Showing posts with label Doctor. Show all posts
Showing posts with label Doctor. Show all posts

Friday, April 29, 2011

แปะมือกันป่วย…หมอรวยตามเคย

ตลอดเดือนที่ผ่านมาอิชั้นกับลูกชายก๊อตตี้ผัดกันป่วย ลูกเอาเชื้อโรคมาฝากจากโรงเรียน เป็นหวัดไอจนตัวโก่งน่าสงสาร ไม่กี่วันต่อมาแม่ก็เป็นหวัด ไอ แบบหนักมาก ไอแบบเลือดออกมาเลย ไอจวนปวดท้อง ฉี่เล็ด ไอที่เจ็บซี่โครง ไอจนเหนื่อย นั่งร้องไห้เลยค่ะ พอลูกค่อยยังชั่วหน่อยนึงก็มาทวงเอาเชื้อโรคคืนจากแม่ ลูกป่วยงอมอีก มีช่วงนึงที่อิชั้นเป็นแบบหนักๆ นอนซมเลยก็ 4-5 วัน ต้องลากสังขารขับรถรับ-ส่งลูก กินยาเป็นตะกร้า หนูดีโตพอที่จะหากับข้าวกับปลากินเองได้ แล้วอาหารโฟรสเซ่นก็ซื้อไว้เต็มตู้เย็น แต่ไอ้ตัวเล็กสิคะ อิชั้นยังต้องไปหุงหา (บางที่ยังต้องป้อน) ขุนให้เสร็จๆ วันละ 2-3 ครั้ง ส่วนตัวเองช่วง 4-5 วันนั้น น้ำหนักหายไป 9 ปอนด์ ชอบจังเลย แต่ไม่ชอบตรงที่ป่วย พอฟื้นตัวมาหน่อยก็ฟาดทุกอย่างที่ขวางหน้า ได้คืนมาหมดทุกกิโลทุกขีดแล้วยังได้แถมมาอีกหน่อย

page-673สก๊อตตี้ที่โรงเรียนวัน Easter Party ค่ะ

ตอนกลางๆ เมษาก็พาพ่อบ้านไปโรงพยาบาลทำ colonoscopy ซึ่ง 2-3 วันก่อนหน้าก็ต้องมีการเตรียมตัว ล้างไส้ล้างพุง ห้ามกินโน่นกินนี่ ต้องดื่ม solution ที่รสชาติ “โคตรโหด” เป็นแกลลอน ตามเวลาที่เค้ากำหนดมา (เคยต้องดื่มไอ้โซลูชั่นนั่นตอนที่ผ่าตรูด จำได้ว่ารสชาติ so nasty กว่าจะหมดขวดแทบตายเลยค่ะ) อีกอย่างนึงที่น่ารำคาญมาก คือ ผู้ชายนะคะ จริงๆ แล้วใจเสาะ ขี้กลัว กว่าผู้หญิงเยอะเลย ('MythBusters' confirms whether women tolerate pain better than men.) กลัวๆๆๆ บ่นๆๆๆ ตลอดเวลาที่รู้ว่าต้องทำเทสต์อันนี้ (เกือบๆ 1 เดือน) พูด พล่าม บ่น สงสัย กังขา แพล่มๆๆๆๆๆ ตลอดเวลา เบื่อหน่ายมาก อิชั้นเหนื่อยหน่ายที่ต้อง “ฟัง” จนต้องตะหวาดแว๊ดกลับไปหลายหน กรู….ผ่าตรูด 2 ครั้ง ผ่าคลอด 2 หน แต่ละหนหมอผ่าขาดกลางครึ่งตัวเลย ไม่บ่นซักคำ แล้วก็ยังไม่ตาย แค่ต้องโดนหมอเอากล้องเสียบตรูด (ไม่ใช่กล้อง DSLR หรือ กล้องส่องดูดาวซะหน่อย 555) แถมเค้าให้ดมยาสลบด้วย โอ้ยยยย… เบื่อ ตอนนี้ค่อยสบายหูไปหน่อย เพราะจบไปแล้ว แต่ก็ต้องขับรถบริการอยู่ 2-3 วันหลังจากทำเสร็จ ตามหมอสั่ง ขนาดตัวเองป่วยๆ ก็ยังต้องทำหน้าที่ภรรยาที่ดี หรือ subservient wife (ฟระ) เพราะเบื่อไม่อยากบ่น ไม่อยากทะเลาะกับ whining old man อดทน นับถอยหลัง ให้มันจบๆ เสร็จๆ ซะทีจะได้สบายหู เฮ้อออ……

page-671พ่อหยุดอยู่บ้านบ่อยๆ เด็กๆ เลยได้ออกไปไหนๆ บ่อย Eat Out บ่อย และได้ของเล่นใหม่ๆ แทบทุกวัน

เอาวิธีปฏิบัติตัวก่อนทำ colonoscopy มาให้อ่านค่ะ ถ้าอยากอ่านแบบละเอียดมีให้อ่านเยอะเลย กูเกิ้ลคำว่า colonoscopy ดูค่ะ

How to Prepare for the Colonoscopy Test

You will need to completely cleanse your intestines. Your health care provider will give you instructions for doing this. This may include a combination of enemas, not eating solid foods for 2 or 3 days before the test, and taking laxatives. You will usually be told to stop taking aspirin, ibuprofen, naproxen, or other blood-thinning medications for several days before the test.

You will be asked to drink plenty of clear liquids for 1 - 3 days before the test. Examples of clear liquids are:

  • Clean coffee or tea
  • Fat-free bouillon or broth
  • Gelatin
  • Sports drinks
  • Strained fruit juices
  • Water

Unless otherwise instructed, continue taking any regularly prescribed medication. Stop taking iron medications a few weeks before the test, unless your health care provider tells you otherwise. Iron can produce a dark black stool, which makes the view inside the bowel less clear.

Outpatients must plan to have someone take them home after the test, because they will be woozy and unable to drive.

page-667ก๊อตตี้เน่าๆ หลังเลิกเรียน และเด็กๆ ที่ร้านว๊าฟเฟิ่ลแสนโปรด อยากทำว๊าฟเฟิ่ลได้เจ๋งๆ แบบนั้นจังเลย กรอบนอก-นุ่มใน ซื้อกลับมาแช่ตู่เย็น 3-4 วัน เออใส่เตาติ๊งแป๊บนึง ออกมากรอบนอก-นุ่มใน หอมเหมือนใหม่สดจากร้านเลยค่ะ

หลังจากทำส่องกล้องลำไส้ใหญ่เสร็จ อีกสัปดาห์ต่อมาพี่แกก็ต้องไปทำ biopsy ตับ คราวนี้ก็โวยวายติดต่อกันหลายวันไม่หยุดเหมือนเดิม เบื่อฟังมากๆ (ที่เอามานินทา ไม่ใช่ไม่รักนะคะ รักอยู่แล้วววว….. จะบ้าบอคอแตกก็ต้องรัก เพราะเป็นคนหาเลี้ยง 5555) ที่บ่นมากมายเพราะเค้าไม่ได้วางยาสลบ แต่จะฉีดยาให้ชาบริเวณที่จะถูกเจาะเท่านั้น หมอจะใช้เข็มเจาะรูที่พุงกะทิแล้วก็ทำพิธีทิ่มแล้วดูดตับออกมา 2 ชิ้น (หลอด) เพื่อไปตรวจ คิดดูเอาเถิดคุณๆ คะ ไอ้เครื่องมือก็จิ๋วนึง ไม่ใช่มีดอีโต้ คงไม่เอาตับออกมาจนไปทำตับหวานตับย่างรับทานได้หรอก อีตานี่ก็บ่น กลัวตาย ทำมห้อิชั้นต้อง bluff กลับไปว่า นี่ๆๆๆๆ แกๆๆๆๆ ช้านนน…ต้องทำ Amniocentesis ตั้งสองครั้งสองคราตอนท้อง ไม่สลบ ไม่ฉีดยาชา ทิ่มกันสดๆ เข็มเท่าเข็มฉีดฟาย ดูดเอาของเหลวออกมาหลอดเบ้อเริ่มเทิ่ม พอเสร็จปุ๊บ-ปิด “ปั๊ดเต้อ” กันน้ำรั่วซึมเสร็จ กลับบ้านได้ อีพ่อบ้านก็บ่นๆๆ ว่าไอ้ที่เราถูกกระทำน่ะเล็กน้อย แต่เค้าจะมาเอาชิ้นตับไปนี่เรื่องใหญ่ ก่อนทำต้องงดยาบางชนิดประมาณ 1 สัปดาห์ มีข้อปฎิบัติไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ พอทำเสร็จก็ห้ามขับรถเหมือนเดิม ลางานอยู่บ้านก่อน-หลัง procedure เพราะกลัวตาย+ขี้เกียจ และชักติดใจที่ไม่ต้องไปทำงาน 555 พอข้ามคืนก็บ่นว่าปวดท้อง หมออู๋จัดยาให้ก็หายดี แต่ก็ยังนั่งคลำ นอนคลำ เดินคลำ ไอ้ปั๊ดเต้อที่เค้าปิดรูที่ถูกเจาะตลอดเวลา แผลกะติ๊ดนึง ไม่ต้องเย็บเลย ใจเสาะจริงๆ

page-672พ่อบ้านทำหน้าเหมือนเมา ทั้งๆ ที่เป็นคนไม่ดูด ไม่ดื่ม พากันไปดินเน่อร์ร้านหะรูหะรานิดๆ แถว Tower District เพราะซื้อ Voucher ครึ่งราคาเก็บไว้หลายใบค่ะ ค๊อกเทลแก้วนั้นของอิชั้นค่ะ อร่อยและหนักหน่วงดี เอสคาโก้ และ Basque ซีฟู้ดส์ซุป ก็ของอิชั้นค่ะ ลูกๆ และพ่อบ้านกินอะไรกันบ้างก็ไม่รู้ แม่มันมาวววววว….. ป่วยแล้วเมา หลับลึกดีนักแล…

