิ่งใดก็จะสำเร็จราบรื่นได้ดี ความสัมพันธ์ของคู่สามี-ภรรยามั่นคงยืนนานอีกด้วย ถ้าหาบ้านอยู่อาศัยในลักษณะนี้ไม่ได้ ก็ให้ขุดสระน้ำปลูกบัวทางซ้ายมือของตัวบ้าน (ยืนอยู่ในบ้าน หันหน้าออกไปทางหน้าบ้าน)

7. ชีวิตแห้งแล้ง

ความเป็นอยู่ในบ้านมิได้ลำบากมาก แต่จิตใจแห้งแล้งขาดชีวิต ชีวา บางครั้งเงินทองก็ติดขัดไม่ราบรื่น คนในบ้านไม่มีความสดชื่น กระตือรือร้น

วิธีแก้เคล็ด ให้เลี้ยงปลาตู้สวยงามประดับบ้าน เลือกให้มีปลาเงิน-ปลาทอง ร่วมด้วยยิ่งดี จำนวนปลาที่จะเลี้ยงควรเป็น 6 ตัว 8 ตัว หรือ 9 ตัว ถือว่าเป็นมงคล คนในบ้านจะมีจิตใจแจ่มใสขึ้น ฐานะการเงินก็จะดีขึ้น มีโชคมีลาภไม่ขาด แต่ต้องดูแลตู้ปลาให้สะอาดสดใสอยู่เสมอ

8. มีบางอย่างถ่วงความเจริญ

วิธีแก้เคล็ด ให้จัดวางข้าวของเครื่องเรือนเป็นระเบียบเรียบร้อย อย่าให้มีข้าวของเครื่องเรือนเครื่องใช้ต่างๆ วางรกระเกะระกะ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นทางเดินไปมาภายในบ้านควรจัดให้กว้างขวางสามารถเดินไปมา ได้สะดวก ไม่อึดอัดเพราะมีสิ่งกีดขวาง ที่ว่าทางเดินต้องปัดกวาดให้ สะอาดอยู่เสมอ ข้าวของเครื่องเรือนมีน้อยชิ้นยิ่งดี สิ่งของรก ๆ ให้เก็บใส่กล่องเสีย เพื่อให้ฐานะความเป็นอยู่มีความเจริญรุ่งเรือง โชคลาภเข้าบ้านไม่ขาด ทำอะไรก็ราบรื่นปลอดโปร่งดีเหมือนไม่มีอะไรมาฉุดรั้งหรือถ่วงความเจริญไว้ เพราะจุดแห่งโชคทรัพย์ไม่ถูกปิดบัง

9. คนในบ้านไม่สดชื่น

วิธีแก้เคล็ด ถ้าอยากให้คนในบ้านอยู่อาศัยอย่างมีความสุขสันต์ ชีวิตเต็มไปด้วยความรื่นเริงเบิกบานสดชื่น ไม่ต้องมีแต่เรื่องหดหู่เป็นกังวล ควรหารูปภาพอันสดใสของทุ่งหญ้าในฤดูร้อน ทิวเขาในยามเช้า แม่น้ำ ทะเล หรือน้ำตกท่ามกลางแสงตะวันที่อบอุ่นสดใสมาติดแขวนไว้ที่ผนังห้องรับแขก อาจหารูปภาพฤดูใบไม้ผลิมาประดับผนังก็ได้ ควรเลือกภาพที่มีบรรยากาศธรรมชาติ มีไม้ดอกไม้ใบสวยๆ และอุดมสมบูรณ์ เพราะยิ่งจะเสริมส่งดวงโชคและทรัพย์ของคนในบ้านอีกด้วย

10. เงินทองไม่เข้าบ้าน

วิธีแก้เคล็ด หาตำแหน่งทรัพย์ของบ้านหรือห้องทำงาน-ร้านค้า คือตำแหน่งที่เป็นเส้นทแยงมุมกับประตู แล้วตั้งชั้นที่มุมนั้น วางรูปปั้น ฮก ลก ซิ่ว หรือแมวกวัก หรือตั้งกระถางต้นวาสนา ต้นว่านกวนอิม หรือจะตั้งแจกันดอกไม้ธรรมดาก็ได้ แต่ต้องดูแลปัดกวาดมุมนี้ให้สะอาดอยู่เสมอ

11. สามี-ภรรยาไม่ผูกพันปรองดอง

วิธีแก้เคล็ด ขุดบ่อหรือสระน้ำเล็กๆ ที่หน้าบ้านบ่อหรือสระน้ำนี้ควรเป็นรูปลักษณะคล้ายถั่วดำก็ได้ หรือเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งวงกลมก็ได้(แต่ต้องหันส่วนโค้งนูนเข้าตัวบ้าน หันส่วนเว้าออก) ในสระปลูกกอบัว เลี้ยงปลาหางนกยูง หรือทำเป็นน้ำพุก็ได้ อย่าลืมหมั่นดูแลเรื่องความสะอาดด้วย

12. ย้ายเข้าบ้านที่ผู้อื่นเคยอาศัยอยู่อาจอับโชค

วิธีแก้เคล็ด ให้นำหิ้งพระหรือแท่นบูชาย้ายเข้าสู่ตัวบ้านหลังนั้นเป็นสิ่งแรก ตัดเล็ม ต้นไม้ใบหญ้าในอาณาบริเวณบ้านที่รกครึ้ม นำกระถางต้นไม้ใบไม้ใหม่ๆ สดๆไปปลูก ไปจัดวางอย่างน้อย 3-4 กระถาง ปัดกวาดขัดถูบ้านให้สะอาดทุกห้อง ขัดล้างทางเดินนอกบ้านให้สะอาด นำกำปั่นหรือกล่องเล็กๆ ใส่เงินทองแก้วแหวนพร้อมด้วยข้าวสารใหม่ ย้ายเข้าบ้านเป็นสิ่งที่ 2 รองจากพระและ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ นำดอกไม้ พวงมาลัย และเครื่องหอมต่างๆ เข้าบ้านก่อนย้ายข้าวของเครื่องเรือนอื่นๆ เปิดไฟให้สว่าง เปิดเพลงบรรเลงจังหวะเบิกบานสดชื่นเบา ๆ ขณะย้ายข้าวของเข้าบ้านอย่าลืมไหว้เจ้าที่เจ้าทางผีบ้านผีเรือนด้วย เคล็ด วิธีทุกข้อที่กล่าวมาจะเป็นการปัดเป่าขับไล่พลังงานที่ไม่ดีออกไป เป็นการเสริมมงคลให้แก่บ้าน

13. ตั้งหิ้งพระหรือแท่นบูชาไม่ดี ฐานะความเป็นอยู่เสื่อมถอย

วิธีแก้เคล็ด หิ้งพระหรือแท่นบูชาต่างๆ ต้องตั้งในตำแหน่งมงคลตามหลักวิชาฮวงจุ้ย ถ้าตั้งอยู่ใต้คาหรือใต้บันได ถือว่าไม่ดี ต้องรีบย้ายตำแหน่งใหม่ ถ้าตั้งอยู่ในตำแหน่งที่มีคนเดินข้ามไปมาอยู่ชั้นบนหรือเมื่อเปิดประตูเข้า มาก็พบเห็นได้เลยถือว่าไม่ดี ระวังอย่าตั้งวางไว้หันหน้าเข้าหาห้อง น้ำ อย่าตั้งไว้ในห้องนอนของคู่สามี-ภรรยา อย่าตั้งเหนือของร้อน เช่น เตาไฟหรือตู้เย็น ไม่สมควรตั้งไว้เหนือประตูทางเข้าบ้านหรือสำนักงาน

14. อยากเพิ่มพูนโชค

วิธีแก้เคล็ด ให้ดูแลฟื้นฟูบรรดาไม้ดอก-ไม้ใบในอาณาบริเวณบ้านให้ดี ดูว่าต้นใดเหี่่ยวเฉาโรยราก็หาปุ๋ยมาใส่ หมั่นพรวนดินรดน้ำ ลิดใบที่แห้งเหลืองทิ้งเสีย อย่าปล่อยให้มีต้นไม้เฉาตายอยู่ในบ้าน เพราะจะทำให้โชคลาภเสื่อมถอย ถ้าต้นใดตายแล้วก็นำไปทิ้งหรือทำเป็นปุ๋ย หาไม้ดอกไม้ใบสีสดๆ มาปลูกใหม่ ถ้าไม่มีเนื้อที่พอจะปลุกต้นไม้ก็ให้หาไม้กระถางมาตั้งวางในบ้านตามมุมห้อง รับแขก ริมหน้าต่างหรือระเบียงก็ได้

15. ค้าขายไม่ดี

วิธีแก้เคล็ด ติดภาพวาดที่เป็นรูปน้ำตก ทะเล ลำธาร หรือแม่น้ำไว้ที่หลังโต๊ะหรือเคาน์เตอร์เก็บสตางค์ เพื่อให้สายน้ำเรียกโชคลาภเงินทองเข้าร้าน แต่ต้องสังเกตกระแสน้ำในภาพด้วยว่าไหลเข้าโต๊ะหรือไหลเข้าห้องนั้นหรือไม่ ต้องดูมิให้ทิศทางของน้ำไหลออกจากประตูหรือหน้าต่างเป็นอันขาด (ถ้าเป็น บ้าน ให้ติดภาพสายน้ำในห้องรับแขก อย่าติดภาพที่ผนังห้องนอนหรือหลังโต๊ะทำงาน) หาแมวกวักหรือกบ 3 ขา มาตั้งไว้ที่โต๊ะเก็บเงิน หันหน้าของมงคลไปทางหน้าประตู

16. ขาดแคลนเงินทอง

วิธีแก้เคล็ด หาสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งร่ำรวยมาประดับบ้าน เช่น หาภาพวาดหรือลวดลายบนพื้นกระเบื้อง-ผ้าม่าน ที่เป็นรูปดอกไม้ รูประลอกน้ำ รูปกวางมาจัดแต่งบ้าน หา ฮก ลก ซิ่ว มาตั้งไว้บนชั้นในห้องรับแขก เลี้ยงปลาทองในตู้กระจกหรือโถแก้วเพื่อเรียกโชคลาภเงินทอง

17. อยากได้ลูก

วิธีแก้เคล็ด ถ้าอยากได้ลูกสาว ให้หันเตียงไปทางทิศใต้ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ หรือทิศตะวันตก ถ้าอยากได้ลูกผู้ชาย ให้หันเตียงไปทางทิศเหนือ ทิศตะวันออก ทิศตะวันออก เฉียงเหนือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ การตัดเตียงต้องชิดมุมที่อยู่ในจุดเส้นทแยงมุมกับประตูห้อง อย่าตั้งตียงทับหรือตรงกับตำแหน่งของเตาไฟที่อยู่ในครัวชั้นล่าง ภายใน ห้องนอนควรจัดบรรยากาศให้อบอุ่นอ่อนหวาน ใช้โคมไฟหรี่แทนไฟสว่างจ้า และไม่ควรมีข้าวของจัดวางรกเลอะเทอะ

18. มีปัญหาเรื่องเงินทอง

วิธีแก้เคล็ด จัดห้องครัวให้สะอาดและเป็นระเบียบ บริเวณเตาไฟที่ทำครัวต้องสะอาดและอยู่ห่างจากอ่างน้ำ มุมทำครัวที่สะอาดจะ เรียกโชคลาภเงินทองเข้าบ้าน ในทางตรงข้าม ครัวที่สกปรก เตาไฟที่อยู่ใกล้น้ำ จะส่งผลให้เงินทองรั่วไหล คนในบ้านมักแตกแยกและมีเรื่องขัดแย้งความวุ่นวายเสมอ

19. สามี-ภรรยา ห่างเหิน

วิธีแก้เคล็ด จัดห้องนอนให้สะอาดและมีบรรยากาศที่รื่นรมย์ เครื่องนอนควรใช้สีอ่อน ๆ สบายตา หาดอกไม้และโคมไฟสีอ่อนมาไว้ที่โต๊ะใกล้เตียง ตัดรูปภาพวิวทิวทัศน์ที่สวย งามสบายตาไว้ที่ข้างฝา อย่านำโต๊ะทำงานหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ มาวางใกล้เตียงมากนัก ห้องนอนที่รกเลอะเทอะและเต็มไปด้วยข้าวของเครื่อง ใช้มากมาย ถือว่าไม่ถูกหลักฮวงจุ้ย จะส่งผลให้คู่สามี-ภรรยา หงุดหงิดและขาดอารมณ์หวานชื่นในรัก

20. กองขยะที่รกร้าง

หน้าบ้านเป็นบริเวณที่รกร้างว่างเปล่า มีกองไม้ กองหินดินทรายกอง อยู่เกะกะเหมือนกองขยะ หรือมีต้อนหญ้าขึ้นรกไปหมด ถือว่าอัปมงคล จะส่งผลให้เจ็บป่วยบ่อย อาจเป็นโรคตาหรือเกี่ยวกับภายใน

วิธีแก้เคล็ด ให้ปลุกไผ่กอใหญ่ๆ ไว้ที่หน้าบ้าน แล้วปลูกไม้พุ่มเป็นแนวกั้นบังตาไว้ หรือลงทุนให้คนมาขนขยะที่อยู่ตรงข้ามหน้าบ้านออกไปเสียให้หมด

21. ห้องรับแขกเล็ก

ห้องรับแขกนั้นเป็นอาณาบริเวณที่โชคลาภจะไหลเข้ามา ถ้าห้องรับแขกกว้างขวางปลอดโปร่ง ชี่หรือพลังที่ดีแห่งจักรวาลก็จะไหลเวียนเข้ามาและกระจายตัวได้อย่างสะดวก ถ้าห้องรับแขกเล็กก็ต้องจัดข้างของและเครื่องเรือนให้ดี ถ้ามีข้าวของรกและแน่นจนเดินเหินไปมาไม่ค่อยสะดวก จะทำให้บ้านขาดแคลนโชค

วิธีแก้เคล็ด จัดห้องรับแขกใหม่ เก็บข้าวของไม่จำเป็นไว้ในกล่อง ไม่ต้องนำมาตั้งวาง วางเก้าอี้รับแขกชิดมุมห้อง จัดแต่งให้เหลือเนื้อที่เดินเหินไปมาได้สะดวกที่สุดเป็นใช้ได้

22. สะพาน

บริเวณหน้าบ้าน มิว่าจะอยู่ในทิศทางตรงข้ามกับหน้าบ้านหรือเยื้องไปเล็กน้อยก็ตาม หากมีสะพานลอยข้ามถนน หรือสะพานรถวิ่งทอดมาในลักษณะพุ่งใส่ตัวบ้านเราพอดี จะมีผลให้คนในบ้านเจ็บป่วยบ่อย หรือมีเรื่องหงุดหงิดรำคาญใจบ่อยๆ จนหมดสุข ทำมาค้าขายใดๆ ก็ยากจะรุ่งเรือง

วิธีแก้เคล็ด ให้ทำมาค้าประเภท เนื้อสัตว์ ค้าของมีคม หรืออา**ต่างๆ หรือของที่ต้องใช้มีดคมๆอยู่เสมอ ถ้าขายของอ่อนนุ่มหรือของกินจะรุ่งเรืองยาก ถ้ามิได้ทำการค้าก็ให้ติดยันต์โป๊วข่วยไว้หน้าบ้านบนชั้น 2

23. ทางสามแพร่ง

บ้านทุกหลังที่ตั้งรับทางสามแพร่งมักมีปัญหา เพราะจั้งรับพลังที่พุ่งเข้าใส่อย่างรุนแรงตลอดเวลา ความเป็นอยู่บ้านจึงมีแต่เรื่องเดือดร้อน ธุรกิจการงานล้มเหลว คนในบ้านแตกแยก เจ็บป่วย เกิดอุบัติเหตุ มีแต่เคราะห์มีแต่ภัยไม่หยุด

วิธีแก้เคล็ด จำเป็นต้องแก้เคล็ดโดยด่วน หาสิงห์คาบดาบมาติดไว้ที่หน้าบ้าน ติดยันต์หินภูเขาหรือยันต์ 8 ทิศ หน้าประตูเข้าตัวบ้าน ติดระฆังลมหรือลูกแก้วคริสตัส หรือปลูกไผ่เป็นแนวบังตาหน้าบาน

24. ถนนล้อมรอบ

บ้านที่มีอาณาบริเวณกว้างขวาง กินเนื้อที่มาก ข้างบ้านจึงอาจล้อมด้วยถนน 2 ด้าน 3 ด้าน หรืออาจ 4 ด้าน ถื่อว่าไม่ดี คนในบ้านจะมีแต่เรื่องถูกรบกวน สิ้นเปลืองเวลาและเงินทองไปกับการแก้ไขปรับปรุงเรื่องยุ่งต่างๆ

วิธีแก้เคล็ด ให้ปลุกปาล์ม สน หรือต้นไม้ใหญ่ที่สูงกว่าบ้านตั้งไว้รอบๆ บ้าน (ริมรั้วข้างในบริเสณบ้านหรือข้างนอกก็ได้) ทุกด้าน ยกเว้นด้านหน้าบ้าน

25. บ้านร้าว

หน้าบ้านมีตึกร้าวหรือบ้านร้าวหันหน้าเข้าหา ถือว่าร้ายนัก เพราะบ้านของเราก็จะได้รับแต่พลังร้าย ๆ

วิธีแก้เคล็ด ให้ปลุกต้นไม้เป็นแนวกั้นบังตาไว้ และแขวนยันต์โป๊ยข่วยแก้เคล็ดด้วย

26. วัด ศาลาเจ้า สุสาน โบสถ์

ถ้า มีวัด ศาลเจ้า หรือสุสานอยู่ตรงข้ามบ้าน หรือยู่ข้างบ้าน เรียกว่าถ้าเปิดประตูก็มองเห็น เปิดหนเต่างออกไปก็มองเห็น ถือว่าร้ายนัก พลังร้ายจะมีอิทธิพลต่อคนในบ้าน ทำให้เกิดความหายนะ ความเสื่อมถอยต่างๆ และความตาย

วิธีแก้เคล็ด ถ้าย้ายบ้านได้ก็สมควรย้าย แต่ถ้าย้ายไม่ได้ ให้ปลุกต้นไม้ใหญ่ๆ เป็นแนวใกล้ๆ กัน เพื่อกั้นบังตาไว้ แล้วแขวนยันต์จีนและสิงห์คาบดาบไว้หน้าบ้าน แขวนระฆังลมเป็นแนวกั้นพลังร้าย 9 อัน

27. มุมเว้าแหว่งหายไป

สำรวจตัวบ้านหรือลองวาดแปลนบ้านในกระดาษ ถ้าพบว่ามีมุมใดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดเว้าแหว่งขาดหายไปถือว่าเป็นอันตราย จะมีผลร้ายต่อคนในบ้านในลักษณะแตกต่างกันไป เช่น ถ้าเว้าแหว่งทางทิศเหนือ อุปสรรคปัญหาจะเกิดแก่คู่สามี-ภรรยา

วิธีแก้เคล็ด ให้แขวนลูกแก้วคริสตัล หรือระฆังลมที่มุมตรงข้ามของส่วนที่ขาดหายไป หรือนำกระถางต้นไม้มาตั้งเรียงเป็นแนวเหมือนจะสร้างผนังบ้านให้มุมนั้นได้ กลายเป็นส่วนที่เต็มอย่างสมบูรณ์

28. ต้นไม้ใหญ่

บริเวณหน้าบ้านมีต้นไม้ใหญ่ ๆ เรียงรายตามแนวรั้วหน้าบ้านหรือยืนต้นอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านถือว่าไม่ดี ต้นไม้ใหญ่หากขึ้นอยู่ข้างบ้านและหลังบ้านจึงจะดี เพราะให้พลังปกปักรักษาและเกื้อหนุน

วิธีแก้เคล็ด ถ้าสามารถตัดได้ก็สมควรตัด แต่มิอาจทำได้ก็ไม่เป็นไร ให้หาประทัดจีน 8 ดอก ไปแขวนไว้ที่ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าบ้านที่สุด

29. ต้นไม้กลางบ้าน

ภายในบริเวณบ้าน ถ้ามีต้นไม้ใหญ่ยืนต้นอยู่ตรงกลางที่ดิน หรือกลางลายบ้าน สมควรตัดออก เพราจะทำให้เกิดความติดขัดในหลายๆด้าน

วิธีแก้เคล็ด หาประทัดจีน 5 ดอก มาผูกติดไว้ที่ต้นไม้นั้น หรือตัดต้นไม้ออกเสีย ดดยจะต้องกราบไหว้ขอขมาต้นไม้เสียก่อนก็ดี

30. หนามต้นไม้

อย่าปลูกต้นไม้ชนิดใดๆ ก็ตามลำต้นมีหนามแหลม (ยกเว้นดอกกุหลาบ) เพราะจะส่งผลให้คู่สามี-ภรรยาหรือสมาชิกในบ้านมีแต่เรื่องบาดหมางกัน และยังทำให้คนในบ้านอารมณ์แปรปรวนง่ายอีกด้วย

วิธีแก้เคล็ด ให้จัดการถอนและตัดไม้ดอก-ไม้ใบต่างๆ ที่มีหนามคม ออกไปให้หมด หาไม้มงคลมาปลูกเสริมดวงและเสริมฮวงจุ้ยตามความเหมาะสม

31. ประตูรั้ว

ประตูทางเข้าออกหน้าบ้านกับประตูทางเข้าตัวบ้าน ถ้าอยู่ในแนวตรงกันหรือเล็งกันพอดี ถือว่าเป็นอัปมงคล ยิ่งถ้าเป็นแนวตรงกับประตูหลังบ้านด้วยยิ่งร้ายใหญ่ ความเป็นอยู่ในบ้านยะวุ่นวายมีแต่ปัญหา เงินทองรั่วไหล คนในบ้านไม่เป็นน้ำใจเดียวกัน

