วีคเอนด์ที่ผ่านมาก็ช่วยกันขนข้าวของไปบ้านใหม่หน่อยนึง จะเรียกว่า “คืบหน้า” ไม่ได้หรอก เพราะ “หน่อยนึง” จริงๆ แค่ 1 ปิ๊กอัพ นอกนั้นก็อยู่บ้านแล้วก็ตะเวนกินอยู่แถวๆ ในเมืองนี่แหละ
รูปนี้เมื่อวันศุกร์เอาข้าวไปส่งอีแด้ดดี้ที่โรงงาน ฝนตกโครมๆ ออกมารับกับข้าวแล้วหยุดด่าอีรอมสุดที่รักหน่อยนึง เพราะกัดกะแม่ 555 สะใจ ส่วนรูปยิ๋งทดหน้าบานนั่น-คุณแม่ทาแป้งมิสทีน-ไดม่อน เบอร์ 1 ที่คุณเพื่อนซื้อมาฝากจากเมืองไทยค่ะ เนียนสวยดี หน้าไม่มัน แต่ปกปิดกระฝ้าได้น้อยมาก ชอบแหละ แต่ไม่น่าจะใช้ได้นานเท่าไหร่หรอก เพราะคุณแม่หน้าใหญ่บานและมากกกก… เปลืองซะ 555
รถตัดหญ้าคันเก่าพังอีกแล้ว บ้านนี้เรียกว่าซื้อรถตัดหญ้าใหม่แทบทุกปีเลย ไอ้คันใหญ่แบบขับนั่น-พังแล้วพังเลย ขายให้เพื่อนไปได้ไม่กี่ตังค์ เค้าแค่ไปเปลี่ยนสายพาน ขับตัดหญ้าสบายบรื๋อ ยังไม่เก่าเลย เซ็งอีผัวบ้าซ่อมอะไรก็ไม่เป็น อะไรพังนิดก็ต้องซื้อกันใหม่ เพราะแถวนี้ค่าซ่อมอะไรๆ ก็แสนแพง บางทีซื้อใหม่คุ้มกว่า แต่ถ้าทำอะไรเป็น ทำอะไรได้เองบ้างก็คงจะดี เมื่อวันเสาร์ก็เลยต้องไปซื้อมาใหม่ 1 คัน (300 เศษๆ) ไอ้แบบเข็นๆ คันนี้น่าจะเป็นคันที่3 ตั้งแต่เป็นผัวเมียกันมา คันก่อนหน้านี้ ตาเฟ็ด-สะเต๊บแด้ด มาเอาไปเฉยเลย แค่ล้อหน้าหัก 1 อัน เพราะไอ้เวนแซมมี่ที่จ้างมาตัดหญ้าทุกๆ 2 วีค มันคงชำเราเวลาเอาเข้า-ออกประตูเล็กข้างโรงรถ เห็นร่องรอยที่ประตูพังด้วยเลยปิดไม่ได้อีก ก่อนย้ายออกต้องซ่อมให้เค้าด้วย มีแต่เรื่องเสียตังค์
ส่วนไอ้ตัวที่นอนอยู่นั่น คือไอ้ตี้ พ่อไม่ให้ออกไปด้วยตอนตัดหญ้าเดี๋ยวมันวิ่งออกไปที่ถนน เลยขังไว้ในบ้าน นอนร้องไห้ดูพ่อตัดหญ้าจนหลับไป 5555
มาดูดอกเบบี้คาร์เนชั่นที่ปั๋วซื้อมาให้เมื่อ 3-4 วีคก่อน ถ่ายรูปไว้ $3.50 ก็สวยให้ดูชื่นใจได้นานดีนะ ส่วนกุหลาบนั่นตัดมาตอนบานหน่อยๆ แล้ว 2-3 ก็เริ่มร่วง แต่หอมดี ไม่ได้ตัดกุหลาบมาปักแจกันเสียหลายวัน บานแฉ่งร่วงหล่นหมดเลย เสียดายจัง
Tuesday, May 5, 2009
New Lawn Mower