การที่ต้องเอาเนื้อตับไปตรวจ (จากที่อ่านๆ มาค่ะ ไม่ได้เป็นหมอเด้อค่ะเด้อ แต่อยากจะมาสรุปให้อ่านได้เข้าใจง่ายๆ ค่ะ) วิธีการจริงๆ คือ เข็มขนาดใหญ่จะแทงเอาเนื้อตับแล้วตูดออกมา แล้วตับเป็นอวัยวะเพียงอย่างเดียวของมนุษย์ที่ heal ตัวเอง และงอกออกมาคืนขนาดเท่าเดิมได้ แต่ไม่ใช่ตับเสียมากๆ ทั้งยวงแบบมะเร็งนะคะ อันนั้นหมอต้องตัดส่วนที่เสียทิ้งไป หากเหลืออยู่ไม่มากร่างกายก็ฟังชั่นก์ไม่ดี ไม่เหลือเนื้อตับดีๆ มากพอให้สร้างเนื้อตับขึ้นมาใหม่ ต้องขอบริจาคมา implant ต่อไป ส่วนคนที่ให้บริจาคตับ หมอก็จะตัดไปเท่าที่ไม่ทำร้ายระบบร่างกายของผู้บริจาค หลังจากพักฟื้นไม่กี่วันก็สามารถกลับไปดำเนินชีวิตตามปกติได้ ส่วนตับก็จะค่อบๆ ทำการเยียวยาแผลที่ถูกตัดและเจริญเนื้อตับออกมาจนเท่าเดิมได้ภายในไม่กี่เดือนค่ะ

page-669ก๊อตตี้ดื้อๆ ซนๆ ที่โรงพยาบาลตอนรอให้หมอล้วงตับพ่ออยู่ค่ะ ได้ Red Velvet Cupcake มาช่วยกู้ภัยลดความซนนิดนึงค่ะ

เอาวิธีปฏิบัติตัวก่อนทำ liver biopsy มาให้อ่านด้วยค่ะ ถ้าอยากอ่านแบบละเอียดมีให้อ่านเยอะเลย กูเกิ้ลคำว่า liver biopsy ดูค่ะ

How does a person prepare for a liver biopsy?

At least 1 week before a scheduled liver biopsy, patients should inform their doctor of all medications they are taking. Patients may be asked to temporarily stop taking medications that affect blood clotting or interact with sedatives, which are sometimes given during a liver biopsy.

Medications that may be restricted before and after a liver biopsy include

  • nonsteroidal anti-inflammatory drugs, such as aspirin, ibuprofen, and naproxen
  • blood thinners
  • high blood pressure medication
  • diabetes medications
  • antidepressants
  • antibiotics
  • asthma medications
  • dietary supplements

Prior to liver biopsy, blood will be drawn to determine its ability to clot. People with severe liver disease often have blood clotting problems that can increase the risk of bleeding after the procedure. A medicine given just before a liver biopsy, called clotting factor concentrates, reduces the risk of bleeding in patients with blood clotting abnormalities.

Patients who will be sedated should not eat or drink for 8 hours before the liver biopsy and should arrange a ride home, as driving is prohibited for 12 hours after the procedure. Mild sedation is sometimes used during liver biopsy to help patients stay relaxed. Unlike general anesthesia where patients are unconscious, patients can communicate while sedated but then often have no memory of the procedure. Sedatives are often given through an intravenous (IV) tube placed in a vein. The IV can also be used to give pain medication, if necessary, after the procedure.

liver-biopsy

หลังจากพ่อบ้านต้องเข้าออกโรงพยาบาลติดๆ กัน ต้องลางานอยู่บ้านหลายวัน มันช่างประหลาดๆ ค่ะ เพราะปกติพ่อบ้านใช้เวลาอยู่ที่ทำงานมากกว่าอยู่บ้าน พอพี่แกต้องมาเดินเกะกะเพ่นพ่านในบ้านติดต่อกันทีละหลายๆ วัน มันแปลกๆ จะทำอะไรก็ดูขัดหูขัดตาอิชั้นไปหมด เหมือนโดนปล้นพื้นที่ในบ้าน territory entrapment ทีวีก็แย่งกันดู หนีไปดูในห้องนอน ก็ตามไปเปลี่ยนช่อง นอนดูขวางโลก ให้หงุดหงิด แต่ไม่อยากอาละวาด พยายามบอกตัวเอง be happy นานๆ จะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมงติดกันหลายๆ วัน แต่.. แอร๊กกกกก…… ไม่ไหวค่ะ พอนึกอย่างมีเหตุผลแบบไม่เข้าข้างตัวเอง คำตอบคือ อิชั้นอาจจะกำลังถูก menopause attacks อะไรๆ เลยดูไม่ถูกใจไปหมด หงุดหงิดง่าย แล้วอิชั้นก็ป่วยๆๆๆ ไม่สบายเนื้อสบายตัว เลยพาลให้ไม่สบายใจ ปวดหัว ปวดตา ไม่อยากขับรถไกลๆ พอถึงเวลาต้องกลับไปทำงาน พี่แกก็โทรไปลางานเพิ่มอีก 2 วัน อ้าว..เว้ย..เฮ้ย..อารายว้าาาา……

page-670เด็กๆ เจริญอาหารที่ IHOP - International House of Pancakes แม่ไม่สบาย พ่ออยู่บ้าน โห่กันไป IHOP หลายหนเลยค่ะ เพราะเป็นช่วงที่ Kids Eat Free พอดี เลยราคาน่าร๊ากกกก……

พอพ่อบ้านหยุดอยู่บ้านในขณะที่ลูกๆ ไปโรงเรียน มันก็มีดีอยู่บ้าง คือ พ่อบ้านไปรับลูกๆ ให้ (แต่ไม่ยอมไปส่งให้หรอกนะคะ ให้อีตาคนนี้ตื่นเช้า เหมือนให้ไปตาย เผลอๆ มีศึก) ใช้ไปซื้อกับข้าวกับปลาได้บ้าง แค่นั้นจริงๆ 555 จากที่ตั้งใจจะมาบ่นเรื่องป่วยๆ ไข้ๆ กลายเป็นมานินทาพ่อบ้าน 555 แล้วก็เล่าเรื่อง “สะพรึง” เล็กๆ 555

page-675IHOP อีกแล้ว งานนี้ก๊อตตี้โดนพ่อดุเพราะซนและวุ่นวายเหลือเกิน ตอนนั่งอยู่กับแม่ยิ้มแย้มแป้นแล้นเชียว พอพ่อย้ายสลับไปนั่ง 555 ก๊อตตี้กินแพนเค้กเคล้าน้ำตา 55555 สมน้ำหน้ามากกกก…..

กลับมาที่อิชั้นกับลูกๆ งานนี้ buffy รอมมี่ ไม่ป่วยค่ะ มีขี้มูกยืดกับไอนิดหน่อย เมื่ออาทิตย์ก่อนอิชั้นก็เริ่มไออีก คราวนี้งอมหนักกว่าเดิม ทุกข์จริงๆ ค่ะ จัดหายากินเอง จนเชื้อโรคดื้อยาแหละ พอวันอาทิตย์ตื่นมาขี้ตาเกรอะกรัง แดงกล่ำ น่ากลัวมาก จัดการแล่นไปวอลมาร์ทซื้อยาหยอดตาสำหรับโรคตาแดง หมั่นหยอดทั้งวัน ก็ไม่ทุเลา เลยนึกถึงยาแก้อักเสบที่มีเก็บไว้ (ไม่ได้เอาออกมากินก่อนหน้านี้เพราะหวัดเกิดจากแบคทีเรีย กินไปก็เสียเปลาค่ะ) เอาออกมาจัดการซะ เผื่อจะช่วยเรื่องเชื้อโรคตาแดง-ตาอักเสบให้ทุเราได้บ้าง พอเช้าวันจันทร์ออกไปส่งลูกๆ ที่โรงเรียนเสร็จก็เลยไปโรลพยาบาลดพื่อทำนัดหมอ หมอก็คิวเต็ม เจ้าหน้าที่ก็บอกมานั่งรอ walk-in ละกัน (ไม่โทรไปทำนัดเพราะมีบทเรียนกับบริการหน้าเคาน์เต้อร์ รพ. นี้ “ห่วย+ขี้เกียจ+negligence” แบบได้โล่ห์ เยสๆๆๆ โอเค.. โอเค.. พอเรา show-up ไม่มีนัด-เนิ๊ดอะไรเลย ไปนั่งรอเงกแบบพวก walk-in เลยต้องไปทำนัดแบบ “ตาต่อตา” ค่ะ) เช้าวันอังคารก็บึ่งไปแต่เช้าหลังจากส่งลูกที่โรงเรียนเสร็จ โหยยยย….. คนเต็มเลย ทำใจไว้ก่อนเลยว่าต้องนั่งจนรากงอกแน่ เลยไปนั่งจอหน้าทีวี กะดูทีวีแห้เซ็ง แต่ผิดคาดรอไม่นานเลยค่ะ (30 นาทีได้) พอเข้าไปรอในห้องตรวจก็ไม่นานอีก ฟลุ๊คมากๆ น้องหมอ Karl ทักทายเหมือนเพื่อนสนิท ปึ๊งแฟ้มประวัติก็ไม่เอาเข้ามา ส่องจมูก คอ แหกหู แหกตา ตรวจแป๊บๆ ก็เสร็จ บอกว่าอิชั้นเป็น Allergy Attack แบบ servere จะมา อัลเลอ“จ้ง-จี้” อะไร กินยาภูมิแพ้ทุกวัน เฮ้อออออ….