วิธีแก้เคล็ด หาหระดิ่ง หรือระฆังลม หรือขลุ่ยจีนผูกริบบิ้นแดงผูกไว้บนเพดาน ให้ห้อยลงมาเหนือศรีษะพอสมควร ติดไว้ตรงกลางระหว่างแนวประตูที่เล็งกันพอดี

32. ประตูห้องน้ำ

ประตูห้องน้ำ-ห้องครัวอยู่ในแนวตรงกันพอดี ต้องแก้ไข เพราะห้องน้ำนั้นเป็นธาตุน้ำ ส่วนห้องครัวนั้นเป็นธาตุไฟ

วิธีแก้เคล็ด ให้หาม่านมูลี่มาติดที่หน้าประตูห้องน้ำไว้ เลือกใช้มู่ลี่สีเขียว หรือทาสีเขียวที่ประตูห้องน้ำเลยก็ได้

33. รั้วไม้เลื้อย

บ้าน ที่ปลูกไม้เถาไม้เลื้อยให้เลื้อยพันรั้วหรือกำแพงบ้านจนดูร่มรื่นและครึ้มไป หมด อาจจะดูสวยดี แต่กลับทำให้ผู้ชายในบ้านมีอารมณ์มุทะลุวู่วาม มีแต่ความดุร้ายโมโหง่ายแม้เพียงเรื่องเล็กๆน้อยๆ

วิธีแก้เคล็ด สมควรปลูกไม้พุ่มที่รั้วบ้านแทนไม้เลื้อย ถ้าจะปลูกไม้เถาไม้เลื้อยก็ควรปลูกตำแหน่งเดียว แล้วทำการซุ้มหรือตัดแต่งให้สวยงามอย่าปล่อยให้เถาไม้พันเลื้อยจนเต็มกำแพง

34. รั้วไม่เท่ากัน

ความสูงของรั้วบ้าน 2 ด้าน (ด้านหน้าบ้าน หรือด้านหน้ากับด้านข้าง) หากไม่เท่ากัน มีด้านหนึ่งด้านใดสูงกว่ากัน ถือว่าผิดฮวงจุ้ย ตนในบ้านจะไม่รักใคร่สามัคคีกัน สามีจะนอกใจ หรือผู้ใหญ่ในบ้านอายุไม่ยืนยาว

วิธีแก้เคล็ด ถ้าเสริมสร้างรั้วด้านอื่นๆให้มีความสูงทัดเทียมกันไม่ได้ ก็ต้องจัดกอไผ่หรือไม้ใบอื่นๆ ที่ปลูกให้ยืนตรงกันเป็นแนวริมรั้วที่ต่ำกว่า เพื่อให้ดูมีความสูงพอกัน

35. ประตูใกล้กัน

หากเปิดประตูของห้องสองห้องที่อยู่ใกล้กัน แล้วบานประตูเปิดชนกันหรือเหลื่อมล้ำเกยกัน หรือลูกบิดประตูกระทบกันได้ ถือว่าฮวงจุ้ยไม่ดี คนที่อยู่ใน 2 ห้องนั้นจะแตกแยกมีแต่เรื่องบาดหมางต่อกัน

วิธีแก้เคล็ด ให้ เปลี่ยนประตูบานหนึ่งโดยแก้ให้เปิดไปอีกทางหนึ่ง หรือถ้าแก้ไขไม่ได้ก็ให้ผูกริบบิ้นสีแดงเอาไว้ที่บานประตูให้สูงกว่าช่วง ไหล่ขึ้นไปเล็กน้อย

36. ประตูเข้าบ้าน

ประตูของรั้วบ้านกับประตูเข้าตัวบ้านควรหันหน้าไปหาทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ว่าประตูรั้วอยู่ทางทิศเหนือ แต่ประตูเข้าบ้านอยู่ทางทิศตะวันออกหรือตะวันตก อย่างนี้ถือว่าไม่ดี อยู่อาศัยในบ้านนี้แล้วหาความเจริญรุ่งเรืองยาก

วิธีแก้เคล็ด ให้เจาะประตูใหม่ ประตูหน้าบ้านควรหันหน้าอยู่ในทิศทางเดียวกับประตูรั้วเท่านั้น

37. ทางเข้า

บ้านหรือสำนักงานใดหากเปิดประตูเข้าไปแล้ว พบเจอผนังก่อนถือว่าไม่ดีอย่างยิ่ง ทำกิจใดก็มักมีอุปสรรคไม่ราบรื่น

วิธีแก้เคล็ด ให้ติดกระจกเงาไว้ที่ผนังนั้น หรือติดภาพเขียนแม่น้ำ หรือทุ่งหญ้าอันกว้างขวางร่มรื่นดูสบายตา

38. ประตูห้อง

ประตูห้องต่างๆ ภายในบ้าน ถ้าอยู่เล็งกันหรือหันหน้าประจันตรงกันพอดีจะเป็นผลร้าย ทำให้ผู้อยู่ 2 ห้องนั้นขัดแย้งกัน หรือถ้าห้องนอนมีประตูชนกับประตูห้องน้ำหรือห้องครัวพอดีก็จะทำให้เงินทองหด หาย สามี-ภรรยา ทะเลาะกันบ่อยหรือเจ็บป่วยบ่อย ๆ

วิธีแก้เคล็ด ติดลูกศรคริสตัลบนเพดานตรงกึ่งกลางระหว่าง 2 ห้องนั้นหรือติดผ้าม่านลวดลายมงคลที่หน้าประตูห้องใดห้องหนึ่ง ถ้าประตูห้องนอนตรงกับประตูห้องน้ำ หากระจกเงามาแขวนหน้าประตูห้องน้ำก็ได้

39. ประตู 3 บาน

บ้านที่มีประตูเล็งกัน 3 จุด ถือว่าเป็นอัปมงคลยิ่ง สิ่งที่ดีจะไหลผ่านออกอย่างเร็ว มีผลให้เงินทองรั่วไหล คนในบ้านไม่มีน้ำใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

วิธีแก้เคล็ด ติดผ้าม่านลูกปัดมูลี่ บางจุดตั้งฉากกั้นไว้ ติดระฆังลมแขวนกั้นระหว่างประตู 2 ประตู

40. ประตูกว้างใหญ่

ถ้าประตุห้องใดมีขนาดใหญ่เกินไปจนดูไม่สมส่วนกับห้องที่ไม่ได้มีขนาดกว้างใหญ่ นัก ถือว่าไม่เป็นมงคลเพราะจะทำให้เคราะห์ร้ายครอบงำคนในบ้านและมักพลาดโอกาสดี ๆในชีวิตเสมอ

วิธีแก้เคล็ด ทาสีประตูให้ดูเป็นสีเข้มขึ้น เพื่อให้ประตูดูทึบและเล็กลง หรือหาตู้ใหญ่ๆ 2 ใบ มาตั้งไว้ชิดผนังด้านในห้องด้านใกล้ประตูก็ได้

41. หน้าต่างเลื่อน

หน้าต่างลักษณะเปิดเลื่อนไปด้านข้างหรือเลื่อนขึ้นข้างบน ควรให้มีการเลื่อนได้สุดๆ ถ้าเลื่อนเปิดได้ไม่กว้างมากถือว่าไม่ดี ผู้อยู่อาศัยในบ้านนั้นจะมีความเหนื่อยหน่าย จิตใจไม่แจ่มใสเบิกบานความเจริญก้าวหน้าอยู่ในระดับผลุบๆ โผล่ๆ

วิธีแก้เคล็ด ควรจัดการซ่อมแซมแก้ไขหน้าต่างเปิดเลื่อนได้เต็มที่หรือดัดแปลงเป็นหน้าต่างชนิดเปิดออกไปให้ได้กว้างๆ

42. หน้าต่างกับต้นไม้

เมื่อเปิดหน้าต่างออกไปแล้ว บานหน้าต่างชนกับกิ่งไม้พอดี ถือว่าไม่ถูกหลักฮวงจุ้ย บ้านที่มีต้นไม้ที่แผ่ก้านสาขามาระหน้าต่างถือกันว่าเป็นบ้านที่คนในบ้านมัก จะกระทบกระทั่งกันอยู่เสมอและมักมีเหตุภัยให้ต้องตื่นเต้นตกใจกันอยู่เสมอ

วิธีแก้เคล็ด ให้จัดการตัดกิ่งก้านของต้นไม้ให้เรียบร้อย อย่าให้แผ่กิ่งก้านมาระบานหน้าต่าง ถ้าไม่ชอบตัดต้นไม้และต้นไม้ต้นนี้ค่อนข้างสูงใหญ่ ก็อาจติดระฆังลมไว้ที่หน้าต่างด้วย

43. บันได

เมื่อเปิดประตูเข้าบ้าน หากพบเห็นทางขึ้นบันไดพอดีถือว่าผิดหลักฮวงจุ้ย บันไดที่ทอดมาตรงกับประตูบ้านจะทำให้เก็บเงินเก็บทองไม่อยู่ ยากที่จะเรียกเงินเข้าบ้าน แม้หาได้มากเท่าไรก็มีเรื่องให้ไหลออกหมด ผู้อยู่อาศัยชั้นบนก็จะมีแต่ความหมองหม่นเงียบเหงา

วิธีแก้เคล็ด ตั้งฉากบังตาไว้ หาฉากสวยๆ ลวดลายมีความหมายเป็นมงคลมาตั้งให้บังตาประตุบ้าน ตั้งให้ห่างจากประตูสัก 1-2 เมตร พอให้เข้าออกได้สบาย หรือหาลูกแก้วคริสตัลมาแขวนไว้เพื่อกระจายชี่

44. เพดานหรือบันได

บริเวณทางขึ้น-ลง บันได หรือจุดที่พักกลางบันได หากเพดานเหนือบริเวณนั้นค่อนข้างต่ำมากจนคนตัวสูงรู้ สึกขึ้น-ลง ไม่สะดวก เพราะต้องคอยก้มศีรษะด้วย ถือว่าฮวงจุ้ยไม่ดี คนในบ้านจะมีแต่ความอึดอัดกดดันไม่เป็นสุข

วิธีแก้เคล็ด ควรติดโคมไฟขาวไว้กลางบันได พอเย็นลงก็เปิดให้สว่างไสวอยู่เสมอ หรืออาจนำกระจกเงาบานใหญ่ๆ มาติดไว้บนผนังข้างบันไดหรือบริเวณที่พักกลางบันไดก็ ได้

45. บันไดวน

บันไดรูปทรงวนนั้นดูสวยงามตามอย่างบ้านสมัยใหม่ แต่กลับจะมีผลไม่ดี

วิธีแก้เคล็ด ให้ทาสีเขียวอ่อนทั้งบันได หรือปลูกไม้เลื้อยไม้เถาที่เสาหลักหรือแกนของบันได อาจติดกระจกเงาเล็กๆ เสริมที่ใต้บันได หรือจุดหักหมุนของตัวบันไดวนก็ได้

46. ห้องรับแขก-ห้องครัว

เมื่อนั่งอยู่ในห้องรับแขก แล้วมองเห็นเตาหุงหาอาหารหรือมองเห็นมุมครัวได้ชัดเจ น หรือค่อนข้างอยู่ใกล้ชิดกัน ถือว่าไม่ดี คนในบ้านจะมีเรื่องมีราวบ่อยๆ จิตใจผกผันง่าย การเงินมีปัญหา

วิธีแก้เคล็ด หาฉากมาตั้งกั้นบังตาที่หน้าครัว หรือหากระถางต้นไม้ใบสัก 2-3 กระถางมาจัดวางไว้พอบังตาได้สักหน่อยที่บริเวณหน้าครัว

47. แต่งห้องนั่งเล่น

ห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขกที่ตกแต่งรกรุงรัง เช่น แขวนรูปภาพต่างๆ ไว้จนเต็มฝาผนังบ้าง ตั้งวางตู้ชั้น และข้าวของต่างๆ จนแน่นเต็มเนื้อที่จนทำให้ดูรกตาหรือนั่งแล้วอึดอัด เดินเหินก็ไม่สะดวกถือว่าผิดฮวงจุ้ย อยู่อาศัยแล้วไม่รุ่งเรือง มีแต่ความวุ่นวายกังวล ขาดความกระตือรือร้นที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้ชีวิต และสามี-ภรรยามักจะแตกแยก

วิธีแก้เคล็ด ควรเก็บของรกๆ ทิ้งไป จัดแต่งห้องรับแขกใหม่ให้โปร่งโล่งดูสบายตาและสบายตัว

48. ห้องน้ำรับทางเข้า

หากเดินเข้าในบ้านแล้วสามารถพบเห็นประตูห้องน้ำได้ทันที เพราะห้องน้ำตั้งอยู่ในทิศทางที่รับหรือเผชิญกับประตูเข้าบ้านพอดี ถือว่าเป็นอัปมงคลยิ่งนัก คนในบ้านจะสุขภาพทรุดโทรม การเงินในบ้านก็ติดขัดบ่อยๆ

วิธีแก้เคล็ด ให้หาฉากแบบ 3 ส่วน มาตั้งบังตาหน้าประตูห้องน้ำไว้ หรือติดกระจกเงาบานใหญ่ที่หน้าบานประตูห้องน้ำ หรือหาม่านลวดลายมงคลมาแขวนไว้หน้าบานประตูห้องน้ำ และให้ปิดประตูห้องน้ำไว้เสมอ

49. ห้องน้ำสุดทาง

ห้องน้ำที่ไปตั้งอยู่สุดทางเดินที่เล็กและแคบ ก็เท่ากับว่าได้รับพลังร้ายง่ายดาย เพราะอยู่ในตำแหน่งคล้ายลูกธนูพุ่งเข้าชนตลอดเวลา จะเป็นอันตรายต่อสตรีมีครรภ์ คนในบ้านจะเจ็บไข้ได้ป่วยกันบ่อยๆ ผู้หญิงบ้านนี้จะมีลูกยาก

วิธีแก้เคล็ด ให้แขวนม่านลูกปัดไว้หน้าบานประตูห้องน้ำ ติดลูกแก้วคริสตัลบนเพดานเหนือทางเดินเพื่อให้ชี่กระจายไหลเวียนได้ดี

50. โถส้วมกับประตู

เมื่อเปิดประตุห้องน้ำไปแล้วพบเจอโถส้วมหันหน้าเข้าหาพอดี หรือหากนั่งบนโถส้วมแล้วหันหน้าเผชิญกับประตูพอดี ถือว่าเป็นอัปมงคล

วิธีแก้เคล็ด ให้หาฉากหรือม่านพลาสติกมาติดกั้นไว้พอบังตาสักหน่อย

51. ที่ตั้งโถส้วม

สังเกตดุให้ดีว่าตำแหน่งของโถส้วมอยู่ ณ จุดใด แล้วระวังอย่าให้มีการตั้งเตียงโดยหันหัวเตียงมาชิดผนังด้านโถส้วม หรือการจัดวางข้าวของเครื่องเรือนที่ชั้นล่างก็อย่าวางโต๊ะทำงานหรือโต๊ะอาหาร หรือเตาหุงหาอาหารไว้ใต้โถส้วม เพราะจะทำให้คนในบ้านหมดความเจริญก้าวหน้า

วิธีแก้เคล็ด ถ้าจำเป็นต้องมีข้าวของเครื่องเรือนใดวางอยู่ใต้ห้อง น้ำ โดยเฉพาะใต้จุดที่ตั้งของโถส้วม ก็ให้ตั้งถ้วยเล็กๆ ใส่เกลือวางไว้ข้างใต้โถส้วม หมั่นเปลี่ยนเสมอๆ

52. เตาไฟ-ก๊อกน้ำ

น้ำกับไฟอย่าจัดให้อยู่ใกล้กันเป็นอันขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเตาไฟในครัวต้องดูแลตำแหน่งที่ตั้ง ให้ดี เตาไฟที่อยู่ใกล้ซิงก์หรืออ่างล้างผักล้างจาน ถือว่าไม่เป็นมงคล จะทำให้คนในบ้านทะเลาะเบาะแว้งกันได้บ่อยๆ เงินทองรั่วไหลเก็บไม่อยู่ ทำอะไรมักไม่ราบรื่น ไม่มีดชคไม่มีลาภ

วิธีแก้เคล็ด ต้องจัดเตาหรือส่วนที่ใช้หุงหาอาหารไว้แยกกับส่วนที่ เป็นน้ำถึงแม้ครัวจะเล็กก็ควรแยกเตากับอ่างน้ำให้ห่างกันสักระยะหนึ่ง การหาที่คั่นกลางอาจช่วยไม่ได้มาก ควรแยกให้เด็ดขาดจะดีกว่า

53. เตาไฟหน้าบ้าน

บางบ้านตั้งครัวไว้ในส่วนของตัวบ้าน เมื่อเดินเข้าบ้านหรือนั่งอยู่ในห้องรับแขกสมารถเห็น เตาไฟและการปรุงอาหารได้ชัดเจน ถือเป็นอัปมงคล จะส่งผลให้บ้านมีเรื่องทุกข์ร้อนเสมอ สมาชิกในบ้านไม่ปรองดอง มีเคราะห์มีภัยอยู่เสมอ

วิธีแก้เคล็ด ให้ย้ายมุมทำครัวไปไว้ส่วนที่ค่อนไปทางครึ่งหลังของตัวบ้าน ถ้าไม่มีห้องครัวโดยเฉพาะ ก็ให้หาฉากมาตั้งไว้เพื่อกั้นมุมครัวให้เป็นสัดเป็นส่วน

54. ลูกศรในครัว

ให้มองดูรอบๆ ห้องครัว หากมีเสาหรือมุมหนึ่งมุมใดที่เป็นมุมเหลี่ยมแหลมคมและพุ่งชี้มาทางจุดที่ตั้งเตาไฟต้องรีบแก้ไขโดยด่วน มิฉะนั้นคนในบ้านจะมีแต่เคราะห์และความตกต่ำ

วิธีแก้เคล็ด ให้หากระถางต้นไม้มาตั้งบังเสาต้นนั้นเพื่อบังหรือลด คมของมุมแหลมของเสา หรือ อาจติดกระจกเงาบานเล็กๆ ยาวๆ ปิดบังเสาไว้ก็ได้

55. ตำแหน่งเตาไฟ

การตั้งเตาไฟต้องตั้งวางในจุดที่พิงผนัง อย่าตั้งลอยๆ กลางห้องโดยไม่มีผนังอิงหลังเตา และคนยืนปรุงอาหารต้องมีความสะดวกสบายในการเคลื่อนไห ว เพราะถ้าตั้งเตาไฟในมุมอับ จะทำให้คนในบ้านมีอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย และฐานะการเงินพลิกผันบ่อย

วิธีแก้เคล็ด ให้ย้ายเตาไปตั้งที่มุมซึ่งมีผนังตั้งรับ จัดวางเตาในมุมหรือบนโต๊ะที่กว้างขวางและมีอากาศถ่ายเทสะดวก

56. โต๊ะอาหาร

เมื่อเดินเข้าบ้านมาสามารถพบเห็นโต๊ะอาหารได้ทันที ถือว่าไม่ค่อยดีนัก เพราะจะทำให้คนในบ้านมีเรื่องราวขัดแย้งกัน บ้านนี้จะมีแขกและเพื่อนฝูงแวะเวียนมาสังสรรค์เฮฮาอยู่บ่อยๆ ครั้ง จนเป็นปัญหามากกว่าเป็นความสุข

วิธีแก้เคล็ด ควรตั้งโต๊ะอาหารไว้ในมุมด้านในของบ้าน อย่าจัดวางไว้รับหน้าประตูบ้านนัก ถ้าพื้นที่จำกัดจริงๆให้หาม่านหรือฉากมาตั้งบังตาไว้

57. โต๊ะอาหารกับครัว

โต๊ะอาหารตั้งวางไง้ในจุดใดๆ ของบ้านก็ตาม ถ้าไกลจากห้องครัวมากนัก ถือว่าผิดหลักฮวงจุ้ย มีผลต่อฐานะความเป็นอยู่ของครอบครัว ทำให้เรื่องการเงินติดขัดไม่ลื่นไหล

วิธีแก้เคล็ด ควรย้ายโต๊ะอาหารเสียใหม่ นำมาจัดวางใกล้ๆ กับห้องครัวหรือทำมุมทำครัว แล้วความเป็นอยู่จะอุดมสมบูรณ์ ครอบครัวรักใคร่สามี-ภรรยาปรองดองกันดี การงานและการเงินไร้ปัญหา

58. โต๊ะทำงานพิฆาต

โต๊ะทำงานที่ตั้งหันหน้าชนและชิดกับผนัง ผู้ที่นั่งทำงานนั่งหันหลังให้กับประตู ถือว่าเป็นลักษณะพิฆาต ผู้ทำงานในตำแหน่งนั้นจะหมดโอกาสได้รับความเจริญก้าว หน้า มิสามารถทำงานได้ยั่งยืนยาวนานในตำแหน่งนี้ มักมีความผิดพลาดล้มเหลวหรือถูกศัตรูมุ่งร้าย

วิธีแก้เคล็ด หาทางจัดโต๊ะใหม่ที่ไม่ต้องนั่งหันหลังให้ประตู และถ้าไม่ต้องหันหน้าโต๊ะชิดผนังได้ก็จะดีมาก

59. โต๊ะทำงานใต้คาน

การตั้งโต๊ะทำงานมิควรหันหน้าเผชิญกับหน้าต่างพอดีหรือนั่งหันหลังให้หน้าต่าง เพราะจะทำให้การทำงานขาดคุณภาพ จิตใจไม่มีสมาธิทุ่มเทให้กับงาน ทำความผิดพลาดได้บ่อย ยากจะได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง

