ก็แฮ้ปปี้ดี วีคเอนด์ที่ผ่านมาซะมีอยู่บ้าน อะไรๆ ก็วันแม่ วันแม่ เอาอกเอาใจกันยกใหญ่ จนกลัวว่าตัวเองจะเหลิง เป็น Spoiled Rotten Brat Momma….55555 จริงๆ ก็เป็นอยู่ตลอดแหละ พอเมื่อวันเสาร์ ก็เก็บหีบห่อข้าวของกันหน่อยนึง (หน่อยนึง..อีกแระ) แล้วอีก๊อตก็ ไปๆๆๆๆๆ หิวๆๆๆๆ แห่ไปกินบ่ายแก่ๆ ที่ร้านเทริยากิ..เพื่อนเลิ้บ เพราะอีเจ๊แกบ่นๆ จะปิดกิจการ ควักเนื้อมาตลอดหลายเดือน ฟังแล้วก็ใจหาย เลยต้องไปคุยกะอีเจ๊ซะหน่อย หดหู่ หดหู่มากขอบอก เห็นบอกว่าจะลองอีกซัก 2-3 เดือน ถ้าไม่ดีขึ้นก็ต้องปิดฉากแน่นอน ม้วนเสื่อย้ายกลับซานฟราน ถ้ามันย้ายไปก็เศร้าเลยอิชั้น เพื่อนดีๆ ที่นี่ก็มีมันนี่แหละ เฮ้อ….
ต่อๆๆๆๆ จากนั้นก็ไปมอลล์ 555 หลังจากถูกห้ามไปหลายวีค อีก๊อตไปแวะนวด เพราะปวดหลัง อีแม๊ะอู๋กับลูกๆ ก็ร่อนไปมารอพ่อ แวะไป Bath & Body Works หลังจากไม่แวะมาหลายเดือน คราวนี้ซื้อแค่สบู่ล้างมือที่คุณผัวชอบแค่ 2 ขวด Buy One, Get One Half Off… เพราะหวังว่าจะได้ใบเสร็จแบบมีหาง…แบบสอบถามจะได้ลด 10 เหรียญ สำหรับการซื้อ 30 เหรียญ ในครั้งหน้า เตรียมตัวหน้าดู 555 เพราะปลายเดือนจูนก็บิ๊กเซลส์อีก รอซื้ออะไรๆ ที่มัน 75% off แล้วใช้คูปองลดสิบเหรียญ คุ้มหน่อย เอาไว้เป็นของขวัญเค้า ดูดีออก แต่ได้มาด้วยราคาขวดละ 2-3 เหรียญ 5555 ความนิยม สบู่กิโล โลชั่นกิโล ยี่ห้อนี้ ยังแรงอยู่ ด้วยมีกลิ่นให้เลือกมากมาย ขายอยู่ในมอลล์ ยี่ห้อติดตาติดหู ได้ข่าวว่าเมืองไทยฮิตมากมาย ตัวอิชั้นเองเฉยๆ ชอบอยู่ไม่กี่กลิ่น คุณภาพของสินค้า ธรรมดามาก ถึง ต่ำมาก สู้โลชั่นสบู่เหลวยี่ห้อตลาดๆ ที่หาซื้อได้ตาม Drug Stores ไม่ได้เลย แถมเป็นขี้เรื้อนด้วย ต้องเฟ้นหาอะไรที่ค่อนข้าง “เซฟ” เด้อ
ส่วนครีมนวดนั่นก็แค่ของใหม่ 555 Nature Fusion จะเป็นออแกนิค beyatch แล้ว 5555 ไอ้ยาสีฟันนั่นหลอดละ 4.49 เหรียญ ซื้อแล้วได้คูปองเงินสด 4.49 เหรียญคืน สำหรับ next purchase สรุปได้ยาสีฟันมาฟรีๆ แหละ เลยลากมาซะ 2 หลอด ไอ้ Woody จากเรื่อง Toy Story ของไอ้ตี้ Sleeping Beauty Figurine Set นั่นของอีมี่เค้า มันบอกว่า Magnificent Witch นั่นเหมือนแม่มัน ส่วนไอ้มังกร Dark Fire-Breathing Dragon นั่นเหมือนพ่อมัน ส่วนอีมี่เหมือน Princess Aurora …. Yeah Right ! 5555 ไอ้ถ้วย 3 หลุมรูปบนนั่นเป็นของคุณแม่ ไอ้ตี้ได้ “Cars” Figurine Set มาด้วย แต่ทุรนทุรายอาละวาดต้องแกะกันหีบห่อกันที่ร้านอาหารเลย
ต่อๆๆๆๆ พอกลับมาเจอคุณปั๋วที่ร้านนวด (ในมอลล์นั่นแหละ) ก็พาลูกไปร้าน Disney’s Store ได้ของกุ๊กกิ๊กจุ๊กจิ๊กมาครบทุกคน เพราะเค้าลด 40% (รูปอยู่ข้างบนโน่น) แล้วอิชั้นก็ไปแวะซื้อแป้งทาหน้าซะหน่อยที่ M.A.C แต่ได้มาทั้งแป้งและบลัช 555 (บอกแล้วไปกะผัวนะ ดีจะตาย อีซี่ อีซี่ เหล่ๆ หลิ่วๆ เล็งๆ มันก็บอก เอาเลยจ้าสุดที่ร๊าก…) แป้งที่ว่าน่ะ MAC's Prep + Prime Transparent Finishing Powder สรรพคุณ “โว” ไว้ว่า A silky finishing powder that provides an invisible way to set makeup. Reduces shine while optically minimizing the look of pores, lines, imperfections. Available in one universal colour that suits all shades. Wear over makeup or on bare, moisturized skin. ส่วนบลัช เป็น M.A.C รุ่น Mineralize Skinfinish สี Refined ค่อนข้าง shimmery หน่อยๆ เป็นเอิร์ธโทน ใช้ไปได้อีกชาตินึง ไม่เคยซื้อบลัชทาแก้มเลยแหละ เคยซื้อบรอนเซ่อร์ของลังโคมตั้งแต่ปี 2000 ใช้มันเรื่อยมา 555 ถึงหมดอายุไปแล้วแต่ไม่แสบไม่คันก็ไม่ทิ้งมัน 555 ส่วนบลัชอันอื่นๆ ล้วนเป็นของแถมจากเอสเต้เป็นส่วนใหญ่ ยี่ห้ออื่นมีบ้างนิดหน่อย แม๊คอันนี้เลยค่อนข้างถูกใจ ตอนที่บีเอลองทาให้ อีก๊อตก็บอก สวยๆๆๆๆ ตัวเองเฉยๆ เพราะวันนั้นแต่งหน้าไปด้วย แต่วันนี้ลองทาดูบนหน้าโล้นๆ ลงครีม ลงกันแดด ลงแป้งแม๊คอันใหม่ ทาบลัชอันใหม่ ลงลิพกลอสเฮลโหลคิตตตี้ ก็โอเคแหละ สะใจก็แป้งนั่น ดี-เลว คุณภาพพอกันกับ Laura Mercier - Mineral Finishing Powder Transparent ที่ใช้อยู่ ดูได้จากในรูป No Re-touch นะคะ หลุมสิว ฝ้า และ กระ ยังรักกันดีไม่หนีไปไหน 555 พร้อมกับใส่แว่นอันใหม่ด้วย 5555
ออกจากร้านแม๊คก็ไปซื้อเค้กร้านประจำ แวะซื้อแว่นกันแดด อยากได้ Tom Ford รุ่น Whitney มันเสือกไม่มี 5555 เลยไปลากแว่นกิ๊กก๊อกที่ JCpenny ค่าเสียหาย 15 เหรียญ มาใส่แทนอันที่ไอ้ตี้หักขา (มันหักประจำเลย น่าตื้บจริงๆ) สบายกระเป๋าพี่ก๊อตไป 5555 ต่อจากนั้นก็ไปดินเน่อร์ที่ร้าน Million Elephants ก็อร่อยดีตามเคย ร้านอาหารไทยที่คนแน่นตลอด แต่บริหารและปรุงโดยคนลาว (เพื่อนกัน) ไม่ดีเลิศ แต่ดีกว่าร้านคนไทยแท้ๆ หลายร้านคือ วันอาทิตย์เป็นวันแม่จริงๆ โดยปกติเค้าจะเสริฟคุณแม่ๆ Breakfast in Bed ให้ดอกไม้ หรือทั้งครอบครัวไปกินนอกบ้านมื้อหรูกัน บ้านเราจัดการซะให้เสร็จๆ ในวันสุกดิบ 555 เพราะเข็ดร้านอาหารแน่นเอี้ยด รอคิวจนหมดอารมณ์ วันนั้นเลยสบายๆ ร้านแน่น แต่ไม่มีคิวต้องรอ กินกันสบายๆ กลับถึงบ้านเกือบเที่ยงคืน
รูปก้อนนี้เป็นคุณรอมเค้า เดี๋ยวนี้ทำผมประหลาดๆ ทุกวัน นอกเหนือไปจากกิ๊บหูทั้งหลาย ที่ฮิตรองๆ ลงมาก็คือ ผมโบว์ เธอได้ inspiration มากจากนักร้อง Lady Gaga ลูกอิชั้นเป็นสาวแล้วชอบศิลปินคนโน้นคนนี้ 555 มันทำของมันไปเรื่อยๆ แหละ แปลกประหลาดหรือตลกแค่ไหนก็ห้ามขำ บางทีพยายามเก็บกด “กื้กกกก…” เกือบตาย บ่อยๆ ที่กลั้นไม่อยู่… “กื้กกก…” กระจายตรงหน้ามัน 5555 คือห้ามขำเด็ดขาด ต้องเสแสร้งจอมปลอมชมว่า สวย น่ารัก ทุกครั้งไป เพราะถ้าขำแล้วมันก็จะร้องไห้ แสนงอน เรื่องยาว ขี้เกียจด่า ขี้เกียจง้อ มันด้วยแหละ เอ้า…เชิญชม
Happy Mother’s Day Everyone !!
Monday, May 11, 2009
Happy Mother’s Day
Friday, May 8, 2009
My Dream DYSON…
I got what I always wanted for a long time….. my DYSON! It’s a Mother’s Day Present… the best ever….. คุณปั๋วเพิ่งให้ตังค์เมื่อเช้าให้ไปลากซื้อเครื่องดูดฝุ่นอันใหม่ ที่บ่นๆๆๆ อยากได้มานาน แล้วพอดีวีคนี้ Target มีโปรโมชั่นซื้อเครื่องดูดฝุ่น Dyson ทุกรุ่นจะได้รับ gift card มูลค่า $100 ทันที (จะได้เอาไปซื้อแปรงสีฟัน Sonicare อันใหม่ อันเก่าอยู่ๆ ก็ช้าร์ตแบตไม่เข้า อวสารซะแหล่ววว… บ่นเรื่องนี้เหมือนกัน อีก๊อตสวนมาว่า ก็ใช้มา 4-5 ปีแล้วนี่นา มันไม่ forever หรอก อีบร้าาา..) นี่ก็เห็นว่าลูกผัวแอบจู๊กจิ๊กจะ “สะไพ้” ซื้ออะไรให้วันแม่มั๊งแน่เลย เดี๋ยวต้องรีบไปบอก อะไรก็ช่าง ไม่ต้องซื้อ-เปลืองเงิน (จริงๆ แล้วที่ซื้อมาไม่ค่อยถูกใจ) ม้ามมี่อู๋ได้ของถูกใจแล้ว 5555 ไปกินอะไรอร่อยๆ กันทั้งครอบครัวดีกว่านิ
ราคาเครื่องที่ซื้อมาคือรุ่นจิ๋วสุด $399 เพราะอยากได้ว่าที่มันเบาๆ แต่พลัง ดูดดดดด……. suction power มหาศาล พูดถึงไอ้ตัวดูดตัวใหม่ พลังดูด ดูด ดูด…(เวลาอ่านทำปากจู๋ ดูดดดดดด…. ด้วยนะ 555) มันดูดได้สะใจเจ้มาก 555 (ถึงบ้านปุ๊บ ประกอบปั๊บ ดูดเลยทันที แม๊… แค่ hallway ไม่กี่ตารางฟุต ฝุ่นผงเต็มถังเลย 555 ขายคี่หน้าจริงๆ บ้านมหาเขรอะของอิชั้น) เดี๋ยวต้องคิดก่อนว่าจะเอาไอ้ยักษ์ใหญ่ไปกำจัดที่ไหน ไอ้บ้านั่น หนัก อืด ฝืด ลมดูดไม่มีเลย แล้วถ้าเกิดมันมีลมเบ่ง…จะทำไงดีวะ 555 แถมต้องใส่ถุงด้วย เปลือง….
