Showing posts with label Eva. Show all posts
Showing posts with label Eva. Show all posts

Friday, April 29, 2011

แปะมือกันป่วย…หมอรวยตามเคย

ตลอดเดือนที่ผ่านมาอิชั้นกับลูกชายก๊อตตี้ผัดกันป่วย ลูกเอาเชื้อโรคมาฝากจากโรงเรียน เป็นหวัดไอจนตัวโก่งน่าสงสาร ไม่กี่วันต่อมาแม่ก็เป็นหวัด ไอ แบบหนักมาก ไอแบบเลือดออกมาเลย ไอจวนปวดท้อง ฉี่เล็ด ไอที่เจ็บซี่โครง ไอจนเหนื่อย นั่งร้องไห้เลยค่ะ พอลูกค่อยยังชั่วหน่อยนึงก็มาทวงเอาเชื้อโรคคืนจากแม่ ลูกป่วยงอมอีก มีช่วงนึงที่อิชั้นเป็นแบบหนักๆ นอนซมเลยก็ 4-5 วัน ต้องลากสังขารขับรถรับ-ส่งลูก กินยาเป็นตะกร้า หนูดีโตพอที่จะหากับข้าวกับปลากินเองได้ แล้วอาหารโฟรสเซ่นก็ซื้อไว้เต็มตู้เย็น แต่ไอ้ตัวเล็กสิคะ อิชั้นยังต้องไปหุงหา (บางที่ยังต้องป้อน) ขุนให้เสร็จๆ วันละ 2-3 ครั้ง ส่วนตัวเองช่วง 4-5 วันนั้น น้ำหนักหายไป 9 ปอนด์ ชอบจังเลย แต่ไม่ชอบตรงที่ป่วย พอฟื้นตัวมาหน่อยก็ฟาดทุกอย่างที่ขวางหน้า ได้คืนมาหมดทุกกิโลทุกขีดแล้วยังได้แถมมาอีกหน่อย

page-673สก๊อตตี้ที่โรงเรียนวัน Easter Party ค่ะ

ตอนกลางๆ เมษาก็พาพ่อบ้านไปโรงพยาบาลทำ colonoscopy ซึ่ง 2-3 วันก่อนหน้าก็ต้องมีการเตรียมตัว ล้างไส้ล้างพุง ห้ามกินโน่นกินนี่ ต้องดื่ม solution ที่รสชาติ “โคตรโหด” เป็นแกลลอน ตามเวลาที่เค้ากำหนดมา (เคยต้องดื่มไอ้โซลูชั่นนั่นตอนที่ผ่าตรูด จำได้ว่ารสชาติ so nasty กว่าจะหมดขวดแทบตายเลยค่ะ) อีกอย่างนึงที่น่ารำคาญมาก คือ ผู้ชายนะคะ จริงๆ แล้วใจเสาะ ขี้กลัว กว่าผู้หญิงเยอะเลย ('MythBusters' confirms whether women tolerate pain better than men.) กลัวๆๆๆ บ่นๆๆๆ ตลอดเวลาที่รู้ว่าต้องทำเทสต์อันนี้ (เกือบๆ 1 เดือน) พูด พล่าม บ่น สงสัย กังขา แพล่มๆๆๆๆๆ ตลอดเวลา เบื่อหน่ายมาก อิชั้นเหนื่อยหน่ายที่ต้อง “ฟัง” จนต้องตะหวาดแว๊ดกลับไปหลายหน กรู….ผ่าตรูด 2 ครั้ง ผ่าคลอด 2 หน แต่ละหนหมอผ่าขาดกลางครึ่งตัวเลย ไม่บ่นซักคำ แล้วก็ยังไม่ตาย แค่ต้องโดนหมอเอากล้องเสียบตรูด (ไม่ใช่กล้อง DSLR หรือ กล้องส่องดูดาวซะหน่อย 555) แถมเค้าให้ดมยาสลบด้วย โอ้ยยยย… เบื่อ ตอนนี้ค่อยสบายหูไปหน่อย เพราะจบไปแล้ว แต่ก็ต้องขับรถบริการอยู่ 2-3 วันหลังจากทำเสร็จ ตามหมอสั่ง ขนาดตัวเองป่วยๆ ก็ยังต้องทำหน้าที่ภรรยาที่ดี หรือ subservient wife (ฟระ) เพราะเบื่อไม่อยากบ่น ไม่อยากทะเลาะกับ whining old man อดทน นับถอยหลัง ให้มันจบๆ เสร็จๆ ซะทีจะได้สบายหู เฮ้อออ……

page-671พ่อหยุดอยู่บ้านบ่อยๆ เด็กๆ เลยได้ออกไปไหนๆ บ่อย Eat Out บ่อย และได้ของเล่นใหม่ๆ แทบทุกวัน

เอาวิธีปฏิบัติตัวก่อนทำ colonoscopy มาให้อ่านค่ะ ถ้าอยากอ่านแบบละเอียดมีให้อ่านเยอะเลย กูเกิ้ลคำว่า colonoscopy ดูค่ะ

How to Prepare for the Colonoscopy Test

You will need to completely cleanse your intestines. Your health care provider will give you instructions for doing this. This may include a combination of enemas, not eating solid foods for 2 or 3 days before the test, and taking laxatives. You will usually be told to stop taking aspirin, ibuprofen, naproxen, or other blood-thinning medications for several days before the test.

You will be asked to drink plenty of clear liquids for 1 - 3 days before the test. Examples of clear liquids are:

  • Clean coffee or tea
  • Fat-free bouillon or broth
  • Gelatin
  • Sports drinks
  • Strained fruit juices
  • Water

Unless otherwise instructed, continue taking any regularly prescribed medication. Stop taking iron medications a few weeks before the test, unless your health care provider tells you otherwise. Iron can produce a dark black stool, which makes the view inside the bowel less clear.