วิธีแก้เคล็ด ให้ขยับโต๊ะและจัดวางใหม่ แต่ถ้าจำเป็นต้องตั้งโต๊ะหันหน้าให้หน้าต่าง ก็ควรขยับโต๊ะห่างจากหน้าต่างสัก 1 เมตร ถ้าต้องวางโต๊ะหันหลังให้หน้าต่าง ก็ควรให้เก้าอี้ห่างออกมา 1 เมตร หรือหาชั้นเอกสารเตี้ยๆ วางชิดริมหน้าต่างไว้

60. โต๊ะเจ้านาย

โต๊ะของผู้เป็นหัวหน้าแผนกหรือเจ้านาย ควรหันหลังพิงข้างฝา อย่าตั้งโต๊ะกลางห้อง เราะด้านหลังเก้าอี้จะว่างเปล่าไม่มีผนังเป็นหลักอัน มั่นคงและปกป้องจะทำให้สูญเสียบทบาทอำนาจในการบริหารงาน

วิธีแก้เคล็ด สมควรจัดวางโต๊ะให้นั่งหันหลังอิงผนังของห้องได้อย่างพอดี ไม่ชิดจนเกินไปและไม่ห่างจนเกินไป

61. ห้องเชือดเฉือน

ห้องนอนที่ไม่เป็นสี่เหลี่ยม แต่มีส่วนหนึ่งเว้าแหว่งไปจนเป็นรูปทรงคล้ายมีดบังตอ ถือว่าไม่ดี ยิ่งถ้าตั้งเตียงตรงบริเวณส่วนคมของมีดก็ยิ่งถือว่าไม่ดี จะทำให้สามี-ภรรยาชอบหาเรื่องทำร้ายกัน มิว่าทางกายหรือทางคำพูด หรืออาจต้องเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดใหญ่

วิธีแก้เคล็ด ให้ตั้งเตียงในส่วนที่เป็นด้านสันมีด แล้วติดลูกแก้วคริสตัลหรือตั้งกระถางต้นไม้ไว้ที่จุด A ถ้าเตียงจำเป็นต้องอยู่ทางคมมีด เพราะผนังด้านสันมีดเป็นห้องน้ำ ก็ให้ติดกระจกเงาบานใหญ่ไว้ทางผนังด้านตรงข้ามกับเตียง

62. ปลายเตียง

บริเวณปลายเตียงนอนสมควรให้มีเนื้อที่ว่างอย่างน้อยที่สุดก็สัก 2 ฟุตครึ่ง (ถ้ามีเนื้อที่เหลือกว้างมากก็ยิ่งดี) พยายามอย่าให้มีตู้หรือโต๊ะมาตั้งไว้ที่ปลายเตียงจนเกือบชิด จะทำให้ฝันร้ายบ่อย และจิตใจมักหงุดหงิดไม่สบายอยู่เสมอ

วิธีแก้เคล็ด ควรปล่อยให้ปลายเตียงเป็นบริเวณโล่งๆ โปร่งๆ ถ้าเนื้อที่จำกัดจริงๆ และจำเป็นต้องวางตู้ขนาดใหญ่ไว้ที่ปลายเตียงก็ให้ติด ผ้าม่านสีอ่อนๆ ที่หน้าประตูตู้ เมื่อนอนมองมาจะมีความรู้สึกสบายตา ไม่รู้สึกถูกพลังบางอย่างกดทับ

63. หัวเตียง

ถ้าตั้งหัวเตียงไปทางทิศตะวันตก คู่สามี-ภรรยาจะมีแต่ความเบื่อหน่ายหมดความรักความใคร่ในกันและกัน แม้เป็นคนโสดก็จะมีแต่เรื่องให้เป็นทุกข์และกังวลใจ ชีวิตถดถอยมากกว่าเจริญก้าวหน้า

วิธีแก้เคล็ด ให้ย้ายหัวเตียงไปทางทิศอื่น แล้วชีวิตจะมีความสุขความเจริญขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คู่สามี-ภรรยาก็จะมีความรักใคร่กันอย่างสดชื่นยิ่งขึ้น

64. เตียงกับเตา

การตั้งเตียงนอนต้องระวังให้มากที่สุด ดูด้วยว่าชั้นล่างบริเวณที่ตรงกับเตียงเรานั้นเป็นสิ่งของเครื่องเรือนใดบ้าง ถ้าตั้งเตียงทับเตาไฟในครัวชั้นล่าง หรือตั้งทับทีวี ตู้เย็นที่เป็นเครื่องไฟฟ้าก็ถือว่าไม่เป็นมงคล จะมีผลให้ชีวิตคู่แตกแยก การเงินติดขัด

วิธีแก้เคล็ด ต้องย้ายตำแหน่งของเตียงนอนไปยังมุมอื่น หรือย้ายการจัดวางเตาไฟในมุมครัวชั้นล่างไปวางตั้งยังมุมอื่น แล้วคู่สมรสจะรักกันมั่นคงยั่งยืน ฐานะการเงินก็มั่งคั่งขึ้น

65. เตียงนอน

ถ้าเตียงนอนตั้งอยู่ในตำแหน่งตรงกับประตู เมื่อนอนอยู่บนเตียงแล้วมีลักษณะท่าทีคล้ายนอนขวางประตูอย่างหนึ่ง หรืออีกอย่างหนึ่งเหมือนนอนเอาปลายเท้าชี้หาประตู ถือว่าไม่ดี

วิธีแก้เคล็ด ให้ติดผ้าม่านอย่างทึบ (มีลวดลายได้ แต่มิใช่ผ้าโปร่งบาง) ติดบังตาไว้โดยห้ามผุกรวบชายม่านเป็นอันขาด หรือหาฉากบานพับมาตั้งบังตาระหว่างเตียงกับประตูห้อง นอนหรือกั้นขวางด้วยตู้เสื้อผ้าก็ได้

66. หิ้งพระ

ไม่ควรตั้งหิ้งพระในห้องนอนเป็นอันขาด เพราะในห้องนอนเป็นห้องที่สามี-ภรรยามีความสัมพันธ์ทางเพศกัน ถึงเป็นคนโสดก็มีการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ยิ่งถ้าตั้งหิ้งพระไว้ที่ผนังด้านปลายเตียงยิ่งไม่ดี ชีวิตความเป็นอยู่มีแต่จะเสื่อมลง

วิธีแก้เคล็ด ย้ายหิ้งพระไปตั้งไว้ในห้องอื่น แต่ถ้าอาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนท์ห้องเดี่ยวก็ให้ตั้งไว้บนหลังตู้แล้วหันพระไปทางอื่น ให้องค์พระหันหลังให้บริเวณตั้งเตียง

67. เหนือเตียงต้องโล่ง

มิควรติดตั้งตู้ หรือชั้นวางของที่เหนือหัวเตียงเด็ดขาด แม้จะเป็นชั้นเล็กๆ หรือตู้ลอย แบบบิลด์-อิน ก็ตามแม้จะทำให้ได้ประโยชน์ในการใช้สอย แต่จะทำให้การงานติดขัด ความคิดไม่โลดแล่น จิตใจให้หดหู่ว้าวุ่นและเจ็บป่วยง่าย

วิธีแก้เคล็ด ควรจัดการรื้อตู้ และชั้นต่างๆ ออกจากบริเวณหัวเตียง ที่ผนังด้านเหนือศีรษะ หรือที่หัวเตียงติดรูปภาพลวดลายมงคลแทนจะดีกว่า

68. เตียงใต้คาน

การจัดวางเตียงนอนไว้ใต้คานถือว่าผิดฮวงจุ้ย การตั้งเตียงลักษณะนี้จะทำให้ผู้เป็นเจ้าของเตียงมักเจ็บป่วยง่าย สุขภาพไม่ดี ปวดศีรษะบ่อย ปวดเมื่อยเนื้อตัวบ่อย จิตใจอึดอัดกดดันโดยไม่รู้สาเหตุแน่ชัด

วิธีแก้เคล็ด ควรจัดการเคลื่อนย้ายเสียใหม่ ตั้งเตียงไว้ในมุมอื่นที่มิได้อยู่ใต้คาน ถ้าย้ายไม่ได้จริงๆ ให้แขวนขลุ่ยจีนผูกด้ายแดงเพื่อแก้เคล็ดที่บริเวณคานนั้น

69. โต๊ะเครื่องแป้ง

ถ้าโต๊ะเครื่องแป้งตั้งอยู่ปลายเตียงพอดี หรือตั้งอยู่ข้างเตียงโดยหันกระจกเงาเข้าหาตัวเตียงพอดี จะทำให้ฝันร้ายบ่อยๆ พลังจิตใจอ่อนแอ ตื่นตกใจง่าย

วิธีแก้เคล็ด ย้ายตำแหน่งของโต๊ะเครื่องแป้ง แต่ถ้าย้ายไม่ได้จริงๆ ให้ติดผ้าม่านปิดกระจกเงาไว้

70. ใต้เตียง

พื้นที่ว่างใต้เตียงถ้าทำเป็นที่เก็บของจนรกรุงรัง และมีข้าวของเก่าๆ ชำรุดเก็บไว้ด้วย จะทำให้สตรีที่ตั้งครรภ์อยู่แท้งได้ ผู้ที่นอนบนเตียงนั้นจะมีจิตใจกระสับกระส่าย การงาน-การเงินติดขัดไม่ราบรื่น ถ้าเป็นคู่สามี-ภรรยาก็จะมีปากเสียงกันบ่อย

วิธีแก้เคล็ด นำข้าวของไปบรรจุใส่กล่องแล้วเก็บไว้ที่อื่น จัดใต้เตียงให้โล่ง ปัดกวาดให้สะอาดเสมอ ถ้าจำเป็นจริงๆ ให้เก็บของใส่กล่องให้เรียบร้อยเป็นระเบียบ แต่อย่าเก็บของหักๆ ชำรุดไว้ใต้เตียงเด็ดขาด

71. หลังบ้านมีน้ำ

ถ้าบริเวณหลังบ้านมีแอ่งน้ำ มิว่าจะอยู่ในเขตรั้วบ้านของเรา หรืออยู่นอกรั้วของเรานั้นถือว่าไม่ดี เพราะจะส่งผลให้คนในบ้านของเรามีฐานะความเป็นอยู่ที่ หยุดนิ่งหรือเสื่อมถอยลง ขาดความเจริญรุ่งเรือง

วิธีแก้เคล็ด ถ้ามิสามารถจัดการถมดินลงในแอ่งน้ำหรือทางน้ำนั้นได้ ก็ให้ปลูกต้นไม้เรียงกันเป็นแนวไว้ที่หลังบ้าน เพื่อกั้นระหว่างแอ่งน้ำกับตัวบ้านของเรา

72. สระน้ำหลังบ้าน

บ้านที่มีสระน้ำหรือบ่อน้ำอยู่ด้านหลังบ้าน ถือว่าไม่ดี จะมีผลให้ธุรกิจล้มเหลว การงานไม่ก้าวหน้า สุขภาพไม่ดี เจ็บไข้ได้ป่วยกันบ่อยๆ การเงินติดขัด มีหนี้มีสินมาก

วิธีแก้เคล็ด สมควรถมสระหรือบ่อน้ำ แต่ถ้ามิสามารถทำได้ ให้ปลูกต้นไม้แบบพุ่มรอบๆ ตัวสระ เพื่อบังตาไว้ มิให้มองเห็นได้ถนัดเมื่อมองมาจากนอกบ้าน แล้วหากระจกเงามาติดที่ตัวบ้าน แต่ต้องกะให้ส่องสะท้อนไปที่สระน้ำพอดีด้วย

73. สระน้ำ 2 แห่ง

ภายในอาณาบริเวณบ้าน หากขุดสระน้ำไว้ถึง 2 จุด ถือว่าไม่ดีต้องระวังอย่างยิ่ง โดยเฉพาะถ้ามีสระหรือบ่อน้ำ 2 แห่ง ในส่วนที่อยู่หน้าบ้าน เพราะจะทำให้คนในบ้านมีแต่เรื่องทุกข์เศร้าเสียน้ำตา อยู่เสมอ

วิธีแก้เคล็ด ให้ถมบ่อหรือสระใดสระหนึ่ง เพื่อให้เหลือสระเดียว

74. สระน้ำกับสามี

ถ้ายืนอยู่ในบ้าน มองออกมาหน้าบ้านมีสระน้ำหรือบ่อน้ำอยู่ทางด้านขวามือ ถือว่าอันตรายนัก ผู้เป็นสามีจะนอกใจไปมีเมียน้อยหรือเป็นคนมักมากในกามจนลืมดุแลลูกเมีย

วิธีแก้เคล็ด ต้องจัดการถมสระน้ำนี้เท่านั้น การหากระถางต้นไม้ไปปิดบังตั้งไว้รอบๆ สระ มิอาจช่วยแก้เคล็ดในกรณีนี้ได้ เมื่อถมสระแล้วให้ตั้งกระถางดอกรัก ดอกบานไม่รู้โรย ณ บริเวณนั้น

75. สระน้ำกับเงินทอง

สำรวจดูสระน้ำในอาณาบริเวณบ้านด้วยว่าที่มุมของขอบสระนั้นมีมุมแหลมคมมุมใดพุ่งเข้าใส่ตัวบ้านหรือไม่ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจะส่งผลให้เงินทองรั่วไหลเก็บไม่อยู่ คู่สามี-ภรรยาหรือเหล่าสมาชิกในบ้านก็จะมีเรื่องมีปากเสียงกันเสมอ

วิธีแก้เคล็ด ให้ตั้งกระถางต้นไม้บังขอบสระที่เป็นมุมแหลมคมเหมือน ลูกศรพุ่งใส่บ้าน ฐานะความเป้นอยู่ในบ้านจะได้มั่งมีศรีสุข

76. ดาดฟ้า

เมื่อยืนอยู่บนดาดฟ้าแล้วมองเห็นสะพานลอยทอดมาหาหรือ ทอดขวางผ่านชั้นบนของบ้านหรืออาคารของเรา ถือว่าไม่ดีนัก คนในบ้านจะไม่มีโชคไม่มีลาภ งานถดถอย เงินหดหาย

วิธีแก้เคล็ด ให้ติดกระจกนูนไว้บนดาดฟ้า หันกระจกให้ส่องไปทางสะพานลอย หรือจะติดยันต์โป๊ยข่วยก็ได้

77. ดาดฟ้าตะวันออก

ดาดฟ้าที่หันหน้ารับทิศใต้กับทิศตะวันออก ถือว่าดีที่สุด แต่ดาดฟ้าที่หันหน้ารับทิศตะวันตก ถือว่าไม่ดี คนที่อยู่ในบ้านนั้นจะมีจิตใจหดหู่เลื่อนลอย ขาดสมาธิในการสร้างสรรค์

วิธีแก้เคล็ด ให้ติดกระจกนูนใบเล็กไว้บนดาดฟ้า หรือแขวนลูกแก้วคริสตัลไว้กระจายชี่ก็ได้

78. บ้านหรืออาคารรูปตัวแอล

ตัวบ้านที่ไม่เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส แต่เป็นรูปคล้ายตัวแอล ถือว่าเป็นบ้านที่ฮวงจุ้ยไม่ดี อยู่อาศัยไปแล้วก็ยากจะมีความเจริญก้าวหน้า คนมในบ้านอาจเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล หรือเก็บเงินเก็บทองไม่อยู่

วิธีแก้เคล็ด ใช้วิธีเติมสวนที่แหว่งให้กลายเป็นสี่เหลี่ยมเต็มๆ ด้วยการหากระถางต้นไม้ที่มีใบเขียวสดๆ มาตั้งเรียงถี่ๆ ให้เป็นแนวเส้นตรงสองด้านบรรจบกันหรือใช้สีแดงทาเป็น เส้นหนาสัก 2 นิ้วเพื่อแก้เคล็ด แล้วแขวนลูกแก้วคริสตัลลูกเล็กๆ หรือกระดิ่งลมบริเวณจุด A ด้วย (หรือตั้งก้อนหินใหญ่ไว้ที่จุด A หรือติดไฟ 2 ดวงตรงจุด A โดยให้ไฟแต่ละดวงหันไปส่องแสงเติมผนังส่วนที่ขาดหายไปก็ได้

79. ห้องน้ำหลายห้อง

บ้านที่มีห้องน้ำหลายๆ ห้องต้องตรวจดูด้วยว่าจำนวนห้องน้ำมีมากกว่าจำนวนสมาชิกในบ้านหรือไม่ ตัวอย่างเช่น ถ้าบ้านมีห้องน้ำ 4 ห้อง แต่ในบ้านมีคนอยู่อาศัยเพียงแค่ 3 คน ก็ถือว่าผิดหลักฮวงจุ้ย มีผลต่อสุขภาพของคนในบ้าน จะเจ็บป่วยกันบ่อยๆ จนหมดความสุขและโรคภัยรุมเร้าและสิ้นเปลืองเงินทองมาก

วิธีแก้เคล็ด ในกรณีนี้คงต้องปิดตายห้องน้ำนั้น แล้วแขวนลุกอแกวคริสตัลที่หน้าประตูห้องน้ำนั้น อีกวิธีหนึ่งให้แขวนกระจกเงาไว้ที่หน้าประตุห้องน้ำนั้น (โดยปิดตาย มิต้องใช้ห้องน้ำนั้นตลอดไป)

80. ประตูหน้าบ้าน-หลังบ้าน

ประตูหน้าบ้านหากอยู่ในแนวตรงกับประตูหลังบ้าน ถือว่าไม่ดี

วิธีแก้เคล็ด ให้ใช้ฉากหรือตู้มาตั้งกั้นระหว่าง 2 ประตูมิให้เล็งกัน หรืออาจตั้งชั้นไม้ที่สูงครึ่งตัว แล้วตั้งกระถางต้นไม้ 2-3 ต้นบนชั้น เป็นการใช้ต้นไม้แก้เคล็ดการเผชิญหน้ากันของประตู

81. ประตูรั้ว 2 ประตู

รั้วบ้านใดมีช่องประตูเปิดถึง 2 จุด ถือว่าผิดหลักฮวงจุ้ยอย่างยิ่ง ลักษณะประตูรั้ว 2 ประตุนี้จะส่งผลให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่เสมอ คนในบ้านจะไม่มีความนับถือและให้เกียรติกัน จะมีแต่ความแตกแยกมากกว่าสงบสุข

วิธีแก้เคล็ด ให้ปิดตายประตูใดประตูหนึ่ง (ถ้าขนาดไม่เท่ากัน ควรเลือกประตูที่เล็กกว่า) เมื่อปิดตายโดยไม่ต้องใช้อีกต่อไปแล้ว ก็ให้ปลูกต้นไม้ยังประตูรั้วนั้นเสีย หรือนำกระถางต้นไม้มาตั้งวางเรียงให้เต็มความกว้างของประตูเพื่อให้ดูประหนึ่งว่าประตูนั้นมิใช่ทางเข้า-ออกอีกทางหนึ่งของบ้านอย่างแน่นอน

82. เหลี่ยมเสาที่แหลมคม

สำรวจในบ้านว่าเหลี่ยมของเสาชี้ไปทางใด ถ้ามุมด้านที่เป็นเหลี่ยมเป็นมุมแหลมคมนั้นชี้ไปทางโซฟาชุดรับแขก หรือโต๊ะทำงานหรือห้องครัวโดยเฉพาะบริเวณเตาไฟ หรือชี้ไปทาตำแหน่งที่วางของเตียงนอน ถือว่าไม่ดีอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้เกิดความแตกแยก และหงุดหงิดฉุนเฉียว

วิธีแก้เคล็ด หากระถางต้นไม้มาตั้งเพื่อลบความคมของเสา และปิดบังความแหลมคมของเสา

83. ทางเข้าตัวบ้าน

ทางเข้าตัวบ้านที่อยู่ภายในรั้วบ้าน หากเป็นเส้นพุ่งตรงเข้าหาตัวบ้าน ถือว่าไม่ดี จะทำให้คนในบ้านมีเรื่องมีราวเดือดร้อนอยู่เสมอ มีศัตรูปองร้ายหรือขัดขวางผลประโยชน์ และมีความสุขน้อยลง

วิธีแก้เคล็ด ให้ตั้งกระถางต้นไม้ที่มีระดับความสูงกว่าเอวขึ้นไป หรือขุดบ่อเลี้ยงปลาเลี้ยงดอกบัว หรือตั้งอ่างน้ำสูงระดับเอวเพื่อเลี้ยงดอกบัวหรือเลี้ยงปลาก็ได้

84. ประตูครัว

ประตูครัวไม่ควรตรงกับประตูบ้านเด็ดขาด เพราะถือว่าเป็นลักษณะที่ทำให้เงินทองหดหายไร้โชคลาภ

วิธีแก้เคล็ด ถ้าประตูเข้าบ้านอยู่ในแนวตรงกันพอดีกับประตูครัว ต้องแก้เคล็ดด้วยการหาฉากมาตั้งกั้นกลางระหว่างประตู ห้องครัวกับประตูเข้าบ้าน หรือหาตู้มาตั้งกั้นกลางเพื่อบังตาไว้ก็ได้ อย่าให้พอเดินเข้าประตุบ้านมาก็สามารถเห็นประตูครัวที่อยู่ตรงกันได้อย่างถนัดชัดเจนเลยเป็นอันขาด