ใครเข้ามาอ่านบล็อกยิ๋งทด…ช่างน่าสงสารจริงๆ ต้องทนดูรูปบางรูปที่ไม่น่าดูชมเอาซะเลย 5555 อีเจ้าของบล็อกมันคี่อวด 555 อวดทุกอย่าง ขะโหย่งขยะ 555 จริงๆ แล้วอยากได้ Electrolux Canister แต่แม่มแพง ship หาย คือว่าบ้านแม่และบ้านพี่สาวของอิชั้นน่ะ “อ่า” ไรก็อีเล็กโตรลักซ์ไปซะหมด บึกบึนและทนทานมากๆ ไอ้ตัวดูดอันใหม่น่ะ เล็ก น้ำหนักเบา ไม่ต้องใส่ถุง เทขยะก็แค่กดปุ่ม ไส้กรองล้างน้ำได้เลย ด้วยที่เป็น Allergy ค่อนข้างรุนแรง วันนี้พอเทผงรอบสาธิต (สาธิตเอง ดูเอง คนเดียว ไอ้ตี้แอบดูห่างๆ) มันช่างง่ายดาย ถูกใจมาก แต่เดิน ฮัดชิ่ว ฮ้าาาาด เช้ยอยู่นั่น เซ่อ โง่ บ้า ยิ่งกว่านั้น เดินไปสั่งคี่มูก ปื้ดดดดดด …..ลงถังขยะ ฝุ่นผงกระจายฟุ้งคุ้งอ่วมท่วมหน้า สมน่ำหน้าตัวเองจริง ต้องแจ้นไปล้างหน้าล้างมือ พ่นจมูก ต่อไปต้องเททิ้งใส่ถุงตามที่เค้าโชว์ในคู่มือ โง่ เซ่อ บ้า มันรักษาไม่ได้จริงๆ ไอคิวแค่ 133 นะ 55555
ตานี้มาดูห้องครัวของอู๋น้อย…ผู้น่าสงสาร ไอ้บ้านี่ยึดมาตลอด ทำกับข้าว ล้างถ้วยล้างจาน หรือแค่เดินผ่านไปมา ก็ช่างลำบากยากเข็ญ มันก็จะนอนเกลือกกลิ้งเล่นอยู่ที่พื้นได้ทั้งวัน เรียกว่าตั้งแต่ลืมตาตื่นจนหลับตานอน หายใจเข้าใจออก เป็น Thomas Choo Choo หรือ Cars อันนี้แม่ต่อรางรถไฟให้มัน คือ ให้มันหุบๆ เข้ามาหน่อย ถ้ามันต่อเองก็ไม่วนมาบรรจบกัน ยาวยืดหงิกงอ บานเต็มครัว ตะกร้ากับกะถังนั่นเอาไว้ใส่รถไฟ รถยนต์ แล้วก็รางรถไฟของมันแหละ พอเก็บเข้า มันก็เทออก ห้องอื่นๆ ก็ไม่ไปเล่น ไม่ชอบเล่นบนพรมมั๊ง เพราะสงสารแหละ เลยยอมๆ มัน กินก็ไม่ค่อยกิน บางทีก็มานอนป้อนกันอยู่ตรงนี้แหละ หลอกล่อให้มันเล่นแล้วเอาอาหารยัดปากมัน บางทีก็เวิ๊ก บางทีก็ไม่เวิ๊ก ชีวิตต้องสู้ 5555 สู้กับลูกเป็นหลัก 555
Have a nice day…everyone.!
Thursday, May 7, 2009
คาราโอเกะ Karaoke กันเถอะ
บ้าน Home
โดย ปั่น ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว
ดอกไม้ ประตู แจกัน ดินทราย ต้นไม้ใหญ่
แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม
ขอบรั้วและริมทางเดิน ต้นหญ้าอยู่ในสนาม
บ้านนี้จะมีความงามได้ถ้ามีเธอ
เพราะเธอคือที่พักพิง คือทุกสิ่งที่มีความหมาย
เมื่อเธออยู่เคียงชิดใกล้ เรื่องร้ายใดๆไม่เกรง
แม้ข้างนอกจะต้องเจอ กับเรื่องราวที่ใครข่มเหง
แต่ฉันเองไม่คิดกลัว
จากพื้นดินชนเพดานนั้นมีความหวานอยู่
เพราะรู้ว่าฉันมีเธอคอยเป็นที่พักใจ
จะรอคอยฉันจริงๆ เป็นหลักพึ่งพิงสุดท้าย
จะล้มตัวลงเอนกายที่บ้านของฉัน
* ไม่ว่าวันเวลา จะเปลี่ยนหมุนเวียนไปเท่าไร
ฉันยังคงมีแต่เธอ เป็นความหวังและความเข้าใจ
พร้อมจะเก็บทุกสิ่ง ทิ้งความสุขทุกอย่าง
และจะทำทุกทางเพื่อบ้าน หลังนี้
(ซ้ำ *)
ดอกไม้ ประตู แจกัน ดินทราย ต้นไม้ใหญ่
แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม
ขอบรั้วและริมทางเดิน ก็ล้วนแต่มีคำถาม
บ้านนี้จะงามอย่างไรถ้าไม่มีเธอ
ก็เพราะว่าใจของเธอคือบ้าน ของฉัน
คือหัตถาครองพิภพ
โดย ศรันย่า ส่งเสริมสวัสดิ์
สองมือที่ดูนิ่มนวลอ่อนโยน
สองมือที่ดูช่างบอบบางอย่างนั้น
สองมือที่ดูไม่มีความสำคัญ
คือสองมือที่ทำให้โลกหมุนไป
แม้เพียงร่างกายนั้นเกิดเป็นหญิง
แท้จริงหัวใจนั้นแกร่งยิ่งกว่าชาย
ขอเพียงให้เป็นได้ดังที่ตั้งใจ
จะทุกข์ทนเดียวดายไม่มีความสำคัญ
บันดาลโลกหมุนเวียนวนไปตามจิตใจ
นำพาให้เป็นไปตามต้องการ
ทุกสิ่งเปลี่ยนแปรไปด้วยมือเธอเสกสรร
ดังถ้อยคำประพันธ์เปรียบเปรยพรรณนา
ถึงชายได้กวัดแกว่งแผลงจากอาสน์
ซึ่งอำนาจกำแหงแรงยิ่งกว่า
อันมือไกวเปลไซร้แต่ไรมา
คือหัตถาครองพิภพจบสากล
เหงา...ไม่เข้าใจ
ศิลปิน คาราบาว & ปาน ธนพร
รถไม่มีคนขี่ นาไม่มีปลาเกิด
เหล้าไม่มีที่เปิด คิดดูดูเอาเถิด
มันเสียชาติเกิดแท้แท้
แขนไม่มีคนเกี่ยว นึกว่าเดี๋ยวได้แน่
เผลอแป๊บเดียวก็แก่
อยากมีคนดูแล ถึงรู้ว่าสายเกินไป
* ไม่ได้หยิ่งจริงจริง
มันยังไม่เจอะอย่างเขา ไม่มีใครเอา
มันเลยต้องเหงา..เข้าใจ
หน้าต่างประตูมาดูยังเปิดเอาไว้
ให้คนที่อยากเข้ามา
** กลางวันทำงาน กลางคืนนั่งทำใจ
เวลาเจอใครมีแฟนก็อิจฉา
คนดีคนใดก็ไม่เห็นมีมา
ทำไมหายากเย็น เข็ญใจ
ตะโกนดังดังไม่อยากนั่งบนคาน
มันมีอาการ อยากเกี่ยวก้อยกับใคร
บางทีคนเราก็แบเหงาไม่เข้าใจ
กำลังอยากมีใครไว้ให้กอด
ของก็ขึ้นราคา หาไม่พอค่าจ่าย
หารสองคนพอได้
ช่วยช่วยแชร์กันไป
ได้ช่วยกันจ่ายช่วยรับ...นะ
เที่ยวทุกคืนหรือเปล่า
เขาว่าเมาให้หลับ หาสักคนช่วยขับ
เผื่อคออ่อนคอพับ
จะได้ถึงบ้านปลอดภัย....จ้า
(ซ้ำ * , **)
อยู่คนเดียวมันเหงา..เข้าใจ
ดีกว่าคนใจร้ายเข้ามา
มาทำให้เจ็บ ให้มีน้ำตา
ให้ผิดหวังฟรีฟรี
เพราะเราเกิดมากับใจ มากับใจ
ที่เหนื่อยล้า เพื่อตามหา ที่พัก พิงใจ
ที่ใครสักคน เมื่อค่ำคืน ที่มันเหงา
ได้ผ่านพ้น เราจะพบกับรุ่งเช้า
อันอำไพ!
(ซ้ำ **)
ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้
ศิลปิน ตั๊กแตน ชลดาก็อยากดูแลให้มากกว่านี้เหลือเกิน
แต่กลัวจะเผลอ จนเผลอทำเกินหน้าที่
ก็ถูกให้เป็นแค่คนรู้จัก เลื่อนเป็นคนรักไม่ได้สักที
จึงทำเท่าสิทธิ์ที่มี ยามเห็นเธอเป็นทุกข์ใจ
ห่วงอยู่ไกล ๆ เจอหน้ายิ้มให้ด้วยสายตา
คอยเป็นธุระในเรื่องที่พอช่วยได้
ขอโทษบางคราวที่ต้องเหินห่าง และมีบางครั้งที่เคยขัดใจ
บางอย่างที่ขอมากไป เจ้าที่หัวใจเขาหวงแหน
* คนที่ไม่ใช่แฟน ทำแทนทุกเรื่องไม่ได้
เหนื่อยก็รู้ เหงาก็เข้าใจ แต่ไม่อาจให้ยืมอ้อมแขน
คนที่ไม่ใช่แฟน ทำแทนทุกเรื่องไม่ได้
หน้าที่ตามฐานะใจ ห้ามเดินก้าวล้ำเส้นแฟน
ภาระในเขตอ้อมแขน ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้
** ยอมอยู่ข้างใจ แต่ไม่ขอเป็นสำรอง
ขออย่าได้มองความซื่อแล้วแปลว่าง่าย
เมื่อเราเจอกันข้างพรหมลิขิตก็อยากใกล้ชิดมากเกินห้ามใจ
ต้องเจียมตัวว่าเราคือใคร แค่แอบรู้ใจไม่ใช่แฟน
(ซ้ำ *, **)
คนไม่ใช่แฟน ทำแทนไม่ได้
ราชินีเงินดาวน์
ศิลปิน หนู่มบาวสาวปาน ปาน ธนพร
เจียมเพราะจน อดทนเอาพี่ เกิดเป็นราชินี เงินผ่อนอ่อนใจ
ในยุคที่หวย โผล่ขึ้นบนดิน ยิ่งทำมาหากิน ยากเย็นเข็ญใจ
ทำองทำโอ ทำล้วงเวลา สิ้นเดือนรับเงินมา ยังไม่ทันจะใช้
อิออน สามพัน เฟิร์ทช้อย อีกพันห้า ซิตี้แบงค์วีซ่า ค่ามือถือลูกชาย
โอเค สองพัน ควิ๊กแคช อีกพันเก้า เหลือไม่พอค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ
สุภาพสตรี ต้องดูดีเป็นธรรมดา ค่าตบนม ดึงหน้า ต้องมีไว้มีไว้
ก็อยากจะใช้แต่สิ่งของดี-ดี เออ...ฮะเออ...ฮะเอย...
