Monday, March 16, 2009

I Love you… หมายความตามนั้นหรือปล่าว

IMG_2523-s

เกิดมาเป็นตัวเป็นตนคนตัวเบ้อเริ่มเทิ่ม ก็มีแฟนมาพอนับได้ 555 ไม่ใช่นับไม่ถ้วน อิชั้นรู้ตัวค่ะว่าหน้าตาไม่ได้สวยสะ หุ่นไม่ได้งามสะโอดสะองดังนางงามหรือนางแบบ แต่ก็ไม่ได้ แหว่ง โหว่ ปัดเป๋ บิดเบี้ยว พิกล พิการใดๆ แถมอุปสัยแจ่มใสร่าเริง สุขภาพอ้วนท้วนแข็งแรง สติปัญญาเฉียบแหลม…ปี๊ดดดด…5555  ก็เลยต้องเคยมีแฟนกะใครๆ เค้าเหมือนกัน ที่อยากจะบอกคือ ดิชั้นน่ะใช้ทั้งของในของไทยของนอกเลยนะคะ (นามสกุลย่ะ อย่าคิดมาก 5555) มีแฟนคนไทย แฟนฝรั่ง มีมามากมายหลากหลายแบบ รักลุ่มหลงเอาใจ ตามใจ บริการ เยี่ยงเจ้าหญิงก็มิปาน ไอ้แบบ “control freak” ก็เคย ซักถามทุก 15 วินาที โทรจิกทุก 30 นาที …ทำอะไร อยู่ที่ไหน กลับบ้านเมื่อไหร่ …. นั่งรถไปด้วยกันเห็นเงียบๆ นิ่งๆ ก็โพล่งขึ้นมา …คิดอะไรอยู่ บอกมาเดี๋ยวนี้นะ … อ้าว..เชี่ยนี่ บุกรุกแม้กระทั่งความคิดในห้วงอารมณ์ว่างปล่าว 555 พอทำโง่ๆ เซ่อๆ บอกไปก็..โกหกหรือปล่าว… อ๊ะ ไอ้นี่ชักบ้าอาละวาด …คบได้ไม่นานก็ขาดกัน …เล่าสาธยายได้ไม่หมด เรียกว่าเจอมาซะมากมายหลายประเภท

เกริ่นมายาวยืด คือ การที่มีแฟน หรือ สามี ไทย หรือ ฝรั่ง ด้วยที่วัฒนธรรมต่างกัน การแสดงออก การ “ทรีต” ผู้หญิง (อันเป็นที่รัก) ก็จะต่างกัน ไม่เคยคิดตำหนิคุณผู้ชายไทยว่า แห้งแล้ง เฉยเมย ฯลฯ หนุ่มไทย (บางคน) ก็เปิดประตูให้เดินเข้าก่อน เลื่อนเก้าอี้ให้นั่ง เดินจูงมือ (ดังมีแฟนตาบอด 555) เดินข้ามถนนก็อ้อมหน้าอ้อมหลังเพื่อแสดงความปกป้องหากรถชน-เธอพร้อมที่จะตายก่อน แต่ไอ้ที่วิ่งวนอ้อมหน้าหลังก็เลยจะขัดขากันหกล้มให้รถทับตายเสียทั้งคู่ ดูเหมือนพยายามทำความดีก็ดูไม่เข้าท่า 555 คือทำแต่พองาม อย่าเยอะ อย่ามากเกิ้นนนน… แถมหลายๆ การปรนนิบัติต่อสุภาพสตรีในที่สาธารณะ อย่างโอบหลังโอบไหล่ จุ๊บแก้ม ฯลฯ ก็ดูไม่เหมาะสม คนไทยชินกับ “เก็บกด” ทางด้านการแสดงออกของความรู้สึก เลยทำให้ดู เฉยๆ 555