Wednesday, April 15, 2009
คัน คัน คัน คัน
อากาศบ้าๆ บอๆ เดี๋ยวอุ่นขึ้นมา 2-3 วันนี้เกิดหนาวเยือกขึ้นมาอีก ลมแรงมาก แถมบอกว่ามี dust storm อีก เป็นคนที่คันคะเยอมากมายกว่าใครๆ อยู่แล้ว เลยคันกันไปยกใหญ่ นอกจากคันด้วยโรคจิตที่อีมี่เอาเหาเข้าบ้าน พ่อ แม่ลูก เกา หัว หู หาง แก่กๆๆๆๆ หาอะไรชะโลมทาทั้งวี่ทั้งวัน ยิ่งอีพวก Body Lotion & Body Cream ของ Bath & Body Works ช่วยอะไรไม่ได้อยู่แล้ว เข้าใจเอาเองมาตลอดว่าของพวกนี้ใช้โลชั่นหรือครีม-เกรด “กิโล” คือมีส่วนประกอบดีๆ อยู่ใน % ต่ำๆ จุดขายหลักคือ “กลิ่น” แฟนซีมีให้เลือกมากมาย และแพ๊คเกจน่าจะเป็นเรื่องรองๆ ลงมา ก็เลยไม่ค่อยได้ซื้อพวกโลชั่นหรือครีมยี่ห้อนี้มาเท่าไหร่ หนักไปทาง Liquid Soap, Bath Gel, Shower Gel และ Bath Foam มากกว่า แต่ก็ซื้อตอนเค้าลดแหลกเหลือขวดละ 2-3 เหรียญ เท่านั้น จริงๆ แล้วคนที่สนุกใช้คือลูกและผัว ตัวเองเป็นคนติดอ่าง 555 ติดอาบน้ำอ่างตั้งแต่เมืองไทยแล้ว 555 เพราะชอบแช่น้ำอุ่นจัดๆ เลยไม่ค่อยใช้สบู่ จะใช้สบู่ก็เฉพาะจุด จุด จุด คือ แถวง่ามๆ เท่านั้น 5555 ง่ามแขน ก็ จั๊กกะแร้ไง ง่ามขา ก็ รู้ๆ กันอยู่ 555
กลับมาเข้าเรื่องคันๆ คือไม่ใช้โลชั่นแฟนซียอดนิยมใด จะหาซื้อแต่แบบที่ rich มากๆ แต่กลิ่นต้องไม่ “อวล” หอมหึ่งมากมาย หรือ สาปสางเขียว ไม่มีกลิ่นเลยก็ดี ก็เลยใช้ไอ้ 4 ขวด (หลอด) รูปบนซ้ายมาตลอด แต่พอมันคันๆๆ แบบไอ้ครีม โลชั่น พวกนั้นเอาไม่อยู่ ทาจนมันเมือกแบบนั่งนอนไม่ได้ เดี๋ยวเลอะเปอะเปื้อน แต่แป๊บเดียวแหละ ผิวแห้งอีกแล้ว เลยไปซื้อไอ้ JOHNSON'S ® Baby Oil Gel with Aloe Vera & Vitamin E มาใช้ ใช้อยู่เกือบอาทิตย์แล้ว เรียกว่าเป็น my number one ตอนนี้เลย กลิ่นก็น่ารัก 555 เบบี้ดี แต่ใช้ยากนิดนึง บีบยาก มือไม้มันเมือก กลับไปจับขวดอีกบีบๆๆๆ ลื่นเหนอะ เลยเอาใส่ขวดปั๊มซะหมดเรื่องหมดราว สะดวกดี