ก็อยากจะใช้ แต่สิ่งของดี-ดี อะไรยังไม่มี ก็ต้องขวนขวาย
ความสุขเล็กน้อย นี่ว่าจะถอย ดีวีดี มานั่งดูซีรีย์ เกาหลีให้สะใจ
ให้ลืมทุกข์โศก ลืมโลกร้าวราน ลืมหน้ารัฐบาล ที่ชอบไม่เอาถ่านอยู่ร่ำไป
ดวงใจจน ทนความลำบาก มาร้องความทุกข์ยาก ได้โปรดจงเห็นใจ
อย่าชักน้ำเข้าลึก อย่าชักศึกเข้าบ้าน เข้ามาทำอนาจารย์ ข่มขืนเมืองไทย
อย่าปลูกฝังค่านิยม ลมลมลวงลวง ว่าเศรษฐกิจโชติช่วง ต้องรีบกินรีบใช้
ประเทศประไท ไม่ใช่อาร์เจนติน่า เดี๋ยวลูกหลานโตมา จะอยู่กันยังไง
สะดวกสบายจนไกลวัฒนธรรม ให้ปู่ย่าตาดำๆ อยากจะกลั้นใจตาย
สามสิบบาทเอามา รักษาหูขี้เลื่อย ยาแก้โรคฟุ่มเฟือย น่ะมีไหมมีไหม
คำสอนของพ่อ ให้พออยู่พอกิน ตราบยังเหลือแผ่นดิน เราไม่มีอดตาย
อันเมืองไทยใหญ่อุดม เออ...ฮะเออ...ฮะเอย
ดินดีสมเป็นนาสวน เพื่อนเอ๋ยเราชักชวน ต้องช่วยกัน มุ่งหมั่นทำ
***********
Enjoy People !!!
Ooh La La Barista
วันนี้อยากคุยเรื่องกาแฟ้….กาแฟ จริงๆ ที่อิชั้นดื่มน่ะค่ะ จริงๆ ต้องเรียกว่า “โอยั๊วะ” มากกว่า เพราะไม่ชอบใส่ครีม หรือนมลงไปในกาแฟ แต่เติมน้ำตาลไปพอให้หวานอร่อยค่ะ
จากผลงานวิจัยทั้งหลายแหล่ ทีวิจัยแล้ว วิจัยอีก บ้างก็ว่าดื่มกาแฟดีต่อสุขภาพ ร้ายต่อสุขภาพ ดื่มได้วันละ 8 แก้ว หรือดื่มได้ไม่เกินครึ่งแก้ว หรือไม่ดื่มเลยจะดีกว่า แล้วแต่จะว่ากันไปค่ะ จากที่อิชั้นเป็นที่ชอบ ฟัง ดู และ อ่านทุกวัน ผลงานวิจัยของอะไรต่ออะไรเปลี่ยนไปตลอดเวลา ของกาแฟก็เหมือนกัน เดี๋ยวว่าดี เดี๋ยวว่าไม่ดี อย่างไอ้ข้างล่างก็ว่าดี ป้องกันได้หลายโรค โดยเฉพาะเบาหวาน 55555 อิชํ้นดื่มกาแฟวันละ 1 แก้ว แต่เบาหวานแด๊กค่ะ 5555
Coffee: The New Health Food?
Plenty of health benefits are brewing in America's beloved beverage.
By Sid Kirchheimer / WebMD Feature
Reviewed by Michael W. Smith, MD
Want a drug that could lower your risk of diabetes, Parkinson's disease, and colon cancer? That could lift your mood and treat headaches? That could lower your risk of cavities?
If it sounds too good to be true, think again.
Coffee, the much maligned but undoubtedly beloved beverage, just made headlines for possibly cutting the risk of the latest disease epidemic, type 2 diabetes. And the real news seems to be that the more you drink, the better.
Reducing Disease Risk
After analyzing data on 126,000 people for as long as 18 years, Harvard researchers calculate that compared with not partaking in America's favorite morning drink, downing one to three cups of caffeinated coffee daily can reduce diabetes risk by single digits. But having six cups or more each day slashed men's risk by 54% and women's by 30% over java avoiders.
มีให้อ่านอีกยาวปู้ดดดด…. น่าสนใจนะไปอ่านกันซะ พวกคอ Jolt … 5555
Thanks > > http://men.webmd.com/features/coffee-new-health-food
ที่บอกว่า Ooh La La Barista ก็เพราะว่า ชอบดื่มกาแฟที่หอม เกลียดกาแฟที่เปรี้ยวค่ะ แต่อิชั้นไม่ใช่เซียน ก็เลยลองไปาเรื่อยเปื่อย ก่อนหน้านี้ชอบกาแฟของ Dunkin Donuts ค่ะ ซื้อมาบริโภคอยู่หลายถุง สุดท้ายมาลงเอยที่ Pike Place ของ Starbucks ค่ะ ซึ่งทีแรกอิชั้นคิดว่ามันแพงกว่ากาแฟคั่วเม็ดตามท้องตลอดทั่วไป แต่ถ้าเทียบด้วยราคาต่อน้ำหนักแล้ว ซะไพ้ …surprised!!!! ถูกกว่าหลายๆ ยี่ห้อมาก ปอนด์ละ $9.95 ก็เอามาบดเองทีละนิดละหน่อย แล้วเม็ดที่เหลือห่อใส่ฟรีซเซ่อร์ไว้ ส่วนที่บดแล้วก็ใส่ Tupperware เก่าๆ เน่าๆ (ในรูป 555) ท่วมไปด้วยรอยขูดขีดขัดถูจากแผ่นขัด Scotch-Brite 5555
ส่วนเครื่อง brew กาแฟของอิชั้ก็ Cheapie Cheap ตามปกติ ซื้อมา $29.99 นานมากแล้ว ซึ่งได้ทีละ 1 แก้ว เพราะพ่อบ้านไม่ดื่มกาแฟต้ม แล้วยังบอกว่าอิชั้น “กระแดะ” 5555 จากที่เคยใช้เครื่อง 12 ถ้วย ทั้งๆ ที่ดื่มคนเดียวแก้วเดียว มันยังไงอยู่ เลยไปซื้ออันใหม่ ของ Kitchen Aid แบบ 4 ถ้วยมา น่ารักเชียวค่ะ เมื่อเทียบกับไอ้ใหญ่ยักษ์อันเก่า ถึงจะขนาด 4 ถ้วย พอต้มแล้วก็เหลือทิ้งเป็นประจำ อุ่นไว้ทั้งวันก็ไม่เคยกลับมากินแก้วที่ 2 จะต้มทีละแก้วก็ขาดๆ เกินๆ แถมต้องมาล้างไอ้ “หม้อ” กาแฟนั่นอีก พอค้นพบไอ้ Hamilton Beach 3-in-1 Hot Beverage Center (โวไว้ว่า – Brews ground coffee or pods, tea bags, loose tea or tea pods; boils water for tea, oatmeal, soups and more..) ก็ถูกใจเป็นนักหนา อยากไปซื้อมาเก็บไว้อีก 2 เครื่อง เพราะบ้า 55555 กลัวมันเลิกผลิตค่ะ กว่าที่อิชั้นจะซื้อเครื่องนี้ก็เลือกอยู่นาน ชอบอยู่หลานรุ่นหลายยี่ห้อ ที่โปรดๆ ถูกชะตามากมายก็แพงมาก แล้วยังต้องใช้ coffee pods, coffee pads ซึ่งแพง และแฟนซีหนักเข้าไปอีก ไอ้ pod & pad ก็หาซื้อแถวบ้านนอกลำบากด้วยสิคะ ยังไงก็ไม่กล้าซื้อ เพราะไม่ได้หาเอง…ต้องขอตังค์ปั๋ว 555 สรุปว่าไอ้เครื่องนี้ถูกตังค์ ถูกใจ มากๆ ค่ะ
In English, barista is a name applied to a person, usually a coffeehouse employee, who prepares and serves espresso-based coffee drinks. The word is borrowed from Italian, where it has a wider meaning of "bartender". The term persists in American coffeehouse jargon, with many employers such as Starbucks officially utilizing the title for such employees. Often, among coffee enthusiasts, the term is reserved for one who has acquired some level of expertise or particular skill in the preparation of such drinks. Within certain circles, its meaning is expanding to include what might be called a "coffee sommelier" — a professional who is highly skilled in coffee preparation with a comprehensive understanding of coffee, coffee blends, espresso, quality, coffee varieties, roast degree, espresso equipment and maintenance.
The word barista is of Italian origin. In Italy, a barista is a male or female "bartender", who typically works behind a counter, serving both hot drinks (such as espresso), and cold alcoholic and non-alcoholic beverages. The plural in English is baristas, while in Italian the plural is baristi for masculine or mixed sex (baristi: “barmen”, “bartenders”) or bariste for feminine (bariste: “barmaids”).