page-674ช่วงที่แม่ไม่สบายนอนซม บางวีคเอนด์ก็ได้ Eva กับแฟนหนุ่มพาเด็กๆ ไปพาร์คมั่ง ไปเลคมั่ง ดีกว่านอนดูโทรทัศน์ทั้งวัน

มันต้องไม่ใครก็ใคร (บักหมอคาร์ลหรืออิชั้น) ที่ misdiagnosed พอเจอหมออิชั้นก็บอกแบบผู้ (อวด) รู้ว่า อิชั้นเป็น super bad cold & cough เป็นๆ หายๆ มากว่าเดือน พอเมื่อไม่กี่วันก็ดันเป็น pink eyes อีก อีหมอคานก็บอก ตายังแดงอยู่มาก แต่น่าจะไม่ใช่โรคตาชมพู 5555 ฝรั่งตั้งชื่อโรคได้น่ารักดีเน๊าะ เอายาไปหยอดละกัน แล้วอาการภูมิแพ้ก็น่าห่วงมาก เดี๋ยวให้พยาบาลมาฉีดยาให้นะ อยากให้เปลี่ยนยาแก้ภูมิแพ้เป็นแบบ super extremely strong allergy medicine นะ (โห…จะอะไรกันนักกันหนา ตอนนี้ก็กินยาวันละเป็นกำๆ คงจะต้องตายเพราะยาละมั๊งตรู ยังจะมาให้กินค่อตพ่อค่อตแม่ antihistamine เบื่อว่ะ) แล้วก็เปิดแน่บออกไป ซักพักพยาบาลเข้ามากับเข็มฉีดยา 1 หลอดในถาดเล็กๆ ก่อนจะฉีดก็ให้อิชั้นเซ็นยินยอมถึงรู้ว่าใน syringe เล็กๆ หลอดนั้นเป็น cocktail ของยา 2 ชนิด (จำชื่อไม่ได้ แหะๆ) พอพยาบาลบอกให้นอนคว่ำเพราะจะฉีดที่ก้น อิชั้นก็ถามไปว่ายาในหลอดนั้นมีอะไรที่เป็น sulfa group หรือปล่าว If “YES”… call ambulance, I need to go straight to ER pretty quick. เธอก็อึกอัก-ขอตัววิ่งไปถามหมอ พอกลับเข้ามาก็บอกว่าปลอดภัย Nothing is Sulfa! จัดการทิ่มฉึก จบ เสร็จ ได้ใบสั่งยา อีหมอคานโผล่หน้ามา Happy Mother’s Day, Bye! Oh….I need to see you in 2 months. I'll let the staff know you need be here for your follow-up appointment. Bye Darling! แว๊ก 555 มันเป็นตุ๊ดแหงๆ เลย ยิ่งเจอยิ่งตุ้งติ้ง 5555 น่าร๊ากกกกก……

page-666ยาที่ได้มาล๊อตล่าสุด กับกองยาที่ขนกินเข้าไป จริงๆ มีอีก 2-3 กล่องที่กินไปหมดไม่เหลือซากให้ถ่ายรูป NyQuil ที่เห็นในรูปเป็นขวดที่ 2 ถ้าถ่ายรูปตั้งๆ ก็จะเห็นได้ว่าเหลืออีกแค่ “กรึ๊บ” เดียว ยาอมหมดไป 3 กล่อง เปิดเครื่อง steam warm mist ทั้งวันทั้งคืน

พอออกจากโรงบาลก็แจ้นไป CVS ซื้อหายาตามใบสั่ง (ปกติต้องไปซื้อยาที่ Target เฟสโน่นู้นนนน…. แต่ป่วยหนักแล้วน้ำมันก็แพงโคตร เลยต้องไปซื้อที่ CVS ซึ่งอิชั้นเคยฟาดหัวฟาดหางไว้ที่นั่นอยู่หลายหน 555 เสียฟอร์มน่าดู แต่โชคดีที่พวกเทคนีเชี่ยนหน้าใหม่ๆ ทั้งหมดเลย) รออยู่ไม่นานก็ได้ยามา ทั้งๆ หมด 4 อย่าง จ่ายไป $74.79 มียากินแก้โรคภูมิแพ้ 30 เม็ด ยา Vicodin 30 เม็ด แล้วยาหยอดตา 2 ขวดจิ๋วๆ อันนึงเป็นยาแก้แพ้ อีกอันเป็นยาหยอดแก้ตาอักเสบ ยังไงวะ ไหนบอกว่าไม่ใช่ตาแดง แล้วจ่ายมาทำไมเนี่ย พวกหมอๆ ก็ต้อง “save their asses” เป็นธรรมดา คนไข้บ้านนี้เมืองนี้ก็เลยถูกรักษาแบบ over treatment ดีนะว่าไอ้ยานั่นหลอดไม่ถึง 2 เหรียญ คือประกันคัฟเว่อร์เกือบหมด แต่ไอ้ยาหยอดแก้แพ้นั่นหลอดตั้ง 22 เหรียญ (แค่ 20% ของราคาจริงนะคะ ฮึ่ม) ส่วนที่แพงที่สุดคือไวโคดีน (“ฝิ่น” ตามใบสั่งอย่างถูกกฏหมายของอิชั้น 555) 30 เม็ด $39.98 ถ้าเป็น generic ก็ประมาณ $4 for 30 tablets อิชั้นต้อง “เสพ” ยาตัวนี้ประมาณเดือนละ 5-6 เม็ด เวลาที่ปวดท้องปริศนา (ไม่มีหมอคนไหนหาสาเหตุเจอมากว่า 40 ปี 555 ถึงเรียกว่า “ปวดปริศนา” 555) ไอ้ 30 เม็ดที่ได้มา-อยู่ได้หลายเดือนค่ะ อิชั้นไม่ติดยานี้นะคะ แต่ยานี้ช่วยได้มากเวลาปวดปางตายแบบอิชั้น เคยใช้แบบ generic เพราะงก แต่มันไม่เห็นผล เหมือนกิน Tylenol ยังไงอย่างงั้น เวลากินยาตัวนี้เข้าไป พอยา kick ปุ๊บ จะรู้สึกแปลกๆ อธิบายยาก ง่วงๆ เหมือนอยู่ในวังวน twilight zone 5555 บางทีรู้สึกคลื่นไส้ ถ้านอนก็ “หลับปุ๋ย” สบายเชียวค่ะ ถ้ากินตอนขับรถ (อิชั้นทำบ่อยๆ เพราะความจำเป็น) อึ๋ย กึ๋ย น่ากลัวค่ะ เพราะเบลอๆ ลอยๆ เบาๆ แต่ไม่ยักง่วง จบเรื่องยาบ้าดีกว่า เดี๋ยวเพื่อนๆ จะอยากลอง 5555

Vicodin เป็นยาบรรเทาอาการปวด เป็นยาผสมระหว่าง ยาเสพติดที่ใช้บรรเทาอาการปวด (Narcotic analgesics) กับยาแก้ปวด ลดไข้ กลุ่ม Acetaminophen (Paracetamol) ยานี้มีคุณสมบัติ เมื่อใช้เป็นประจำ และบ่อยครั้ง จะทำให้ติดยา และต้องเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ โดยปกติ Vicodin ใช้เรียกแทนสาร Hydrocodone ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายฝิ่น (Opiate antagonist) มีสูตรทางเคมีคือ C18 H21 NO3 ในประเทศ สหรัฐอเมริกา จัดให้ สารนี้ เป็นสารควบคุม ตามกฎหมายของ Control Substance Act โดยจัดอยู่ในกลุ่มที่ 2 (Schedule II ) ซึ่งสารอื่นๆ ที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ morphine, cocaine, methamphetamine (ยาบ้า) และ Methadone เป็นต้น ซึ่งในประเทศไทย กำหนด ให้เป็นยาเสพติด ประเภท 2 (ประกาศกระทรวง สาธารณสุขฉบับที่ 135 พ.ศ. 2539) ในประเทศ สหรัฐอเมริกา การซื้อ vicodin ต้องใช้ ใบสั่งแพทย์ เพื่อให้มีการดูแล การใช้ อย่างใกล้ชิด แต่ พบว่ามีการขายอย่างแพร่หลายทาง e-commerce โดยมีชื่อการค้าต่างๆ กัน

http://www.dmsc.moph.go.th/chiangmai/hotissue04.htm

page-668วีคเอนด์ที่ค่อยยังชั่วก็ทอดกล้วยหอมให้ลูกผัวกินกันอร่อย เอา New York สเต๊กที่เหลือมาจาก Eat Out เอามา หั่น โยนใส่เตาติ๊ง แล้วทำยำเนื้อรสแซ่บทานกับพ่อบ้าน (ในรูปยังไม่ได้เอาไปอบค่ะ) ส่วนพ่อบ้านก็ทำสปาเก๊ตตี้มีทซ๊อส signature ของพี่แก ทำหม้อใหญ่เลย กินกันได้หลายวัน Meaty มากๆ ชามที่เห็นในรูปเป็นของอิชั้น ที่เลอะๆ เพราะเป็นรอบที่สอง ทานกับมะกอกดำ อืมมม….หย่อย

เลิกพูดเรื่องยาดีกว่า จากนี้ก็ภาวนาให้หายป่วยเร็วๆ ไม่สบายแบบนี้นานๆ มันเหนื่อยค่ะ และสงสารลูกด้วย เหมือนลูกๆ ถูกทิ้ง เวลาแม่ไม่สบายก็มานอนกองดูทีวีบนเตียงแม่ เลยจะพาลป่วยกันไป ป่วยกันมา ไม่มีวันจบ นี่กะว่าตาหายแดงซักนิดจะพาลูกๆ ไปว่ายน้ำค่ะ และอิชั้นจะกลับเข้า gym อย่างจริงๆ จังๆ เสียที เสียดายตังค์ค่าสมาชิกค่ะ ปีละหลายอยู่ (กลัวผัวด่าด้วย 5555 โน๊…โน่… ปล่าวกลัว ….เกรงใจคนจ่ายตังค์ตะหาก 5555)

All happy families resemble one another,

each unhappy family is unhappy in its own way.