Outpatients must plan to have someone take them home after the test, because they will be woozy and unable to drive.

page-667ก๊อตตี้เน่าๆ หลังเลิกเรียน และเด็กๆ ที่ร้านว๊าฟเฟิ่ลแสนโปรด อยากทำว๊าฟเฟิ่ลได้เจ๋งๆ แบบนั้นจังเลย กรอบนอก-นุ่มใน ซื้อกลับมาแช่ตู่เย็น 3-4 วัน เออใส่เตาติ๊งแป๊บนึง ออกมากรอบนอก-นุ่มใน หอมเหมือนใหม่สดจากร้านเลยค่ะ

หลังจากทำส่องกล้องลำไส้ใหญ่เสร็จ อีกสัปดาห์ต่อมาพี่แกก็ต้องไปทำ biopsy ตับ คราวนี้ก็โวยวายติดต่อกันหลายวันไม่หยุดเหมือนเดิม เบื่อฟังมากๆ (ที่เอามานินทา ไม่ใช่ไม่รักนะคะ รักอยู่แล้วววว….. จะบ้าบอคอแตกก็ต้องรัก เพราะเป็นคนหาเลี้ยง 5555) ที่บ่นมากมายเพราะเค้าไม่ได้วางยาสลบ แต่จะฉีดยาให้ชาบริเวณที่จะถูกเจาะเท่านั้น หมอจะใช้เข็มเจาะรูที่พุงกะทิแล้วก็ทำพิธีทิ่มแล้วดูดตับออกมา 2 ชิ้น (หลอด) เพื่อไปตรวจ คิดดูเอาเถิดคุณๆ คะ ไอ้เครื่องมือก็จิ๋วนึง ไม่ใช่มีดอีโต้ คงไม่เอาตับออกมาจนไปทำตับหวานตับย่างรับทานได้หรอก อีตานี่ก็บ่น กลัวตาย ทำมห้อิชั้นต้อง bluff กลับไปว่า นี่ๆๆๆๆ แกๆๆๆๆ ช้านนน…ต้องทำ Amniocentesis ตั้งสองครั้งสองคราตอนท้อง ไม่สลบ ไม่ฉีดยาชา ทิ่มกันสดๆ เข็มเท่าเข็มฉีดฟาย ดูดเอาของเหลวออกมาหลอดเบ้อเริ่มเทิ่ม พอเสร็จปุ๊บ-ปิด “ปั๊ดเต้อ” กันน้ำรั่วซึมเสร็จ กลับบ้านได้ อีพ่อบ้านก็บ่นๆๆ ว่าไอ้ที่เราถูกกระทำน่ะเล็กน้อย แต่เค้าจะมาเอาชิ้นตับไปนี่เรื่องใหญ่ ก่อนทำต้องงดยาบางชนิดประมาณ 1 สัปดาห์ มีข้อปฎิบัติไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ พอทำเสร็จก็ห้ามขับรถเหมือนเดิม ลางานอยู่บ้านก่อน-หลัง procedure เพราะกลัวตาย+ขี้เกียจ และชักติดใจที่ไม่ต้องไปทำงาน 555 พอข้ามคืนก็บ่นว่าปวดท้อง หมออู๋จัดยาให้ก็หายดี แต่ก็ยังนั่งคลำ นอนคลำ เดินคลำ ไอ้ปั๊ดเต้อที่เค้าปิดรูที่ถูกเจาะตลอดเวลา แผลกะติ๊ดนึง ไม่ต้องเย็บเลย ใจเสาะจริงๆ

page-672พ่อบ้านทำหน้าเหมือนเมา ทั้งๆ ที่เป็นคนไม่ดูด ไม่ดื่ม พากันไปดินเน่อร์ร้านหะรูหะรานิดๆ แถว Tower District เพราะซื้อ Voucher ครึ่งราคาเก็บไว้หลายใบค่ะ ค๊อกเทลแก้วนั้นของอิชั้นค่ะ อร่อยและหนักหน่วงดี เอสคาโก้ และ Basque ซีฟู้ดส์ซุป ก็ของอิชั้นค่ะ ลูกๆ และพ่อบ้านกินอะไรกันบ้างก็ไม่รู้ แม่มันมาวววววว….. ป่วยแล้วเมา หลับลึกดีนักแล…

การที่ต้องเอาเนื้อตับไปตรวจ (จากที่อ่านๆ มาค่ะ ไม่ได้เป็นหมอเด้อค่ะเด้อ แต่อยากจะมาสรุปให้อ่านได้เข้าใจง่ายๆ ค่ะ) วิธีการจริงๆ คือ เข็มขนาดใหญ่จะแทงเอาเนื้อตับแล้วตูดออกมา แล้วตับเป็นอวัยวะเพียงอย่างเดียวของมนุษย์ที่ heal ตัวเอง และงอกออกมาคืนขนาดเท่าเดิมได้ แต่ไม่ใช่ตับเสียมากๆ ทั้งยวงแบบมะเร็งนะคะ อันนั้นหมอต้องตัดส่วนที่เสียทิ้งไป หากเหลืออยู่ไม่มากร่างกายก็ฟังชั่นก์ไม่ดี ไม่เหลือเนื้อตับดีๆ มากพอให้สร้างเนื้อตับขึ้นมาใหม่ ต้องขอบริจาคมา implant ต่อไป ส่วนคนที่ให้บริจาคตับ หมอก็จะตัดไปเท่าที่ไม่ทำร้ายระบบร่างกายของผู้บริจาค หลังจากพักฟื้นไม่กี่วันก็สามารถกลับไปดำเนินชีวิตตามปกติได้ ส่วนตับก็จะค่อบๆ ทำการเยียวยาแผลที่ถูกตัดและเจริญเนื้อตับออกมาจนเท่าเดิมได้ภายในไม่กี่เดือนค่ะ

page-669ก๊อตตี้ดื้อๆ ซนๆ ที่โรงพยาบาลตอนรอให้หมอล้วงตับพ่ออยู่ค่ะ ได้ Red Velvet Cupcake มาช่วยกู้ภัยลดความซนนิดนึงค่ะ

เอาวิธีปฏิบัติตัวก่อนทำ liver biopsy มาให้อ่านด้วยค่ะ ถ้าอยากอ่านแบบละเอียดมีให้อ่านเยอะเลย กูเกิ้ลคำว่า liver biopsy ดูค่ะ

How does a person prepare for a liver biopsy?

At least 1 week before a scheduled liver biopsy, patients should inform their doctor of all medications they are taking. Patients may be asked to temporarily stop taking medications that affect blood clotting or interact with sedatives, which are sometimes given during a liver biopsy.

Medications that may be restricted before and after a liver biopsy include

  • nonsteroidal anti-inflammatory drugs, such as aspirin, ibuprofen, and naproxen
  • blood thinners
  • high blood pressure medication
  • diabetes medications
  • antidepressants
  • antibiotics
  • asthma medications
  • dietary supplements

Prior to liver biopsy, blood will be drawn to determine its ability to clot. People with severe liver disease often have blood clotting problems that can increase the risk of bleeding after the procedure. A medicine given just before a liver biopsy, called clotting factor concentrates, reduces the risk of bleeding in patients with blood clotting abnormalities.