ที่มา > > > http://www.navy34.com/board342550/index.php?topic=234.0

Tuesday, July 21, 2009

Happy B’Day 2 Me งั่กลงไปอีก 1 ปี

ที่ใครๆ ชอบพูดว่า “อายุเป็นเพียงตัวเลข” มันก็จริงยู้…. แต่คนเราถึงจะพยายามให้ “young at heart” แค่ไหน สังขารมันก็ฟ้องอยู่ดีค่ะ ตอนนี้รู้สึกแบบไม่ดี๊ด๊าเหมือนเคย ทั้งนอกและในเลย เพราะอ้วนมากค่ะ อ้วนที่สุดในชีวิต อ้วนกว่าตอนท้อง 9 เดือนอีก 555 เลยไม่สบายเนื้อสบายตัว แล้วก็ผัดวันประกันพรุ่งที่จะไปยิม โดนพ่อบ้านด่าประจำเรื่องไม่ไปยิม บ่นมากเลยว่า อีอ้วนเอ้ยยยย…. ไม่ใช่ไม่รักที่อ้วน ไม่ใช่เกลียดหรือเบื่อขี้หน้าเลยต้องไล่ให้ไปยิมทุกวัน อ้วนเป็นตันก็รัก แต่เป็นห่วงสุขภาพ… I don’t want you to die young ก๊ากกก… อย่างกรูนี่ไม่ young แล้วจ้าฮั่นนี๊ ยานจ้ายานไม่ใช่ยัง แล้วตอนนี้ร้อนมากๆ ไม่อยากเปิดประตูบ้านเลย เพราะมันร้อนแสบไปหมด เลยสิงอยู่ในถ้ำไม่ค่อยจะออกไปไหน ลูกๆ ก็เลยเอาลูกกะตาแปะไว้ที่จอโทรทัศน์ตั้งแต่ลืมตาตื่นจนหลับตานอน สงสารลูกเหมือนกัน อยากพาออกไปขี่จักรยานที่พาร์คซึ่งอยู่ไม่ไกล แต่อิชั้นทนแดดตอน 6 โมง ถึง 2 ทุ่มไม่ได้ จะไปหลังจากนั้น 3 ทุ่มก็เริ่มมืด อู้ยยยย… พอแก่แล้วอ้วนนี่ปัญหาและเงื่อนไขในชีวิตเยอะเน๊าะ 5555

page-423

ตลอดเดือนนี้ก็มีกิจกรรมเซ็งๆ สนุกๆ ทำกันนิดหน่อย สุดสัปดาห์แรกแห่ไปตัดผมกันทั้งบ้าน ไม่มีใครไว้ใจให้อิชั้นตัดให้แล้ว 555 โดยเฉพาะพ่อบ้าน บ่นนั่นนี่ เล็มนี่หน่อย ข้างนี้สั้น ข้างนั้นยาว ถ้าขอให้ตัดให้อีกก็ไม่ตัดให้มันแล้ว เลยต้องเสียค่าตัดผมยกโคตรไป 100 นึงค่ะ (รวมติ๊บด้วยนะ) จากรูปข้างบนจะเห็นว่าเป็นแม่ไอ้ตี้นี่แสนยุ่งยากเพราะยังต้องเป็นวิศวกรรถไฟด้วย คอยต่องรถไฟให้ลูกวันละ 800 รอบ แล้วนิสัยไม่ดีด้วย ไม่ชอบใจก็ถีบถล่มให้พัง ขว้างกระจัดกระจายทั่วบ้าน อิแม่มันก็ไม่ช่วยเก็บซิ ใช้วิธีไล่ฟาดให้เก็บ เหนื่อยหน่ายกับนิสัยไม่ดีของลูกจังเลย….นอกเหนือไปจากเรื่อง “กินยาก” ของไอ้ตี้ที่เหนื่อยใจสุดๆ ทุกวัน ส่วนอีกรูปรอมมี่แต่งหน้าให้ตัวเองแล้วก็แต่งให้น้องด้วย

page-424

รูปก้อนนี้เป็นตอนที่พากันไปกินพิซซ่าที่ร้านของอีแวว (Valerie) ดูพ่อบ้านเล่นยิงปืนกะลูกดิ ตู้เกมส์บ้าไรไม่รู้แพง กะหยอดให้ไอ้ตี้เล่นคนเดียว พอหยอดไปเหรียญนึง ไอ้ตี้ก็ยิงโน่นนี่ไปเรื่อยดันไปโดนไอ้เกมส์แพง เสียดายเหรียญนึงแต่เจือกโง่หยอดเติมไปอีกสี่เหรียญ 555 กลัวลูกไม่ได้เล่น พอหยอดครบ ไอ้ตี้ก็เล่นไม่ได้ เอาเก้าอี้มาให้ยืนเล่นก็ “จะตก” อยู่นั่น อิพ่อบ้านก็เลยมาเล่นสนุกสนานอยู่คนเดียว ส่วนอีมี่เค้าเพลินอยู่คนเดียวกับเกมส์ตั้งโต๊ะเป็นจอทีวีที่ใช้นิ้วจิ้ม-เหมือนเกมส์ที่เคยเล่นตอนเล็กๆ ที่เมืองไทย บ่นคิดถึงแม่จ๋ากับพี่ภูมิตลอด โดยเฉพาะเวลาเล่นเกมส์ตีเทนนิส เหมือนที่แม่จ๋าชอบพาไปเล่นที่เดอะมอลล์ อีมี่ก็หมดไปหลายตังค์นะ 5-6 เหรียญได้ (เกมส์ละ 25 เซ็นต์) ที่ร้านนี้ “อีว่า-Eva” มาทำงานอยู่ แต่เห็นว่าไม่ลงรอยกะแฟนของอีแวว วันนั้นที่ไปก็เพราะอีว่าบอกว่าเป็นวันสุดท้าย เค้าเจ๊งจะปิดกิจการ ถึงได้โห่ไปกัน แต่ฟังแล้วแหม่งๆ เหมือนเค้าจะกำจัดอีว่ามันคนเดียว เลย “แต-หลอ” ว่าเจ๊งจะปิดกิจการ มีที่ไหน ส่งเมจเสจมาบอกเลิกกิจการทางมือถือ ไม่โปรเฟสชันน่อลเล้ยยยย… ไอ้ฟาย เจ๊ง-ปิดกิจการ ไม่มีบอกล่วงหน้า อ้อล่วงหน้าสิเน๊าะ 6 ชั่วโมง แล้วมันก็เป็นจริงๆ ตามที่อิชั้นเดา ปิดเงียบไป 3-4 วัน แล้วก็เปิดต่อ 5555 อีเด็กในร้านคนอื่นก็ช่วยกันต้มอีว่าคนเดียว น่าสงสารมัน อีแววก็อ่ะนะ ไม่แข็ง ไอ้ฟายนั่นคิดทำอะไร-ก็ไม่มีปาก อีว่าเป็นเด็กคนเดียวในร้านที่เป็นลูกๆ หลานๆ ของเจ้าของร้าน (อีแวว+ตาเฟ๊ด) ฟิชชี่นะเนี่ย แต่ไม่ใช่เรื่องของเรา พูดมากไปจะเดือดร้อน

page-425

แล้วก็วันที่ 4 กรกฎา พ่อบ้านได้หยุดงาน ก็ไปพากันไปกินบัฟเฟ่่ต์เงียบๆ ไม่ไปกินบ้านใคร ไม่ให้ใครมากินบ้านเรา 5555 เพราะครอบครัวอินลอว์นี้น่ากลัว พอเสร็จแล้วจะพาลูกไปเล่นพลุบ้านไหนดีว้าาา อูยยยย…เป็นที่ทุกข์ใจ ไปบ้านโน้น-อีนี่ก็จะโกรธ ไปบ้านนี้อีนั่นก็จะโกรธ ครอบครัวสวิสอย่างเรา-ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด-หนักใจเป็นอย่างยิ่ง พอกินเสร็จก็เลยประชุมกันในรถว่าเอาไงดี ไปไหนดี หรือกลับบ้าน หรือไปที่แฟร์กราวนด์ หรือไปที่สนามกอล์ฟ ซึ่งเค้ามีพลุโชว์ สรุปว่าเราจะไปบ้านอีหม้อแกง (Megan) เพราะตั้งแต่สงครามพวกบ้าเนี่ยกัดกันเรื้อรังมา 4-5 ปี อิแม่อู๋ก็พาลูกไปบ้านแม่ผัวตลอด (พ่อบ้านทำงานทุกปี เพิ่งได้หยุดปีนี้ค่ะ) มันพูดกันหรือไม่พูดกันเราก็ไปให้มันเสร็จๆ ปีนี้อีหม้อแกงมันเอาแม่มาบ้านมัน เราก็เลยตกลงว่าไปบ้านอีหม้อ ขนพลุของเราไปภูเขาเบ้อเร้อเลย เด็กๆ ก็สนุกกัน อิพ่อกะอิแม่มันก็เก้อๆ เขินๆ 555 อยากให้จบไวๆ แม่ผัวซึ่งเป็นร่างที่ไร้วิญญาน (แต่ยังไม่ตาย 555) เพราะไม่รู้จักใคร อะไร ที่ไหนแล้ว นั่งซึมกระทือบ่นหนาวๆ ตลอด จริงๆ ตลอดวันร้อนมากเลย โชคดีที่พอค่ำๆ มีลม แต่พวกเล่นพลุบอกไม่สนุก ดูอิชั้นซะก่อน นานจะได้ถ่ายรูป ลมเจือกแรง ผมเผ้าปลิวปิดหน้าสวยๆ หมดเลย 5555

IMG_0790

อันนี้เป็นของฝากจากเมืองไทย คุณเพื่อนส่งมาให้ ขอบคุณหลายๆ นะคะคุณเพื่อน บ่นเรื่องเป็นฝ้า พี่แม้วก็ส่งครีมแก้ฝ้ามาให้ลองใช้ พร้อมทั้งมาส์ก วิตซี ของกิฟฟารีน ที่ใช้ วิตซีของโรช ส่วนน้องจี้ดส่งแผ่นหนัง “ทางช้างเผือก” มาให้ดู ยังไม่ได้ดูเลย ขอบคุณคุณเพื่อนหลายๆ เด้อ ขอให้สวย รวย ป่อง กันถ้วนหน้า 5555

Saturday, July 11, 2009

ชื่อนั้น..สำคัญไฉน

หลังจากที่เงียบเชียบอยู่พักนึง อัพเดทซะหน่อยนะคะ ชีวิตของทดตอนนี้ก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรหวือหวา เบื่อๆ เซ็งๆ ตามปกติ ลูกเต้าไม่มีใครเจ็บป่วย (โชคดีไป 555) แต่อิแม่มันยังเหมือนเดิม เบาหวานและความดันยังคงคุกคามอย่างเงียบๆ ไม่ตูมตาม 555 แต่สายตาชักแย่ ไม่รู้ว่าเป็นผลพวงของเบาหวานด้วยหรือเป็นเพราะความ “ฉะ-ลา” อย่างเดียว ว่าจะโทรนัดหมอตา… ก็ เงิน เงิน เงิน อีกนั้นแหละ 5555 บิลหมอเต็มบ้าน น่าเบื่อ พูดเรื่องหมอ มีอีกน่าเบื่อ เมื่อวันที่ 10 ไปฟังผลโม๊ะกับผลนมอีก หลังจากที่ถูกเลื่อนนัดเพราะไปสาย 15 นาที พอกะลังจอดรถ เหลือบไปเห็นอิคุณหมอ…ถอยรถพรืดดดดด…. ออกไป เห็นแล้วก็ อีกแระ…. emergency call ….. เซ็งตด แต่ก็เดินเข้าไปเช็คอิน หอบลูกเข้าไปนั่งจับเจ่ารอตามระเบียบ เห็นอีคุณพนักงานทะยอยเรียกคนไข้ที่รอไปบอกเลื่อนนัดทีละคน จนหมด ก็เอ๊ะ …. เรียกกรูดิ เรียกดิ เรียกสิวะ มันก็ไม่เรียก ก็รอๆๆๆๆๆ รอไปเกือบเต็ม 1 ชั่วโมง ก็คิดเข้าข้างตัวเอง สงสัยอิคุณหมอคงบอกว่าให้ทดรอเพราะไปแป๊บเดียว 5555 ในที่สุดมันก็เรียก ไปขอเลื่อนนัด อิชั้นก็ “พ่น” ไปหน่อยนึง แล้วเจือกให้รอ นี่นัดที่ 2 แล้วนะพวกแก ถ้าผลมีอะไรร้ายแรง ทำไงละเทอๆๆๆ พวกมัน (มากกว่า 2) ก็ขอโทษขอโพยยกใหญ่ บอกว่าเป็นเรื่องสุดวิสัยนะเจ๊ อิชํ้นก็เออ แล้วเมื่อไหร่หล่ะ มันบอกวันที่ 15 บ่าย 2 นะ ก็เลยต้องสาราเลิกกัน ขนลูกขึ้นรถ โห่กลับบ้าน จบเรื่องเมื่อวาน

กลับที่เรื่องซึ่งจั่วหัวไว้ “ชื่อนั้น..สำคัญฉะหนายยยย…” เข้าเรื่อง เข้าเรื่อง คือ ตั้งแต่เกิดมาเป็นตัวตนมนุษย์คนนึง บิดามารดาก็ตั้งชื่อให้อิชั้นว่า “ทศพร” และมีชื่อเล่นว่า “อู๋” (คือคุณพ่อคุณแม่ของอิชั้นเอ๊กสะเป๊คบุตรชายอย่างแรง ณ ตอนนั้น 555 ผิดหวังจ้อย) อิชั้นก็ใช้และมีชื่อว่า ทศพร อู๋ หรือ ทดสะอู๋ ตลอดมา ไม่เคยเปลี่ยน และไม่เคยคิดจะเปลี่ยน เชื่อเสมอว่าพ่อแม่ตั้งให้ก็ดี งาม เหมาะสมอยู่แล้ว ตามความเชื่อทั่วๆ ไป คนเกิดวันจันทร์ต้องไม่มีสระ ก็ไม่มีสระตามความเชื่อ ไม่มีอะไรรกใจ อยู่ได้เรื่อยมา ไม่มีปัญหา รักชอบชื่อจริงชื่อเล่นของตัวเองมาตลอดไม่เสื่อมคลาย คิดว่าออกจะเท่ดีด้วยซ้ำไป 555

page-04

ด้วยที่ทั้งชื่อเล่นและชื่อจริง ออกจะ บอยๆ นิดนึง หรือจะเรียกว่าเป็นชื่อ unisex ใช้ได้ทั้งชายและหญิง แต่อิชั้นคิดว่า มันเอียงๆ ไปทางผู้ชายหน่อยๆ ตั้งแต่เป็นเด็กวัยเรียน มีให้ต้องแก้ไข ทักท้วง ครูบาอาจารย์หลายๆ คน ที่ assume เอาเองด้วยความเคยชิน ว่าทศพรควรจะเป็น เด็กชาย เป็นนาย แต่ก็ไม่มีเรื่องใหญ่โตให้เดือดเนื้อร้อนใจอะไรหรอกค่ะ เป็นเรื่องแก้ไขได้ จบกันไป แล้วชื่อเล่น “อู๋” เนี่ยจะเป็นจะเป็น ไอ้อู๋ มากกว่า อิอู๋ 5555 หรือ เสี่ยอู๋ ก็มีให้ได้ยินบ่อยๆ เพื่อนตอนเรียนมหาวิทยาลัย (เพื่อนสนิทส่วนใหญ่เป็นตัวผู้ค่ะ 55) มันก็ชอบเรียกอิชั้นว่า อีอู๋… เรียกอย่างรวดเร็วเร่งด่วนบางทีฟังคล้ายๆ ว่าจะเป็น อีหยูููู…..ป่าเถื่อนเน๊าะ มันคงอยากให้ชัดเจนว่าเพื่อนมันคนนี้เป็นหญิงมั๊ง

พอมาทำงานมีเรื่องให้ “ฮา” เกี่ยวกับชื่ออันแสนไพเราะของอิชั้นอยู่มากมายหลายหน เวลาไปสมัครงาน สัมภาษณ์งาน เคยเจอแบบ โผล่หน้าสวยๆ เข้าไปบางทีเจอคน แบบ (เห่ยสุดด้วยพฤติกรรม มิใช้ด้วยลุค) อ้าวผู้หญิงหรอกเหรอ หูย…. ทำงานทำการกันได้ไงวะ เรียกคนมาสัมภาษณ์งาน เรซูเม่ รูปเริ่บก็ส่งไป ไม่อ่านไม่มองเลย โห.. น่าร่วมงานมากกกกก… นิ ทำงานเนี๊ยบเกิ้นนนน… ตานี้ก็เวลาทำงาน ไปสัมนา อบรม บ้าบอคอแตก ที่ต้องไปติดต่อสื่อสารก็องค์กรภายนอก มันก็ทำป้ายชื่อให้เป็น Mr. เป็น นาย อยู่บ่อยๆ บ้าเน๊าะ ทำงานกันชุ่ยมากๆ ทำงานทำการจะมาคิดเอาเองได้ไง อ่าน จ้า อ่านๆ แหกตาดูข้อมูลที่ได้รับมาให้ดีกันก่อน นะคะ

เป็นว่าเคยชินกับปัญหางี่เง่านี่มาตลอดชีวิต แต่มีอยู่ครั้ง ฮานาก้ามากมาย เกือบเป็นเหตุให้โดนไล่ออกจากงาน เพราะชื่ออันเป็นสุดที่รักของดิฉัน ตอนนั้นทำงานอยู่ในบริษัทสัญชาติ “สวิส” กร๊ากกกก…. แค่นึกถึง ก็ต้องขำก๊าก ทำงานอยู่ดี ให้รู้สึกได้เองว่า มันยังไง ยังไง บรรยากาศมันมาคุชอบกลยังไงก็ไม่รู้วุ๊ย ใครทำอะไรผิด มีผู้ก่อการร้าย มีคนจะโดนกุดหัว คิดไปต่างๆ นานา มันชักแหม่งๆ มา 2-3 วีคได้ แต่ก็ยังฮาเฮได้ตามปกติ คิดแต่ว่าคงมีคนถึงฆาต (อีกแร้วววว) แล้วม่ายช่ายกรูแน่นอน ความรู้สึกแปลกๆ ชักแรงเมื่อเพื่อนร่วมงานชักตีตัวออกห่าง นายชักจดๆ จ้องด้วยสายตาแปลก จะถามก็ไม่ถาม จะพูดก็ไม่พูด ก็ได้แต่ เฮ้อ…. อะไรกันฟระ

อยู่มาวันนึง โทสับดังขึ้น ทดก็รับสาย บทสนทนาเป็นดังนี้ค่ะ

ทด - สวัสดีค่ะ เม ไอ เฮ้ว ยู๊……

ไอ้นั่น - (พูดไทยนิ) ขอสายคุณทดสะพอนด้วยครับ

ทด - (อ้าว… สายตรงมาที่โต๊ะกรู ยังมาขอสายกรูอีกนิ) ทดสะพอนพูดค่ะ

ไอ้นั่น – เอ่อ… เรียนสายคุณทดสะพอนครับ

ทด - ทดสะพอนพูดสายค่ะ

ไอ้นั่น - เมื่อเช้าผมคุยกับคุณทดสะพอน คุณเป็นผู้ชายนี่ครับ

ทด - (อยากจะก๊าก…แต่กลั้นไว้) เมื่อเช้าดิฉันก็เป็นผู้หญิงค่ะ

ไอ้นั่น - (อึ้งๆ อึกอัก) สงสัยผมต่อสายผิด

บทสนทนาก็จบลง ซัก 2-3 นาที ก็มีสายเข้ามาอีก ไอ้คนเดิมค่ะคุณ

ไอ้นั่น - ขอสายคุณทดสะพอนด้วยครับ

ทด - ทดสะพอนพูดสายค่ะ

ไอ้นั่น - เรียนสายคุณทดสะพอนที่เป็นผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อนะครับ

ทด - บริษัทนี้มีทดสะพอนเดียวเท่านั้นค่ะ ดิฉันเป็นผู้อำนวยการแผนกดิ้นรนค่ะ คุณคงต่อผิดแล้วหล่ะค่ะ