Thanks > > http://en.wikipedia.org/wiki/Barista
นอกจากชอบดื่มกาแฟ (วันละแก้ว) แล้ว อิชั้นยังชอบอะไรๆ รสกาแฟด้วยนะคะ อะไรๆ ที่น่าว่าน่ะ ก็ เค้ก ขนมนมเนย แคนดี้ทั้งหลาย วุ้นแบบไทยๆ รสกาแฟโอเลี้ยง หวานเย็น ฯลฯ ที่ไม่เคยขาดบ้านก็คือไอศครีมรสกาแฟ ต้องขอ “โว” ว่าลองมาโม้ดดดดด…… เท่าที่หาได้ทั่วราชอาณาจักรไทยและมาเดร่าแลนด์ ที่อร่อยเหลือหลายถูกใจอ้วนเป็นยิ่งนัก แพงด้วยนะ (แพงสำหรับอิชั้นจริงๆ นะคะ) ราคา $4.99 ค่ะ 1 ไพท์ ยี่ห้อ McConnell’s รสที่ชื่นชอบก็คือ Brazillian Coffee ต้องซื้อมาทีละ 2 อัน เพราะไอ้ลูก 2 คน..ดั๊น…มาชอบเหมือนแม่ 555
ว่าจะคุยเรื่องกาแฟ แต่ขอแถมเรื่องเครื่องดื่ม L-ก-ฮ ของอิชั้นเสียหน่อย อิชั้นจะมี “ไวน์” ที่เริ่ดๆ อยู่เต็มบ้าน (เซียนไวน์อย่าอิจฉา) เพราะซะมีอิชั้นเป็นกำมะกอน-โฟร์แมน ที่โรงงานไวน์ แต่อีตาคนนี้ “ไม่ดูด-ไม่ดื่ม” คิดกันไปไกลเชียว… คือพ่อบ้านของอิชั้นไม่ดูดบุหรี่และไม่ดื่มของมึนเมาทุกชนิดค่ะ 5555 แต่เวลาเค้ามีอะไรเริ่ดๆ ก็จะซื้อหามาฝากคุณเมีย ด้วยที่อิชั้นมิใช่ Big Fan ไวน์ จะดื่มให้ดูดี ดูตะกายดาว ทำเพื่อความเก๋ไก๋ ก็ทำได้ไม่งาม เพราะมันไม่รักไม่ชอบ “ดัด” ไปมันก็คงดูไม่เข้าท่า เคยคุยเรื่องไวน์ ไว้ตรงนี้ค่ะhttp://oohsworld.blogspot.com/2008/11/blog-post_17.html
อิชั้นเริ่มเป็นอีเมรีครี่เมาก็ตอนเรียน ป.ตรี เป็น 1 หญิงในกลุ่มเพื่อนซี้ชายล้วน 5 คน พวกมันส่วนใหญ่เป็นกุมารจีนมีอันจะกิน หญิงเดี่ยวมือหนึ่งไปไหนไปกันกะพวกมัน แม้แต่เวลามันจะไป “สีหญิง” ก็ยังเสือกเหน็บเอาอิชั้นไปด้วยซะทุกที เกิดการเข้าใจผิดบ่อยๆ เลย “สี” ไม่ติด หรือติดยาก 5555 วนมาถึงเรื่องเมาๆ พวกเราดวดดื่มกันได้ทุกที่ ตั้งแต่เล้านจ์หรู จนถึงร้านส้มตำหน้าปั๊ม 5555 ด้วยที่เป็น 1 หญิง 5 ชาย บางทีก็โดน “หาร” แต่ส่วนใหญ่อิชั้น “ตีตั๋วเด็ก” ฟรีเป็นส่วนใหญ่ อยากจะบอกว่าด้วยที่เริ่มการ “กินเหล้า” ด้วย เหล้า ไม่ใช่เบียร์ หรือไวน์ใดๆ ทั้งสิ้น แม่โขง แสงทิพย์ รีเจนซี่ Chivas Regal แบล๊ค เรด โกลด์ อะไรๆ ก็ว่าไป จะดวด จะกระดก ผสมน้ำ หรือ โค้ก แต่ที่ “ถนัด” คือ โซดา+น้ำแข็ง ค่ะ ด้วยมันเป็นเช่นนี้ จึงไม่ถนัดไวน์เลย ส่วนเบียร์ก็พอได้ ตอนอยู่เมืองไทย ชอบ Kloster และ Heineken พอมาอยู่เมืองไอ้กันชอบ “ขวดเขียว” 5555 Heineken เท่านั้น เพราะไม่มีคลอสเต้อร์ขาย Heineken Premium Light Beer ก็ไม่อาวววววว ม่าย…ชอบ
Corona เป็นเบียร์ที่บริษัทของพ่อบ้านนำเข้าและจัดจำเหน่ายใน North America ได้มาฟรีๆ เป็นลังๆ อยู่บ่อยๆ ไม่ช้อบ.. ไม่ชอบ.. ลองกี่ทีก็ไม่ชอบค่ะ จำได้ว่าตอนอยู่กุงเต้บเมืองฟ้าอมร เซ็งๆ คนเดียว เลิกงาน ไม่อยากไปไหนกับใครก็จะไปนั่งก๊งอยู่คนเดียวที่ Hard Rock Cafe อาทิตย์ละ 2-3 คืนเชียวนะ ก็จะดวดโคโรน่า ซัก 2-3 ขวด+ดินเน่อร์ ให้มันเสร็จๆ จบๆ ก่อนกลับบ้าน กิน+ดื่มเสร็จก่อน 3 ทุ่มทุกที ร้านเค้ายังไม่ดกดื่น คนไม่พลุกพล่าน สบายใจสบายตามากๆ ถ้านั่งคนเดียวดึกๆ แหวะ แมงวันแมงสาบนานาสัญชาติ ต่างๆ son ดานจะกวน สาเหตุที่ชอบไปที่นั่นคนเดียวเพราะใกล้ที่ทำงาน+บรรยากาศดี บริกรถูกใจ เกือบซี้คบเป็นเพื่อนหลายคน นานๆ เพื่อนฝูงจะนัดเจอกันที เพราะต่างก็ทำงานทำการอยู่ไกลมากจากที่ๆ อิชั้นสะดวก จะไปที่ที่ใกล้มันอิชั้นก็ไม่สะดวก การจราจรกรุงเทพฯ.. เชอะ อย่าไปพูดถึง รู้ๆ กันค่ะ มาได้ก็จะรอ มาไม่ได้ ก็ไว้เจอกันเมื่อชาติต้องการนะเพื่อนนะ เป็น “โดดเดี่ยวผู้น่ารัก” อย่างนั้นอยู่หลายปีเชียวนะ (พอมีลูกชีวิตอิชั้นเปลี่ยนไปเย๊ออออะ…..555) กว่าจะฉลาดรู้ว่า กรูไม่ชอบเบียร์ “ห่า” นี่เลย ความรู้สึกช้ามาก 5555 บ้าชิบเป๋ง 5555 แหมไปนั่งที่แบบนั้น เห็นใครๆ ก็ดื่มโคโรน่า ก็ตามเค้าไปนิ ตามฟายอยู่นาน (กลัว “เห่ย” เป็นตัวปนะหลาด) คือกลัวเค้าว่า “ประหลาด-เถื่อน” 555 สุดท้ายก็กลับมาซบอก Kloster และขวดเขียว ตามปกติ ต้องขออภัยพี่สิงห์ หงิงๆๆๆๆๆ ถึงจะสายเลือดเดียวกัน แต่ไม่ชอบพี่สิงห์ หงิงๆๆ เลยง่ะ
ที่จะ “โอ่” วันนี้ ก็คือ หลังจากที่ลองสารพัดเครื่องปรุงสำหรับดื่มเหล้า ไม่ว่า Tonic Water หรือ Club Soda และอื่นๆ อีกมากมาย ก็ไม่เคยถูกใจ เพิ่มจะมาพบน้ำแร่ยี่ห้อ Auretana จาอิตาลี่โน่น เหมือน โซดาสิงห์ หงิงๆๆๆๆ มาก (ไอ้ฝาสีน้ำเงินนั่นเป็นน้ำแร่เฉยๆ ไม่ได้อัด CO2 แต่ฝาแดงนั่นเป็น carbonated mineral water ถูกใจมากๆ เหมือนได้ดื่มเหล้าที่ร้านส้มตำหน้าปั๊ม 555 พอชอบ พ่อบ้านมักไปซื้อยกลังมาให้คุณเมีย แล้วเมื่อไหร่กินหมดเลี่ยเนี่ย ยี่ห้อที่หาซื้อง่ายกว่า และแทนโซดาสิงห์ได้ คือ น้ำแร่ Perrier ขวดเขียวๆ น่ะค่ะ
ปกติน้ำที่ซะมีซื้อให้ทดดื่ม (คนเดียว) ก็ Evian Water ทั้งบ้านจะดื่ม smartwater
และ น้ำดื่มบรรจุขวดที่มีขายทั่วไป ไม่รู้ทำไม เพราะอะไร แต่ก็เป็นอย่างนี้มานานมากแล้ว ถ้าจำไม่ผิด ก็แค่เคยแวะซื้อน้ำแร่เอเวียงมาดื่มในรถครั้งหนึ่งนานมาแล้ว น้ำยี่ห้อไหนๆ อิชั้นดื่มได้หมดนะคะ แต่ไม่ดื่มน้ำก๊อก 5555
จริงๆ ก็ไม่ได้ดวดเหล้าบ่อยๆ หรอกค่ะ เพราะต้องดื่มคนเดียว พอครึ้มอกครึ้มใจก็ “ซัด” ซะที หลับสบาย 555 เหตุผลดีๆ มีแค่นั้นจริงๆ ค่ะ
Wednesday, May 6, 2009
Vitamins
Daily dose: Best vitamins for your family
by Liz Vaccariello, Editor-in-Chief, PREVENTION, on Tue Aug 19, 2008 12:22pm PDT
In a perfect world, one industrial sized bottle of vitamins would fulfill the nutritional requirements of your entire clan. Alas, the reality is that you, your kids, your husband, and even your Mom and Dad all have different needs. To make sure everyone is covered, follow this cheat sheet:
Your pre-teen or teen needs: Calcium. This is their one big shot at building a strong skeleton, but kids usually get far less than the 1,300 mg of calcium they need, according to experts.
Food or Supplements? Food. The calcium in milk, cheese, yogurt and dark leafy greens helps build more bone mass that popping a pill. Not all kids are milk drinkers (or green eaters) so stock up on string cheese or low-fat Greek yogurt paired with fruit and honey it’s practically dessert.
You and your husband need: Vitamin D. Study after study shows that the “sunlight” vitamin can lower risk of several cancers by as much as 50% and lower your risk of death from ANY cause yet 74% of all Americans don’t get enough of it.
Food or Supplements? Supplements. It’s hard to find the 1,000 IUs per day experts are now recommending from food, and if you live in a northern state you may not get enough sun exposure (your skin makes Vitamin D from sunlight). Look for D3 that’s what your skin makes from the sun.Your Parents Need: Vitamin B12. Up to 40% of older adults suffer from a B12 deficiency, and it’s essential for a healthy immune system, plus it can keep memory sharp.
Food or Supplements? Both. Synthetic B12 in supplements and fortified food is easier to absorb. Suggest that they take 2/4 mcg of B12 or eat a serving of B-fortified food. If mom or dad take antacids or medications for ulcers make sure they take an additional 400 mcg a day these meds can mess with B12 absorption
มีให้อ่านต่ออีกนะ ดีเชียวแหละ ไม่เยิ่นเย้อมากมาย ไปอ่านกันซะ
Thanks > > http://shine.yahoo.com/channel/health/daily-dose-best-vitamins-for-your-family-240758/
คราวนี้มาดู ว่ามะนุดบ้านนี้กินวิตามินอะไรกันบ้าง เริ่มที่ไอ้ตี้ 2 ขวบครึ่งเลย รูปรวมหลายๆ ขวดคือวิตามินของมันทั้งหมด แต่หลักๆ มันกินวิตามินรวม Gummy Vites (Gummy Bear) หรือ Cars วันละ 1 ตัว ส่วนแคลเซี่ยมกับโอเมก้า-3 มันไม่ชอบเพราะเคลือบด้วยเกล็ดน้ำตาล คง “หยะแหยง” ด้วยเหตุผลส่วนตัวของมันมั๊ง หลังๆ มาไม่ค่อยยอมกิน ยังไม่หมดอายุก็เลยเก็บไว้ ส่วน Power C Gummy นั่นเป็นของผู้ใหญ่ ปกติก็จะตัดให้กินวันละครึ่ง แต่ตอนนี้ให้ไปเต็มๆ 1 กัมมี่เลย เพราะ Swine Flu Outbreak เลยกระหน่ำ Mega Dose มันคงไม่เป็นไรหรอก (มั๊ง) หมออู๋จัดห้ายยยยย….5555