Patients who will be sedated should not eat or drink for 8 hours before the liver biopsy and should arrange a ride home, as driving is prohibited for 12 hours after the procedure. Mild sedation is sometimes used during liver biopsy to help patients stay relaxed. Unlike general anesthesia where patients are unconscious, patients can communicate while sedated but then often have no memory of the procedure. Sedatives are often given through an intravenous (IV) tube placed in a vein. The IV can also be used to give pain medication, if necessary, after the procedure.

liver-biopsy

หลังจากพ่อบ้านต้องเข้าออกโรงพยาบาลติดๆ กัน ต้องลางานอยู่บ้านหลายวัน มันช่างประหลาดๆ ค่ะ เพราะปกติพ่อบ้านใช้เวลาอยู่ที่ทำงานมากกว่าอยู่บ้าน พอพี่แกต้องมาเดินเกะกะเพ่นพ่านในบ้านติดต่อกันทีละหลายๆ วัน มันแปลกๆ จะทำอะไรก็ดูขัดหูขัดตาอิชั้นไปหมด เหมือนโดนปล้นพื้นที่ในบ้าน territory entrapment ทีวีก็แย่งกันดู หนีไปดูในห้องนอน ก็ตามไปเปลี่ยนช่อง นอนดูขวางโลก ให้หงุดหงิด แต่ไม่อยากอาละวาด พยายามบอกตัวเอง be happy นานๆ จะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมงติดกันหลายๆ วัน แต่.. แอร๊กกกกก…… ไม่ไหวค่ะ พอนึกอย่างมีเหตุผลแบบไม่เข้าข้างตัวเอง คำตอบคือ อิชั้นอาจจะกำลังถูก menopause attacks อะไรๆ เลยดูไม่ถูกใจไปหมด หงุดหงิดง่าย แล้วอิชั้นก็ป่วยๆๆๆ ไม่สบายเนื้อสบายตัว เลยพาลให้ไม่สบายใจ ปวดหัว ปวดตา ไม่อยากขับรถไกลๆ พอถึงเวลาต้องกลับไปทำงาน พี่แกก็โทรไปลางานเพิ่มอีก 2 วัน อ้าว..เว้ย..เฮ้ย..อารายว้าาาา……

page-670เด็กๆ เจริญอาหารที่ IHOP - International House of Pancakes แม่ไม่สบาย พ่ออยู่บ้าน โห่กันไป IHOP หลายหนเลยค่ะ เพราะเป็นช่วงที่ Kids Eat Free พอดี เลยราคาน่าร๊ากกกก……

พอพ่อบ้านหยุดอยู่บ้านในขณะที่ลูกๆ ไปโรงเรียน มันก็มีดีอยู่บ้าง คือ พ่อบ้านไปรับลูกๆ ให้ (แต่ไม่ยอมไปส่งให้หรอกนะคะ ให้อีตาคนนี้ตื่นเช้า เหมือนให้ไปตาย เผลอๆ มีศึก) ใช้ไปซื้อกับข้าวกับปลาได้บ้าง แค่นั้นจริงๆ 555 จากที่ตั้งใจจะมาบ่นเรื่องป่วยๆ ไข้ๆ กลายเป็นมานินทาพ่อบ้าน 555 แล้วก็เล่าเรื่อง “สะพรึง” เล็กๆ 555

page-675IHOP อีกแล้ว งานนี้ก๊อตตี้โดนพ่อดุเพราะซนและวุ่นวายเหลือเกิน ตอนนั่งอยู่กับแม่ยิ้มแย้มแป้นแล้นเชียว พอพ่อย้ายสลับไปนั่ง 555 ก๊อตตี้กินแพนเค้กเคล้าน้ำตา 55555 สมน้ำหน้ามากกกก…..

กลับมาที่อิชั้นกับลูกๆ งานนี้ buffy รอมมี่ ไม่ป่วยค่ะ มีขี้มูกยืดกับไอนิดหน่อย เมื่ออาทิตย์ก่อนอิชั้นก็เริ่มไออีก คราวนี้งอมหนักกว่าเดิม ทุกข์จริงๆ ค่ะ จัดหายากินเอง จนเชื้อโรคดื้อยาแหละ พอวันอาทิตย์ตื่นมาขี้ตาเกรอะกรัง แดงกล่ำ น่ากลัวมาก จัดการแล่นไปวอลมาร์ทซื้อยาหยอดตาสำหรับโรคตาแดง หมั่นหยอดทั้งวัน ก็ไม่ทุเลา เลยนึกถึงยาแก้อักเสบที่มีเก็บไว้ (ไม่ได้เอาออกมากินก่อนหน้านี้เพราะหวัดเกิดจากแบคทีเรีย กินไปก็เสียเปลาค่ะ) เอาออกมาจัดการซะ เผื่อจะช่วยเรื่องเชื้อโรคตาแดง-ตาอักเสบให้ทุเราได้บ้าง พอเช้าวันจันทร์ออกไปส่งลูกๆ ที่โรงเรียนเสร็จก็เลยไปโรลพยาบาลดพื่อทำนัดหมอ หมอก็คิวเต็ม เจ้าหน้าที่ก็บอกมานั่งรอ walk-in ละกัน (ไม่โทรไปทำนัดเพราะมีบทเรียนกับบริการหน้าเคาน์เต้อร์ รพ. นี้ “ห่วย+ขี้เกียจ+negligence” แบบได้โล่ห์ เยสๆๆๆ โอเค.. โอเค.. พอเรา show-up ไม่มีนัด-เนิ๊ดอะไรเลย ไปนั่งรอเงกแบบพวก walk-in เลยต้องไปทำนัดแบบ “ตาต่อตา” ค่ะ) เช้าวันอังคารก็บึ่งไปแต่เช้าหลังจากส่งลูกที่โรงเรียนเสร็จ โหยยยย….. คนเต็มเลย ทำใจไว้ก่อนเลยว่าต้องนั่งจนรากงอกแน่ เลยไปนั่งจอหน้าทีวี กะดูทีวีแห้เซ็ง แต่ผิดคาดรอไม่นานเลยค่ะ (30 นาทีได้) พอเข้าไปรอในห้องตรวจก็ไม่นานอีก ฟลุ๊คมากๆ น้องหมอ Karl ทักทายเหมือนเพื่อนสนิท ปึ๊งแฟ้มประวัติก็ไม่เอาเข้ามา ส่องจมูก คอ แหกหู แหกตา ตรวจแป๊บๆ ก็เสร็จ บอกว่าอิชั้นเป็น Allergy Attack แบบ servere จะมา อัลเลอ“จ้ง-จี้” อะไร กินยาภูมิแพ้ทุกวัน เฮ้อออออ….