2725626745_2a599f90c5

Monday, September 27, 2010

เรื่องหมอๆ ยาๆ และสุขภาพของช้านนนนน....

เมื่อเดือนก่อนอิชั้นได้ไปทำพิธีตรวจสุขภาพประจำปี เจาะเลือด ตรวจฉี่ ทำ mammograms และ Pap smear คราวนี้ต้องจำนนให้บักคาน (หมอ Karl) ทำแพ๊พสเมีย์ เพราะไม่อยากไปหาอีหมอ OB-GYN คนเดิมซึ่งดูแลเรื่องหญิงๆ ท้องๆ ของอิชั้นมาตลอด 10 ปี เพราะเมื่อปลายปีก่อนเธอสั่งให้อิชั้นไปทำอัลตร้าซาวนด์ เนื่องจำอิชั้นครวญครางเพราะอาการ pelvic pain พอเธอได้ผลอัลต้าซาวนด์ก็รีบส่งอิชั้นไปทำ CT Scan ทำแล้ว...แล้วเลย ไม่เห็นโทรมาบอกว่าผลเป็นอย่างไร จะตายมั๊ย อิชั้นโทรไปทวงถาม 3 ครั้ง ก็ไม่เคยได้พูดกะอีหมอ ฝากเรื่องพวกอีเหมียนหน้าเคานเต้อร์ตลอด ก็อยู่ได้เรื่อยมา พอได้ตรวจสุขภาพคราวนี้ก็เลยฟ้อง ดร. คาร์ล ขวัญใจของช้านนนน.... อีคานก็รีบโทรไปที่ศูนย์ Diagnostic X-ray ให้แฟ๊กซ์ผลมา ณ บัดดล แล้วอีคานก็วิ่งหน้าตื่นมาบอกว่า แกๆๆๆๆ ผลซีทีน่ะ เพลวิคดูไม่น่ากลัวมีซิสต์อยู่จำนวนหนึ่ง ดูกันต่อไปว่าจำเป็นต้องผ่าหรือป่าว ถ้าอยู่กันได้อย่างสันติก็ไม่ต้องผ่า แต่ว่าการทำซีทีสแกนเนี่ย ทำปุ๊บมันจะเห็นไปทั้งช่องท้อง เค้า “ติง” มาว่า ตับไม่ปกติ เต็มไปด้วยไขมัน จากนั้นก็บรรเลงตรวจสุขภาพกันต่อ น้ำตาลในเลือดวันนั้น แจ่มแมวมาก เลขที่ออก....116 วู้ฮู้....5555 แล้วก็ต้องยอมให้อีคานตรวจนมและโม๊ะ เฮ่ออออ..... เพราะบ่นไปว่าจะไม่กลับไปหาอีหมอโม๊ะประจำองค์อีกแล้ว

สรุปว่าวันนั้นตรวจกันเสร็จสรรพ พยาบาลทำนัดให้ไปทำแมมโมแกรมอีก 2-3 วันต่อมา จากนั้นก็รอๆๆๆ อีก 3 วีค กลับไปหาอีหมอคานใหม่เพื่อฟังผล ผลที่ออก....เหมือนดี เหมือนไม่ดี...ไม่ดีมากกว่าดี แหงะ คือ เบาหวาน...อันเด้อร์คอนโทรล แต่ก็ต้องกินยาต่อไปและเพิ่มตัวใหม่มาให้อีกอันนึง เป็นว่าต้องกินยา 2 อย่างเพื่อเบาหวาน ผลเลือดออกมา ไทรอยด์ทำงานได้ไม่ดี....ต้องกินยาไปเรื่อยๆ เอนไซม์ในตับไม่ดี ต้องเปลี่ยนยาลดคลอเรสเตอรอล เพราะคิดว่าไอ้ Crestor ที่กินมาปีนึงอาจเป็นตัวที่ไปทำให้ตับชั่ว....เอ้อ..ไม่ใช่...ตับไม่ดี ต้องเปลี่ยนเป็นยาใหม่ อาการ Anemic ก็ยังคงตัว เลยยังต้องกินเหล็ก Iron (Ferrous Sulfate) และ B12 ต่อไปเรื่อยๆ

ตายๆๆๆๆๆ....ตายห้า ตายหก เกลียดการกินยา พยายามมีวินัยในการกินยาและวิตามิน ยาที่ได้มาใหม่ก็เงื่อนไขเยอะจัง ต้องกินตอนท้องว่าง ตอนไส้แห้ง ตอนอิ่ม ตอนหิว โอ้ย.....เบื่อ

รูปข้างล่างเป็นยาล๊อตใหม่ที่เพิ่งไปรับมาเมื่อวาน ก้อนนี้จ่ายไป 107 เหรียญ ไอ้ขวดใหญ่ Welchol 625 mg เป็นยาใหม่สำหรับคลอเรสเตอรอลที่หมอให้กินแทน crestor แล้วให้กำจัดเครสเตอร์ที่เหลืออยู่ในทันใด จะได้ไม่หลงลืมไปกินอีก ไม่ต้องบอกร๊อกกกก.....อิชั้นไม่ชอบกินยา ลดได้ลด เลี่ยงได้เลี่ยง แกล้งลืมก็บ่อยๆ 555555 แต่ไอ้นี่เม็ดบะเริ่มเทิ่มให้กินพร้อมอาหารวันละ 3 ครั้ง อ้วววววกกกกกกกกก......

ขวดต่อมาเป็น Actos 15 mg อันนี้ก็เป็นยาใหม่ที่เพิ่มมาสำหรับคนอ่อนหวานเยี่ยงอิชั้น หมอให้กินคู่กับ Metformin 500 mg ยาแก้เบาหวานที่กินมาหลายปี ดีนะเม็ดนิดเดียว ฮึ่ม

ขวดถัดมาก็เป็นยาใหม่เหมือนกัน Levothyroxine 25 mcg เป็นยาแก้ Hypothyroid เห็นอีหมอบอกว่ากินไปเรื่อยๆ ไม่มีกำหนด ก็เหมือนยาตัวอื่นๆ แหละ จะบอกทำไมฟระ อันนี้เม็ดกะจิ๊ดริดน่ารัก กินตอนท้องว่างตอนตื่นนอนเช้า ห้ามกินอะไรไปอีก 2 ชม. ห้ามกินยาหรือวิตามินใดๆ ภายใน 4 ชม.

ขวดต่อมาเป็นขวดนางเอก เป็นยาคู่บารมี แต่อิชั้นไม่ติดนะคะ เพียงแต่ต้องมีติดตัวไว้ตลอด Vicodin 5/500 -- 5 mg ยาตัวนี้เป็นยาเสพติด คนติดกันทั่งบ้านทั่วเมือง จริงๆ มันคือฝิ่นนั่นเอง น้องๆ เฮโรอีนเลยนะ เป็นยาแก้ปวดแบบแรงโพดๆ ความแรง 6 เท่าของพาราเซตตามอล หรือ Acetaminophen อิชั้นจะกินยานี้เวลาปวดท้องผีบ้าซึ่งปวดมาตั้งแต่เล็กๆ ปวดหงิกปวดงอ เดินไม่ได้ ปวดอยู่ 1-2 วัน แล้วก็หายไปแบบไม่ทิ้งร่องรอยว่าเมื่อวานปวดท้องแทบตาย แม่พาหาหมอตั้งแต่เล็ก พาตัวเองหาหมอเพราะไอ้โรคปวดบ้าเนี่ยตั้งแต่สาวจนแก่ ทำอัลตร้าซาวนด์ไม่รู้กี่ครั้ง ทำฉีดสี เป่าท่อนำไข่ ทำสารพัด หมอไทย หมอฝรั่ง หลายสิบหมอ ไม่เคยมีคำตอบว่าเป็นเพราะอะไร อยู่เมืองไทยก็กินยาอะไรจำชื่อไม่ได้ เม็ดอ้วนๆ รีๆ เหลืองๆ และอีกหลายขนาน กินเป็นกอบเป็นกำ กินไปงั้นๆ พอให้ทุเลาแต่ไม่หายเป็นปลิดทิ้ง พอมาอยู่ที่นี่เจอไอ้ฝิ่นนรกนี่เข้า ปวดแทบตายเมื่อกี้นี้ อีกครึ่งชั่วโมงก็วิ่งไล่ตีลูกได้ตามปกติ ขนาดผ่าตัดคลอดลูกตัวขาดครึ่ง หมอจัดไวโคดินให้ ผ่าปุ๊บอีกแป๊บนึงเดินให้ว่อนโรงบาลไม่เจ็บไม่ปวด ผ่าริดสีดวง เชอะ....เรื่องเล็ก ซัดเข้าไป 2 เม็ดก่อนเช็คเอ๊าท์ ออกจากห้องผ่าตัดแวะไปกินอาหารไทย ฟาดแกงเผ็ด กลับบ้านครี่ได้สบายตรูดไม่มีซี้ดดด....ซ้าดดด.... 5555 ไอ้ไวโคดิน 30 มะเล็ดที่ได้มา...อิชั้นก็จะอยู่รอดไปได้ 2-3 เดือนโน่นแหละ แต่เวลายา kick-in มันสยึ๋มกึ๋ย เหมือนอยู่ใน twilight zone คลื่นไส้ สะหลึ๋มกึ๋มมากมาย บางทีจำเป็นต้องกินตอนขับรถเพราะปวดมากๆ โหยยยย…หูยยยย… กรูจะขับรถพาลูกตลอดปลอดภัยถึงบ้านมั๊ยวะ ยาอันตราย อย่างที่เค้าบอกจริงๆ ค่ะ