ส่วนรูปก้อนนี้ก็เชิญชมกันตามสะดวก คุณนายรอมเค้าไม่ค่อยมีวินัยเรื่องกินวิตามินหรอก ต้องคอยบอก คอยเตือน และคอยด่า ก่อนหน้านี้ชอบแอบเอากัมมี่ของน้อง เอามากินเป็นขนมทีละ 3-4 ตัว เราก็กลัวมันเป็นอันตราย แต่ไอ้กัมมี่พวกนี้ไม่มีธาตุเหล็ก (ซึ่งหมออู๋คิดและเชื่อว่า OD แล้วอันตรายถึงสมองพิการ โคม่า หรืออาจถึงชีวิต) พูด (ด่า) ก็ไม่ค่อยฟัง จนบอกกินเข้าไป กินให้ตายรู้แล้วรู้แร่ดไปเลย ถึงได้เลิก ก็กะว่าถ้าวิตามินของมันขวดนี้หมดก็จะให้มันกลับไปกินกัมมี่เหมือนน้องตามเดิม มันคงรู้สึกแย่ๆ ว่าทีเมื่อก่อนให้กินแบบกัมมี่ ไหงตอนนี้ให้กินแบบมะเล็ด ตอนเล็กๆ ก็ให้กินกัมมี่แบบน้องนี่แหละ แล้วเสริมแคลเซี่ยมกัมมี่ พอเห็นแอบเอาแคลเซี่ยมทิ้งขยะ เลยเปลี่ยนเป็นแบบ Teen’s ให้มัน เรื่องมากจริงๆ อีลูกสาวคนนี้
ส่วนของไอ้แด้ดดี้นั่น “บางส่วน” เท่านั้น มันแด๊กวิตามินจนอิ่มแหละ ไม่รู้ไอ้ตลับตับนี้เป็นของมื้อไหน 555 ขี้เกียจขนออกมาถ่ายรูป เพราะเยอะมากกกกก….. ส่วนหมออู๋ก็กินแค่นั้นแหละ เพราะเป็นคนไม่ชอบกินยา (ยาสารพัดโรคที่ต้องกินอยู่ทุกวัน..ก็…กะเดือกแทบไม่ลง เฮ้อ..) จะให้กินวิตามินเป็นกอบเป็นกำก็ไม่ “สามารถ” จริงๆ เมื่อก่อนไม่มี CDR ก็จะกิน Chewable C เป็นหลัก ก็เลยได้ลดๆ ตัดๆ Vit C ไปบ้าง แต่กลับมาฮึกโหมอีกก็ตอนที่ไข้หวัดหมูระบาดนี่แหละ
Tuesday, May 5, 2009
New Lawn Mower
วีคเอนด์ที่ผ่านมาก็ช่วยกันขนข้าวของไปบ้านใหม่หน่อยนึง จะเรียกว่า “คืบหน้า” ไม่ได้หรอก เพราะ “หน่อยนึง” จริงๆ แค่ 1 ปิ๊กอัพ นอกนั้นก็อยู่บ้านแล้วก็ตะเวนกินอยู่แถวๆ ในเมืองนี่แหละ
รูปนี้เมื่อวันศุกร์เอาข้าวไปส่งอีแด้ดดี้ที่โรงงาน ฝนตกโครมๆ ออกมารับกับข้าวแล้วหยุดด่าอีรอมสุดที่รักหน่อยนึง เพราะกัดกะแม่ 555 สะใจ ส่วนรูปยิ๋งทดหน้าบานนั่น-คุณแม่ทาแป้งมิสทีน-ไดม่อน เบอร์ 1 ที่คุณเพื่อนซื้อมาฝากจากเมืองไทยค่ะ เนียนสวยดี หน้าไม่มัน แต่ปกปิดกระฝ้าได้น้อยมาก ชอบแหละ แต่ไม่น่าจะใช้ได้นานเท่าไหร่หรอก เพราะคุณแม่หน้าใหญ่บานและมากกกก… เปลืองซะ 555
รถตัดหญ้าคันเก่าพังอีกแล้ว บ้านนี้เรียกว่าซื้อรถตัดหญ้าใหม่แทบทุกปีเลย ไอ้คันใหญ่แบบขับนั่น-พังแล้วพังเลย ขายให้เพื่อนไปได้ไม่กี่ตังค์ เค้าแค่ไปเปลี่ยนสายพาน ขับตัดหญ้าสบายบรื๋อ ยังไม่เก่าเลย เซ็งอีผัวบ้าซ่อมอะไรก็ไม่เป็น อะไรพังนิดก็ต้องซื้อกันใหม่ เพราะแถวนี้ค่าซ่อมอะไรๆ ก็แสนแพง บางทีซื้อใหม่คุ้มกว่า แต่ถ้าทำอะไรเป็น ทำอะไรได้เองบ้างก็คงจะดี เมื่อวันเสาร์ก็เลยต้องไปซื้อมาใหม่ 1 คัน (300 เศษๆ) ไอ้แบบเข็นๆ คันนี้น่าจะเป็นคันที่3 ตั้งแต่เป็นผัวเมียกันมา คันก่อนหน้านี้ ตาเฟ็ด-สะเต๊บแด้ด มาเอาไปเฉยเลย แค่ล้อหน้าหัก 1 อัน เพราะไอ้เวนแซมมี่ที่จ้างมาตัดหญ้าทุกๆ 2 วีค มันคงชำเราเวลาเอาเข้า-ออกประตูเล็กข้างโรงรถ เห็นร่องรอยที่ประตูพังด้วยเลยปิดไม่ได้อีก ก่อนย้ายออกต้องซ่อมให้เค้าด้วย มีแต่เรื่องเสียตังค์
ส่วนไอ้ตัวที่นอนอยู่นั่น คือไอ้ตี้ พ่อไม่ให้ออกไปด้วยตอนตัดหญ้าเดี๋ยวมันวิ่งออกไปที่ถนน เลยขังไว้ในบ้าน นอนร้องไห้ดูพ่อตัดหญ้าจนหลับไป 5555
มาดูดอกเบบี้คาร์เนชั่นที่ปั๋วซื้อมาให้เมื่อ 3-4 วีคก่อน ถ่ายรูปไว้ $3.50 ก็สวยให้ดูชื่นใจได้นานดีนะ ส่วนกุหลาบนั่นตัดมาตอนบานหน่อยๆ แล้ว 2-3 ก็เริ่มร่วง แต่หอมดี ไม่ได้ตัดกุหลาบมาปักแจกันเสียหลายวัน บานแฉ่งร่วงหล่นหมดเลย เสียดายจัง
Friday, May 1, 2009
ควันหลงวันเกิดลูกสาว
เมื่อสุดสัปดาห์ก่อนนังแด้ดดี้ชวนครอบครัว (อินลอว์) ไปกิน Chinese Buffet ที่ในเมืองเพื่อเลี้ยงวันเกิดให้ลูก เพราะวันจริงๆ ตัวเองต้องทำงาน ได้แต่กำชับให้พาลูกไปกินอะไรหร่อยๆ ตามใจชอบ อีรอมเค้าก็เลือก Perko’s Cafe ร้านโปรด ก็กินกันอิ่มหมีพีมันแต่เหงาๆ เพราะลูกบ่นคิดถึงพ่อกัน พอวันที่รวมญาติก็ไม่มีใครมาเท่าไหร่หรอก เพราะโคตรนี้แปลกๆ 555 ไอ้พวก IL- In Law ของอิชั้นมันบ้าๆ กัดกันนุงนัง หน้าที่เราก็เชิญมันครบทุกคน จะมาไม่มาก็เรื่องของมัน ไม่ชวนไอ้ตัวไหน-เดี๋ยวมันแว้งกัดเอาที่หลังได้ 5555 น่ากลัวมาก…ขอบอก แล้วพอมันไม่ถูกกันก็เป็นผลดีหน่อยๆ เพราะ พวกเชี่ยนี่ แบบ..แบบ…เด็กๆ ไง 555 ถ้าไอ้นั่นไป กรูไม่ไป อะไรทำนองนั้น ไม่มาก็ดี เราเลยไม่ต้องจ่ายตังค์เยอะ 5555
พล่ามซะมากมาย วันนั้นก็มีไอ้สตี๊ฟ อีว่า อเล็กซิส มาแค่นั้น ส่วนสาวเสริฟ China Doll นั่นเป็นเมียไอ้ตี๊ฟมัน (555 เคยดูถูกกรูที่เป็นคนเอเซีย เป็นคนไทยนัก ไอ้เวนนี่หย่าเมีย มาเอาอีซิ้มนี่เลย 555) ก็กินๆ ให้มันเสร็จๆ จบ แยกย้ายกันไป อ้อวันเกิดอีมี่ปีนี้พ่อแม่ซื้อ Sony MP3 – 8 GB ให้มัน ก็ดูกันต่อไปว่ามันจะรักษาของได้นานแค่ไหน
หลังจากวิ่งวุ่นเรื่องหมอ เรื่องยา และอื่นๆ อีกมากมาย on the go ตลอด… ลูกๆ ก็ต้อง “แดกด่วน” กันแทบตลอดเวลา แม๊คโดเน่า-เป็นหลัก อีพ่อก็กลัวว่าลูกๆ จะ Malnutrition 555 ไม่ห่วงอีแม่เท่าไหร่ร๊อกกกก… ก็เลยโทรมาบอกให้พาลูกไปกินอาหารอิตาเลี่ยนร้านเริ่ดหรูในเมือง DiCicco’s อิชั้นก็โยนลูกใส่รถกะจะไปกินซะให้อร่อยเชียว เมนู Eggplant Parmesan จานมาลอยอยู่ในห้วงฟามคิดทันที เพราะไม่ได้ไปกินนานแล้ว ลืมนึกถึงร้านนี้ไปนานเลย อีรอมไปถึงก็สั่ง Scarface ได้ซุปสลัดมาเปิดฉาก พร้อมหนมปังอิตาเลี่ยนเนื้อแน่น พอเริ่มลงมือ ไอ้ตี้ก็เริ่มก่อกวน งอแงงี่เง่า โหวกเหวก วี๊ดว้าย ฟัดเหวี่ยงฟาดหัวหางราวกับมันเป็นเฮลิคอปเต้อร์ น่าอับอายเป็นที่สุด ที่เคยแอบด่าแอบเกลียด ลูกคนอื่นไม่มีมารยาทตามร้านอาหาร พาลไปถึงพ่อแม่มันไม่สั่งสอนลูก กรรมเวรก็เห็นกันชาตินี้เลย ไอ้เวนตี้อาละวาดไอ้อุบาทว์สะใจ ชาวประชาในร้านมองมาที่อิชั้นเป็นตาเดียว… ขายขี้หน้าซ้าาาา…. พอเค้าเอาเมนดิชมาเสริฟ ก็บอกเค้าไปว่าแพ๊คเป็น to go ให้หน่อย ดูรูปเอาเลย อีมี่หน้ามุ่ย หิว และอยากตื้บน้อง สุดท้ายเลยแด๊ก “มิ้นต์” แก้เซ็ง แล้วก็บึ่งกลับมาโซ้ยกันต่อที่บ้าน เซ้งมากกกกกกก
วันนี้ก็อีก…แวะไปจ่ายค่าเช่าบ้าน หิวมาก เลยพาลูกแวะกินอาหารเม็กซิกัน อย่างไม่กลัวไข้หวัดหมู หมูไม่กลัวหมูอยู่แล้ว 555 ที่ร้าน Maria’s Tacos (ไปร้านนี้แล้วก็คิดถึงคุณเพื่อนโนมหย่ายมากกกก… 555) ก็กินกันอย่างทุลักทุเลเพราะไอ้ตี้กวนตรีนอีก เลยต้องบอกเค้า ห่อให้ด้วย จ้า…. อีกตามเคย
H1N1 Flu – Swine Fule - ไข้หวัดหมู
คุณเพื่อนส่งอีเมวมาเป็นห่วงเพราะอยู่ใกล้ชายแดนเม็กซิโก ก็กลัวๆ อยู่เหมือนกันแหละค่ะ เพราะมีลูกเล็ก 1 ตัว และลูกวัยโรงเรียนอีก 1 ตัว (ซึ่งเพื่อนของมัน 95% เป็น Mexi-can ไม่ใช่ Ameri-can’t 5555 แถม mostly เป็น illegal aliens ซะด้วย น่ากลัวเน๊าะ) ก็หมั่นล้างมือตัวเอง ไล่ลูกล้างมือ แพร่ดยิ๋งอู๋ตอนนี้ก็อัดฉีด Vitamin C – hi dosage ให้ทั้งลูกและผัว ไม่พาลูกไปไหนๆ ในที่คนเยอะๆ แงๆๆๆๆ อดไปตะลอนมอลล์ อีกพักใหญ่ๆ เพราะลูกป่วยไข้ไปไม่คุ้มกันนิ ตอนที่พาลูกไปเช็คอัพ หมอก็เร็คคอมเมนต์ให้ฉีดไอ้ flu vaccine ให้ลูกทั้ง 2 ตัว หมออู๋ก็เซ็นแกร๊ก denied ทันทีเพราะมันปลายฟลูซีซั่นแล้วนี่หว่า พอวันรุ่งขึ้นข่าวเรื่อง swine flu ก็แตกระจายระเบิดบึ้มให้แม่อู๋เจ๊บบบบ…กระดองใจ จริงๆ ฟลูวัคซีนก็ไม่ได้ป้องกันได้ทุกสายพันธุ์หรอก แต่กันไว้หน่อยก็ยังดี ตานี้อีพ่อมันก็ไล่ฆ่าให้อีชั้นพาลูกไปฉีดวัคซีน เฮ้อ…อีกหนึ่งกรณีศึกษา หรือ หนึ่งกรณีพิฆาต 5555 กัดกันตามระเบียบผัวเมียบ้านนี้ เพราะไปโรงบาลคลีนิคตอนนี้ น่ากลัวจะตายไปมีแต่คนป่วย ไม่อยากพาลูกไปฉีดหรอก
มันจะล้างโลกกันเลยจริงๆ มั๊ง แต่ไม่ร้างโรคกันเน๊าะ จากตื่นตะหนกฮือฮา กับ มะเร็ง เอดส์ วัวบ้า ซาส์ หวัดนก ไข้ไก่ เชื้อโรคจากสัตว์กีบ หู ปาก มือ เท้า อะไรนั่น ก็มาถึง ไข้หวัดหมู น่ากลัวดีวุ๊ย ต่อไปก็ ไข้หวัดปลา 5555 วันนนี้ดูข่าวไอ้คนที่เกี่ยวข้อง CDC - Centers for Disease Control and Prevention ก็มาพ่นๆๆๆ ว่าไม่อยากให้เรียกว่า Swine Flu อยากให้เรียกว่า H1N1 Flu เพราะสายพันธุ์ H มี 3 สายพันธุ์ N มี เท่านั้นเท่านี้ ฟังแล้วก็ เชอะ กูจะรู้มั๊ยล่ะเนี่ย รู้ไปแล้วทำไรได้ มันไม่ได้เดินมาเป็นตัวๆ แบบหมาแมวจะได้วิ่งหนีกันได้
เอารูปมาให้ดู ถ้าเดินไปเจอะเจอก็อย่าไปแวะทักทายพูดคุยจับต้องกันนะคะ เดี๋ยวจะป่วยไข้ไม่สบาย 5555
What is Swine Influenza?