page-674ช่วงที่แม่ไม่สบายนอนซม บางวีคเอนด์ก็ได้ Eva กับแฟนหนุ่มพาเด็กๆ ไปพาร์คมั่ง ไปเลคมั่ง ดีกว่านอนดูโทรทัศน์ทั้งวัน

มันต้องไม่ใครก็ใคร (บักหมอคาร์ลหรืออิชั้น) ที่ misdiagnosed พอเจอหมออิชั้นก็บอกแบบผู้ (อวด) รู้ว่า อิชั้นเป็น super bad cold & cough เป็นๆ หายๆ มากว่าเดือน พอเมื่อไม่กี่วันก็ดันเป็น pink eyes อีก อีหมอคานก็บอก ตายังแดงอยู่มาก แต่น่าจะไม่ใช่โรคตาชมพู 5555 ฝรั่งตั้งชื่อโรคได้น่ารักดีเน๊าะ เอายาไปหยอดละกัน แล้วอาการภูมิแพ้ก็น่าห่วงมาก เดี๋ยวให้พยาบาลมาฉีดยาให้นะ อยากให้เปลี่ยนยาแก้ภูมิแพ้เป็นแบบ super extremely strong allergy medicine นะ (โห…จะอะไรกันนักกันหนา ตอนนี้ก็กินยาวันละเป็นกำๆ คงจะต้องตายเพราะยาละมั๊งตรู ยังจะมาให้กินค่อตพ่อค่อตแม่ antihistamine เบื่อว่ะ) แล้วก็เปิดแน่บออกไป ซักพักพยาบาลเข้ามากับเข็มฉีดยา 1 หลอดในถาดเล็กๆ ก่อนจะฉีดก็ให้อิชั้นเซ็นยินยอมถึงรู้ว่าใน syringe เล็กๆ หลอดนั้นเป็น cocktail ของยา 2 ชนิด (จำชื่อไม่ได้ แหะๆ) พอพยาบาลบอกให้นอนคว่ำเพราะจะฉีดที่ก้น อิชั้นก็ถามไปว่ายาในหลอดนั้นมีอะไรที่เป็น sulfa group หรือปล่าว If “YES”… call ambulance, I need to go straight to ER pretty quick. เธอก็อึกอัก-ขอตัววิ่งไปถามหมอ พอกลับเข้ามาก็บอกว่าปลอดภัย Nothing is Sulfa! จัดการทิ่มฉึก จบ เสร็จ ได้ใบสั่งยา อีหมอคานโผล่หน้ามา Happy Mother’s Day, Bye! Oh….I need to see you in 2 months. I'll let the staff know you need be here for your follow-up appointment. Bye Darling! แว๊ก 555 มันเป็นตุ๊ดแหงๆ เลย ยิ่งเจอยิ่งตุ้งติ้ง 5555 น่าร๊ากกกกก……

page-666ยาที่ได้มาล๊อตล่าสุด กับกองยาที่ขนกินเข้าไป จริงๆ มีอีก 2-3 กล่องที่กินไปหมดไม่เหลือซากให้ถ่ายรูป NyQuil ที่เห็นในรูปเป็นขวดที่ 2 ถ้าถ่ายรูปตั้งๆ ก็จะเห็นได้ว่าเหลืออีกแค่ “กรึ๊บ” เดียว ยาอมหมดไป 3 กล่อง เปิดเครื่อง steam warm mist ทั้งวันทั้งคืน

พอออกจากโรงบาลก็แจ้นไป CVS ซื้อหายาตามใบสั่ง (ปกติต้องไปซื้อยาที่ Target เฟสโน่นู้นนนน…. แต่ป่วยหนักแล้วน้ำมันก็แพงโคตร เลยต้องไปซื้อที่ CVS ซึ่งอิชั้นเคยฟาดหัวฟาดหางไว้ที่นั่นอยู่หลายหน 555 เสียฟอร์มน่าดู แต่โชคดีที่พวกเทคนีเชี่ยนหน้าใหม่ๆ ทั้งหมดเลย) รออยู่ไม่นานก็ได้ยามา ทั้งๆ หมด 4 อย่าง จ่ายไป $74.79 มียากินแก้โรคภูมิแพ้ 30 เม็ด ยา Vicodin 30 เม็ด แล้วยาหยอดตา 2 ขวดจิ๋วๆ อันนึงเป็นยาแก้แพ้ อีกอันเป็นยาหยอดแก้ตาอักเสบ ยังไงวะ ไหนบอกว่าไม่ใช่ตาแดง แล้วจ่ายมาทำไมเนี่ย พวกหมอๆ ก็ต้อง “save their asses” เป็นธรรมดา คนไข้บ้านนี้เมืองนี้ก็เลยถูกรักษาแบบ over treatment ดีนะว่าไอ้ยานั่นหลอดไม่ถึง 2 เหรียญ คือประกันคัฟเว่อร์เกือบหมด แต่ไอ้ยาหยอดแก้แพ้นั่นหลอดตั้ง 22 เหรียญ (แค่ 20% ของราคาจริงนะคะ ฮึ่ม) ส่วนที่แพงที่สุดคือไวโคดีน (“ฝิ่น” ตามใบสั่งอย่างถูกกฏหมายของอิชั้น 555) 30 เม็ด $39.98 ถ้าเป็น generic ก็ประมาณ $4 for 30 tablets อิชั้นต้อง “เสพ” ยาตัวนี้ประมาณเดือนละ 5-6 เม็ด เวลาที่ปวดท้องปริศนา (ไม่มีหมอคนไหนหาสาเหตุเจอมากว่า 40 ปี 555 ถึงเรียกว่า “ปวดปริศนา” 555) ไอ้ 30 เม็ดที่ได้มา-อยู่ได้หลายเดือนค่ะ อิชั้นไม่ติดยานี้นะคะ แต่ยานี้ช่วยได้มากเวลาปวดปางตายแบบอิชั้น เคยใช้แบบ generic เพราะงก แต่มันไม่เห็นผล เหมือนกิน Tylenol ยังไงอย่างงั้น เวลากินยาตัวนี้เข้าไป พอยา kick ปุ๊บ จะรู้สึกแปลกๆ อธิบายยาก ง่วงๆ เหมือนอยู่ในวังวน twilight zone 5555 บางทีรู้สึกคลื่นไส้ ถ้านอนก็ “หลับปุ๋ย” สบายเชียวค่ะ ถ้ากินตอนขับรถ (อิชั้นทำบ่อยๆ เพราะความจำเป็น) อึ๋ย กึ๋ย น่ากลัวค่ะ เพราะเบลอๆ ลอยๆ เบาๆ แต่ไม่ยักง่วง จบเรื่องยาบ้าดีกว่า เดี๋ยวเพื่อนๆ จะอยากลอง 5555