สุดท้ายในรูปก็คือเพื่อนซี้เพื่อนเกลอที่ต้องไปไหนไปกัลลล์ Veramyst ยาพ่นจมูกแก้โรคภูมิแพ้ แพ้ไปหมด แพ้ฝุ่น แพ้สัมผัส แพ้หญ้า แพ้น้ำ (อย่าชวนไปเดินป่าเชียว 5555 กรูตาย..แน่ ตอนเข้าไปเป็นอู๋อยู่ดีๆ กลับออกมากลายเป็น predator) แพ้ยา แพ้อาหารบางชนิด เป็นมาตลอดชีวิต ถามเด็ดแม่อิชั้นดูได้ น่าเบื่อมากอีขี้แพ้ 5555 เล่นอะไรก็ไม่ค่อยชนะใครเค้า แพ้ตลอด 555 ตอนเด็กๆ ก็ดูแลกันไปตามอาการ ไม่ได้หามดหมออะไร พอโตๆ มาดูแลตัวเองก็กินยาเรื่อยมา หลายปีมาแล้วเลี่ยงๆ การกินยา พยายามใช้ยาพ่นอย่างเดียว ใช้ยาพ่นมาหลายตัว สุดท้ายมาเอาอยู่ที่ไอ้ขวดนี้ ก็พ่นก่อนนอน ถ้าวันไหนอาการรุนแรง หูตาตูบ ไอจามไม่หยุด น้ำตาฉ่ำ เศร้าโศกตลอดวันก็พ่นตอนกลางวันด้วย เค้าให้พ่นได้แค่วันละครั้ง ไม่จำเป็นอย่า “เบิ้ล” 5555 หรือเพิ่ม Claritin เข้าไปอีก 1 มะเล็ด if need อันนี้โรคประจำองค์หมออู๋จัดได้เอง 555 แต่ไอ้ยาพ่นจมูกนั่นต้องแพทย์สั่งนะเค๊อะ

IMG_0950-s

มาดูรูปยาล๊อตเดือนที่แล้ว มีแปลกประหลาดอยู่ 5 อย่าง จริงๆ ต้องเรียกว่าไม่ประหลาดสิ เพราะอันนี้ได้มาก่อน ไอ้พวกได้มาใหม่สิเน๊าะที่ประหลาด ยาในรูปนี้กินมานานแล้ว ที่เห็นก็มียาแก้ปวดขวดใหญ่ 2 ขวด Naproxen 500 mg จริงๆ มันก็คือ Aleve ที่หาซื้อได้เองไม่ต้องให้หมอสั่งในชื่อทางการค้า “อะลีฟ” แก้ปวดหัว ลดไข้ ใช้แก้ปวดกล้ามเนื้อ เพราะเมื่อก่อนปวดข้อมือซ้ายมากๆ ปวดตั้งแต่คลอดไอ้ตี้โน่นแหละ คืออุ้มลูกแล้วมันบิดเอี้ยวห้อยโหนไปมาจนข้อมือพลิกแหละ ปวดจนนอนไม่หลับ หมอจ่ายยานี้ให้ก็กอนไปงั้น สามปีผ่านมาข้อมือที่ปวดก็ค่อยๆ ทุเลาลง ตอนที่ปวดก็กินบ้างไม่กินบ้าง แล้วก็เลิกกินไปนานแล้ว แต่ราคาขวดนี้แค่ 40 เซ็น ก็เลยบอกหมอสั่งๆ มาเหอะ ถูกดี ตอนนี้อีซะมีกินแทนซะนี่ (ผิด กม. นะคะ กินยาที่เลเบ้วชื่อคนอื่น) แต่เดือนนี้บอกหมอว่าไม่เอาแล้วมีตุนอยู่อีกขวดนึง ส่วน Ibuprofen 800 mg อันนี้ก็เป็นยาแก้ปวดสามัญประจำบ้านทั่วๆ ไป หาซื้อได้ตามร้านในชื่อว่า Motrin แต่ที่หมอสั่งให้จะเป็น double strength 800 มก. มอทรินที่ขายทั่วๆ ไปจะเป็นไอบูโพรเฟ่น 400 มก. ก็ใช้ลดไข้แก้ปวดเหมือนๆ พาราฯ เป็นพิษเป็นภัยต่อไตและตับพอๆ กัน หมอสั่งให้เพราะอยากให้ใช้แทนไวโคดินเวลาอาการปวดไม่รุนแรง เค้ากลัวอิชั้นจะติดยาค่ะ ได้มาก็ไม่เคยแตะ พอราคาถูกๆ 40-50 เซ็น อีพวกอินลอว์ชอบมาขอก็เลยตุนไว้เรื่อยๆ ปวดหัวตัวร้อนก็จัดหามากินเองบ้าง จัดให้ลูกให้ผัวบ้าง หมออู๋จาดห้ายยยยยย……..

ส่วนไอ้ Crestor พูดไปแล้ว ก็กินมาครบปีพอดี เริ่มกินตอนสุขภาพเมื่อปีก่อนตอนที่เค้าตรวจพบว่าคลอเรสเตอรอลชักสูง ไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่ชีวิตแต่หมอแนะนำให้ควบคุมไว้ให้ดี พอมาตอนนี้ก็ให้เลิกกินซะ และเขวี้ยงทิ้งไปเลย ขวดต่อมา Enalapril 2.5 mg เป็น generic ของ Vasotec เป็นยาควบคุมความดันทุรังสูง ก็กินเรื่อยๆ มาถึงแม้ความดันจะปกติเรื่อยมาก็ตาม หมอไม่ยักกะบอกให้หยุด แต่เม็ดจิ๋วนึง เลยทนกินได้เรื่อยมา ขวดต่อมา Metformin 500 mg พูดถึงไปแล้ว กินมาหลายปี กินกันทั้งตระกูล ทั้งสะเด็ดแม่และพี่หญิงใหญ่รวมทั้งคุณพี่เขยด้วย แล้วก็มีเกลอแก้วไวโคดินและเวร่ามิสต์อยู่ในรูปด้วย

IMG_0958-s

คราวนี้มาดูกล่องยาอิชั้น รูปนี้เป็นยาและวิตามินที่กินทุกวันก่อนที่จะเปลี่ยนไปนิดหน่อยจากคอมมานล่าสุดจากหมอคาน กล่องใหญ่กินตอนเช้าพร้อมอาหาร กล่องเล็กกินก่อนนอนค่ะ หมอคานบอกให้อิชั้นกินยาชุดใหม่ไป 1 เดือนแล้วให้เสนอหน้าไปหาเค้าอีกทีดูว่าร่างกายทำปฏิกริยาต่อยาชุดนี้อย่างไร เฮ่ออออ…เจาะเลือดกรูไปเป็นโอ่งๆ อีกแน่เลย ยิ่งโลหิตจางอยู่ด้วย ฮึ่ม

IMG_9399-s

อันนี้เป็นวิตามินกัมมี่ของทั้งครอบครัว หมออู๋จัดเรียงไว้ถวายครอบครัวให้กินพร้อมๆ กันก่อนนอน ส่วยในถุงก็จะห้อยไว้ที่ไมโคเวฟให้รอมมี่กินในตอนเช้า คือรอมมี่ต้องไปโรงเรียนก็จะเข้านอนก่อนใครๆ กว่าแม่จะแจกวิตามินก็โน่นแหละ ก็หลังเที่ยงคืน...เด็กๆ จะเน้นวิตามินรวม เพิ่มวิตตามินซี ดี3 แคลเซี่ยมและไฟเบ้อร์เข้าไปด้วยเพราะไม่ค่อยกินผักกัน แม่กับพ่อก็ฟาดเซนทรั่มแล้วก็กัมมี่เหมือนๆ ลูก แต่แม่ก็กินบ้างไม่กินบ้าง เพราะกินยาก็เยอะแล้ว นี่ไม่ได้เอาวิตามินของอีก๊อตมาให้ดู 55555 ซะมีอิชั้นแด๊กวิตามินวันละ handful ค่ะ เพราะมันกลัวตายยยยย….มว๊าก 5555

page-572

The greatest wealth is health.