Swine Influenza (swine flu) is a respiratory disease of pigs caused by type A influenza that regularly cause outbreaks of influenza among pigs. Swine flu viruses cause high levels of illness and low death rates among pigs. Swine influenza viruses may circulate in swine throughout the year, but most outbreaks among swine herds occur during the late fall and winter months similar to humans. The classical swine flu virus (an influenza type A H1N1 virus) was first isolated from a pig in 1930.
Can humans catch swine flu?
Swine flu viruses do not normally infect humans. However, sporadic human infections with swine flu have occurred. In the past several years, on average CDC has received about one influenza virus isolate from a human that tests positive for swine flu each year. Most commonly, these cases occur in persons with direct exposure to pigs (workers in the swine industry, for example). In addition, there have been rare documented cases of one person spreading swine flu to others. For example, an outbreak of apparent swine flu infection in pigs in Wisconsin in 1988 resulted in multiple human infections, and, although no community outbreak resulted, there was antibody evidence of virus transmission from the patient to health care workers who had close contact with the patient.
Thanks > > http://phil.cdc.gov/phil/details.asp?pid=10143
WHO เปลี่ยนชื่อหวัดหมู
เม็กซิโกตายพุ่ง168แล้ว! ลาม12ประเทศ WHOเปลี่ยนชื่อหวัดหมูเป็นหวัดใหญ่H1N1ชนิดA ญี่ปุ่นสงสัยเจอผู้ป่วยรายแรก
องค์การ อนามัยโลก (WHO) ประกาศเปลี่ยนชื่อเรียก “ไข้หวัดหมู” เป็น “ไข้หวัดใหญ่ เอ สายพันธุ์เอช 1 เอ็น 1″ เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนเกี่ยวกับอันตราย จากการบริโภคหมู ขณะเดียวกัน องค์การอนามัยโลก ได้แถลงว่า ยังไม่พบหลักฐานชี้ให้สมควรปรับระดับการเตือนภัย ของ “ไข้หวัดใหญ่ เอ สายพันธุ์เอช 1 เอ็น 1″ จากระดับ 5 เป็นระดับ 6 ซึ่งเป็นระดับการเตือนภัยสูงสุด ซึ่งการเตือนภัยระดับ 6 หมายถึง โลกเกิดภาวะโรคระบาดขึ้นแล้ว
ส่วนที่ญี่ปุ่น มีรายงานพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ เอ สายพันธุ์เอช 1 เอ็น 1 แล้ว 1 ราย เป็นนักเรียนมัธยมเพศชาย อายุ 17 ปี เพิ่งเดินทางกลับจากแคนาดา เมื่อหลายวันก่อน และเริ่มมีอาการป่วย ขณะที่สหรัฐมีรายงานผู้ป่วย จากไข้หวัดใหญ่ เอ สายพันธุ์เอช 1 เอ็น 1 แล้วเกิน 100 ราย แต่รัฐบาลให้ความเชื่อมั่นว่า มียาต่อต้านไวรัสหวัดอยู่ภายในประเทศ อย่างเพียงพอ ไม่ได้ขาดแคลน โดยยาต้านไวรัสไข้หวัดถูกส่งถึงแล้วใน 9 รัฐ และทุกรัฐจะมียาต้านไวรัสไข้หวัด ภายในวันที่ 3 พ.ค. นี้
ด้านประธานาธิบดีเฟลิเป คาลเดอรอน ของเม็กซิโก ได้ออกแถลงการณ์ ผ่านสถานีโทรทัศน์ทั่วประเทศ เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดการระบาดของไข้หวัดใหญ่ เอ สายพันธุ์เอช 1 เอ็น 1 โดย เรียกร้องให้ชาวเม็กซิโกเก็บตัว อยู่แต่ภายในบ้านเรือนของตัวเอง ตลอดช่วงสุดสัปดาห์นี้ เนื่องจากจะไม่มีสถานที่ใดปลอดภัย และปราศจากไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ดังกล่าว ได้ดีกว่าภายในบ้านของตัวเอง อีกทั้งยังขอร้องภาคธุรกิจ และหน่วยงานของรัฐบาลส่วนใหญ่ ให้ปิดทำการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 1-5 พ.ค.นี้
พร้อมกันนี้ ผู้นำเม็กซิโก ยังย้ำว่า ขณะนี้ เม็กซิโกมียาต้านเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ เอ สายพันธุ์เอช 1 เอ็น 1 อยู่ในคลังราว 1 ล้านโดส ซึ่งเป็นปริมาณที่มากพอสำหรับชาวเม็กซิกัน หากเกิดการระบาดขั้นรุนแรงขึ้น ภายในประเทศ
ส่วนสมาชิกกลุ่มชาติสหภาพยุโรป 27 ประเทศ มีมติเห็นพ้องให้แต่ละชาติสมาชิก เลือกตัดสินใจกันเองว่า จะให้ยกเลิกเที่ยวบิน เดินทางไปสู่ประเทศใดๆ หรือไม่ ท่ามกลางความหวาดผวาการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ เอ สายพันธุ์เอช 1 เอ็น 1 โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลฝรั่งเศสพยายามเรียกร้อง ให้กลุ่มชาติสหภาพยุโรปสั่งยกเลิกเที่ยวบิน ไปสู่เม็กซิโก ซึ่งเป็นต้นตอของไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ดังกล่าว แต่ชาติสมาชิกส่วนใหญ่เห็นว่า แต่ละประเทศควรเลือกตัดสินใจเรื่องนี้กันเอง ทั้งนี้ ตัวเลขผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ เอ สายพันธุ์เอช 1 เอ็น 1 ในเม็กซิโกอยู่ที่ 176 ราย สหรัฐ 1 ราย ผู้ต้องสงสัยป่วยทั่วโลกราว 3,000 คน
ปัจจุบัน มีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่แล้วในหลายประเทศ ได้แก่ นิวซีแลนด์เป็นจำนวน 13 คน แคนาดา 19 คน อังกฤษ 5 คน สเปน 10 คน เยอรมนี 3 คน อิสราเอลและคอสตาริกาประเทศละ 2 คน เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย และเปรู ประเทศละ 1 คน สหรัฐฯ อย่างน้อย 91 คนไม่นับรวมผู้เสียชีวิต 1 คน ขณะที่เม็กซิโกซึ่งเป็นต้นตอการแพร่ระบาด พบผู้เสียชีวิตแล้ว 168 คน ไม่ยืนยันอีก 8 คน นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า กานาเป็นประเทศล่าสุดที่ออกคำสั่งห้ามการนำเข้าเนื้อหมูจากต่างประเทศ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรค แม้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ
Wednesday, April 29, 2009
หมอ หมอ ยา ยา เป็นเรื่องน่าเบื่อ
หายหัวไปหลายวัน ไปขับแท๊กซี่มา 5555 ปล่าวหรอก เพียงแค่รู้สึกว่ามีแต่ไปๆๆๆๆ วนไปวนมา หาหมอซื้ยาอยู่นั่น เหนื่อยๆๆๆๆ แล้วหมอยาบางคนก็น่าเบื่อ บางคนก็น่ารัก 5555 เหมือนเป็นฤดูกาลหาหมอยังไงไม่รู้ หาอยู่นั่น นี่ก็เพิ่งไปหา Dermatologist มาเมื่อวันจันทร์ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ เพราะเป็นโรคเดิมที่ต้องเป็นไปจนตาย คือโรคขี้เรื้อน-Psoriasis เพียงแค่ต้องการ Prescription เท่านั้นเอง ส่วนอีรอมเค้าก็เป็นเหมือนแม่แถมด้วยเป็นสิว 5555 วัยแตกสาว วัยโดนแม่ด่า 5555 หมอก็จ่ายยาสิวให้มัน นี่ยังมีคิวต้องไปหาหมอโม๊ะประจำตำแหน่ง Obstetrics & Gynecology อีกกลางเดือนหน้า แล้วคงทำนัดให้เอานมไปเข้าเครื่อง Mammography บีบให้แบนเหมือนปลาหมึกย่าง จากนั้นอีกวีคนึงก็ไป monthly follow up เบาหวานกับโลหิตจาง สามีอิชั้นตอนนี้ก็ทำงานอาบเหงื่อแลกเงินไปส่งเสียคุณหมอๆ มัน น่าสงสารอีก๊อตจริงๆ บิลตั้งแต่มกราก็ทะยอยมาเรื่อยๆ แล้ว ตอนต้นมกราคม ไอ้ตี้ไข้สูง ไปหาหมอ บิลมาครบแล้วเมื่อวาน
Charges
Insurance Paid
พ่อมันต้องจ่าย
ฆ่าบริการห้องฉุกเฉิน (หมอ) 429.30
160.61
268.69
ฆ่าโรงพยาบาล+ห่าไรก็ไม่รู้ 1711.11
1408.02
303.09
ค่าเอ็กซเรย์ปอด
35.00
30.93
4.07
Total
รวมแล้ว “โทโท่”
> > > > > > > > >
$575.85
รายละเอียดข้างบนคือ 1 วิสิตไข้ของไอ้ตี้เท่านั้นนะคะ ไม่รวมค่ายาที่ต้องไปไล่ล่าหาซื้อและจับจ่ายไป เซ็งดีค่ะ