Vicodin เป็นยาบรรเทาอาการปวด เป็นยาผสมระหว่าง ยาเสพติดที่ใช้บรรเทาอาการปวด (Narcotic analgesics) กับยาแก้ปวด ลดไข้ กลุ่ม Acetaminophen (Paracetamol) ยานี้มีคุณสมบัติ เมื่อใช้เป็นประจำ และบ่อยครั้ง จะทำให้ติดยา และต้องเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ โดยปกติ Vicodin ใช้เรียกแทนสาร Hydrocodone ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายฝิ่น (Opiate antagonist) มีสูตรทางเคมีคือ C18 H21 NO3 ในประเทศ สหรัฐอเมริกา จัดให้ สารนี้ เป็นสารควบคุม ตามกฎหมายของ Control Substance Act โดยจัดอยู่ในกลุ่มที่ 2 (Schedule II ) ซึ่งสารอื่นๆ ที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ morphine, cocaine, methamphetamine (ยาบ้า) และ Methadone เป็นต้น ซึ่งในประเทศไทย กำหนด ให้เป็นยาเสพติด ประเภท 2 (ประกาศกระทรวง สาธารณสุขฉบับที่ 135 พ.ศ. 2539) ในประเทศ สหรัฐอเมริกา การซื้อ vicodin ต้องใช้ ใบสั่งแพทย์ เพื่อให้มีการดูแล การใช้ อย่างใกล้ชิด แต่ พบว่ามีการขายอย่างแพร่หลายทาง e-commerce โดยมีชื่อการค้าต่างๆ กัน

http://www.dmsc.moph.go.th/chiangmai/hotissue04.htm

page-668วีคเอนด์ที่ค่อยยังชั่วก็ทอดกล้วยหอมให้ลูกผัวกินกันอร่อย เอา New York สเต๊กที่เหลือมาจาก Eat Out เอามา หั่น โยนใส่เตาติ๊ง แล้วทำยำเนื้อรสแซ่บทานกับพ่อบ้าน (ในรูปยังไม่ได้เอาไปอบค่ะ) ส่วนพ่อบ้านก็ทำสปาเก๊ตตี้มีทซ๊อส signature ของพี่แก ทำหม้อใหญ่เลย กินกันได้หลายวัน Meaty มากๆ ชามที่เห็นในรูปเป็นของอิชั้น ที่เลอะๆ เพราะเป็นรอบที่สอง ทานกับมะกอกดำ อืมมม….หย่อย

เลิกพูดเรื่องยาดีกว่า จากนี้ก็ภาวนาให้หายป่วยเร็วๆ ไม่สบายแบบนี้นานๆ มันเหนื่อยค่ะ และสงสารลูกด้วย เหมือนลูกๆ ถูกทิ้ง เวลาแม่ไม่สบายก็มานอนกองดูทีวีบนเตียงแม่ เลยจะพาลป่วยกันไป ป่วยกันมา ไม่มีวันจบ นี่กะว่าตาหายแดงซักนิดจะพาลูกๆ ไปว่ายน้ำค่ะ และอิชั้นจะกลับเข้า gym อย่างจริงๆ จังๆ เสียที เสียดายตังค์ค่าสมาชิกค่ะ ปีละหลายอยู่ (กลัวผัวด่าด้วย 5555 โน๊…โน่… ปล่าวกลัว ….เกรงใจคนจ่ายตังค์ตะหาก 5555)

All happy families resemble one another,

each unhappy family is unhappy in its own way.

2725626745_2a599f90c5

Saturday, April 23, 2011

I'm half alive...sick like a dog!

เริ่มจากไอ้ตี้ไอแค่กๆ นำหน้าอยู่ 2-3 วัน ก็ถึงคราวอิชั้นไอโคร่กๆ ตลอดวันตลอดคืน กินยาเป็นขนมเลย เพราะอยากหาย สงสารลูกมากกว่าตัวเอง ตอนนี้ไอ้ตี้ผอมบักโกรกกว่าเดิม ไอกันจนเหนื่อย จริงๆ ไม่น่าจะป่วยกันเลย เพราะเพิ่งจะยกโขยงไปฉีด Flu Shot กันมา

page-660ลูกๆ กับแมวๆ หนูดีพาแมวไปเดินที่พาร์ค …งานนี้ FAIL..!!

เริ่มจากเดือนก่อน ก็วุ่นๆ พาลูกเต้าและตัวเองวิ่งผัด แปะมือกันไปหาหมอฟัน ทำความสะอาดฟันประจำ 6 เดือน อิชั้นโชคดีกว่าเพื่อน เพิ่งเจอหมอฟันที่ไม่ฟัน (for real) 555 คือ ฟรี ค่ะ ฟรี อ่านไม่ผิด แต่ต้องขับรถไปถึงเฟสโน่โน่น ถือว่าคุมค่าน้ำมัน ถึงแม้ตอนนี้จะแกลลอนละ $4.25 (ชนิดถูกสุดนะคะ) วันนั้นไปที่คลีนิคหมอฟันครั้งแรก ก็นึกว่าจะเป็น consultation กับ x-ray เฉยๆ แล้วก็นัดให้ไปทำสะอากดวันหลัง ปรากฎว่า หมอบอกว่า วันนี้มีเวลาหรือปล่าว เพราะจะทำ deep cleaning กับมีปะผุนิดหน่อย มีฟันที่อุดไว้ดูเหมือนจะร้าว อิชั้นก็รีบตอบไปเลย เอา-โลด-หมอ จัดมาให้ครบ พอหมอบอกรอเดี๋ยว clerk จะมาคุยเรื่องราคาและเงินทองก่อนนะ เพราะคุณเหมียนต้องโทรคุยกับประกันของอิชั้นก่อน ว่าจะจ่ายกันยังไง …. มีลุ้น

page-661พาลูกๆ ไปงานสงกรานต์ที่วัดลาว

พอคุณเหมียนเข้ามาก็บอก not a penny out of your pocket! Woo Hoo Yee Haa! ของฟรี ชอบๆๆๆๆ พอเสร็จก็ปากตุ่ยๆ ขับรถกลับบ้าน แล้วก็สาระวนปฏิบัติภารกิจปกติชีวิตประจำวัน วิ่งโน่นมานี่ รับ-ส่งลูก จริงๆ มีนัดไปทำ crown ที่คลีนิคเดิมอีก แต่พอไปแล้วมันอันต้องเลื่อนไปหน่อยนึง เพราะถูกส่งให้ไปทำ x-ray แบบพิเศษ เพราะหมอเห็นรากฟันที่จะทำครอบมีเงาปริศนาอยู่ แต่ยังไม่ได้ทำนัดกับคลีนิคที่รีเฟอร์ มีเรื่องยุ่งๆ เข้าคิวรออยู่เยอะ รอไปก่อนละกันนะฟันเอ้ยยย….. เรื่องฟันๆ ก็ผ่านไป

page-662พ่อบ้านหยุดงานไปร่วมงานหนูดีรับรางวัลเรียนดี แล้วพาลูกๆ ไปดินเน่อร์ อีหนูดีงงๆ กับรองเท้าของแม่บนโต๊ะอาหาร 5555