ส่วนฝรั่ง (ส่วนใหญ่) ด้วยประเพณีเค้าแตกต่างจากของเรา เจอหน้ากอดรัก จูจุ๊บ ทักทายเซย์ hello หรือ เวลาล่ำลากัน ก็กอดกันอีกซักที จูจุ๊บอีกซักหน่อย แล้วก็ บ๊ายบาย คุยกันไปคุยกันมา เนื้อหาสาระ..แหม… very touch ก็กอดกันอีกซะหน่อย โทรศัพท์คุยกันก็ คิดถึงน้า…ตะเอง พอจะวางสายก็  Love You… Bye Bye! หรืออะไรๆ ก็ว่ากันไป เมื่อไม่นานนั่งดูละครสวรค์เบี่ยงบนยูทู้บ 3 วันรวด ยังขำตัวเองเลย ที่เห็นพระรอง ชื่อไรลืมแล้ว แสดงโดย หลุยส์ พ่อคุณคนนี้ก็แสนดีกับนางเอก ช่วยเหลือสารพัด นางเอกก็ได้แต่ “ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากๆ นะคะ” ทุกทีไป ยิ๋งทดก็รู้สึกขัดใจยิ่งนัก แหม… เป็นกรูนะจะโดดกอดหอมไปอีกแปดฟอด แล้วก็ฉุกคิด.. เออ คนไทยไม่กอดกันเน้อ…ลืมไป กระแดะเป็นหรั่งจ๋าเชียวกรู เมื่อครั้งยังทำงานอยู่ที่เมืองไทยก็ทำแต่กับชาวต่างชาติฝรั่งมังค่ามาโดยตลอด ส่วนมากก็ “เช็คแฮนด์” นานๆ ที บางคนเผลอกอดอิชั้นเข้าก็ ขวยเขินแทบแย่ แถมมีความรู้สึกอายเพื่อนร่วมงานซะอีก พอมาตอนนี้คิดย้อนหลังไป… เอ๊ะ กรูทำผิดอะไรเหรอ ทำไมต้องอายด้วย 555 บร้าจริงๆ

ที่ยกตรงนี้ขึ้นมาเล่าเพราะ ฝรั่งบ้าสามีของยิ๋งทดเนี่ย มีบางแก๊กที่ขำก๊ากมากมาย เธอจะโทรจากที่ทำงานมาที่บ้านหรือโทรเข้ามือถือ วันละหลายหน จะมีรอบ บ่าย 4 กับ 6 โมงเย็น เพื่อคุยกับลูก ถามไถ่เรื่องโรงเรียน เรื่องการบ้าน ฯลฯ รอบ 4 ทุ่มก็คอยถามลูกๆ นอนหรือยัง นอกนั้นก็โทรหายิ๋งทด วันละ หลายรอบ (ยิ่งถ้ารู้ว่าไม่อยู่บ้านเพราะมีภาระกิจใดๆ ต้องไปขับรถตะลอนวุ่นวายอยู่นอกบ้าน-ก็จะโทรบ่อยนิดนึง) ทุกครั้งที่โทรจะถามเรื่องลูกเต้า ข้าวปลาอาหารกินอะไรกัน ทำอะไรกัน ไปไหน ฯลฯ คือทำเป็นนิจกิจวัตร ถ้าไม่โทรมาจะแปลกมาก บางทีกังวลว่ามีปัญหาอะไรหรือปล่าว (ลืมบอกไป สามี-บลูคอลล่าร์ของอิชั้นทำงาน บ่าย 4 โมง - เที่ยงคืนค่ะ บางทีทำโอทีก็ จากเที่ยงวันยันเที่ยงคืนเลยค่ะ)