จากที่ไปหาหมอกันมาอย่างบ้าคลั่งเมื่อ 2-3 วีคที่ผ่านมา ก็ไปไล่ล่าซื้อยาตามใบสั่งได้มาเกือบครบแล้ว ทำไม๊ ทำไม มันช่างยุ่งยากวุ่นวายและแพงซะเหลือเกิน ไม่เริ่ดครบวงจรอย่างโรงพยาบาลเมืองไทยเน๊าะ ตรวจเสร็จจ่ายตังค์รับยา ไสหัวกลับบ้านไป ถ้าให้บ่นเรื่องนี้อิชั้นก็จะบ่นได้ยาวยืด คือเรื่องระบบ Health care in the United States of America ประเทศมะหาอำนาด คุยนักว่าใหญ่ยักษ์ เริ่ดซะ จริงๆ มันเป็น ธุรกิจ Profit from the PAIN!!! แถมมิใช่ World’s Best Medical Care อย่างที่ไอ้กันชอบ “โว” จาก 191 ประเทศ ไอ้กันติดอันดับที่ 37 ค่าคุณๆ ประเทศไทยของเราติดอันดับที่ 47 น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งนะคะ หม่อง-มะยันม่าเพื่อนบ้านของเราติดอันดับ 190 ลาวติดอันดับ 165 ฮ่วย 555
Thanks > > http://www.photius.com/rankings/healthranks.html
Thanks > > http://www.photius.com/rankings/who_world_health_ranks.html
บอกแล้วถ้าให้พูดเรื่องนี้อิชั้นบ่นได้ยาววววว…. ไม่เอาดีฝ่านิ มาดูว่ายาที่ได้มาเป็นอะไรบ้าง
อย่าให้พล่ามว่าไปกัดกะอีเพสัตว์ที่ Longs Drugs มาเชียว เถียงกะมันจนมึน จนต้องไปใช้คูปองลดราคาจาก STIEFEL ที่ Target Pharmacy ถึงจะได้ไอ้โฟม OLUX-E นั่นมา ซึ่งจ่ายไปแค่ $25 + tax จากที่ต้องจ่าย (ตามปกติ) $67.50 + tax (ราคาเต็ม $336.99 ค่ะคุณ) พูดแล้วองค์ลง โมโหย่ะโมโห อีเพสัตว์ที่ Longs Drugs เถียงอยู่นั่นว่าคูปองใช้ได้เฉพาะคนไม่มีประกัน อิชั้นก็เถียงกลับไปว่าวันนี้กูไม่เคลมประกัน กูพรีเฟอร์เป็น cash patient อีฟายนั่นก็เถียงข้างๆ คูๆ ถูลู่ถูกัง จนอิชั้นงงตดตามมันไป เลยขับรถแล่นไปทาร์เก็ต เอาใบสั่ง+คูปองให้เค้าไปรอปึ๊ดนึงก็จบเสร็จได้ยามาในราคาที่ต้องการ ยังมีอีกที่ไม่ได้ถ่ายรูปและยังไม่ได้ไปรับเพราะยาไม่มีในร้านตอนที่ไปซื้อ หลอดบนขวาเป็นออยเม้นต์ทามือที่คันๆๆๆๆ ไอ้ Differin นั่นเป็นของอีมี่เค้า หมอจ่ายมาให้มันทาสิวสาวแตก-แตกสาวของมัน ไอ้ขวดจรวดนั่นที่พ่นตะหมูกแก้ภูมิแพ้ของอิชั้น เพราะแด๊กยาอย่างเดียวบางวันก็เอาอยู่ บางวันก็เอาไม่อยู่ ไอ้ขวดแดงนั่นยาเบาหวาน ยังมีธาตุเหล็ก OLUX โฟมแบบธรรมดา + อีก 2-3 อย่าง จากนี้ต่อไปจะซื้อยากันทีคงต้องขับรถลงใต้ไป 30 กว่าไมล์เพื่อไปซื้อยาที่ Target Pharmacy เภสัชกับ จนท. ที่นั่นเยี่ยมๆๆๆ ชื่นชมจริงๆ ไอ้ที่หาได้ใกล้บ้านก็โกรธกันไปที่ละร้าน หมดแระ ไม่มีใครคบ ไม่คบใครแล้ว 555 มันคงเรียกลับหลังว่า อีเอเชี่ยเรื่องมาก 555
มาดูรูปหลับจริงกับหลับปลอม ลูกๆ น่ะหลับจริง นอนดูทีวีกันเงียบๆ ย่องไปดูอีกที นอนหลับเน่ากันหมด 555 ส่วนไอ้ก๊อตใหญ่กะไอ้ก๊อตเล็กนั่น พ่อมันนะตอ..มากๆ นอนกอดกะลูกก็บอกถ่ายรูปให้หน่อย พอไปเอากล้องมาก็ทำเป็นแกล้งหลับ รูปแรกไอ้ตี้เล่นด้วยนิ พออีกรูปลูกลืมตาโตเชียว มีแต่อีบ้าพ่อมันทำแกล้งหลับ เชอะ เหอะ ไอ้บ้า
ส่วนอันนี้ไอ้ตี้ก่อเหตุ 555 อยู่กะมันสองคน ถ้ามันเงียบๆ ไปก็ต้องรีบย่องไปดูว่ามันทำอะไรมิดีมิร้ายหรือปล่าว เพราะปกติมันจะขี้อ้อนกับแม่มากๆ จนน่ารำคาญสุด แต่พอมันเงียบๆ ก็น่าห่วง 5555 เตรียมผ้าขี้ริ้วเตรียมม๊อบได้เลย ถ้ามันไม่เท ปั๊ม ทำอะไรหก ก็ถือว่าโชคดีมากๆ แต่วันนั้นมันเงียบมากๆ ได้ยินเสียง บี๊บๆๆๆ จากตู้เย็น แสดงว่ามันอยู่ในครัว ตั้งไอ้อะลาร์มไว้ถ้าฝาตู้เย็นไม่ปิดภายใน 90 วินาที อะลาร์มก็จะบี๊บๆๆๆๆๆๆ สิ่งแรกที่เห็นคือมันก้มๆ เงยๆ กินเค้ก แต่เปิดตู้เย็นไว้ พอมันเห็นแม่ก็ไม่สะทกสะท้านกินต่อเฉย พอถามทำไรก็ eat eat eat พูดได้แค่นั้น 555 เลยคว้ากล้องไปจัดการซะ พอกินจนพอใจแล้วก็เอาไปเก็บเอง แต่ปากกับจมูกที่เลอะนั่น แม่ต้องรีบจัดการก่อนที่มันจะเช็ดตามโซฟา แล้วมือไม้ก็จะเปะปะป้ายไปหมด เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่
ส่วนอันนี้เป็นอาหารของอีแม่ขี้เกียจกับไอ้ลูกกินยาก บางวันมันก็กินดี บางวันก็อิดออดเหมือนกัน ส่วนไอ้กระป๋องข้างล่างน่ะเป็นของโปรดของพ่อกับลูก อีแม่จับปุ๊บเป็นโดนลูกผัวด่า อีเบาหวานไม่เจียม 5555 เห็นบ่นๆ กันว่า เวลาไปรับยาเที่ยวหน้าลากมาเยอะๆ นะ เพราะตอนนี้ลดราคาอยู่เหลือ 2 ป๋อง $5 จาราคาเต็มป๋องละ $3.79 พ่อชอบไอ้ราสพ์เบอรี่ทวิสต์ ส่วนลูกชอบสูบซิก้าร์สอดไส้
Wednesday, April 22, 2009
ยกโขยง ไป Annual Physical
จริงๆ คุณแม่อู๋นำร่องไปก่อนแล้ว พอเมื่อวันอังคาร (21) ก็พาลูกๆ ไปโรงบาลตามที่ทำนัดไว้ โชคดีไม่ต้องรอ (ข้างนอก) นาน เช็คอินไม่ถึง 20 นาทีก็เรียกเข้าไปรอในห้อง จากนั้นก็รอเงก (ตามระเบียบ) ตอนที่รอข้างนอกน่ะ คนเต็มเลยจนไม่มีเก้าอี้ว่างให้นั่ง คนบ่นกัน แล้วก็ผัดกัน marching ไปที่เค้าน์เต้อร์ว่ารอโคตรนาน เห็นว่าหลายๆ คนมาถึงตั้งแต่ 10 โมงเช้า จนเราไปถึง บ่ายสามครึ่ง ยังรอกันต่อไปอย่างครุกรุ่น เค้าเปลี่ยนระบบเรียกคนที่ทำนัดเข้าไปก่อน เมื่อก่อนก็รอแบบนี้ 4-5 ชั่วโมง ยังเคยงงสงสัยและโมโหว่า จะทำนัดทำเกี๊ยะอะไรฟระ มีใบนัดแต่รอไปเถอะ สรุปว่าวันนั้นรู้สึกดีขึ้นนิดนึง 5555 เพราะต้องไปรอเงกต่อข้างใน
พยาบาลเข้ามาวัดโน่นนี่ให้เรา 3 คนแม่ลูกตามรูทีน ให้มี่ไปเก็บฉี่ วัดสายตา ชั่งตวงวัด ฯลฯ เล้วก็มาเจาะนิ้วจิ๋วๆไอ้ตี้ไป 2 ฉึกๆ แรกไม่ร้องเพราะงงๆ พอพยาบาลเดินกลับเข้ามา ขอโทษขอโพยว่าต้องเจาะอีกที ตานี้ไอ้ตี้เห็นเข็มรู้แกว เลยร้องซะหน่อย 555 จากนั้นก็รอๆๆๆๆ เกือบชั่วโมง ลูกๆ คลุ้มคลั่งอยู่ในห้องตรวจเล็กๆ ทีวงทีวีไม่มีให้ดู สุดท้ายพี่คาน Dr. Karl B. ก็เข้ามา
คนแรกก็จัดการแม่ก่อนเลย บอกว่าผลเลือดที่ตรวจรอบนี้แบเบอร์ว่าอิชั้น officially Diabetic ต้องใช้ยากด Metformin และเจาะเลือดวันละ 2 ครั้ง พร้อมกับให้ เครื่องเจาะตรวจน้ำตาลในเลือดชุดใหม่ เป็นของ Bayer - Bayer Ascensia Contour Blood Glucose Monitoring System สีม่วงแอ๋น ลองใช้แล้ว “ห่วย” ได้ใจมากๆ โดยเฉพาะ Lancet เชี่ยสุดๆ ใช้ยาก สู้เครื่องเก่าไม่เลยของ Roche - ACCU-CHEK Aviva Blood Glucose Meter System ซึ่ง Lancet เป็นแท่งเหมือนปากกา เปลี่ยนเข็มง่าย เพราะมาในรูปแบบ barrel (drum) เหมือนแมกกาซีนลูกกระสุนปืน Drum นึง มี 6 เข็ม กดหมุนเปลี่ยนเข็มง่ายดาย ไม่ต้องกลัวทิ่มแทงโดยไม่ตั้งใจ 555 เวลาไป follow up เดือนหน้า คงต้องโวยวายเสียหน่อยให้เขียนใบสั่ง refill เป็น ACCU-CHEK Aviva แถมอีคานเขียน prescription ไอ้ “เบเอ้อร์” มาให้พอใช้ตั้งปีนึง ไม่ไหว ไม่ไหว
Diabetes is a disorder of metabolism?the method that our bodies use digested food for growth and energy.Originally when we eat, the pancreas automatically produces the right amount of insulin to move glucose from blood into cells. On the other hand people with diabetes, the pancreas either produces little or no insulin, or the cells do not respond appropriately to the insulin that is produced. Glucose builds up in the blood, overflows into the urine, and passes out of the body. Thus, the body loses its main source of fuel even though the blood contains large amounts of glucose. Today we can separate Diabetes in 3 type and the three main types of diabetes are type 1 diabetes , type 2 diabetes and gestational diabetes.