ตั้งแต่ได้เรื่องว่าไอ้ตี้ตัวแสบจะได้ไปโรงเรียน (พรีสคูล) แล้ว ก็วิ่งวนทำนัดหมอเรื่องตรวจสุขภาพของลูก นัดหมอฟันตรวจสุขภาพฟันด้วย ก็จัดการไปจนครบเสร็จตามรีเควสทั้งหมด พอดีกับโรงเรียนอีหนูดีรีเควสมาอีกว่าให้เด็กๆ ฉีดวัคซีน whooping cough (ไอกรน) เพราะตอนนี้กำลังระบาดอยู่ในแคลิฟอร์เนีย ก็เลยพาลูกโห่กลับไปที่ Health Department อีกรอบ พอพยาบาลดูใบเหลือง (Yellow California Immunization Record Card) ก็บอกว่าไอ้ 2 ตัว ฉีดกันไปครบหมดแล้ว มีแต่ไอ้ตี้ต้องฉีด Flu shot booster เลยถามไปส่งเดชว่าอีแม่มันต้องฉีดไอ้วัคซีนไอกรนหรือปล่าว นังพยาบาลก็ทำเฉยๆ หมั่นไส้วุ๊ย ไหนๆ ก็มาแล้วอย่าให้เสียเที่ยว เลยบอกขอฉีด Flu Shot ซะเลย เพราะมันมาระบาดอีกระลอกแล้ว สรุปว่ามีแม่กับไอ้ก๊อตตี้ได้ฉีดฟลูฉ่อดวันนั้น พอกลับมาบ้าน แม่กับไอ้ตี้ก็ผลัดกันป่วยมาเกือบ 2 อาทิตย์แล้วค่ะ

page-659นอกจากบริจาคเงินซื้อสายรัดข้อมือในรูป (เพิ่งจะนึกออกว่าน่าจะเอามาถ่ายรูปเก็บไว้ 555)

อิชั้นยังได้บริจาคเงินเล็กๆ น้อยๆ เวลาจับจ่ายซื้อกับข้าวเพื่อช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกชาวญี่ปุ่นด้วยค่ะ

ไอ้ตี้เริ่มไปพรีสคูลมาได้ 2 สัปดาห์แล้ว ค่าเรียนวันละ $20.- แต่เค้าให้ไอ้ตี้ไปเรียนแค่อาทิตย์ละ 3 วัน จันทร์ พุธ ศุกร์ พอไปได้อาทิตย์เดียวก็ป่วย อดไปอีก ไอ้ที่ป่วยๆ ไปโรงเรียนไม่ได้ เราก็ต้องจ่ายนะคะ พอดีกับมีวันหยุด Spring Break อีกตลอดอาทิตย์ ซึ่งคุณพ่อก็ต้องจ่ายด้วยเหมือนกัน บาดเจ็บกระเป๋าตังค์ไปนะพ่อนะ

Act as if what you do makes a difference. It does.

Tuesday, March 1, 2011

Long Weekend & True Grit

ลองวีคเอนด์ที่ผ่านมาไม่มีอะไรพิเศษ รอมมี่ไม่ต้องไปโรงเรียนในวันจันทร์ หยุด 3 วัน (President’s Day - วันเกิดพี่จ๊อค วอชิงตันเค้า 5555) ไม่ได้วางแผนอะไรกัน ก็พาลูกไปกินอะไรนิดหน่อย เลยค้นพบร้านแฮมเบอเกอร์อร่อยทีเดียว คนอื่นสั่งไรต่อไรกัน อิชั้นสั่ง California Burger & Fries ใส่อะโวคาโด้มาด้วย อร่อยๆๆๆๆ ต้องไปอีก แต่แพงมาก จานละ $10.99 โน่น นานๆ กินที…พอทนได้ วันนี้หิวมาก สวาปามอย่างรวดเร็ว ไม่เหลือซากให้ถ่ายรูปเลย

page-619

จากนั้นก็พาเด็กๆ ไปดูหนังกัน วันนั้นอิพ่อบ้านเผด็จการ อยากดู True Grit พูดไปตลอดทางที่ขับรถ ระหว่างที่ทานอาหารกัน ไม่มีใครอยากดูด้วย นานาความเห็น สรุปว่าเราจะแยกย้ายกันเข้าไปเลือกดูตามใจชอบ หนังใครหนังมัน พอถึงที่ซื้อตั๋ว คนขี้เหงา…อิก๊อตของอิชั้น บอกว่าทุกคนต้องดูหนังเรื่องนี้ อ้าว…รายว้า… อิชั้นอยากดู Black Swan เค้าจะเลิกฉายแล้ว ขอดูหน่อย หนูดีกับอีว่าอยากดู Roommate ไม่มีใครอยากหนีบไอ้ตี้ไปด้วย ทีแรกนึกว่าพ่อลูกจะไปดูโยกิแบร์ (แหวะมาก) พอดีมันลาโรงไปแล้ว คุยกันมาเป็นดิบดี…สรุปทุกคนดู ทรู-กริต เซ็งเลย ดูก็ดูวะ พอเดินเข้าโรง คนไม่เยอะ ระหว่างที่ดูหนัง ไอ้ตี้วิ่งหนีออกมา 3 รอบ อีว่าไปไล่จับเอากลับมา 2 รอบ พ่อมันไปไล่จับเอากลับเข้ามา 1 รอบ เหอๆๆๆๆๆ สะจาย อิชั้นนั่งอ้วนดูหนังสบายใจเฉิ่บ 55555