page-84

เมื่อไม่กี่วันมานี้มีการ “กัด” กันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง อีก๊อตโทรมาบ้านหลังจากไปทำงานได้ไม่ถึงชั่วโมง I miss you so much Babe! blah blah blah …. อิชั้นง่วนอยู่กับเก็บเช็ดน้ำส้มที่ไอ้ตี้ทำหกไว้ ก็ Waz Up! ตอบ เออๆๆๆ แล้วไง ถ้าไม่มีอะไรกรูจะวางละนะ อีตุ๊ดก๊อตก็บอก เป็นไรเหรอ โมโหไรเหรอ ทำไมเหรอ ไม่สบายหรือปล่าวอีฮันนี่ บลาๆๆๆ ก็เลยตวาดแว๊ดไป แล้วอธิบายไปว่ายุ่งๆ อยู่ มันก็ อ๋อเหรอ …อิชั้นก็ …เออสิวะ มันก็ตัดพ้อ อุตส่าห์คิดถึง … ฟังแล้วก็ เฮ้อ… เบื่อเว้ย อีตุ๊ดงอนอีกแระ แล้วมันก็ เลิ๊บยู บาย… เลิ้บยู บาย …. อิชั้นก็…เออ วางหูโครมไป

อีกซัก 5 วินาที โทรศัพท์ดังอีก รู้เลย ว่าเป็นใคร ก็รับแล้วถามไป อะรายอี๊กกกกก…. มันก็บอก you didn't say you love me before you hang up …ก็เลยได้ที กวนทีนมันซะเลย…I’m sorry…I was so busy cleaning up your son’s mess … whatever… may I ask you somthing?!! ที่อึงชอบพูด “เลิ้บ” กับกรู วันละ 500 ที น่ะ Do you mean it?  มันก็บอก เออสิวะ of course พูดไปก็หมายความตามที่พูด wad da f**king wrong with you ถามงี้ได้ไง E อ้วน 55555 อิชั้นก็สวนไป…อ้าวเหรอ… I always think it’s just a complimentary close, to end the conversation! อีก๊อตก็โมโหขาด-ว๊ากกลับซะมากมายจากอีฮันนี่ กลายเป็นอีห่านี่ในทันใด งั้นที่ที่อึงบอกเลิ๊บกรูที่ผ่านมา อึงก็ไม่ได้รักกรูจริงล่ะสิ E อ้วน…. ให้มันได้อย่างงั้นสิ 55555 พอก่อนมันจะวางหู….เทพบูดของอิชั้นก็ I love you and I meant it! ยิ๋งทดก็สวนไป I love you tooooo…. and I meant it, my love for you is so real, so clear, pure and serene & it came from the bottom of my heart and nothing gonna change my love for you …. ไอ้อ้วนยิงกลับมา E.N.O.U.G.H. แล้วก็ วางโทรศัพท์เปรี้ยงไป 5555

page-86

ปล. นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สุดที่รักของดิฉันโทรกลับมาทวงให้บอกรักหลังจากเพิ่งวางโทรศัพท์ไป ไม่บ่อยค่ะ แต่ปีละหลายๆ ครั้ง 5555 ขำต่อ 555

2 comments:

Jingjung said...

สมน้ำหน้าอีอ้วน อยู่ดี ๆ ไม่ว่าดีเสือกถามกลับไปแบบนั้น อิๆๆๆ ขอขำหลาย ๆ หนที่เห็นเพื่อนโดนปั๋วด่า เข้าอีหรอบ "ยามศึกเรารบ ยามสงบกูก็ชวนรบ ตลอดเวลา" เหอๆๆๆๆ ขออีกรอบนะยะ

BaBaBorBor Family said...

อีเพื่อนทรยศ 5555 เพื่อนกัดกะผัวแล้วชอบใจ เค้ากัดกันเพราะรักกันมากไปหน่อยย่ะ พูดยังก๊ะตัวเองไม่รู้จักนิสัยไอ้บ้าก๊อต 5555 ตอนนี้ที่อยากรู้มากเรื่องไอ้ทรราชนั่น แล้วไอ้กบบาดเจ็บหรอปล่าว โชคดีทั่วกันเว้ย