DontMess-01

Thursday, May 21, 2009

จะตายแล้วมั๊ง…

วันนี้ม้ามี่อู๋กับไอ้ตี้ไป follow up อีก ผลเลือดไอ้ตี้ออกมายังไม่ดี hemoglobin ยังต่ำอยู่มากแค่ 9.5 ไม่กระเตื้องจากเดิมเลย ส่วนน้ำหนัก (ชั่งรวมเสื้อผ้ารองเท้า) ก็แค่ 30.8 ปอนด์ ส่วนสูง 38 นิ้ว อีหมอคาน (คาร์ล – Dr. Karl) บอกว่าน่าเป็นห่วง เพราะมัน underweight ขั้นต่ำสำหรับ 2 ขวบครึ่งคือ 39 ปอนด์ (อันนี้คือขอบสเกลด้างล่างเลยนะ) น้ำหนักที่ดีและอยู่ในเกณฑ์ปกติคือ 45 ปอนด์ ก็เลยมีการทำนัดให้ไปพบ Dietician วันที่ 28 นี้ แล้ว กลับไปเจาะเลือดตรวจอีกครั้งเดือนหน้า ส่วน Speech Delay ไม่ยักกะเห็นส่งจดหมายนัดมาตามที่บอก แสดงว่าอีผู้ช่วยหมอลืมทำนัดให้ คราวนี้เห็นหมอคานเม๊งๆ อีนังผู้ช่วยเรื่องนี้อยู่ ก็รอดูกันไป นัดให้ก็ไป ลืมก็ไม่ไป เชื่อดิ มันต้องพูดต่อยหอยเร็วๆ นี้แหละ จบเรื่องไอ้ตี้

ในรูป-เอาน้ำหนักส่วนสูงของไอ้ตี้ที่ ชั่ง ตวง วัด วันนี้ ไปใส่ที่เค้าคำนวนว่ามันจะสูงเท่าไหร่ ออกมา 6 ฟุต 2 นิ้ว สูงเหมือนกันนิ …ไอ้เป-รต 55555

ScreenShot012 (2)

ตานี้มาถึงคุณแม่อู๋ ฮ่วยๆๆๆๆๆ ฟามดันทุรังสูงมาก 155/95 จะตายซะละมั๊งเนี่ย น้ำตาล 131 หมอจ่ายยาลดฟามดันทุรัง และให้แด๊ก แอสไพรินด้วยวันละ 1 มะเล็ด เพราะเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของหัวใจ โอ้ยยยย… หัวใจหนูเดาะ ..สรุปว่ายาที่ต้องกินเข้าไปในแต่ละวันเพียบบบบ…. แล้วก็นัดเช็คเบาหวานอีกทุกๆ 2 เดือน (ห่างออกไปหน่อยนิ) ไม่ได้ร้องเพลง…คุณหมอคะ…อู๋นอนไม่ค่อยจะหลับ กระส่ายกระสับนอนไม่หลับมาหลายคืน…. นี่ขนาดไม่ได้บอกว่ามีปัญหาเรื่องนอนยาก ตื่นทั้งคืน เป็น insomnia ด้วยนะ ไม่งั้นได้ยานอนหลับมาแด๊กอีก ตายเพราะยาพอดี

. . . .รูปนี้เป็นฟามสูง (ทำนายว่า-น่าจะเป็น) ของอีรอมตอนมันอายุ 18 แม๊…สูง 5 ฟุต 4 นิ้ว ใช้ได้เลยลูกช้านนนน…. แล้วพอยี่สิบเอ็ด คงสูงได้อีกนิดนึงเน๊าะ เอาวะ กะลังงาม อย่าอ้วนอย่างแม่ก็แล้วกัน

ScreenShot013 (2)

ลืมเล่าไป เมื่อวันศุกร์ที่แล้วก็เอาโม๊ะ ไปให้หมอ OB-GYN หมอประจำโม๊ะตรวจดู เห็นบอกว่าสวยงามเป็นปกติดี ทำเพ๊พสะเมียร์ ลูบๆ คลำๆ แล้วก็หยำๆ นม จากนั้นก็ให้ผู้ช่วยไปทำนัด เพื่อเอานมไปทำกล้วยทับ mammogram แล้วก็เอาโม๊ะไปทำอุลตร้าแมน 555 ultrasound เฟ้ย เพราะอยากตรวจให้ละเอียด เนื่องจากอิชั้นน่ะเข้าสู่วัย “ฉะ-ลา” แล้ว มิใช่วัย “ฉะ-กัน” อีกต่อไป จะว่าไป…ก็ยัง “ฉะกัน” กะผัวอยู่เรื่อยๆ แหละ 5555 หน้าที่มิให้บกพร่อง 555 คิดลึกไปด้ายยยย…. 555

อันนี้เป็นรูปล่าสุดของลูกๆ ค่า อีมี่เค้าอยากเป็นอเมริกันไอโด้ล มากๆ 555 แอ๊คท่าให้แม่ถ่ายรูปให้ ส่วนรูปล่าง กร๊ากกกก… น่าฉงฉาน มันอยากกิน Mini Burgers ของ Burger King ก็พาลูกไปซื้อมาซะ 1 กล่อง (6 อัน) พอได้มามันก็ไดั๊นไม่เปิดดู ถ้างั้นจะได้ขับรถกลับไปอาละวาดซ้า… (เรื่องนี้ยิ๋งทดถนัดนัก 555) มันมัวห่วงแย่งกันกิน French-fried กับน้อง พอมาถึงบ้านอีมี่เปิดดูมันร้อง จ๊ากกก…. เค้าไม่เอา buns ปิดฝาเบอเก้อร์จิ๋วให้มัน 555 เลยบอกมามะ แม่ถ่ายรูปให้ จะได้เอาไป “ซู” มัน ทำเบอเก้อร์ให้หนูน้อยรอมมี่แบบนี้ มันช่างทำร้ายจิตใจลูกกรูมากมาย กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ผลการเรียนตกต่ำ กลายเป็นคนจิตฟั่นเฟือน … 555 ซูซัก 10 ล้านเหรียญสหรัฐ (เรียกซะเต็มยศเลยวุ้ย 555) แม่กับแด้ดดี้จะได้เอาไปซื้อบ้านที่เมืองไทยกลับไปงอมืองอตีน นอนกินบ้านกินเมือง กันสบายๆ 5555 คุยเรื่องเพ้อเจ้อ เรื่องฝันเฟื่องนี่มีความสุขดี 555 แล้วไม่เดือดร้อนใครด้วยนะ ส่วนรูปไอ้ตี้ชุดนี้ไม่มีคำบรรยาย 555 ตัวประกอบอดทนแหละมัน 555

page-404

Have A Nice Memorial Day Weekend..

Wednesday, April 29, 2009

หมอ หมอ ยา ยา เป็นเรื่องน่าเบื่อ

หายหัวไปหลายวัน ไปขับแท๊กซี่มา 5555 ปล่าวหรอก เพียงแค่รู้สึกว่ามีแต่ไปๆๆๆๆ วนไปวนมา หาหมอซื้ยาอยู่นั่น เหนื่อยๆๆๆๆ แล้วหมอยาบางคนก็น่าเบื่อ บางคนก็น่ารัก 5555 เหมือนเป็นฤดูกาลหาหมอยังไงไม่รู้ หาอยู่นั่น นี่ก็เพิ่งไปหา Dermatologist มาเมื่อวันจันทร์ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ เพราะเป็นโรคเดิมที่ต้องเป็นไปจนตาย คือโรคขี้เรื้อน-Psoriasis เพียงแค่ต้องการ Prescription เท่านั้นเอง ส่วนอีรอมเค้าก็เป็นเหมือนแม่แถมด้วยเป็นสิว 5555 วัยแตกสาว วัยโดนแม่ด่า 5555 หมอก็จ่ายยาสิวให้มัน นี่ยังมีคิวต้องไปหาหมอโม๊ะประจำตำแหน่ง Obstetrics & Gynecology อีกกลางเดือนหน้า แล้วคงทำนัดให้เอานมไปเข้าเครื่อง Mammography บีบให้แบนเหมือนปลาหมึกย่าง จากนั้นอีกวีคนึงก็ไป monthly follow up เบาหวานกับโลหิตจาง สามีอิชั้นตอนนี้ก็ทำงานอาบเหงื่อแลกเงินไปส่งเสียคุณหมอๆ มัน น่าสงสารอีก๊อตจริงๆ บิลตั้งแต่มกราก็ทะยอยมาเรื่อยๆ แล้ว ตอนต้นมกราคม ไอ้ตี้ไข้สูง ไปหาหมอ บิลมาครบแล้วเมื่อวาน

Charges

Insurance Paid

พ่อมันต้องจ่าย

ฆ่าบริการห้องฉุกเฉิน (หมอ)

429.30

160.61

268.69

ฆ่าโรงพยาบาล+ห่าไรก็ไม่รู้

1711.11

1408.02

303.09

ค่าเอ็กซเรย์ปอด

35.00

30.93

4.07

Total

รวมแล้ว “โทโท่”

> > > > > > > > >

$575.85

รายละเอียดข้างบนคือ 1 วิสิตไข้ของไอ้ตี้เท่านั้นนะคะ ไม่รวมค่ายาที่ต้องไปไล่ล่าหาซื้อและจับจ่ายไป เซ็งดีค่ะ