page-618

หนังเรื่องนี้มาจากนวนิยายคลาสสิค เคยสร้างมาแล้ว (กี่รอบไม่รู้ค่ะ ขี้เกียจค้นคว้า 555 เห็นเค้าโปรยคำว่า Retribution 2011 ก็แสดงว่าเค้าทรีบิ้วให้กับเวอร์ชั่นก่อนๆ แหละเน๊าะ) ก่อนหน้านี้มี ปู่จอห์น เวน เล่น อิชั้นคิดว่าอิชั้นอาจจะเคยดูก็ได้ เพราะสมัยเด็กๆ เด็ดแม่อิชั้นชอบดูหนัง westen คาวบอย จริงๆ แม่พาดูหนังแหลกแหละ หนังแบบนี้จะมีรถแห่หนังผ่านหน้าบ้าน สมัยโน้นนน… ไม่รู้หรอกที่เค้าประกาศปาวๆ หมายถึงอะไร จำได้แต่ว่า 35 มอ มอ ซีนีม่า ซาโค๊บบบบ… บลาๆๆๆๆๆ … เด็ดสุดก็ต้อง “โกญจนาท”…พากย์ 555 อันนี้จำแม่น 555 กลับเข้าเรื่อง … หนังที่ดูวันนี้ ถือว่าดีทีเดียว เป็นหนังคาวบอย ดราม่า มีตลกนิดๆ ด้วย จากที่เห็นคนที่เข้าดู เป็น old white folks ไม่เห็นไอ้เม๊กเลย 5555 พวกลุงๆ ป้าๆ แกคงเคยดูเวอร์ชั่นเก่า เลยมาระลึกความหลังกัน 555 รวมทั้ง old white ดัมแอสสส์ สามีของอิชั้นด้วย 5555 เอิ๊กกกกก…. เป็นว่าหนังเรื่องนีี้น่าดูเหมือนกันนะคะ ใครไม่ได้ดูก็ไปดูกันซะ ไม่ใช่หนังคาวบอยยิงกันโป้งๆ ป้างๆ น่าเบื่อ รอมมี่และอีว่าก็คอนเฟิร์มเป็นหนังดี ถูกใจ ตอนแรกไม่อยากดู พอดูจบแล้ว…อืม ดี ดี

page-620

ถ่ายรูป mural ตรงที่เอารถไปจอดตอนที่แวะทานอาหารกัน ดูสวยเชิงสยองดีค่ะ ส่วนรูปสก๊อตตี้หน้าตาเยินกลับมาเลยค่ะ จมูกแน่น น้ำตาเยิ้ม เหมือนจะเป็นหวัด กลับถึงบ้านจับป้อนยา หลับคร่อกไปเลย แต่ตอนนี้สบายดีแล้วค่ะ โปรดสังเกตุ…โทบี้ ..ชอบอยู่ใกล้ๆ คนที่รังแกมัน 555 ซาดิสม์มั๊ย 555

Tuesday, July 21, 2009

Happy B’Day 2 Me งั่กลงไปอีก 1 ปี

ที่ใครๆ ชอบพูดว่า “อายุเป็นเพียงตัวเลข” มันก็จริงยู้…. แต่คนเราถึงจะพยายามให้ “young at heart” แค่ไหน สังขารมันก็ฟ้องอยู่ดีค่ะ ตอนนี้รู้สึกแบบไม่ดี๊ด๊าเหมือนเคย ทั้งนอกและในเลย เพราะอ้วนมากค่ะ อ้วนที่สุดในชีวิต อ้วนกว่าตอนท้อง 9 เดือนอีก 555 เลยไม่สบายเนื้อสบายตัว แล้วก็ผัดวันประกันพรุ่งที่จะไปยิม โดนพ่อบ้านด่าประจำเรื่องไม่ไปยิม บ่นมากเลยว่า อีอ้วนเอ้ยยยย…. ไม่ใช่ไม่รักที่อ้วน ไม่ใช่เกลียดหรือเบื่อขี้หน้าเลยต้องไล่ให้ไปยิมทุกวัน อ้วนเป็นตันก็รัก แต่เป็นห่วงสุขภาพ… I don’t want you to die young ก๊ากกก… อย่างกรูนี่ไม่ young แล้วจ้าฮั่นนี๊ ยานจ้ายานไม่ใช่ยัง แล้วตอนนี้ร้อนมากๆ ไม่อยากเปิดประตูบ้านเลย เพราะมันร้อนแสบไปหมด เลยสิงอยู่ในถ้ำไม่ค่อยจะออกไปไหน ลูกๆ ก็เลยเอาลูกกะตาแปะไว้ที่จอโทรทัศน์ตั้งแต่ลืมตาตื่นจนหลับตานอน สงสารลูกเหมือนกัน อยากพาออกไปขี่จักรยานที่พาร์คซึ่งอยู่ไม่ไกล แต่อิชั้นทนแดดตอน 6 โมง ถึง 2 ทุ่มไม่ได้ จะไปหลังจากนั้น 3 ทุ่มก็เริ่มมืด อู้ยยยย… พอแก่แล้วอ้วนนี่ปัญหาและเงื่อนไขในชีวิตเยอะเน๊าะ 5555

page-423

ตลอดเดือนนี้ก็มีกิจกรรมเซ็งๆ สนุกๆ ทำกันนิดหน่อย สุดสัปดาห์แรกแห่ไปตัดผมกันทั้งบ้าน ไม่มีใครไว้ใจให้อิชั้นตัดให้แล้ว 555 โดยเฉพาะพ่อบ้าน บ่นนั่นนี่ เล็มนี่หน่อย ข้างนี้สั้น ข้างนั้นยาว ถ้าขอให้ตัดให้อีกก็ไม่ตัดให้มันแล้ว เลยต้องเสียค่าตัดผมยกโคตรไป 100 นึงค่ะ (รวมติ๊บด้วยนะ) จากรูปข้างบนจะเห็นว่าเป็นแม่ไอ้ตี้นี่แสนยุ่งยากเพราะยังต้องเป็นวิศวกรรถไฟด้วย คอยต่องรถไฟให้ลูกวันละ 800 รอบ แล้วนิสัยไม่ดีด้วย ไม่ชอบใจก็ถีบถล่มให้พัง ขว้างกระจัดกระจายทั่วบ้าน อิแม่มันก็ไม่ช่วยเก็บซิ ใช้วิธีไล่ฟาดให้เก็บ เหนื่อยหน่ายกับนิสัยไม่ดีของลูกจังเลย….นอกเหนือไปจากเรื่อง “กินยาก” ของไอ้ตี้ที่เหนื่อยใจสุดๆ ทุกวัน ส่วนอีกรูปรอมมี่แต่งหน้าให้ตัวเองแล้วก็แต่งให้น้องด้วย