คราวนี้มาถึงหนังกะบาล คันๆๆๆ อิ๊บอ๋าย ใช้แชมพู ครีมนวดอะไรก็ไม่หายคัน ทั้งคันโรคเรื้อนอยู่เป็นทุนมากมายแล้ว OLUX® Foam ยาที่ใช้ - ก็เป็น Class I steroid power เลยเชียว ยิ่งใช้ผิวยิ่งบาง แต่ก็ใช้มาเกือบ 5 ปีแล้ว (on & off) แล้วแพงโคตรๆ ด้วย (หลอดละ 100g ใช้ได้ประมาณ 2 สัปดาห์) co-pay 20% ต้องจ่ายประมาณ 70 เหรียญ ราคาเต็มสยองมาก ถ้าไม่มีประกันคงย้ายไปอยู่หมู่บ้านขึ้ทูตกุดถังนานแล้ว 5555 นอกเหนือจากใช้ไอ้โฟมราคาทองคำนั่นแล้ว ก็ใช้ไอ้ Scalpicin Maximum Strength สลับสับหว่างเรื่อยมา ไอ้นี่ซื้อได้ที่ drugstore ทั่วๆ ไป ราคาประมาณ 7 เหรียญ ตอนนี้คันหัวก็บีบๆ ทาๆ ยีๆ หนังกะบาล มันก็พอทุเลาแหละ ส่วนไอ้ Head & Shoulders soothing lotion ใช้แล้วไปไหนไม่ได้เพราะผมกังๆ แข็งๆ เวลาเกาๆ สางๆ ก็เป็นคราบขาวๆ ตุ๊เรดมากๆ มันก็พอทำให้ทุเลาหายคันลงบ้าง แต่ไม่ชอบเลย ส่วนไอ้กันแดดขวดทองนั่นเอามาแปะให้มันเต็มๆ กรอบรูปเฉยๆ เป็นกันแดดที่ชอบอยู่ตอนนี้
ลืมบอกไปวันนี้ตื่นมาจัดการไอ้รอมมี่ไปโรงเรียนเสร็จก็อาบน้ำแต่งตัวไปให้เค้าเจาะเลือด เสร็จรวดเร็วเกินคาด จบไปหนึ่งธุระ ตานี้มาดูรูปบุตรธิดากัน วันนี้อีมี่มีเกมส์ มันโทรมาตามให้ไปเชียร์ (โรงเรียนไอ้กันก็ดีงี้แหละ มีโทรศัพท์ให้เด็กๆ ใช้ฟรีๆ 555) วันนี้แข่งที่โรงเรียนมันใกล้ๆ บ้าน แดดแจ๋แต่ลมแรงมาก (แรงน้อยกว่าเมื่อวาน เมื่อวานน้องๆ พายุเลยแหละ) พอลงรถได้ลืมระวังตัว ปล่อยไอ้ตี้วิ่งเป็นนางแบบอิสระเสรีนิวฟรีด้อมเลย ไล่จับมันไม่ไหวเลยลากมันไปที่รถ จกเอารถเข็นมันออกมาแล้วล๊อคมันให้เป็น Dr. Hannibal Lecter อีก 555 แต่หนาวมากเลยต้องเอาผ้าห่มที่ติดไว้มนรถมาห่อมัน จริงๆ มีผ้าห่มนวมแบบเป็นถุงซิปติดรถเข็นเลยนะ รูดปิดเปิดสะดวก เพิ่งเอาออกไม่นานมานี้เอง เพราะเห็นว่าไม่หนาวแล้ว ดูมันทำกระพือเข้ากระพือออก
วันนี้ทีมของอีมี่เป็นทีมเหย้า HomeTeam แพ้อีกแล้ว 555 ดูไอ้ทีมโรงเรียน John Adams หน่วยก้านหนาแน่นกว่าเยอะ แถมเฟอร์นิเจ้อร์เพียบ 555 (อนาคตโรงเรียนใหม่ของอีรอมเค้าแหละ) พอตอนแยกย้ายกันกลับเค้ามีทำแถวแบบ “รีรี ข้าวสาร” ให้ทีมเหย้ามุดกลับเข้าไปใน duct out น่ารักดี จากนั้นทีมอีมี่ต้องวิ่งรอบสนาม 5 รอบประจารให้เพื่อนๆ ที่โรงเรียน “โห่” เป็นการลงโทษ ที่เจือกแพ้ 555