ตานี้ก็มาไล่เรียงกันว่าเบอร์ที่แกต่อมา กับเบอร์ของชั้น ก็เลย อ้อๆ อึ้งๆ แล้วก็เลิกรากันไป ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้ ฮามากมาย เลยเดินแถ่ดๆ แต๊ดแต๋ไปเม้ากะเพื่อนร่วมงาน นี่..มีคนโทรหาทด ผจก. จัดซื้อ บลาๆๆๆ ขำเน๊าะ แต่เพื่อนดูเหมือนขำแบบนิดๆ ไม่ ก๊ากเหมือนเคย พอพยายามไปทำฮาให้นายของอิชั้นได้ขำ เค้ากลับไม่ขำ แต่กลับ “เฉลย” เอ่ยความในที่ทำให้บรรยากาศในบริษัทอึมครึมมาพักใหญ่ๆ แล้ว ก็คือ “ทศพร” นั่นเอง แล้วพี่ท่านก็เอาปึ๊ง “แฟ๊กซ์-อิน” ออกมาให้ดู เป็นการจัดซื้อจัดขายของบริษัทหรือโรงงานผลิตเฟอนิเจ้อร์ส่งออก ติดต่อแฟ๊กซ์กันทั้งในและนอกประเทศ ถึง คุณทศพร ผจก.หย่าย ของไอ้บริษัทตู้โต๊ะเตียงเขียงโอ่งนั่น มันเกิดขึ้นได้พักใหญ่ๆ แล้วล่ะค่ะ คือวันหนึ่งนายใหญ่ยักษ์ไป “สะป๊อต” แฟ๊กซ์สั่งซื้อสินค้าจากเยอรมันถึงทศพร ก็เลยสั่งให้นายอิชั้นและทุกๆ คน จับตาดูฟามเคลื่อนไหวของอิชั้น ผู้ซึ่งบังอาจใช้ทรัพย์สินของบริษัทดำเนินธุรกิจส่วนตัว มิน่าเล่า อะไรๆ ก็เปลี่ยนไป ไม่เหมือนบริษัทกำจัดความเดรียดที่เคยเป็น

page-03

ก็มาลงเอยที่ ผู้ต้องสงสัยหรือผู้ถูกกล่าวหา (คือ อิชั้น) ผู้บังคับบัญชาตรง (คือ นายของอิชั้น) ต้องม๊าชชิ่งเข้าไปพบจีเอ็ม (นายใหญ่ยักษ์) เพื่อ “แก้ตัว” เรียก “ชี้แจง” ดูดีกว่าเน๊าะ ทั้งสิ้นทั้งปวง ไอ้ทดสะพอนนั่น มิใช่ คุณทศพร (ผู้เคราะห์ร้าย) คนนี้เลย ทดไม่แซบเรื่องใดๆ ทั้งสิ้นทั้งปวง ซวยโดยไม่ได้ก่อนะตะเอง คือก่อนที่จะต้องไปขึ้นศาลเตี้ย ทดได้พยายามสืบสาวราวเรื่องว่าอะไร เป็นอะไร what is what 555 สรุปคือ ดูจากหัวแฟ๊กซ์บางอันที่มีแบบเค้าส่งกลับให้มัน แต่มันดันมาโผล่ที่ที่ทำงานของชั้น ไอ้บริษัทเวนนั่น (ชั่วร้ายมาก) มันสั่งนามบัตร เล๊ตเต้อเฮด ฯลฯ แล้วไม่ตรวจทานให้ดี แล้วก็บังเอิ้น บังเอิน ที่เบอร์โทรศัพท์ของมัน “ผิด” คือ 1 หมายเลขจาก 3-4 หมายเลขของมัน (จำได้ว่าไม่รันนิ่ง) ปัญหาคือ ไอ้เบอร์นั่นซึ่งตามปกติ 3 ตัวแรกซึ่งน่าจะเป็นตัวชี้-เขต ไอ้ตัวที่ 3 น่ะค่ะมันค่ะที่ผิด ไอ้ 4 ตัวสุดท้ายดันมาแฝดกับเบอร์ของชั้น แบบนี้นะคะ (อธิบายยาก) 11X-1111 เท่านั้นไม่พอ เบอร์แฟ๊กซ์ของพวกมันดันก็ผิดแบบเดียวกัน แต่ไอ้ 4 ตัวสุดท้ายเจือกไปแฝดก็เบอร์แฟ๊กซ์ในห้องจีเอ็มค่ะคุณๆ ซวยแบบโดนลูกหลงอย่างแรง นรกชังหรือสวรรค์แกล้งกรูวะ อิชั้นก็เลย โทรไปต่อว่าความผิดพลาดของพวกแกน่าก่อความเสียหายหลายแสนหรือหลายล้านให้พวกแกบ้างอ่ะนะ ฝ่ายจัดซื้อไม่ตรวจพรู้ฟก่อนที่จะสั่งพิมพ์ นับว่าแย่มากๆ แถมเกือบทำกรูตกงาน เชื่อมั๊ยคะ ไอ้เวนทดสะพอนนั่นไม่ขอโทษหรือขอบคุณชั้นซักคำ เกือบโดนฝรั่งฆ่ากุดหัวซะแล้ว จบเรื่องนั้นไปซะ

ตานี้เมื่อย้ายภูมิลำเนามาอยู่บ้านนอกเมืองฝรั่ง ตานี้ก็ชื่อของทดที่เป็นภาษาอังกฤษก็ก่อการร้ายอีกแล้วค่ะ คนไทยที่ชื่อลงท้ายด้วยคะว่า “พร” น่าจะมีเป็นล้านคน แล้วสะกดเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้ได้เสียงที่ถูกต้องคือ porn ซึ่งคนไทยหลายๆ คนก็สะกดกันแบบนั้น จำได้ว่าสะกดชื่อตัวเองเป็นภาษาอังกฤษแบบนี้มาตั้งแต่ประถมปลาย แล้วก็ใช้เรื่อยมา มัธยม อุมดมศึกษา จนจบทำงานทำการ ด้วยที่ทำงานบริษัทต่างชาติมาตลอด มีเหมือนกันที่โดนล้อ ความหมายของ porn ช่างรุนแรงนิในภาษาปะกิด แต่ไม่ได้คิดติดใจเอาความอะไร แถมยังมีเพื่อน “พร” ร่วมงาน-ร่วมชะตากรรมอยู่ด้วยตลอดมา จนมาแต่งงาน วันนึงอีซะมีมาบอกว่าเพื่อนมันเอาชื่ออิชั้นไปล้อเล่น ชื่อจริงก็มี porn ชื่อเล่น ก็แบบเซ๊กซี่เข้าไปอีก ooh aah อู…..อา…. แม่ม….คิดกันไปไอ้พวกบ้า

แล้วเวลาไปติดต่อสื่อสารอะไรกับใครที่ต้องให้ชื่อเสียงเรียงนานก็แบบ มี แอบขำ มีตะลึง บอกว่าชื่อทศพร ก็ หา.. ว๊อท… เขียนให้ก็มี กิ๊กกั๊ก อีก บางทีพอบอกชื่อ อู๋ ก็พากันขำอีก ก็เลยบอกอีปั๋วว่า นี่แก ชั้นอยากมีชื่อฝาหรั่งมั่งจังเลย อีก๊อตขำก๊ากกก… จะบ้าเหรออีอ้วน ชื่อตัวมี ก็ใช้ไปสิ จะเปลี่ยนทำไม ก็บอกไปว่า ไม่ได้อยากเปลี่ยนอย่างเป็นทางการ แค่อยากมีชื่อเรียกง่ายสำหรับไปพวกฝรั่งแถวนี้ เอ…แต่ว่าจะชื่ออะไรดีนะ Emma Annie Jenny วิสกี้ จิ๊กกะดี๊ อะไรต่ออะไร คิดกันไป อิชั้นก็ แหวะ ไม่เหมาะกับหน้าเลย 55 อยากได้ชื่อที่เป็นตัว ‘T’ อีก๊อตก็ Trish อยู่นั่น อิชั้นก็บอก ไม่ชอบว่ะ เปลี่ยน i เป็น a ก็หมดกัน 555 อยากชื่อ Todd ใกล้เคียงกับ “ทด” หรือ Toni (Soprano) หรือ Tim คล้ายๆ ทับทิมในภาษาไทย อิก๊อตก็บอก อยากเป็นผู้ชายอยู่นั่น ทำไมไม่ชื่อ Toad ให้มันรู้แล้วรู้แร่ด 5555 สุดท้ายจากเป็นแม่นัง 100 ชื่อ ก็มาลงเอยด้วยชื่อว่า Tara ใกล้ๆ คล้ายๆ กับ ธารา ดีแฮะ แต่มันดันมีสระ 5555 เอาวะ ทาร่า ก้อ ทาร่า ดีเหมือนดัน

ตานี้พอต้องมีการให้ชื่อ (ที่ไม่เป็นทางการ) แบบซื้อข้าวของแล้วคิวยาวเค้าก็จะถามชื่อแซ่ อย่าง สตาร์บั๊ค ฯลฯ หรือ จองโต๊ะร้านอาหาร อะไรเงี๊ยะ ครั้งแรกที่กระแดะเป็นนังทาร่าแล้วมีเหตุการณ์ต้องจดจำ ก็ที่พิซซ่าฮัท 5555 ขอขำก่อน จัดการสั่ง เทคเอ๊าท์ เค้าถามชื่อไรตะเอง ตอบไปว่า “ทาร่า” อย่างฉะฉาน ไม่ต้องมาชำชื่อกรูกันอีกต่อไป 5555 ตานี้มันก็เรียกชื่อไอ้พวกที่นั่งรอ ให้ไปเอาของที่สั่งแล้วก็พาๆ กันไปให้พ้นร้านเค้า 555 อิชั้นกับลูกน้อยหอยสังข์นั่งรอเงกอยู่นาน ชักหงุดหงิด โดนมิสทรีตอีกแล้วสิตู จนนังคนนึงตะโกน “ทาร่่่าาาาาาาา…” อย่างกึกก้องกัปนาทแสนยากร แหม… กรูก็นั่งอยู่ตรงนี้ไม่มีใครอื่น ทำไมต้องแหกปากซะขนาดนั้น พอไปรับพิซซ่าจากอินังคนนั้น มันก็บอกมาว่าเสร็จตั้งนานแล้ว เรียกตั้งหลายที ไม่ยักกะมีใครปรากฏตัว ไม่รู้ว่าเป็นยู แป่วววว….. แล้วก็จูงลูกเดินจากไปอย่างเงียบๆ โดดขึ้นรถขับปู้ดออกไปอย่างรวดเร็ว …..ปี๋ง 5555 The End

**ปล. เชิญชมรูปเก่าๆ ต่างกรรมต่างวาระ ของเด็กหญิงทศพรและนางสาวทศพร 5555 ไม่น่ากลัวเท่าไหร่มั๊ง 555

OohAraiwa-06

Monday, July 6, 2009

7 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ แอนตี้ออกซิแดนต์

ไปอ่านเจอบทความที่น่าสนใจเลยเอามาแบ่งกันอ่านค่ะ

* – * – * – * - *

7 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ...แอนตี้ออกซิแดนต์

มันช่วยแก้ไขและปกป้องผิวของคุณจากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ที่นำมาสู่ความร่วงโรยของวัย และนี่คือสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ...แอนตี้ออกซิแดนต์

สำหรับผิวสวย เราต้องการทั้งการแก้ไขและปกป้อง และเพื่อให้คุณได้ทำทั้งสองอย่างในกิจวัตรการดูแลผิวประจำวันของคุณคุณต้องหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสม ซึ่งแก้ไขความเสียหายที่มีอยู่ และปกป้องความเสียหายในอนาคตไม่ให้เกิดขึ้นซึ่งแอนตี้ออกซิแดนต์คือสารสุดวิเศษสำหรับผิว ซึ่งคุณได้เห็นมันมากมายอยู่บนเคาน์เตอร์เครื่องสำอาง แต่มันมีหลายอย่างที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับมัน ซึ่งเราได้รวบรวมมาให้คุณแล้ว

1. แอนตี้ออกซิแดนต์ต่อสู้กับความเสียหายจากอนุมูลอิสระ

หากจะอธิบายอย่างสั้นๆ อนุมูลอิสระเกิดขึ้นจากที่โมเลกุลต้องสูญเสียหนึ่งในอิเล็กตรอน (ที่ต้องมีเป็นคู่เสมอ) ทำให้มันต้องไปดึงเอาอิเล็กตรอนมาจากโมเลกุลตัวอื่น และเมื่ออีกตัวหนึ่งเสียอิเล็กตรอนไป มันก็จะทำแบบเดียวกันเป็นลูกโซ่ต่อเนื่องกันไป ความพยายามในการซ่อมแซมตัวเองเช่นนี้ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าอนุมูลอิสระขึ้นมา ออกซิเจนหรือสารประกอบอื่นที่มีโมเลกุลของออกซิเจน อย่างเช่น คาร์บอนมอนอกไซด์หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ รวมทั้งแสงแดดและมลพิษเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้นในร่างกายเราตลอดเวลาและอนุมูลอิสระรับผิดชอบต่อความร่วงโรยของผิว เนื่องจากมันทำร้ายคอลลาเจนและอิลาสตินในผิว โดยแอนตี้ออกซิแดนต์ทั้งปกป้องและต่อสู้กับความเสียหายนี้ด้วยการทำให้อนุภาคนี้กลายเป็นกลาง

2. แอนตี้ออกซิแดนต์...ไม่ใช่ส่วนผสมใดๆ ทั้งสิ้น

แอนตี้ออกซิแดนต์ไม่ใช่วิตามินหรือส่วนผสมพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่มันเป็นการทำงานของส่วนผสมบางอย่างที่ป้องกันการที่โมเลกุลจะดึงอิเล็กตรอนจากอะตอมตัวอื่น และเริ่มต้นปฏิกิริยาลูกโซ่ของอนุมูลอิสระ โชคดีที่แอนตี้ออกซิแดนต์จำนวนมากสามารถพบได้ในร่างกายมนุษย์ แต่อย่างไรก็ตาม มีโอกาสอย่างมากว่าเราจะไม่ได้รับแอนตี้ออกซิแดนต์มากพอที่จะจัดการกับอนุมูลอิสระและความเสียหายจากอนุมูลอิสระ ที่เกิดการสลายตัวหรือไม่อาจทำหน้าที่ได้ตามปกติ ส่วนผสมที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระมีทั้งวิตามินเอ ซี อี เบต้าแคโรทีน ซีลีเนียม คิเนติน และสังกะสี

3. แอนตี้ออกซิแดนต์ปกป้องผิวจากมะเร็งผิวหนัง

เมื่อแอนตี้ออกซิแดนต์ทำให้อนุภาคของอนุมูลอิสระกลายเป็นกลาง มันก็ช่วยป้องกันความเสียหายของเซลล์ในผิวของคุณ ความเสียหายที่เกิดกับโครงสร้างของเซลล์และองค์ประกอบเซลล์นี้ สามารถสะสมตัวมากขึ้นเรื่องๆ ตามเวลาที่ผ่านไป และในที่สุดก็สามารถนำไปสู่โรคร้ายอย่างเช่นมะเร็งผิวหนังได้

4. แอนตี้ออกซิแดนต์รักษาริ้วรอยและสัญญาณแห่งวัย

เนื่องจากริ้วรอยและสัญญาณต่างๆ ที่บ่งบอกถึงความร่วงโรยของผิว เช่น สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ จุดด่างดำ และความหยาบกร้านของผิว ล้วนเกิดจากอนุมูลอิสระทั้งสิ้น การใช้แอนตี้ออกซิแดนต์ในรูปของการทาลงบนผิว จึงอาจมีบทบาทในการชะลอความเสียหายจากอนุมูลอิสระให้ช้าลงได้ อย่างไรก็ตาม ผลของมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน ความเสียหายจากอนุมูลอิสระในร่างกายมนุษย์อาจเกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน ความเสียหายจากอนุมูลอิสระในร่างกายมนุษย์อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนานเป็นปีๆ ก่อนที่จะสังเกตเห็นความเสื่อมถอยใดๆ คุณจึงไม่อาจชโลมแอนตี้ออกซิแดนต์ลงบนผิว และหวังว่าริ้วรอยของคุณจะลดลงอย่างทันที

5. แอนตี้ออกซิแดนต์สามารถปกป้องผิวจากแสงแดด

นอกเหนือจากการต่อสู้กับอนุมูลอิสระแอนตี้ออกซิแดนต์ยังบช่วยปกป้องผิวจากรังสีที่เป็นอันตรายของแสงแดด แต่อย่าได้เลิกใช้ครีมกันแดดไปเลย เนื่องจากการปกป้องของแอนตี้ออกซิแดนต์ต่อรังสียูวีมีค่อนข้างน้อยมาก จึงควรจับคู่สกินแคร์ที่มีแอนตี้ออกซิแดนต์กับครีมกันแดดหรือมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งสองอย่าง

6. แอนตี้ออกซิแดนต์สามารถเข้ากันได้กับผลิตภัณฑ์สกินแคร์อย่างอื่น

แอนตี้ออกซิแดนต์เป็นมิตรต่อการดูแลผิวทุกประเภท และสามารถนำมาใช้ผสมผสานกับครีมอื่นๆ ได้อย่างปลอดภัยรวมถึงผลิตภัณฑ์เพื่อต่อต้านสิวและปกป้องแสงแดดด้วย

7. มันดีที่สุดที่จะให้แอนตี้ออกซิแดนต์แก่ผิวด้วยการทา

ร่างกายของคุณจะส่งผ่านวิตามินและสารอาหารต่างๆ ที่คุณบริโภคเข้าไปให้แก่ผิวในปริมาณค่อนข้างน้อย ฉะนั้น คุณจะเห็นประโยชน์มากกว่าเมื่อคุณทาแอนตี้ออกซิแดนต์ลงบนผิวโดยตรง และงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ก็สนับสนุนเรื่องการปกป้องของแอนตี้ออกซิแดนต์ที่ทาลงบนผิว ตัวอย่างเช่น วิตามินซี อี และซีลีเนียม ได้มีการพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากแสงแดดต่อผิว และแสดงให้เห็นด้วยว่าสามารถปกป้องความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อไป นอกจากนี้การทาแอนตี้ออกซิแดนต์ยังเพิ่มระดับการปกป้องความเสียหายจากสภาพแวดล้อมแก่ผิว และการช่วยชะลอกระบวนการแก่ก่อนวัยได้

Famous Antioxidant

มีส่วนผสมหลายอย่างที่เป็นแอนตี้ออกซิแดนต์ และนี่คือบางส่วนที่นิยมใช้กันในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่คุณสามารถหาได้ตามเคาน์เตอร์เครื่องสำอาง


วิตามินเอหรือเบต้าแคโรทีน เบต้าแคโรทีนคือสิ่งที่ช่วยปกป้องผลไม้และผักที่มีสีเขียวเข้ม เหลือง และส้มจากความเสียหายจากรังสีของพระอาทิตย์ และเชื่อกันว่ามันทำหน้าที่แบบเดียวกันในร่างกายมนุษย์


วิตามินซี ช่วยซ่อมแซมผิวจากความเสียหายของแสงแดดและปกป้องผิวจากความร่วงโรย แต่เป็นแอนตี้ออกซิแดนต์ที่สลายตัวได้เร็วมากเมื่อสัมผัสกับออกซิเจน


วิตามินอี เป็นวิตามินหลักในร่างกายที่ทำหน้าที่แอนตี้ออกซิแดนต์ปกป้องเซลล์เมมเบรนและโครงสร้างอื่นที่มีส่วนประกอบของไขมัน


ฟลาโวนอยด์ ฟลาโวนอยด์เป็นเม็ดสีในพืชที่รับผิดชอบในการสร้างสีสันของผลไม้ ผัก และดอกไม้ ซึ่งเป็นแอนตี้ออกซิแดนต์ที่ทรงอานุภาพ แล้วยังมีคุณสมบัติในการต้านอาการอักเสบและต้านไวรัสได้ด้วย ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ต่อผิวพรรณ ฟลาโวนอยด์ที่มีผลประโยชน์เป็นพิเศษได้แก่ Proanthocyanins ซึ่งพบในองุ่นและต้นไพน์ และPolyphenols ซึ่งพบในชาเขียวและขาขาว


โคเอนไซม์คิว 10 (Coenzyme Q10) นี่เป็นสารที่ปกติร่างกายจะสร้างขึ้นได้เอง แต่ปัจจัยหลายอย่างอาจทำให้ระดับของ CoQ10 ในร่างกายลดลง ส่งผลให้เกิดการสร้างคอลลาเจนอิลาสติน และโมเลกุลที่สำคัญอื่นๆ ของผิวน้อยลงนอกจากนี้ ผิวที่ขาด CoQ10 ยังอาจเสียหายได้ง่ายจากอนุมูลอิสระ ซึ่งมีอยู่มากมายบนผิว ดังนั้น CoQ10 อาจเพิ่มการซ่อมแซมตัวเองของผิว และการสร้างเซลล์ผิวใหม่และลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระได้


สังกะสี (Zinc) ช่วยปกป้องรังสียูวี ช่วยให้แผลสมานตัวได้เร็ว ส่งผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของระบบประสาท เนื้อเยื่อทั่วร่างกายต่างมีสังกะสีเป็นส่วนประกอบและมีในชั้นหนังแท้มากกว่าหนังกำพร้า การทาสังกะสีลงบนผิวในรูปของซิงก์ไอออน (Zinc lons) มีรายงานว่าสามารถปกป้องผิวจากแสงได้

ซีลีเนียม เป็นแร่ธาตุที่พบในซีเรียล ถั่ว และไข่ งานวิจัยบางชิ้นแสดงว่าการกินซีลีเนียมป้องกันมะเร็งในสัตว์ทดลองในแล็บ มันยังแสดงให้เห็นถึงการชะลอการแก่วัย และบรรเทาอาการผิวไหม้จากรังสีได้ด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ฉบับวันพุธที่17 มิถุนายน 2552

Thanks > > http://women.kapook.com/view337.html

Tuesday, June 30, 2009

My Child - ลูกของช้านนนนน…

เซ็งๆ เบื่อๆ เหนื่อยหน่ายในหัวจิตหัวใจ มาหลายวันแล้ว เมื่อวานไปหาหมอฟังผลนมกับโม๊ะ ดันไปสาย 15 นาที โดนเลื่อนนัด ไปวันที่ 10 กรกฎาโน่น ที่เราไปรอนานๆ เป็นชั่วโมงไม่เห็นจ่ายค่ารอ หรือลดราคาวะ มีแต่พวกอึงเท่านั้นนะที่เวลามีค่า…ไอ้พวกหมอทั้งหลาย ก็ลุ้นกันต่อว่าจะได้ฟังข่าวดีหรือข่าวร้าย แต่ผลนมน่ะทางโรงบาลส่งมาให้แล้วว่า “ปกติ” นมยานสวย บีบได้แบนแต๋ง่ายดี 555