โรคเบาหวานเป็นโรคที่อยุ่ในกลุ่มของโรคเมตาบอลึซึม ซึ่งก็คือกระบวนการหนึ่งของการเผาผลาญอาหารเพื่อนำไปใช้ของร่างกายนั่นเอง โดยปกติเมื่อเรารับประทานอาหารเข้าไป และระบบย่อยอาหารทำงาน ตับอ่อนจะมีหน้าที่ผลิตอินซูลินเพื่อดึงน้ำตาลที่ได้จากการย่อยเข้าไปสู่เซล ในขณะเดียวกันคนที่เป็นโรคเบาหวานก็อาจจะเกิดความผิดปกติที่ตับอ่อนในการผลิตอินซูลิน หรือเกิดได้จากการที่เซลไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ในเซลล์ได้ทั้งสองประการ จึงทำให้เกิดปัญหาน้ำตาลในเลือดสูงได้ และหลุดรอดจากการกรองของไตมาให้เห็นได้ในปัสสาวะ ปัจจุบันเราแบ่งชนิดของโรคเบาหวานออกได้ป็น สามชนิดใหญ่ๆคือ Type 1, Type2 และ เบาหวานในหญิงตั้งครรภ์
ไปอ่านกันต่อได้ที่ลิ้งค์นี้เลยค่ะ
Thanks > > http://www.susheewa.com/blog/?p=43
จบเรื่องของคุณแม่อู๋ที่เป็นเบาหวาน (ทายาทอสูร) และโลหิตจาง ก็มาถึงอีรอม วันที่ไปมันต้องฉีดวัคซีน 2 ตัว แต่ฉีดให้ได้แค่หนึ่ง ที่ฉีดไปคือวัคซีน ไอกรน บาดทะยัก (TDaP) 1 เข็ม ส่วน Meningococcal vaccine (MCV4) ฉีดให้ไม่ได้ เพราะอายุ ไม่ครบ 11 ปี เชี่ยมาก ขาดไปแค่ 1 วัน วันนี้ก็ครบแล้ว โมโหที่จะต้องพามันไปหาหมออีก ก็อีก 1 บิลไง เลยบ่นๆ คุณพยาบาลก็ช่วยบ่นว่า computer system มันไม่ compromised “หยวน” เลยนิ ถ้าฉีดไปมันก็ไม่ record เดี๋ยวอีมี่จะซวยอีกต้องฉีดซ้ำซ้อน มันยิ่งได้รับวัคซีนมากกว่าใครๆ เค้าอยู่ แล้วพี่คานก็บอกว่าอีมี่เป็นทายาทอสูรสืบทอดโรค psoriasis ขี้เรื้อนจากอิชั้น เลยทำนัดตัดตอนลัดคิวตัดหน้าคนเป็นร้อยให้เราสองแม่ลูกไปพบ dermatologist อาทิตย์หน้า จริงๆ ชื่ออิชั้นน่ะอยู่ใน waiting list ที่ต้องรอไปอย่างน้อยอีก 7-8 เดือนหรือเป็นปีก็ไม่ทราบได้ 5555 พี่คาน…นายยอดมาก เนื่องจากประเทศมาเดร่าไม่มีหมอโรคผิวหนังเลย แต่จะมีหมอผิวหนัง 2-3 คนผัดกันมาที่โรงบาลนี้สัปดาห์ละ 1 วันๆ ละ ไม่กี่ชั่วโมง เลยคิวยาวซะ ไม่อยากไปหา Dr. Hoffmann แล้ว แพงมากแล้วต้องขับรถไปเฟะโน่ด้วย
ตานี้ก็มาถึงไอ้ก๊อตตี้ พี่คานกังวลเรื่อง speech delay มากมายกว่าแม่มัน พอผลเลือดมาพบว่า hemoglobin = 9.6 ซึ่งต่ำมากอยู่ในเกณฑ์ no good เลยสั่งธาตุเหล็กให้กินแล้วไปเจาะเลือดตรวจซ้ำทุกเดือน เฮ้อ… จากนั้นก็ให้พยาบาลทำนัดไปพบ specialist ทางด้าน speech delay ที่โรงบาลเด็ก ได้นัดเมื่อไหร่ก็จะโทรไปบอกที่บ้านนะคับโผ้ม… นอกนั้นเค้าส้่งให้มันทำก้ม เงย กางแขนขา พอเค้าบอกมันก็ทำได้ด้วย 555 น่ารักมากลูกช้าน… ส่องดู หัว หู หาง มันก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร เพราะมันเห็นตอนที่หมอเค้าสั่งให้พี่สาวทำไง แล้วตอนที่อีรอมทำตามหมอสั่งไอ้ตี้ก็ทำตาม หมอเค้าก็เลยบอกว่าไม่กังวลเรื่อง hearing แล้วมันก็ทำอะไรๆ ได้ตามสั่ง ปัญหาใหญ่กับไอ้ตี้ก็คือกินยากมาก “ขุนไม่ขึ้น” จริงๆ ตานี้ต้องมาป้อนยากันอีกวันละ 2 รอบ คิดแล้วปวดตับ เซ่งจี๊ และกรวยไต เลย เพราะธาตุเหล็กห้ามกินตอนท้องว่าง และห้ามกินกับอาหารนม
เมื่อคืนพออีก๊อตกลับบ้านก็เริ่มด่าๆๆๆๆๆ เบรคไปอาบน้ำ พอมันล้มตัวลงนอนด่าอีก… อีหมูตอน… everybody loves you why don’t you love yourself, I love you more than you do to yourself blah blah f*ck ๆๆๆๆ no more candy and soda in the house.. everybody has to be on diet and go to gym ร่ายยาวววววว… AMEN!
จบข่าว ไปแระ
Happy 11th Birthday…Rommy
![]()
Happy Birthday to My Rommy…
It’s a special day as my daughter Rommy turned eleven years old. As a mother, I’m amazed at how quickly eleven years has passed. Really. One of life's special gifts is to have a daughter like Rommy she’s such an awesome girl. I enjoy being in her presence and on her I can always depend. Rommy is more to me than a daughter; she is also my best friend. Again, I really am so fortunate to have a daughter like Rommy.
Today is Earth Day, Rommy’s birthday has the distinct honor of sharing the Earth Day.
เชิญชมรูปเก่าๆ ที่ไม่ต้องการคำบรรยาย 5555 (ขี้เกียจมากกว่า 555)
“Pictures Speak A Thousand Words” ใช้ได้เสมอ 555
Every time I heard the song “I Don't Wanna Miss A Thing” by Aerosmith…oh.. my.. oh.. my.. this song always reminds me about all my feelings for My Baby Rommy.
I dont wanna miss a thing - Aerosmith
I could stay awake just to hear you breathing
Watch you smile while you are sleeping
Far away and dreaming
I could spend my life in this sweet surrender
I could stay lost in this moment forever
Well, every moment spent with you
Is a moment I treasureI don't wanna close my eyes
I don't wanna fall asleep
'Cause I'd miss you, babe
And I don't wanna miss a thing
'Cause even when I dream of you
The sweetest dream will never do
I'd still miss you, babe
And I don't wanna miss a thingLying close to you
Feeling your heart beating
And I'm wondering what you're dreaming
Wondering if it's me you're seeing
Then I kiss your eyes and thank God we're together
And I just wanna stay with you
In this moment forever, forever and everI don't wanna close my eyes
I don't wanna fall asleep
'Cause I'd miss you, babe
And I don't wanna miss a thing
'Cause even when I dream of you
The sweetest dream will never do
I'd still miss you, babe
And I don't wanna miss a thingI don't wanna miss one smile
I don't wanna miss one kiss
Well, I just wanna be with you
Right here with you, just like this
I just wanna hold you close
Feel your heart so close to mine
And stay here in this moment
For all the rest of timeDon't wanna close my eyes
Don't wanna fall asleep
'Cause I'd miss you, babe
And I don't wanna miss a thing
'Cause even when I dream of you
The sweetest dream will never do
'Cause I'd still miss you, babe
And I don't wanna miss a thingI don't wanna close my eyes
I don't wanna fall asleep
'Cause I'd miss you, babe
And I don't wanna miss a thing
'Cause even when I dream of you
The sweetest dream will never do
I'd still miss you, babe
And I don't wanna miss a thingDon't wanna close my eyes
Don't wanna fall asleep, yeah
I don't wanna miss a thingHappy birthday, Rommy,
Mommy love you very very much.
XOXO
Happy Earth Day…everyone!
Sunday, April 19, 2009
งานบุญสงกรานต์ที่วัดลาว
ไปมาเมื่อวันเสาร์ (18) ร้อนตับแหก อากาศน่าป่วย เพราะ 70 กว่าอยู่ดีๆ พุ่งพรวดไปที่ 98 เลย เห็นบอกว่า 30 degree above normal – heat wave attack 555 ร้อนเหยียบร้อยในพริบตาแบบนี้ไม่ไหว วันนั้นเลยมีไอ้ตี้ (สงกรานต์แรกที่ได้วิ่งเล่นฉีดน้ำ) สนุกอยู่คนเดียว ปกติจะบ่นหนาวกัน เพราะเปียกปอนแล้วอากาศแค่ 60 อีมี่ที่เคยเป็นสาวแก่นไม่กลัวใครกลายเป็น black buffy เดินเอื่อยๆ เฉื่อยๆ เซ็งๆ บ่นร้อน เลยเดินตะเวนดูโน่นนี่นิดนึง ทักทายเพื่อนฝูง (ที่ไม่ได้อยากทัก 555 เพราะไม่ได้คิดไปเจอใคร) หน่อยนึงแล้วก็หนีไปทานอาหารไทยที่ร้าน Thai Gem แล้วก็กลับบ้านกัน
รูปนี้ก็เป็นบริเวญวัด มีที่เห็นใหม่แปลกตาก็พระพุทธรูปตาโตเหมือน “อาราเร่” แล้วก็มีอิฐวางเป็นวงวนเวียน น่าจะเอาไว้เดินจลกลมมั๊ง (ต้องถามแม่กล้วยบวดชีหนีรัก-ว่าแท้ที่จริงเค้าเรียกว่าอะไร เพื่อนกิจกรรมใด) แล้วก็รถขบวนแห่นางสงกรานต์ (ราดสะเทวี 555) ปีนี้ไปไม่ทันดูขบวนแห่ อีกรูปคือตำรวจรมควัน “ปิ้งไก่” และสิงโตหน้าวัด
รูปนี้เป็นพิธีรดน้ำผู้ใหญ่ (มั๊ง) ดูพ่อเฒ่าแม่เฒ่า แต่งโตงามแท้ๆ และพวก (สี่แยก) ราดสะเทวี 555
อันนี้เป็นครอบครัวบันเทิงของอิชั้น แต่วันนี้ “เฉา” ไปหน่อย เพราะร้อนอิ๊บอ๋าย
อีมี่หนีร้อนไปพึ่งแดด เดินวนๆ ให้ครบ นอกนั้นก็เป็นรูปเวทีรำวง มีรอบแด๊นซ์กระจายด้วยนะ แล้วก็ป้าๆ แต่งตัวสวยมาเที่ยววัด ส่วนรูปล่างซ้ายเป็นไอ้พวกเด็กๆ เล่นฉีดน้ำปะโฟมกัน 555 มันไม่เล่นแป้งหรอก มันเล่นโฟมโกนหนวด Silly String แล้วก็ไอ้ Snow Foam ที่เค้าเอาไว้สเปรย์ต้นคริสต์มาสให้ดูเหมือนมีหิมะฟูๆ เกาะอยู่น่ะ
เอาดูกัน มันเล่นกันได้น่ากลัวมาก กระโดดใส่กันแร้ง…แรง ดังโครมๆ นึกว่ามันตีกัน แล้วปล้ำกันแบบน่ากลัวว่ามันจะท้องเลยแหละ ลืมถ่ายรูปให้เห็นว่ากระป๋องสเปรย์สารพัดชนิดกระจัดกระจายเขวี้ยงทิ้งไว้ทั่วสนามวัดเป็นร้อยๆ เลยแหละ เด็กเวนพวกนี้เล่นแล้วไม่เก็บทิ้งเป็นที่เป็นทาง แล้ววัดก็ไม่เห็นมีถังมีเข่งให้ทิ้งขยะ ไอ้เบ๊อะร่มแดงนั่นเพ่นพ่านไม่กลัวใคร มันนึกว่ามันตัวเท่าเค้ามั๊ง
ไอ้อ้วนเดินเก็บขวดเก็บกระป๋อง (ทำมา “ห่า” กิน น่าดู 555) บางทีเจ้าของเค้ายังนั่งอยู่ตรงนั้น-มันเก็บขวดน้ำเค้าเททิ้งต่อหน้าเฉยเลย Lowlife White Trash ตัวจริง 555 ส่วนสองอ้ายนี่เป็น จนท. รักษาประตูทางออก นั่งรอ บ๊ายบาย คนที่ขับรถออก พวกเราร้อนตับปลิ้น แต่ดูพี่แกแต่งตัวดิ 555 นอกนั้นก็เป็นรูปไอ้ตี้โดนพ่อล๊อคตัวเพราะเหนื่อยวิ่งไล่จับมัน สุดท้ายล๊อคมันใน stroller ซะเลย เป็น Dr. Hannibal Lecter ตามปกติ มันก็ยังฉีดน้ำใส่คนเดินผ่านไปมาตลอด
จบแล้วค่า