จากที่ไปหาหมอกันมาอย่างบ้าคลั่งเมื่อ 2-3 วีคที่ผ่านมา ก็ไปไล่ล่าซื้อยาตามใบสั่งได้มาเกือบครบแล้ว ทำไม๊ ทำไม มันช่างยุ่งยากวุ่นวายและแพงซะเหลือเกิน ไม่เริ่ดครบวงจรอย่างโรงพยาบาลเมืองไทยเน๊าะ ตรวจเสร็จจ่ายตังค์รับยา ไสหัวกลับบ้านไป ถ้าให้บ่นเรื่องนี้อิชั้นก็จะบ่นได้ยาวยืด คือเรื่องระบบ Health care in the United States of America ประเทศมะหาอำนาด คุยนักว่าใหญ่ยักษ์ เริ่ดซะ จริงๆ มันเป็น ธุรกิจ Profit from the PAIN!!! แถมมิใช่ World’s Best Medical Care อย่างที่ไอ้กันชอบ “โว” จาก 191 ประเทศ ไอ้กันติดอันดับที่ 37 ค่าคุณๆ ประเทศไทยของเราติดอันดับที่ 47 น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งนะคะ หม่อง-มะยันม่าเพื่อนบ้านของเราติดอันดับ 190 ลาวติดอันดับ 165 ฮ่วย 555

Thanks > > http://www.photius.com/rankings/healthranks.html

Thanks > > http://www.photius.com/rankings/who_world_health_ranks.html

บอกแล้วถ้าให้พูดเรื่องนี้อิชั้นบ่นได้ยาววววว…. ไม่เอาดีฝ่านิ มาดูว่ายาที่ได้มาเป็นอะไรบ้าง

MedicinesPage-01

อย่าให้พล่ามว่าไปกัดกะอีเพสัตว์ที่ Longs Drugs มาเชียว เถียงกะมันจนมึน จนต้องไปใช้คูปองลดราคาจาก STIEFEL ที่ Target Pharmacy ถึงจะได้ไอ้โฟม OLUX-E นั่นมา ซึ่งจ่ายไปแค่ $25 + tax จากที่ต้องจ่าย (ตามปกติ) $67.50 + tax (ราคาเต็ม $336.99 ค่ะคุณ) พูดแล้วองค์ลง โมโหย่ะโมโห อีเพสัตว์ที่ Longs Drugs เถียงอยู่นั่นว่าคูปองใช้ได้เฉพาะคนไม่มีประกัน อิชั้นก็เถียงกลับไปว่าวันนี้กูไม่เคลมประกัน กูพรีเฟอร์เป็น cash patient อีฟายนั่นก็เถียงข้างๆ คูๆ ถูลู่ถูกัง จนอิชั้นงงตดตามมันไป เลยขับรถแล่นไปทาร์เก็ต เอาใบสั่ง+คูปองให้เค้าไปรอปึ๊ดนึงก็จบเสร็จได้ยามาในราคาที่ต้องการ ยังมีอีกที่ไม่ได้ถ่ายรูปและยังไม่ได้ไปรับเพราะยาไม่มีในร้านตอนที่ไปซื้อ หลอดบนขวาเป็นออยเม้นต์ทามือที่คันๆๆๆๆ ไอ้ Differin นั่นเป็นของอีมี่เค้า หมอจ่ายมาให้มันทาสิวสาวแตก-แตกสาวของมัน ไอ้ขวดจรวดนั่นที่พ่นตะหมูกแก้ภูมิแพ้ของอิชั้น เพราะแด๊กยาอย่างเดียวบางวันก็เอาอยู่ บางวันก็เอาไม่อยู่ ไอ้ขวดแดงนั่นยาเบาหวาน ยังมีธาตุเหล็ก OLUX โฟมแบบธรรมดา + อีก 2-3 อย่าง จากนี้ต่อไปจะซื้อยากันทีคงต้องขับรถลงใต้ไป 30 กว่าไมล์เพื่อไปซื้อยาที่ Target Pharmacy เภสัชกับ จนท. ที่นั่นเยี่ยมๆๆๆ ชื่นชมจริงๆ ไอ้ที่หาได้ใกล้บ้านก็โกรธกันไปที่ละร้าน หมดแระ ไม่มีใครคบ ไม่คบใครแล้ว 555 มันคงเรียกลับหลังว่า อีเอเชี่ยเรื่องมาก 555

มาดูรูปหลับจริงกับหลับปลอม ลูกๆ น่ะหลับจริง นอนดูทีวีกันเงียบๆ ย่องไปดูอีกที นอนหลับเน่ากันหมด 555 ส่วนไอ้ก๊อตใหญ่กะไอ้ก๊อตเล็กนั่น พ่อมันนะตอ..มากๆ นอนกอดกะลูกก็บอกถ่ายรูปให้หน่อย พอไปเอากล้องมาก็ทำเป็นแกล้งหลับ รูปแรกไอ้ตี้เล่นด้วยนิ พออีกรูปลูกลืมตาโตเชียว มีแต่อีบ้าพ่อมันทำแกล้งหลับ เชอะ เหอะ ไอ้บ้า

page-385

ส่วนอันนี้ไอ้ตี้ก่อเหตุ 555 อยู่กะมันสองคน ถ้ามันเงียบๆ ไปก็ต้องรีบย่องไปดูว่ามันทำอะไรมิดีมิร้ายหรือปล่าว เพราะปกติมันจะขี้อ้อนกับแม่มากๆ จนน่ารำคาญสุด แต่พอมันเงียบๆ ก็น่าห่วง 5555 เตรียมผ้าขี้ริ้วเตรียมม๊อบได้เลย ถ้ามันไม่เท ปั๊ม ทำอะไรหก ก็ถือว่าโชคดีมากๆ แต่วันนั้นมันเงียบมากๆ ได้ยินเสียง บี๊บๆๆๆ จากตู้เย็น แสดงว่ามันอยู่ในครัว ตั้งไอ้อะลาร์มไว้ถ้าฝาตู้เย็นไม่ปิดภายใน 90 วินาที อะลาร์มก็จะบี๊บๆๆๆๆๆๆ สิ่งแรกที่เห็นคือมันก้มๆ เงยๆ กินเค้ก แต่เปิดตู้เย็นไว้ พอมันเห็นแม่ก็ไม่สะทกสะท้านกินต่อเฉย พอถามทำไรก็ eat eat eat พูดได้แค่นั้น 555 เลยคว้ากล้องไปจัดการซะ พอกินจนพอใจแล้วก็เอาไปเก็บเอง แต่ปากกับจมูกที่เลอะนั่น แม่ต้องรีบจัดการก่อนที่มันจะเช็ดตามโซฟา แล้วมือไม้ก็จะเปะปะป้ายไปหมด เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่

page-384

ส่วนอันนี้เป็นอาหารของอีแม่ขี้เกียจกับไอ้ลูกกินยาก บางวันมันก็กินดี บางวันก็อิดออดเหมือนกัน ส่วนไอ้กระป๋องข้างล่างน่ะเป็นของโปรดของพ่อกับลูก อีแม่จับปุ๊บเป็นโดนลูกผัวด่า อีเบาหวานไม่เจียม 5555 เห็นบ่นๆ กันว่า เวลาไปรับยาเที่ยวหน้าลากมาเยอะๆ นะ เพราะตอนนี้ลดราคาอยู่เหลือ 2 ป๋อง $5 จาราคาเต็มป๋องละ $3.79 พ่อชอบไอ้ราสพ์เบอรี่ทวิสต์ ส่วนลูกชอบสูบซิก้าร์สอดไส้

page-386

Tuesday, April 14, 2009

Annual Physical Check-Up

จริงๆ เริ่มไปหาหมอตั้งแต่ปลายๆ กุมภาฯ แล้วแหละ เพราะตอนนั้นรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว นอกเหนือไปจากอ้วนใหญ่ยักษ์แล้ว ก็นอนไม่ค่อยหลับ difficulty sleeping, tired of being tired, constantly thirsty and craving for sweets. พอไปหาหมอ ก็พอดีกับถึงเวลาต้องเช็คอัพประจำปี คุณหมอดำปื้ดก็ส่งต่อให้ไปที่ศูนย์… เพื่อไปเจาะเลือดและเก็บฉี่ไปตรวจ แล้วเค้าก็จะส่งผลกลับมาที่โรงบาล

หมอพูดอะไรก็ “เชื่อง” แหละ ทำตามอย่างว่าง่าย พอวันนี้ไปตรวจจริง (5555 มีเผาจริง เผาหลอก 555 เพราะหมอด๊ำดำเธอแค่สกรีนหยาบๆ แล้วก็จ่ายยานอนหลับให้ไปซื้อหามาแด๊ก พอกินเข้าไปหลับเป็นตาย ง่วง drowsy ไปอีก 18 ชั่วโมง ม่ายหวาย ม่ายชอบ กินไปคืนเดียว เลิกรากัน) หมอวันนี้เป็นป้อจาย brunette ตาสีฟ้า….ซะ หลอปานกลาง ได้คะแนนความเป็นหมอบวกเข้าไปอีก เลยหล่อโคตรๆ ชื่อ บักคาน Karl 555 ตรวจถี่ยิบ แหกหูแหกตา เกาขี้กลากดูอย่างทั่วถึง ยืน นั่ง ก้ม เงย บิด ซ้าย ขวา หน้า หลัง ดั๊นไม่ให้วิดพื้นกระโดตบซะด้วยเลย 555 แต่ให้เลิกคิ้ว หลิ่วตา เป่าปาก แก้มป่อง ซ้ายทีขวาที แล้วก็บอกว่า ริ้วรอยร่องลึกบนหนังหน้ายังไม่มี - ดีใจกี๊สๆ เย้… แต่ สิว ฝ้า กระ ตรึม 5555