page-424

รูปก้อนนี้เป็นตอนที่พากันไปกินพิซซ่าที่ร้านของอีแวว (Valerie) ดูพ่อบ้านเล่นยิงปืนกะลูกดิ ตู้เกมส์บ้าไรไม่รู้แพง กะหยอดให้ไอ้ตี้เล่นคนเดียว พอหยอดไปเหรียญนึง ไอ้ตี้ก็ยิงโน่นนี่ไปเรื่อยดันไปโดนไอ้เกมส์แพง เสียดายเหรียญนึงแต่เจือกโง่หยอดเติมไปอีกสี่เหรียญ 555 กลัวลูกไม่ได้เล่น พอหยอดครบ ไอ้ตี้ก็เล่นไม่ได้ เอาเก้าอี้มาให้ยืนเล่นก็ “จะตก” อยู่นั่น อิพ่อบ้านก็เลยมาเล่นสนุกสนานอยู่คนเดียว ส่วนอีมี่เค้าเพลินอยู่คนเดียวกับเกมส์ตั้งโต๊ะเป็นจอทีวีที่ใช้นิ้วจิ้ม-เหมือนเกมส์ที่เคยเล่นตอนเล็กๆ ที่เมืองไทย บ่นคิดถึงแม่จ๋ากับพี่ภูมิตลอด โดยเฉพาะเวลาเล่นเกมส์ตีเทนนิส เหมือนที่แม่จ๋าชอบพาไปเล่นที่เดอะมอลล์ อีมี่ก็หมดไปหลายตังค์นะ 5-6 เหรียญได้ (เกมส์ละ 25 เซ็นต์) ที่ร้านนี้ “อีว่า-Eva” มาทำงานอยู่ แต่เห็นว่าไม่ลงรอยกะแฟนของอีแวว วันนั้นที่ไปก็เพราะอีว่าบอกว่าเป็นวันสุดท้าย เค้าเจ๊งจะปิดกิจการ ถึงได้โห่ไปกัน แต่ฟังแล้วแหม่งๆ เหมือนเค้าจะกำจัดอีว่ามันคนเดียว เลย “แต-หลอ” ว่าเจ๊งจะปิดกิจการ มีที่ไหน ส่งเมจเสจมาบอกเลิกกิจการทางมือถือ ไม่โปรเฟสชันน่อลเล้ยยยย… ไอ้ฟาย เจ๊ง-ปิดกิจการ ไม่มีบอกล่วงหน้า อ้อล่วงหน้าสิเน๊าะ 6 ชั่วโมง แล้วมันก็เป็นจริงๆ ตามที่อิชั้นเดา ปิดเงียบไป 3-4 วัน แล้วก็เปิดต่อ 5555 อีเด็กในร้านคนอื่นก็ช่วยกันต้มอีว่าคนเดียว น่าสงสารมัน อีแววก็อ่ะนะ ไม่แข็ง ไอ้ฟายนั่นคิดทำอะไร-ก็ไม่มีปาก อีว่าเป็นเด็กคนเดียวในร้านที่เป็นลูกๆ หลานๆ ของเจ้าของร้าน (อีแวว+ตาเฟ๊ด) ฟิชชี่นะเนี่ย แต่ไม่ใช่เรื่องของเรา พูดมากไปจะเดือดร้อน

page-425

แล้วก็วันที่ 4 กรกฎา พ่อบ้านได้หยุดงาน ก็ไปพากันไปกินบัฟเฟ่่ต์เงียบๆ ไม่ไปกินบ้านใคร ไม่ให้ใครมากินบ้านเรา 5555 เพราะครอบครัวอินลอว์นี้น่ากลัว พอเสร็จแล้วจะพาลูกไปเล่นพลุบ้านไหนดีว้าาา อูยยยย…เป็นที่ทุกข์ใจ ไปบ้านโน้น-อีนี่ก็จะโกรธ ไปบ้านนี้อีนั่นก็จะโกรธ ครอบครัวสวิสอย่างเรา-ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด-หนักใจเป็นอย่างยิ่ง พอกินเสร็จก็เลยประชุมกันในรถว่าเอาไงดี ไปไหนดี หรือกลับบ้าน หรือไปที่แฟร์กราวนด์ หรือไปที่สนามกอล์ฟ ซึ่งเค้ามีพลุโชว์ สรุปว่าเราจะไปบ้านอีหม้อแกง (Megan) เพราะตั้งแต่สงครามพวกบ้าเนี่ยกัดกันเรื้อรังมา 4-5 ปี อิแม่อู๋ก็พาลูกไปบ้านแม่ผัวตลอด (พ่อบ้านทำงานทุกปี เพิ่งได้หยุดปีนี้ค่ะ) มันพูดกันหรือไม่พูดกันเราก็ไปให้มันเสร็จๆ ปีนี้อีหม้อแกงมันเอาแม่มาบ้านมัน เราก็เลยตกลงว่าไปบ้านอีหม้อ ขนพลุของเราไปภูเขาเบ้อเร้อเลย เด็กๆ ก็สนุกกัน อิพ่อกะอิแม่มันก็เก้อๆ เขินๆ 555 อยากให้จบไวๆ แม่ผัวซึ่งเป็นร่างที่ไร้วิญญาน (แต่ยังไม่ตาย 555) เพราะไม่รู้จักใคร อะไร ที่ไหนแล้ว นั่งซึมกระทือบ่นหนาวๆ ตลอด จริงๆ ตลอดวันร้อนมากเลย โชคดีที่พอค่ำๆ มีลม แต่พวกเล่นพลุบอกไม่สนุก ดูอิชั้นซะก่อน นานจะได้ถ่ายรูป ลมเจือกแรง ผมเผ้าปลิวปิดหน้าสวยๆ หมดเลย 5555

IMG_0790

อันนี้เป็นของฝากจากเมืองไทย คุณเพื่อนส่งมาให้ ขอบคุณหลายๆ นะคะคุณเพื่อน บ่นเรื่องเป็นฝ้า พี่แม้วก็ส่งครีมแก้ฝ้ามาให้ลองใช้ พร้อมทั้งมาส์ก วิตซี ของกิฟฟารีน ที่ใช้ วิตซีของโรช ส่วนน้องจี้ดส่งแผ่นหนัง “ทางช้างเผือก” มาให้ดู ยังไม่ได้ดูเลย ขอบคุณคุณเพื่อนหลายๆ เด้อ ขอให้สวย รวย ป่อง กันถ้วนหน้า 5555