ดอกกุดาบ จ้า ดอกกุดาบ 555 บ้านนี้กุหลาบเยอะ แต่สุขภาพห่วยมา แมลงลง มีต้นนึงดอกสีม่วงอ่อน ม่วงจริงๆ นะ ไม่ใช่ชมพู ดอกดกมากๆ เวลาตัดไอ้กุหลาบบ้านนี้ปักแจกันก็ต้องล้างแช่น้ำอยู่นานเพื่อเอาไอ้แมลงทั้งหลายออก ส่วนแจกันล่างซ้ายนั่นเป็นรูปเก่า ดอกกุหลาบชุดนั้นจากบ้านเก่า มีสีม่วงเข้ม สีแดงเดือด สวยๆๆๆๆ
Saturday, April 11, 2009
ข่าวดี หรือ ข่าวไม่ค่อยดีวะเนี่ย ต้องย้ายบ้านอีกแล้ว
สับสน โมโห เหนื่อยหน่าย เซ็งตด ไปเลยแหละ ไม่มีใครเจ็บใครตายหรอก แต่ต้องย้ายบ้านอีกแล้ว เรื่องของเรื่องคือ Godfather หรือ “พ่อทูลหัว” ของลูกทั้งสองคนเค้าซื้อบ้านหลังใหม่ เค้าอยากให้ครอบครัวเราไปเช่าบ้านหลังใหม่ของเค้า อีซะมีดีใจกิ๊บกิ้วมากมาย เพราะเป็นเพื่อนรักเพื่อนเกลอกันมาโกฏปี ไอ้คนเป็นเจ้าของบ้านก็อยากหาคนที่ตัวเองรู้จักดีมาเช่าบ้านตัว-ใช่ป่าว ส่วนอิชั้นนั้นไอ้จะดีใจมันก็ดีใจแหละ แต่ย้ายบ้านนี้ 6 เดือนยังไม่เรียบร้อยเลย พออยู่ได้ก็อยู่กันไป ตู้เตียงยังอยู่ในโรงรถ ข้าวของยังอยู่ในกล่องในถุงดำอีกเพียบ ต้องย้ายอีกแระ คราวนี้ไม่ง่าย เพราะ บ้านหลังนี้ที่เช่าอยู่ต้องแจ้งเค้าล่วงหน้า 60 วัน นั่นไม่ใช่ปัญหา แต่บ้านของเพื่อนผัวนั่น เราจะขอไม่จ่ายค่าเช่าเดือนแรกที่อยู่ในระหว่างขนของจะได้หรือปล่าวไม่รู้ ถ้าไม่ได้มันจะกลายเป็นต้องเช่าบ้าน 2 หลังขณะที่ขนย้าย ตอนนี้จอห์น (เพื่อนเลิ้บของอีก๊อต) กำลังปรับปรุงซ่อมแซมบ้านหลังที่ว่ารอรับพวกเรา เพื่อนก็เพื่อนเถอะนะ ไม่มีอะไรฟรีหรอก ขนาดพ่อแม่ลูก หรือพี่น้อง ฝรั่งมันยังไม่ค่อยจะยอมกันเลย ไม่เหมือนคนไทยหรอก พอเป็นคนในครอบครัวหรือเพื่อนซี้ น้ำก็ท่วมปาก to difficult to say NO 555