ลืมไปจะมาเล่าเรื่องเมื่อวานที่ไปนั่งรอหมอ ไอ้ก๊อตตี้ก็ดื้อด้านตามปกติ ส่งเสียงดัง วิ่งวุ่นวายไปหมด ไล่จับจนเหนื่อยเกิดไอเดีย เอาปากกากับกระดาษให้มันขีดๆ เขี่ยๆ เล่น มันก็สงบเงียบ น่ารักน่าเอ็นดูขึ้นมาเลยลูกช้านนนน… สักพัก อีเจ้าหน้าที่ทำหน้าดุส่งเสียงมาบอกว่า pen maker are not allow in this office … แม่ม….ลมออกหูเลย กรูไม่ยักกะเห็นมรึงมี sign ตรงไหนบอกห้าม เอาวะ กรูเกลียดมืงละกัน อีฟาย 555 ด่าเค้าในใจก็พอทุเลาดีกรีความโกรธได้บ้าง แล้วก็เก็บปากกาสมุดโน๊ตใส่กระเป๋าอย่างว่าง่าย พร้อมกับบอก ซอรี่ แม่ม (มืงงง)

page-422

ตานี้ไอ้ก๊อตตี้ก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งอย่างแรงขึ้นมาอีก เปล่งวาจาผรุสวาทกึกก้องกัมปนาทออกไปว่า “ฟักคํ” ด้วยเสียง K - เอนด์ซาวนด์ ชัดเจน คิดกันเอาเองว่ากี่ลูกกะตาในคลีนิคที่ไม่จ้องมองมาที่อิชั้นและลูก “0” ศูนย์ค่ะ zero-สูญ ถึงติดลบเลยแหละ แม้แต่ลูกเด็กเล็กแดงที่จ้องมองมา มันอ้าปากหวอ จอว์ดร๊อพ กันเป็นแถว อายแบบอยากแซกแผ่นดิน ทันใดอีเจ้าหน้าที่อีกคนก็เรียกขานนามอันไพเราะของอิชั้นขึ้นมา ก็เลยรีบวิ่งแจ้นไปหาเธอ แล้วเธอก็บอกว่าขอเลื่อนนัด เพราะคุณหมอโดนเรียกตัวไปผ่าตัดด่วน อิชั้นไม่มีอิดออด หรือ ต่อล้อต่อเถียง คว้าไปนัด คว้าลูกๆ วิ่งหนีขึ้นรถ ออกรถปรื้ดดดด… หายวับไปในแสงแดด “ปิ๋ง”

ไม่สามารถแก้ตัวหรืออธิบายในที่เกิดเหตุได้ มาอธิบายตรงนี้ดีกว่า ไอ้ลูกบ้านี่ก้อนะ… ก่อเรื่องจนได้ ไม่รู้จะด่าอะไรมัน 2 ขวบ 8-9 เดือน เพิ่งจะพูดได้ไม่กี่คำ ไอ้ที่ชัดๆ ด้วยเสียงและความหมายก็นับได้ไม่กี่คำ แต่ไอ้ที่ชัดเจนฉะฉานและไม่ต้องการให้มันพูดเนี่ยก็ก่อปัญหาจนได้ คำว่า “ฟัก” ของไอ้ตัวแสบมีที่มาจากพ่อ “สัง-ลัง-ม่าย-ลี” ของมัน ชอบพูดคำ curse คำ ขอร้อง ด่าว่า ห้ามปาม ทะเลาะกัน กี่ร้อยครั้งมันก็เลิกไม่ได้ บอกห้ามพูดคำพวกนั้นต่อหน้าลูกๆ เลิกได้ก็เลิกซะ มันบอกมันพูดแบบนี้มาตั้งแต่เกิด แล้วอีรอมก็ได้ยินได้ฟังพ่อมันพูดแบบนี้มาตลอดชีวิตอีรอม ไม่เห็นอีรอมมันพูดคำหยาบซักที เอากะมันสิ ไอ้กันแก่ๆ นี่สอนยากวุ๊ย ต่อๆๆๆๆ เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องด่าทอผัวให้ชาวโลกฟัง ตอนจีบกันน่ะไม่ได้ยินซัก “F” เลย แต่ตอนนี้อิชั้นน่ะปั๊ดตะนาไปสูสีกะผัวแล้วหล่ะค่ะ กลับไปที่ไร่ฟักแฟงของไอ้ตี้ อิชั้นก็ไม่เข้าใจว่าเวลามันพูดคำนั้นออกมามันอยากสื่อความหมายว่าอย่างไร มันก็ไม่ได้พูดบ่อยๆ หรอก บางทีมันพูดเวลามันโมโห บางทีมันพูดเวลามันแฮ้ปปี้ หลังๆ มามันเรียกปืนของเล่นมันว่าฟัก เวลามันหาปืนมันไม่เจอมันจะพูดว่า มายฟัก มายฟัก อิแม่มันก็พยายามเบี่ยงเบนฟามหมายและ rhyme ตาหลอด อย่างเช่น duck, bug, hug, mug, luck, snug สารพัด..แล้วแต่จะนึกออกแหละ พอมันหาปืนฟักของมัน อิแม่ก็จะพูด your gun… This is your gun, this thing calls GUN! ย้ำซ้ำอยู่นั่น แต่ไม่เคยได้ผล นึกเสมอเลยว่ามันจะต้องไปพูดนอกบ้าน-แล้วมันก็พูดจริงๆ ตามคาดหมาย พยายาม fix เรื่องนี้เพราะรู้ว่าถ้ามันไปพรีสคูลแล้วยังเอาฟักแฟงติดไปโรงเรียนด้วย มันโดนไล่ออกแน่ แถมอิแม่มันต้องขายคี่หน้าไปชั่วชีวิต เฮ้อ…. เหนื่อยใจ

เอ้า อ่านกันขำๆ

A low-life or lowlife is a term for a person who is considered unacceptable by their community in general. Examples of people who are often called "lowlives" are skells, prostitutes, drug addicts, drug dealers, alcoholics, hustlers, pimps, slumlords, criminals and corrupt officials or authority figures. It may be used in a more general sense to describe anyone not "living the high-life", such as persons with low incomes or who live in poor conditions (or anyone else perceived as "lazy" by the middle and upper class), but such usage is commonly seen as an indicator of classist elitism and unfounded prejudice. Often, the term is used as an indication of disapproval of antisocial or self-destructive behaviors, usually bearing a connotation of contempt and derision.

Thanks > > http://en.wikipedia.org/wiki/Low-life

11-26-2007 4-04-47-s

ส่วนน้ำตาลในเลือดวันนี้ เลขที่ออก …. 80 ถือว่าอยู่ที่ bottom line ของ "ปกติ" ค่ะ รีบไปดวดเป๊บซี่ด่วน 1 ป๋อง 5555 อ้วนต่อไป

All the Best Everyone .!!!

Saturday, June 27, 2009

มันอะไรกันจ๊าาาา…

อพยพข้ามมหาสมุทรมาอยู่ทุ่งกุลาเมืองฝรั่งเสียนาน ด้วยสภาพเศรษฐกิจของครอบครัวพังมาได้พักใหญ่ๆ แล้ว ก็เลยไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้านเกิดเมืองนอนหลายปีแล้ว แต่ก็พยายาม catch up ตลอดว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่เมืองไทยบ้าง เปิดเว๊บดูโน่นนี่ ไปเรื่อยเปื่อย นอกเหนือไปจาากความไม่สงบเกี่ยวเนื่องมาจากการเมืองและความขัดแย้งทั้งหลายแล้ว ที่ทรมานร้าวรานใจและคิดถึงที่สุดนอกเหนือไปจากครอบครัวที่รักแล้ว ก็คือ อาหารไทย (แท้ๆ ที่เมืองไทยเท่านั้น) ไม่ต้องแฟนซีอะไรหรอก อิชั้นน่ะรับทานได้โม้ดดด…. ตั้งแต่ข้าวเหนียวหมูปิ้งยันตับห่านใจโหด - Foie Gras ราคาทองคำ อาหารไทยที่คิดถึงน่ะ นับตั้งแต่รถเข็นผ่านหน้าบ้าน ร้านปากซอย ตลาดโต้รุ่ง….ภัตตาคาร เหลา..ไปจนถึงร้านดัง โรงแรมหรู ไม่ว่าจะเป็น โรตี ปาท่องโก๋ ขนมครก ก๋วยเตี๋ยว ข้าวผัด แค่ดูรูปก็นั่งน้ำลายยืดดดดดด…….. เก็บเอาไปนอนฝัน (ฝันร้าย-ฝันหลอน เลยแหละ) แล้วพ่อคุณแม่คุณเจ้าพระคุณรุนช่องเด็กรุ่นใหม่นี่มันถ่ายรูปกันเด็ดดวงซะจนอยากจะเอามือหยิบออกมากินซะให้สิ้นเรื่องสิ้นราว รูปที่เอามาแปะเป็นของใครก็อย่าได้โกรธกันนะคะ ขออนุญาตและขอขอบคุณมา ณ ที่นี้เลย เพราะพอเห็นรูป น้ำลายยืด ก็เซฟไว้ เพราะหิวโหยเลยไม่ได้เซฟที่มา ขออภัยด้วยนะคะ

FoodPage-01

คนอ้วนก็ต้องเบิกโรงด้วยเรื่องอาหารเสมอ 555 ตานี้ก็มาถึง เรื่องสวยงาม เสื้อผ้า หน้า ผม เปิดไปที่ไหนๆ อ่านเว๊บใดๆ อะไรๆ ก็ เกาหลี เกาหลี มันอะไรกันฟระ เมื่อก่อนก็ต้องลูกครึ่งฝรั่ง ต่อมาก็หน้าหมวย ต้อง ขาว สวย หมวย อึ๋ม เท่านั้น ผิวพม่า นัยตาแขก ตาโต ผิวสีน้ำผึ้ง หรือ สวยแบบไทยๆ ไม่เป็นที่ยอมรับในเมืองไทยนี่มันชักยังไงๆ อยู่ “เกาหลีลุ๊ค” นี่มันไม่ exotic เลยแหละ แถมเด็กสาวๆ รุ่นใหม่ ล้วนเกาะติดเทรนด์อย่างเหนียวแน่น ตอนที่ฮิตผมตรงเป๊ะแบบ pin-straight ก็ไปยืดผมยาวเหยียดตรงเป๊ะกันทั้งบ้านทั้งเมือง (ธุรกิจใหม่เกิด ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ developed 555) อันนั้นไม่เท่าไหร่ อ่านเจอว่าฮิตใส่รองเท้าบู้ทกัน คงเพราะเห็นบรรดา starlet จากฮอลลิวู้ดใส่-ก็ซื้อหามาใส่กันบ้าง ….เห็น (รูป) แล้วก็ อูยยยย…. ร้อนแทน เมืองไทยมันร้อนชื้น เหงื่อสาดกันเกือบตลอดเวลา จะ “ติงเม๋ง” กันทั่วหน้าหรือป่าวน้อ…. 5555

page-001

อิชั้นอยู่ห่างจากฮอลลิวู้ดไม่เท่าไหร่ ได้เห็นเด็กสาวๆ แถวนี้ก็แต่งตัวให้หญิงใหญ่อย่างอิชั้นปวดตาปวดใจอยู่บ่อยๆ ตอนนี้ร้อนตับแล่บ 100 ฝ่าๆ นวลนางก็ใส่เสื้อกล้าม เสื้อสายเดี่ยว กับกุงเกงสั้นจู๋ Micro Short Shorts ทีกะลังฮ๊อตฮิตอย่างแรง (ไอ้ท่อนบนใส่อะไรก็ใส่ไปเถอะ-ไม่ก่อกวนหัวใจและสายตาอิชั้นหรอก) บางนางก็ดูดี ขาเรียวยาว ผุดผ่อง แหม..มันช่างน่ามอง แต่บางนาง..เห็นแล้วก็แบบ… โถ…อีหนูเอ้ยย… ขาที่อวบกว่าขาโต๊ะสนุ๊กน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ที่บ้านคงไม่มีคนรัก-คนห่วง เพื่อนๆ ก็ไม่จริงใจ กันเลยหรือไร เธออ้วนอวบแล้วใส่กางเกงจุ๊ดจู๋ พอเดินไปมาไม่เท่าไหร่ ขากุงเกงที่สั้นกุดนั่นก็ร่นหุบหายเข้าไปในหลืบขา (เรียกอะไรวะ หว่างขา ขาหนีบ 555) บางคนก็หุบหายไปทั้ง 2 ขา บางคนก็หุบหายขึ้นไปแค่ขาเดียว แล้วเบ้ากางเกงมันถูกดึงรั้งเข้าไปก็พองโป่งโดงบวมโดดเด่นขึ้นมา มันไม่งามเลย โถๆๆๆๆ เพื่อนฝูงพ่อแม่พี่น้องไม่มีใครบอกใครเตือนเลยเน๊าะ หนูๆ สาวไทย ไม่รู้เป็นกันหรือป่าว คิดว่าน่าจะ “ไม่” เพราะสาวไทยส่วนใหญ่ไม่อวบอ้วน มีแต่แบนบางเอวกิ่วเล็กกว่าต้นแขนอิชั้น ไม่งั้นจะมีเสื้อผ้าไซ้ส์ 5XS หรือ XXXXXS หรือว่ามีเล็กกว่านั้นอีกก็ไม่รู้ 5555 พูดแล้วก็แปลกนะ เวลาเห็นคนใส่ชุดว่ายน้ำ บิกินี่ โชว์เนื้อหนังมังสา กลับเฉยๆ สวยงามมากน้อยแต่กต่างกันไป แต่พอแต่งตัวไม่เรียบร้อยกลับดู not nice อธิบายยากจัง เป็นเรื่องของ “กาละและเทศะ” มั๊ง

page-003

หลังๆ มา ก็ได้ข่าวเรื่อง ฮิตทีวีซีรีส์เกาหลีกันอย่างรุนแรง อยากดูวุ๊ย เห็นติดกันงอมแงม แต่ไม่กล้าเริ่มเพราะเดี๋ยวติดหนักแล้วต้องไปเลิกที่ถ้ำกระบอก 555 จากนั้นมาก็ เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ข้าวของใช้ทั้งหลาย ต้องจากเกาหลีเช่นกัน อ่านฟังกระแสความแรงของเกาหลีแล้วก็ใจมันร้อน ใจมันรน อยากได้อยากซื้อหามาใช้บ้าง แต่อิชั้นอยู่ในโซนของโลกที่เค้าไม่นิยมอะไรๆ เกาหลีเลย ซื้อหาอะไรไม่ได้เลย เริ่มจาก บีบีครีม ยอดฮิต โหยหาโวยวายอยู่นาน จนคุณเพื่อนๆ จากเมืองไทย โยนข้ามทวีปส่งมาให้ได้ใช้ ยังมีอีกเยอะมากมายหลายไอเท่มที่โวยวายไล่กวดให้เพื่อนๆ เดือดร้อนเขวี้ยงใส่เรือบินมาให้ แต่ไอ้ที่พอได้รู้ได้ยินได้เห็นแล้วก็ งงๆ ก็เกาหลีลุ๊ค ผู้ชายก็ซอยผมทรงหนูแทะทิ่มหูทิ่มตา รากไทรรุงรัง ขนาดดารา-นักร้องหน้าตาดีๆ บางคนทำแล้วก็เสียหล่อ บางคนก็แค่โอเค ไม่กี่คนที่ทำแล้วดูน่ารัก พอหนุ่มๆ ถึกๆ เดินถนนไปก๊อปลุ๊คเกาหลีมาบ้าง เห็นแล้วก็ โอ้ มาย บุ๊ดด้า ช่างกล้านะลูก 555 ส่วนสาวๆ ก็ต้องใส่เลนส์ตาโตๆ แต่งหน้าให้ดูหน้าเผือดๆ ซีดๆ แล้วทำปากจู๋ๆ เด็กสาวๆ ถ่ายรูปแล้วโพสต์ท่าเดียวกันโม้ด… เห็นแล้วขำง่ะ บางคนก็ทำน่ารัก ก๊อปเค้าได้อย่างน่าดู แต่บางคนเห็นแล้วก็ กร๊ากกก… ฮานาก้า อยู่คนเดียว ทีแรกก็นึกว่า เราคงบ้า…เห็นเป็นขำอยู่คนเดียว ที่ไหนได้ อ่านไปเรื่อยเปื่อย มีคนที่ไม่ชอบเทรนด์เกาหลีเยอะแฮะ บางคนก็โพสต์ ด่า ต่อต้าน ซะรุนแรง แต่ที่ขำกลิ้งก็ที่บางคน เปรียบเทียบสาวๆ ตาโตๆ ปากจู๋ๆ กับสิงสาราสัตว์ 555 อย่าง ดูดิ อันนี้ก็เทรนด์เกาหลี ตาโตๆ ปากเล็กๆ จู๋ๆ แล้วก็โพสต์ รูปตุ๊กแก รูปนางอาย รูปกบ รูปปลาทอง-ปลาทู ขำก๊ากมากมาย 5555 ช่างเปรียบนะพ่อคู้นนนน…. (ไม่กล้าแปะรูปคุณตุ๊กเค้า-เพราะเกลียดกลัวคุณตุ๊กมากกกกก…ค่ะ)

page-002

จบดีกว่า ไม่มีสาระ มาบ่นตามประสาคนแก่ๆ อ้วนๆ ที่ตามกระแสไม่ทัน 555

Have A Nice Weekend Everyone !.!.!

Thursday, June 25, 2009

ฟังเพลง แก้เบื่อกัน

เค้าไปหากระเทยฟายพวกนี้มากจากไหนวะ 5555 อีคนร้องชื่อปอยฝ้ายซะด้วย

ส่วนเพื่อนกลุ่มกะเทยฟายทั้งหลายก็ ฮิ้วววว… อย่าให้เซด ฮานาก้าจริงๆ

เอ้า.. อีกเพลง

อันนี้อะไรก็ไม่รู้ แต่แรงเกิ้น…

ฮากันแค่พอหอมปากหอมคอ เทคแคร์เด้อ

คับที่ - คับใจ … ไม่ชอบซักอย่าง

แต่คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก..อยู่ไม่ได้เลยแหละ เป็นเรื่องจริงแสนจริง ตั้งแต่ย้ายมาอยู่บ้านนี้ (ยังไม่ถึงเดือนเลยนะ) มีเรื่องรกใจไม่เว้นวัน ก็เพราะไอ้+อีเจ้าของบ้าน (น่าจะเป็น) เพื่อนสุดที่รักของอีซะมี ก็จุกจิกจู้จี้ ก่อกวนความไม่สงบได้ไม่เว้นวัน ทุกข์ใจจริงๆ จะย้ายอีกก็ไม่ไหวแล้ว เหนื่อยสาหัส..ยังไม่หาย ขอตั้งหลักซะหน่อย แก่ๆ กันทั้งสองคน มาเหนื่อยใจรายวันอีก ไม่ไหว ไม่ไหว

IMG_0320-s

ล่าสุด (ไม่ขอเล่าทั้งหมด…มันเยอะมากกกก) เมื่อวันอาทิตย์ ยิ๋งทดพาบุตรธิดาไปซื้อของเล่นที่ Toys“R”Us (ลูกๆ ไม่ค่อยมีของเล่นน่ะ 555) ส่วนอีก๊อตไม่ได้ไปเพราะต้องไปทำงาน พอกะลังขับรถกลับบ้าน อีก๊อตโทรไปบ่น ว่าเนี่ยเพิ่งตัดหญ้าเสร็จ เพราะไอ้จอห์นมาบ่นว่าลูกสาวมัน “อับเซ็ต” มากที่บ้านเราไม่ตัดหญ้าหน้าบ้าน แล้วก็พูดจากวนตีน แบบ..ถ้าอึงไม่ตัดเดี๋ยวกรูโทรให้ใครเค้ามาตัดอึงต้องจ่ายตังค์นะ … อีก๊อต (ซึ่งเก่ง ปากดี เฉพาะเวลาอยู่กะเมียเท่านั้น) กลายเป็น “หงอ-คง” ซึ่งคงหงอกับคนอื่นอีกตามเคย..ยอมไปตัดหญ้าอย่างง่ายดาย พอกลับมาถึงบ้าน ปั๋วก็ได้ออกไปทำงานแล้ว เห็นเศษหญ้าที่ตัดตามขอบๆ ไดร๊ฟ์เวย์ ก็เลยพาลูกๆ ออกไปกวาดเก็บซะ ให้มันเสร็จๆ ซะ แต่มัน ฮึ่มๆๆๆๆ อยู่ในใจ พยายามข่มใจไว้อย่างหนัก ไม่อยากบ่นเรื่องย้ายมาเช่าบ้านไอ้บ้านี่ เพราะได้บ่นไปเยอะแล้ว แถมอีก๊อตก็มีเรื่องกลุ้มๆ ที่ทำงานเยอะแล้ว ถ้าไปบ่นมันอีกเดี๋ยวจะเส้นเลือดฝอยแตกตายไปซะ จะเดือดร้อนหนัก หรือถ้าไปบ่นหนักๆ เข้า ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นนอกจากผัวเมียทะเลาะกันเอง เลยต้อง “หุบ” ปากซะให้สนิท

จากรูป ถ่ายเมื่อกี้นี้เลย (วันพฤหัสฯ) มันออกมาตัดหญ้ากัน บ้านเราที่เพิ่งตัดไปเมื่อวันอาทิตย์ก็เลยยาวกกว่ามันหน่อยนึง เดี๋ยววีคเอนด์นี้มันก็คงมาอาละวาดอีก เฮ้อ…. แล้วจะมารายงาน

พอวันต่อมา อีก๊อตเลิกงานมา หน้าจ๋อยๆ บ่นเรื่องงานอีก นาย (สายตรง) ถูกเลย์ออฟ เรื่องโน้นเรื่องนี้อีก ดูเหมือนปัญหาที่ทำงานมันมากมายเหลือเกิน นั่งถอนหายใจเฮือกๆ แล้วก็โพล่งออกมาว่า “John owes me an apology…blah blah..b’coz he‘s very rude when he’s telling to mow the lawn…. ฟังแล้วด็เดือดดาล มืงจะไปคาดหวังอะไรกะม๊านนนนน… ก็เลยบ่นสมทบไปว่า You know what!!! I really don’t like when he and his family marching in and out my house even we rent this house from him… but it’s my property! ทนไม่ได้ ต้องพ่นไปซะหน่อย อีก๊อตก็ได้แต่เงียบ ต้องพ่นเพราะมันหาความสงบใจไม่ได้เลย จะนั่งรื้อของกระจัดกระจายจัดข้าวจัดของให้เข้าที่ก็ไม่กล้าทำ กลัวมันมาเคาะประตู ฯลฯ หรือไม่แกะข้าวของออกมาดี เผื่อต้องระเห็ดไปไหนอีก มันเหมือนผีซ้ำดั้มพลอย เสียบ้านไป เช่าบ้านเค้าอยู่ก็ “โอเค” แหละ รอจนตั้งหลักได้เราค่อยซื้อบ้านใหม่ แต่เช่าเค้าอยู่แล้วหาความสุขใจไม่ได้ มันเศร้า หงุดหงิด มันเป็นทุกข์ที่ จิก หยิก ทุบ หัวใจทุกวินาที

บ่นหน่อยละกัน

Take Care of Yourself.