พอพี่แก “เฉลย” ผลเลือด ผลฉี่ ให้แซบบบ…. ก็จุกเลย 5555

ฉี่เหมือนจะเป็น UTI - Urinary tract infection หรือ ท่อทางเดินปัสสวะ (ปัดสวะ) อักเสบ ถามอยู่นั่น ฉี่ถี่บ่อย เจ็บปวด หรือสีสันสวยงามปกติหรือไม่ คำตอบก็คือ ปั๊กกะติ๊ดีค่า อีหมอก็ทำสีหน้ากังวล เพราะผลออกมาไม่ค่อยดี เลยแย๊บๆ ไปนิดว่า ตอนไปเก็บฉี่น่ะ เพิงหมด ปจด. มีผลอ๊ะป่าวคะคุณหมอขา… ก็เลยบอก it could be…blah blah จบเรื่องฉี่ซะที

เลือด เลือด ข้าต้องการเลือด…ไม่ได้เป็นปอบผีฟ้าหรอก แต่ เสือกเป็น Anemic - Iron deficiency anemia มะเล็ดเกล็ดเลือดแดงต๊ำต่ำ หมอคานเลยบอกให้ไปหาเก็บเศษเหล็กกิน 555 ถ้าไม่สะดวกก็ให้ไปซื้อ ธาตุเหล็ก (Ferrous sulfate is used to treat iron deficiency anemia.) มารับทานซัก 6 เดือน พอฟังแล้วก็ สิ-ฮาก-เด้อ ยาเชี่ยนี่ กินแล้วอยากอ้วกแตก มันระคายเคืองกระเพาะอาหาร แล้วห้ามกินยานี้กับผลิตภัณฑ์นม รู้ดีรู้จริง เพราะเป็นคนที่โลหิตจาง (ต่ำ) อยู่เรื่อยๆ on & off มาตลอด แล้วโรคทรัพย์จาง-รักษาได้ป่าว หมอคาน

ผลเลือดที่อยากรู้มากๆ อีกอัน ก็ออกมาให้สมหวัง คือ เบาหวาน จ้า เบาหวาน เลขที่ออออกกกกก….126 หลัง fasting is no good… เลยต้องมีการไปเจาะเลือดตรวจละเอียดมากกกก…อีกครั้ง ว่า ต้องกลับมากินยากดเบาหวานหรือปล่าว เซ็งว่ะ

ผลอีกอันที่รู้อยู่แก่ใจ คือ ไขมันในเลือดสูงแบบน่าห่วง ถึงไม่สูงปี๊ด แต่ผลคลอเรสเตอรอล และ ไตรกลีเซอร์ไรด์ (Cholesterol, LDL, HDL, and Triglycerides) ก็ดูไม่ค่อยดี หมอคาร์ลบอกว่าน่าจะควบคุมได้เองยังจะไม่จ่ายยาให้ แต่ไม่บอกตัวเลขมา-ให้หมออู๋ได้วิเคราะห์เองบ้าง กลัวแย่งอาชีพ 555 แต่สั่งงด ลด ละ เลิกอาหารมัน กิน fish oil เพิ่มด้วย และ ออกกำลังกายมั่ง…อีอ้วน 555 แต่พอเราบ่น..อิชั้นอ้วนจะตายห่าแล้วหมอ พี่คาร์ลก็บอก โน๊ โน่ ยู ลุ๊ค เกรท….กรูเนี่ยนะ Great หรือ Great Dane กันแน่วะ

ท้ายสุด สุดท้าย คือ โรคขี้เรื้อน 5555 Psoriasis พี่คาร์ลก็ เปิดผม หัว หู เกาขี้กลากดูใหญ่ 555 ขอดู ข้อศอก หัวเข่า (ไม่ขอดูหัวหน่าว 555) และตาตุ่ม แล้วก็บอกดูดีนี่ under control ควบคุมได้ (ห่า) ไรวะ คัน เกา หิมะร่วง น่ารังเกยจ ทั้งปีทั้งชาติ ทำหน้าเซ้งตดให้หมอดู แกหลงกลก็เลยเขียนใบสั่ง OLUX Foam ให้ 5555 ตานี้ก็ไม่ต้องไปหา Dr. Hoffmann 555 แพงอิ๊บอ๋ายเลยแหละ Dermatologist คนนี้แพงมาก คลีนิคเธอหรูมาก เหมือนไปเที่ยวภัตาคารญี่ปุ่นหรูๆ งามโพด เข้าไปแล้วหนาวเลย บรรยากาศสูบเลือดมากๆ ยิ่งไปนั่งรอแล้วมองคนไข้คนอื่นๆ แล้ว belittling เหลือเกิน แค่ที่ลานจอดรถก็ทุเรศมากๆ โตต้าเน่าๆ ฝุ่นเขรอะของอิชั้นดูโดดเด่นเลยแหละ เพราะเค้าขับกันแต่รถพื้นๆ กัน พวก เล็กสัตว์ แจ๊คกว่า เมอเซดีส บีมเม่อร์ 5555 แถมเอี่ยมอ่องส่องแสงกันซะด้วย อยากจะไปจอดอีก 3 บล๊อคแล้วเดินไปเลย 555 สรุปไม่ไปหาแม่นางแคธลีน ฮ๊อฟแมนน์ อีกแล้ว 555 แล้วเธอก็ไม่ค่อยยอมให้ฟาร์มาซีโทรไปรีฟิลใบสั่งยาด้วย ชอบฝากบอกผ่านไปให้เพเชี่ยนแวะมาตรวจดูดีฝ่า เชอะ บิลๆๆ แอนด์ อะนัตเต้อบิล รู้ทันหรอกจ้า

page-326รูปนี้ตั้งแต่เดือนก่อน ไอ้ตี้อาละวาดในรถ ผมยังยาวทั้งพี่ทั้งน้อง

ก่อนที่จะร่ำลาหมอคาน หรือ พี่คาร์ล ก็บอกให้ทำนัดให้บุตรธิดามาเช็คอัพซะด้วยเที่ยวหน้า เพราะไอ้ก๊อตตี้ดูเหมือน allergy คุกคามมัน ขอบตาแดงๆ แล้วจะรีเฟอร์ไปให้พบกับ Speech Therapist ด้วย ส่วนอีมี่ดูแข็งแรงกระบือถึกดี แต่ก็มาเช็คๆ ให้เสร็จๆ ซะ แล้วคุณแม่อย่าลืมไปแวะให้แดร๊กคูล่าเจาะเลือดด้วยนะกั๊บ

ลืมบอกไปว่าวันี้ไม่ได้ไปกับไอ้ตี้ ตัว-ตัว หรอก เพราะเมื่อวันจันทร์ โทรไปบอกรพ. ว่า ไปตอน 9 โมงครึ่งไม่ได้ อยากไปตอนบ่าย เสียงตามสายบอกว่า โอเค พอวันนี้ก็เลยไปรอรับอีมี่ที่สีแยก แล้วก็บึ่งไปซื้อแม๊ดโดเน่า ให้ลูกๆ กินในรถ พอไปถึงก็เอาไอ้ตี้ออกจากรถเอามันมัดติดไว้กับรถเข็นแบบ Dr. Hannibal Lecter เลย 555 มันเลยไม่ได้ออกมาอาละวาด น่าฉงฉานมากๆ พอพยาบาลเข้ามาวัดความดันแม่…ไอ้ตี้ร้องไห้น้ำตาไหลพราก กลัวแม่ตาย ๆๆๆ พอพยาบาลนั่งซักประวัติ กินยาไรอยู่ แพ้ยาไร บลาๆๆๆ มาถึงมีลูกกี่คน เค้าหันไปมองลูกๆ ของอิชั้นแล้วก็กรอกฟอร์มไปว่า 2 boys 555 อีมี่เห็นแล้วโกรธ แม่เลยติติงไปว่า 1 หญิง 1 ชาย ค่า เค้าก็ขอโทษขอโพยใหญ่ แล้วก็บอกว่าผมเผ้าท่าทางเหมือนบอยมากๆ ขอโทษนะคะ 5555

page-361

วันนี้ไม่ต้องรอนานมาก ไปถึงโรงบาลเกือบ บ่าย 2 ออกมาตอน 3 โมงครึ่ง รวดเร็วเกินคาดมากๆ เลยแวะเอาอีมี่ไปโยนที่โรงเรียนให้ซ้อมซอฟท์บอล แล้วขับรถไปซื้อขนมน้ำดื่มมานั่งรอลูกในรถจะได้กลับบ้านพร้อมๆ กัน ตอนอีมี่ลงรถแล้วแม่ออกรถ ไอ้ตี้ ชักดิ้นชักงอ หวีดร้องจะไปหาพี่มันใหญ่ พอซื้อเป๊บซี่ให้แด๊ก…หายโมโหเป็นปริดทิ้ง พอถึงบ้านถามอีมี่หิวป่าว จะอบแซลม่อนให้กิน จะกินป่าว ทำเงียบๆ ไม่สน ห่วงเล่นเกมส์ เลยถามไปอีก จะกิน Salmonella (ไข้รากสาด) หรือปล่าว มันรีบตอบรำคาญตัดมาว่า YES Mom! กร๊ากกก…. จะไปคุ้ยขยะทำให้มันกินดีมั๊ยเนี่ย 5555