ก็ได้บอกอีก๊อตไปว่า คนเรายิ่งรักกันมากก็น่าจะ keep distance หน่อยนะ เพราะเดี๋ยวใกล้ๆ กันก็จะชังกันซะนี่ (บ้านหลังที่ว่า จะเรียงติดกัน 3 หลังเลย หลังแรกบ้านจอห์น หลังที่สองบ้านลูกสาวจอห์น แล้วก็บ้านที่จะให้เราเช่าเป็นหลังที่ 3) แต่ก็เข้าใจผัวตัวเองอ่ะนะ คือ ไม่สบายใจบ้านที่เช่าเค้าอยู่ มีต่อสัญญา มีขึ้นราคา ถ้าราคาบ้านดีแล้วเกิดอยากขายขึ้นมา จะมาไล่เฉดหัวเราออกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ (ตอนนี้ก็ให้อิชั้นหมั่นถามเพื่อนที่เป็น realtor หรือชื่อใหม่ของ real estate agent ว่าเมื่อไหร่เราจะซื้อบ้านได้ คำตอบที่ได้มาคือ 2 ปี) ตานี้อีก๊อตคิดว่าน่าจะอุ่นใจกว่าถ้าไปเช่าบ้านเพื่อนรักอยู่ แถมเป็นพ่อทูลหัวของลูกด้วย อะไรก็ช่างเถอะ ที่หนักใจก็เรื่องขนย้ายนั่นแหละ จะย้ายแบบทีละถุงทีละกล่องอย่างเดิมไม่ได้ ที่ผ่านมาก็แทบอ้วกเป็นเลือดอยู่คนเดียว ไม่ใช่เป็นง่อยเปลี้ยเสียขาตรงไหนหรอก ผัวทำงาน 7 วัน อิชั้นกระเตงลูก 2 คน ต้องหากินหาอยู่ ต้องวิ่งรับวิ่งส่ง ขอบ่นหน่อยเถอะ มันหนักหนานะ ถึงอีก๊อตจะคอยไปยกตู้เตียง (มาเก็บในโรงรถ) ตอนตี 1 ตี 2 น่ะ ก็รู้ว่าเหนื่อยหนักไม่แพ้กัน แต่บ้านก็ยังไม่ลงตัวเข้าที่เข้าทาง แล้วยังโดนคนเชี่ยๆ มา judge อยู่บ่อยๆ ว่าทำ (ห่า) ไรอยู่ ย้ายไม่เสร็จซะที ไม่ได้มีโคตร (ดีๆ) เป็นขโยงให้จิกหัวมาช่วยนี่หว่า พูดแล้วเซ็งๆๆๆๆ สรุป คือ ย้าย
เปลี่ยนเรื่องดีกว่า เซ็ง…. มาดูรมณีย์กับกิ๊บหูที่หนูรักยิ่ง 5555 เดี๋ยวนี้จะออกจากบ้านทีก็ต้องมีหูคู่ที่สองติดกะบาลไปด้วย สะใจมันมากมาย แม่ยกน้าป๊อบอยากดูรูป 555 ต้องขอบคุณคุณน้องๆ คุณเพื่อนๆ ที่เป็นตุ๊ระวิ่งวุ่นหาซื้อมาฝากมัน รอมมี่ฝาก “ขอบคุณค่ะ” มาตรงนี้ด้วยนะคะ ตอนนี้หยุดสปริงเบรค เปิดเรียนอังคารโน่น มันจะแย่อยู่แล้ว เพราะอยากติดไปโรงเรียน อยากไปอวดเพื่อนๆ ส่วนตุ้มหูน่ารักทั้งฝูงนั่น ต้องคอยบอกให้ถอด เพราะมันจะใส่อาบน้ำด้วยเรื่อยเลย กลัวมันพังน่ะ