And Each Other.

But Mostly Yourself.

Wednesday, June 17, 2009

Water Intoxication

วันนี้ต้องไปทำ Mammography & Pelvic Sonography หรือ ultrasound นั่นเอง ก็สืบเนื่องมาจากเช็คอัพประจำปี การทำนัดบ้านนี้เมืองนี้มันยุ่งยากและรอนาน (รู้ๆ กันอยู่) บางทีรอนานๆ เข้า ก็งงว่ากรูจะไปหาหมอทำไมฟระ เพราะได้หายป่วยหายไข้ไปนานแล้ว แต่อันนี้ต้องไปทำแมมโมแกรมเพราะไม่ได้เอานมไปเข้าเครื่องรีดตั้งแต่ก่อนท้อง ตอนนี้ไอ้ตี้ 2 ขวบ 8 เดือนแล้ว 555 do the math กันเอาเอง พอไปตรวจประจำปีตอนท้องก็ห้ามทำแมมโมแกรม พอตอนให้นมก็ห้าม พอไปอีกปีไอ้ฟายน้อยตี้ก็ยังไม่หย่านม แหม..ถ้าตรวจตอนให้นมลูกอยู่ นมเป่งๆ คงจะกระฉูดเต็มเครื่องเค้า 555

เข้าเรื่อง เข้าเรื่อง เริ่มด้วยตื่นแต่เช้า (7 โมง…เช้าโคตรๆ สำหรับบ้านผีปอบ 555) กินน้ำ 32 ออนซ์ ตามที่ใบสั่งแพทย์ส่งมา ไปถึงโรงบาลก็ลงทะเบียน รอๆๆๆๆ คนมาทีหลังทะยอยกันเข้าห้องตรวจ ห้องเจาะ ห้องส่อง (x-ray) ตัดหน้าอิชั้นที่นั่งอ้วนรออยู่อย่างอดทน 4-5 คนได้ ชักฉุน เลยเดินไปถามอีนังเจ้าหน้าที่ เค้าบอกว่าอิชั้นมี 2 ตรวจ เลยจะให้เข้าไปปุ๊บ ส่งต่อกันได้เลย ทันใด เจ้าหน้าที่ อุลตร้าแมนสาวสวยก็มาเรียกให้อิชั้นเข้าโซนห้องส่อง ไม่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอบอกแค่ร่นกุงเกงลงก็พอเพราะหมอสั่งมาให้ส่องดูบริเวณอุ้งเชิงกราน พอเริ่มลงเจล เอาหัว probe ถูๆ กดๆ เธอก็บ่นว่าอิชั้นดื่มน้ำตามสั่งหรือป่าว ทำไม bladder ไม่เต็ม (ถ้ากระเพาะปัสสาวะเต็มใหญ่โต มันก็จะดันให้พวงอวัยวะหญิงลอยหน้าโดดเด่นขึ้นมา ง่ายต่อการรับชมรับฟังโดยการตรวจด้วยคลื่น…คำอธิบายโดยหมออู๋ 5555) ก็สั่งให้ออกไปตรวจนมซะก่อนและแด๊กน้ำอีก 1 ลิตร ที่กินมาก่อนมันจะรออยู่ในกระเพาะฉี่ได้ไงให้นั่งรอตั้งนาน หนีไปปลดปล่อยซะรอบนึงแล้ว นี่ขนาดพกขวดน้ำไปดวดตลอดเวลา

Booth-02

เค้าก็พาไปห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า บอกให้ปลดแต่ท่อนบน แล้วก็ไปนั่งรอด้วยเสื้อโรงบาลรุ่งริ่งหาที่ผูกที่ติดกันอุจาดได้ยากจริง ก็กุมๆ กำๆ ไว้นั่นแหละ ผู้คนก็เดินผ่านไปมาไม่ได้หยุด กรูล่ะเซ็ง ….. พอครู่ใหญ่ๆ ป้าๆ คนนึงพูดเพราะ ดูใจเย็น มาบอกว่าไปตรวจได้แล้ว ก็คุณป้านั่นแหละเป็นเทคนิเชี่ยนเครื่องแมมโมแกรม หน้าตาใจดี พูดเพราะ การตรวจเป็นไปอย่างเรียบร้อย รวดเร็ว เจ็บ ship หาย นมกำลังระบมเพราะใกล้จะมี ปจด. ง่ะ เจ็บๆๆๆๆ แต่ก็จบเสร็จไปเรื่องนึง คุณป้าคนสวยก็พาอิชั้นมาส่งคืนให้กับน้องเม๊กซิกันคนงาม วันนี้โชคดีแฮะเจอแต่คนสวยๆ ใจงาม ไม่เจอ ฮิปโป หมีฟาย ใดๆ เลย 5555 เค้าคงไม่อยากให้ฮิปโปมาเอ๊กแซมฮิปโปมัง 555

Attempt # 2 เธอก็ให้อิชั้นร่นกุงเกงลงอีก หาผ้าคลุม ลงเจล เอาหัวตรวจมากดๆ จ่อๆ เธอก็จ๊ากขึ้นมาอีกว่าฉี่ยังไม่เต็มถัง แถมโชว์ว่า ดูดิ ฉี่กะลังไหลลงถังเลย แต่ยังตรวจไม่ได้ อัญเชิญให้ทดออกมารอหน้าห้อง แถมบอกให้กินน้ำอีก ครึ่งลิตร ก็กะเดือกลงไปได้อีกหน่อยนึง แล้วก็เป็น waiting game รอๆๆๆๆ ต้องเดินไปมา เพราะนั่งแล้วมันจะล้น ทั้งเรอ ทั้งปวดฉี่ ทั้งอยากจะอ้วก ฯลฯ ทรมานมากๆ รอๆๆๆ เธอก็ไม่มา สุดท้ายเธอก็มา Attempt # 3 ตรวจได้ เห็นชัด เธอว่างั้น เธอวกวนดูอยู่จุดไหนจุดหนึ่งมองไม่เป็นแต่รู้สึกได้ แล้วก็หมั่นชี้ๆ บนจอให้ผู้ช่วยเธอดู แล้วก็พยักหน้าหงึกๆ หงักๆ ไม่พูดอะไรออกมาให้อิชั้นได้ยิน ใจชักฝ่อ แล้วเธอก็บอกว่า ไปฉี่ได้แล้ว แต่ขออนุญาตตรวจจากด้านในนะ เพราะอยากเห็นบางจุดให้ชัดเจน อ้าว หมอประจำองค์อิชั้นไม่ได้สั่งนี่หว่า หรือมันตรวจเจอเอเลียนแอบอยู่วะ แงๆๆๆ

พอไปฉี่กลับมา เธอก็ให้ถอดท่อนล่างออกหมด เอาผ้าคลุม เอา probe แท่งเรียวๆ มิใช่ dong ใหญ่ยักษ์ 555 เธอตรวจอยู่นาน อิชั้นรู้สึกจะตาย ทั้ง emotional & physical เลย แล้วเธอก็บอกเสร็จแล้ว แต่งตัวกลับบ้านได้ หมอโม๊ะของอิชั้นจะได้รับผลใน 3 วัน จริงๆ หมอโม๊ะ OB/GYN ของอิชั้นส่งใบนัดมาให้นานแล้วแหละ ว่าไปฟังผลที่ตรวจทั้งหมดวันนี้ได้ในวันที่ 29 เฮ้อ… ลุ้นอีกแระ…

พอเดินออกมาจากห้องตรวจ รู้สึก หวิวๆ lightheaded แวะฉี่อีกรอบ เดินไปเอารถ ขับรถกลับบ้านด้วยอาการปวดหัวแบบหัวจะระเบิด ล่องลอยน่าก่ออุบัติเหตุ ถึงบ้านกินไทลิน่อลไป 2 เม็ด กะว่าจะนอนซะหน่อย พอดีลูกๆ ตื่น เลยให้อีพ่อมันดูแลอาหารเช้าลูกก่อนออกไปทำงาน อิชั้นสลบเหมือด พักนึงแล้วก็หลับๆ ตื่นๆ ปวดหัวอย่างแรงมากๆ แต่หิวมากเพราะยังไม่ได้กินอะไรเลย พอกินข้าวลงไป อยากอ้วก ปวดหัวแบบมึนๆ ไม่หายทั้งวัน เลยนึกขึ้นได้ว่าเป็น Water-Overdose! Did I just overdose on water? OD on water ฟังดูขำๆ โง่ๆ แต่มันมีจริงๆ นะ ปริมาณที่กระเดือกเข้าไปไม่เท่าไหร่หรอก แต่ช่วงเวลานั่นแหละที่เป็นตัวการ อิชั้น “ดวด” น้ำ เข้าไป 2 ลิตร ในเวลา 1 ชั่วโมง ขาด-เกินไม่กี่นาที

Water intoxication (also known as 'hyper-hydration' or water poisoning) is a potentially fatal disturbance in brain functions that results when the normal balance of electrolytes in the body is pushed outside of safe limits by over-consumption of water. Normal, healthy (both physically and nutritionally) individuals have little to worry about accidentally consuming too much water. Nearly all deaths related to water intoxication in normal individuals have resulted either from water drinking contests, in which individuals attempt to consume more than 10 liters (2.2 imp gal; 2.6 U.S. gal) of water over the course of just a few minutes, or long bouts of intensive exercise during which electrolytes are not properly replenished, yet massive amounts of fluid are still consumed.

Thanks > > http://en.wikipedia.org/wiki/Water_intoxication

Booth-03page-121-1

Monday, June 15, 2009

Nothing’s New

profile

สองสามวันมานี้บรรยากาศในบ้าน “มาคุ” มากๆ เหมือนอยู่กลางเมืองคาบูลหรือกรุงเบรุตก็ไม่ปาน ยิ๋งทดตาขวางเหมือนสุนัขเป็นโรคกลัวน้ำ อยากจะ “ขย้ำ” ลูกผัวทั้งวัน พูดจา หรือทำอะไรกันก็ไม่เข้าหูเข้าตากรรมการเอาซะเลย ไล่ให้ไสหัวพากันไปไหนๆ พ้นๆ ตาซะบ้าง ไอ้พ่อมันขนลูกขึ้นรถหนีไปบ้านอินลอว์ ไปต่อวอร์ลมาร์ท ไปไหนๆ กันอีกไม่รู้ พอ ท๊าดา…เปิดประตูโห่กันเข้ามา บ่น หิวๆๆๆๆๆ ต่อมปี๊ดอีแม่มันระเบิดอี๊กกกกกก……. แม่ม แหกกันไปถึงไหนๆ ไม่พากันกันไปแด๊กให้เสร็จเรียบร้อยก่อนกลับบ้าน เลยไล่พวกมันออกไปหาอะไรกินกันซะ ก่อนที่ระเบิดจะลง เห็นว่าแห่กันไปกินที่ Burger King แล้วแบกแตงโมลูกบักเอ้บกลับมาด้วย พอนั่งตูดไม่ทันเย็น อีก๊อตก็จุดประกายหมาบ้าอีก ม้าม่ะ ม้าม่ะ เมื่อไหร่จะผ่าแต่งโม ม้าม่ะ ม้าม่ะ เมื่อไหร่จะผ่าแตงโม พล่ามซ้ำซากอยู่นั่น เลย “ว๊าก” กลับไปว่า เดี๋ยวๆๆๆๆ รอแป๊บบบบบ…. กุจะไปเอามีดมาผ่าหัวมืงก่อนเลย ….. จ๊ากว๊ากยังไม่ทันจบ อิช้ันเจือกพ่น ก๊ากกกกกก….ออกมา เลยฮาแตกกันทั้งบ้าน บรรยากาศมาคุก็เลยหายวับไปกับตา ครอบครัวบ้าๆ บอๆ กลับเข้าสู่สภาพปกติ 5555

Mama-001

ป.ล. อิชั้นได้ขอโทษสมาชิกครอบครัวไปเรียบร้อยแล้วตอนแฟมิลี่มีตติ้งเมื่อวีคเอนด์ที่ผ่านมา สงกะสัยว่าโรคสาวแก่คุกคามมั๊ง หรือที่เรียกกันเป็นสากลว่า Menopause อ่านดีๆ ว่า Men-Oh-Pause หรือ หยุดเถิดผู้ชาย 555555

0b931ddcc60b931ddcc60b931ddcc6

Wednesday, June 10, 2009

โฆษณา โตโยต้า เพรี๊ยซ ชอบๆๆๆๆ

หลายๆ คนคงได้ชมกันแล้ว ใครที่ยังไม่ได้ดูคลิกเข้าไปดูกันซะดีๆ

ยิ๋งทดไม่ได้โปรดปราน รถรุ่นนี้เป็นพิเศษแต่อย่างใด

แต่พอได้ดูโฆษณานี้มาซักระยะนึง ชอบงานเค้าจังเลย

เค้าทำได้น่ารักดี พอดูเบื้องหลังด้วยแล้ว

ก็ วู้..ฮู้.. เก่งจังวุ๊ย

°o.O(¯´•._.• Awesome •._.•´¯)O.o°

ดูแล้วทำความเข้าใจด้วย แต่ละสิ่งละอย่างที่เห็นเพียงเสี้ยวนาที

คนคิด คนทำ ต้องคิด ต้องทำงานหนักหนาแค่ไหน

ทุ่มเงิน ทุ่มแรงเข้าไปเท่าไหร่

(อย่าลืมบวกเข้าไปในราคารถด้วย 5555)

ทุกสินค้า ทุกผลิตภัณฑ์ กว่าจะถึงมือผู้บริโภคน่ะ

ไม่ใช่ง่ายๆ ไม่ได้วางแผนแค่ 3 วัน ก็เสร็จออกมาให้เห็น

ไม่ใช่ หมูบนเขียง แค่สับโป๊กๆ ก็ขายได้แล้ว 5555

พวกคุณๆ ที่ โลกทัศน์แคบๆ ทำไมแพง ทำไม Made in China

คิด จ้า คิด คิดให้หนัก สมองจะได้มีหยัก นะ นะ นะ

Tuesday, June 9, 2009

Rommy & the TUTU…..

ในที่สุดอีรอมเค้าก็ได้ “ทู้ทู่” ที่คร่ำครวญกวน “ตรีน” อยู่นาน ดูกันเอาเอง ว่ามันเอ็นจอย tutu ที่อยากได้ขนาดไหน ใส่เต้นระบำรำฟ้อนอยู่ในบ้าน ใส่ไปซื้อกับข้าวกับแม่ มันก็ไม่อาย 55555 แต่กุอาย 5555

page-419

ไม่มีอะไรจะเล่า เพราะเหนื่อยๆ เซ็งๆ อยู่หน่อยๆ รื้อๆ จัดๆ ข้าวของ บ้านงี้รกรุงรังดังป่า “รกชัฎ” หรือรกชัดๆ รก ship หาย พยายามเวิ๊กกับกะบะยาทั้งวันเลยเกิดไอเดียว่าชวนคุณๆ มาดูสารพัดยาที่ทดต้องแด๊กกันดีก่า เยอะแยะตาแป๊ะก่ายจริงๆ ทุกอย่างหมอสั่งให้แด๊กทั้งน้าน หมออู๋มิได้ซี้ซั้วจัดหามากินเองหรอก เป็นที่รู้ๆ กันว่าไม่ชอบกินยา

Bayer Aspirin Baby Dose 81 mg. แด๊ก วันละ 1 มะเล็ด เพื่อ thin เลือด ช่วยลดอัตราการเสี่ยงโรคหัวใจ อันนี้หมอเขียนใบสั่งให้ แต่ไม่ได้ไปซื้อ เพราะมีอยู่แล้วที่บ้าน

Veramist เอาไว้พ่นจมูก รูละ 2 ปื้ด ทุกเช้า แก้ภูมิแพ้ ซื้อหาเอาเองไม่ได้ ต้องใช้ใบสั่งแพร่ดจ้า

Zolpidem 10 mg. เป็น generic ของ Ambien® คือ ยานอนหลับนั่นเอง รักษาอาการ Insomnia นอนหลับกระสับกระส่าย ตื่น (แม่ง) ทั้งคืนอย่างยิ๋งทด หมอสั่งให้กินก่อนนอนคืนละ 1 เม็ด แต่ไม่ได้กินทุกคืนหรอก กลัวติด ไม่มีธุระปะปังอะไรสำคัญก็ไม่แตะเลย

Claritin เป็นยาแก้ภูมิแพ้ที่ซื้อเองไม่่ต้องใช้ใบสั่งยา เดิมกิน Zyrtec ที่หมอสั่งให้มาหลายปีแล้ว แต่ไม่ชอบ เพราะทำให้ง่วงตลอดวัน (ขี้เกียจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ต้อง “สลึ๋มกึ๋ม” ทั้งวันอีก เข้าล๊อคเลย นอนทั้งวัน แต่พอมีลูกต้องดูแล ไล่ตี นอนทั้งวันไม่ได้ค่ะคุณๆ) ไอ้ยาทั้ง 2 ตัว เดิมซื้อ over the counter เองไม่ได้ ต้องมีใบสั่ง เพิ่งเมื่อกลางปีที่แล้วมั๊ง ที่ FDA อนุญาตให้ยาทั้ง 2 ยี่ห้อวางขายได้ตามเค้าน์เต้อร์ ไอ้พวกบริษัทประกันสุขภาพก็สบายไปเลย ไอ้ Claritin เนี่ย หมอสั่งให้กินก่อนนอนวันละ 1 เม็ด แต่หมออู๋ชอบรับทานตอนตื่นนอนเช้าแล้วก็ตามด้วยพ่นตะหมูกบานๆ เลย

Vicodin 5 – 500 mg. (Vicodin® (hydrocodone/APAP) is a prescription medication approved to treat moderate to moderately severe pain. It is a narcotic and is classified as a controlled substance, which means that special laws and regulations control its sale and use.) อันนี้เก๋จ้า ใบสั่งจะกี๊บเก๋กว่าอย่างอื่น ห้ามเขียนรวมกับยาอย่างอื่น เพราะเป็นยาเสพติด มันเป็น “ฝิ่น” หรือไงนี่แหละ หมออู๋ไม่แน่ใจ เป็น 1 ใน popular pain killers เลยแหละ จำได้แม่นว่าได้เสพครั้งแรกตอนผ่าตรูด 2 มะเล็ด ทุกๆ 6 ชั่วโมง อิชั้นเซิ้งออกมาจากโรงบาลหลังจากฟื้นยาสลบได้ 2 ชั่วโมง ไปแด๊กอาหารไทย กลับบ้านคี่ปรู้ด…สะดวกตูด มิมีซี๊ดซ๊าด พอข้อมือเจ็บหมอก็จ่ายให้อีก พอผ่าคลอดได้มาอีกฝูงใหญ่ หมอให้กินทีละ 2 เม็ดทุกๆ 4 ชั่วโมง สลับกับ Valium 1 เม็ด ทุกๆ 6 ชั่วโมง อิชั้นเหมือนลอยอยู่ใน Twilight Zone ไม่มีอาการเจ็บปวด ทั้งๆ ที่เพิ่งถูกหมอเถือกลางลำตัวขาด 2 ท่อน ควักลูกออกมา สุดท้ายหมอ OB/GYN ประจำองค์สั่งให้พกไว้แด๊กเวลาปวดท้องนรกที่เป็นมาตลอดชีวิต ชะงัดนัก ครั้งละ 2 เม็ดเวลาปวด ไม่ปวดก็ไม่กินจ้า ยังไม่ติด เพราะยังไม่ได้เป็นอเมริกันชนโดยแท้ 555 คนชาตินี้…แม่ม..เสพ prescription drugs กันเป็นว่าเล่น ติดกันงอมแงม ผลพวงของ healthcare business โดยแท้

Metformin 500 mg. อันนี้เป็นยาที่เริ่มกินตั้งแต่ตอนท้อง เพราะควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่ได้ พุ่งปรู้ดถึง 236 ด่วนดิ่งนรกชัดๆ ตอนท้องให้กินครั้งละ 1 เม็ด เช้า-เย็น แต่ตอนนี้ให้ลดลงมากินครั้งละครึ่งเม็ด เช้า-เย็น เหมือนเดิม น้ำตาลตอนนี้ก็ไม่ค่อยดีนัก แต่หมอบอกว่าโอเค ประมาณ 100-120 ไม่รู้ว่าต้องกินยาบ้านี่ไปจนตายหรือป่าว

Enalapril 2.5 mg. อันนี้เป็นยาน้องใหม่รักษาฟามดันทุรังสูงของอิชั้น วันที่ไปเช็คอัพผลออกมา 195 over 95 ทั้งๆ ที่มิได้ตื่นเต้นตูมตามอะไร คุณพยาบาลต้องตรวจซ้ำซะหลายครั้งให้แน่ใจ เพราะอยู่ๆ ฟามดันของอิชั้นพุ่งปรี๊ดแบบนั้น เลยเป็นผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็น Hypertension (หรือ high blood pressure นั่นเอง) ก็เลยต้องรับทานไอ้ยาตัวนี้ก่อนนอนวันละ 1 เม็ด เห็นหมอบอกว่าเป็นยาที่ดีกรี very mild ดูกันต่อไปว่าจะเลิกดันทุรังสูงหรือไม่ เมื่อไหร่ อย่างไร

Ferrous Sulfate 325 mg. ไอ้ธาตุเหล็กนี่กินมาเนิ่นนานแล้วก็ไม่เห็นให้เลิก กินตั้งแต่ท้อง สุดท้ายเช็คอัพเดือนก่อนเลือดก็ยังไม่ดี ยังเป็นโลหิตจาง Anemic อยู่ เบื่อๆ กินยานี่มากๆ ไอ้ยาบ้านี่กินยากด้วยสิ เม็ดเล็กๆ ก็เถอะ แด๊กตอนกระเพาะว่างก็อ้วก กินช่วงใกล้ๆ กับอาหารนมก็ไม่ได้ แคลเซี่ยมไปบล๊อกการดูดซึม ก่อนนอนก็ชอบแด๊กไอติมซะด้วย ก็คงต้องฝืนกินไปเรื่อยๆ จนกว่าผลเลือดจะดีหรือหมอสั่งให้เลิกมั๊ง ที่กินก็คือก่อนนอนวันละ 1 เม็ด

Hydroxyzine Pamoate 25 mg. (Hydroxyzine is used for the short-term treatment of nervousness and tension that may occur with certain mental/mood disorders (e.g., anxiety, dementia). It is also used to treat itching from allergies and other causes (e.g., reactions to certain drugs). It may also be used to help you feel calmer before/after surgery, or to help certain narcotic pain relievers (e.g., meperidine) work better.) อันนี้แด๊กก่อนนอนวันละ 1 มะเล็ด ช่วยเรื่องนอนยาก และ Allergy บางทีก็กินสลับกับไอ้ Zolpidem ในช่วงที่ Allergy ค่อนข้างสงบ

MedicinesPage-04

ไอ้พวกข้างล่างคือวิตามินที่กินทุกวัน ไม่กินยาไม่กินวิตามินก็โดนผัวด่า มันกลัวเมียตาย ยิ่งไปอ่านข่าวว่าสาวใหญ่อายุแก่กว่าอิชั้นแค่ 1 เดือน เพิ่งตายห่าลง เป็นมะเร็งมะเส็ง หรืออะไรก็ไม่แซบ มันยิ่งเครียด ไล่ไปหาหมออยู่นั่น คนบ้านนี้แค่ “ตด” ก็ไปหาหมอ 555 ตามที่ใครๆ เค้าว่ากันจริงๆ น้าาาา……

Take care of yourself, and each other . .