อันนี้เป็นรูปเมื่อเช้านี้ ยอดคุณแม่ดู “โบตั๋นกลีบสุดท้าย” ทั้งคืน ไม่ได้ตื่นมาหาอาหารเช้าเลี้ยงลูกๆ เลยเป็นหน้าที่ของอีพ่อ 555 เห็นเสียงดังโครมครามโหวกเหวกยังก๊ะตลาดสด เลยลุกมาดู อีมี่บ่น Scramble Eggs ของแด้ดดี้ไม่อร่อย 555 จะมาสู้ของแม่ได้ไงเน๊าะ แม่เล่าเรียนมาจาก Le Cordon Bleu เชียวนะเว้ย (โม้ให้ลูกงง) แค่อยากจะให้ลูกรู้ว่าแม่น่ะเป็นเชฟมีครูนะเฟ้ย 5555 ส่วนรูปล่างขวาน่ะ อีแด้ดดี้ขับรถแม่แล้วลืมเอาแว่นตัวเองมาด้วยใส่แว่นแม่อีกแล้ว 5555 ขำดี ไอ้ชม้อย 555
ดอกไม้ท่วมบ้าน กุหลาบเต็มสวนหน้าบ้านหลังบ้าน ตัดมาปักแจกันแทบจะวันเว้นวัน กำลังกลุ้มใจเพราะเพลี้ยลง ใบหงิก ดอกหงิก กันหมด ยังนึกว่าจะไป Home Depot ซื้อยาฆ่าแมลงมาฉีด พอรู้จะต้องย้ายก็ถอดใจ ช่างหัวมัน กุหลาบที่นี่ดอกใหญ่ยักษ์ดี พูดเรื่องดอกไม้ก็นึกถึงอีเจ้าของบ้านแลนด์หลอด Landlord เป็นอีป้า 60 อัพ เดี๋ยวก็บอกเอเจนซี่ให้แจ้งเราจะมาตัดแต่งต้นกุหลาบ จะนั่นจะนี่อยู่เรื่อย เอเจนซี่ต้องขออนุญาตแล้วก็แจ้งให้เรารู้ก่อนไง อย่างน้อย 7 วันล่วงหน้า แล้วอีแลนหลอดก็เลื่อนเข้าเลื่อนออกอยู่นั่น ตอนนั้นก็ปลายๆ หน้าหนาว กอแดฟฟอดิล กับกอทิวลิปแทงขึ้นมาเพียบ ดอกตูมๆ ออกมาร่วมร้อยได้ อีหลอดแลนแลนหลอดก็มาดึงดอกไปโม้ดดดดด…. เหลือแต่ใบเขียวๆ ให้ดูเท่าทุกวันนี้ แค้นมาก เลยตัดดอกกุหลาบมันให้เกลี้ยงซะเลย 5555
ส่วน Baby Red Carnation นั่น คุณสก๊อตต์ซื้อมาให้เมื่อคืนนี้ รู้ว่าคุณเมียชอบดอกไม้ ซื้อมาให้เรื่อยแหละ ถ้าแวะซื้อของตอนดึกๆ แล้วเห็นมันลดราคา รู้ดีไปหมดและวันไหนร้านไหนดอกไม้ใหม่สดมาลง ล๊อตเก่าเค้าก็ลดราคา ครอบครัวนี้ ชี๊บ ชี๊บ cheap cheap 5555 พอจะจัดดอกไม้หาแจกันไม่มี อยู่ลังไหนไม่รู้ ที่ๆ มีอยู่ก็เตี้ยไปบ้าง เล็กไปบ้าง ปากบานไปหน่อย เลยเอาใส่โหลกาแฟซะเลย 5555 ตอนนี้ดอกไม้เต็มบ้าน ถ่ายในครัวไม่สวยเพราะ wallpaper ดอกดวงโหดมาก เลยต้องลากมาถ่ายบนปริ้นเต้อร์ 555 ดูฝีมือจัดดอกไม้ซะก่อน อีก๊อตขำกร๊ากกกก… ทุกที มันบอกว่าฝีมือ flower arrangement สวยหรูงามเริ่ดแบบนี้ ระวังพวก florists จะมาแย่งซื้อตัวกัน 5555