Friday, June 5, 2009

ยังเหนื่อยไม่หาย

เอารูปมาให้ดูแก้เซ็งไปก่อน จริงๆ มีหลายเหตุการณ์ หลายกิจกรรม เกิดขึ้นระหว่างที่เราขนย้าย อย่างเช่น พาไอ้ตี้ไปหา Dietician พากันไปกิน Sopas ที่ Portuguese Feast แล้วก็ต้องไปงานวันเกิดไอ้เวนสตี๊ฟ (อันหลังนี่ไม่อยากไปที่สุด แต่จำเป็นต้องไป เพราะเป็นอะไรๆ ที่อันตรายมากหากพลาด สัตว์ร้ายอาจแว้งกัดได้ 555)

ตอนที่พาไอ้ตี้ไปพบ Dietician เป็นที่รู้ๆ กันอยู่ เค้าจะต้องบอกให้ลูกกินโน่น แด๊กนี่ ซึ่งเป็นอะไรที่ทด “เอ๊กสะเปิด” อยู่แล้ว อธิบายสั่งสอนอยู่พักนึง ทดก็ เออ เหรอ อ๋อ ค่ะ yeah right อยู่พักใหญ่ อีนั่นเค้าชักเอะใจเลยถามว่า รู้เยอะนิ เรียนมาเหรอ เลยบอกไป…ป่าวหรอก มิใช่มายเมเจ้อร์แต่อย่างใด เพียงแต่ชอบอ่านและสนใจก็เท่านั้น 5555 เรื่อง nutrition สารอาหารและวิตามิน ไม่เป็นปัญหาสำหรับทดเลย ออกจะเชี่ยวชาญซะอีก แต่เรื่องลูกแด๊กยากและ picky เนี่ย ร้าวรานใจมากๆ พอมันไม่อยากกิน ก็ตามใจมัน เพราะเดี๋ยวทดโมโหแล้วจะมีการลงไม้ลงมือ สุดท้ายอีแม่มันต้องไปนอนซังเต แล้วพอมันอยากกิน junk ก็ต้องยอมให้มันกิน และ แม่จัดห้ายยยยย… ดีกว่ายอมให้มันเดินกระเพาะกลวงๆ ไปทั้งวัน พูดเรื่องไอ้ตี้กินยากแล้วอยากเดินไปเบิ๊ดกะโหลกมันในทันที ไม่เหมือนอีรอมกินมากซะจนแม่อยากจะเบิ๊ดโหลกมันให้หยุด 5555

page-418

มาดูรูปห้องครัวบ้านเก่าหลังจากทำฟามสะอาดซะจนออกแสง เห็นแล้วเจ็บใจ ตอนที่กรูอยู่ทำไมไม่น่าอยู่น่าใช้แบบนี้ รก ship หาย โดยเฉพาะเตา เห็นแล้วเศร้าจายยยย… อยากได้ อยากขโมยของเค้ามาด้วย 5555 ตอนแรกย้ายเข้าไป โมโหมาก ไม่ชอบเล้ยยย… ให้ตายห่าสิ พอยิ่งใช้ก็ยิ่งชอบ สุดท้ายหลงรักและอยากจะ “ลัก” ขโมยเอามาด้วย ทำความสะอาดง่าย it’s a breeze … แต่ไอ้วอลล์เปเป้อร์เนี่ย ไม่ช้อบ ไม่ชอบ โบ…มากๆ 555

page-413

ในรูปนี้เป็น นังนู๋ Eva มาช่วยเก็บของ หันไปดูอีกทีเห็นมันใส่ปีกปีศาจค้างคาวของอีรอมเดินเก็บของอยู่..ดูขำดี เลยถ่ายรูปเก็บไว้ซะ รูปล่างเป็นรูปเตาที่บ้านใหม่ แงๆๆๆๆๆ โคตรไม่ชอบเลย แงๆๆๆๆ ระเบิดเมื่อไหร่จะไปรีเควสให้เค้าซื้อแบบรูปข้างบนให้ 555 ส่วนไอ้รูปเก๊ะ และชั้นต่างๆ ในตู้ครัวและห้องน้ำจะเป็นแบบในรูปหมด เป็นไม้ผุๆ ขีดข่วน ขรุขระ น่าขยะแขยงมากๆ ต้องไปซื้อ Lining Paper มาแปะทั้งหมด พอแปะเสร็จแล้วก็ดูดี สะอาดหู สะอาดตา น่าใช้ขึ้นมา แต่กว่าจะแปะจนเสร็จครบก็แบบ…เฮ้อ…. เหนื่อยๆๆ

page-416

รูปชุดนี้มีอยู่คืนหนึ่งระหว่างเก็บของขนย้าย ก็เลยพากัน Take a Break ไปกิน Sopas จริงๆ มันก็คือ ซุปของชาวโปรตุกีส เค้าจัดอยู่เรื่อยๆ มั๊ง ปีละ 2-3 ครั้งไม่ค่อยแน่ใจ ครอบครัวเราจะไปทุกครั้งแหละ เพราะพ่อทูลหัวของลูกทั้งสองตัวเป็นชาวโปรตุกีส ที่สำคัญ Everything is FREE! ของชอบของครอบครัวอยู่แล้ว 555 ในงานก็จะมี ซุปเนื้อเป็นก้อนๆ ขนาดมหึมา กะหล่ำปลี - หัวนึงผ่าแบ่งเป็น 4 ชิ้น แล้วมีขนมปังก้อนใหญ่ๆ แห้งๆ แข็งๆ หั่นเป็นแว่นๆ หนาๆ แช่มาในซุป ทุกโต๊ะมีไวน์แจกให้ดื่ม 2-3 ขวด วันนั้นทดไม่ดื่มเลยเพราะรู้ว่าต้องกลับไปเป็นกรรมกรเก็บของอีก…กลัวเสียงาน ไอ้หนวดหงอก 2 คนนั่น คนนึงน่ะผัวอิชั้น อีกคนนั่นเพื่อนมันชื่อ Dexter มาช่วยขนของหนักๆ ขอบใจจริง ไอ้ 2 คนนี้เหมือนแฝดคนละฝา คุยอะไรๆ ได้เป็นตุเป็นตะ เออออห่อหมก ไม่ขัดคอกัน เพราะรสนิยมทางการเมือง การศาสนา และอื่นๆ อีกมากมาย เป็นแบบเดียวกัน แอบฟังแล้วก็แอบขำ “ฮานาก้า” มากๆ

page-409

ในงานจะมีการเต้นรำ วงดนตรีจะเล่นเพลงเป็นภาษาโปรตุกีส อีพวกที่แต่งตัวฟูๆ เจ้าหญิงนั่น เป็นควีนและปริ๊นเส็ซ (555 ดีกว่าปริ๊นไม่เสร็จนิ) อีรอมไปงานนี้ทีไรอยากได้มงกุฏเค้าทุกที ไอ้ก๊อตตี้ออกไปวิ่งซนแล้วก็เหล่สาวๆ เลยต้องเต้นระบำแก้เก้อกับพี่สาว 5555 ส่วนรูปนี้เป็นครัวที่เค้าทำอาหารแจก ดูหม้อยักษ์ซะก่อน ก่อนกลับก็แวะไปข้างหลัง (ที่ครัวนั่นแหละ) ขอทานอู๋ไปเข้าแถวรอเค้าแจกทาน 555 ไอ้พวกเม๊กซิกันมาเข้าแถวรอเพียบ คืนนั้น Godfather ของลูกๆ ไม่ได้ไป ไม่งั้นก็ไม่ต้องไปรอ “ปาป้า” จะเอามาถวายที่โต๊ะเลย ที่ได้มาก็จะเป็นซุปถาดใหญ่กับขนมปังหิน 1 ก้อนใหญ่ ไอ้ตี้แทะกินทั้งวัน ดูเหมือนจะอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ มันเลยชอบ 5555

page-410

รูปนี้เป็นตอนที่ไปซื้อสแน๊ก ผลไม้ และน้ำแข็งกัน หลังจากพากันไปดินเน่อร์ที่ Perko’s (กินที่นั่น 4 คืนรวดเชียวนะจะบอกให้) เนื่องจากไม่มีครัวแล้ว ตู้เย็นไมโครเวฟไม่มีใช้ ขนไปบ้านใหม่หมดแล้วแต่ยังนอนที่บ้านเก่ากัน คืนนั้นอีรอมออกลายอย่างแรง ไม่อยากจะเซด อยากตื้บมันเลยแหละ ดราม่าและงอนมากมายกว่าปกติหลายร้อยดีกรี จนแม่มันอยากกระโดดถีบมันในสโตร์เลย พอออกมานอกร้านเค้า อีพ่อกับอีแม่ก็ด่ากันนุงนัง อีดีก็บีบน้ำตา (ตามเคย) คืนนั้นแย่มากๆ ปรี๊ดแตกแบบสุดๆ ไม่อยากนึกถึง แซดสุดๆ ลูกตัวเองเลี้ยงมากับมืออย่างดีที่สุดที่แม่คนนึงจะสามารถ กลายเป็นคนแบบนี้ รูปล่างเป็นครัวบ้านใหม่ เล็ก แคบ อึมครึม ฮ่วย บ่อชอบเล้ยเด้อ

page-417

อันนี้เป็นสนามหน้าบ้านใหม่ แคบจิ๊ดนึง แล้วเป็น “busy street” ลูกๆ ไม่มีสิทธิ์ออกมาเล่นหน้าบ้านเลยแหละ พอดีวีคเอนด์ที่ขนย้ายเค้ามี Air Show ซึ่งสามารถดูได้ทั้งเมือง ก็เมืองมันจิ๊ดเดียว ลูกๆ ก็เลยวิ่งออกไปดูกัน เสียงเครื่องบิน “หึ่ง” ทั้งวัน มีทั้งเจ็ทเครื่องบินรบ และ เครื่องบินโบราณ อีแม่มันคุยทับลูกและผัว เชอะ..คนอย่างทดจะตื่่นเต้นทำมายยยย… เพราะเคยชม “โปร” ระดับโลก อย่าง Blue Angels มาแย้ว…555 (แต่ไม่ได้บอกหรอกว่าดูมาจากทอทัด 555) ส่วนรูปที่เห็นถนนนั่นก็คือถนนที่ถ่ายจากสนามหน้าบ้านแหละ เห็นฝูงเจ็ทอยู่ไกลๆ ส่วนอีบาร์บี้ที่น่าสงสารนั่น เห็นปุ๊บถ่ายรูปมาปั๊บ ตอนไปซื้อของที่วอลมาร์ท เห็นไอ้รถแวนบุโรทั่งนั่นมาแต่ไกล แต่มาสะดุดตาอีบาร์บี้ที่โดน “ตรึง” ไว้ เห็นแล้วก็ทั้งขำและสยอง เลยถ่ายรูปมาอวดกัน ส่วนไอ้ Frappuccino กับ Madeleine Cake กลายเป็นของที่กินดื่มบ่อยระหว่างที่ขนย้าย ขับรถผ่านเป็นแวะจกเอามาซะหน่อย แล้วก็แวะซื้อ Cheese Roll-Up ที่ Taco Bell ให้ลูกผัวได้สแน๊กอยู่หลายหน

page-415

รูปก้อนนี้เป็นงานวันเกิดไอ้สตี๊ฟ รวมญาติวันหยุด แต่มากันไม่ครบหรอก เพราะกัดกันเละยิ่งกว่าเขมร 3-4 ฝ่าย 555 อิชั้นเป็น สวิตเซอร์แลนด์ Neutral ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับใคร ขนาดนี้นานๆ ที่ยังโดนลอบกัดอยู่ไม่ขาด อีก๊อตบ่นอยู่ไม่ขาด ไม่อยากไป คืนนั้นเป็นวันเสาร์ เราไม่อยากไปกันเลย เพราะการขนย้ายกำลังเข้าที่เข้าทาง แต่ต้องหยุดซะเนี่ย พอไปก็รีบกินรีบกลับ (คงโดนกัดลับหลังอีกแหละ 555) ไอ้ก๊อตตี้แล๋นแต๋นไปเป่าเค้กของไอ้บ้านั่น (ไม่รู้ไปแอบร้องไห้หรือป่าว หลานแย่งเป่าเค้ก 555) รูปอีแวว (Valeri) น้องผัวดูขำดี มันแอบนั่งปลีกวิเวกอยู่คนเดียว ตะโกนเรียกมันพอหันมาถ่ายรูป “ฉับ” เข้าให้ 555 ไอ้ร๊อบบี้ก็โตเป็นฟาย หนาวร้อนแค่ไหนก็ใส่ Beanie บ้านั่นตลอดเวลา อีกรูปเป็นอู๋อ้วนกับอีเจ้ “แยน” เมียใหม่ของไอ้ตี๊ฟมัน อ่อนกว่าอิชั้น 5 ปี วันนั้นเธอแต่งตัว “เช๊ง” น่าดู อีนี่น่าสงสาร ไม่น่าพลาดมาได้ไอ้โรคจิตนี่เลย มันนะต้องเสริฟที่ร้านบั๊ฟเฟ่ต์สุดชีวิตแล้วต้องจ่ายค่าเช่าบ้านด้วย She has always waited on her husband hand and foot. หูยยยย… มันเลยสมหวังได้ obedient slave & wife - 2 in 1 ไอ้เปรตนี่ดูถูกคนเอเชียไว้เยอะ โดยเฉพาะผู้หญิงไทย (มันเคยบอกน้องมันก่อนแต่งงานกับทดว่า…ผู้หญิงไทย 70% เป็นออหรี่ทั้งหมด เชี่ยมากๆ มีอีกเยอะ อย่าให้สาธยายเชียว เดี๋ยวคุณๆ อยากเช่าเหมาลำมา “ตึ้บ” มัน)

page-414

จบดีกว่า วันนี้พูดถึงไอ้เชี่ยนั่นเยอะมาก มันทำให้บล็อกอิชั้นมัวหมองมีราครี เสนียดเกาะ เดี๋ยวไปทำพิธีบัดรังควาน ล้างซวยซะหน่อย แล้วคุยกันใหม่นะค้าาาา…..

Have A Nice Weekend Everyone.!.!.

Thursday, June 4, 2009

มาแร้วววววว

หายหน้าหายตาไปเป็นกรรมกรแบกหามโดยมิได้ล่ำลาเสียหลายวัน หูยยยยย…เหนื่อยมาก พะยะค่า แทบรากเลือกตาย ย้ายเที่ยวนี้มี “เส้นตาย” – deadline เป็นภาษาไทยดูโหดกว่าเยอะ 555 ต้องไสหัวออกจากบ้านเก่าภายในวันสิ้นเดือน แต่จริงๆ ทำความสะอาดเสร็จหยดสุดท้ายก็เกือบตีห้าของวันที่ 1 มิถุนายน ไอ้ตัวใหญ่ช่วยพ่อแม่มาทั้งวัน พอตี 2 นอนตายใจขาด สลบเหมือดอยู่กับพื้นอย่างนั้นเลย ส่วนไอ้ตัวเล็กก็ไม่ช่วยอะไรวิ่งวุ่นวาย ส่งเสียงดังไม่เกรงใจชาวบ้านข้างเคียง ดึกดื่นตี 2 ตี 3 ยังส่งเสียงกิ๊บกิ้ว วีดวิ้ว เจี๊ยวจ๊าว สนุกสนาน ไม่เกรงใจชาวบ้าน กลัวเค้าเรียกตำรวจพร้อม CPS -Child Protective Services มาบริการ “ฟรี” รับอรุณ 555 สรุปว่า ย้ายเสร็จสรรพ เรียกว่าเหนื่อยที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ (แทบร้องไห้ เพราะเหนื่อยมากและเครียดสุดๆ) เขียวช้ำไปทั้งตัว เหมือนโดนผัวกระทืบ 555 ด้วยที่เป็นคนเขียวช้ำง่าย ยกแบกข้าวของ กระแทกโดนโน่นนี่ไม่ได้หยุด bang into something ตลอดเวลา เฮ้ออออ… ขอนั่งพักเหนื่อย on my fat ass โดยไม่หยิบจับอะไรเลยซัก 2-3 วีค คงจะหายเหนื่อย 555

page-411

พอจะออนไลน์ อัพบล็อกส่งข่าวซะหน่อย ก็ไม่มีเน็ทใช้ ยิ๋งทดก็โทรๆๆๆๆๆๆๆ หา AT&T วันละหลายหน สอบถาม แจ้งข่าว ต่อว่า แต่ยังไม่ได้มีการด่าทอแต่อย่างใด AT&T เพิ่งส่ง dispatcher มาแก้ไขให้เดี๋ยวนี้เอง (ต้องรอคิวน่ะ) ปัญหาก็คือ ต้อง downgrade DSL speed ลง เพราะย้ายออกมาอีกด้านของเมือง ห่างจากไอ้ศูนย์กระจายคลื่น (555 เรียกเองง่ะ) ออกมานิดนึง แถมไอ้กระบวนการแบบนี้ ซะมีอิชั้นไม่ได้เรื่องเลยแหละ มันเป็นยอด user จริงๆ คือ ยู้ด…เซ่อ ที่เซ่อมากๆ ติดต่อ ติดตั้ง “อ่า” ไร ไม่เป็นเลย อิชั้นเป็นเดี่ยวมือหนึ่งแผนกอิเล็คโทรนิคของบ้านค่ะ คอมพิวเต้อร์ ทอทัด ทอสับ ฯลฯ you name it! ทดทำเองทั้งน้านนนนน….

page-412

มีรูปถ่ายไว้เยอะเลย แล้วจะค่อยๆ เอามาแปะ รูปแรกเป็น “ซาพ้ายยยย..” 555 ตอนเก็บขนของจากบ้านเก่า เจอๆ วัตถุลึกลับเพียบ หมกซ่อนอยู่ตามพื้นและซอกหลืบต่างๆ เลยถ่ายรูปบางอันมาให้ดู ไม่ใช่ทั้งหมดนะ ถ่ายไม่ไหว เพราะเยอาม่กกกก… ไอ้ blueberry bagel นั่น หน้าตาสยองนิดนึง เหมือนอะไรวะ 5555 เหมือนไอ้ริดไง 555 ทั้งหมดที่เห็นนั่น แห้ง..แข็งโป้ก ไม้ยักกะมีรา มีเห็ดงอกเลย แปลกดีแต่สยองหน่อยๆ มันใสอะไรเข้าไปวะ ทำให้ปลอดรา แหวะ หรือเพราะอากาศบ้านเมืองนี้มันแห้งแกร่ก..ก็น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้สบายใจขึ้นหน่อย

ส่วนรูปที่สองเป็นอะไรที่วุ่นวายมาก เพราะว่าไอ้รถขนของที่เช่ามา ลูกๆ ชอบมาก ได้นั่งรถทรักค์ 5555 ต้องเช่ารถ U-Haul มา 2 รอบๆ แรก เช่ามา 3 วัน นึกว่าจะเสร็จ กลับไม่เสร็จ เลยต้องไปเช่ามาอีกรอบ 1 วัน มีแต่เรื่องเสียเงินว่ะ วันนี้จบแค่นี้ก่อน เดี๋ยวมาอัพใหม่ค่า